หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดมุกดาหาร > 30 ที่เที่ยวมุกดาหารที่เที่ยวภาคอีสานยอดนิยม
TL;DR: 30 ที่เที่ยวมุกดาหารที่เที่ยวภาคอีสานยอดนิยม.
30 ที่เที่ยวมุกดาหารที่เที่ยวภาคอีสานยอดนิยม

30 ที่เที่ยวมุกดาหารที่เที่ยวอีสานยอดนิยม มุกดาหารเป็นจังหวัดชายแดนริมแม่น้ำโขงที่รวมเสน่ห์ของธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ ศาสนา วัฒนธรรมชาติพันธุ์ การค้าชายแดน และภูมิประเทศของแนวเทือกเขาภูพานไว้ในพื้นที่เดียว จังหวัดแห่งนี้ตั้งอยู่ตรงข้ามแขวงสะหวันนะเขตของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และมีบทบาทสำคัญในฐานะประตูเชื่อมประเทศไทยกับลาวและเวียดนามผ่านเส้นทางระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก–ตะวันตก ทำให้บรรยากาศของมุกดาหารแตกต่างจากหลายจังหวัดในภาคอีสานอย่างชัดเจน ทั้งในด้านการค้า อาหาร ภาษา วิถีชีวิต และความหลากหลายของผู้คน
แม่น้ำโขงเป็นหัวใจของภูมิทัศน์และประวัติศาสตร์มุกดาหาร เมืองสำคัญและชุมชนจำนวนมากตั้งเรียงตัวตามแนวลำน้ำ ผู้คนใช้แม่น้ำเป็นทั้งเส้นทางเดินทาง แหล่งอาหาร พื้นที่ค้าขาย และเส้นทางเชื่อมชุมชนสองฝั่งมาตั้งแต่อดีต ก่อนการสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขง การเดินทางระหว่างมุกดาหารกับฝั่งสะหวันนะเขตต้องพึ่งเรือและท่าเทียบเรือเป็นหลัก ความสัมพันธ์ดังกล่าวยังคงปรากฏผ่านตลาด ชุมชน วัด ศาลเจ้า อาหาร และวิถีชีวิตในเขตตัวเมืองจนถึงปัจจุบัน
ประวัติเมืองมุกดาหารย้อนกลับไปในช่วงปลายกรุงศรีอยุธยา เมื่อเจ้ากินรีนำผู้คนข้ามแม่น้ำโขงมาตั้งถิ่นฐานบริเวณปากห้วยมุก ก่อนพัฒนาขึ้นเป็นเมืองมุกดาหารและได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเมืองในสมัยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ต่อมาเมื่อมีการปฏิรูปการปกครองในสมัยรัชกาลที่ 5 พื้นที่มุกดาหารถูกรวมเข้ากับนครพนม ก่อนจะแยกตั้งเป็นจังหวัดมุกดาหารอย่างเป็นทางการในปี 1982 การเดินทางท่องเที่ยวในจังหวัดจึงช่วยให้เห็นทั้งมิติของเมืองชายแดนเก่าและเมืองเศรษฐกิจสมัยใหม่ที่เติบโตขึ้นจากตำแหน่งทางภูมิศาสตร์
หนึ่งในคุณลักษณะที่สำคัญที่สุดของมุกดาหารคือความหลากหลายของกลุ่มชาติพันธุ์และชุมชนลุ่มน้ำโขง จังหวัดมีทั้งชาวไทยอีสาน ไทยญ้อ ผู้ไท กะโซ่ กะเลิง ข่า และชุมชนเชื้อสายเวียดนามกับจีนซึ่งเข้ามาตั้งถิ่นฐานในช่วงต่าง ๆ ความหลากหลายนี้สะท้อนผ่านภาษา การแต่งกาย อาหาร งานบุญ ดนตรีพื้นบ้าน งานทอผ้า และพิธีกรรม จนกลายเป็นพื้นฐานของคำขวัญจังหวัดที่กล่าวถึง “วัฒนธรรมไทยแปดเผ่า”
ด้านธรรมชาติ มุกดาหารไม่ได้มีเพียงวิวแม่น้ำโขง แต่ยังมีแนวภูเขาหินทราย ป่าเต็งรัง ป่าเบญจพรรณ ลานหิน หน้าผา ถ้ำ น้ำตก และพื้นที่ต้นน้ำบนแนวเทือกเขาภูพาน แหล่งท่องเที่ยวอย่างอุทยานแห่งชาติภูผาเทิบมีชื่อเสียงจากกลุ่มหินรูปร่างแปลกและลานหินกว้าง ส่วนอุทยานแห่งชาติภูสระดอกบัวมีทั้งลานหิน แอ่งน้ำบนยอดภู ภาพเขียนสีก่อนประวัติศาสตร์ และป่าเต็งรังแคระ ขณะที่วนอุทยานภูหมูเปิดมุมมองของเทือกเขา อ่างเก็บน้ำ และผืนป่าของนิคมคำสร้อย
หากต้องการสัมผัสวิถีริมแม่น้ำโขง ควรจัดเส้นทางในอำเภอเมืองมุกดาหารและอำเภอหว้านใหญ่ ตลาดอินโดจีนเป็นจุดเริ่มต้นที่ช่วยให้เข้าใจบทบาทของการค้าชายแดน ก่อนเดินต่อไปยังศาลเจ้าและวัดเก่าในย่านริมโขง จากนั้นสามารถขับรถขึ้นไปทางหว้านใหญ่เพื่อเที่ยววัดสองคอน แก่งกะเบา วัดมโนภิรมย์ และแหล่งท่องเที่ยวที่เชื่อมโยงกับชุมชนริมแม่น้ำโขงอีกหลายแห่ง
สำหรับสายธรรมชาติ เส้นทางนิคมคำสร้อย–ดอนตาล–ดงหลวง–คำชะอีเหมาะกับการเดินทางหลายวัน เพราะมีทั้งอ่างเก็บน้ำ ภูเขา น้ำตก ป่าอนุรักษ์ และอุทยานแห่งชาติ หากเดินทางในฤดูฝนควรตรวจสถานะเส้นทางและประกาศของหน่วยงานดูแลพื้นที่ก่อนทุกครั้ง เนื่องจากน้ำตก เส้นทางป่า และพื้นที่อนุรักษ์บางแห่งมีการปิดฟื้นฟูตามฤดูกาลหรือจำกัดการเข้าถึงเพื่อความปลอดภัย
อาหารของมุกดาหารสะท้อนความเป็นเมืองชายแดนอย่างชัดเจน นอกจากอาหารอีสานอย่างส้มตำ ลาบ น้ำตก แกงอ่อม และข้าวเหนียวแล้ว ยังมีอาหารที่ได้รับอิทธิพลจากชุมชนเวียดนาม เช่น ข้าวเปียกเส้น กวยจั๊บญวน หมูยอ และอาหารเช้าแบบเวียดนาม ส่วนเมนูจากแม่น้ำโขงมีทั้งปลาโจก ปลาเนื้ออ่อน และปลาน้ำจืดชนิดต่าง ๆ ที่นำมาทำต้มยำ ต้มส้ม ทอด หรือปรุงตามสูตรพื้นบ้าน
การวางแผนเที่ยวมุกดาหารควรแบ่งเป็นโซน โซนตัวเมืองและริมโขง เหมาะกับตลาดอินโดจีน หอแก้วมุกดาหาร สะพานมิตรภาพไทย–ลาว แห่งที่ 2 ศาลเจ้าแม่สองนางพี่น้อง และตลาดราตรี, โซนหว้านใหญ่ เหมาะกับแก่งกะเบา วัดสองคอน วัดมโนภิรมย์ และวัดพระศรีมหาโพธิ์, โซนนิคมคำสร้อย มีวนอุทยานภูหมู อ่างเก็บน้ำห้วยขี้เหล็ก และวัดภูด่านแต้, โซนดอนตาล มีภูสระดอกบัว กลองมโหระทึก และแหล่งเรียนรู้ธรรมชาติ, ส่วน โซนคำชะอี–ดงหลวง–หนองสูง เหมาะกับภูเขา น้ำตก ป่าอนุรักษ์ และชุมชนวัฒนธรรม
ผู้ที่มีเวลา 1 วันสามารถเที่ยวตัวเมืองและริมโขง โดยเริ่มจากตลาดอินโดจีน หอแก้วมุกดาหาร ศาลเจ้าแม่สองนางพี่น้อง และปิดวันด้วยบรรยากาศริมแม่น้ำโขง หากมีเวลา 2–3 วันควรเพิ่มแก่งกะเบา วัดสองคอน ภูผาเทิบ และนิคมคำสร้อย ส่วนทริป 4–5 วันจะเหมาะกับการเพิ่มภูสระดอกบัว ดงหลวง คำชะอี หนองสูง และเส้นทางชุมชน ทำให้เห็นมุกดาหารครบทั้งเมืองชายแดน ศาสนา ธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ และวิถีชีวิต

1. ตลาดอินโดจีน ตั้งอยู่บนถนนสำราญชายโขง ตำบลศรีบุญเรือง อำเภอเมืองมุกดาหาร เป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กสำคัญที่สะท้อนตัวตนของมุกดาหารในฐานะเมืองการค้าชายแดนได้ชัดเจนที่สุด ตลาดอยู่ติดแนวแม่น้ำโขงและใกล้พื้นที่เมืองเก่า ทำให้สามารถเดินเที่ยวตลาด ไหว้พระ ชมศาลเจ้า และเดินเล่นริมแม่น้ำได้ภายในเส้นทางเดียว
ไฮไลต์: ตลาดการค้าชายแดน สินค้าจากไทย ลาว เวียดนาม และจีน ผ้าทอ ของฝาก อาหารท้องถิ่น พื้นที่ตลาดชั้นใต้ดิน ถนนสำราญชายโขง และบรรยากาศเมืองชายแดนที่เชื่อมโยงกับนครไกสอน พมวิหาน ฝั่งลาว
ประวัติของตลาดสัมพันธ์โดยตรงกับการค้าข้ามแม่น้ำโขง ก่อนมีสะพานมิตรภาพไทย–ลาว แห่งที่ 2 ผู้คนและสินค้าจำนวนมากเดินทางระหว่างมุกดาหารกับสะหวันนะเขตโดยเรือ พื้นที่ใกล้ท่าน้ำจึงกลายเป็นจุดรวมสินค้าและการแลกเปลี่ยนของผู้คนจากหลายชุมชน ตลาดค่อย ๆ เติบโตตามบทบาทของมุกดาหารในฐานะศูนย์กลางการค้าชายแดน
สินค้าที่พบมีตั้งแต่เสื้อผ้า ผ้าพื้นเมือง ผ้ามัดหมี่ กระเป๋า ของใช้ในครัวเรือน อาหารแห้ง ของฝาก ไปจนถึงสินค้านำเข้าหลายประเภท นักท่องเที่ยวควรตรวจคุณภาพ แหล่งผลิต ฉลาก วันหมดอายุ และเงื่อนไขรับประกันก่อนซื้อ โดยเฉพาะอาหารแปรรูป เครื่องใช้ไฟฟ้า และสินค้าที่ไม่มีฉลากภาษาไทย
ในช่วงหลังพื้นที่ตลาดได้รับการปรับปรุงและจัดระเบียบใหม่ ร้านค้าบางส่วนย้ายเข้าสู่พื้นที่อาคารและชั้นใต้ดิน ทำให้ผู้ที่เคยมาเมื่อหลายปีก่อนอาจพบสภาพตลาดต่างจากภาพรีวิวเก่า การเดินสำรวจควรลงไปดูพื้นที่ร้านค้าด้านล่าง ไม่ควรตัดสินว่าตลาดเงียบเพียงจากร้านค้าบริเวณริมถนนด้านบน
ตลาดอินโดจีนเหมาะกับนักท่องเที่ยวทุกวัย โดยเฉพาะผู้ที่สนใจวิถีการค้าชายแดน ของฝาก อาหาร และวัฒนธรรมลุ่มน้ำโขง สามารถจัดเที่ยวร่วมกับวัดยอดแก้วศรีวิชัย ศาลเจ้าแม่สองนางพี่น้อง ตลาดราตรี และพื้นที่ริมแม่น้ำโขงในเขตเมืองได้โดยไม่ต้องเดินทางไกล
การเดินทาง: ตั้งอยู่ถนนสำราญชายโขง ตำบลศรีบุญเรือง อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร 49000 บริเวณหน้าวัดศรีมงคลใต้ เปิดทุกวัน เวลา 08.00–17.00 น. ร้านค้าแต่ละร้านอาจเปิดและปิดต่างเวลากัน โดยช่วงประมาณ 09.00–15.00 น. เหมาะกับการเดินเลือกซื้อสินค้ามากที่สุด
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=16.540753,104.732169&travelmode=driving

2. แก่งกะเบา ตั้งอยู่บ้านนาแกน้อย ตำบลป่งขาม อำเภอหว้านใหญ่ เป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวริมแม่น้ำโขงที่มีชื่อเสียงที่สุดของมุกดาหาร จุดเด่นอยู่ที่แนวหินและลานหินริมแม่น้ำ ซึ่งจะปรากฏชัดในฤดูแล้งเมื่อระดับน้ำลดลงจนเห็นเกาะแก่งและหาดทรายกลางลำน้ำ
ไฮไลต์: แนวแก่งหินริมแม่น้ำโขง พญาศรีภุชงค์มุกดานาคราชสีขาว ลานนักษัตร 12 ราศี ลานวัฒนธรรม 8 ชนเผ่า วิวเมืองไชยบุรีฝั่งลาว และอาหารขึ้นชื่อโดยเฉพาะหมูหันแก่งกะเบา
แก่งกะเบาเป็นสถานที่ที่ทำให้เห็นการเปลี่ยนแปลงของแม่น้ำโขงตามฤดูกาลได้ชัดเจน ช่วงน้ำมากแก่งหินจำนวนหนึ่งจะจมหายอยู่ใต้ผิวน้ำ แต่เมื่อเข้าสู่ฤดูแล้ง ระดับน้ำลดลงและเผยลานหิน หาดทราย และเกาะแก่งออกมา ทำให้ภูมิทัศน์เปลี่ยนไปอย่างเด่นชัดและเหมาะกับการเดินชมวิว
พื้นที่ได้รับการพัฒนาให้เป็นสวนสาธารณะและจุดพักผ่อน มีทางเดินริมแม่น้ำ ลานกิจกรรม จุดถ่ายภาพ และงานประติมากรรมพญานาคขนาดใหญ่ที่กลายเป็นสัญลักษณ์ของแก่งกะเบา การออกแบบพื้นที่ผสมผสานธรรมชาติริมโขงกับความเชื่อเรื่องพญานาคและวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ในจังหวัด
ด้านอาหาร หมูหันเป็นเมนูที่สร้างชื่อให้แก่งกะเบามายาวนาน ร้านอาหารบริเวณพื้นที่ท่องเที่ยวมีทั้งอาหารอีสาน ปลาแม่น้ำโขง และเมนูท้องถิ่น เหมาะกับการวางแผนมาเที่ยวช่วงกลางวันแล้วรับประทานอาหารก่อนเดินชมริมแม่น้ำในช่วงบ่าย
ช่วงเช้าหรือเย็นเหมาะกับการถ่ายภาพมากที่สุดเพราะอากาศไม่ร้อนเกินไปและได้แสงสวยเหนือแม่น้ำโขง ผู้มาเยือนควรระมัดระวังพื้นหินที่ลื่นเมื่อเปียกน้ำ และไม่ควรลงไปในบริเวณกระแสน้ำแรงหรือพื้นที่ที่ไม่ได้จัดไว้สำหรับการเดิน
การเดินทาง: ตั้งอยู่บ้านนาแกน้อย ตำบลป่งขาม อำเภอหว้านใหญ่ จังหวัดมุกดาหาร ห่างจากตัวเมืองประมาณ 35 กิโลเมตร เปิดทุกวันตลอดวัน โดยแนะนำให้เข้าชมระหว่าง 06.00–18.00 น.
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=16.805075,104.732897&travelmode=driving

3. หอแก้วมุกดาหารเฉลิมพระเกียรติฯ ตั้งอยู่ตำบลศรีบุญเรือง อำเภอเมืองมุกดาหาร เป็นแลนด์มาร์กสำคัญของจังหวัดและจุดชมวิวที่ช่วยให้มองเห็นโครงสร้างของเมืองมุกดาหาร แม่น้ำโขง และพื้นที่ฝั่งสะหวันนะเขตจากมุมสูง
ไฮไลต์: หอคอยสูง 65.50 เมตร จุดชมวิวเมืองแบบพาโนรามา นิทรรศการเกี่ยวกับจังหวัดและวัฒนธรรมชาติพันธุ์ พระพุทธนวมิ่งมงคลมุกดาหาร และลูกแก้วมุกดาหารภายในส่วนยอด
หอแก้วมุกดาหารสร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ในโอกาสทรงครองราชย์ครบ 50 ปี ตัวอาคารมีรูปทรงกระบอกสูงเด่นและได้รับการออกแบบให้เป็นทั้งจุดชมวิว พิพิธภัณฑ์ และพื้นที่เรียนรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์กับวัฒนธรรมของจังหวัด
ภายในอาคารมีพื้นที่จัดแสดงเกี่ยวกับมุกดาหารและวิถีชีวิตของประชาชนหลายกลุ่มชาติพันธุ์ ช่วยให้ผู้มาเยือนเข้าใจจังหวัดก่อนออกไปเที่ยวพื้นที่จริงได้ดีขึ้น จึงเหมาะกับการใช้เป็นสถานที่แรก ๆ ของทริป โดยเฉพาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ไม่เคยมามุกดาหารมาก่อน
จากบริเวณชมวิวชั้นบนสามารถมองเห็นตัวเมือง แนวถนนสำคัญ ชุมชนริมแม่น้ำโขง และพื้นที่ฝั่งลาวได้ในวันที่อากาศเปิด มุมมองจากด้านบนช่วยให้เห็นว่ามุกดาหารพัฒนาขึ้นตามแนวแม่น้ำอย่างไร และสะพานข้ามแม่น้ำมีบทบาทต่อการเชื่อมเมืองสองฝั่งมากเพียงใด
สถานที่เหมาะกับครอบครัว เด็ก นักเรียน ผู้สูงอายุ และผู้ที่ต้องการถ่ายภาพเมืองจากมุมสูง สามารถจัดเที่ยวร่วมกับตลาดอินโดจีน ศาลเจ้าแม่สองนางพี่น้อง และพื้นที่ริมแม่น้ำโขงในตัวเมือง
การเดินทาง: ตั้งอยู่ตำบลศรีบุญเรือง อำเภอเมืองมุกดาหาร บนเส้นทางมุกดาหาร–ดอนตาล ห่างจากตัวเมืองประมาณ 2 กิโลเมตร เปิดทุกวัน เวลา 08.00–18.00 น.
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=16.526141,104.732625&travelmode=driving

4. สะพานมิตรภาพไทย–ลาว แห่งที่ 2 เชื่อมจังหวัดมุกดาหารกับแขวงสะหวันนะเขตของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่มีความสำคัญต่อการค้า การท่องเที่ยว การขนส่ง และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญที่สุดของมุกดาหารในฐานะ “ประตูสู่อินโดจีน”
ไฮไลต์: สะพานข้ามแม่น้ำโขง เส้นทางเชื่อมมุกดาหาร–สะหวันนะเขต จุดสำคัญของ East-West Economic Corridor การเดินทางข้ามแดน และวิวแม่น้ำโขงกับพื้นที่ชายแดนไทย–ลาว
สะพานเชื่อมฝั่งไทยที่บ้านสงเปือย ตำบลบางทรายใหญ่ อำเภอเมืองมุกดาหาร กับฝั่งลาวที่บ้านนาแก เมืองไกสอน พมวิหาน แขวงสะหวันนะเขต การเปิดสะพานช่วยเปลี่ยนรูปแบบการเดินทางและการค้าจากการพึ่งเรือเป็นการขนส่งทางถนนที่สะดวกและรองรับปริมาณสินค้าได้มากขึ้น
ความสำคัญของสะพานไม่ได้จำกัดอยู่เพียงไทยกับลาว แต่เป็นส่วนหนึ่งของระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก–ตะวันตกที่เชื่อมเส้นทางจากเวียดนามผ่านลาวเข้าสู่ไทย และต่อไปยังเมียนมา ทำให้มุกดาหารมีบทบาทด้านโลจิสติกส์และการท่องเที่ยวระหว่างประเทศเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน
สำหรับนักท่องเที่ยว สะพานเป็นทั้งแลนด์มาร์กและจุดเริ่มต้นของการเดินทางข้ามแดนไปสะหวันนะเขต ผู้ที่จะเดินทางระหว่างประเทศควรตรวจหนังสือเดินทาง เอกสารรถยนต์ เงื่อนไขวีซ่าหรือการอนุญาตเข้าเมือง และเวลาให้บริการของด่านก่อนออกเดินทางทุกครั้ง
ผู้ที่ไม่ได้เดินทางข้ามแดนสามารถแวะชมบรรยากาศบริเวณฝั่งไทยและเรียนรู้บทบาทของมุกดาหารในเครือข่ายการคมนาคมลุ่มน้ำโขงได้ แต่ควรใช้พื้นที่ที่อนุญาตและไม่หยุดรถหรือเดินในบริเวณสะพานที่เป็นเขตควบคุมการจราจร
การเดินทาง: ฝั่งไทยตั้งอยู่บ้านสงเปือย ตำบลบางทรายใหญ่ อำเภอเมืองมุกดาหาร เชื่อมกับบ้านนาแก เมืองไกสอน พมวิหาน แขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว ด่านผ่านแดนเปิดทุกวัน เวลา 06.00–22.00 น.
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=16.600456,104.740077&travelmode=driving

5. อุทยานแห่งชาติภูผาเทิบ เป็นอุทยานแห่งชาติที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของจังหวัดมุกดาหาร ครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของอำเภอเมืองมุกดาหารและอำเภอดอนตาล จุดเด่นคือภูเขาหินทราย กลุ่มหินขนาดใหญ่ที่เกิดจากการกัดกร่อนตามธรรมชาติ ลานหิน ป่าไม้ พืชตามฤดูกาล และเส้นทางศึกษาธรรมชาติที่อยู่ไม่ไกลจากตัวเมือง
ไฮไลต์: กลุ่มหินเทิบรูปร่างแปลก ลานมุจลินท์ ภูถ้ำพระ ลานดอกไม้ป่า หน้าผา เส้นทางศึกษาธรรมชาติ และภูมิประเทศหินทรายของแนวเทือกเขาภูพาน
อุทยานแห่งชาติภูผาเทิบมีชื่อเดิมว่าอุทยานแห่งชาติมุกดาหาร และได้รับการประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติในปี 1988 ต่อมามีการเปลี่ยนชื่อเพื่อสะท้อนเอกลักษณ์ของกลุ่มหินเทิบ ซึ่งเป็นจุดเด่นที่ทำให้พื้นที่แห่งนี้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย
ลักษณะภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นภูเขาหินทรายต่อเนื่องกัน ความแตกต่างของความแข็งของชั้นหินและกระบวนการผุพังตามธรรมชาติทำให้เกิดก้อนหินขนาดใหญ่ซ้อนกันในรูปแบบที่ดูคล้ายเห็ด เพิงหิน หรือสิ่งก่อสร้างตามจินตนาการ กลุ่มหินเหล่านี้สามารถชมได้ในเส้นทางไม่ไกลจากบริเวณที่ทำการอุทยาน
ในบางช่วงของปี ลานหินและพื้นที่ป่าจะมีดอกไม้ป่าขนาดเล็กขึ้นตามร่องหินและพื้นที่ชื้น เพิ่มสีสันให้ภูมิประเทศที่ดูแห้งแข็งของหินทราย นักท่องเที่ยวควรเดินตามเส้นทางที่กำหนด ไม่เหยียบพืชบนลานหิน และไม่ปีนก้อนหินในจุดที่มีป้ายห้ามหรือเสี่ยงต่อการตก
อุทยานเหมาะกับครอบครัว นักเรียน นักถ่ายภาพ ผู้สนใจธรณีวิทยา และนักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินธรรมชาติแบบไม่ไกลจากตัวเมือง เส้นทางบางส่วน น้ำตก ถ้ำ และพื้นที่ธรรมชาติอาจปรับการเปิดตามฝน สภาพอากาศ และมาตรการความปลอดภัย จึงควรตรวจประกาศก่อนเดินทาง
การเดินทาง: ตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลนาสีนวน อำเภอเมืองมุกดาหาร และพื้นที่ต่อเนื่องของอำเภอดอนตาล เปิดทุกวัน โดยศูนย์บริการและพื้นที่หลักเปิดประมาณ 07.30–17.30 น. ส่วนเส้นทางธรรมชาติและจุดท่องเที่ยวบางแห่งอาจมีข้อจำกัดตามฤดูกาล
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=16.434703,104.805554&travelmode=driving

6. อุทยานแห่งชาติภูสระดอกบัว เป็นพื้นที่อนุรักษ์ขนาดใหญ่บริเวณรอยต่อจังหวัดมุกดาหาร ยโสธร และอำนาจเจริญ โดยพื้นที่ฝั่งมุกดาหารครอบคลุมบางส่วนของอำเภอนิคมคำสร้อยและอำเภอดอนตาล จุดเด่นของอุทยานคือภูเขาหินทราย ลานหิน ป่าเต็งรัง ภาพเขียนสีก่อนประวัติศาสตร์ และแอ่งน้ำบนยอดภูที่มีบัวขึ้นตามธรรมชาติ
ไฮไลต์: ภูสระดอกบัว ภูผาแต้มและภาพเขียนสีก่อนประวัติศาสตร์ ภูวัด ภูผาหอม ภูหมู ลานหิน ป่าเต็งรังแคระ และจุดชมพระอาทิตย์ตก
ชื่อภูสระดอกบัวมาจากแอ่งหินธรรมชาติบนพื้นที่สูงที่มีน้ำขังและมีบัวขึ้น ทำให้พื้นที่มีลักษณะโดดเด่นแตกต่างจากภูเขาหินทรายทั่วไป ในฤดูฝนและช่วงที่มีความชุ่มชื้น แอ่งน้ำและพืชบนลานหินจะช่วยให้ภูมิทัศน์มีสีสันมากขึ้น
ภูผาแต้มเป็นพื้นที่สำคัญด้านโบราณคดี เพราะพบภาพเขียนสีและรอยฝ่ามือของมนุษย์ก่อนประวัติศาสตร์ สิ่งเหล่านี้ช่วยยืนยันว่าพื้นที่แนวภูพานมีมนุษย์เข้ามาใช้ประโยชน์และอยู่อาศัยมาตั้งแต่ก่อนการเกิดชุมชนสมัยประวัติศาสตร์
อุทยานมีจุดท่องเที่ยวหลายแห่งกระจายอยู่ห่างกัน การเดินทางจึงควรวางแผนล่วงหน้า และบางเส้นทางจำเป็นต้องประสานเจ้าหน้าที่ โดยเฉพาะการเดินป่าระยะไกล การพักค้างแรม หรือการเข้าพื้นที่ที่มีความเสี่ยงจากฝนและน้ำป่า
สถานที่เหมาะกับสายธรรมชาติ นักเดินป่า นักธรณีวิทยา นักประวัติศาสตร์ และผู้ที่ต้องการเที่ยวพื้นที่สงบห่างจากเมือง ควรเตรียมน้ำดื่ม รองเท้าที่เกาะพื้นได้ดี อุปกรณ์กันแดด และตรวจพยากรณ์อากาศก่อนเข้าพื้นที่
การเดินทาง: พื้นที่อุทยานครอบคลุมแนวรอยต่อจังหวัดมุกดาหาร ยโสธร และอำนาจเจริญ โดยพื้นที่ฝั่งมุกดาหารมีจุดสำคัญในอำเภอนิคมคำสร้อยและอำเภอดอนตาล เปิดทุกวัน โดยศูนย์บริการนักท่องเที่ยวเปิดประมาณ 08.30–16.30 น. เส้นทางบางแห่งอาจปิดชั่วคราวตามฤดูกาลและสภาพอากาศ
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=16.126537,104.747420&travelmode=driving

7. วัดสองคอน ตั้งอยู่บ้านสองคอน ตำบลป่งขาม อำเภอหว้านใหญ่ เป็นศาสนสถานสำคัญของคริสต์ศาสนานิกายโรมันคาทอลิก และเป็นสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับบุญราศีมรณสักขีแห่งประเทศไทย ผู้เสียชีวิตจากการยืนยันความเชื่อในช่วงเหตุการณ์ความขัดแย้งทางศาสนาในปี 1940
ไฮไลต์: สักการสถานพระมารดาแห่งมรณสักขีประเทศไทย เรื่องราวของบุญราศีมรณสักขีทั้ง 7 สถาปัตยกรรมสมัยใหม่อันสงบงาม พื้นที่ริมแม่น้ำโขง และประวัติศาสตร์คริสต์ศาสนาในภาคอีสาน
วัดสองคอนมีความสำคัญแตกต่างจากวัดพุทธส่วนใหญ่ในจังหวัด เพราะเป็นจุดศูนย์กลางทางความเชื่อของชุมชนคาทอลิกในลุ่มน้ำโขง เรื่องราวของผู้เสียชีวิตทั้ง 7 คนสะท้อนช่วงเวลาที่ความเชื่อทางศาสนาและสถานการณ์การเมืองระหว่างประเทศเข้ามากระทบชีวิตของชุมชนชายแดนอย่างรุนแรง
พื้นที่สักการสถานได้รับการออกแบบให้มีบรรยากาศสงบและเหมาะกับการระลึกถึงผู้เสียสละ รูปแบบสถาปัตยกรรมร่วมสมัยต่างจากโบสถ์คริสต์แบบยุโรปทั่วไป ทำให้สถานที่มีเอกลักษณ์ทั้งในเชิงศาสนาและสถาปัตยกรรม
การมาเยือนวัดสองคอนควรใช้เวลาอ่านประวัติของมรณสักขีและทำความเข้าใจบริบททางสังคมของชุมชนมากกว่าการมาถ่ายภาพเพียงอย่างเดียว ผู้ที่ไม่ได้เป็นคริสต์ศาสนิกชนสามารถเข้าชมได้ แต่ควรรักษาความสงบ แต่งกายสุภาพ และเคารพกิจกรรมทางศาสนาที่กำลังดำเนินอยู่
วัดสองคอนอยู่บนเส้นทางเดียวกับแก่งกะเบาและแหล่งท่องเที่ยวในอำเภอหว้านใหญ่ จึงเหมาะกับการจัดเป็นเส้นทางศาสนา–วัฒนธรรม–แม่น้ำโขงภายใน 1 วัน
การเดินทาง: ตั้งอยู่บ้านสองคอน ตำบลป่งขาม อำเภอหว้านใหญ่ จังหวัดมุกดาหาร พื้นที่สักการสถานเปิดทุกวันประมาณ 06.00–17.00 น. ส่วนอาคารและกิจกรรมภายในควรตรวจเวลาพิธีหรือสอบถามสถานที่ก่อนเข้าชม
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=16.775006,104.738212&travelmode=driving

8. วนอุทยานภูหมู ตั้งอยู่บริเวณบ้านด่านมน ตำบลนิคมคำสร้อย อำเภอนิคมคำสร้อย ปัจจุบันพื้นที่อยู่ภายใต้การดูแลที่เชื่อมโยงกับอุทยานแห่งชาติภูสระดอกบัว เป็นจุดหมายสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสป่า ภูเขา จุดชมวิว และบรรยากาศสงบกว่าพื้นที่ท่องเที่ยวหลักของตัวเมือง
ไฮไลต์: จุดชมวิวหลายทิศ ผาระเบียงตะวัน เส้นทางผาพบรัก–ผาสองตะวัน วิวอ่างเก็บน้ำ ป่าเขาภูพาน บรรยากาศพระอาทิตย์ขึ้น–ตก และร่องรอยทางประวัติศาสตร์จากสถานีสื่อสารในอดีต
ภูหมูมีภูมิประเทศเป็นภูเขาหินทรายและป่าธรรมชาติ เมื่อขึ้นสู่พื้นที่สูงสามารถมองเห็นภูเขาและพื้นที่ราบโดยรอบได้หลายทิศ ในบางฤดูกาลและสภาพอากาศที่เหมาะสมอาจพบหมอกบางเหนือพื้นที่ต่ำหรืออ่างเก็บน้ำช่วงเช้า
พื้นที่ยังมีเรื่องราวด้านประวัติศาสตร์จากช่วงสงครามอินโดจีนและการใช้พื้นที่สูงสำหรับการสื่อสาร ทำให้ภูหมูไม่ได้มีเพียงมิติของจุดชมวิว แต่ช่วยให้เห็นความสำคัญทางยุทธศาสตร์ของภูเขาในจังหวัดชายแดนด้วย
เส้นทางขึ้นภูและเส้นทางเดินธรรมชาติบางช่วงต้องใช้ความระมัดระวัง โดยเฉพาะหลังฝนตก ผู้เดินทางควรใช้รถและรองเท้าที่เหมาะสม ตรวจสภาพถนนก่อนขึ้นพื้นที่ และลงจากภูตามเวลาที่เจ้าหน้าที่กำหนด
วนอุทยานภูหมูเหมาะกับนักถ่ายภาพ นักเดินป่า คู่รัก กลุ่มเพื่อน และผู้ที่ชอบบรรยากาศภูเขาสงบ สามารถเที่ยวร่วมกับอ่างเก็บน้ำชลประทานห้วยขี้เหล็กและวัดภูด่านแต้ในอำเภอนิคมคำสร้อยได้
การเดินทาง: ตั้งอยู่บริเวณบ้านด่านมน ตำบลนิคมคำสร้อย อำเภอนิคมคำสร้อย จังหวัดมุกดาหาร เปิดทุกวันในช่วงที่ไม่มีประกาศปิดเส้นทางหรือฟื้นฟูธรรมชาติ เวลาโดยทั่วไป 06.00–18.00 น. ผู้เดินทางแบบไปเช้าเย็นกลับควรลงจากภูให้ทันก่อนปิดทาง
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=16.319953,104.554785&travelmode=driving

9. ศาลเจ้าแม่สองนางพี่น้อง ตั้งอยู่ริมถนนสำราญชายโขงในเขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร เป็นศาลศักดิ์สิทธิ์ที่มีความสัมพันธ์กับประวัติเมือง ความเชื่อของชุมชน และวิถีชีวิตริมแม่น้ำโขงมาอย่างยาวนาน
ไฮไลต์: รูปเคารพเจ้าแม่สองนางพี่น้อง ศาลริมแม่น้ำโขง สถาปัตยกรรมที่ผสมองค์ประกอบไทย–จีน เครื่องสักการะ และความเชื่อเรื่องการคุ้มครองเมืองกับผู้เดินทางทางน้ำ
มุกดาหารเป็นเมืองที่ผู้คนหลายเชื้อชาติและหลายความเชื่อเข้ามาติดต่อค้าขายและตั้งถิ่นฐาน ศาลเจ้าแม่สองนางพี่น้องจึงสะท้อนการผสมผสานทางวัฒนธรรมได้อย่างชัดเจน ทั้งรูปแบบอาคาร สีสัน เครื่องบูชา และธรรมเนียมการสักการะ
ชาวเมืองและผู้ประกอบการจำนวนมากนิยมมากราบไหว้เพื่อขอความเป็นสิริมงคล ความปลอดภัย และความราบรื่นในการดำเนินชีวิต ความเชื่อดังกล่าวมีความสัมพันธ์กับอดีตของเมืองที่ผู้คนต้องเดินทางและขนส่งสินค้าผ่านแม่น้ำโขงอยู่เป็นประจำ
ศาลตั้งอยู่ใกล้ตลาดอินโดจีนและสถานที่สำคัญริมแม่น้ำ ทำให้เหมาะกับการเดินเที่ยวเป็นกลุ่มเดียวกัน นักท่องเที่ยวสามารถใช้เวลาไหว้เจ้าแม่ จากนั้นเดินชมตลาดและบรรยากาศริมโขงต่อได้โดยไม่ต้องขับรถย้ายหลายครั้ง
ผู้มาเยือนควรแต่งกายสุภาพ รักษาความสงบ ไม่ขวางผู้ที่กำลังประกอบพิธี และใช้ธูปหรือเครื่องสักการะตามข้อกำหนดของศาลเพื่อความปลอดภัย
การเดินทาง: ตั้งอยู่ถนนสำราญชายโขงใต้ ริมแม่น้ำโขง เขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร อำเภอเมืองมุกดาหาร เดินทางสะดวกจากตลาดอินโดจีนและย่านเมืองเก่า
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=16.544151,104.731441&travelmode=driving

10. กลองมโหระทึก เป็นโบราณวัตถุสำริดสำคัญของจังหวัดมุกดาหาร ปัจจุบันเก็บรักษาอยู่ที่วัดมัชฌิมาวาสหรือวัดกลาง ตำบลดอนตาล อำเภอดอนตาล กลองมีขนาดใหญ่และมีลวดลายที่เชื่อมโยงกับความเชื่อเรื่องดวงอาทิตย์ ฝน ความอุดมสมบูรณ์ และพิธีกรรมของชุมชนโบราณ
ไฮไลต์: กลองสำริดหน้าเดียว เส้นผ่านศูนย์กลางหน้ากลองประมาณ 86 เซนติเมตร ลายดวงอาทิตย์ 14 แฉก รูปกบ 4 ตัวบริเวณขอบกลอง และคุณค่าด้านโบราณคดีที่เชื่อมโยงกับวัฒนธรรมกลองสำริดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
กลองถูกค้นพบในปี 1938 บริเวณริมตลิ่งแม่น้ำโขงฝั่งลาวตรงข้ามพื้นที่ดอนตาล ก่อนจะถูกนำมาเก็บรักษาในวัดของชุมชนและย้ายมาที่วัดมัชฌิมาวาสในเวลาต่อมา เรื่องราวการค้นพบทำให้กลองกลายเป็นโบราณวัตถุที่เชื่อมความทรงจำของชุมชนสองฝั่งแม่น้ำโขงเข้าด้วยกัน
ลายดวงอาทิตย์ตรงกลางหน้ากลองและรูปกบบนขอบกลองเป็นองค์ประกอบที่ควรสังเกตเป็นพิเศษ ดวงอาทิตย์สัมพันธ์กับแสง ฤดูกาล และระบบเวลาของชุมชนเกษตร ส่วนกบเชื่อมโยงกับฝน น้ำ และความอุดมสมบูรณ์ ความหมายเหล่านี้สะท้อนว่ากลองไม่ได้เป็นเพียงเครื่องดนตรี แต่มีบทบาทในพิธีกรรมและระบบความเชื่อ
กลองสำริดประเภทนี้พบกระจายในหลายพื้นที่ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และมีความสัมพันธ์กับวัฒนธรรมดองซอน การหล่อกลองขนาดใหญ่ต้องอาศัยความรู้ด้านโลหะ วัตถุดิบ และแรงงานจำนวนมาก จึงเป็นหลักฐานที่แสดงถึงความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและโครงสร้างสังคมของผู้คนในอดีต
ภายในวัดมัชฌิมาวาสยังมีสิมและอาคารเก่าที่น่าสนใจ ผู้มาเยือนจึงสามารถเรียนรู้ทั้งโบราณวัตถุและพัฒนาการของชุมชนดอนตาลในสถานที่เดียว เหมาะกับนักเรียน นักโบราณคดี นักประวัติศาสตร์ และผู้สนใจวัฒนธรรมลุ่มน้ำโขง
การเดินทาง: กลองมโหระทึกเก็บรักษาอยู่ที่วัดมัชฌิมาวาส หรือวัดกลาง ตำบลดอนตาล อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร เปิดทุกวัน เวลา 08.00–17.00 น.
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=16.315330,104.926930&travelmode=driving

11. หมู่บ้านท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม หรือชุมชนท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมบ้านภู ตั้งอยู่หมู่ 1 และหมู่ 2 ตำบลบ้านเป้า อำเภอหนองสูง เป็นชุมชนชาวผู้ไทที่โดดเด่นด้านการรักษาภาษา การแต่งกาย งานทอผ้า อาหาร พิธีกรรม และวิถีเกษตรไว้พร้อมกับการพัฒนาการท่องเที่ยวโดยชุมชน ทำให้นักท่องเที่ยวไม่ได้มาเพียงชมสถานที่ แต่สามารถเรียนรู้วัฒนธรรมผ่านการพบปะและทำกิจกรรมร่วมกับคนในหมู่บ้านจริง
ไฮไลต์: วัฒนธรรมผู้ไท พิธีบายศรีสู่ขวัญ อาหารพาแลง การฟ้อนผู้ไท ผ้าทอพื้นเมือง การย้อมสีธรรมชาติ โฮมสเตย์ ศูนย์เรียนรู้ชุมชน วัดศรีนันทาราม และบรรยากาศหมู่บ้านที่โอบล้อมด้วยพื้นที่เกษตรกับภูเขา
ชื่อชุมชนที่ถูกต้องคือ “บ้านภู” แม้จะตั้งอยู่ในตำบลบ้านเป้า เดิมหมู่บ้านมีชื่อว่า “บ้านหลุบภู” สื่อถึงพื้นที่ต่ำหรือแอ่งที่อยู่ท่ามกลางแนวเขา ก่อนที่ชาวบ้านจะย้ายขึ้นมาตั้งถิ่นฐานบนพื้นที่สูงกว่าและชื่อหมู่บ้านค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นบ้านภู เรื่องราวนี้สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างภูมิประเทศกับการเลือกที่ตั้งชุมชนของผู้คนในอดีต
บรรพบุรุษของชาวผู้ไทบ้านภูมีประวัติการเคลื่อนย้ายเชื่อมโยงกับชุมชนผู้ไทฝั่งซ้ายของแม่น้ำโขง ก่อนเข้ามาตั้งหลักแหล่งในบริเวณหนองสูง การย้ายถิ่นหลายช่วงเวลาทำให้ชุมชนมีความทรงจำร่วมเกี่ยวกับบ้านเดิม การสร้างวัด การจัดพื้นที่ทำกิน และการรักษาภาษากับประเพณีไว้ในครอบครัว
จุดเด่นของการเที่ยวบ้านภูคือกิจกรรมที่ต้องอาศัยการมีส่วนร่วม นักท่องเที่ยวสามารถร่วมพิธีต้อนรับแบบผู้ไท รับประทานอาหารพาแลง ชมการฟ้อนและดนตรีพื้นบ้าน ทดลองทอผ้าหรือเรียนรู้การย้อมสีจากวัสดุธรรมชาติ รวมถึงเดินหรือปั่นจักรยานชมหมู่บ้าน พื้นที่เกษตร และวัดสำคัญของชุมชน
ผู้หญิงในชุมชนมีบทบาทสำคัญต่อการรักษาองค์ความรู้ ทั้งงานทอผ้า การเตรียมอาหาร การแสดง การจัดโฮมสเตย์ และการต้อนรับนักท่องเที่ยว การมาเยือนจึงช่วยให้รายได้จากการท่องเที่ยวหมุนเวียนกลับเข้าสู่ครัวเรือนและสนับสนุนการสืบทอดวัฒนธรรมไปพร้อมกัน
สถานที่เหมาะกับครอบครัว นักเรียน นักศึกษา ผู้สนใจชาติพันธุ์ งานผ้า อาหาร และการท่องเที่ยวโดยชุมชน เนื่องจากกิจกรรมส่วนใหญ่ไม่ได้เปิดแบบ Walk-in ตลอดเวลา จึงควรติดต่อนัดหมายล่วงหน้า โดยเฉพาะกลุ่มที่ต้องการอาหารพาแลง การแสดง กิจกรรมทอผ้า หรือพักโฮมสเตย์
การเดินทาง: ตั้งอยู่บ้านภู หมู่ 1 และหมู่ 2 ตำบลบ้านเป้า อำเภอหนองสูง จังหวัดมุกดาหาร เปิดรับนักท่องเที่ยวทุกวันโดยต้องติดต่อนัดหมายล่วงหน้า กิจกรรมกลางวันโดยทั่วไปจัดในช่วง 08.00–17.00 น. ส่วนโฮมสเตย์ใช้เวลาเช็กอิน–เช็กเอาต์ตามที่ยืนยันกับชุมชน
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=16.444932,104.334150&travelmode=driving

12. หอยสมัยหิน ตั้งอยู่บริเวณโคกหินแดง บ้านนายอ ตำบลเหล่าหมี อำเภอดอนตาล เป็นแหล่งเรียนรู้ทางธรณีวิทยากลางแจ้งที่พบซากหอยโบราณฝังตัวอยู่ในชั้นดินและชั้นหินจำนวนมาก ช่วยเปิดมุมมองอีกด้านของมุกดาหารที่ไม่ได้มีเพียงแม่น้ำโขงและภูเขา แต่ยังมีหลักฐานธรรมชาติซึ่งบันทึกการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมในอดีตไว้ใต้พื้นดิน
ไฮไลต์: ซากหอยโบราณในชั้นหินปูน ชั้นตะกอนธรรมชาติ แหล่งเรียนรู้ธรณีวิทยา วิวชนบทของตำบลเหล่าหมี และโอกาสศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างซากดึกดำบรรพ์กับภูมิประเทศในอดีต
ซากหอยที่พบมีลักษณะซึ่งชาวบ้านมักอธิบายว่าคล้ายหอยสังข์ และปรากฏรวมกันในชั้นหินปูน การค้นพบวัตถุธรรมชาติลักษณะนี้ทำให้พื้นที่มีคุณค่าในเชิงการศึกษา เพราะช่วยอธิบายว่าบริเวณซึ่งปัจจุบันเป็นแผ่นดินและพื้นที่เกษตรเคยผ่านสภาพแวดล้อมที่แตกต่างจากปัจจุบันมาอย่างยาวนาน
การเที่ยวแหล่งหอยสมัยหินเหมาะกับผู้ที่ชอบสังเกตรายละเอียดมากกว่าการมองหากิจกรรมขนาดใหญ่ ควรใช้เวลาอ่านข้อมูลเกี่ยวกับชั้นหิน ลักษณะซากหอย และกระบวนการเกิดซากดึกดำบรรพ์ จะช่วยให้เข้าใจคุณค่าของพื้นที่มากกว่าการมาถ่ายภาพเพียงอย่างเดียว
บริเวณบ้านนายอเป็นชุมชนชนบทที่รายล้อมด้วยพื้นที่เกษตรและภูมิประเทศของอำเภอดอนตาล การเดินทางมาที่นี่จึงช่วยให้เห็นมุกดาหารในมุมสงบและห่างจากย่านการค้าริมโขง เหมาะกับการจัดรวมกับกลองมโหระทึกและอุทยานแห่งชาติภูสระดอกบัวในเส้นทางดอนตาล
นักท่องเที่ยวไม่ควรขุด เคาะ ทำลาย หรือนำซากหอยและชิ้นส่วนหินออกจากพื้นที่ เพราะหลักฐานเหล่านี้มีคุณค่าเมื่อตั้งอยู่ในบริบทเดิม การอนุรักษ์พื้นที่ช่วยให้ชุมชน นักเรียน และผู้สนใจรุ่นต่อไปยังสามารถใช้เป็นแหล่งเรียนรู้ได้
การเดินทาง: ตั้งอยู่บริเวณโคกหินแดง บ้านนายอ ตำบลเหล่าหมี อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร เปิดทุกวัน เวลา 08.00–17.00 น.
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=16.371901,104.817538&travelmode=driving

13. อ่างเก็บน้ำชลประทานห้วยขี้เหล็ก ตั้งอยู่บ้านด่านยาว ตำบลนากอก อำเภอนิคมคำสร้อย เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดกลางที่มีบทบาททั้งด้านชลประทานและการพักผ่อนของชุมชน จุดเด่นคือผืนน้ำกว้างที่โอบล้อมด้วยแนวภูเขา พื้นที่เกษตร และทิวทัศน์แบบชนบทของมุกดาหาร
ไฮไลต์: ผืนน้ำขนาดใหญ่ วิวแนวภูเขา จุดชมพระอาทิตย์ขึ้น–ตก พื้นที่พักผ่อนริมอ่าง วิถีประมงและเกษตรกรรม ตลอดจนทำเลที่เข้าถึงง่ายจากทางหลวงหมายเลข 212
อ่างเก็บน้ำมีความจุเก็บกักในระดับปกติประมาณ 26.75 ล้านลูกบาศก์เมตร และระดับเก็บกักสูงสุดประมาณ 30 ล้านลูกบาศก์เมตร ทำหน้าที่สำรองน้ำสำหรับพื้นที่เกษตร การอุปโภคบริโภค และการบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูแล้งกับฤดูฝน จึงเป็นทั้งโครงสร้างพื้นฐานและภูมิทัศน์สำคัญของนิคมคำสร้อย
ช่วงเช้าและเย็นเป็นเวลาที่เหมาะกับการเดินเล่น รับลม และถ่ายภาพมากที่สุด เพราะอากาศเย็นกว่าและแสงสะท้อนบนผิวน้ำช่วยให้เห็นแนวภูเขารอบอ่างชัดเจน ส่วนช่วงกลางวันพื้นที่เปิดโล่งอาจมีอากาศค่อนข้างร้อน
บรรยากาศของอ่างเก็บน้ำเหมาะกับการแวะพักระหว่างเส้นทางมุกดาหาร–นิคมคำสร้อย–อำนาจเจริญ นักท่องเที่ยวไม่จำเป็นต้องใช้เวลาทั้งวัน สามารถจัดรวมกับวนอุทยานภูหมูและวัดภูด่านแต้ได้อย่างสะดวก
ผู้มาเยือนควรระมัดระวังบริเวณลาดลงสู่น้ำ ไม่ลงเล่นน้ำในจุดที่ไม่มีการกำกับดูแล และไม่ทิ้งเศษอาหารหรือขยะลงในอ่างซึ่งเป็นแหล่งน้ำที่ชุมชนใช้ประโยชน์จริง
การเดินทาง: ตั้งอยู่บ้านด่านยาว หมู่ 8 ตำบลนากอก อำเภอนิคมคำสร้อย ห่างจากตัวเมืองมุกดาหารประมาณ 23 กิโลเมตร เปิดทุกวัน เวลา 06.00–18.30 น.
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=16.353943,104.564071&travelmode=driving

14. ห้วยบางทราย เป็นลำน้ำธรรมชาติสายสำคัญที่มีต้นน้ำจากแนวเทือกเขาภูพานและไหลผ่านหลายชุมชนในพื้นที่อำเภอดงหลวงก่อนเชื่อมต่อพื้นที่ตอนล่างของจังหวัด จุดอ้างอิงด้านการท่องเที่ยวที่สำคัญคือบริเวณท่าแก่งเดือ บ้านโพนไฮ ซึ่งใช้เป็นพื้นที่พักผ่อนและเล่นน้ำตามฤดูกาล
ไฮไลต์: ลำห้วยธรรมชาติ แก่งหิน จุดพักผ่อนของชุมชน ระบบนิเวศลำน้ำ การประมงพื้นบ้าน พื้นที่เกษตร และบรรยากาศชนบทในพื้นที่ดงหลวง
ห้วยบางทรายมีบทบาทต่อชุมชนมากกว่าการเป็นจุดเล่นน้ำ เพราะเป็นลำน้ำที่เกี่ยวข้องกับการเกษตร การประมง การกักเก็บน้ำ และระบบนิเวศของพื้นที่ภูพาน ชุมชนหลายแห่งตั้งอยู่ตามแนวลำห้วยและใช้สายน้ำเป็นทรัพยากรพื้นฐานของชีวิตประจำวัน
ในช่วงที่ระดับน้ำเหมาะสม บริเวณแก่งและลานหินตามลำห้วยจะกลายเป็นพื้นที่พักผ่อนของคนในท้องถิ่น นักท่องเที่ยวสามารถนั่งรับลม ชมสายน้ำ และสัมผัสบรรยากาศธรรมชาติที่ไม่ถูกพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงพาณิชย์มากนัก
ลักษณะของห้วยเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลอย่างชัดเจน ช่วงฤดูแล้งบางจุดมีน้ำตื้นและเดินชมได้ง่าย ขณะที่ฤดูฝนระดับน้ำสามารถเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจากน้ำป่าบริเวณต้นน้ำ ผู้มาเยือนจึงต้องประเมินสภาพน้ำจริงก่อนลงเล่นทุกครั้ง
สถานที่เหมาะกับครอบครัว กลุ่มเพื่อน นักถ่ายภาพ และผู้ที่ชอบการเที่ยวชุมชนแบบเรียบง่าย แต่ไม่ควรลงน้ำเมื่อมีฝนตกหนัก น้ำขุ่น กระแสน้ำแรง หรือมีประกาศเตือนจากหน่วยงานท้องถิ่น
การเดินทาง: จุดอ้างอิงด้านการท่องเที่ยวอยู่บริเวณท่าแก่งเดือ บ้านโพนไฮ ในพื้นที่ลุ่มห้วยบางทราย อำเภอดงหลวง พื้นที่สาธารณะริมลำห้วยเข้าถึงได้ทุกวัน ไม่มีเวลาเปิด–ปิดแบบสถานที่ปิดล้อม แต่แนะนำเที่ยวช่วง 06.00–18.00 น. และตรวจระดับน้ำก่อนเดินทาง
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=16.725403,104.228342&travelmode=driving

15. วัดพระศรีมหาโพธิ์ ตั้งอยู่บ้านหว้านใหญ่ ตำบลหว้านใหญ่ อำเภอหว้านใหญ่ เป็นวัดเก่าแก่ริมแม่น้ำโขงที่มีคุณค่าทั้งด้านพุทธศาสนา ประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรม และศิลปกรรมพื้นบ้านอีสาน โดยเฉพาะสิมเก่าที่สร้างโดยช่างชาวเวียดนามและมีฮูปแต้มภายใน
ไฮไลต์: สิมเก่าสร้างเมื่อปี 1916 ฮูปแต้มเรื่องพระเวสสันดรชาดก พระประธานปางมารวิชัย ภาพกรมพระยาดำรงราชานุภาพ และอาคารตึก 2 ชั้นซึ่งเคยใช้เป็นที่ว่าการหว้านใหญ่
สิมหรือพระอุโบสถเก่าคือหัวใจของวัด รูปแบบอาคารสะท้อนการทำงานของช่างญวนซึ่งมีบทบาทต่อสถาปัตยกรรมตามเมืองลุ่มน้ำโขงหลายแห่งในช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 ถึงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 การผสมองค์ประกอบแบบท้องถิ่นกับฝีมือช่างจากเวียดนามทำให้อาคารมีเอกลักษณ์เฉพาะ
ภายในมีฮูปแต้มเล่าเรื่องพระเวสสันดรชาดกและภาพวิถีผู้คน ขณะเดียวกันยังมีภาพที่เชื่อมโยงกับการเสด็จตรวจราชการหัวเมืองของสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทำให้จิตรกรรมของวัดมีคุณค่าทั้งในฐานะงานศิลปะและหลักฐานทางประวัติศาสตร์
อาคารตึก 2 ชั้นในบริเวณวัดเคยเกี่ยวข้องกับการบริหารราชการของหว้านใหญ่ในอดีต ยืนยันบทบาทของวัดในฐานะศูนย์กลางมากกว่าสถานที่ประกอบพิธีทางศาสนาเพียงอย่างเดียว
วัดตั้งอยู่ใกล้แม่น้ำโขงและสามารถมองเห็นภูมิทัศน์ฝั่งลาว ช่วยให้ผู้มาเยือนเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างวัด ชุมชน การเดินเรือ และการค้าของเมืองเก่าริมน้ำ สามารถจัดเที่ยวร่วมกับวัดมโนภิรมย์ วัดลัฏฐิกวัน วัดสองคอน และแก่งกะเบาได้
การเดินทาง: ตั้งอยู่บ้านหว้านใหญ่ ตำบลหว้านใหญ่ อำเภอหว้านใหญ่ จังหวัดมุกดาหาร จากตัวเมืองใช้เส้นทางเลียบแม่น้ำโขงขึ้นไปประมาณ 33 กิโลเมตร เปิดทุกวัน เวลา 08.30–16.30 น.
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=16.713982,104.754627&travelmode=driving

16. วัดภูจ้อก้อ (วัดบรรพตคีรี) ตั้งอยู่บนภูจ้อก้อ บ้านแวง ตำบลหนองสูงใต้ อำเภอหนองสูง เป็นวัดป่าที่มีความสำคัญต่อประวัติพระกรรมฐานสายหลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต และเป็นสถานที่พำนักปฏิบัติธรรมของหลวงปู่หล้า เขมปตฺโต พระเถราจารย์ที่ได้รับความเคารพอย่างสูงในภาคอีสาน
ไฮไลต์: เขมปัตตเจดีย์ พิพิธภัณฑ์หลวงปู่หล้า อัฐิและอัฐบริขาร รูปเหมือนหลวงปู่หล้า ทางขึ้นภูประมาณ 260 ขั้น ป่าธรรมชาติ และบรรยากาศวิเวกบนพื้นที่สูง
ชื่อทางราชการคือวัดบรรพตคีรี แต่ชาวมุกดาหารนิยมเรียกว่าวัดภูจ้อก้อตามชื่อภูเขาที่ตั้งของวัด ทั้งคำว่า “บรรพต” และ “คีรี” มีความหมายเกี่ยวข้องกับภูเขา สอดคล้องกับภูมิประเทศที่เป็นเนินสูง ป่า และโขดหิน
วัดมีความสัมพันธ์อย่างลึกซึ้งกับหลวงปู่หล้า เขมปตฺโต ซึ่งใช้สถานที่แห่งนี้เป็นพื้นที่ปฏิบัติธรรม ภายหลังท่านมรณภาพได้มีการสร้างเขมปัตตเจดีย์เพื่อบรรจุอัฐิ และจัดพื้นที่พิพิธภัณฑ์รวบรวมประวัติ เครื่องอัฐบริขาร และสิ่งของที่เกี่ยวข้องกับชีวิตสมณเพศของท่าน
การขึ้นไปยังพื้นที่หลักของวัดสามารถใช้บันไดประมาณ 260 ขั้นหรือเลือกเส้นทางอ้อมที่มีความชันน้อยกว่า ผู้สูงอายุหรือผู้มีปัญหาข้อเข่าควรประเมินสภาพร่างกายและเลือกเส้นทางที่เหมาะสม
บรรยากาศของภูเขาช่วยให้วัดเหมาะกับการปฏิบัติธรรมและการใช้เวลาอย่างสงบ ผู้มาเยือนควรลดเสียง รักษาความสำรวม และไม่ใช้พื้นที่เป็นเพียงจุดถ่ายภาพ เพราะยังเป็นสถานที่ปฏิบัติศาสนกิจของพระสงฆ์และพุทธศาสนิกชน
การเดินทาง: ตั้งอยู่บนภูจ้อก้อ บ้านแวง หมู่ 3 ตำบลหนองสูงใต้ อำเภอหนองสูง จังหวัดมุกดาหาร เปิดทุกวัน เวลา 08.00–17.00 น. ไม่เก็บค่าเข้าชม
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=16.372741,104.375717&travelmode=driving

17. วัดภูด่านแต้ (วัดพุทโธธัมมธโร) ตั้งอยู่บ้านชัยมงคล ตำบลโชคชัย อำเภอนิคมคำสร้อย เป็นวัดที่สังเกตได้ง่ายจาก “หลวงพ่อธรรมจักร” พระพุทธรูปขนาดใหญ่ปางปฐมเทศนาที่ประดิษฐานอยู่เหนือหลังคาพระอุโบสถ พร้อมธรรมจักรและกลุ่มประติมากรรมพระปัญจวัคคีย์
ไฮไลต์: หลวงพ่อธรรมจักร พระพุทธรูปปางปฐมเทศนาขนาดใหญ่ ธรรมจักรด้านหลังองค์พระ พระปัญจวัคคีย์ ลานหินธรรมชาติ เนินเขา และทำเลริมทางหลวงหมายเลข 212
องค์ประกอบของพระพุทธรูป ธรรมจักร และพระสาวกถูกจัดขึ้นเพื่อสื่อถึงเหตุการณ์ปฐมเทศนาเมื่อพระพุทธเจ้าทรงแสดงธัมมจักกัปปวัตตนสูตรแก่ปัญจวัคคีย์ พุทธศิลป์ขนาดใหญ่จึงไม่ได้มีเพียงความโดดเด่นด้านรูปทรง แต่ช่วยสื่อเนื้อหาสำคัญของพระพุทธประวัติด้วย
วัดตั้งอยู่บนพื้นที่ซึ่งมีลานหินและเนินเขาตามธรรมชาติ ทำให้ภูมิทัศน์ต่างจากวัดในเขตชุมชนทั่วไป บรรยากาศค่อนข้างเปิดโล่ง สามารถมองเห็นองค์พระจากระยะไกลและเหมาะกับการแวะสักการะระหว่างเดินทางบนเส้นทางมุกดาหาร–นิคมคำสร้อย
ชื่อวัดพบการเขียนหลายรูปแบบทั้งวัดภูด่านแต้ วัดภูดานแต้ และวัดพุทโธธัมมธโร แต่หมายถึงศาสนสถานเดียวกัน ผู้ใช้ระบบนำทางควรตรวจตำแหน่งบ้านชัยมงคล ตำบลโชคชัย เพื่อหลีกเลี่ยงความสับสน
เหมาะกับสายบุญ ครอบครัว ผู้สูงอายุ และผู้สนใจพุทธศิลป์ สามารถเที่ยวต่อกับอ่างเก็บน้ำห้วยขี้เหล็กและวนอุทยานภูหมูได้ในวันเดียว
การเดินทาง: ตั้งอยู่เลขที่ 133 หมู่ 1 บ้านชัยมงคล ตำบลโชคชัย อำเภอนิคมคำสร้อย จังหวัดมุกดาหาร ใกล้ทางหลวงหมายเลข 212 เปิดทุกวัน เวลา 06.00–20.00 น.
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=16.337255,104.518284&travelmode=driving

18. วัดมโนภิรมย์ ตั้งอยู่บ้านชะโนด ตำบลชะโนด อำเภอหว้านใหญ่ เป็นวัดโบราณริมแม่น้ำโขงที่โดดเด่นด้านศิลปกรรมล้านช้างและฝีมือช่างจากนครเวียงจันทน์ ภายในมีพระพุทธรูปสำคัญหลายองค์และวิหารเก่าที่สะท้อนความสัมพันธ์ทางศิลปวัฒนธรรมของผู้คนสองฝั่งแม่น้ำโขง
ไฮไลต์: วิหารโบราณศิลปะล้านช้าง พระองค์ตื้อ พระองค์แสน พระพุทธรูปปางห้ามสมุทร พระประธานนาคปรก พระงาแกะสลัก และวิวชุมชนกับแม่น้ำโขงบริเวณบ้านชะโนด
สถาปัตยกรรมของวิหารมีทั้งฐานอาคาร ซุ้มประตูปูนปั้น หน้าบันไม้แกะสลัก และองค์ประกอบหลังคาที่สะท้อนฝีมือช่างลุ่มน้ำโขง ทำให้วัดเป็นหลักฐานสำคัญของการเดินทางของช่าง ศิลปะ และความเชื่อระหว่างเมืองต่าง ๆ ในอดีต
พระพุทธรูปหลายองค์ภายในวัดมีรูปแบบและวัสดุต่างกัน แสดงให้เห็นการสะสมศรัทธาต่อเนื่องหลายยุค โดยเฉพาะพระองค์ตื้อ พระองค์แสน และพระงาซึ่งเป็นกลุ่มพระพุทธรูปที่มีคุณค่าทางศิลปกรรมและความเชื่อของชุมชน
ตำแหน่งของวัดที่อยู่ใกล้แม่น้ำโขงช่วยให้เห็นว่าศาสนสถานในอดีตไม่ได้ตั้งแยกจากเส้นทางคมนาคม แต่เติบโตควบคู่กับชุมชนที่อาศัยแม่น้ำในการเดินทาง การค้า การประมง และการติดต่อกับฝั่งลาว
นักท่องเที่ยวที่สนใจวัดเก่าและศิลปะล้านช้างควรจัดวัดมโนภิรมย์ไว้ในเส้นทางหว้านใหญ่ร่วมกับวัดพระศรีมหาโพธิ์ วัดลัฏฐิกวัน วัดสองคอน และแก่งกะเบา จะได้เห็นพัฒนาการของชุมชนริมโขงในหลายมิติ
การเดินทาง: ตั้งอยู่บ้านชะโนด ตำบลชะโนด อำเภอหว้านใหญ่ ห่างจากตัวเมืองมุกดาหารประมาณ 17 กิโลเมตร เปิดทุกวัน เวลา 08.30–16.30 น. ไม่เก็บค่าเข้าชม
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=16.682392,104.752199&travelmode=driving

19. วัดศรีบุญเรือง (บ้านใต้) ตั้งอยู่ถนนสำราญชายโขงใต้ ชุมชนศรีบุญเรือง อำเภอเมืองมุกดาหาร เป็นวัดเก่าแก่ที่มีความสัมพันธ์โดยตรงกับประวัติการก่อตั้งเมือง ภายในประดิษฐานพระพุทธสิงห์สอง พระพุทธรูปสำริดศิลปะล้านช้างซึ่งชาวเมืองเคารพในฐานะพระพุทธรูปสำคัญคู่บ้านคู่เมือง
ไฮไลต์: พระพุทธสิงห์สอง ศิลปะล้านช้าง พระอุโบสถเก่า ประวัติเจ้ากินรีผู้ก่อตั้งเมืองมุกดาหาร ประเพณีสรงน้ำพระช่วงสงกรานต์ และทำเลในย่านเมืองเก่าริมแม่น้ำโขง
วัดมีความเกี่ยวข้องกับเจ้ากินรี เจ้าเมืองมุกดาหารคนแรก และการวางรากฐานชุมชนเมืองบริเวณริมแม่น้ำโขง เรื่องราวท้องถิ่นเชื่อมโยงพระพุทธสิงห์สองกับการอัญเชิญพระพุทธรูปจากลุ่มน้ำโขงตอนบนเข้ามายังเมืองมุกดาหาร ก่อนประดิษฐานที่วัดศรีมงคลใต้ช่วงหนึ่งและย้ายมาที่วัดศรีบุญเรืองในเวลาต่อมา
พระพุทธสิงห์สองเป็นพระพุทธรูปสำริดที่ได้รับอิทธิพลศิลปะล้านช้างและศิลปะพระพุทธรูปภาคเหนือ องค์พระมีความสงบนิ่งและหนักแน่น สะท้อนเครือข่ายศิลปกรรมที่เดินทางตามลุ่มน้ำโขงผ่านพระสงฆ์ ช่างฝีมือ และผู้ปกครองในอดีต
ทุกช่วงเทศกาลสงกรานต์ ชุมชนมีธรรมเนียมอัญเชิญพระพุทธรูปออกมาให้ประชาชนสรงน้ำ เป็นประเพณีที่เชื่อมพระพุทธรูปเก่าแก่กับวิถีชีวิตร่วมสมัย และทำให้วัดยังคงมีบทบาทเป็นศูนย์รวมของชุมชนเมืองมุกดาหาร
ด้วยทำเลใกล้ตลาดอินโดจีน วัดยอดแก้วศรีวิชัย ศาลเจ้าแม่สองนางพี่น้อง และย่านริมแม่น้ำ วัดศรีบุญเรืองเหมาะกับการจัดอยู่ในเส้นทางเดินเที่ยวเมืองเก่า โดยไม่จำเป็นต้องใช้รถย้ายระหว่างสถานที่บ่อยครั้ง
การเดินทาง: ตั้งอยู่ถนนสำราญชายโขงใต้ ชุมชนศรีบุญเรือง ตำบลศรีบุญเรือง อำเภอเมืองมุกดาหาร เปิดทุกวัน เวลา 08.00–16.30 น. พระอุโบสถอาจปิดชั่วคราวระหว่างกิจของสงฆ์หรือพิธีภายในวัด
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=16.535580,104.732954&travelmode=driving

20. วัดถ้ำภูผาขาว (วัดถ้ำโส้ม) ตั้งอยู่บนหน้าผาด้านทิศตะวันออกของภูเขาภูเขียว ตำบลบ้านเป้า อำเภอหนองสูง เป็นวัดป่าและสถานที่ปฏิบัติธรรมที่มีจุดเด่นจากพระพุทธรูปขนาดใหญ่แกะสลักบนหน้าผา พร้อมทิวทัศน์กว้างของชุมชนบ้านเป้า พื้นที่เกษตร และแนวภูเขาของหนองสูง
ไฮไลต์: พระพุทธรูปแกะสลักบนหน้าผาสีทอง พระพุทธรูปบริวาร 4 องค์ อาคารที่สร้างแนบกับแนวหิน บันไดขึ้นภู จุดชมวิว ป่าธรรมชาติ และบรรยากาศวัดป่าอันสงบ
ชื่อ “วัดถ้ำโส้ม” เป็นชื่อที่ชาวผู้ไทในพื้นที่ใช้เรียกสืบต่อกันมา ขณะที่ชื่อวัดถ้ำภูผาขาวได้รับความนิยมในข้อมูลการท่องเที่ยว ทั้ง 2 ชื่อหมายถึงสถานที่เดียวกันและสะท้อนทั้งภาษาในชุมชนกับลักษณะภูมิประเทศที่เป็นถ้ำและหน้าผาบนภูเขา
พระพุทธรูปองค์ประธานถูกแกะสลักลงบนผนังหน้าผาและตกแต่งด้วยสีทอง มีพระพุทธรูปขนาดรองลงมาประดิษฐานสมมาตรอยู่ด้านข้าง ทำให้แนวหินธรรมชาติทำหน้าที่คล้ายผนังพระวิหารขนาดใหญ่กลางภูเขา เป็นการผสมผสานศรัทธากับภูมิประเทศได้อย่างโดดเด่น
แนวคิดในการสร้างพระพุทธรูปบนหน้าผาได้รับแรงบันดาลใจส่วนหนึ่งจากเหตุการณ์การทำลายพระพุทธรูปแห่งบามิยันในอัฟกานิสถานเมื่อปี 2001 ก่อนนำแนวคิดพระพุทธรูปแกะสลักภูเขามาปรับให้เข้ากับพื้นที่และศรัทธาของชุมชนบ้านเป้า
ตำแหน่งของวัดหันรับแสงจากทิศตะวันออก ช่วงเช้าจึงเป็นเวลาที่เหมาะกับการชมองค์พระและทิวทัศน์มากที่สุด แสงอาทิตย์จะกระทบสีทองของพระพุทธรูป ขณะที่ด้านล่างเห็นพื้นที่ราบ ชุมชน และแนวภูเขาได้กว้าง
ผู้มาเยือนควรเตรียมรองเท้าที่เหมาะกับการขึ้นบันไดและพื้นที่ลาดชัน รักษาความสงบ และเคารพเขตปฏิบัติธรรม สามารถจัดเที่ยวร่วมกับชุมชนท่องเที่ยวบ้านภูและวัดภูจ้อก้อในเส้นทางอำเภอหนองสูงได้
การเดินทาง: ตั้งอยู่บนภูเขาภูเขียว ตำบลบ้านเป้า อำเภอหนองสูง จังหวัดมุกดาหาร เปิดทุกวัน เวลา 08.00–17.00 น.
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=16.422414,104.324257&travelmode=driving

21. วัดลัฏฐิกวัน ตั้งอยู่บ้านชะโนด หมู่ 2 ตำบลชะโนด อำเภอหว้านใหญ่ เป็นวัดเก่าแก่ของชุมชนริมแม่น้ำโขงที่มีความโดดเด่นด้านสิมอีสาน ฮูปแต้ม และภูมิทัศน์ทางศาสนาซึ่งได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมลุ่มน้ำโขงและนครเวียงจันทน์ วัดตั้งอยู่ไม่ไกลจากวัดมโนภิรมย์ จึงเหมาะกับการจัดเที่ยววัดเก่าในพื้นที่บ้านชะโนดต่อเนื่องกันภายในวันเดียว
ไฮไลต์: สิมเก่าแบบเปิดโล่ง พระประธานปูนปั้นปางมารวิชัย พระปัญจวัคคีย์ ฮูปแต้มเรื่องไตรภูมิและทศชาติ ลูกกรงขวดแก้วสีเขียว ศาลาพระพุทธบาทจำลอง พระพุทธไสยาสน์ พระธรรมเจดีย์ และบรรยากาศของวัดป่าเก่าแก่ในชุมชนบ้านชะโนด
วัดลัฏฐิกวันสร้างขึ้นเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 1915 โดยพระนันทวโรหรือพระอาจารย์บุ ซึ่งเคยมีบทบาทในการบูรณะวัดมโนภิรมย์ ก่อนเข้ามาพัฒนาพื้นที่ป่าโนนรังให้กลายเป็นวัดแห่งใหม่ พื้นที่นี้เคยพบซากอิฐ พระพุทธรูปชำรุด และร่องรอยสิ่งก่อสร้างเก่ามาก่อน จึงสะท้อนว่าบริเวณดังกล่าวมีความสัมพันธ์กับกิจกรรมทางพระพุทธศาสนามายาวนานกว่าช่วงการสร้างวัดในรูปแบบปัจจุบัน
ชื่อ “ลัฏฐิกวัน” มีความหมายเกี่ยวกับสวนตาลหนุ่ม พระนันทวโรได้ปลูกต้นตาลจำนวนมากรอบวัดจนกลายเป็นเอกลักษณ์ ชาวบ้านจึงเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “วัดป่าตาล” ภูมิทัศน์ของต้นตาล ป่า และสิ่งก่อสร้างทางศาสนาช่วยสร้างบรรยากาศต่างจากวัดในตัวเมืองอย่างชัดเจน
สิมเก่าของวัดมีขนาดไม่ใหญ่ แต่รายละเอียดทางศิลปกรรมมีคุณค่าสูง ฮูปแต้มเล่าเรื่องไตรภูมิ ทศชาติ และคติพระพุทธศาสนา ขณะที่การใช้ขวดแก้วสีเขียวทำเป็นส่วนประกอบของลูกกรงสะท้อนการประยุกต์วัสดุในงานช่างพื้นบ้านที่พบไม่บ่อยในวัดทั่วไป
วัดเหมาะกับผู้สนใจสิมอีสาน จิตรกรรมพื้นบ้าน ประวัติศาสตร์ชุมชน ศิลปกรรมลุ่มน้ำโขง และการถ่ายภาพสถาปัตยกรรม สามารถจัดเที่ยวร่วมกับวัดมโนภิรมย์ วัดพระศรีมหาโพธิ์ วัดสองคอน และแก่งกะเบาในเส้นทางหว้านใหญ่
การเดินทาง: ตั้งอยู่บ้านชะโนด หมู่ 2 ตำบลชะโนด อำเภอหว้านใหญ่ จังหวัดมุกดาหาร ห่างจากตัวเมืองประมาณ 18 กิโลเมตร เปิดทุกวัน เวลา 08.00–17.00 น. ไม่เก็บค่าเข้าชม
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=16.686303,104.750096&travelmode=driving

22. ตลาดราตรี (ตลาดเทศบาล) ตั้งอยู่บนถนนสองนางสถิตย์ บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร ใกล้ศาลหลักเมือง เป็นตลาดช่วงเย็นที่สะท้อนวิถีการกินและการจับจ่ายของคนมุกดาหารได้ชัดเจนที่สุดแห่งหนึ่ง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลองอาหารท้องถิ่นและสัมผัสบรรยากาศเมืองหลังพระอาทิตย์ตกโดยไม่ต้องเดินทางออกนอกตัวเมือง
ไฮไลต์: อาหารอีสาน อาหารเวียดนาม อาหารปรุงสำเร็จ ของกินเล่น ผลไม้ ขนมพื้นบ้าน กับข้าวสำหรับคนในชุมชน และบรรยากาศตลาดเย็นที่คึกคักในช่วงประมาณ 17.00–20.00 น.
ตลาดแห่งนี้ไม่ได้สร้างขึ้นเพื่อนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะ แต่เป็นพื้นที่ที่คนมุกดาหารใช้จริงในชีวิตประจำวัน หลังเลิกงานผู้คนจะมาซื้ออาหารกลับบ้าน นัดพบครอบครัว หรือแวะรับประทานอาหาร ทำให้นักท่องเที่ยวได้เห็นรูปแบบการกินและการเลือกซื้ออาหารของคนท้องถิ่นโดยตรง
ร้านค้าเริ่มทยอยตั้งแผงตั้งแต่ช่วงบ่ายแก่ ก่อนคึกคักในช่วงหัวค่ำ สินค้ามีทั้งส้มตำ ลาบ ไก่ย่าง หมูย่าง อาหารทอด อาหารจากปลา ข้าวเหนียว ขนมหวาน ผลไม้ และอาหารที่ได้รับอิทธิพลจากชุมชนเวียดนามซึ่งเป็นส่วนสำคัญของวัฒนธรรมอาหารในมุกดาหาร
ตลาดเหมาะกับการปิดท้ายทริปตัวเมืองหลังจากเที่ยวหอแก้วมุกดาหาร ตลาดอินโดจีน วัดเก่า และศาลเจ้า นักท่องเที่ยวควรพกเงินสดจำนวนหนึ่ง เพราะร้านขนาดเล็กบางแห่งอาจไม่ได้รองรับการชำระเงินทุกประเภท
ช่วงประมาณ 17.00–19.30 น. เป็นเวลาที่มีร้านเปิดมากและอาหารยังมีตัวเลือกหลากหลาย หากมาช้ากว่านั้นร้านยอดนิยมบางแห่งอาจขายหมดหรือเริ่มเก็บร้านก่อนเวลาปิดตลาด
การเดินทาง: ตั้งอยู่ถนนสองนางสถิตย์ บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร ใกล้ศาลหลักเมือง ตำบลมุกดาหาร อำเภอเมืองมุกดาหาร เปิดทุกวัน เวลา 16.00–21.00 น. โดยแต่ละร้านอาจเปิด–ปิดไม่พร้อมกัน
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=16.543155,104.727053&travelmode=driving

23. บ้านหนองหล่ม ตั้งอยู่หมู่ 3 ตำบลโพธิ์ไทร อำเภอดอนตาล เป็นชุมชนชาวภูไทริมแม่น้ำโขงที่พัฒนาการท่องเที่ยวในรูปแบบโฮมสเตย์และกิจกรรมชุมชน เหมาะกับผู้ที่ต้องการใช้เวลามากกว่าการแวะถ่ายภาพ เพราะจุดเด่นของสถานที่คือการเข้าไปสัมผัสชีวิต วัฒนธรรม อาหาร งานฝีมือ และความสัมพันธ์ระหว่างชุมชนกับแม่น้ำโขง
ไฮไลต์: โฮมสเตย์ชุมชนภูไท พิธีบายศรีสู่ขวัญ การแสดงลำผญา งานทอผ้า งานจักสาน อาหารพื้นบ้าน การล่องเรือชมแม่น้ำโขง และการสักการะพระมุจจลินทร์ซึ่งเป็นพระพุทธรูปเก่าแก่ของชุมชน
บ้านหนองหล่มมีประวัติการตั้งถิ่นฐานของชาวภูไทที่เคลื่อนย้ายมาจากพื้นที่ฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง ก่อนเลือกพื้นที่ซึ่งมีแหล่งน้ำและที่ดินเหมาะกับการทำเกษตรเป็นที่ตั้งชุมชน วิถีชีวิตจึงพัฒนาขึ้นจากทั้งการทำนา การประมง การเลี้ยงสัตว์ การใช้ประโยชน์จากพื้นที่ริมแม่น้ำ และการแลกเปลี่ยนสินค้ากับชุมชนใกล้เคียง
การเที่ยวแบบโฮมสเตย์ช่วยให้ผู้มาเยือนเห็นชุมชนในช่วงเวลาที่ต่างจากการท่องเที่ยวแบบเช้าไปเย็นกลับ ทั้งการรับประทานอาหารร่วมกับเจ้าบ้าน การต้อนรับแบบภูไท การฟังภาษาและเรื่องเล่าท้องถิ่น รวมถึงการเรียนรู้งานฝีมือจากผู้ทำจริง
กิจกรรมล่องเรือช่วยให้เห็นภูมิประเทศริมแม่น้ำโขงและวิถีประมงของคนในพื้นที่ แต่ต้องขึ้นอยู่กับระดับน้ำ สภาพอากาศ และการจัดเรือของชุมชน จึงไม่ควรเดินทางไปโดยคาดหวังว่าจะมีกิจกรรมพร้อมให้บริการทันทีโดยไม่ได้นัดหมาย
บ้านหนองหล่มเหมาะกับครอบครัว นักเรียน กลุ่มศึกษาดูงาน นักท่องเที่ยวต่างชาติ และผู้สนใจวัฒนธรรมภูไท การจองล่วงหน้าช่วยให้ชุมชนเตรียมบ้านพัก อาหาร นักแสดง เรือ และผู้ถ่ายทอดภูมิปัญญาได้เหมาะสมกับจำนวนผู้มาเยือน
การเดินทาง: ตั้งอยู่บ้านหนองหล่ม หมู่ 3 ตำบลโพธิ์ไทร อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร เปิดรับนักท่องเที่ยวทุกวันโดยต้องติดต่อนัดหมายและจองล่วงหน้า การเยี่ยมชมชุมชน ล่องเรือ และกิจกรรมวัฒนธรรมจัดตามเวลาที่ตกลงกับผู้ประสานงาน ส่วนผู้เข้าพักโฮมสเตย์ใช้เวลาเช็กอิน–เช็กเอาต์ตามที่ชุมชนยืนยัน
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=16.383468,104.862974&travelmode=driving

24. ภูผาซาน ตั้งอยู่บริเวณบ้านแมด หมู่ 5 และหมู่ 10 ตำบลบ้านเหล่า อำเภอคำชะอี เป็นภูเขาและแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่มีทั้งลานหิน จุดชมวิว ป่า ถ้ำ และพื้นที่ของสำนักสงฆ์วัดป่าภูผาซาน จึงผสมผสานการเดินธรรมชาติ การชมภูมิประเทศ และบรรยากาศทางศาสนาไว้ในพื้นที่เดียวกัน
ไฮไลต์: ยอดภูสูงประมาณ 617 เมตรจากระดับน้ำทะเล ลานหินบนยอดภูขนาดประมาณ 5 ไร่ ถ้ำลอด กลุ่มหิน จุดชมวิวเหนือคำชะอีและหนองสูง แนวป่าภูพาน และบรรยากาศสงบของวัดป่าภูผาซาน
ภูผาซานมีชื่อท้องถิ่นอีกชื่อหนึ่งว่า “ภูแม่นางหม่อน” สะท้อนความสัมพันธ์ของภูเขากับความเชื่อและความทรงจำของชุมชน พื้นที่สูงแห่งนี้ทำหน้าที่เป็นจุดหมายตาตามธรรมชาติและมีความเกี่ยวข้องกับทั้งป่า แหล่งน้ำ พื้นที่เกษตร และศาสนสถาน
เมื่อขึ้นถึงลานหินด้านบนสามารถมองเห็นภูเขาสลับกับพื้นที่ราบ หมู่บ้าน พื้นที่เกษตร และแนวป่ากว้างไกลหลายทิศทาง ในวันที่อากาศเปิดสามารถมองเห็นแนวภูมิประเทศออกไปได้ไกลมาก ทำให้เป็นจุดเหมาะสำหรับการถ่ายภาพทิวทัศน์
การเดินขึ้นภูต้องใช้แรงมากกว่าการเดินเที่ยวสถานที่ทั่วไป พื้นบางช่วงเป็นหิน ทางลาด และเส้นทางธรรมชาติ ควรสวมรองเท้าที่เกาะพื้นได้ดี พกน้ำดื่ม และหลีกเลี่ยงช่วงฝนตกหนักเพราะพื้นหินสามารถลื่นได้
ภูผาซานเหมาะกับนักเดินป่า นักถ่ายภาพ สายธรรมะ และผู้สนใจภูมิประเทศของแนวภูพาน ผู้ที่ไม่คุ้นเคยกับพื้นที่ควรเดินตามเส้นทางที่กำหนดและสอบถามผู้ดูแลก่อนขึ้นภู
การเดินทาง: ตั้งอยู่บริเวณบ้านแมด หมู่ 5 และหมู่ 10 ตำบลบ้านเหล่า อำเภอคำชะอี จังหวัดมุกดาหาร เปิดทุกวัน เวลา 08.30–16.30 น.
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=16.648799,104.374297&travelmode=driving

25. ภูผาเกี๊ยะ หรือที่พบชื่อเรียกในท้องถิ่นว่า “ภูผาเจี้ย” ตั้งอยู่ใกล้ตัวเมืองมุกดาหาร โดยมีวัดเวฬุวนารามหรือวัดภูผาเจี้ยอยู่บริเวณเชิงเขา เป็นแหล่งธรรมชาติที่มีทั้งเส้นทางขึ้นสันเขา ลานหิน หน้าผา ถ้ำ และจุดชมวิวเมืองมุกดาหารกับแม่น้ำโขงจากมุมสูง
ไฮไลต์: จุดชมวิวตัวเมืองมุกดาหาร แม่น้ำโขง และฝั่งลาว เส้นทางเดินขึ้นภูประมาณ 1 กิโลเมตร ถ้ำเสือใหญ่ ถ้ำพระ ลานหิน ป่าโปร่ง และวัดเวฬุวนารามบริเวณเชิงภู
ภูผาเกี๊ยะเหมาะกับผู้ที่ต้องการเดินธรรมชาติใกล้เมืองโดยไม่ต้องเดินทางไปถึงอุทยานแห่งชาติ ระยะทางขึ้นจุดชมวิวหลักไม่ยาวมาก แต่สภาพทางมีทั้งทางลาด พื้นหิน เศษใบไม้ และทางแยกบางช่วง จึงควรเตรียมรองเท้าที่เหมาะสมและเผื่อเวลาสำหรับการเดินกลับก่อนมืด
เมื่อขึ้นสู่พื้นที่สูงสามารถมองย้อนกลับมายังเมืองมุกดาหารและแนวแม่น้ำโขงได้ ทำให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างตัวเมือง ภูเขา และที่ราบริมแม่น้ำจากมุมมองที่แตกต่างจากหอแก้วมุกดาหาร
พื้นที่ถ้ำและป่ายังเป็นถิ่นอาศัยของค้างคาวและสัตว์ตามธรรมชาติ ผู้มาเยือนไม่ควรส่งเสียงดัง เข้าใกล้สัตว์ หรือใช้แสงรบกวนภายในถ้ำโดยไม่จำเป็น และไม่ควรออกจากเส้นทางที่คนในพื้นที่ใช้เป็นประจำ
เนื่องจากไม่มีเวลาเปิด–ปิดอย่างเป็นทางการสำหรับเส้นทางภูเขา และบางจุดควรมีผู้รู้พื้นที่นำทาง นักท่องเที่ยวควรติดต่อผู้ดูแลวัดหรือชุมชนก่อนเดินขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่มาเป็นครั้งแรก
การเดินทาง: ตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลมุกดาหาร อำเภอเมืองมุกดาหาร โดยใช้วัดเวฬุวนารามหรือวัดภูผาเจี้ยเป็นจุดเริ่มต้น พื้นที่วัดเปิดตามกิจกรรมของวัดทุกวัน ส่วนเส้นทางภูเขาแนะนำให้เข้าระหว่าง 06.00–17.00 น. และออกจากเส้นทางก่อนมืด
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=16.576025,104.665933&travelmode=driving

26. น้ำตกแก่งโพธิ์ ตั้งอยู่บ้านนาหินกอง หมู่ 8 ตำบลกกตูม อำเภอดงหลวง ภายในพื้นที่อุทยานแห่งชาติภูผายล เป็นน้ำตกกลางป่าภูพานที่มีลักษณะเป็นแนวม่านน้ำกว้างไหลผ่านชั้นหินทรายลงสู่แก่งและแอ่งน้ำด้านล่าง รายล้อมด้วยป่าเต็งรังและป่าเบญจพรรณ
ไฮไลต์: น้ำตกกว้างประมาณ 14 เมตร สูงประมาณ 10 เมตร ลานหินทราย เส้นทางศึกษาธรรมชาติประมาณ 2 กิโลเมตร ป่าภูพาน ลำน้ำพุง และพื้นที่กางเต็นท์ในบริเวณที่เจ้าหน้าที่กำหนด
ลักษณะน้ำตกต่างจากน้ำตกที่ไหลเป็นสายแคบจากหน้าผาสูง เพราะสายน้ำกระจายตัวบนชั้นหินกว้าง เมื่อมีน้ำมากจะเกิดม่านน้ำสีขาวตลอดแนว ส่วนช่วงน้ำลดจะเห็นรายละเอียดของร่องน้ำ ผิวหิน และแอ่งธรรมชาติได้ชัดขึ้น
น้ำตกมีน้ำไหลได้ตลอดปี แต่ความสวยงามและความแรงขึ้นอยู่กับปริมาณฝนและสภาพพื้นที่ต้นน้ำ ช่วงปลายฤดูฝนถึงต้นฤดูหนาวมักได้ทั้งน้ำที่ค่อนข้างสมบูรณ์ ป่าเขียว และสภาพอากาศเหมาะกับการเดินธรรมชาติ
เส้นทางศึกษาธรรมชาติช่วยให้ผู้มาเยือนได้เรียนรู้ระบบป่าต้นน้ำและลักษณะหินของแนวภูพานมากกว่าการมาเล่นน้ำเพียงอย่างเดียว ผู้ต้องการกางเต็นท์หรือทำกิจกรรมระยะยาวควรประสานเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติภูผายลก่อนเดินทาง
บริเวณน้ำตกมีพื้นหินต่างระดับและอาจมีหลุมหรือซอกหินใต้น้ำ ห้ามกระโดดจากชั้นหินหรือเข้าบริเวณที่เจ้าหน้าที่ปิด โดยเฉพาะฤดูฝนซึ่งน้ำป่าสามารถเพิ่มระดับอย่างรวดเร็ว
การเดินทาง: ตั้งอยู่บ้านนาหินกอง หมู่ 8 ตำบลกกตูม อำเภอดงหลวง จังหวัดมุกดาหาร ภายในเขตอุทยานแห่งชาติภูผายล เปิดทุกวัน เวลา 08.00–16.00 น. ควรตรวจสภาพอากาศและประกาศของอุทยานก่อนเดินทางในฤดูฝน
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=16.757687,104.241355&travelmode=driving

27. น้ำตกห้วยเลา ตั้งอยู่บ้านห้วยเลา หมู่ 7 ตำบลพังแดง อำเภอดงหลวง ภายในพื้นที่อุทยานแห่งชาติภูผายล เป็นน้ำตกธรรมชาติขนาดกะทัดรัดที่มีสายน้ำไหลผ่านลานหินและโขดหินก่อนลดระดับลงตามชั้นหิน ท่ามกลางป่าภูพานที่เงียบสงบ
ไฮไลต์: น้ำตกหลักสูงประมาณ 4 เมตร ลานหิน แอ่งน้ำธรรมชาติ ป่าร่มรื่น เสียงน้ำไหล และบรรยากาศสงบที่เหมาะกับการพักผ่อนและถ่ายภาพธรรมชาติ
ความสวยของน้ำตกขึ้นอยู่กับปริมาณฝนในพื้นที่ต้นน้ำ ช่วงฤดูฝนต่อเนื่องถึงต้นฤดูหนาวเป็นช่วงที่น้ำไหลสวยที่สุด เมื่อปริมาณน้ำเหมาะสม สายน้ำจะแผ่ตัวผ่านพื้นหินเป็นแนวกว้างก่อนรวมลงสู่อ่างด้านล่าง
แม้น้ำตกจะไม่สูงมาก แต่ความน่าสนใจอยู่ที่ความเป็นธรรมชาติของลำห้วย ป่า และลานหิน นักท่องเที่ยวสามารถนั่งพักในบริเวณที่ปลอดภัยและฟังเสียงน้ำโดยไม่ต้องเดินเข้าไปในป่าลึกมากนัก
พื้นที่อยู่ภายใต้การดูแลของอุทยานแห่งชาติภูผายล การเปิด–ปิดจึงเป็นระบบตามฤดูกาลเพื่อให้ทรัพยากรธรรมชาติได้ฟื้นตัว โดยเปิดช่วง 1 มิถุนายน–31 มกราคม และปิดประจำปีระหว่าง 1 กุมภาพันธ์–31 พฤษภาคม
ช่วงฝนตกหนักต้องระวังน้ำป่าและหินลื่น ไม่ควรลงเล่นน้ำเมื่อเจ้าหน้าที่ประกาศเตือน น้ำมีสีขุ่น หรือกระแสน้ำแรง และควรสอบถามสภาพน้ำก่อนออกเดินทางเพราะปริมาณน้ำเปลี่ยนแปลงได้เร็ว
การเดินทาง: ตั้งอยู่บ้านห้วยเลา หมู่ 7 ตำบลพังแดง อำเภอดงหลวง จังหวัดมุกดาหาร เปิดทุกวันเฉพาะฤดูกาล 1 มิถุนายน–31 มกราคม เวลา 08.00–17.00 น. และปิดฟื้นฟูธรรมชาติ 1 กุมภาพันธ์–31 พฤษภาคมของทุกปี
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=16.743840,104.351131&travelmode=driving

28. เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูสีฐาน เป็นผืนป่าอนุรักษ์ขนาดใหญ่บนแนวเทือกเขาภูพานตอนล่าง ครอบคลุมพื้นที่รอยต่อระหว่างจังหวัดมุกดาหารและกาฬสินธุ์ โดยพื้นที่ฝั่งมุกดาหารเชื่อมโยงกับอำเภอคำชะอี ดงหลวง และหนองสูง จุดเด่นคือความเป็นป่าธรรมชาติขนาดใหญ่ที่ยังรักษาถิ่นอาศัยของสัตว์ป่าและระบบต้นน้ำไว้เป็นหลัก
ไฮไลต์: พื้นที่อนุรักษ์ประมาณ 189,541 ไร่ ภูเขาสลับซับซ้อน ป่าหลายประเภท แหล่งต้นน้ำ ลานหิน น้ำตกตามฤดูกาล ทุ่งหญ้าแหล่งหากินของสัตว์ป่า เส้นทางศึกษาธรรมชาติ การส่องสัตว์ กางเต็นท์ และดูดาวภายใต้การอนุญาตของเจ้าหน้าที่
พื้นที่แห่งนี้แตกต่างจากอุทยานหรือสวนสาธารณะ เพราะภารกิจหลักคือการคุ้มครองสัตว์ป่า ป้องกันการล่า ฟื้นฟูระบบนิเวศ และรักษาแหล่งต้นน้ำ การท่องเที่ยวจึงเป็นกิจกรรมรองและไม่สามารถเดินทางเข้าไปทุกพื้นที่ได้อย่างอิสระ
ผู้ที่ได้รับอนุญาตให้เข้าพื้นที่สามารถสัมผัสป่าที่มีความเป็นธรรมชาติสูง เส้นทางบางช่วงไม่มีร้านค้า ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ต่อเนื่อง และไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกแบบแหล่งท่องเที่ยวทั่วไป จึงต้องเตรียมน้ำ อาหาร ยาประจำตัว อุปกรณ์เดินป่า และอุปกรณ์สื่อสารให้พร้อม
กิจกรรมอย่างเดินป่า ส่องสัตว์ ดูดาว และกางเต็นท์ต้องดำเนินการตามเส้นทาง เวลา และจำนวนคนที่เจ้าหน้าที่อนุมัติ การมีเจ้าหน้าที่หรือผู้นำทางช่วยลดความเสี่ยงต่อทั้งนักท่องเที่ยวและสัตว์ป่า
เหมาะกับนักเดินป่าที่มีประสบการณ์ นักดูนก นักดูสัตว์ นักวิจัย และผู้สนใจระบบนิเวศ ไม่เหมาะกับการเดินทางแบบแวะเข้าไปเองโดยไม่ประสานพื้นที่ล่วงหน้า
การเดินทาง: พื้นที่ฝั่งมุกดาหารครอบคลุมแนวป่าในอำเภอคำชะอี ดงหลวง และหนองสูง การเข้าเส้นทางท่องเที่ยวธรรมชาติต้องขออนุญาตและนัดหมายเจ้าหน้าที่ล่วงหน้า เวลาติดต่อสำนักงาน 08.30–16.30 น. ส่วนเวลาเดินป่า ส่องสัตว์ หรือพักค้างคืนเป็นไปตามแผนที่เจ้าหน้าที่อนุมัติ
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=16.620565,104.311944&travelmode=driving

29. ภูผากูด ตั้งอยู่ตามแนวภูเขาตำบลคำบก อำเภอคำชะอี เชื่อมต่อกับตำบลภูวง อำเภอหนองสูง เป็นพื้นที่ป่าอนุรักษ์และแหล่งสมุนไพรธรรมชาติขนาดใหญ่ของมุกดาหาร มีทั้งที่ราบบนภู หน้าผา หุบเขา ลำห้วย ถ้ำ น้ำตก และเส้นทางศึกษาระบบนิเวศ
ไฮไลต์: พื้นที่ประมาณ 10,500 ไร่ สมุนไพรธรรมชาติอย่างน้อย 322 ชนิด พืชหายาก แหล่งเรียนรู้ภูมิปัญญาหมอพื้นบ้าน ป่าชุ่มชื้น หุบเขา ลำห้วย ถ้ำ น้ำตก และพื้นที่ปฏิบัติธรรม
ภูผากูดมีความสำคัญเป็นพิเศษด้านพืชสมุนไพร มีการสำรวจพบพันธุ์พืชจำนวนมาก ทั้งพืชใช้เป็นอาหาร ยาพื้นบ้าน และชนิดที่ต้องได้รับการคุ้มครอง เช่น กวาวเครือแดงและพืชในกลุ่มเฟินขนาดใหญ่ ความหลากหลายดังกล่าวทำให้พื้นที่เปรียบเสมือนคลังพันธุกรรมธรรมชาติของจังหวัด
ภูมิประเทศมีทั้งสันภู หน้าผา ทางลาด และหุบที่เก็บความชื้นไว้ได้ดี จึงเกิดถิ่นอาศัยย่อยหลายแบบในระยะทางไม่ไกลกัน พื้นที่ร่มและลำห้วยมีพืชชอบความชื้น ขณะที่สันเขาที่ได้รับแสงมากมีพรรณไม้อีกกลุ่มหนึ่ง
นักท่องเที่ยวไม่ควรเก็บสมุนไพรกลับไปทดลองใช้เอง เพราะพืชหลายชนิดมีลักษณะคล้ายกันและบางชนิดมีพิษเมื่อใช้ผิดส่วนหรือผิดขนาด วิธีเรียนรู้ที่เหมาะสมคือการสังเกต ถ่ายภาพ และเดินร่วมกับเจ้าหน้าที่หรือผู้รู้ในชุมชนโดยไม่ถอนราก ตัดกิ่ง หรือลอกเปลือก
พื้นที่เป็นส่วนหนึ่งของเขตห้ามล่าสัตว์ป่าถ้ำผาน้ำทิพย์และแนวป่าสงวน จึงไม่ใช่พื้นที่ที่สามารถเดินออกนอกเส้นทางได้อย่างอิสระ การเดินทางเป็นกลุ่มหรือการเข้าพื้นที่ลึกควรประสานหน่วยดูแลป่า ผู้นำชุมชน หรือผู้ดูแลเส้นทางก่อนทุกครั้ง
การเดินทาง: ตั้งอยู่ตามแนวภูเขาตำบลคำบก อำเภอคำชะอี เชื่อมต่อกับตำบลภูวง อำเภอหนองสูง จังหวัดมุกดาหาร เปิดทุกวัน โดยควรประสานผู้ดูแลพื้นที่ล่วงหน้า เวลาแนะนำ 08.00–17.00 น.
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=16.472541,104.393760&travelmode=driving

30. วัดยอดแก้วศรีวิชัย หรือที่ชาวมุกดาหารเรียกกันว่า “วัดกลาง” ตั้งอยู่ในชุมชนศรีมงคลยอดแก้ว ใกล้ถนนสำราญชายโขงและตลาดอินโดจีน เป็นวัดเก่าแก่ที่มีประวัติสัมพันธ์กับการเติบโตของเมืองมุกดาหารมากว่า 200 ปี และเป็นหนึ่งในศาสนสถานสำคัญที่สามารถเที่ยวร่วมกับย่านเมืองเก่าริมแม่น้ำโขงได้อย่างสะดวก
ไฮไลต์: วิหารลวดลายสีทอง พระพุทธรูปขนาดใหญ่ปางประทานโปรดสัตว์ พระธาตุพนมจำลอง พระธาตุเจดีย์ 2 องค์ ประวัติการอุปถัมภ์วัดโดยเจ้าเมืองมุกดาหาร และทำเลใกล้ตลาดอินโดจีนกับแม่น้ำโขง
วัดสร้างขึ้นในปี 1826 โดยพระยาจันทร์สุริยวงษ์ เจ้าเมืองมุกดาหารลำดับที่ 2 และภรรยา ในช่วงที่เมืองมุกดาหารยังเป็นชุมชนสำคัญซึ่งใช้แม่น้ำโขงเป็นเส้นทางหลักของการเดินทางและการค้าขาย การสร้างวัดจึงเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างศูนย์กลางทางศาสนาและสังคมให้แก่เมือง
ต่อมาในปี 1846 พระจันทร์สุริยวงษ์ซึ่งเป็นบุตรได้บูรณปฏิสังขรณ์วัดครั้งสำคัญและตั้งชื่อว่า “วัดยอดแก้วศรีวิชัย” ส่วนชื่อ “วัดกลาง” มาจากตำแหน่งซึ่งเคยอยู่บริเวณศูนย์กลางชุมชนเมืองเก่า ก่อนที่มุกดาหารจะขยายตัวออกไปในพื้นที่กว้างขึ้น
หากนับจากปีสร้าง วัดมีอายุครบ 200 ปีในปี 2026 จึงเป็นศาสนสถานที่อยู่คู่เมืองผ่านการเปลี่ยนแปลงหลายยุค ตั้งแต่ยุคการเดินทางด้วยเรือ การค้าริมแม่น้ำ การพัฒนาถนน การยกฐานะมุกดาหารเป็นจังหวัด ไปจนถึงการเติบโตของการค้าชายแดนสมัยใหม่
วิหารและพระธาตุภายในวัดเหมาะกับทั้งการสักการะและศึกษาประวัติศาสตร์เมือง ผู้มาเยือนสามารถจัดวัดยอดแก้วศรีวิชัยไว้ในเส้นทางเดียวกับตลาดอินโดจีน ศาลเจ้าแม่สองนางพี่น้อง วัดศรีบุญเรือง และตลาดราตรี ทำให้เที่ยวเมืองเก่ามุกดาหารได้ต่อเนื่องโดยไม่ย้อนเส้นทาง
การเดินทาง: ตั้งอยู่ชุมชนศรีมงคลยอดแก้ว ใกล้ถนนสำราญชายโขงและตลาดอินโดจีน อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร เปิดทุกวัน เวลา 08.00–17.00 น.
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=16.540641,104.731565&travelmode=driving
| หัวข้อ | รายละเอียด |
| ภาพรวมจังหวัด | มุกดาหารเป็นจังหวัดชายแดนริมแม่น้ำโขงที่โดดเด่นด้านวัฒนธรรมลุ่มน้ำโขง การค้าชายแดน ความหลากหลายของกลุ่มชาติพันธุ์ ศาสนา ประวัติศาสตร์ และธรรมชาติของแนวเทือกเขาภูพาน เหมาะกับการเที่ยวตั้งแต่ 1 วันจนถึง 4–5 วัน โดยควรแบ่งเส้นทางตามโซนเพื่อลดการย้อนทาง |
| 10 ที่เที่ยวเด่น | 1. ตลาดอินโดจีน 2. แก่งกะเบา 3. หอแก้วมุกดาหารเฉลิมพระเกียรติฯ 4. สะพานมิตรภาพไทย–ลาว แห่งที่ 2 5. อุทยานแห่งชาติภูผาเทิบ 6. อุทยานแห่งชาติภูสระดอกบัว 7. วัดสองคอน 8. วนอุทยานภูหมู 9. ศาลเจ้าแม่สองนางพี่น้อง 10. กลองมโหระทึก |
| โซนตัวเมืองมุกดาหาร | 1. ตลาดอินโดจีน 2. หอแก้วมุกดาหารเฉลิมพระเกียรติฯ 3. สะพานมิตรภาพไทย–ลาว แห่งที่ 2 4. ศาลเจ้าแม่สองนางพี่น้อง 5. ตลาดราตรี (ตลาดเทศบาล) 6. วัดศรีบุญเรือง (บ้านใต้) 7. ภูผาเกี๊ยะ 8. วัดยอดแก้วศรีวิชัย เหมาะกับทริป 1 วัน เน้นเมืองชายแดน ประวัติศาสตร์เมือง ศาสนา ตลาด อาหาร และวิวแม่น้ำโขง |
| โซนหว้านใหญ่ | 1. แก่งกะเบา 2. วัดสองคอน 3. วัดพระศรีมหาโพธิ์ 4. วัดมโนภิรมย์ 5. วัดลัฏฐิกวัน เหมาะกับการเที่ยวริมแม่น้ำโขง วัดเก่า ศิลปะล้านช้าง สิมอีสาน ศาสนาคริสต์ และวัฒนธรรมของชุมชนชายแดน |
| โซนนิคมคำสร้อย | 1. วนอุทยานภูหมู 2. อ่างเก็บน้ำชลประทานห้วยขี้เหล็ก 3. วัดภูด่านแต้ (วัดพุทโธธัมมธโร) เหมาะกับผู้ที่ต้องการเที่ยวธรรมชาติ ภูเขา จุดชมวิว อ่างเก็บน้ำ และแวะสักการะพระพุทธรูปขนาดใหญ่ในเส้นทางเดียวกัน |
| โซนดอนตาล | 1. อุทยานแห่งชาติภูสระดอกบัว 2. กลองมโหระทึก 3. หอยสมัยหิน 4. บ้านหนองหล่ม ครอบคลุมทั้งธรรมชาติ โบราณคดี วัฒนธรรมภูไท และวิถีชุมชนริมแม่น้ำโขง |
| โซนหนองสูง | 1. หมู่บ้านท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมบ้านภู 2. วัดภูจ้อก้อ (วัดบรรพตคีรี) 3. วัดถ้ำภูผาขาว (วัดถ้ำโส้ม) 4. ภูผากูด เหมาะกับการเรียนรู้วัฒนธรรมผู้ไท วัดป่า พระกรรมฐาน ภูเขา และภูมิปัญญาสมุนไพร |
| โซนคำชะอี | 1. ภูผาซาน 2. เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูสีฐาน 3. ภูผากูด เหมาะกับสายเดินป่า จุดชมวิว การศึกษาพันธุ์พืช ป่าสมุนไพร และการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่ต้องวางแผนล่วงหน้า |
| โซนดงหลวง | 1. ห้วยบางทราย 2. น้ำตกแก่งโพธิ์ 3. น้ำตกห้วยเลา 4. เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูสีฐาน เหมาะกับนักท่องเที่ยวสายธรรมชาติ น้ำตก ป่าภูพาน และเส้นทางที่ต้องตรวจสภาพอากาศหรือประสานเจ้าหน้าที่ก่อนเดินทาง |
| เที่ยวริมแม่น้ำโขง | ตลาดอินโดจีน, แก่งกะเบา, วัดสองคอน, วัดพระศรีมหาโพธิ์, วัดมโนภิรมย์, ศาลเจ้าแม่สองนางพี่น้อง, บ้านหนองหล่ม และย่านเมืองเก่ามุกดาหาร เป็นสถานที่ที่ช่วยให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างชุมชน การค้า ศาสนา และแม่น้ำโขงได้ชัดเจน |
| ธรรมชาติและภูเขา | 1. อุทยานแห่งชาติภูผาเทิบ 2. อุทยานแห่งชาติภูสระดอกบัว 3. วนอุทยานภูหมู 4. ภูผาซาน 5. ภูผาเกี๊ยะ 6. เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูสีฐาน 7. ภูผากูด |
| น้ำตกและแหล่งน้ำ | 1. แก่งกะเบา 2. อ่างเก็บน้ำชลประทานห้วยขี้เหล็ก 3. ห้วยบางทราย 4. น้ำตกแก่งโพธิ์ 5. น้ำตกห้วยเลา น้ำตกและลำห้วยหลายแห่งขึ้นอยู่กับฤดูกาล จึงควรตรวจระดับน้ำและประกาศของหน่วยงานก่อนเดินทาง |
| วัดและสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ | 1. วัดสองคอน 2. ศาลเจ้าแม่สองนางพี่น้อง 3. วัดพระศรีมหาโพธิ์ 4. วัดภูจ้อก้อ 5. วัดภูด่านแต้ 6. วัดมโนภิรมย์ 7. วัดศรีบุญเรือง 8. วัดถ้ำภูผาขาว 9. วัดลัฏฐิกวัน 10. วัดยอดแก้วศรีวิชัย |
| วัดเก่าและศิลปกรรมลุ่มน้ำโขง | วัดพระศรีมหาโพธิ์ วัดมโนภิรมย์ วัดศรีบุญเรือง วัดลัฏฐิกวัน และวัดยอดแก้วศรีวิชัย เหมาะกับผู้สนใจสิมอีสาน ฮูปแต้ม ศิลปะล้านช้าง งานช่างญวน และประวัติศาสตร์ของชุมชนริมแม่น้ำโขง |
| แหล่งประวัติศาสตร์และโบราณคดี | 1. กลองมโหระทึก 2. หอยสมัยหิน 3. ภาพเขียนสีก่อนประวัติศาสตร์ในอุทยานแห่งชาติภูสระดอกบัว 4. วัดเก่าในพื้นที่หว้านใหญ่และตัวเมืองมุกดาหาร |
| ชุมชนและชาติพันธุ์ | 1. หมู่บ้านท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมบ้านภู — ชุมชนผู้ไท 2. บ้านหนองหล่ม — ชุมชนภูไทริมแม่น้ำโขง เหมาะกับผู้ที่ต้องการเรียนรู้ภาษา การแต่งกาย ผ้าทอ อาหาร พิธีบายศรีสู่ขวัญ การแสดงพื้นบ้าน และวิถีชุมชนโดยตรง |
| เหมาะกับครอบครัว | ตลาดอินโดจีน, แก่งกะเบา, หอแก้วมุกดาหาร, วัดสองคอน, อ่างเก็บน้ำห้วยขี้เหล็ก, ตลาดราตรี, วัดยอดแก้วศรีวิชัย และหมู่บ้านท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมบ้านภู |
| เหมาะกับเด็ก | หอแก้วมุกดาหาร, ตลาดอินโดจีน, แก่งกะเบา, หมู่บ้านท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมบ้านภู, บ้านหนองหล่ม และอุทยานแห่งชาติภูผาเทิบ โดยควรมีผู้ใหญ่ดูแลเด็กอย่างใกล้ชิดเมื่ออยู่ใกล้แม่น้ำ น้ำตก หรือหน้าผา |
| เหมาะกับผู้สูงอายุ | ตลาดอินโดจีน, หอแก้วมุกดาหาร, แก่งกะเบา, วัดสองคอน, วัดพระศรีมหาโพธิ์, วัดมโนภิรมย์, วัดศรีบุญเรือง, ตลาดราตรี และวัดยอดแก้วศรีวิชัย เป็นจุดที่เข้าถึงค่อนข้างสะดวกและไม่ต้องเดินป่าระยะไกล |
| เหมาะกับสายถ่ายภาพ | 1. แก่งกะเบา 2. หอแก้วมุกดาหาร 3. อุทยานแห่งชาติภูผาเทิบ 4. อุทยานแห่งชาติภูสระดอกบัว 5. วนอุทยานภูหมู 6. วัดถ้ำภูผาขาว 7. ภูผาซาน 8. ภูผาเกี๊ยะ 9. น้ำตกแก่งโพธิ์ 10. ภูผากูด |
| เหมาะกับสายเดินป่าและผจญภัย | อุทยานแห่งชาติภูผาเทิบ, อุทยานแห่งชาติภูสระดอกบัว, วนอุทยานภูหมู, ภูผาซาน, ภูผาเกี๊ยะ, น้ำตกแก่งโพธิ์, น้ำตกห้วยเลา, เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูสีฐาน และภูผากูด |
| อาหารพื้นเมือง | อาหารเด่นของมุกดาหารมีทั้งส้มตำ ลาบ น้ำตก แกงอ่อม ข้าวเหนียว ปลาแม่น้ำโขง หมูหันแก่งกะเบา ตลอดจนอาหารที่ได้รับอิทธิพลจากชุมชนเวียดนาม เช่น ข้าวเปียกเส้น กวยจั๊บญวน และหมูยอ |
| ของฝาก | 1. ผ้าทอผู้ไทและภูไท 2. ผลิตภัณฑ์จักสานและงานหัตถกรรมชุมชน 3. หมูยอและอาหารแปรรูป 4. สินค้าจากตลาดอินโดจีน 5. ผลิตภัณฑ์พื้นบ้านจากชุมชนรอบจังหวัด |
| 1 วัน — ตัวเมืองมุกดาหาร | เช้า: หอแก้วมุกดาหารเฉลิมพระเกียรติฯ สาย: ตลาดอินโดจีน – ศาลเจ้าแม่สองนางพี่น้อง – วัดยอดแก้วศรีวิชัย บ่าย: วัดศรีบุญเรือง – สะพานมิตรภาพไทย–ลาว แห่งที่ 2 เย็น: ตลาดราตรี (ตลาดเทศบาล) |
| 1 วัน — หว้านใหญ่ | เช้า: วัดพระศรีมหาโพธิ์ – วัดมโนภิรมย์ – วัดลัฏฐิกวัน สาย–บ่าย: วัดสองคอน บ่ายแก่–เย็น: แก่งกะเบาและรับประทานอาหารริมแม่น้ำโขง |
| 1 วัน — นิคมคำสร้อย | เช้า: วัดภูด่านแต้ สาย: อ่างเก็บน้ำชลประทานห้วยขี้เหล็ก บ่าย: วนอุทยานภูหมู โดยควรตรวจสภาพเส้นทางและเวลาเข้า–ออกพื้นที่ก่อนขึ้นภู |
| 1 วัน — หนองสูง | เช้า: วัดภูจ้อก้อ สาย: หมู่บ้านท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมบ้านภู บ่าย: วัดถ้ำภูผาขาว หากต้องการเดินพื้นที่ภูผากูดควรแยกเป็นอีกวันและประสานผู้ดูแลล่วงหน้า |
| 2 วัน 1 คืน | วันแรก: ตัวเมืองมุกดาหาร – ตลาดอินโดจีน – หอแก้ว – ศาลเจ้าแม่สองนางพี่น้อง – ตลาดราตรี วันที่สอง: วัดพระศรีมหาโพธิ์ – วัดมโนภิรมย์ – วัดสองคอน – แก่งกะเบา |
| 3 วัน 2 คืน | วันแรก: ตัวเมืองและริมแม่น้ำโขง วันที่สอง: หว้านใหญ่–แก่งกะเบา วันที่สาม: อุทยานแห่งชาติภูผาเทิบ หรือนิคมคำสร้อย–วนอุทยานภูหมู |
| 4–5 วัน | เพิ่มอุทยานแห่งชาติภูสระดอกบัว ดอนตาล หนองสูง คำชะอี และดงหลวง เพื่อเที่ยวชุมชนผู้ไท ป่าภูพาน น้ำตก ภูผาซาน ภูผากูด และพื้นที่อนุรักษ์ได้ครบมากขึ้นโดยไม่ต้องเร่งเดินทาง |
| ช่วงเหมาะกับการเที่ยว | เที่ยวได้ตลอดปี ช่วงพฤศจิกายน–กุมภาพันธ์อากาศเย็น เหมาะกับเมือง วัด และภูเขา ฤดูฝนเหมาะกับป่า น้ำตก และพื้นที่ธรรมชาติ แต่ควรตรวจประกาศปิดเส้นทาง น้ำป่า และสถานะการเปิดของพื้นที่อนุรักษ์ก่อนทุกครั้ง |
| น้ำตกห้วยเลา | เปิดตามฤดูกาล 1 มิถุนายน–31 มกราคม เวลา 08.00–17.00 น. และปิดฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ 1 กุมภาพันธ์–31 พฤษภาคมของทุกปี |
| พื้นที่ที่ต้องประสานล่วงหน้า | หมู่บ้านท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมบ้านภู, บ้านหนองหล่ม, เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูสีฐาน และเส้นทางบางส่วนของภูผากูดควรติดต่อนัดหมายหรือขออนุญาตก่อนเดินทาง โดยเฉพาะกิจกรรมโฮมสเตย์ ล่องเรือ เดินป่า กางเต็นท์ และเข้าพื้นที่อนุรักษ์ |
| การเดินทางภายในจังหวัด | รถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่าเป็นวิธีที่สะดวกที่สุด เพราะสถานที่กระจายหลายอำเภอและแหล่งธรรมชาติหลายแห่งไม่มีรถสาธารณะเข้าถึงโดยตรง ควรแบ่งเส้นทางเป็นตัวเมือง, หว้านใหญ่, นิคมคำสร้อย, ดอนตาล, หนองสูง, คำชะอี และดงหลวง |
| ความปลอดภัย | ระมัดระวังพื้นหินลื่น น้ำป่า หน้าผา และเส้นทางภูเขาในฤดูฝน ไม่ลงเล่นน้ำในเขตห้ามหรือบริเวณกระแสน้ำแรง ออกจากเส้นทางป่าก่อนมืด และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ในอุทยานกับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอย่างเคร่งครัด |
| การท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ | ไม่เก็บพืช สมุนไพร ซากดึกดำบรรพ์ หรือทรัพยากรธรรมชาติออกจากพื้นที่ ไม่ให้อาหารสัตว์ป่า ไม่ออกนอกเส้นทางอนุญาต ไม่ทิ้งขยะลงแม่น้ำและลำห้วย สนับสนุนสินค้าชุมชน และเคารพศาสนสถานกับพิธีกรรมของชุมชนท้องถิ่น |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: ที่เที่ยวมุกดาหารที่ไม่ควรพลาดมีที่ไหนบ้าง?
ตอบ: สถานที่เด่น ได้แก่ ตลาดอินโดจีน แก่งกะเบา หอแก้วมุกดาหารเฉลิมพระเกียรติฯ สะพานมิตรภาพไทย–ลาว แห่งที่ 2 อุทยานแห่งชาติภูผาเทิบ อุทยานแห่งชาติภูสระดอกบัว วัดสองคอน วนอุทยานภูหมู ศาลเจ้าแม่สองนางพี่น้อง และกลองมโหระทึก
ถาม: ถ้ามีเวลาเที่ยวมุกดาหารแค่ 1 วันควรไปที่ไหน?
ตอบ: หากเป็นครั้งแรกควรเที่ยวโซนตัวเมือง เริ่มจากหอแก้วมุกดาหาร ตลาดอินโดจีน ศาลเจ้าแม่สองนางพี่น้อง วัดยอดแก้วศรีวิชัย และปิดท้ายด้วยตลาดราตรี หรือเลือกเส้นทางหว้านใหญ่สำหรับวัดเก่า วัดสองคอน และแก่งกะเบา
ถาม: ควรเที่ยวมุกดาหารกี่วัน?
ตอบ: 2–3 วันเหมาะกับตัวเมือง หว้านใหญ่ และภูผาเทิบ หากต้องการเที่ยวดอนตาล หนองสูง คำชะอี ดงหลวง ภูสระดอกบัว และพื้นที่ธรรมชาติเพิ่ม ควรมีเวลา 4–5 วัน
ถาม: มุกดาหารมีอะไรเด่นนอกจากแม่น้ำโขง?
ตอบ: จังหวัดมีทั้งภูเขาหินทราย กลุ่มหินธรรมชาติ อุทยานแห่งชาติ ป่าภูพาน น้ำตก ชุมชนผู้ไทและภูไท ศิลปะล้านช้าง วัดเก่า แหล่งโบราณคดี และการค้าชายแดน จึงเที่ยวได้หลายรูปแบบมากกว่าการชมแม่น้ำโขงเพียงอย่างเดียว
ถาม: แก่งกะเบาเที่ยวช่วงไหนสวยที่สุด?
ตอบ: ช่วงฤดูแล้งเมื่อน้ำโขงลดจะมองเห็นแนวแก่งหิน ลานหิน และหาดทรายชัดเจนมากขึ้น ส่วนช่วงเช้าหรือเย็นเหมาะกับการเดินชมวิวและถ่ายภาพเพราะอากาศไม่ร้อนเกินไป
ถาม: อุทยานแห่งชาติภูผาเทิบมีอะไรเด่น?
ตอบ: จุดเด่นคือกลุ่มหินเทิบรูปร่างแปลกที่เกิดจากการกัดกร่อนตามธรรมชาติ ลานหิน เส้นทางศึกษาธรรมชาติ หน้าผา และดอกไม้ป่าตามฤดูกาล เหมาะกับผู้สนใจธรรมชาติและธรณีวิทยา
ถาม: อุทยานแห่งชาติภูสระดอกบัวมีอะไรน่าสนใจ?
ตอบ: มีลานหิน แอ่งน้ำธรรมชาติบนภู ภาพเขียนสีก่อนประวัติศาสตร์ ป่าเต็งรังแคระ จุดชมวิว และเส้นทางเดินธรรมชาติหลายแห่ง โดยบางเส้นทางต้องประสานเจ้าหน้าที่ล่วงหน้า
ถาม: วัดสองคอนมีความสำคัญอย่างไร?
ตอบ: วัดสองคอนเป็นศาสนสถานคาทอลิกที่เกี่ยวข้องกับบุญราศีมรณสักขีแห่งประเทศไทยทั้ง 7 คน และเป็นสถานที่สำคัญด้านประวัติศาสตร์คริสต์ศาสนาในภาคอีสานและชุมชนลุ่มน้ำโขง
ถาม: ที่เที่ยวมุกดาหารสำหรับสายวัฒนธรรมมีที่ไหนบ้าง?
ตอบ: แนะนำหมู่บ้านท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมบ้านภู บ้านหนองหล่ม วัดพระศรีมหาโพธิ์ วัดมโนภิรมย์ วัดลัฏฐิกวัน กลองมโหระทึก วัดศรีบุญเรือง และวัดยอดแก้วศรีวิชัย
ถาม: มีชุมชนท่องเที่ยวที่พักแบบโฮมสเตย์หรือไม่?
ตอบ: มีทั้งหมู่บ้านท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมบ้านภูในอำเภอหนองสูงและบ้านหนองหล่มในอำเภอดอนตาล โดยควรติดต่อล่วงหน้าเพื่อให้ชุมชนเตรียมที่พัก อาหาร การแสดง และกิจกรรมให้เหมาะกับจำนวนผู้เดินทาง
ถาม: มุกดาหารมีที่เที่ยวธรรมชาติสำหรับเดินป่าที่ไหน?
ตอบ: อุทยานแห่งชาติภูผาเทิบ อุทยานแห่งชาติภูสระดอกบัว วนอุทยานภูหมู ภูผาซาน ภูผาเกี๊ยะ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูสีฐาน และภูผากูดเป็นตัวเลือกสำคัญ โดยบางพื้นที่ต้องขออนุญาตหรือมีเจ้าหน้าที่นำทาง
ถาม: น้ำตกห้วยเลาเปิดเดือนไหน?
ตอบ: น้ำตกห้วยเลาเปิดตามฤดูกาลตั้งแต่ 1 มิถุนายน–31 มกราคม เวลา 08.00–17.00 น. และปิดฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติระหว่าง 1 กุมภาพันธ์–31 พฤษภาคมของทุกปี
ถาม: น้ำตกแก่งโพธิ์เหมาะเที่ยวช่วงไหน?
ตอบ: ปลายฤดูฝนถึงต้นฤดูหนาวมักเหมาะที่สุด เพราะมีปริมาณน้ำดีและป่าเขียว แต่ควรตรวจฝนและประกาศของอุทยานแห่งชาติภูผายลก่อนเดินทาง เนื่องจากน้ำป่าสามารถเพิ่มระดับได้อย่างรวดเร็ว
ถาม: ภูผากูดมีอะไรเด่น?
ตอบ: ภูผากูดเป็นพื้นที่ป่าอนุรักษ์และแหล่งสมุนไพรธรรมชาติขนาดใหญ่ มีการสำรวจพบสมุนไพรอย่างน้อย 322 ชนิด พร้อมหุบเขา ลำห้วย ถ้ำ น้ำตก และเส้นทางศึกษาธรรมชาติ การเข้าพื้นที่ลึกควรประสานผู้ดูแลล่วงหน้า
ถาม: เที่ยวมุกดาหารกับผู้สูงอายุควรเลือกที่ไหน?
ตอบ: แนะนำตลาดอินโดจีน หอแก้วมุกดาหาร แก่งกะเบา วัดสองคอน วัดพระศรีมหาโพธิ์ วัดมโนภิรมย์ วัดศรีบุญเรือง วัดยอดแก้วศรีวิชัย และตลาดราตรี เพราะเข้าถึงค่อนข้างง่ายและไม่ต้องเดินป่าระยะไกล
ถาม: มุกดาหารมีอาหารอะไรที่ควรลอง?
ตอบ: ควรลองส้มตำ ลาบ แกงอ่อม ปลาแม่น้ำโขง หมูหันแก่งกะเบา ข้าวเปียกเส้น กวยจั๊บญวน และหมูยอ ซึ่งสะท้อนทั้งวัฒนธรรมอีสานและอิทธิพลของชุมชนเวียดนามในจังหวัด
ถาม: ซื้อของฝากจากมุกดาหารอะไรดี?
ตอบ: แนะนำผ้าทอผู้ไทและภูไท งานจักสาน ผลิตภัณฑ์จากชุมชน หมูยอ อาหารแปรรูป และสินค้าจากตลาดอินโดจีน โดยควรตรวจแหล่งผลิต ฉลาก และคุณภาพก่อนซื้อสินค้านำเข้า
ถาม: สามารถข้ามไปเที่ยวลาวจากมุกดาหารได้หรือไม่?
ตอบ: สามารถเดินทางผ่านสะพานมิตรภาพไทย–ลาว แห่งที่ 2 ไปยังนครไกสอน พมวิหาน แขวงสะหวันนะเขตได้ แต่ต้องมีเอกสารเดินทางและปฏิบัติตามกฎตรวจคนเข้าเมือง ควรตรวจเงื่อนไขการเข้าเมืองและเวลาเปิดด่านก่อนเดินทางทุกครั้ง
ถาม: ถ้าไม่มีรถส่วนตัวเที่ยวมุกดาหารได้หรือไม่?
ตอบ: ตัวเมืองและสถานที่ริมโขงบางแห่งสามารถใช้รถท้องถิ่นหรือบริการรถรับจ้างได้ แต่แหล่งธรรมชาติในนิคมคำสร้อย ดอนตาล ดงหลวง คำชะอี และหนองสูงกระจายตัวค่อนข้างมาก การใช้รถส่วนตัว รถเช่า หรือเหมารถพร้อมคนขับจะสะดวกกว่า
ถาม: ควรจัดเส้นทางเที่ยวมุกดาหารอย่างไรไม่ให้ย้อนทาง?
ตอบ: ควรแบ่งเป็นโซน ได้แก่ ตัวเมืองมุกดาหาร, หว้านใหญ่, นิคมคำสร้อย, ดอนตาล, หนองสูง, คำชะอี และดงหลวง แล้วเที่ยวสถานที่ในโซนเดียวกันให้ครบก่อนเปลี่ยนพื้นที่ จะช่วยประหยัดทั้งเวลาและระยะทาง
หมวดหมู่: ●บทความท่องเที่ยว, สูตรอาหาร
กลุ่ม: ●รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร
ปรับปรุงล่าสุด : 3 สัปดาห์ที่แล้ว



