หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดสกลนคร >อ.ส่องดาว >ต.ปทุมวาปี > อุทยานแห่งชาติภูผาเหล็ก
TL;DR: อุทยานแห่งชาติภูผาเหล็ก อยู่ที่บ้านท่าวัด ตำบลปทุมวาปี อำเภอส่องดาว จังหวัดสกลนคร 47190 เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 16.30 น.

สกลนคร

อุทยานแห่งชาติภูผาเหล็ก

อุทยานแห่งชาติภูผาเหล็ก

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 16.30 น.
 
อุทยานแห่งชาติภูผาเหล็ก เป็นอุทยานแห่งชาติสำคัญของจังหวัดสกลนครและพื้นที่รอยต่อภาคอีสานตอนบน ครอบคลุมพื้นที่ในอำเภอส่องดาว อำเภอวาริชภูมิ อำเภอนิคมน้ำอูน และอำเภอกุดบาก จังหวัดสกลนคร อำเภอวังสามหมอ จังหวัดอุดรธานี รวมถึงอำเภอสมเด็จและอำเภอคำม่วง จังหวัดกาฬสินธุ์ มีเนื้อที่ประมาณ 261,875 ไร่ เป็นพื้นที่ป่าภูเขาที่อยู่ในแนวเทือกเขาภูพาน มีลักษณะภูมิประเทศเป็นภูเขาสลับซับซ้อน หน้าผาสูง ลานหิน ทุ่งหญ้าบนยอดภู แหล่งน้ำ น้ำตก ถ้ำ และแหล่งโบราณคดีที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ อุทยานแห่งนี้เป็นหนึ่งในจุดหมายสำคัญสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสธรรมชาติของสกลนครในมุมที่ลึกกว่าเส้นทางท่องเที่ยวทั่วไป เพราะมีทั้งจุดชมวิว ดอกไม้ป่า ลานกางเต็นท์ พื้นที่ดูดาว และเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติที่เชื่อมโยงกับเรื่องราวของเทือกเขาภูพานอย่างชัดเจน
 
ที่ทำการอุทยานแห่งชาติภูผาเหล็กตั้งอยู่ที่บ้านท่าวัด ตำบลปทุมวาปี อำเภอส่องดาว จังหวัดสกลนคร เส้นทางหลักเข้าสู่พื้นที่ใช้ทางหลวงหมายเลข 22 สายสกลนคร–อุดรธานี แล้วเลี้ยวเข้าสู่ถนนสายบ้านต้าย–ดอนส้มโฮงและสายบ้านโพนสว่าง–ภูผาเหล็ก ก่อนถึงที่ทำการอุทยาน เส้นทางนี้ทำให้นักท่องเที่ยวสัมผัสภูมิประเทศที่ค่อย ๆ เปลี่ยนจากพื้นที่ชุมชนและเกษตรกรรมเข้าสู่เขตป่าภูเขา เมื่อเข้าใกล้ยอดภูผาเหล็กจะเห็นสภาพภูเขา หน้าผา และแนวป่าที่เป็นเอกลักษณ์ของเทือกเขาภูพานฝั่งส่องดาวอย่างชัดเจน
 
ชื่อ “ภูผาเหล็ก” สื่อถึงลักษณะทางภูมิประเทศและความทรงจำของคนในพื้นที่ บริเวณภูเขาและพื้นที่ใกล้วัดถ้ำพวงมีเรื่องเล่าท้องถิ่นเกี่ยวกับหินและแร่เหล็กในภูเขา จนชื่อภูผาเหล็กกลายเป็นชื่อที่ใช้เรียกพื้นที่สูงแห่งนี้มายาวนาน ความรู้สึกของพื้นที่จึงแตกต่างจากภูเขาทั่วไป เพราะมีทั้งความแข็งแกร่งของหิน ความลึกของป่า ความสูงของหน้าผา และความสงบของชุมชนรอบเทือกเขา เมื่อเดินทางขึ้นสู่พื้นที่ยอดภู นักท่องเที่ยวจะเห็นว่าอุทยานแห่งนี้มีบุคลิกเฉพาะตัว คือเป็นภูเขาหินที่เปิดมุมมองกว้างไกลสู่พื้นที่หลายจังหวัด และในขณะเดียวกันยังมีพื้นที่ป่าละเมาะ ทุ่งดอกไม้ป่า และลานหินที่ให้บรรยากาศอ่อนโยนในช่วงฤดูกาลที่เหมาะสม
 
ภูมิประเทศของอุทยานแห่งชาติภูผาเหล็กเป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาภูพาน ภูเขาที่สูงที่สุดในพื้นที่คือภูอ่างสอ ซึ่งทำให้พื้นที่นี้มีสภาพอากาศเย็นสบายกว่าพื้นที่ราบโดยรอบในบางช่วง โดยเฉพาะช่วงเช้าและช่วงฤดูหนาว สภาพป่าประกอบด้วยป่าเต็งรัง ป่าเบญจพรรณ ป่าดิบแล้ง ไผ่หลายชนิด และสมุนไพรพื้นถิ่นหลายประเภท พื้นที่ป่าเหล่านี้เป็นแหล่งอาศัยของสัตว์ป่า เช่น หมูป่า เก้ง กระจง และนกหลายชนิด สะท้อนความสมบูรณ์ของระบบนิเวศภูพานตอนเหนือที่ยังคงรักษาความหลากหลายของธรรมชาติไว้ได้ดี
 
ความโดดเด่นของภูผาเหล็กอยู่ที่แหล่งท่องเที่ยวบนยอดภูและบริเวณหน้าผาต่าง ๆ นักท่องเที่ยวสามารถใช้รถยนต์ขึ้นไปตามเส้นทางจากที่ทำการอุทยานถึงหอส่องดาว ระยะทางประมาณ 5.5 กิโลเมตร จากนั้นใช้เส้นทางเดินเท้าต่อไปยังจุดชมวิวและจุดท่องเที่ยวสำคัญ เส้นทางบนยอดภูมีทั้งมุมมองทิวเขา ลานหิน ทุ่งหญ้า ป่าเต็งรัง และแนวหน้าผาที่เปิดให้เห็นภูมิประเทศของจังหวัดสกลนคร อุดรธานี กาฬสินธุ์ และในวันที่ทัศนวิสัยดีสามารถมองเห็นไกลไปถึงพื้นที่จังหวัดขอนแก่นได้ด้วย
 
ผาสุริยันต์เป็นจุดชมวิวสำคัญบนยอดเขาสูงของภูผาเหล็ก มีลักษณะเป็นหน้าผาสูงที่เหมาะสำหรับชมพระอาทิตย์ขึ้นในยามเช้า แสงแรกของวันเมื่อกระทบแนวป่าและทิวเขาสลับซับซ้อนทำให้พื้นที่นี้เป็นจุดที่นักท่องเที่ยวสายธรรมชาติและสายถ่ายภาพนิยมเดินทางมาเยือน ความงามของผาสุริยันต์ไม่ได้อยู่เพียงภาพดวงอาทิตย์ขึ้น แต่ยังอยู่ที่ความเงียบของภูเขาช่วงเช้า อากาศเย็น ลมอ่อน และมุมมองกว้างไกลที่ทำให้เห็นภูพานในฐานะเทือกเขาประวัติศาสตร์ของอีสานอย่างชัดเจน
 
ผาดงก่อเป็นหน้าผาสูงอีกแห่งหนึ่งบนยอดภูผาเหล็กและเป็นจุดที่ให้มุมมองทิวเขาสลับซับซ้อนของเทือกเขาภูพานอย่างงดงาม จุดเด่นของผาดงก่อคือก้อนหินขนาดใหญ่ที่วางพาดอยู่ริมหน้าผา ดูคล้ายหินที่กำลังจะตกลงสู่เบื้องล่าง แต่ยังตั้งอยู่อย่างมั่นคงตามธรรมชาติ เมื่อยืนอยู่บริเวณนี้จะมองเห็นแนวภูเขาไกลออกไป เช่น ภูผาหัก ภูไม้ และภูซากลากในเขตอำเภอวังสามหมอ จังหวัดอุดรธานี ผาดงก่อจึงเป็นทั้งจุดชมวิว จุดถ่ายภาพ และพื้นที่ที่แสดงพลังของภูมิประเทศหินบนเทือกเขาภูพานได้อย่างชัดเจน
 
ผาน้ำโจ้กเป็นหน้าผาสูงบนยอดภูผาเหล็กที่เปิดมุมมองไปยังอ่างเก็บน้ำห้วยหวดและพื้นที่กว้างไกลของจังหวัดอุดรธานีและจังหวัดขอนแก่น จุดนี้เหมาะกับผู้ที่ต้องการชมภูมิประเทศแบบเปิดโล่ง มองเห็นแนวป่า ภูเขา แหล่งน้ำ และพื้นที่ชุมชนที่อยู่ห่างออกไป ภาพของอ่างเก็บน้ำที่ปรากฏท่ามกลางภูเขาทำให้ผาน้ำโจ้กเป็นจุดที่ช่วยอธิบายบทบาทของป่าภูพานในฐานะแหล่งต้นน้ำและพื้นที่รองรับระบบนิเวศโดยรอบ
 
หอส่องดาวเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญของอุทยานแห่งชาติภูผาเหล็ก ตั้งอยู่บนยอดภูที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 700 เมตร สามารถมองเห็นทัศนียภาพได้รอบด้าน ในเวลากลางวันเป็นจุดชมวิวที่เห็นแนวภูเขาและพื้นที่ราบเบื้องล่างอย่างกว้างไกล ส่วนในเวลากลางคืนเป็นพื้นที่ที่เหมาะกับการศึกษาดวงดาวและชมท้องฟ้ายามค่ำคืน เนื่องจากพื้นที่อยู่ห่างจากแสงเมืองมากกว่าพื้นที่ชุมชนทั่วไป บรรยากาศของหอส่องดาวจึงเหมาะกับผู้ที่ชื่นชอบการดูดาว การถ่ายภาพทางดาราศาสตร์ และการกางเต็นท์พักแรมในคืนที่ท้องฟ้าเปิด
 
ลานอุษาสวรรค์เป็นพื้นที่ราบบนยอดภูผาเหล็ก มีเนื้อที่ประมาณ 1,550 ไร่ ลักษณะพื้นที่เป็นทุ่งป่าละเมาะสลับกับโขดหิน ทุ่งหญ้า และแนวป่า ดูคล้ายสวนธรรมชาติที่ถูกจัดวางโดยภูมิประเทศเอง ในช่วงฤดูกาลที่เหมาะสมจะมีดอกไม้ป่าหลายชนิดขึ้นกระจาย เช่น สร้อยสุวรรณา กระดุมเงิน ดุสิตา หญ้าข้าวก่ำ และดอกไม้ป่าขนาดเล็กอื่น ๆ ทำให้ลานอุษาสวรรค์เป็นพื้นที่ที่เหมาะสำหรับพักผ่อน เดินชมธรรมชาติ ถ่ายภาพ และเรียนรู้พรรณไม้บนลานหินของเทือกเขาภูพาน
 
ภาพเขียนก่อนประวัติศาสตร์ผาผักหวานเป็นแหล่งโบราณคดีสำคัญของอุทยาน ตั้งอยู่ที่บ้านภูตะคาม ตำบลท่าศิลา ห่างจากที่ทำการอุทยานประมาณ 18 กิโลเมตร ภาพเขียนโบราณมีอายุประมาณ 3,600 ปี อยู่บนก้อนหินใหญ่ มีลักษณะคล้ายภาพผู้หญิงยืนเรียงกันเป็นแถวและใช้มือเกาะไหล่กัน ภาพเหล่านี้สะท้อนการสื่อสาร ความเชื่อ หรือพิธีกรรมของมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ในพื้นที่ภูพาน ทำให้อุทยานแห่งชาติภูผาเหล็กมีคุณค่าทั้งด้านธรรมชาติและด้านประวัติศาสตร์มนุษย์ในระยะเวลาหลายพันปี
 
สุสานไดโนเสาร์เป็นอีกหนึ่งแหล่งเรียนรู้ที่ทำให้ภูผาเหล็กมีความสำคัญทางธรณีวิทยาและบรรพชีวินวิทยา พื้นที่นี้พบลักษณะกระดูกสัตว์ที่กลายเป็นหิน มีอายุหลายล้านปี ทับถมกันอยู่ในบริเวณกลางเขาภูผาเหล็ก อำเภอส่องดาว จังหวัดสกลนคร และต่อเนื่องไปถึงชายป่าภูพานในอำเภอคำม่วง จังหวัดกาฬสินธุ์ บางส่วนยังฝังอยู่ในหินและดิน ขณะที่บางแห่งพบฟอสซิลพืช เช่น ไม้กลายเป็นหิน พื้นที่นี้จึงเหมาะกับผู้ที่สนใจเรื่องธรณีวิทยา ประวัติศาสตร์โลก และวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตในภาคอีสาน
 
น้ำตกเก้าชั้น น้ำตกแม่คำดี และน้ำตกแก่งกุลาเป็นกลุ่มน้ำตกที่สะท้อนความสมบูรณ์ของระบบลำธารบนภูผาเหล็ก น้ำตกเหล่านี้มีความสวยงามตามฤดูกาล โดยเฉพาะช่วงฤดูฝนและหลังฝนตกใหม่ ๆ ซึ่งเป็นช่วงที่สายน้ำไหลผ่านโขดหินและป่ารอบข้างมีสีเขียวสด การเที่ยวชมน้ำตกควรใช้ความระมัดระวัง เพราะพื้นหินอาจลื่นและระดับน้ำอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามปริมาณฝน การเดินทางไปน้ำตกในอุทยานจึงเหมาะกับผู้ที่เตรียมรองเท้าและอุปกรณ์ให้พร้อมสำหรับพื้นที่ธรรมชาติ
 
ถ้ำทองและถ้ำนกกกเป็นแหล่งท่องเที่ยวประเภทถ้ำในพื้นที่อุทยานแห่งชาติภูผาเหล็ก ถ้ำเหล่านี้ช่วยเพิ่มมิติด้านภูมิประเทศให้กับการเดินทาง เพราะทำให้เห็นความหลากหลายของพื้นที่หิน ภูเขา และโพรงถ้ำบนเทือกเขาภูพาน การเที่ยวถ้ำต้องใช้ความระมัดระวังมากเป็นพิเศษ ควรเดินตามเส้นทางที่กำหนด ใช้ไฟฉายหรืออุปกรณ์ให้พร้อม และไม่แตะต้องหินงอกหินย้อยหรือองค์ประกอบธรรมชาติภายในถ้ำโดยไม่จำเป็น เพื่อให้สภาพถ้ำยังคงอยู่ครบถ้วน
 
อุทยานแห่งชาติภูผาเหล็กเป็นพื้นที่ที่เหมาะกับการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติหลายรูปแบบ ผู้ที่ชอบชมวิวสามารถไปหอส่องดาว ผาสุริยันต์ ผาดงก่อ และผาน้ำโจ้ก ผู้ที่ชอบดอกไม้ป่าสามารถเลือกช่วงปลายฝนต้นหนาวเพื่อชมลานอุษาสวรรค์ ผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์สามารถเดินทางไปภาพเขียนก่อนประวัติศาสตร์ผาผักหวาน ผู้ที่สนใจบรรพชีวินวิทยาสามารถเรียนรู้เรื่องสุสานไดโนเสาร์ ส่วนผู้ที่ต้องการพักผ่อนในธรรมชาติสามารถใช้บริการลานกางเต็นท์และบ้านพักของอุทยานได้
 
ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับเที่ยวอุทยานแห่งชาติภูผาเหล็กคือช่วงฤดูหนาวและปลายฝนต้นหนาว เพราะเป็นช่วงที่อากาศเย็น ท้องฟ้าเปิด เหมาะกับการชมวิว ดูดาว และเดินชมลานดอกไม้ป่า ส่วนฤดูฝนเหมาะกับการชมน้ำตกและป่าเขียว แต่ต้องระวังพื้นลื่นและเส้นทางบางช่วงที่อาจเปียกชื้น ฤดูร้อนยังเที่ยวได้ โดยเฉพาะจุดชมวิว หอส่องดาว และพื้นที่ประวัติศาสตร์ แต่ปริมาณน้ำในน้ำตกบางแห่งจะลดลงตามธรรมชาติ การเลือกช่วงเวลาให้เหมาะกับกิจกรรมจะช่วยให้เห็นภูผาเหล็กในมุมที่งดงามที่สุด
 
ด้านสิ่งอำนวยความสะดวก อุทยานมีที่ทำการอุทยาน จุดบริการนักท่องเที่ยว เส้นทางรถยนต์ขึ้นสู่หอส่องดาว บ้านพัก ลานกางเต็นท์ พื้นที่พักผ่อน ห้องน้ำ และเส้นทางเดินเท้าไปยังจุดท่องเที่ยวต่าง ๆ นักท่องเที่ยวที่ต้องการพักค้างคืนควรติดต่ออุทยานล่วงหน้าเพื่อสอบถามบ้านพัก ลานกางเต็นท์ ระเบียบการเข้าพื้นที่ และสภาพเส้นทางล่าสุด การพักค้างคืนที่ภูผาเหล็กเหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการชมดาว ชมพระอาทิตย์ขึ้น และสัมผัสอากาศเย็นบนยอดภูในช่วงฤดูหนาว
 
การเข้าชมอุทยานแห่งชาติภูผาเหล็กมีค่าธรรมเนียมตามอัตราอุทยานแห่งชาติ โดยชาวไทยผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท ชาวต่างชาติผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 50 บาท และมีค่าธรรมเนียมยานพาหนะตามประเภทของรถ การชำระค่าธรรมเนียมเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลพื้นที่ บำรุงรักษาสิ่งอำนวยความสะดวก และสนับสนุนภารกิจอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติภายในอุทยาน
 
เส้นทางเที่ยวภูผาเหล็กสามารถจัดได้หลายแบบ หากมีเวลาครึ่งวัน สามารถเริ่มจากที่ทำการอุทยาน ขับรถขึ้นหอส่องดาว เดินชมผาสุริยันต์ ผาดงก่อ หรือผาน้ำโจ้ก แล้วกลับลงมาพักในอำเภอส่องดาวหรือสว่างแดนดิน หากมีเวลาเต็มวัน สามารถเพิ่มลานอุษาสวรรค์ ภาพเขียนผาผักหวาน หรือเส้นทางน้ำตกเข้าไปในแผน ส่วนผู้ที่พักค้างคืนสามารถดูดาวในช่วงกลางคืนและตื่นเช้าชมพระอาทิตย์ขึ้นที่ผาสุริยันต์ เป็นการสัมผัสภูผาเหล็กทั้งกลางวันและกลางคืนในทริปเดียว
 
อุทยานแห่งชาติภูผาเหล็กยังเชื่อมโยงกับวัดถ้ำอภัยดำรงธรรม หรือวัดถ้ำพวง ซึ่งเป็นศาสนสถานสำคัญบนเทือกเขาภูพานในอำเภอส่องดาว วัดแห่งนี้มีพิพิธภัณฑ์อาจารย์วัน อุตตโม และพื้นที่ศรัทธาที่เกี่ยวข้องกับพระกรรมฐานสายอีสาน นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวภูผาเหล็กสามารถจัดเส้นทางร่วมกับวัดถ้ำพวงได้ เพราะอยู่ในภูมิประเทศชุดเดียวกันและช่วยให้การเดินทางมีทั้งมิติธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ และศาสนา
 
ด้านร้านอาหารและที่พัก พื้นที่รอบอำเภอส่องดาวและสว่างแดนดินมีร้านอาหารท้องถิ่น ร้านอาหารบรรยากาศดี คาเฟ่ และรีสอร์ทให้เลือกหลายแห่ง นักท่องเที่ยวสามารถรับประทานอาหารในตัวอำเภอส่องดาวหรือสว่างแดนดินก่อนขึ้นอุทยาน หรือเลือกพักในอำเภอสว่างแดนดินซึ่งมีที่พักหลากหลายกว่า แล้วเดินทางเข้าสู่อุทยานในช่วงเช้า สำหรับผู้ที่ต้องการใกล้ธรรมชาติที่สุด บ้านพักและลานกางเต็นท์ของอุทยานเป็นตัวเลือกที่เหมาะกับการดูดาวและชมบรรยากาศบนยอดภู
 
มารยาทในการเที่ยวอุทยานแห่งชาติภูผาเหล็กมีความสำคัญมาก นักท่องเที่ยวต้องไม่ทิ้งขยะ ไม่เก็บดอกไม้ป่า ไม่ขีดเขียนหิน ไม่ให้อาหารสัตว์ ไม่ส่งเสียงดังในพื้นที่ป่า ไม่เดินออกนอกเส้นทางที่กำหนด และไม่เข้าใกล้ริมหน้าผาเกินจุดที่ปลอดภัย โดยเฉพาะช่วงฝนตกหรือหลังฝนตกที่พื้นหินอาจลื่น การเที่ยวภูผาเหล็กอย่างรับผิดชอบจะช่วยรักษาทั้งความงามของลานหิน ดอกไม้ป่า ป่าไม้ สัตว์ป่า และแหล่งโบราณคดีให้คงอยู่ต่อไป
 
สำหรับชาวต่างชาติ อุทยานแห่งชาติภูผาเหล็กเป็นสถานที่ที่ช่วยอธิบายธรรมชาติของภาคอีสานได้อย่างครบถ้วน เพราะพื้นที่นี้ไม่ได้มีเพียงภูเขาและป่าไม้ แต่ยังมีลานดอกไม้ป่า จุดดูดาว ภาพเขียนก่อนประวัติศาสตร์ สุสานไดโนเสาร์ หน้าผาชมวิว และวิถีชุมชนรอบเทือกเขาภูพาน นักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาเยือนจะได้เห็นว่าอีสานไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่ราบหรือชุมชนเกษตรเท่านั้น แต่ยังมีภูเขาหิน ป่าธรรมชาติ ประวัติศาสตร์มนุษย์ และเรื่องราวของโลกยุคดึกดำบรรพ์อยู่ในภูมิประเทศเดียวกัน
 
การเดินทาง จากตัวเมืองสกลนครใช้ทางหลวงหมายเลข 22 สายสกลนคร–อุดรธานี ไปจนถึงบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 95 แล้วเลี้ยวเข้าสู่ถนน รพช. สายบ้านต้าย–ดอนส้มโฮง ถึงทางแยกบ้านโพนสว่างบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 17 จากนั้นเลี้ยวเข้าสู่ถนน รพช. สายบ้านโพนสว่าง–ภูผาเหล็กอีกประมาณ 6 กิโลเมตร ก็จะถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติภูผาเหล็ก เส้นทางเหมาะกับรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า และรถตู้หมู่คณะ ควรขับด้วยความระมัดระวังโดยเฉพาะช่วงทางขึ้นเขา ทางโค้ง และเส้นทางที่เข้าสู่จุดชมวิวบนยอดภู
 
โดยสรุป อุทยานแห่งชาติภูผาเหล็กเป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ และการเรียนรู้ที่โดดเด่นของสกลนคร ครอบคลุมพื้นที่ป่าภูเขารอยต่อ 3 จังหวัด มีจุดเด่นทั้งผาสุริยันต์ ผาดงก่อ ผาน้ำโจ้ก หอส่องดาว ลานอุษาสวรรค์ ภาพเขียนก่อนประวัติศาสตร์ผาผักหวาน สุสานไดโนเสาร์ น้ำตก ถ้ำ และเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ผู้ที่มาเยือนจะได้สัมผัสความงามของเทือกเขาภูพานในรูปแบบที่ครบทั้งวิวสูง ท้องฟ้ายามค่ำคืน ดอกไม้ป่า โบราณคดี ฟอสซิล และวิถีป่าเขา ทำให้อุทยานแห่งชาติภูผาเหล็กเป็นจุดหมายที่เหมาะกับการพักผ่อน เรียนรู้ และชมธรรมชาติอย่างลึกซึ้งในจังหวัดสกลนคร
 
ชื่อสถานที่อุทยานแห่งชาติภูผาเหล็ก
ที่ตั้งบ้านท่าวัด ตำบลปทุมวาปี อำเภอส่องดาว จังหวัดสกลนคร 47190
พิกัด17.267502, 103.4558073
พื้นที่ครอบคลุมอำเภอส่องดาว อำเภอวาริชภูมิ อำเภอนิคมน้ำอูน อำเภอกุดบาก จังหวัดสกลนคร; อำเภอวังสามหมอ จังหวัดอุดรธานี; อำเภอสมเด็จและอำเภอคำม่วง จังหวัดกาฬสินธุ์
ขนาดพื้นที่ประมาณ 261,875 ไร่ หรือประมาณ 419 ตารางกิโลเมตร
ลักษณะเด่นผืนป่าภูเขาบนเทือกเขาภูพาน มีหน้าผาสูง จุดชมวิว หอส่องดาว ลานดอกไม้ป่า ภาพเขียนก่อนประวัติศาสตร์ ฟอสซิล น้ำตก ถ้ำ และเส้นทางศึกษาธรรมชาติ
ภูเขาสำคัญภูอ่างสอ เป็นภูเขาที่สูงที่สุดในพื้นที่อุทยาน
สภาพป่าป่าเต็งรัง ป่าเบญจพรรณ ป่าดิบแล้ง ไผ่หลายชนิด และพืชสมุนไพรพื้นถิ่น
สัตว์ป่าที่พบหมูป่า เก้ง กระจง และนกหลายชนิด
การเดินทางใช้ทางหลวงหมายเลข 22 สายสกลนคร–อุดรธานี ถึงบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 95 แล้วเข้าสู่ถนน รพช. สายบ้านต้าย–ดอนส้มโฮง และสายบ้านโพนสว่าง–ภูผาเหล็กจนถึงที่ทำการอุทยาน
สถานะปัจจุบันเปิดเป็นอุทยานแห่งชาติ แหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ แหล่งดูดาว จุดชมวิว แหล่งเรียนรู้ธรรมชาติ และพื้นที่พักแรมของจังหวัดสกลนคร
วันเปิดทำการทุกวัน
เวลาเปิดทำการ08.00 – 16.30 น.
ค่าเข้าชมชาวไทย: ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท
ชาวต่างชาติ: ผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 50 บาท
ค่าธรรมเนียมยานพาหนะ: รถจักรยานยนต์ 20 บาท, รถยนต์ 4 ล้อ 30 บาท, รถยนต์ 6 ล้อ 100 บาท, รถยนต์มากกว่า 6 ล้อแต่ไม่เกิน 10 ล้อ 200 บาท
สิ่งอำนวยความสะดวกที่ทำการอุทยาน จุดบริการนักท่องเที่ยว บ้านพัก ลานกางเต็นท์ พื้นที่พักแรม เส้นทางรถยนต์ขึ้นหอส่องดาว เส้นทางเดินเท้า ห้องน้ำ จุดจอดรถ และพื้นที่พักผ่อนในเขตบริการ
โซนภายใน / พื้นที่สำคัญโซนที่ทำการอุทยานและพื้นที่บริการนักท่องเที่ยว
โซนหอส่องดาวและเส้นทางชมท้องฟ้า
โซนผาสุริยันต์ ผาดงก่อ และผาน้ำโจ้ก
โซนลานอุษาสวรรค์และลานดอกไม้ป่า
โซนภาพเขียนก่อนประวัติศาสตร์ผาผักหวาน
โซนสุสานไดโนเสาร์และฟอสซิลไม้กลายเป็นหิน
โซนน้ำตกเก้าชั้น น้ำตกแม่คำดี และน้ำตกแก่งกุลา
โซนถ้ำทองและถ้ำนกกก
โซนบ้านพัก ลานกางเต็นท์ และพื้นที่พักแรม
ผู้ดูแล / ผู้ประสานงานอุทยานแห่งชาติภูผาเหล็ก กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช; นายกิตติชัย คะอังกุ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูผาเหล็ก
เบอร์ติดต่อหลักอุทยานแห่งชาติภูผาเหล็ก โทร. 088-552-4538, 042-727-003; กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โทร. 02-562-0760
กิจกรรมที่เหมาะกับนักท่องเที่ยวชมพระอาทิตย์ขึ้น ชมวิวหน้าผา ดูดาว กางเต็นท์ เดินศึกษาธรรมชาติ ถ่ายภาพดอกไม้ป่า เที่ยวน้ำตก เที่ยวถ้ำ ศึกษาภาพเขียนก่อนประวัติศาสตร์ และเรียนรู้ฟอสซิลดึกดำบรรพ์
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. หอส่องดาว อุทยานแห่งชาติภูผาเหล็ก ประมาณ 5.5 กม. โทร. 042-727-003
2. ผาสุริยันต์ ประมาณ 6 กม. โทร. 042-727-003
3. ผาดงก่อ ประมาณ 6 กม. โทร. 042-727-003
4. ผาน้ำโจ้ก ประมาณ 6 กม. โทร. 042-727-003
5. ลานอุษาสวรรค์ ประมาณ 7 กม. โทร. 042-727-003
6. ภาพเขียนก่อนประวัติศาสตร์ผาผักหวาน บ้านภูตะคาม ประมาณ 18 กม. โทร. 042-727-003
7. วัดถ้ำอภัยดำรงธรรม / วัดถ้ำพวง ประมาณ 12 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง1. ร้านสะพานดาว อำเภอส่องดาว ประมาณ 15 กม. โทร. 083-505-4749
2. ร้านคุ้มเงิน อำเภอส่องดาว ประมาณ 16 กม.
3. บ้านสวนเศวตกมล สว่างแดนดิน ประมาณ 30 กม. โทร. 042-721-652
4. บ้านสวนพบพลอย สว่างแดนดิน ประมาณ 32 กม. โทร. 099-158-2489, 086-305-0358
5. ร้านอาหารท้องถิ่นย่านตัวอำเภอส่องดาว ประมาณ 15–20 กม.
6. ร้านอาหารและคาเฟ่ย่านสว่างแดนดิน ประมาณ 30–35 กม.
ที่พักใกล้เคียง1. บ้านพักและลานกางเต็นท์อุทยานแห่งชาติภูผาเหล็ก ประมาณ 0 กม. โทร. 088-552-4538, 042-727-003
2. ชวนธนปัญญา รีสอร์ท สว่างแดนดิน ประมาณ 30 กม. โทร. 042-737-744
3. See Stars & Forest Resort สว่างแดนดิน ประมาณ 36 กม. โทร. 042-722-188
4. ชมดาว โฮเต็ล แอนด์ รีสอร์ต สว่างแดนดิน ประมาณ 35 กม.
5. 12 ปันนารีสอร์ท เมืองสกลนคร ประมาณ 70 กม. โทร. 042-743-933, 085-741-9494
6. โรงแรมดุสิต สกลนคร ประมาณ 75 กม. โทร. 042-711-198
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: อุทยานแห่งชาติภูผาเหล็กอยู่ที่ไหน?
ตอบ: อุทยานแห่งชาติภูผาเหล็กตั้งอยู่ที่บ้านท่าวัด ตำบลปทุมวาปี อำเภอส่องดาว จังหวัดสกลนคร และมีพื้นที่ครอบคลุมบางส่วนของจังหวัดสกลนคร อุดรธานี และกาฬสินธุ์
 
ถาม: อุทยานแห่งชาติภูผาเหล็กเปิดกี่โมง?
ตอบ: เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 16.30 น. สำหรับพื้นที่ท่องเที่ยวหลักและเขตบริการนักท่องเที่ยว
 
ถาม: ค่าเข้าอุทยานแห่งชาติภูผาเหล็กเท่าไร?
ตอบ: ชาวไทยผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท ชาวต่างชาติผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 50 บาท และมีค่าธรรมเนียมยานพาหนะตามประเภทของรถ
 
ถาม: จุดท่องเที่ยวเด่นของอุทยานแห่งชาติภูผาเหล็กมีอะไรบ้าง?
ตอบ: จุดเด่น ได้แก่ หอส่องดาว ผาสุริยันต์ ผาดงก่อ ผาน้ำโจ้ก ลานอุษาสวรรค์ ภาพเขียนก่อนประวัติศาสตร์ผาผักหวาน สุสานไดโนเสาร์ น้ำตกเก้าชั้น น้ำตกแม่คำดี น้ำตกแก่งกุลา ถ้ำทอง และถ้ำนกกก
 
ถาม: หอส่องดาวภูผาเหล็กเหมาะกับกิจกรรมใด?
ตอบ: เหมาะกับการชมวิวในเวลากลางวัน ดูดาวในเวลากลางคืน กางเต็นท์ ถ่ายภาพท้องฟ้า และชมปรากฏการณ์ดาราศาสตร์ในคืนที่ท้องฟ้าเปิด
 
ถาม: ช่วงไหนเหมาะกับการเที่ยวลานอุษาสวรรค์?
ตอบ: ช่วงปลายฝนต้นหนาวเหมาะกับการชมดอกไม้ป่าบนลานอุษาสวรรค์ ส่วนฤดูหนาวเหมาะกับการดูดาว ชมวิว และกางเต็นท์พักแรม
 
ถาม: อุทยานแห่งชาติภูผาเหล็กมีที่พักหรือไม่?
ตอบ: มีบ้านพักและลานกางเต็นท์สำหรับนักท่องเที่ยวในเขตอุทยาน และมีรีสอร์ทหรือโรงแรมในอำเภอสว่างแดนดินและพื้นที่ใกล้เคียง
 
ถาม: เดินทางไปอุทยานแห่งชาติภูผาเหล็กอย่างไร?
ตอบ: จากตัวเมืองสกลนครใช้ทางหลวงหมายเลข 22 สายสกลนคร–อุดรธานี ถึงหลักกิโลเมตรที่ 95 แล้วเข้าสู่ถนนสายบ้านต้าย–ดอนส้มโฮง และบ้านโพนสว่าง–ภูผาเหล็กจนถึงที่ทำการอุทยาน

ธรรมชาติ และสัตว์ป่าหมวดหมู่: ●ธรรมชาติ และสัตว์ป่า

อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์กลุ่ม: ●อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์

ปรับปรุงล่าสุด : 3 เดือนที่แล้ว

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์ แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์(9)
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(2)
พระราชวัง พระราชวัง(1)
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(8)
พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(3)
ไร่ สวนเพื่อการศึกษา ไร่ สวนเพื่อการศึกษา(2)
วัด วัด(18)
โบสถ์ โบสถ์(2)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(4)
โครงการหลวง โครงการหลวง(3)
หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(7)
อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์(4)
ดอย และภูเขา ดอย และภูเขา(3)
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(14)
น้ำตก น้ำตก(4)
ถ้ำ ถ้ำ(4)
แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(9)
อ่าว และชายหาด อ่าว และชายหาด(1)
หมู่เกาะ หมู่เกาะ(1)
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(5)
สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ(1)
ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(4)
กิจกรรมกลางแจ้ง และผจญภัย กิจกรรมกลางแจ้ง และผจญภัย(1)
รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร(1)