หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดเชียงราย >อ.เวียงแก่น >ต.ปอ > ภูชี้เดือน
TL;DR: ภูชี้เดือน อยู่ที่บ้านร่มฟ้าหลวง หมู่ 12 ตำบลปอ อำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย 57310 เปิดเปิดทุกวัน เวลา เข้าชมได้ตลอดวัน โดยช่วงยอดนิยมคือก่อนพระอาทิตย์ขึ้น.
ภูชี้เดือน

วันเปิดทำการ: เปิดทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: เข้าชมได้ตลอดวัน โดยช่วงยอดนิยมคือก่อนพระอาทิตย์ขึ้น
ภูชี้เดือน คือหนึ่งในจุดชมทะเลหมอกของจังหวัดเชียงรายที่ได้รับความสนใจอย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เพราะแม้จะถูกพูดถึงในฐานะ “น้องใหม่” ของกลุ่มภูชื่อดังฝั่งเวียงแก่นอย่างภูชี้ฟ้า ภูชี้ดาว และดอยผาตั้ง แต่บรรยากาศของที่นี่กลับมีเสน่ห์ชัดเจนในแบบของตัวเอง ทั้งความสูงที่แตะระดับประมาณ 1,743 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล มุมมองที่เปิดกว้างแบบ 360 องศา และภาพทะเลหมอกที่ทอดตัวเชื่อมแนวภูเขาไทย–ลาวในยามเช้า ทำให้ภูชี้เดือนกลายเป็นจุดหมายที่คนรักธรรมชาติและคนชอบดูพระอาทิตย์ขึ้นไม่ควรมองข้าม หากกำลังมองหาที่เที่ยวเชียงรายที่ให้ความรู้สึกสดใหม่กว่าแหล่งยอดนิยมเดิม แต่ยังมีความงามระดับประทับใจตั้งแต่ครั้งแรกที่ไปเยือน ภูชี้เดือนคือคำตอบที่ชัดเจนมากแห่งหนึ่ง
ภูชี้เดือนตั้งอยู่ที่บ้านร่มฟ้าหลวง หมู่ 12 ตำบลปอ อำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย พื้นที่นี้อยู่ในแนวภูเขาฝั่งตะวันออกของจังหวัด ซึ่งเป็นโซนเดียวกับแหล่งท่องเที่ยวชมทะเลหมอกที่มีชื่อเสียงหลายแห่ง ความน่าสนใจของภูชี้เดือนจึงไม่ใช่เพียงการเป็นจุดชมวิวแยกเดี่ยว แต่เป็นการอยู่ท่ามกลางกลุ่มภูเขาที่มีบุคลิกแตกต่างกันอย่างน่าสนใจ นักท่องเที่ยวที่ขึ้นมาถึงยอดสามารถมองเห็นภูชี้ฟ้า ภูชี้ดาว และดอยผาตั้งได้จากมุมสูง ทำให้การยืนอยู่บนภูชี้เดือนให้ความรู้สึกเหมือนกำลังยืนอยู่บนระเบียงธรรมชาติขนาดใหญ่ที่มองย้อนกลับไปเห็นเครือข่ายภูเขาสำคัญของเวียงแก่นและชายแดนฝั่งไทย–ลาวได้ในคราวเดียว
ความพิเศษของภูชี้เดือนอยู่ที่บรรยากาศซึ่งผสมระหว่างความเป็นจุดชมวิวที่เข้าถึงได้กับความรู้สึกของการออกเดินทางแบบสายลุยเล็ก ๆ ต่างจากภูชี้ฟ้าที่มีชื่อเสียงมากและมีนักท่องเที่ยวหนาแน่นกว่า ภูชี้เดือนยังคงให้อารมณ์ของสถานที่ที่สดใหม่กว่า เงียบกว่า และมีความเป็นธรรมชาติมากกว่าในหลายช่วงเวลา ยิ่งในวันที่ฟ้าเปิดและอากาศเย็นจัด นักท่องเที่ยวจะได้เห็นชั้นหมอกที่ปกคลุมหุบเขาเป็นแผ่นกว้าง มองต่อเนื่องไปยังเทือกเขาโดยรอบได้อย่างชัดเจน เมื่อแสงแรกของเช้าค่อย ๆ ไล้ตามสันเขา ภาพตรงหน้าจะค่อย ๆ เปลี่ยนจากความนุ่มของหมอกสีขาวไปสู่สีทองของแสงอาทิตย์ เป็นช่วงเวลาที่ทำให้ภูชี้เดือนถูกจดจำในฐานะจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่งดงามมากแห่งหนึ่งของเชียงราย
คำว่า “ทะเลหมอกแห่งใหม่ของเชียงราย” ที่หลายคนใช้เรียกภูชี้เดือนนั้นไม่ใช่คำเกินจริง เพราะแม้พื้นที่นี้จะมีศักยภาพทางธรรมชาติอยู่ก่อนแล้ว แต่การเปิดให้นักท่องเที่ยวขึ้นไปชมวิวอย่างจริงจังในช่วงเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2559 ทำให้ภูชี้เดือนเริ่มถูกพูดถึงในวงกว้างมากขึ้น จากจุดชมวิวท้องถิ่นกลายเป็นสถานที่ที่นักเดินทางสายธรรมชาติเริ่มปักหมุด และเมื่อมีภาพบรรยากาศทะเลหมอก วิวภูเขาซ้อนกันหลายชั้น และพระอาทิตย์ขึ้นแบบเต็มมุมเผยแพร่ออกไปอย่างต่อเนื่อง ชื่อของภูชี้เดือนก็ยิ่งได้รับความนิยมตามมาอย่างรวดเร็ว ถึงอย่างนั้นเสน่ห์ของที่นี่ยังคงอยู่ตรงความรู้สึกว่าเป็นจุดชมวิวที่ยังไม่สูญเสียความสงบไปทั้งหมด จึงเหมาะกับคนที่อยากหนีความจอแจและอยากสัมผัสธรรมชาติในมุมที่ยังคงความสดใหม่กว่าแหล่งท่องเที่ยวกระแสหลัก
ในเชิงภูมิประเทศ ภูชี้เดือนมีลักษณะเป็นยอดปลายดอยที่ยื่นออกไป และมีลานสันดอยกว้างพอให้ยืนชมวิวได้หลายมุม ความสูงระดับราว 1,743 เมตรทำให้ที่นี่ได้เปรียบด้านมุมมองอย่างชัดเจน นักท่องเที่ยวจึงไม่ได้มองเห็นเพียงทะเลหมอกตรงหน้า แต่ยังมองเห็นแนวเขาและหุบเขาลึกไกลหลายชั้นต่อเนื่องกันไป โดยเฉพาะในช่วงเช้าที่หมอกยังเกาะตัวหนาแน่น ภาพของผืนหมอกสีขาวที่ไหลไปตามหุบเขาจะทำให้สันเขาแต่ละลูกดูเด่นขึ้นอย่างมาก และเมื่อพระอาทิตย์เริ่มขึ้นสูง ความเปลี่ยนแปลงของแสงจะทำให้ภูมิทัศน์ทั้งผืนค่อย ๆ เปิดตัวทีละส่วน เป็นความสวยที่ไม่หยุดอยู่แค่ช่วง 1 วินาที แต่เปลี่ยนแปลงให้มองได้ต่อเนื่องตลอดช่วงเช้า
สิ่งที่ทำให้ภูชี้เดือนน่าสนใจอีกอย่างคือการเป็นจุดชมวิวที่อยู่ใน “เครือญาติของภูชี้” ซึ่งประกอบด้วยภูชี้ฟ้า ภูชี้ดาว และภูชี้เดือน แต่ละแห่งมีบุคลิกต่างกัน ภูชี้ฟ้ามีชื่อเสียงและเข้าถึงง่ายกว่า ภูชี้ดาวมีภาพจำเรื่องสันเขาแหลมและการใช้รถชาวบ้านขึ้นไป ส่วนภูชี้เดือนให้ความรู้สึกกึ่งกลางระหว่างความอลังการของวิวกับบรรยากาศที่ยังค่อนข้างสงบ ความที่นักท่องเที่ยวจำนวนหนึ่งเลือกนอนพักในโซนเดียวกันแล้วเก็บหลายภูในทริปเดียว ทำให้ภูชี้เดือนเหมาะมากสำหรับการวางแผนเที่ยวแบบ 2 คืน 3 วัน หรือทริปสั้นช่วงฤดูหนาว โดยเริ่มจากพักบนดอยหรือบ้านพักในพื้นที่ร่มฟ้าหลวง แล้วออกไปเก็บจุดชมวิวแต่ละแห่งตามสภาพอากาศและแสงที่ต้องการ
ช่วงเวลาที่เหมาะที่สุดในการมาเที่ยวภูชี้เดือนคือฤดูหนาว ตั้งแต่ประมาณเดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ เพราะเป็นช่วงที่อากาศเย็น ความชื้นในอากาศเหมาะต่อการเกิดทะเลหมอก และท้องฟ้ามักเปิดสวยในหลายวันของฤดูกาล แม้บางวันหมอกจะหนาเกินจนยังมองไม่เห็นชัดตั้งแต่แรก แต่โดยทั่วไปนักท่องเที่ยวก็มักได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของทัศนียภาพในช่วงหลังแสงเริ่มมาไม่นาน ยิ่งมาในวันที่อุณหภูมิลดต่ำ ลมสงบ และท้องฟ้าโปร่ง โอกาสเห็นภาพทะเลหมอกสวย ๆ จะยิ่งสูงมาก ดังนั้นหากถามว่าควรมาภูชี้เดือนเดือนไหนดีที่สุด คำตอบแบบใช้งานจริงคือช่วงปลายปีถึงต้นปี และควรเผื่อเวลาอย่างน้อย 1 คืนในพื้นที่เพื่อให้มีโอกาสลุ้นอากาศมากขึ้น
การชมพระอาทิตย์ขึ้นคือกิจกรรมหลักที่นักท่องเที่ยวนิยมมากที่สุดบนภูชี้เดือน หลายคนออกจากที่พักตั้งแต่เช้ามืดเพื่อขึ้นไปให้ทันแสงแรก โดยช่วงเวลาก่อนฟ้าสางจะเป็นช่วงที่บรรยากาศเงียบมาก อากาศหนาวจัด และท้องฟ้ายังมืดพอให้เห็นเส้นขอบฟ้าค่อย ๆ เปลี่ยนสี เมื่อถึงเวลาที่แสงแรกเริ่มแตะทะเลหมอก นักท่องเที่ยวจะได้เห็นการไล่เฉดสีบนท้องฟ้าและภูเขาอย่างสวยงามมาก จุดเด่นของภูชี้เดือนคือมุมมองที่ค่อนข้างเปิด ทำให้ดูแสงเช้าได้อย่างเต็มตาโดยไม่มีสิ่งบดบังมากนัก สำหรับคนที่รักการถ่ายภาพ Landscape หรือชอบความสงบของช่วงเช้าบนภูเขา บรรยากาศช่วงนี้ถือเป็นหัวใจของการมาเยือนที่นี่
นอกจากทะเลหมอกและพระอาทิตย์ขึ้นแล้ว ภูชี้เดือนยังมีเสน่ห์จากความเรียบง่ายของการเดินทางและวิถีชาวบ้านในพื้นที่ จุดนี้สำคัญมากเพราะทำให้ประสบการณ์ของภูชี้เดือนแตกต่างจากแหล่งท่องเที่ยวที่มีระบบขนาดใหญ่เกินไป นักท่องเที่ยวจำนวนมากจะใช้บริการรถของชาวบ้านเพื่อขึ้นสู่จุดเริ่มต้นใกล้ยอด แล้วจึงเดินเท้าต่ออีกช่วงสั้น ๆ ลักษณะเช่นนี้ทำให้การเที่ยวภูชี้เดือนมีมิติของการพึ่งพาและสนับสนุนชุมชนอยู่ในตัว ไม่ใช่แค่การไปชมวิวแล้วจบ แต่เป็นการมีปฏิสัมพันธ์กับคนท้องถิ่นที่อยู่ร่วมกับภูเขาและเป็นผู้ทำให้การท่องเที่ยวดำเนินไปได้อย่างเป็นมิตรและปลอดภัยมากขึ้น
ในด้านการเดินทาง ภูชี้เดือนถือว่าไม่ได้ยากเกินไปสำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไป แต่ก็ยังต้องมีการเตรียมตัวพอสมควร จุดจอดรถหลักอยู่ห่างจากเส้นทางขึ้นยอด และโดยทั่วไปนักท่องเที่ยวจะต้องนั่งรถชาวบ้านขึ้นไปต่ออีกประมาณ 15 นาที จากนั้นเดินเท้าอีกประมาณ 5–10 นาทีจึงจะถึงจุดชมวิวด้านบน นี่คือรูปแบบการเดินทางที่ทำให้ภูชี้เดือนเหมาะกับคนที่ชอบบรรยากาศสายลุยเล็กน้อย แต่ไม่ต้องการเส้นทางเดินเขาระยะไกลแบบเดินหลายชั่วโมง อย่างไรก็ตาม เนื่องจากทางขึ้นมีความชันและสภาพอากาศเช้ามืดอาจหนาวและลื่นได้ การสวมรองเท้าที่เหมาะสม เสื้อกันหนาว ไฟฉาย และการมาถึงก่อนเวลาพอสมควรจึงเป็นเรื่องสำคัญมาก
การเดินทาง ไปภูชี้เดือนโดยทั่วไปเริ่มจากอำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย แล้วมุ่งหน้าเข้าสู่บ้านร่มฟ้าหลวง ตำบลปอ ซึ่งเป็นพื้นที่ฐานของการท่องเที่ยวบนภูชี้เดือน นักท่องเที่ยวที่ขับรถมาเองสามารถจอดรถในจุดที่จัดไว้ด้านล่าง จากนั้นใช้บริการรถชาวบ้านขึ้นเขาต่อ หรือในบางกรณีอาจพักในโซนใกล้เส้นทางขึ้นยอดแล้วค่อยออกเดินทางตั้งแต่เช้ามืด หากมาจากตัวเมืองเชียงรายควรเผื่อเวลาการเดินทางพอสมควร เพราะระยะทางค่อนข้างไกลและเส้นทางช่วงท้ายเป็นถนนภูเขา การมาถึงพื้นที่ตั้งแต่ช่วงบ่ายหรือเย็นของวันก่อนขึ้นชมวิวจะช่วยให้ไม่รีบร้อนและสามารถเตรียมตัวได้ดีกว่า
ในแง่การวางแผนเที่ยวจริง นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มักเลือกพักในพื้นที่ใกล้ภูชี้ฟ้า ภูชี้ดาว หรือบ้านร่มฟ้าหลวง แล้วจัดตารางขึ้นภูชี้เดือนในเช้าถัดไป เนื่องจากบนยอดภูชี้เดือนไม่ได้มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบแบบแหล่งท่องเที่ยวขนาดใหญ่ การเลือกที่พักด้านล่างที่เดินทางต่อได้สะดวกจึงเป็นทางเลือกที่เหมาะสมมากกว่า ปัจจุบันในพื้นที่มีทั้งที่พักแบบรีสอร์ท บ้านพัก และลานกางเต็นท์หรือโดมของชาวบ้านบางแห่ง ซึ่งช่วยให้นักท่องเที่ยวเลือกได้ตามงบประมาณและรูปแบบการเดินทางของตัวเอง โดยเฉพาะสายธรรมชาติที่อยากตื่นมาท่ามกลางอากาศหนาวและออกไปชมวิวตั้งแต่เช้ามืด ที่นี่ถือว่าตอบโจทย์ได้ดีมาก
แม้ภูชี้เดือนจะมีภาพจำชัดเรื่องพระอาทิตย์ขึ้น แต่ถ้ามองให้ลึกลงไป สิ่งที่ทำให้ที่นี่น่าประทับใจจริง ๆ คือการได้เห็นภูมิประเทศชายแดนไทย–ลาวในมุมที่เปิดกว้างและต่อเนื่อง เมื่อยืนอยู่ด้านบน นักท่องเที่ยวจะรู้สึกว่าภูเขาแต่ละลูกไม่ได้แยกตัวโดดเดี่ยว แต่เชื่อมต่อกันเป็นผืนเดียวกันอย่างงดงาม ความใกล้ชิดของภูชี้ฟ้า ภูชี้ดาว และดอยผาตั้งยิ่งทำให้การมองวิวจากภูชี้เดือนมีคุณค่ามากขึ้น เพราะสามารถเข้าใจภาพรวมของแนวสันเขาและจุดชมวิวเด่นในเวียงแก่นได้ในคราวเดียว จึงไม่แปลกที่หลายคนซึ่งเคยขึ้นภูชื่อดังมาก่อนแล้ว เมื่อมาถึงภูชี้เดือนก็ยังรู้สึกว่าสถานที่แห่งนี้มีความสดใหม่และคุ้มค่ากับการเดินทางอย่างมาก
อีกเสน่ห์หนึ่งของภูชี้เดือนคือความพอดีระหว่าง “เข้าถึงได้” กับ “ยังมีความลุย” นักท่องเที่ยวไม่จำเป็นต้องมีทักษะเดินป่าระดับสูง แต่ก็ยังต้องเตรียมตัวดี ต้องยอมตื่นเช้า ต้องนั่งรถขึ้นเขา ต้องเดินขึ้นยอดด้วยตัวเองเล็กน้อย กระบวนการทั้งหมดนี้ทำให้ประสบการณ์ของภูชี้เดือนยังคงความเป็นการออกไปตามหาธรรมชาติ ไม่ใช่การขับรถขึ้นไปจอดถ่ายรูปทันที ความพอดีแบบนี้เองที่ทำให้ที่นี่ถูกใจทั้งนักท่องเที่ยวทั่วไปและสายถ่ายภาพที่ยังต้องการความรู้สึก “ได้ออกเดินทางจริง” อยู่ในทริป
เมื่อเทียบกับจุดชมวิวชื่อดังอื่นของเชียงราย ภูชี้เดือนยังเหมาะกับคนที่ต้องการหลีกหนีความหนาแน่นของผู้คนในบางช่วงฤดูกาล แม้ความนิยมของที่นี่จะเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แต่บรรยากาศโดยรวมยังคงให้ความรู้สึกโปร่งและไม่อึดอัดเท่าจุดยอดนิยมขนาดใหญ่ในบางวัน ความรู้สึกนี้สำคัญมากสำหรับคนที่ไปดูทะเลหมอก เพราะการได้ยืนอยู่กับธรรมชาติในพื้นที่ที่สงบกว่า มักทำให้ประสบการณ์น่าจดจำมากขึ้น ภูชี้เดือนจึงเหมาะกับคนที่ไม่ได้ตามหาความดังที่สุด แต่กำลังมองหาความสวยที่ยังมีช่องว่างให้รับรู้ธรรมชาติได้เต็มที่
ในด้านชุมชน บ้านร่มฟ้าหลวงและพื้นที่ตำบลปอมีบทบาทสำคัญต่อการท่องเที่ยวของภูชี้เดือนอย่างมาก ทั้งในเรื่องการให้บริการรถขึ้นเขา การดูแลที่พักในพื้นที่ การขายอาหาร เครื่องดื่ม และการจัดการท่องเที่ยวให้ดำเนินไปได้อย่างเหมาะสม สิ่งนี้ทำให้ภูชี้เดือนเป็นตัวอย่างที่ดีของการท่องเที่ยวธรรมชาติที่พึ่งพาความร่วมมือของคนในชุมชน นักท่องเที่ยวที่เลือกใช้บริการท้องถิ่นจึงไม่ได้เพียงอำนวยความสะดวกให้ตัวเอง แต่ยังช่วยกระจายรายได้ให้คนที่อยู่กับภูเขาจริง ๆ และทำให้การท่องเที่ยวยั่งยืนมากขึ้นในระยะยาว
หากสรุปให้ชัด ภูชี้เดือนคือจุดชมทะเลหมอกของเชียงรายที่ควรค่าแก่การไปสัมผัสอย่างน้อยสักครั้ง โดยเฉพาะสำหรับคนที่ชอบธรรมชาติ ชอบพระอาทิตย์ขึ้น ชอบวิวภูเขาแบบเปิดกว้าง และอยากเห็นมุมใหม่ของเวียงแก่นที่ต่างจากภาพจำเดิม ๆ ที่นี่มีทั้งความสูงที่น่าประทับใจ มุมมอง 360 องศา ความงามของทะเลหมอกไทย–ลาว และบรรยากาศเรียบง่ายที่สะท้อนมิตรภาพของชาวบ้านในพื้นที่อย่างชัดเจน ภูชี้เดือนจึงไม่ใช่แค่ “อีกหนึ่งภู” ของเชียงราย แต่เป็นประสบการณ์ท่องเที่ยวธรรมชาติที่ครบทั้งวิว ความรู้สึก และเสน่ห์ของชุมชนไปพร้อมกัน
| ชื่อสถานที่ | ภูชี้เดือน |
| สรุปสถานที่ | จุดชมทะเลหมอกและพระอาทิตย์ขึ้นในบ้านร่มฟ้าหลวง ตำบลปอ อำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย สูงประมาณ 1,743 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล เด่นเรื่องวิว 360 องศา และมองเห็นภูชี้ฟ้า ภูชี้ดาว และดอยผาตั้งได้จากมุมสูง |
| ที่ตั้ง | บ้านร่มฟ้าหลวง หมู่ 12 ตำบลปอ อำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย 57310 |
| ไฮไลต์ | ทะเลหมอกยามเช้า, พระอาทิตย์ขึ้น, วิว 360 องศา, มองเห็นภูชี้ฟ้า ภูชี้ดาว และดอยผาตั้ง, บรรยากาศสงบกว่าจุดชมวิวหลักบางแห่ง |
| ประวัติ / ความสำคัญ | เปิดให้นักท่องเที่ยวขึ้นชมวิวอย่างเป็นทางการครั้งแรกในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2559 และกลายเป็นจุดชมทะเลหมอกแห่งใหม่ของเชียงรายที่ได้รับความนิยมต่อเนื่อง |
| ลักษณะเด่น | ยอดปลายดอยยื่นออกไป มีลานสันดอยกว้าง เหมาะกับการชมวิวและดูพระอาทิตย์ขึ้นจากมุมสูงเหนือแนวภูเขาชายแดนไทย–ลาว |
| การเดินทาง | เดินทางเข้าสู่บ้านร่มฟ้าหลวง ตำบลปอ อำเภอเวียงแก่น จากนั้นใช้รถชาวบ้านขึ้นเขาประมาณ 15 นาที แล้วเดินเท้าต่อประมาณ 5–10 นาทีถึงยอด |
| สถานะปัจจุบัน | ยังเป็นจุดท่องเที่ยวธรรมชาติของตำบลปอและได้รับการประชาสัมพันธ์โดยหน่วยงานท้องถิ่นและ ททท. |
| วันเปิดทำการ | เปิดทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | เข้าชมได้ตลอดวัน โดยช่วงยอดนิยมคือก่อนพระอาทิตย์ขึ้น |
| ค่าใช้จ่าย / ค่าเข้า | ไม่มีข้อมูลยืนยันค่าเข้าชมตัวจุดชมวิวในหน้าทางการที่ตรวจสอบได้; มีข้อมูลค่าเช่าเต็นท์ 200 บาทจากหน้าข้อมูล Tourism Thailand |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | จุดจอดรถด้านล่าง, รถชาวบ้านสำหรับขึ้นเขา, ที่พักและลานกางเต็นท์ในพื้นที่ใกล้เคียง, ร้านอาหารและเครื่องดื่มบางจุดในชุมชน |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | ยอดภูชี้เดือน, ลานชมวิวสันดอย, เส้นทางเดินช่วงท้ายขึ้นยอด, จุดชมวิวชายแดนไทย–ลาว |
| ผู้ดูแล | องค์การบริหารส่วนตำบลปอ อำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย |
| เบอร์ติดต่อหลัก | 053-602742 |
| เว็บไซต์ / เพจทางการ | องค์การบริหารส่วนตำบลปอ |
| ที่เที่ยวใกล้เคียง | 1. ภูชี้ดาว 1 กม. 2. ภูชี้ฟ้า 12 กม. 3. ดอยผาตั้ง 20 กม. 4. ผาตั้ง 103 / เนินชมทะเลหมอกผาตั้ง 21 กม. 5. แม่น้ำโขงฝั่งเวียงแก่น 25 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. ไร่กาแฟภูชี้เดือน 2 กม. โทร 089-854-6297 2. ร้านอาหาร/อาหารเช้าของวิวดีภูชี้เดือน 2 กม. โทร 092-782-6392 3. ร้านอาหารในโซนดอยผาตั้ง 20 กม. 4. ร้านอาหารในโซนภูชี้ฟ้า 12 กม. 5. ร้านอาหารชุมชนบ้านร่มฟ้าหลวง 1 กม. |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. วิวดีภูชี้เดือน (โดม&เต็นท์) 2 กม. โทร 092-782-6392 2. บ้านพักภูชี้เดือน / ผาเมืองรีสอร์ท 3 กม. 3. ที่พักโซนภูชี้ดาว 1 กม. โทร 080-034-3984 4. ที่พักโซนภูชี้ฟ้า 12 กม. 5. ที่พักโซนดอยผาตั้ง 20 กม. |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: ภูชี้เดือนอยู่ที่ไหน?
ตอบ: ภูชี้เดือนตั้งอยู่ที่บ้านร่มฟ้าหลวง หมู่ 12 ตำบลปอ อำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย
ถาม: ภูชี้เดือนสูงเท่าไร?
ตอบ: ภูชี้เดือนมีความสูงประมาณ 1,743 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล และเป็นจุดชมวิวที่สูงเด่นในกลุ่มเส้นทางเดียวกับภูชี้ฟ้าและภูชี้ดาว
ถาม: ไปภูชี้เดือนช่วงเดือนไหนดีที่สุด?
ตอบ: ช่วงที่เหมาะที่สุดคือเดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ เพราะเป็นฤดูหนาวที่มีโอกาสเห็นทะเลหมอกสวยและอากาศเย็นสดชื่น
ถาม: ขึ้นภูชี้เดือนยากไหม?
ตอบ: การขึ้นภูชี้เดือนถือว่าไม่ยากเกินไปสำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไป โดยต้องนั่งรถชาวบ้านขึ้นเขาประมาณ 15 นาที แล้วเดินเท้าต่ออีกประมาณ 5–10 นาที
ถาม: ภูชี้เดือนต่างจากภูชี้ฟ้าและภูชี้ดาวอย่างไร?
ตอบ: ภูชี้เดือนมีจุดเด่นเรื่องความสงบกว่าในหลายช่วงเวลา วิวเปิดกว้าง 360 องศา และสามารถมองเห็นภูชี้ฟ้า ภูชี้ดาว และดอยผาตั้งได้จากมุมสูง
ถาม: ภูชี้เดือนมีค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: ยังไม่พบข้อมูลยืนยันค่าเข้าชมตัวจุดชมวิวจากหน้าทางการที่ตรวจสอบได้ แต่มีข้อมูลค่าเช่าเต็นท์ 200 บาทในข้อมูล Tourism Thailand
ถาม: ถ้าจะนอนค้างใกล้ภูชี้เดือนควรทำอย่างไร?
ตอบ: นักท่องเที่ยวนิยมพักในโซนบ้านร่มฟ้าหลวง ภูชี้ดาว หรือภูชี้ฟ้า แล้วออกเดินทางขึ้นภูชี้เดือนแต่เช้ามืดเพื่อชมพระอาทิตย์ขึ้น
หมวดหมู่: ●ธรรมชาติ และสัตว์ป่า
กลุ่ม: ●ดอย และภูเขา
ปรับปรุงล่าสุด : 6 เดือนที่แล้ว




