หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดมุกดาหาร >อ.ดอนตาล >ต.เหล่าหมี > อุทยานแห่งชาติภูสระดอกบัว
TL;DR: อุทยานแห่งชาติภูสระดอกบัว อยู่ที่แนวรอยต่อจังหวัดมุกดาหาร จังหวัดยโสธร และจังหวัดอำนาจเจริญ เปิดทุกวัน โดยแหล่งท่องเที่ยวและเส้นทางเดินป่าบางแห่งอาจปิดชั่วคราวตามฤดูกาล เวลา 08.30 – 16.30 น. สำหรับศูนย์บริการนักท่องเที่ยว.
อุทยานแห่งชาติภูสระดอกบัว

วันเปิดทำการ: ทุกวัน โดยแหล่งท่องเที่ยวและเส้นทางเดินป่าบางแห่งอาจปิดชั่วคราวตามฤดูกาล สภาพอากาศ และมาตรการดูแลทรัพยากรธรรมชาติ
เวลาเปิดทำการ: 08.30 – 16.30 น. สำหรับศูนย์บริการนักท่องเที่ยว การเดินเส้นทางระยะไกลและการพักค้างแรมต้องประสานเจ้าหน้าที่ล่วงหน้า
อุทยานแห่งชาติภูสระดอกบัว เป็นอุทยานแห่งชาติทางบกที่โดดเด่นทั้งด้านธรรมชาติ ธรณีสัณฐาน โบราณคดี และประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ตั้งอยู่บนแนวรอยต่อของจังหวัดมุกดาหาร จังหวัดยโสธร และจังหวัดอำนาจเจริญ พื้นที่สำคัญกระจายอยู่ในอำเภอนิคมคำสร้อยและอำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร อำเภอเลิงนกทา จังหวัดยโสธร ตลอดจนอำเภอชานุมานและอำเภอเสนางคนิคม จังหวัดอำนาจเจริญ จุดเด่นที่สุดคือแอ่งหินบนยอดภูสระดอกบัวที่มีน้ำขังตลอดปีและมีบัวขนาดเล็กขึ้นตามธรรมชาติ ควบคู่กับภาพเขียนสีและรอยฝ่ามือก่อนประวัติศาสตร์ที่ภูผาแต้ม ลานดอกไม้ป่าบนภูวัด จุดชมพระอาทิตย์ตกที่ภูผาหอม ทิวทัศน์ของภูหมู และลานหินหรือ “ดาน” ที่กระจายอยู่ท่ามกลางป่าเต็งรังแคระ
อุทยานแห่งชาติแห่งนี้ไม่ได้เป็นสถานที่ซึ่งสามารถเที่ยวครบทุกจุดได้ภายในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง เพราะแหล่งท่องเที่ยวแต่ละแห่งอยู่คนละพื้นที่และมีระดับความยากแตกต่างกัน นักท่องเที่ยวที่ต้องการพักผ่อนใกล้ศูนย์บริการสามารถชมอ่างเก็บน้ำห้วยหินข้อ ใช้บริการพื้นที่กางเต็นท์ และสัมผัสบรรยากาศป่าโดยไม่ต้องเดินไกล ส่วนผู้ที่ต้องการชมภาพเขียนสีก่อนประวัติศาสตร์ จุดชมวิวบนสันเขา หรือแอ่งบัวธรรมชาติบนยอดภู จำเป็นต้องมีเวลา เตรียมร่างกาย และประสานเจ้าหน้าที่เกี่ยวกับสภาพเส้นทางก่อนออกเดิน โดยเฉพาะการเดินขึ้นภูสระดอกบัวซึ่งใช้เวลาเกือบเต็มวัน
อุทยานแห่งชาติภูสระดอกบัวได้รับการประกาศจัดตั้งเมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2535 เป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 75 ของประเทศไทย มีพื้นที่ตามจำนวน 144,375 ไร่ หรือประมาณ 231 ตารางกิโลเมตร การกำหนดพื้นที่อนุรักษ์ครอบคลุมแนวเทือกเขาที่เชื่อมต่อกันระหว่าง 3 จังหวัด ทำให้ผืนป่าแห่งนี้มีความสำคัญมากกว่าการเป็นจุดท่องเที่ยว เพราะทำหน้าที่เป็นพื้นที่ต้นน้ำ แหล่งอาศัยของสัตว์ป่า แนวเชื่อมต่อของระบบนิเวศ และพื้นที่คุ้มครองหลักฐานทางโบราณคดีที่กระจายอยู่ตามหน้าผาและเพิงหิน
ลักษณะภูมิประเทศโดยทั่วไปเป็นเทือกเขาสลับซับซ้อน ทอดตัวจากทิศตะวันตกเฉียงเหนือไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ความสูงส่วนใหญ่อยู่ในช่วงประมาณ 350–450 เมตรจากระดับทะเลปานกลาง ส่วนยอดเขาที่สูงที่สุดคือ ภูกระแซะ สูงประมาณ 491 เมตร ความสูงอาจไม่มากเท่าภูเขาทางภาคเหนือ แต่ภูมิประเทศมีสันเขา เนินหิน หน้าผา ร่องห้วย และพื้นที่ราบบนลานหินสลับกันอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้บางเส้นทางมีความท้าทายจากระยะทาง ความร้อน และพื้นหินที่ลื่นหลังฝนตก
ลักษณะเด่นที่พบได้ทั่วไปคือพื้นที่ลานหินทรายขนาดใหญ่ซึ่งชาวอีสานเรียกว่า “ดาน” ดานบางแห่งกว้างหลายสิบไร่ พื้นผิวอาจเรียบเป็นแผ่นต่อเนื่อง แตกร้าวเป็นร่อง หรือถูกน้ำและสภาพอากาศกัดกร่อนจนเกิดหลุมตื้น แอ่งน้ำ และรูปร่างหินแปลกตา เมื่อน้ำฝนสะสมอยู่ในรอยเว้าเหล่านี้จะกลายเป็นแหล่งน้ำขนาดเล็กสำหรับพืช สัตว์ และสิ่งมีชีวิตบนลานหิน บางแอ่งสามารถเก็บน้ำได้นานตลอดปี ดังเช่นแอ่งบัวบนยอดภูสระดอกบัวซึ่งกลายเป็นเอกลักษณ์และเป็นที่มาของชื่ออุทยาน
เทือกเขาภายในอุทยานยังเป็นต้นกำเนิดของลำห้วยหลายสาย เช่น ห้วยทมและห้วยก้านเหลือง น้ำจากพื้นที่สูงไหลผ่านหุบเขาและป่าออกไปหล่อเลี้ยงพื้นที่ราบและชุมชนรอบเขตอุทยาน ระบบต้นน้ำเหล่านี้มีความสัมพันธ์โดยตรงกับความสมบูรณ์ของป่า เพราะเรือนยอดไม้ พืชพื้นล่าง ชั้นใบไม้ และดินป่าช่วยชะลอการไหลของน้ำ ลดการพังทลาย และกักเก็บความชื้นไว้ในพื้นที่ เมื่อเดินทางช่วงปลายฤดูฝน นักท่องเที่ยวจะเห็นความแตกต่างอย่างชัดเจนจากสีเขียวของป่า แอ่งน้ำที่มีน้ำเต็ม และดอกไม้ป่าซึ่งเริ่มผลิบานบนลานหิน
สภาพป่าของอุทยานมีความหลากหลายตามระดับความสูง ความชื้น ความลึกของดิน และลักษณะพื้นหิน พื้นที่สำคัญประกอบด้วยป่าเบญจพรรณ ป่าดิบแล้ง ป่าเต็งรัง และป่าเต็งรังแคระบนลานหิน บริเวณที่ดินค่อนข้างลึกและมีความชื้นจะพบไม้ยืนต้นขนาดใหญ่และเรือนยอดหนาแน่นกว่า ขณะที่ดานหินและสันเขาที่มีดินตื้นจะมีไม้ขนาดเล็ก ลำต้นคด และรูปทรงที่ปรับตัวต่อความแห้งแล้ง ลมแรง และอุณหภูมิสูงในเวลากลางวัน
พันธุ์ไม้ที่พบในผืนป่า ได้แก่ มะค่าโมง ประดู่แดง พะยูง ชิงชัน และไม้ในกลุ่มป่าเต็งรังหลายชนิด พื้นที่ซึ่งมีสภาพเป็นทุ่งหญ้าและลานหินยังพบหญ้าเพ็ก ไม้พุ่ม พืชกินแมลง และไม้ดอกขนาดเล็กที่อาศัยวงจรชีวิตตามฤดูกาล เมื่อฝนเริ่มลดลงและน้ำยังคงหล่อเลี้ยงรอยแยกของหิน ดอกไม้หลายชนิดจะออกดอกพร้อมกัน ทำให้พื้นที่ซึ่งดูแห้งและเรียบง่ายในฤดูร้อนเปลี่ยนเป็นลานสีม่วง สีขาว สีชมพู และสีเหลืองในช่วงปลายฤดูฝนถึงต้นฤดูหนาว
สัตว์ป่าที่มีรายงานอาศัยอยู่ในพื้นที่ ได้แก่ เก้ง หมูป่า กระต่ายป่า ลิง เม่น กระจง และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็กชนิดต่าง ๆ ส่วนสัตว์ปีกพบทั้งไก่ป่า นกในป่าเต็งรัง และนกที่อาศัยตามแหล่งน้ำ แม้นักท่องเที่ยวจะไม่ได้พบสัตว์ขนาดใหญ่ได้ง่าย แต่สามารถสังเกตร่องรอย เช่น รอยเท้า รอยคุ้ยหาอาหาร มูลสัตว์ เสียงร้อง หรือการเคลื่อนไหวตามเรือนยอดไม้ การรักษาความเงียบและไม่ทิ้งเศษอาหารจะช่วยลดการรบกวนพฤติกรรมตามธรรมชาติของสัตว์ป่า
ชื่อ “ภูสระดอกบัว” มาจากภูเขาสูงประมาณ 423 เมตรซึ่งมีแอ่งหินอยู่บนยอดภูจำนวน 11 แอ่ง แต่ละแอ่งกว้างประมาณ 2–3 เมตร มีน้ำสะสมและพบพืชน้ำคล้ายบัวขนาดเล็กสีขาวอมชมพูขึ้นอยู่ภายใน ชาวบ้านในพื้นที่รู้จักแอ่งบัวเหล่านี้มาเป็นเวลานานและเชื่อว่าบัวเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ความแปลกของบัวซึ่งขึ้นอยู่ในแอ่งหินบนภูเขา ไม่ได้อยู่ในหนองหรือบึงบนพื้นราบเหมือนที่พบทั่วไป ทำให้ชาวบ้านเรียกภูเขาลูกนี้ว่าภูสระดอกบัว และต่อมากลายเป็นชื่อของอุทยานแห่งชาติ
แอ่งหินบนยอดภูเป็นระบบนิเวศขนาดเล็กที่เปราะบาง น้ำในแอ่งมาจากฝนและการกักเก็บตามโครงสร้างของหิน ปริมาณน้ำและสภาพของพืชจึงเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาล นักท่องเที่ยวไม่ควรลงไปในแอ่ง จับดอกบัว เด็ดพืช หรือทิ้งสิ่งใดลงในน้ำ เพราะการเหยียบเพียงไม่กี่ครั้งอาจทำให้ดินตะกอนขุ่น รากพืชเสียหาย หรือรบกวนสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่อาศัยอยู่ในแอ่ง การชมจากขอบพื้นที่ตามแนวที่เจ้าหน้าที่กำหนดเป็นวิธีที่เหมาะสมที่สุดในการรักษาธรรมชาติของยอดภู
เส้นทางไปยังยอดภูสระดอกบัวใช้เวลาประมาณ 1 วันและไม่ใช่เส้นทางสำหรับการเดินเล่นระยะสั้น ผู้เดินทางต้องเตรียมน้ำ อาหารกลางวัน รองเท้าสำหรับเดินป่า หมวก อุปกรณ์กันฝน ยาประจำตัว และเสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี ควรเริ่มเดินตั้งแต่เช้าและปฏิบัติตามเวลาที่เจ้าหน้าที่กำหนด การเดินโดยไม่มีข้อมูลเส้นทางหรือเริ่มต้นช้าเกินไปเพิ่มความเสี่ยงต่อการหลงทาง กลับออกจากป่าไม่ทันก่อนค่ำ และเผชิญสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงบนสันเขา
ภูผาแต้ม เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่รวมจุดชมทิวทัศน์เข้ากับหลักฐานก่อนประวัติศาสตร์ หน้าผามีลักษณะคล้ายเพิงถ้ำ เกิดจากชั้นหินขนาดใหญ่เลื่อนตัวและทับซ้อนกันจนเกิดพื้นที่กำบังใต้หน้าผา ผนังหินปรากฏรอยฝ่ามือและภาพสัญลักษณ์สีแดงรวมประมาณ 98 ภาพ อยู่สูงจากพื้นราว 3–5 เมตร ภาพบางส่วนเป็นรอยมือที่เห็นนิ้วชัด ขณะที่อีกส่วนเป็นเส้น รูปทรง และสัญลักษณ์ซึ่งสะท้อนวิธีสื่อสารหรือพิธีกรรมของผู้คนในอดีต
ภาพเขียนสีที่ภูผาแต้มมีอายุราว 3,000 ปี และมีลักษณะเชื่อมโยงกับศิลปะบนผนังหินในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเฉพาะกลุ่มภาพมือแดงที่อุทยานแห่งชาติผาแต้ม จังหวัดอุบลราชธานี หลักฐานเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าภูเขาและเพิงหินในภูมิภาคลุ่มน้ำโขงเคยเป็นพื้นที่อยู่อาศัย พักพิง ประกอบกิจกรรม หรือมีความหมายทางความเชื่อสำหรับมนุษย์ก่อนประวัติศาสตร์ การชมภาพควรรักษาระยะ ไม่สัมผัสผนัง ไม่ใช้น้ำราดเพื่อให้สีชัด และไม่ขีดเขียนเพิ่มเติม เพราะคราบจากมือ ความชื้น และสารเคมีสามารถเร่งการเสื่อมสภาพของเม็ดสีได้
การเดินชมภูผาแต้มใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับจุดเริ่มต้น สภาพเส้นทาง และความเร็วของแต่ละคน เส้นทางมีทั้งพื้นดิน ลานหิน และทางลาด ควรใช้รองเท้าที่เกาะพื้นได้ดี โดยเฉพาะหลังฝนตก จุดชมพระอาทิตย์ขึ้นบริเวณหน้าผาเปิดมุมมองไปยังแนวป่าและภูเขารอบพื้นที่ แสงเช้าช่วยให้เห็นความซับซ้อนของชั้นหินและทำให้บรรยากาศบริเวณเพิงผามีความสงบแตกต่างจากช่วงกลางวัน
ผามะเกลือ อยู่ไม่ไกลจากภูผาแต้ม มีลักษณะเป็นลานหินและพื้นที่ใต้เพิงผาที่ร่มรื่นด้วยต้นไม้ เหมาะสำหรับหยุดพักระหว่างการเดิน เสน่ห์ของผามะเกลือไม่ได้อยู่ที่ทิวทัศน์กว้างเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ความแตกต่างระหว่างพื้นหินเปิดโล่งกับบริเวณใต้หน้าผาซึ่งเย็นและชื้นกว่า นักท่องเที่ยวสามารถสังเกตพืชขนาดเล็ก เฟิน มอส และร่องรอยการกัดกร่อนของหินได้โดยไม่ต้องออกนอกแนวเส้นทาง
ลานดอกไม้บนภูวัด เป็นพื้นที่ลานหินกว้างซึ่งมีไม้ดอกขนาดเล็กขึ้นแทรกตามรอยแตกและบริเวณที่มีดินตื้น พืชเด่นที่พบ ได้แก่ ดอกเอนอ้า ดอกกระดุมเงิน และดอกดุสิตา ช่วงเวลาที่เหมาะกับการชมดอกไม้คือปลายฤดูฝนถึงต้นฤดูหนาว เมื่อความชื้นยังเพียงพอและฝนไม่ตกหนักต่อเนื่อง สีของดอกไม้ตัดกับพื้นหินสีเข้มและป่าเต็งรังโดยรอบ กลายเป็นภาพธรรมชาติที่ละเอียดอ่อนและแตกต่างจากทุ่งดอกไม้ขนาดใหญ่
ในอดีตชุมชนเคยใช้พื้นที่ภูวัดสำหรับประกอบกิจกรรมทางศาสนาและความเชื่อ ชื่อของพื้นที่จึงสะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างภูเขากับวิถีชุมชน ไม่ใช่เพียงการตั้งชื่อตามลักษณะทางธรรมชาติ การเดินชมลานดอกไม้ควรหลีกเลี่ยงการเหยียบออกนอกทาง เพราะไม้ดอกบนลานหินมีขนาดเล็กมาก หลายต้นสูงเพียงไม่กี่เซนติเมตรและอาจมองไม่เห็นเมื่อเดินย้อนแสง การนั่ง ถ่ายภาพ หรือวางสัมภาระบนกลุ่มดอกไม้สามารถสร้างความเสียหายได้โดยไม่ตั้งใจ
ภูผาหอม เป็นจุดชมทิวทัศน์และพระอาทิตย์ตกที่สำคัญของอุทยาน มีความสูงประมาณ 386 เมตรจากระดับทะเลปานกลาง เส้นทางจากบ้านภูผาหอมไปทางทิศตะวันตกมีระยะทางประมาณ 4 กิโลเมตร ระหว่างทางผ่านป่าไผ่ ลานหิน และป่าเต็งรัง สภาพป่าจะเปลี่ยนไปตามความลาดชันและความลึกของดิน ทำให้การเดินเส้นทางนี้ได้เห็นทั้งพืชพรรณบนพื้นหินและป่าที่มีเรือนยอดหนาแน่นขึ้นในร่องเขา
จากจุดชมวิวภูผาหอมสามารถมองเห็นแนวภูเขาหลายลูก เช่น ภูหมู ภูแผงม้า ภูไม้ซาง ภูซอง และภูอัครชาด ทิวทัศน์ทางทิศตะวันตกเหมาะกับการชมพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า โดยเฉพาะช่วงปลายฝนและฤดูหนาวเมื่ออากาศโปร่งและแนวเขาซ้อนกันเห็นชัด การกลับจากจุดชมพระอาทิตย์ตกต้องเตรียมไฟฉายคาดศีรษะและเดินตามเจ้าหน้าที่ เพราะแสงจะลดลงอย่างรวดเร็ว พื้นหินบางช่วงมีรอยแตก และแนวทางอาจสังเกตได้ยากเมื่อเข้าสู่ความมืด
ภูผาแตก เป็นอีกจุดหนึ่งที่มีลักษณะทางธรณีสัณฐานโดดเด่น พื้นที่ประกอบด้วยแนวผา รอยแตกของหิน และจุดชมวิวซึ่งเปิดมุมมองไปทางทิศเหนือ ในวันที่ท้องฟ้าแจ่มใสสามารถมองเห็นแนวเทือกเขาทางจังหวัดมุกดาหารได้ไกล บริเวณนี้ยังเชื่อมโยงกับความทรงจำเรื่องความขัดแย้งทางการเมืองในอดีต จึงเป็นพื้นที่ที่มีคุณค่าทั้งด้านภูมิประเทศและประวัติศาสตร์ร่วมสมัย
ร่องรอยจากช่วงความขัดแย้งทางการเมืองซึ่งปรากฏตามสันเขา เพิงผา และพื้นที่หลบซ่อนบางแห่ง ทำให้อุทยานแห่งชาติภูสระดอกบัวแตกต่างจากแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติทั่วไป ภูมิประเทศที่สลับซับซ้อนสามารถใช้เป็นจุดสังเกต เส้นทางเคลื่อนย้าย และที่กำบังได้ เรื่องราวเหล่านี้ควรได้รับการเรียนรู้ด้วยความระมัดระวังและเคารพต่อผู้คนทุกฝ่าย เพราะเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ชุมชนและความเปลี่ยนแปลงทางสังคมในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ภูไม้ซาง เป็นพื้นที่ซึ่งต้องใช้การเดินทางที่จริงจังกว่าจุดใกล้ศูนย์บริการ เส้นทางจากบ้านโคกขามเลียนขึ้นสู่ยอดภูเหมาะกับรถยนต์ขับเคลื่อน 4 ล้อและใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมงตามสภาพทาง ด้านทิศตะวันตกบริเวณผาลับฟ้าเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกและทิวทัศน์ของภูแผงม้ากับภูหมู การเดินทางเข้าสู่พื้นที่ควรใช้รถที่มีสภาพพร้อม ผู้ขับขี่คุ้นเคยกับทางป่า และได้รับข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ก่อนออกเดินทาง
ภูหมู อยู่ในเขตอำเภอนิคมคำสร้อย จังหวัดมุกดาหาร เป็นพื้นที่ชมวิวและชมพืชป่าตามฤดูกาลที่ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้น จุดเด่นประกอบด้วยลานหิน ป่าเต็งรัง ทิวทัศน์พระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตก รวมถึงดอกเอื้องลิ้นมังกรซึ่งผลิบานในฤดูฝน ดอกกล้วยไม้ขนาดเล็กชนิดนี้ขึ้นอยู่ตามพื้นดินและโขดหิน จึงต้องชมอย่างระมัดระวังและไม่ออกนอกแนวทางเดิน
หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติบริเวณภูหมูมีการปิดพื้นที่ตามฤดูกาลเพื่อฟื้นฟูทรัพยากร ป้องกันไฟป่า และดูแลสิ่งอำนวยความสะดวก สำหรับปี 2569 พื้นที่ภูหมูปิดระหว่างวันที่ 1 มีนาคมถึง 15 พฤษภาคม และเปิดฤดูกาลตั้งแต่วันที่ 16 พฤษภาคม การกำหนดช่วงปิดในแต่ละปีอาจเปลี่ยนตามสภาพพื้นที่ นักท่องเที่ยวจึงควรตรวจประกาศของอุทยานก่อนจัดแผนเดินทาง แม้ศูนย์บริการหลักจะเปิดตามปกติก็ตาม
อ่างเก็บน้ำห้วยหินข้อ ตั้งอยู่บริเวณที่ทำการอุทยานแห่งชาติ เป็นพื้นที่ซึ่งเข้าถึงได้ง่ายกว่ายอดภูและเส้นทางเดินป่าระยะไกล รอบอ่างมีบรรยากาศสงบ เหมาะสำหรับพักผ่อน ชมแสงเช้าและแสงเย็น ตลอดจนใช้เป็นฐานสำหรับการพักแรม ภายในบริเวณที่ทำการมีศูนย์บริการนักท่องเที่ยว บ้านพัก พื้นที่กางเต็นท์ ห้องน้ำ และที่จอดรถ การพักที่นี่ช่วยให้นักท่องเที่ยวเริ่มกิจกรรมช่วงเช้าได้สะดวกและมีเวลารับฟังคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่ก่อนเข้าสู่เส้นทาง
บ้านพักของอุทยานและพื้นที่กางเต็นท์ต้องตรวจสอบจำนวนว่างและเงื่อนไขการใช้บริการล่วงหน้า โดยเฉพาะช่วงฤดูหนาว วันหยุดต่อเนื่อง และช่วงที่ดอกไม้ป่ากำลังบาน ผู้พักแรมควรเตรียมอาหาร น้ำดื่ม ยากันแมลง ถุงขยะ และอุปกรณ์ส่วนตัวให้ครบ เนื่องจากร้านค้าในพื้นที่ป่าและตามเส้นทางมีจำกัด การประกอบอาหารต้องใช้บริเวณที่กำหนด ไม่ก่อไฟบนลานหินหรือใต้ต้นไม้ และเก็บเศษอาหารทุกชนิดเพื่อป้องกันสัตว์ป่าเข้ามาหากินในพื้นที่พักแรม
นักท่องเที่ยวซึ่งต้องการประสบการณ์แบบไม่เดินป่าหนักสามารถใช้เวลาบริเวณศูนย์บริการ อ่างเก็บน้ำห้วยหินข้อ และจุดท่องเที่ยวซึ่งเจ้าหน้าที่แจ้งว่าเข้าถึงได้ในวันนั้น ส่วนผู้ที่มีเวลาครึ่งวันสามารถเลือกเส้นทางภูผาแต้มและผามะเกลือ หรือเลือกจุดชมวิวที่เหมาะกับสภาพอากาศ การไปหลายจุดในวันเดียวไม่ควรวางแผนจากระยะทางบนแผนที่เพียงอย่างเดียว เพราะเวลาเดินทางจริงขึ้นอยู่กับสภาพถนนป่า การประสานเจ้าหน้าที่ เวลาเดินเท้า และช่วงเปิดของแต่ละพื้นที่
สำหรับการเที่ยวเต็มวัน นักท่องเที่ยวสามารถเลือกการเดินขึ้นยอดภูสระดอกบัวเป็นกิจกรรมหลักเพียงเส้นทางเดียว หรือเลือกภูผาแต้มร่วมกับลานดอกไม้และจุดชมวิวที่อยู่ในทิศทางเดียวกัน การจัดเส้นทางโดยให้จุดสำคัญเพียง 1–2 แห่งต่อวันทำให้มีเวลาศึกษาธรรมชาติ พักระหว่างทาง และกลับออกจากพื้นที่ก่อนมืด ดีกว่าการเร่งเดินเพื่อเก็บหลายจุดจนละเลยความปลอดภัยและความละเอียดอ่อนของสิ่งแวดล้อม
ช่วงปลายฤดูฝนถึงต้นฤดูหนาวเป็นเวลาที่อุทยานมีสีสันมากที่สุด ป่าเริ่มฟื้นตัวเต็มที่ ลานหินมีความชุ่มชื้น ดอกเอนอ้า ดอกกระดุมเงิน ดอกดุสิตา และพืชขนาดเล็กตามรอยแตกของหินทยอยออกดอก ท้องฟ้าหลังฝนมักโปร่งและมีเมฆเปลี่ยนรูปตลอดวัน อย่างไรก็ตาม พื้นหินเปียกมีความลื่น ร่องน้ำอาจมีน้ำไหล และฝนฟ้าคะนองสามารถเกิดขึ้นบนภูเขาได้ จึงต้องติดตามพยากรณ์อากาศและคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่
ฤดูหนาวเหมาะกับการเดินป่า ชมพระอาทิตย์ขึ้น พระอาทิตย์ตก และพักแรม เพราะอุณหภูมิช่วงเช้ากับกลางคืนลดลง อากาศแห้งทำให้เส้นทางหลายช่วงเดินง่ายขึ้น แต่ในตอนกลางวันลานหินยังรับแสงแดดโดยตรงและอาจร้อนกว่าที่คาด ผู้เดินทางต้องพกน้ำให้เพียงพอ ไม่ควรอาศัยแหล่งน้ำธรรมชาติบนเส้นทาง และควรทาครีมกันแดดหรือสวมเสื้อแขนยาวที่ระบายอากาศได้
ฤดูร้อนทำให้ป่าเต็งรังเปลี่ยนสีและผลัดใบ เปิดให้เห็นรูปร่างของชั้นหินและแนวภูเขาชัดเจน แต่ความร้อนบนลานหินสามารถเพิ่มสูงอย่างรวดเร็ว เส้นทางระยะไกลจึงต้องเริ่มเช้ากว่าปกติ ช่วงฤดูแล้งยังเป็นช่วงเฝ้าระวังไฟป่า บางพื้นที่อาจถูกจำกัดการเข้าถึงเพื่อความปลอดภัย นักท่องเที่ยวห้ามทิ้งก้นบุหรี่ จุดไฟ หรือทำกิจกรรมซึ่งก่อให้เกิดประกายไฟโดยเด็ดขาด
การถ่ายภาพที่อุทยานแห่งชาติภูสระดอกบัวควรคำนึงถึงลักษณะแสงและภูมิประเทศ ช่วงเช้าเหมาะกับภูผาแต้มและจุดชมวิวทางทิศตะวันออก ช่วงเย็นเหมาะกับภูผาหอม ผาลับฟ้า และแนวสันเขาซึ่งมองไปทางทิศตะวันตก ส่วนลานดอกไม้ควรถ่ายในช่วงที่แสงไม่แรงเกินไปเพื่อรักษารายละเอียดของดอกขนาดเล็ก การใช้เลนส์ระยะใกล้ช่วยให้ถ่ายพืชได้โดยไม่ต้องเหยียบเข้าไปในพื้นที่เปราะบาง
การใช้โดรนภายในอุทยานแห่งชาติต้องได้รับอนุญาตตามระเบียบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ควรนำโดรนขึ้นบินเองเพียงเพราะพื้นที่ดูโล่ง เสียงและการเคลื่อนไหวของอากาศยานสามารถรบกวนนก สัตว์ป่า นักท่องเที่ยว และการทำงานของเจ้าหน้าที่ นอกจากนี้บริเวณหน้าผาและสันเขายังมีลมเปลี่ยนทิศรวดเร็ว เพิ่มความเสี่ยงต่อการสูญเสียการควบคุมและการตกค้างของอุปกรณ์ในพื้นที่ธรรมชาติ
การเดินทาง ไปยังที่ทำการอุทยานแห่งชาติภูสระดอกบัวใช้ทางหลวงหมายเลข 2277 สายอำเภอเลิงนกทา–อำเภอดอนตาล แล้วเข้าสู่เส้นทางไปบ้านหนองเม็ก ตำบลป่าไร่ อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร ทางแยกเข้าสู่ที่ทำการอยู่บริเวณช่วงหลักกิโลเมตร 24–26 ที่ทำการอยู่ห่างจากอำเภอเลิงนกทาประมาณ 28 กิโลเมตร และห่างจากอำเภอดอนตาลประมาณ 22 กิโลเมตร รถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่าเป็นวิธีที่สะดวกที่สุด เพราะระบบขนส่งสาธารณะเข้าสู่พื้นที่อุทยานมีจำกัด
ผู้เดินทางควรเติมน้ำมัน ซื้ออาหาร และเตรียมน้ำดื่มจากตัวอำเภอก่อนเข้าสู่พื้นที่ แม้ถนนไปยังที่ทำการจะเดินทางได้ด้วยรถยนต์ทั่วไป แต่เส้นทางไปยังภูไม้ซาง จุดชมวิวบางแห่ง และถนนภายในป่าอาจต้องใช้รถขับเคลื่อน 4 ล้อหรือรถที่เจ้าหน้าที่จัดตามสภาพทาง ไม่ควรนำรถเก๋งเข้าสู่ถนนป่าโดยไม่ได้รับคำแนะนำ เพราะร่องน้ำ โคลน หินลอย และทางชันสามารถทำให้รถติดหรือเกิดความเสียหายได้
พิกัดบริเวณที่ทำการอุทยานอยู่ที่ 16.2331, 104.7789 นักท่องเที่ยวควรบันทึกแผนที่แบบออฟไลน์ก่อนเดินทาง เนื่องจากสัญญาณโทรศัพท์อาจไม่ต่อเนื่องในหุบเขาและพื้นที่ป่า การบอกแผนการเดินทางให้ญาติหรือผู้ร่วมทริปทราบ รวมถึงแจ้งเจ้าหน้าที่ว่าต้องการไปจุดใดและคาดว่าจะกลับเวลาใด เป็นมาตรการพื้นฐานที่สำคัญสำหรับการเที่ยวภูเขา
ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวเปิดทุกวันเวลา 08.30–16.30 น. และเป็นจุดที่ควรติดต่อก่อนเข้าสู่เส้นทาง เจ้าหน้าที่สามารถให้ข้อมูลเรื่องพื้นที่เปิด–ปิด สภาพทาง จุดรับส่ง เวลาที่เหมาะสม จำนวนคนนำทาง และข้อจำกัดจากสภาพอากาศ การที่ประตูหรือศูนย์บริการเปิดไม่ได้หมายความว่าเส้นทางเดินป่าทุกเส้นเปิดพร้อมกัน เพราะแต่ละพื้นที่มีเงื่อนไขด้านความปลอดภัย การฟื้นฟูธรรมชาติ และการป้องกันไฟป่าแตกต่างกัน
ค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานสำหรับชาวไทย ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท ส่วนชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 200 บาท และเด็ก 100 บาท ค่าธรรมเนียมดังกล่าวเป็นค่าเข้าพื้นที่อุทยาน ไม่รวมค่าบ้านพัก พื้นที่กางเต็นท์ ยานพาหนะ อุปกรณ์ หรือบริการนำทางซึ่งคิดแยกตามประเภทการใช้บริการ นักท่องเที่ยวควรเตรียมเงินสดไว้บางส่วน เนื่องจากระบบรับชำระเงินและสัญญาณอินเทอร์เน็ตในพื้นที่ห่างไกลอาจไม่สม่ำเสมอ
อุปกรณ์พื้นฐานสำหรับการเดินเส้นทางธรรมชาติประกอบด้วยรองเท้าดอกยางลึก ถุงเท้าสำรอง น้ำดื่ม อาหารให้พลังงาน หมวก เสื้อกันฝน ไฟฉายคาดศีรษะ โทรศัพท์ที่ชาร์จเต็ม แบตเตอรี่สำรอง ชุดปฐมพยาบาล และยาประจำตัว เสื้อผ้าควรปกปิดผิวพอสมควรเพื่อป้องกันแสงแดด แมลง และกิ่งไม้ ผู้ที่เดินระยะไกลไม่ควรถือสัมภาระด้วยมือทั้ง 2 ข้าง เพราะต้องใช้มือช่วยทรงตัวบนพื้นหินและทางลาด
ครอบครัวที่เดินทางพร้อมเด็กหรือผู้สูงอายุควรเลือกบริเวณที่ทำการ อ่างเก็บน้ำห้วยหินข้อ และจุดที่เจ้าหน้าที่ระบุว่าเข้าถึงสะดวก หลีกเลี่ยงการพาเด็กเล็กขึ้นเส้นทางที่มีหน้าผา ทางลื่น หรือใช้เวลาเดินหลายชั่วโมง ผู้มีโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง โรคข้อ หรืออาการแพ้รุนแรงควรประเมินความพร้อมก่อนเดินและแจ้งข้อมูลสุขภาพแก่ผู้ร่วมทาง
การท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบในอุทยานเริ่มจากการไม่ทิ้งขยะ ไม่เก็บหิน ไม่เด็ดดอกไม้ ไม่ให้อาหารสัตว์ และไม่ส่งเสียงดัง เครื่องดื่มและอาหารทุกชิ้นที่นำเข้าไปต้องนำบรรจุภัณฑ์กลับออกมา เศษอาหารไม่ควรถูกฝังหรือโยนไว้ใต้ต้นไม้ เพราะกลิ่นอาหารทำให้สัตว์เปลี่ยนพฤติกรรมและเข้ามาใกล้พื้นที่คนพักแรม การใช้ภาชนะที่นำกลับมาใช้ซ้ำช่วยลดปริมาณขยะได้มากกว่าการนำถุงพลาสติกและบรรจุภัณฑ์หลายชั้นเข้าไป
ภาพเขียนสี ลานดอกไม้ แอ่งบัว และป่าเต็งรังแคระล้วนเป็นทรัพยากรที่เสียหายได้ง่าย ภาพเขียนไม่สามารถซ่อมกลับให้เหมือนเดิมเมื่อถูกขีดทับ ดอกไม้บางชนิดมีช่วงบานเพียงไม่กี่สัปดาห์ และแอ่งน้ำบนยอดภูมีขนาดเล็กจนสิ่งปนเปื้อนเพียงเล็กน้อยส่งผลต่อระบบทั้งหมดได้ การเที่ยวโดยรักษาระยะและใช้ทางเดินเดิมจึงไม่ใช่ข้อจำกัดที่ลดประสบการณ์ แต่เป็นส่วนหนึ่งของการทำให้สถานที่ยังคงมีคุณค่าในระยะยาว
อุทยานแห่งชาติภูสระดอกบัวเหมาะกับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเห็นความหลากหลายของภูมิประเทศอีสานใต้ในพื้นที่เดียว ทั้งลานหินทราย ป่าเต็งรังแคระ ป่าดิบแล้ง หน้าผา แอ่งน้ำบนภูเขา ดอกไม้ป่าตามฤดูกาล ภาพเขียนสีก่อนประวัติศาสตร์ และร่องรอยประวัติศาสตร์ร่วมสมัย การเดินทางที่ดีจึงไม่ใช่การเร่งเก็บภาพทุกจุด แต่เป็นการเลือกพื้นที่ให้เหมาะกับเวลา รับฟังข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ และเปิดโอกาสให้ตนเองสังเกตรายละเอียดเล็ก ๆ ระหว่างทาง
ผู้ที่มีเวลา 2 วัน 1 คืนสามารถเดินทางมาถึงช่วงบ่าย ติดต่อศูนย์บริการ จัดที่พักหรือกางเต็นท์ และพักผ่อนริมอ่างเก็บน้ำห้วยหินข้อ ก่อนเริ่มเส้นทางหลักในเช้าวันถัดไป แผนลักษณะนี้ลดความเสี่ยงจากการขับรถทางไกลแล้วเดินป่าทันที ทำให้มีเวลาตรวจอุปกรณ์และปรับแผนตามสภาพอากาศ หากไม่ต้องการพักในอุทยาน สามารถเลือกที่พักในอำเภอดอนตาลหรืออำเภอเลิงนกทา ซึ่งอยู่ห่างจากที่ทำการประมาณ 22–30 กิโลเมตร
ร้านอาหารและร้านสะดวกซื้อขนาดใหญ่ส่วนใหญ่อยู่ในตัวอำเภอดอนตาลและอำเภอเลิงนกทา จึงควรจัดมื้ออาหารให้เรียบร้อยก่อนเข้าสู่เส้นทาง บางร้านในดอนตาลเหมาะสำหรับรับประทานอาหารริมแม่น้ำโขงหลังออกจากอุทยาน ส่วนร้านในเลิงนกทามีทั้งอาหารท้องถิ่น คาเฟ่ และร้านกาแฟ การโทรตรวจสอบเวลาเปิดของร้านและห้องพักก่อนเดินทางช่วยลดปัญหาจากวันหยุดเฉพาะกิจหรือการเปลี่ยนแปลงเวลาบริการ
ปัจจุบันอุทยานแห่งชาติภูสระดอกบัวอยู่ภายใต้การดูแลของ นางสาวปิ่นปินัทธ์ หาสนาม หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูสระดอกบัว ที่ทำการตั้งอยู่บริเวณบ้านหนองเม็ก ตำบลป่าไร่ อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร รหัสไปรษณีย์ 49120 ติดต่อสอบถามสถานะเส้นทาง บ้านพัก การกางเต็นท์ และการเดินป่าระยะไกลได้ที่หมายเลข 042-620615 การประสานล่วงหน้าเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับยอดภู จุดชมวิวห่างไกล และพื้นที่ซึ่งต้องใช้รถขับเคลื่อน 4 ล้อ
ณ วันที่ 17 กรกฎาคม 2569 อุทยานแห่งชาติภูสระดอกบัวไม่มีประกาศปิดการท่องเที่ยวทั้งอุทยาน และพื้นที่ภูหมูเปิดหลังสิ้นสุดการปิดตามฤดูกาลเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2569 อย่างไรก็ตาม ฝนตกหนัก ไฟป่า การซ่อมเส้นทาง หรือมาตรการฟื้นฟูทรัพยากรสามารถทำให้บางจุดปิดได้เป็นรายวัน การตรวจสอบประกาศจากเพจอุทยานและโทรสอบถามก่อนออกเดินทางจึงควรเป็นขั้นตอนสุดท้ายของการวางแผนทุกครั้ง
ความน่าสนใจของภูสระดอกบัวอยู่ที่การเป็นผืนป่าซึ่งมีเรื่องราวหลายชั้น พื้นหินบันทึกกระบวนการเปลี่ยนแปลงของภูมิประเทศ ผนังผาเก็บร่องรอยฝ่ามือจากมนุษย์เมื่อหลายพันปีก่อน ป่าและลำห้วยทำหน้าที่หล่อเลี้ยงชีวิตในปัจจุบัน ขณะที่ชื่อสถานที่และเรื่องเล่าของชุมชนเชื่อมโยงคนรุ่นใหม่เข้ากับภูเขา การมาเยือนด้วยความเข้าใจจึงทำให้อุทยานแห่งนี้มีความหมายมากกว่าจุดชมวิวหรือสถานที่ถ่ายภาพ
| ชื่อสถานที่ | อุทยานแห่งชาติภูสระดอกบัว |
| ชื่อภาษาอังกฤษ | Phu Sa Dok Bua National Park |
| ที่ตั้ง | แนวรอยต่อจังหวัดมุกดาหาร จังหวัดยโสธร และจังหวัดอำนาจเจริญ |
| ที่อยู่ที่ทำการ | บ้านหนองเม็ก ตำบลป่าไร่ อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร 49120 |
| พิกัดที่ทำการ | 16.2331, 104.7789 |
| พื้นที่ | ประมาณ 144,375 ไร่ หรือประมาณ 231 ตารางกิโลเมตร |
| การประกาศจัดตั้ง | 30 ธันวาคม 2535 เป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 75 ของประเทศไทย |
| พื้นที่ครอบคลุม | อำเภอนิคมคำสร้อยและอำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร อำเภอเลิงนกทา จังหวัดยโสธร และอำเภอชานุมานกับอำเภอเสนางคนิคม จังหวัดอำนาจเจริญ |
| ยอดเขาสูงที่สุด | ภูกระแซะ สูงประมาณ 491 เมตรจากระดับทะเลปานกลาง |
| ไฮไลต์ | แอ่งหิน 11 แอ่งที่มีบัวธรรมชาติบนยอดภู ภาพเขียนสีและรอยฝ่ามือก่อนประวัติศาสตร์ 98 ภาพ ลานดอกไม้ป่า ป่าเต็งรังแคระ จุดชมพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตก |
| ที่มาของชื่อ | ตั้งชื่อตามแอ่งหินบนยอดภูสูงประมาณ 423 เมตร ซึ่งมีน้ำขังและมีบัวขนาดเล็กสีขาวอมชมพูขึ้นเองตามธรรมชาติ |
| สภาพภูมิประเทศ | เทือกเขาสลับซับซ้อน สันเขา หน้าผา เพิงหิน ลานหินทรายหรือดาน แอ่งน้ำบนหิน และหุบเขาต้นน้ำ |
| สภาพป่า | ป่าเบญจพรรณ ป่าดิบแล้ง ป่าเต็งรัง ป่าเต็งรังแคระ ทุ่งหญ้า และสังคมพืชบนลานหิน |
| พืชและสัตว์เด่น | มะค่าโมง ประดู่แดง พะยูง ชิงชัน ดอกเอนอ้า ดอกกระดุมเงิน ดอกดุสิตา เอื้องลิ้นมังกร เก้ง หมูป่า กระต่ายป่า ลิง เม่น กระจง ไก่ป่า และนกป่าชนิดต่าง ๆ |
| โซนภายในและพื้นที่สำคัญ | 1. ที่ทำการอุทยานและอ่างเก็บน้ำห้วยหินข้อ 2. ภูผาแต้มและภาพเขียนสีก่อนประวัติศาสตร์ 3. ผามะเกลือ 4. ลานดอกไม้บนภูวัด 5. ภูผาหอม 6. ยอดภูสระดอกบัว 7. ภูผาแตก 8. ภูไม้ซางและผาลับฟ้า 9. ภูหมู 10. ลานหินและป่าเต็งรังแคระตามภูบก ภูหัวนาค และสันเขาต่าง ๆ |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน โดยบางเส้นทางอาจปิดตามฤดูกาล สภาพอากาศ หรือมาตรการฟื้นฟูพื้นที่ |
| เวลาเปิดทำการ | 08.30 – 16.30 น. สำหรับศูนย์บริการนักท่องเที่ยว |
| ค่าเข้าชม | ชาวไทย ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 100 บาท ค่าบ้านพัก พื้นที่กางเต็นท์ ยานพาหนะ และบริการอื่นคิดแยกตามประเภทการใช้บริการ |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว บ้านพักอุทยาน พื้นที่กางเต็นท์ ห้องน้ำ ที่จอดรถ และพื้นที่พักผ่อนบริเวณอ่างเก็บน้ำห้วยหินข้อ |
| กิจกรรม | เดินป่า ศึกษาธรรมชาติ ชมภาพเขียนสี ชมดอกไม้ป่า ดูนก ชมพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตก ถ่ายภาพ และกางเต็นท์ |
| ช่วงเวลาที่เหมาะ | ปลายฤดูฝนถึงฤดูหนาว เหมาะกับการชมดอกไม้ป่า ป่าเขียว และเดินเส้นทางธรรมชาติ |
| ระยะเวลาเที่ยว | พื้นที่ใกล้ที่ทำการ 2–4 ชั่วโมง ภูผาแต้มประมาณครึ่งวัน ยอดภูสระดอกบัวประมาณ 1 วัน และแนะนำพัก 2 วัน 1 คืนเมื่อต้องการเดินเส้นทางระยะไกล |
| การเดินทาง | ใช้ทางหลวงหมายเลข 2277 สายอำเภอเลิงนกทา–อำเภอดอนตาล แยกเข้าสู่บ้านหนองเม็กช่วงหลักกิโลเมตร 24–26 ห่างจากอำเภอเลิงนกทาประมาณ 28 กิโลเมตร และอำเภอดอนตาลประมาณ 22 กิโลเมตร |
| ยานพาหนะที่เหมาะสม | รถยนต์ทั่วไปใช้เดินทางถึงที่ทำการได้ ส่วนภูไม้ซางและเส้นทางป่าบางแห่งต้องใช้รถขับเคลื่อน 4 ล้อและประสานเจ้าหน้าที่ |
| ผู้ดูแล | นางสาวปิ่นปินัทธ์ หาสนาม หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูสระดอกบัว |
| เบอร์ติดต่อหลัก | 042-620615 |
| ช่องทางทางการ | Facebook: อุทยานแห่งชาติภูสระดอกบัว - Phu Sa Dok Bua National Park และระบบจองที่พักอุทยานแห่งชาติของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดให้ท่องเที่ยวตามปกติ ณ วันที่ 17 กรกฎาคม 2569 พื้นที่ภูหมูเปิดหลังสิ้นสุดการปิดตามฤดูกาลเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2569 |
| ข้อควรปฏิบัติ | ติดต่อเจ้าหน้าที่ก่อนเดินเส้นทางระยะไกล ไม่สัมผัสภาพเขียนสี ไม่ลงแอ่งบัว ไม่เด็ดดอกไม้ ไม่ให้อาหารสัตว์ ไม่ใช้โดรนโดยไม่ได้รับอนุญาต และนำขยะกลับออกมาทั้งหมด |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | ระยะทางโดยประมาณตามเส้นทางจากที่ทำการอุทยาน 1. จุดชมวิวภูคำเดือย อำเภอชานุมาน 10 กิโลเมตร 2. พุทธอุทยานภูสูงเจริญธรรม 15 กิโลเมตร 3. ภูวัด 17 กิโลเมตร 4. บ้านไร่รุ่งตะวัน 17 กิโลเมตร 5. วัดมัชฌิมาวาสและกลองมโหระทึก 18 กิโลเมตร 6. ภูหมู อำเภอนิคมคำสร้อย 35 กิโลเมตร |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | ระยะทางโดยประมาณตามเส้นทางจากที่ทำการอุทยาน 1. หาดหินริมโขง สวนอาหารและรีสอร์ท อำเภอดอนตาล 25 กิโลเมตร โทร. 062-1071255, 097-0493423 2. โกดังข้าวไชยกุล Farm Outlet อำเภอเลิงนกทา 29 กิโลเมตร โทร. 099-2683819 3. Organic Cafe อำเภอเลิงนกทา 29 กิโลเมตร โทร. 063-6326644 4. Passion Coffee & Roaster อำเภอเลิงนกทา 29 กิโลเมตร โทร. 099-8188968 5. เตี๋ยวหลบซอย อำเภอเลิงนกทา 29 กิโลเมตร |
| ที่พักใกล้เคียง | ระยะทางโดยประมาณตามเส้นทางจากที่ทำการอุทยาน 1. บ้านพักและพื้นที่กางเต็นท์อุทยานแห่งชาติภูสระดอกบัว 0 กิโลเมตร โทร. 042-620615 2. ริมโขงวิว อำเภอดอนตาล 25 กิโลเมตร โทร. 091-0502107 3. หาดหินริมโขง สวนอาหารและรีสอร์ท อำเภอดอนตาล 25 กิโลเมตร โทร. 062-1071255, 097-0493423 4. Google House Hotel Loeng Nok Tha Resort 29 กิโลเมตร 5. โรงแรมบ้านไร่ชายน้ำ รีสอร์ท อำเภอเลิงนกทา 30 กิโลเมตร โทร. 081-9392913 6. นกน้อยรีสอร์ท อำเภอเลิงนกทา 31 กิโลเมตร โทร. 084-6596270 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: อุทยานแห่งชาติภูสระดอกบัวอยู่จังหวัดอะไร?
ตอบ: อุทยานตั้งอยู่บนแนวรอยต่อ 3 จังหวัด ได้แก่ มุกดาหาร ยโสธร และอำนาจเจริญ ส่วนที่ทำการอุทยานตั้งอยู่ที่บ้านหนองเม็ก ตำบลป่าไร่ อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร
ถาม: อุทยานแห่งชาติภูสระดอกบัวเปิดให้เที่ยวทุกวันหรือไม่?
ตอบ: ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวเปิดทุกวันเวลา 08.30–16.30 น. แต่เส้นทางย่อยบางแห่งอาจปิดตามฤดูกาล สภาพอากาศ ไฟป่า หรือการฟื้นฟูทรัพยากร จึงควรโทรสอบถามก่อนเดินทาง
ถาม: ค่าเข้าอุทยานแห่งชาติภูสระดอกบัวเท่าไร?
ตอบ: ชาวไทย ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 100 บาท ส่วนค่าบ้านพัก กางเต็นท์ ยานพาหนะ และบริการอื่นคิดแยกตามประเภทการใช้บริการ
ถาม: ช่วงไหนเหมาะกับการเที่ยวอุทยานแห่งชาติภูสระดอกบัวมากที่สุด?
ตอบ: ปลายฤดูฝนถึงฤดูหนาวเหมาะที่สุดสำหรับชมดอกไม้ป่า ป่าเขียว จุดชมวิว และเดินเส้นทางธรรมชาติ โดยต้องระวังพื้นหินลื่นในช่วงที่ฝนยังตก
ถาม: สามารถเดินขึ้นยอดภูสระดอกบัวแบบไปเช้าเย็นกลับได้หรือไม่?
ตอบ: สามารถทำเป็นทริปเต็มวันได้เมื่อเส้นทางเปิดและได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ ต้องเริ่มเดินตั้งแต่เช้า เตรียมน้ำ อาหาร อุปกรณ์กันฝน และเดินตามแนวทางที่อุทยานกำหนด
ถาม: การไปภูผาแต้มต้องใช้เวลาเท่าไร?
ตอบ: การเดินเที่ยวชมภูผาแต้มและภาพเขียนสีก่อนประวัติศาสตร์ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงหรือมากกว่านั้นตามจุดเริ่มต้น สภาพเส้นทาง และเวลาที่ใช้ศึกษาภาพเขียน
ถาม: ภายในอุทยานมีที่พักและลานกางเต็นท์หรือไม่?
ตอบ: มีบ้านพักและพื้นที่กางเต็นท์บริเวณที่ทำการใกล้อ่างเก็บน้ำห้วยหินข้อ ควรตรวจสอบจำนวนว่างและจองล่วงหน้ากับอุทยานที่หมายเลข 042-620615 หรือผ่านระบบจองที่พักอุทยานแห่งชาติ
ถาม: รถยนต์ทั่วไปสามารถเดินทางเที่ยวทุกจุดได้หรือไม่?
ตอบ: รถยนต์ทั่วไปเดินทางถึงที่ทำการอุทยานได้ แต่เส้นทางภูไม้ซางและพื้นที่ป่าบางแห่งต้องใช้รถขับเคลื่อน 4 ล้อ รวมถึงต้องประสานเจ้าหน้าที่ตามสภาพถนนและสภาพอากาศ
หมวดหมู่: ●ธรรมชาติ และสัตว์ป่า
กลุ่ม: ●อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์
ปรับปรุงล่าสุด : 1 สัปดาห์ที่แล้ว




