หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดมุกดาหาร >อ.ดอนตาล >ต.ดอนตาล > กลองมโหระทึก
TL;DR: กลองมโหระทึก อยู่ที่วัดมัชฌิมาวาส (วัดกลาง) ตำบลดอนตาล อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น. จุดเด่นคือ เป็นโบราณวัตถุสำริดที่สะท้อนความเชื่อเรื่องดวงอาทิตย์ ฝน ความอุดมสมบูรณ์ พิธีกรรม และภูมิปัญญาการหล่อโลหะของชุมชนโบราณ.

มุกดาหาร

กลองมโหระทึก

กลองมโหระทึก

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 17.00 น.
 
กลองมโหระทึก มุกดาหาร เป็นโบราณวัตถุสำคัญที่เก็บรักษาอยู่ที่วัดมัชฌิมาวาส หรือวัดกลาง อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร กลองใบนี้เป็นกลองสัมฤทธิ์หน้าเดียวขนาดใหญ่ เส้นผ่าศูนย์กลางหน้ากลอง 86 เซนติเมตร ตัวกลองยาว 90 เซนติเมตร และมีความสูงจากหัวถึงท้ายประมาณ 66 เซนติเมตร จุดเด่นอยู่ที่หน้ากลองซึ่งทำเป็นลายตะวันนูนมีรัศมี 14 แฉก พร้อมประติมากรรมรูปกบประดับอยู่บริเวณขอบกลองจำนวน 4 ตัว กลองโบราณใบนี้เป็นหลักฐานทางวัฒนธรรมที่สะท้อนภูมิปัญญาการหล่อโลหะ ความเชื่อเรื่องความอุดมสมบูรณ์ พิธีกรรม และเครือข่ายอารยธรรมโบราณในลุ่มน้ำโขงได้อย่างชัดเจน
 
กลองมโหระทึกใบนี้มีความสำคัญทั้งในฐานะโบราณวัตถุคู่เมืองมุกดาหารและในฐานะแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ก่อนประวัติศาสตร์ของภูมิภาคอุษาคเนย์ กลองทำจากโลหะสำริดซึ่งเป็นโลหะผสมที่มีทองแดง ดีบุก และตะกั่วเป็นส่วนประกอบ ลักษณะการหล่อและลวดลายบนหน้ากลองแสดงให้เห็นถึงความสามารถของช่างโบราณที่เชี่ยวชาญการหล่อโลหะขนาดใหญ่ มีความเข้าใจเรื่องสัดส่วน เสียง รูปทรง และการตกแต่งเชิงสัญลักษณ์ กลองจึงไม่ได้เป็นเพียงเครื่องตีให้เกิดเสียง แต่เป็นวัตถุที่บรรจุความหมายทางสังคม ความเชื่อ และอำนาจของชุมชนโบราณไว้พร้อมกัน
 
ปัจจุบันกลองมโหระทึก มุกดาหาร ได้รับการเก็บรักษาไว้ที่วัดมัชฌิมาวาส วัดเก่าแก่ในอำเภอดอนตาล วัดแห่งนี้มีชื่อเดิมว่าวัดกลาง ตั้งอยู่บ้านดอนตาล ถนนรามบำรุง หมู่ที่ 1 ตำบลดอนตาล อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร เป็นวัดในสังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย และเป็นศูนย์รวมศรัทธาของชุมชนดอนตาลมายาวนาน วัดแห่งนี้ไม่ได้มีความสำคัญเฉพาะเพราะเป็นที่เก็บรักษากลองมโหระทึกเท่านั้น แต่ยังมีประวัติการตั้งวัดตั้งแต่ พ.ศ. 2100 มีอุโบสถ ศาลาการเปรียญ กุฏิสงฆ์ และสิมโบราณที่สะท้อนศิลปกรรมท้องถิ่นผสมอิทธิพลช่างญวนอย่างน่าสนใจ
 
กลองมโหระทึกใบนี้ถูกค้นพบเมื่อปี พ.ศ. 2481 บริเวณริมตลิ่งแม่น้ำโขงที่ถูกน้ำเซาะพังตรงบ้านนาทามในฝั่งประเทศลาว ในช่วงแรกกลองถูกนำมาเก็บไว้ที่วัดเวินไชยมงคล บ้านดอนตาล ตำบลดอนตาล ต่อมาจึงย้ายมาเก็บรักษาไว้ที่วัดมัชฌิมาวาสหรือวัดกลางจนถึงปัจจุบัน เส้นทางของกลองจากริมโขงสู่พื้นที่วัดกลางทำให้กลองใบนี้กลายเป็นส่วนหนึ่งของความทรงจำชุมชน และเป็นโบราณวัตถุที่เชื่อมโยงประวัติศาสตร์สองฝั่งโขงเข้าด้วยกันอย่างแนบแน่น
 
รูปทรงของกลองมโหระทึก มุกดาหาร มีความงามตามแบบกลองสำริดโบราณที่พบในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หน้ากลองเป็นแผ่นกลมกว้าง ตรงกลางทำเป็นลายตะวันนูนมีแฉก 14 แฉก แผ่รัศมีออกจากจุดศูนย์กลาง ลายตะวันเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญของกลองมโหระทึกหลายใบ เพราะสื่อถึงพลังของฟ้า แสงสว่าง ฤดูกาล และจังหวะชีวิตของสังคมเกษตรกรรม ส่วนรูปกบที่ติดอยู่ตรงขอบกลองจำนวน 4 ตัวเป็นสัญลักษณ์ที่สัมพันธ์กับน้ำ ฝน ความชุ่มชื้น และความอุดมสมบูรณ์ ซึ่งเป็นหัวใจของวิถีชีวิตชุมชนโบราณที่พึ่งพาธรรมชาติ
 
รูปกบบนขอบกลองมีความหมายลึกซึ้งมากกว่าการประดับเพื่อความสวยงาม ในสังคมเกษตรกรรม กบเป็นสัตว์ที่ผูกพันกับฤดูฝน เมื่อได้ยินเสียงกบหรือคางคกร้อง ผู้คนมักเชื่อมโยงกับการมาถึงของฝนและน้ำหล่อเลี้ยงไร่นา การประดับรูปกบไว้บนกลองจึงสะท้อนความเชื่อเรื่องการเรียกฝน การขอความอุดมสมบูรณ์ และการประสานระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ กลองมโหระทึกจึงเป็นวัตถุที่ทำหน้าที่มากกว่าเครื่องดนตรี เป็นสัญลักษณ์ของความหวัง ความเชื่อ และความอยู่รอดของชุมชน
 
ลายตะวันนูน 14 แฉกบนหน้ากลองเป็นองค์ประกอบที่ควรสังเกตเป็นพิเศษเมื่อนักท่องเที่ยวเข้าชม เพราะเป็นจุดศูนย์กลางของความหมายทั้งหมดบนหน้ากลอง ลายตะวันช่วยให้เข้าใจว่าผู้สร้างกลองให้ความสำคัญกับฟ้า แสง และพลังธรรมชาติอย่างไร ในโลกโบราณที่มนุษย์ยังไม่มีเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ การสังเกตดวงอาทิตย์ ฤดูกาล ฝน และธรรมชาติรอบตัวคือความรู้ที่มีผลต่อการเพาะปลูก การเดินทาง การประกอบพิธีกรรม และการจัดระเบียบชีวิตของชุมชน
 
กลองมโหระทึกใบนี้ได้รับการบอกเล่าสืบต่อว่าเป็นกลองโบราณอายุไม่ต่ำกว่า 3,000 ปี และเป็นกลองที่กลุ่มชนโบราณในลุ่มน้ำโขง เช่น ข่าและขอมโบราณ นิยมเก็บสะสมไว้ในฐานะวัตถุสำคัญ การกล่าวถึงกลองในบริบทของกลุ่มชนโบราณทำให้เห็นว่ากลองมโหระทึกไม่ได้เป็นวัตถุที่อยู่โดดเดี่ยว แต่สัมพันธ์กับชุมชน เครือข่ายการแลกเปลี่ยน ความเชื่อ และการเคลื่อนย้ายของผู้คนในภูมิภาคอุษาคเนย์ กลองใบหนึ่งจึงสามารถสะท้อนความกว้างใหญ่ของวัฒนธรรมได้มากกว่าที่รูปลักษณ์ภายนอกแสดงให้เห็น
 
ในภาพรวมทางโบราณคดี กลองมโหระทึกเป็นวัตถุที่พบกระจายอยู่ในหลายพื้นที่ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และทางตอนใต้ของจีน โดยเกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมดองซอนซึ่งมีศูนย์กลางในพื้นที่ตอนเหนือของประเทศเวียดนาม กลองประเภทนี้มักทำจากสำริด หล่อด้วยเทคนิคที่ต้องใช้ความชำนาญสูง และนิยมตกแต่งด้วยลายดวงอาทิตย์ ลายสัตว์ ลายเรขาคณิต รูปนก รูปเรือ และรูปกบ กลองมโหระทึก มุกดาหาร จึงเป็นส่วนหนึ่งของปรากฏการณ์วัฒนธรรมขนาดใหญ่ที่เชื่อมโยงผู้คนในภูมิภาคผ่านโลหะ เสียง พิธีกรรม และความเชื่อ
 
ความสำคัญของกลองมโหระทึก มุกดาหาร อยู่ที่การเป็นกลองขนาดใหญ่และมีลวดลายที่ยังช่วยให้ผู้ชมอ่านความหมายทางวัฒนธรรมได้ชัดเจน ขนาดของกลองที่มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 86 เซนติเมตร และตัวกลองยาว 90 เซนติเมตร ทำให้เป็นโบราณวัตถุที่โดดเด่นมากเมื่อเทียบกับวัตถุสำริดทั่วไป การหล่อกลองขนาดใหญ่ต้องอาศัยวัตถุดิบจำนวนมาก แรงงาน ความรู้ทางเทคนิค และความร่วมมือของชุมชน กลองจึงสะท้อนทั้งฐานะ ความสามารถ และความสำคัญทางพิธีกรรมของผู้ครอบครองในอดีต
 
วัดมัชฌิมาวาสเป็นสถานที่ที่เหมาะสมในการเก็บรักษากลองมโหระทึก เพราะวัดเป็นศูนย์กลางของชุมชน เป็นพื้นที่สาธารณะที่ผู้คนเข้าถึงได้ และเป็นสถานที่ที่มีบทบาทในการรักษาความทรงจำของท้องถิ่น กลองถูกเก็บไว้เพื่อให้ประชาชน นักท่องเที่ยว นักเรียน นักศึกษา และผู้สนใจได้เข้ามาชมและเรียนรู้ การเก็บรักษาในวัดทำให้โบราณวัตถุไม่ได้ถูกแยกออกจากชีวิตชุมชน แต่ยังคงอยู่ในพื้นที่ที่ผู้คนให้ความเคารพและเดินทางมาเยือนอย่างต่อเนื่อง
 
เมื่อเดินทางมาชมกลองมโหระทึก สิ่งแรกที่ควรให้ความสำคัญคือการมองกลองในฐานะหลักฐานทางวัฒนธรรม ไม่ใช่เพียงของเก่าหายาก ภาพตะวันบนหน้ากลอง รูปกบ 4 ตัว ขนาดของกลอง และเนื้อสำริดที่ผ่านกาลเวลายาวนาน ล้วนเป็นข้อมูลที่ช่วยเล่าเรื่องสังคมโบราณ นักท่องเที่ยวสามารถใช้เวลาเดินชมอย่างช้า ๆ สังเกตรายละเอียดของรูปทรง ลวดลาย ขอบกลอง และบริเวณที่กลองถูกจัดเก็บ เพื่อทำความเข้าใจความหมายของวัตถุชิ้นนี้อย่างลึกซึ้ง
 
วัดมัชฌิมาวาสเองยังมีสิ่งที่น่าสนใจนอกเหนือจากกลองมโหระทึก วัดตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2100 โดยมีท่านกำนันอวนเป็นผู้นำในการสร้าง เดิมมีชื่อว่าวัดกลาง และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อ พ.ศ. 2400 ภายในวัดมีอุโบสถกว้าง 6 เมตร ยาว 12 เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. 2471 ศาลาการเปรียญกว้าง 17 เมตร ยาว 17 เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. 2485 และมีกุฏิสงฆ์หลายหลัง ข้อมูลเหล่านี้ทำให้วัดมีคุณค่าในฐานะแหล่งประวัติศาสตร์ชุมชนควบคู่กับการเป็นที่เก็บรักษาโบราณวัตถุ
 
สิมหรืออุโบสถโบราณของวัดมัชฌิมาวาสมีลักษณะน่าสนใจ เพราะเป็นรูปแบบที่ได้รับอิทธิพลช่างญวน มีระเบียงรอบ ซุ้มโค้ง และรูปแบบทางสถาปัตยกรรมที่หาได้ไม่ง่ายในพื้นที่ทั่วไป ลักษณะสิมที่มีระเบียงเดินได้รอบด้าน หน้าบันและองค์ประกอบตกแต่งที่ผสมกลมกลืนกับศิลปกรรมท้องถิ่น ทำให้วัดมัชฌิมาวาสเป็นจุดเรียนรู้ด้านสถาปัตยกรรมอีสานริมโขงได้อีกมิติหนึ่ง นักท่องเที่ยวที่สนใจศิลปกรรมวัดเก่าไม่ควรมองข้ามส่วนนี้
 
การเที่ยวกลองมโหระทึกจึงควรมองเป็นการเที่ยวสองชั้น ชั้นแรกคือการชมโบราณวัตถุสำริดอายุเก่าแก่ที่เป็นหัวใจของบทความนี้ ชั้นที่สองคือการชมวัดเก่าและสภาพแวดล้อมของชุมชนดอนตาลซึ่งทำหน้าที่เป็นฉากหลังทางวัฒนธรรม เมื่อรวมสองชั้นเข้าด้วยกัน ผู้มาเยือนจะเห็นว่ากลองมโหระทึกไม่ได้เป็นเพียงวัตถุที่ถูกตั้งโชว์ แต่เป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่ วัด ชุมชน ลำน้ำโขง และประวัติศาสตร์ท้องถิ่นที่ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน
 
กลองมโหระทึกมีความเชื่อมโยงกับพิธีกรรมหลายด้าน ทั้งการเฉลิมฉลอง การประกอบพิธีเกี่ยวกับความอุดมสมบูรณ์ การขอฝน พิธีกรรมเกี่ยวกับความตาย และการแสดงฐานะของชุมชนหรือผู้ครอบครอง ในบริบทของมุกดาหารและดอนตาล ภาพกบบนกลองยิ่งทำให้การตีความเรื่องฝนและความอุดมสมบูรณ์เด่นชัดขึ้น เพราะพื้นที่ริมโขงและสังคมเกษตรกรรมต้องพึ่งพาน้ำ ฝน และฤดูกาลอย่างลึกซึ้ง กลองจึงเป็นวัตถุที่สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างคนกับธรรมชาติอย่างงดงาม
 
ในอดีต เสียงของกลองมโหระทึกเป็นเสียงที่มีพลังทางพิธีกรรม เสียงกลองไม่ได้เป็นเสียงดนตรีเพื่อความบันเทิงเท่านั้น แต่เป็นเสียงที่ทำหน้าที่เรียกชุมชน ประกาศเหตุการณ์ สร้างบรรยากาศศักดิ์สิทธิ์ และเชื่อมโยงผู้คนกับโลกเหนือธรรมชาติ แม้กลองใบที่วัดมัชฌิมาวาสจะไม่ได้มีบทบาทเป็นเครื่องตีในชีวิตประจำวันเหมือนในอดีต แต่รูปลักษณ์ของกลองยังคงทำให้ผู้ชมรับรู้ถึงพลังของเสียงที่เคยมีความสำคัญต่อชุมชนโบราณ
 
การค้นพบกลองเมื่อปี พ.ศ. 2481 ที่ริมตลิ่งแม่น้ำโขงตรงบ้านนาทามในฝั่งลาวเป็นเรื่องสำคัญ เพราะแสดงให้เห็นว่าพื้นที่ลุ่มน้ำโขงเป็นเส้นทางการตั้งถิ่นฐาน การเดินทาง และการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมมาอย่างยาวนาน แม่น้ำโขงไม่ได้เป็นเพียงเส้นแบ่งเขตแดนในความหมายสมัยใหม่ แต่เป็นเส้นทางชีวิตที่เชื่อมชุมชนทั้งสองฝั่งเข้าด้วยกัน กลองที่เดินทางจากตลิ่งโขงมาสู่วัดกลางจึงเป็นหลักฐานชัดเจนของความสัมพันธ์ดังกล่าว
 
จังหวัดมุกดาหารมีคำขวัญที่กล่าวถึงความสำคัญของกลองโบราณและลำผญา ซึ่งสะท้อนว่าโบราณวัตถุชนิดนี้มีสถานะในความทรงจำของจังหวัด กลองมโหระทึกไม่ได้อยู่ในฐานะวัตถุพิพิธภัณฑ์เพียงอย่างเดียว แต่กลายเป็นสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่ช่วยอธิบายความลึกของเมืองริมโขงแห่งนี้ มุกดาหารจึงไม่ได้มีเสน่ห์เฉพาะตลาดอินโดจีน สะพานมิตรภาพไทย – ลาว แห่งที่ 2 หรือวิวแม่น้ำโขง แต่ยังมีรากทางโบราณคดีที่ควรค่าแก่การศึกษา
 
สำหรับผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์ท้องถิ่น กลองมโหระทึกช่วยเปิดประตูไปสู่คำถามสำคัญหลายข้อ เช่น ผู้สร้างกลองเป็นใคร กลองถูกใช้ในพิธีใด เส้นทางการเคลื่อนย้ายของกลองเกี่ยวข้องกับแม่น้ำโขงอย่างไร และทำไมกลองสำริดจึงมีความสำคัญต่อกลุ่มชนโบราณมากถึงขั้นถูกเก็บรักษาเป็นวัตถุมีค่า คำถามเหล่านี้ทำให้การมาเยือนวัดมัชฌิมาวาสมีความหมายมากกว่าการชมสถานที่ แต่เป็นการเริ่มต้นเรียนรู้ประวัติศาสตร์อุษาคเนย์ผ่านวัตถุจริง
 
สำหรับนักเรียนและนักศึกษา กลองมโหระทึก มุกดาหาร เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการเรียนรู้นอกห้องเรียน เพราะสามารถเชื่อมโยงได้หลายวิชา ทั้งประวัติศาสตร์ โบราณคดี ศิลปกรรม ดนตรีพื้นบ้าน โลหวิทยา ภูมิศาสตร์ลุ่มน้ำโขง และสังคมวัฒนธรรม นักเรียนสามารถสังเกตลายตะวัน ลายกบ ขนาดกลอง และวิธีการเก็บรักษา แล้วนำไปตั้งคำถามต่อยอดเรื่องความเชื่อและวิถีชีวิตของผู้คนในอดีตได้อย่างเป็นรูปธรรม
 
สำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไป การชมกลองมโหระทึกใช้เวลาไม่มาก แต่ควรใช้เวลาอย่างมีคุณภาพ การอ่านรายละเอียดก่อนเข้าชมช่วยให้เข้าใจว่าสิ่งที่เห็นมีความหมายอย่างไร เมื่อมาถึงวัด ควรเริ่มจากการไหว้พระ ชมพื้นที่วัด จากนั้นเข้าชมกลองมโหระทึกและสิมโบราณ การเดินชมอย่างเป็นลำดับจะทำให้เข้าใจทั้งมิติทางศาสนา มิติทางชุมชน และมิติทางโบราณคดีของสถานที่แห่งนี้ครบถ้วนขึ้น
 
ข้อควรปฏิบัติในการเข้าชมคือควรแต่งกายสุภาพ เพราะสถานที่ตั้งอยู่ภายในวัด งดจับ ขยับ เคาะ หรือพยายามตีตัวกลองโดยไม่ได้รับอนุญาต และควรถ่ายภาพอย่างระมัดระวัง ไม่กีดขวางพื้นที่ประกอบศาสนกิจของพระสงฆ์และชุมชน การรักษามารยาทในวัดเป็นสิ่งสำคัญ เพราะกลองมโหระทึกเป็นทั้งโบราณวัตถุและทรัพยากรทางวัฒนธรรมของชุมชน การเข้าชมด้วยความเคารพจะช่วยให้สถานที่ยังคงพร้อมต้อนรับผู้สนใจต่อไป
 
ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการเดินทางคือช่วงเช้าถึงบ่าย โดยเฉพาะเวลา 08.00 – 17.00 น. ซึ่งเป็นช่วงที่เหมาะกับการชมวัดและกลองมโหระทึก แสงกลางวันช่วยให้มองเห็นรายละเอียดของกลองและสถาปัตยกรรมวัดได้ชัดเจน หากเดินทางในฤดูร้อนควรเตรียมน้ำดื่ม หมวก หรือร่ม ส่วนฤดูฝนควรตรวจสอบสภาพเส้นทางและเตรียมอุปกรณ์กันฝน เนื่องจากดอนตาลเป็นอำเภอริมโขงที่มีบรรยากาศธรรมชาติและเส้นทางชุมชนหลายช่วง
 
การเดินทาง จากตัวเมืองมุกดาหารไปยังวัดมัชฌิมาวาส สามารถใช้เส้นทางมุกดาหาร – ดอนตาล โดยมุ่งหน้าเข้าสู่อำเภอดอนตาล ระยะทางประมาณ 30 กิโลเมตร เมื่อถึงเขตตัวอำเภอดอนตาลให้เดินทางเข้าสู่ถนนรามบำรุงบริเวณบ้านดอนตาล วัดตั้งอยู่ในชุมชนและเดินทางสะดวกด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถโดยสารท้องถิ่น เส้นทางนี้ยังสามารถจัดรวมกับสถานที่ท่องเที่ยวอื่น ๆ ในมุกดาหารได้ เช่น วัดรอยพระพุทธบาทภูมโนรมย์ หอแก้วมุกดาหาร ตลาดอินโดจีน และแหล่งท่องเที่ยวริมแม่น้ำโขง
 
หากเริ่มเดินทางจากตัวเมืองมุกดาหารในช่วงเช้า สามารถแวะชมวัดรอยพระพุทธบาทภูมโนรมย์ก่อน แล้วเดินทางต่อไปยังอำเภอดอนตาลเพื่อชมกลองมโหระทึก จากนั้นรับประทานอาหารริมโขงหรือร้านอาหารท้องถิ่นในดอนตาล เส้นทางนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเที่ยวแบบหนึ่งวันและได้ทั้งมุมประวัติศาสตร์ ศาสนา วัฒนธรรม และธรรมชาติริมโขง หากมีเวลามากขึ้นสามารถต่อเส้นทางไปแก่งกะเบา หรือกลับเข้าเมืองเพื่อเที่ยวตลาดอินโดจีนและหอแก้วมุกดาหารได้
 
บรรยากาศของวัดมัชฌิมาวาสมีความสงบแบบวัดชุมชนริมโขง นักท่องเที่ยวจะได้เห็นวิถีวัดท้องถิ่น ไม่ใช่เพียงพื้นที่จัดแสดงโบราณวัตถุ การมาเยือนสถานที่ลักษณะนี้จึงให้ประสบการณ์ที่แตกต่างจากพิพิธภัณฑ์ขนาดใหญ่ เพราะผู้ชมได้สัมผัสวัตถุสำคัญในบริบทจริงของชุมชน วัด และเมืองดอนตาล เสน่ห์ของกลองมโหระทึกจึงไม่ได้อยู่เฉพาะตัวกลอง แต่ยังอยู่ที่สภาพแวดล้อมซึ่งทำให้วัตถุมีชีวิตทางวัฒนธรรม
 
สิ่งที่ทำให้กลองมโหระทึก มุกดาหาร เหมาะสำหรับชาวต่างชาติคือการเป็นเรื่องเล่าที่เชื่อมโยงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เข้าด้วยกัน นักท่องเที่ยวต่างชาติที่สนใจอารยธรรมโบราณจะเข้าใจได้ง่ายว่ากลองสำริดชนิดนี้เป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายวัฒนธรรมในภูมิภาค ไม่ใช่เพียงวัตถุท้องถิ่นของจังหวัดเดียว การอธิบายลายตะวัน รูปกบ สำริด และแม่น้ำโขงช่วยให้ผู้มาเยือนต่างชาติอ่านกลองใบนี้ในฐานะหลักฐานของความเชื่อ การเกษตร พิธีกรรม และการเดินทางของผู้คนได้อย่างชัดเจน
 
ในแง่ศิลปกรรม กลองมโหระทึกเป็นงานที่ผสมความเป็นเครื่องดนตรี เครื่องหมายอำนาจ วัตถุพิธีกรรม และงานประติมากรรมไว้ด้วยกัน รูปตะวันนูนกลางหน้ากลองให้ความรู้สึกเป็นศูนย์กลางของจักรวาล รูปกบ 4 ตัวทำหน้าที่เป็นสัญลักษณ์แห่งฝนและความอุดมสมบูรณ์ ส่วนรูปทรงสำริดขนาดใหญ่ทำให้ผู้ชมสัมผัสถึงพลังของช่างหล่อในอดีต งานเช่นนี้ทำให้เข้าใจว่าโบราณวัตถุไม่ได้เกิดจากการใช้งานเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากโลกทัศน์ของผู้สร้างด้วย
 
ในแง่การอนุรักษ์ กลองมโหระทึกเป็นทรัพยากรทางวัฒนธรรมที่ควรได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง การที่กลองถูกเก็บรักษาไว้ในวัดและเปิดให้ประชาชนเข้าชมช่วยให้คนทั่วไปเข้าถึงมรดกทางวัฒนธรรมได้ง่าย แต่การเข้าถึงต้องมาพร้อมความรับผิดชอบ ผู้ชมควรรักษาระยะ ไม่แตะต้องตัวกลองโดยไม่จำเป็น และไม่ทำกิจกรรมที่เสี่ยงต่อการกระทบกระเทือนผิวโลหะ เพราะโบราณวัตถุสำริดมีคุณค่าทั้งทางประวัติศาสตร์ ศิลปกรรม และความทรงจำของชุมชน
 
กลองมโหระทึกยังเชื่อมโยงกับเรื่องเล่าพื้นบ้านและความเชื่อเรื่องฝนของชุมชนอีสาน ในอดีตเมื่อเกิดจันทรุปราคา ชาวบ้านมีความเชื่อเรื่องกบกินเดือน และมักช่วยกันตีเกราะเคาะไม้ จุดประทัด หรือทำเสียงดังเพื่อให้กบคลายเดือนกลับคืน ส่วนเมื่อฝนไม่ตกตามฤดูกาล ชุมชนบางพื้นที่มีพิธีขอฝนที่เกี่ยวข้องกับกบ คางคก น้ำ และเสียงพิธีกรรม ความเชื่อเหล่านี้ทำให้รูปกบบนกลองมีความหมายร่วมกับวิถีชีวิตจริง ไม่ใช่เพียงลายประดับบนวัตถุ
 
การชมกลองมโหระทึกที่วัดมัชฌิมาวาสจึงเปิดโอกาสให้ผู้มาเยือนได้เห็นการซ้อนทับของหลายยุคสมัยในสถานที่เดียว ยุคของกลองสำริดโบราณ ยุคของชุมชนริมโขง ยุคของการสร้างวัดกลาง และยุคปัจจุบันที่วัดทำหน้าที่เป็นทั้งศาสนสถานและแหล่งเรียนรู้ เมื่อยืนอยู่หน้ากลอง ผู้ชมกำลังยืนอยู่ต่อหน้าวัตถุที่เดินทางผ่านเวลา ผ่านผู้คน และผ่านความหมายจำนวนมากจนกลายเป็นมรดกสำคัญของจังหวัดมุกดาหาร
 
ในเส้นทางท่องเที่ยวมุกดาหาร กลองมโหระทึกเหมาะกับการจัดเป็นจุดแวะเชิงวัฒนธรรมระหว่างเมืองมุกดาหารกับอำเภอดอนตาล นักท่องเที่ยวที่ชอบวัด โบราณสถาน พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น หรือสถานที่ที่มีเรื่องเล่าลึกจะได้รับประสบการณ์ที่คุ้มค่า การเที่ยวสถานที่นี้ไม่ต้องใช้เวลานาน แต่ให้ความรู้แน่นและช่วยเติมเต็มภาพของมุกดาหารในมุมที่แตกต่างจากแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมริมโขง
 
สำหรับผู้ที่วางแผนพักค้างคืน สามารถเลือกพักในตัวอำเภอดอนตาลเพื่อสัมผัสบรรยากาศสงบใกล้แม่น้ำโขง หรือเลือกพักในตัวเมืองมุกดาหารเพื่อความสะดวกด้านร้านอาหาร ตลาด และสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่ง หากต้องการเที่ยวหลายจุดในวันเดียว ตัวเมืองมุกดาหารเป็นฐานที่สะดวก แต่ถ้าต้องการบรรยากาศช้า ๆ ริมโขง ดอนตาลก็มีที่พักขนาดเล็กและเกสต์เฮาส์ที่เหมาะกับการพักผ่อนแบบเรียบง่าย
 
ร้านอาหารใกล้วัดมัชฌิมาวาสมีทั้งร้านอาหารอีสาน ร้านริมโขง ร้านอาหารตามสั่ง และร้านเครื่องดื่มในอำเภอดอนตาล นักท่องเที่ยวสามารถวางแผนรับประทานอาหารก่อนหรือหลังเข้าชมกลองได้สะดวก โดยเฉพาะร้านท้องถิ่นที่อยู่ในระยะไม่ไกลจากตัวอำเภอ การเลือกกินอาหารในพื้นที่ยังช่วยสนับสนุนเศรษฐกิจชุมชนและทำให้ทริปมีความสมบูรณ์มากขึ้น เพราะการเที่ยววัฒนธรรมไม่ควรแยกออกจากวิถีชีวิต อาหาร และผู้คนในพื้นที่
 
แม้กลองมโหระทึกจะเป็นวัตถุเก่าแก่ แต่คุณค่าของมันยังร่วมสมัยอย่างมาก เพราะช่วยเตือนให้คนรุ่นปัจจุบันเห็นความสำคัญของมรดกวัฒนธรรมท้องถิ่น ในยุคที่การท่องเที่ยวมักเน้นภาพสวยและจุดเช็กอินรวดเร็ว สถานที่แห่งนี้ชวนให้ผู้มาเยือนชะลอจังหวะลง อ่านรายละเอียด และฟังเสียงเงียบของอดีตผ่านโลหะสำริด กลองที่ไม่ได้ถูกตีแล้วก็ยังส่งเสียงได้ในความหมายทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม
 
กลองมโหระทึก มุกดาหาร จึงเป็นสถานที่ที่ควรค่าแก่การเดินทางสำหรับผู้สนใจประวัติศาสตร์ โบราณคดี วัฒนธรรมลุ่มน้ำโขง ศิลปกรรมสำริด และเส้นทางท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้ของภาคอีสาน วัตถุชิ้นนี้บอกเล่าความสามารถของคนโบราณ ความสัมพันธ์ของชุมชนกับธรรมชาติ และความสำคัญของวัดในฐานะพื้นที่อนุรักษ์มรดกท้องถิ่น หากต้องการเข้าใจมุกดาหารให้ลึกกว่าภาพเมืองริมโขง การแวะชมกลองมโหระทึกที่วัดมัชฌิมาวาสคือหนึ่งในประสบการณ์ที่ควรจัดไว้ในแผนเดินทาง
 
ชื่อสถานที่กลองมโหระทึก มุกดาหาร
ที่ตั้งวัดมัชฌิมาวาส (วัดกลาง) ตำบลดอนตาล อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร
ที่อยู่บ้านดอนตาล ถนนรามบำรุง หมู่ที่ 1 ตำบลดอนตาล อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร 49120
พิกัดอ้างอิง8W8G+4PX ตำบลดอนตาล อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร 49120
ไฮไลต์กลองสัมฤทธิ์หน้าเดียวขนาดใหญ่ หน้ากลองมีลายตะวันนูน 14 แฉก และมีรูปกบติดขอบกลอง 4 ตัว
ประวัติ / สมัย / ยุคค้นพบเมื่อปี พ.ศ. 2481 บริเวณริมตลิ่งแม่น้ำโขงที่น้ำเซาะพังตรงบ้านนาทามในฝั่งลาว ต่อมาเก็บรักษาไว้ที่วัดมัชฌิมาวาส อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร เป็นกลองโบราณอายุไม่ต่ำกว่า 3,000 ปี
หลักฐานสำคัญกลองสำริด เส้นผ่าศูนย์กลางหน้ากลอง 86 เซนติเมตร ตัวกลองยาว 90 เซนติเมตร ความสูงประมาณ 66 เซนติเมตร ลายตะวันนูน 14 แฉก และประติมากรรมรูปกบ 4 ตัว
ที่มาของชื่อเรียกตามประเภทกลองสำริดโบราณ “มโหระทึก” และชาวมุกดาหารบางส่วนเรียกว่า “กลองทอง” เพราะเป็นกลองสำริดโบราณขนาดใหญ่ที่มีคุณค่าทางวัฒนธรรม
ลักษณะเด่นเป็นโบราณวัตถุสำริดที่สะท้อนความเชื่อเรื่องดวงอาทิตย์ ฝน ความอุดมสมบูรณ์ พิธีกรรม และภูมิปัญญาการหล่อโลหะของชุมชนโบราณ
การเดินทางจากตัวเมืองมุกดาหารใช้เส้นทางมุกดาหาร – ดอนตาล มุ่งหน้าอำเภอดอนตาล ระยะทางประมาณ 30 กม. จากนั้นเข้าสู่ถนนรามบำรุง บ้านดอนตาล เพื่อไปยังวัดมัชฌิมาวาส
สถานะปัจจุบันเก็บรักษาอยู่ภายในวัดมัชฌิมาวาส (วัดกลาง) และเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมในฐานะแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรมและโบราณคดีของจังหวัดมุกดาหาร
วันเปิดทำการทุกวัน
เวลาเปิดทำการ08.00 – 17.00 น.
ค่าเข้าไม่มีค่าเข้าชม
สิ่งอำนวยความสะดวกที่จอดรถ พื้นที่วัดสำหรับไหว้พระ จุดชมกลองมโหระทึก และพื้นที่ชมสิมโบราณภายในวัด
โซนภายใน / พื้นที่สำคัญจุดเก็บรักษากลองมโหระทึก สิมโบราณวัดมัชฌิมาวาส อุโบสถ ศาลาการเปรียญ กุฏิสงฆ์ และพื้นที่วัดชุมชนบ้านดอนตาล
เจ้าอาวาส / ผู้ดูแลพระครูปภากรณ์ ปภากโร เจ้าอาวาสวัดมัชฌิมาวาส
หน่วยงานท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องเทศบาลตำบลดอนตาล อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร โทร. 0-4268-9055
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. เขื่อนริมแม่น้ำโขง อำเภอดอนตาล ประมาณ 1 กม.
2. อุทยานสมเด็จย่า (ฐานวรพัฒน์) ประมาณ 2 กม.
3. วัดเวินไชยมงคล ประมาณ 3 กม.
4. วัดรอยพระพุทธบาทภูมโนรมย์ ประมาณ 29 กม.
5. หอแก้วมุกดาหาร ประมาณ 32 กม.
6. ศาลหลักเมืองมุกดาหาร ประมาณ 33 กม.
7. ตลาดอินโดจีน มุกดาหาร ประมาณ 33 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง1. Kiko Cha ดอนตาล ประมาณ 1 กม. โทร. 096-127-3235
2. ยายสังข์ลาบเป็ด ประมาณ 2 กม. โทร. 083-540-6490
3. ครัวต้นกล้าดอนตาล ประมาณ 4 กม. โทร. 088-478-1764
4. ครัวสามสหาย ประมาณ 5 กม.
5. สวนอาหารหาดหินริมโขง ประมาณ 9 กม. โทร. 062-107-1255
6. ร้านข้าวเปียกเส้นเจ้สุน-ชายต้น ประมาณ 30 กม. โทร. 064-086-4200
ที่พักใกล้เคียง1. แม่โขง วิว เกสต์เฮาส์ ประมาณ 1 กม. โทร. 088-572-3851
2. ริมโขงวิว อำเภอดอนตาล ประมาณ 2 กม. โทร. 091-050-2107
3. บ้านพักธนาวดี อำเภอดอนตาล ประมาณ 3 กม. โทร. 089-620-5870
4. HOP INN Mukdahan ประมาณ 31 กม. โทร. 02-080-2222
5. Hotel de Ladda Mukdahan ประมาณ 33 กม. โทร. 042-611-499, 042-611-497
6. Riverfront Hotel Mukdahan ประมาณ 32 กม. โทร. 042-612-948-9, 081-703-1705
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: กลองมโหระทึก มุกดาหาร อยู่ที่ไหน?
ตอบ: กลองมโหระทึก มุกดาหาร เก็บรักษาอยู่ที่วัดมัชฌิมาวาส หรือวัดกลาง บ้านดอนตาล ถนนรามบำรุง หมู่ที่ 1 ตำบลดอนตาล อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร
 
ถาม: กลองมโหระทึก มุกดาหาร มีลักษณะสำคัญอย่างไร?
ตอบ: เป็นกลองสัมฤทธิ์หน้าเดียว เส้นผ่าศูนย์กลางหน้ากลอง 86 เซนติเมตร ตัวกลองยาว 90 เซนติเมตร หน้ากลองมีลายตะวันนูน 14 แฉก และมีรูปกบประดับขอบกลอง 4 ตัว
 
ถาม: กลองมโหระทึก มุกดาหาร ค้นพบเมื่อใด?
ตอบ: กลองใบนี้ค้นพบเมื่อปี พ.ศ. 2481 บริเวณริมตลิ่งแม่น้ำโขงที่น้ำเซาะพังตรงบ้านนาทามในฝั่งลาว ก่อนจะย้ายมาเก็บรักษาไว้ที่วัดมัชฌิมาวาส
 
ถาม: กลองมโหระทึก มุกดาหาร มีอายุเท่าไร?
ตอบ: กลองมโหระทึกใบนี้เป็นกลองโบราณอายุไม่ต่ำกว่า 3,000 ปี และเป็นหลักฐานสำคัญของวัฒนธรรมสำริดในลุ่มน้ำโขง
 
ถาม: เข้าชมกลองมโหระทึกต้องเสียค่าเข้าหรือไม่?
ตอบ: ไม่มีค่าเข้าชม นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมภายในวัดมัชฌิมาวาสได้ทุกวันในช่วงเวลา 08.00 – 17.00 น.
 
ถาม: ใครดูแลกลองมโหระทึก มุกดาหาร?
ตอบ: กลองมโหระทึกเก็บรักษาอยู่ภายในวัดมัชฌิมาวาส โดยมีพระครูปภากรณ์ ปภากโร เจ้าอาวาสวัดมัชฌิมาวาส เป็นผู้ดูแลวัดและพื้นที่สำคัญภายในวัด
 
ถาม: ควรปฏิบัติตัวอย่างไรเมื่อเข้าชมกลองมโหระทึก?
ตอบ: ควรแต่งกายสุภาพ งดจับ เคาะ หรือขยับกลองโดยไม่ได้รับอนุญาต ถ่ายภาพด้วยความระมัดระวัง และเคารพพื้นที่ศาสนสถานภายในวัด
 
ถาม: เที่ยวกลองมโหระทึกร่วมกับสถานที่ใดได้บ้าง?
ตอบ: สามารถเที่ยวร่วมกับเขื่อนริมแม่น้ำโขง อำเภอดอนตาล อุทยานสมเด็จย่า วัดเวินไชยมงคล วัดรอยพระพุทธบาทภูมโนรมย์ หอแก้วมุกดาหาร ศาลหลักเมืองมุกดาหาร และตลาดอินโดจีนได้

ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดกหมวดหมู่: ●ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก

แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์กลุ่ม: ●แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์

ปรับปรุงล่าสุด : 2 สัปดาห์ที่แล้ว

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์ แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์(2)
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(3)
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(2)
พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(1)
วัด วัด(17)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(3)
หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(4)
ตลาดท้องถิ่น ตลาดท้องถิ่น(2)
อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์(4)
ดอย และภูเขา ดอย และภูเขา(5)
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(3)
น้ำตก น้ำตก(5)
ถ้ำ ถ้ำ(2)
แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(2)
อ่าว และชายหาด อ่าว และชายหาด(1)
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(1)
ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(1)