มัสยิดดารุ๊ลมุห์ซีนีน

มัสยิดดารุ๊ลมุห์ซีนีน

มัสยิดดารุ๊ลมุห์ซีนีน
Rating: 4/5 (4 votes)
แผนที่ แผนที่ แผนที่ มีแผนที่ มีแผนที่ ไม่มีแผนที่ ไม่มีแผนที่

สถานที่ท่องเที่ยวกรุงเทพมหานคร

สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: โดยทั่วไปเปิดตลอดวันตามการเข้าใช้เพื่อศาสนกิจ (แนะนำติดต่อประสานก่อน หากต้องการเข้าชม)
 
มัสยิดดารุ๊ลมุห์ซีนีน (บ้านดอน) เป็นหนึ่งในมัสยิดเก่าแก่ของกรุงเทพฯ ที่ผูกแน่นอยู่กับเรื่องเล่าการย้ายถิ่นและการตั้งรกรากของชุมชนมุสลิมริมคลองแสนแสบ ย่านสุขุมวิท 49/14 เขตวัฒนา ถ้ามองเผิน ๆ ที่นี่อาจเป็นเพียงศาสนสถานกลางชุมชน แต่เมื่อค่อย ๆ แกะรอยประวัติ จะเห็นภาพกรุงเทพอีกแบบ—ภาพของคนกลุ่มหนึ่งที่เดินทางไกลจากปัตตานี สร้างบ้าน สร้างเครือญาติ และค่อย ๆ สร้าง “หลักแหล่ง” ให้มั่นคงด้วยศรัทธาและการช่วยเหลือกันของทั้งชุมชน
 
เรื่องเริ่มต้นย้อนไปราว 170–200 ปีก่อน เมื่อชาวมุสลิมกลุ่มหนึ่งจากภาคใต้ โดยเฉพาะจากจังหวัดปัตตานี เข้ามาตั้งภูมิลำเนาเป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ แถวถนนสุขุมวิท ซอย 47 ในช่วงเวลานั้นพื้นที่ดังกล่าวเป็นที่ดอน ผู้คนจึงเรียกถิ่นฐานใหม่นี้ว่า “บ้านดอน” ชื่อเรียกง่าย ๆ แต่ตรงไปตรงมา เพราะบอกลักษณะภูมิประเทศที่พวกเขาต้องอยู่ร่วมด้วยในชีวิตประจำวัน และในเวลานั้นเอง ชุมชนยังไม่มีมัสยิดเป็นสถานที่ประกอบศาสนกิจอย่างเป็นรูปธรรม ทุกอย่างยังเป็นการตั้งต้นของชีวิตใหม่ในเมืองหลวงที่ยังไม่สะดวกสบายอย่างทุกวันนี้
 
เมื่อชุมชนเริ่มมีคนเพิ่มมากขึ้น ความลำบากก็เริ่มปรากฏชัด โดยเฉพาะเรื่อง “น้ำ” และ “การคมนาคม” เพราะพื้นที่ที่เป็นที่ดอนทำให้การเข้าถึงน้ำดื่มน้ำใช้ไม่ง่ายนัก อีกทั้งการเดินทางในยุคนั้นก็ยังไม่คล่องตัว ผู้คนจึงร่วมกันตัดสินใจย้ายถิ่นฐานไปอยู่บริเวณบ้านต้นไทร ริมคลองแสนแสบ จุดนี้มีต้นไทรต้นหนึ่งที่เป็นเหมือนหมุดหมายของพื้นที่ คนทั่วไปจึงเรียกบริเวณนี้ว่า “บ้านต้นไทร” แต่ด้วยผู้คนที่ย้ายมาส่วนใหญ่เป็นกลุ่มเดิมจากบ้านดอน ชื่อ “บ้านดอน” จึงยังถูกใช้เรียกชุมชนสืบต่อกันมา จนกลายเป็นชื่อที่อยู่ในความทรงจำและเอกลักษณ์ของพื้นที่มาถึงปัจจุบัน
 
การตั้งบ้านเรือนริมคลองแสนแสบทำให้ชีวิตค่อย ๆ เข้าที่เข้าทางมากขึ้น น้ำดื่มน้ำใช้สะดวกกว่าเดิม การสัญจรทางน้ำและการประกอบอาชีพในพื้นที่คลองก็ช่วยให้ผู้คนตั้งตัวได้ง่ายขึ้น เมื่อความเป็นอยู่เริ่มมั่นคง ความคิดหนึ่งที่เกิดขึ้นร่วมกันก็คือ หากจะปักหลักอยู่ที่นี่ตลอดไป ชุมชนจำเป็นต้องมีมัสยิดเป็นศูนย์รวมสำหรับการประกอบศาสนกิจและกิจกรรมของผู้คน นั่นคือจุดที่ “มัสยิด” เปลี่ยนสถานะจากความจำเป็นทางศาสนา ไปสู่การเป็นหัวใจของชุมชนในความหมายที่กว้างกว่าเดิม
 
มัสยิดในระยะแรกเป็นอาคารไม้ชั้นเดียวขนาดเล็ก ตั้งอยู่บนที่ดินส่วนบุคคล โดยเจ้าของที่ดินอนุญาตให้ใช้เป็นสถานที่ประกอบศาสนกิจ ชุมชนมีผู้นำศาสนาและผู้ทำหน้าที่ต่าง ๆ ที่คอยดูแลให้กิจวัตรทางศาสนาดำเนินไปอย่างเรียบร้อย ต่อมาเมื่อมีการซื้อที่ดินบริเวณที่ตั้งมัสยิด และมีการ “วากัฟ” อุทิศที่ดินให้เป็นสมบัติของมัสยิดอย่างถูกต้อง นี่คือรากฐานสำคัญของการสร้างความมั่นคงให้ศาสนสถาน เพราะวากัฟไม่ใช่แค่การให้ทรัพย์สิน แต่คือการยืนยันว่า “พื้นที่นี้” ถูกตั้งไว้เพื่อประโยชน์ส่วนรวมของศาสนาและชุมชนอย่างยั่งยืน
 
เมื่อเวลาผ่านไป บทบาทของอิหม่าม คอเต็บ และบิหลั่น รวมถึงคณะกรรมการมัสยิด ก็ยิ่งชัดขึ้นในฐานะ “ทีมดูแลชุมชน” ไม่เพียงดูแลพิธีกรรม แต่ยังดูแลความเรียบร้อย การพัฒนาพื้นที่ และการประสานงานเรื่องสาธารณูปโภค ยุคหนึ่งของมัสยิดบ้านดอนยังต้องเผชิญข้อจำกัดพื้นฐาน เช่น ไฟฟ้าและน้ำประปาที่ยังไม่สะดวกนัก ก่อนที่คณะกรรมการจะดำเนินการขออนุญาตติดตั้งจนเป็นผลสำเร็จ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า ความเจริญของชุมชนไม่ได้เกิดขึ้นเอง แต่เกิดจากแรงร่วมมือที่ค่อย ๆ ผลักให้ “คุณภาพชีวิต” ดีขึ้นทีละเรื่อง
 
อีกช่วงเวลาสำคัญคือการสร้างอาคารมัสยิดใหม่ใน พ.ศ. 2482 เพื่อทดแทนหลังเก่าที่ทรุดโทรม โดยอาคารที่สร้างขึ้นเป็นเรือนไม้ชั้นเดียว ใช้ไม้สัก มีขนาดกว้าง 8 เมตร ยาว 14 เมตร พร้อมมุขหน้า การสร้างเสร็จแล้วก็ยังมีเรื่องที่ต้องจัดการต่อทันที นั่นคือปัญหาน้ำกัดเซาะตลิ่งริมคลองแสนแสบที่ค่อย ๆ กินแนวที่ดินเข้ามาอยู่เสมอ จึงมีการลงเขื่อนตลอดแนวที่ดินมัสยิดให้เรียบร้อย เรื่องนี้ฟังเหมือนรายละเอียดเล็ก ๆ แต่จริง ๆ แล้วมันทำให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างศาสนสถานกับภูมิทัศน์ของคลองเมือง ว่าการอยู่ริมคลองนั้นมีทั้งความสะดวกและความท้าทายที่ต้องรับมือไปพร้อมกัน
 
เมื่อเข้าสู่ พ.ศ. 2504 ชุมชนเติบโตขึ้นอีกระลอก จำนวนสัปปุรุษเพิ่มมากจนพื้นที่เดิมไม่เพียงพอ คณะกรรมการมัสยิดจึงประชุมหารืออย่างจริงจัง และลงมติให้สร้างอาคารมัสยิดถาวรที่มีขนาดใหญ่รองรับผู้คนได้มากขึ้น ในเวลานั้นมีทุนสำรองที่ได้รับอนุมัติช่วยเหลือเพื่อซ่อมแซมอาคารเดิมจำนวน 10,000 บาท ซึ่งถูกใช้เป็นทุนตั้งต้น ก่อนจะเกิดแรงศรัทธาและการบริจาคจากผู้คนจำนวนมากจนสามารถวางโครงการก่อสร้างอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กสองชั้น และมีหออาซานพร้อมใช้งานได้ตามเป้าหมาย
 
สิ่งที่น่าสนใจในยุคการก่อสร้างอาคารถาวรคือ “ระบบการช่วยกันทำให้ทางเข้าถึงมัสยิดเกิดขึ้นจริง” เพราะมัสยิดตั้งอยู่ริมคลอง การคมนาคมทางบกในตอนนั้นยังไม่สะดวก คณะกรรมการจึงมีโครงการตัดถนนเชื่อมจากซอยประเสริฐสิษฐ์ที่แยกจากซอยสุขุมวิท 49 (ซอยกลาง) มีผู้สละที่ดินเพื่อทำถนนและดินถมจนถนนแล้วเสร็จ เรื่องนี้ทำให้เห็นภาพชุมชนอย่างเป็นรูปธรรมว่า มัสยิดไม่ได้ถูก “สร้าง” ด้วยเงินอย่างเดียว แต่ถูกสร้างด้วยการสละแรง สละพื้นที่ และความยินยอมพร้อมใจของผู้คนจำนวนมากที่อยากให้ศูนย์กลางของชุมชนเข้าถึงได้จริงในชีวิตประจำวัน
 
ในปัจจุบัน เสน่ห์ของมัสยิดดารุ๊ลมุห์ซีนีนอยู่ที่ความเป็น “มัสยิดเมืองริมคลอง” ที่ยังคงบรรยากาศชุมชนไว้ได้ดี ตัวอาคารให้ภาพจำของศาสนสถานที่สงบและเป็นระเบียบ ในขณะที่พื้นที่โดยรอบยังคงมีชีวิตของผู้คนในชุมชนบ้านดอนดำเนินไปตามจังหวะของคลองแสนแสบ หากตั้งใจมาเพื่อเรียนรู้และซึมซับ แนะนำให้มาด้วยหัวใจที่ให้เกียรติพื้นที่ เพราะมัสยิดคือสถานที่ประกอบศาสนกิจเป็นหลัก และความเป็นส่วนตัวของผู้มาประกอบศาสนกิจควรถูกเคารพเสมอ โดยเฉพาะช่วงเวลาละหมาดหรือกิจกรรมทางศาสนา
 
การเดินทาง หากใช้รถไฟฟ้า BTS สามารถลงสถานีพร้อมพงษ์หรือทองหล่อ แล้วต่อแท็กซี่หรือบริการเรียกรถไปยังซอยสุขุมวิท 49/14 (ซอยประเสริฐสิษฐ์) โดยพิมพ์ชื่อ “มัสยิดดารุ๊ลมุห์ซีนีน (บ้านดอน)” หรือ “สุเหร่าบ้านดอน” ในแอปนำทางจะช่วยลดโอกาสหลงทางได้มาก สำหรับผู้ขับรถส่วนตัว ควรเผื่อเวลาเรื่องการเข้าออกซอยและการจอดรถ เพราะพื้นที่ชุมชนมักมีข้อจำกัดตามสภาพซอยเมือง แนะนำให้ประสานสอบถามล่วงหน้าหากต้องการเข้ามาเป็นหมู่คณะ
 
มารยาทสำหรับผู้มาเยือนเป็นเรื่องสำคัญและเป็นการแสดงความเคารพต่อสถานที่ ควรแต่งกายสุภาพ หลีกเลี่ยงเสื้อผ้ารัดรูปหรือสั้นจนเกินไป หากต้องการถ่ายภาพ ควรขออนุญาตก่อน และหลีกเลี่ยงการถ่ายติดบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยเฉพาะในช่วงประกอบศาสนกิจ หากมาในช่วงที่มีการละหมาดหรือกิจกรรมชุมชน ควรพูดคุยเบา ๆ และเดินอย่างสำรวม เพราะสำหรับผู้มาละหมาด ที่นี่คือพื้นที่ของสมาธิและความสงบ
 
อีกหนึ่งภาพที่ทำให้ชุมชนบ้านดอนต่างจากการเป็น “ชุมชนที่อยู่อาศัย” ทั่วไป คือการมีสถาบันสอนศาสนาและสถานศึกษาที่ช่วยผลิตบุคลากรรับใช้สังคมมุสลิม โดยมีชื่อโรงเรียนและเครือข่ายการศึกษาในพื้นที่ที่ผู้คนในชุมชนพูดถึงกันมานาน สิ่งนี้ช่วยให้เห็นว่ามัสยิดไม่ได้ยืนเดี่ยว แต่ยืนอยู่ในระบบนิเวศของชุมชนที่มีทั้งศาสนา การศึกษา และการดูแลกันในชีวิตประจำวัน เป็นวงจรที่ทำให้ “บ้านดอน” ยังเป็นบ้านของผู้คนได้จริง แม้เมืองรอบ ๆ จะเปลี่ยนไปเร็วแค่ไหนก็ตาม
 
ถ้าจะสรุปให้สั้นที่สุด มัสยิดดารุ๊ลมุห์ซีนีน (บ้านดอน) คือบทเรียนเรื่องการตั้งรกรากของผู้คนที่ย้ายถิ่นจากภาคใต้มาอยู่กรุงเทพฯ แล้วค่อย ๆ ปรับตัวตามภูมิประเทศและโอกาสของเมือง จากที่ดอนสู่ริมคลอง จากบ้านเล็ก ๆ สู่ชุมชนที่มีศูนย์กลางชัดเจน และจากมัสยิดไม้ขนาดเล็ก สู่ศาสนสถานถาวรที่รองรับผู้คนรุ่นแล้วรุ่นเล่า หากมีโอกาสได้แวะมา ขอให้มาแบบให้เกียรติ และลองมองให้ลึกกว่าแค่ “สถานที่” เพราะที่นี่คือความทรงจำร่วมของชุมชนที่ยังมีชีวิตอยู่จริง
 
ชื่อสถานที่ มัสยิดดารุ๊ลมุห์ซีนีน (บ้านดอน) / Darul Muhsineen Mosque (Baan Don)
ที่ตั้ง ซอยประเสริฐสิษฐ์ ถนนสุขุมวิท 49/14 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
จุดเด่นของมัสยิด มัสยิดเก่าแก่ของชุมชนบ้านดอน, เรื่องเล่าการย้ายถิ่นจากปัตตานี, ตั้งอยู่ริมคลองแสนแสบ, เป็นศูนย์รวมศรัทธาและกิจกรรมชุมชนมายาวนาน
สมัย/ยุค ชุมชนเริ่มตั้งถิ่นฐานราวต้นรัตนโกสินทร์; มีการสร้าง/ปรับปรุงสำคัญใน พ.ศ. 2482 และการขยายสู่โครงสร้างถาวรราว พ.ศ. 2504
หลักฐานสำคัญ ข้อมูลประวัติและที่ตั้งปรากฏในทำเนียบมัสยิด (กอท.) และฐานข้อมูลชุมชน/หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ที่มาของชื่อ “บ้านดอน” มาจากจุดตั้งถิ่นฐานแรกที่เป็นที่ดอนแถวสุขุมวิท 47 ก่อนย้ายมาริมคลองแสนแสบ แต่ยังเรียกชื่อเดิมสืบต่อมา
การเดินทาง BTS พร้อมพงษ์/ทองหล่อ แล้วต่อแท็กซี่/เรียกรถไปซอยสุขุมวิท 49/14 (ซอยประเสริฐสิษฐ์); รถส่วนตัวควรเผื่อเวลาเข้าออกซอยและสอบถามจุดจอดหากมาเป็นหมู่คณะ
สถานะปัจจุบัน ยังใช้งานเป็นมัสยิดของชุมชน (แนะนำติดต่อประสานก่อนเข้าชม และหลีกเลี่ยงช่วงประกอบศาสนกิจ)
ผู้ดูแลมัสยิด คณะกรรมการประจำมัสยิด (ช่องทางติดต่อ: เพจของมัสยิด / ผู้ประสานงานที่ประกาศไว้ในเพจ)
เบอร์ติดต่อ ตรวจสอบจากประกาศของเพจ: 089-140-3522 (ฮัจยีอัดนาน)
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณ) Emporium / EmQuartier (1.8 กม.)
Benchasiri Park (1.8 กม.)
Jodd Fairs (พระราม 9) (6.5 กม.)
Terminal 21 Asok (4.2 กม.)
Gateway Ekkamai (3.0 กม.)
ร้านอาหารใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณ + เบอร์โทร) ร้านอาหารฮาลาลย่านพร้อมพงษ์–ทองหล่อ (1.5 กม.)
ร้านอาหารย่านเอกมัย (3.0 กม.)
ร้านอาหารย่านอโศก (4.2 กม.)
ที่พักใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณ + เบอร์โทร) โรงแรมย่านพร้อมพงษ์ (1.8 กม.)
โรงแรมย่านทองหล่อ (2.5 กม.)
โรงแรมย่านเอกมัย (3.0 กม.)
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: มัสยิดดารุ๊ลมุห์ซีนีน (บ้านดอน) อยู่แถวไหนของกรุงเทพ?
ตอบ: อยู่ในซอยประเสริฐสิษฐ์ ถนนสุขุมวิท 49/14 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา ใกล้ย่านพร้อมพงษ์–ทองหล่อ และริมคลองแสนแสบ
 
ถาม: ไปมัสยิดดารุ๊ลมุห์ซีนีนด้วยรถไฟฟ้าได้ไหม?
ตอบ: ได้ สามารถลง BTS พร้อมพงษ์หรือทองหล่อ แล้วต่อแท็กซี่หรือเรียกรถเข้าซอยสุขุมวิท 49/14 จะสะดวกที่สุด
 
ถาม: ถ้าอยากเข้าไปเยี่ยมชม ต้องทำอย่างไร?
ตอบ: แนะนำให้ติดต่อประสานผ่านเพจหรือผู้ดูแลก่อน แต่งกายสุภาพ และหลีกเลี่ยงช่วงเวลาละหมาดหรือกิจกรรมศาสนาเพื่อความเหมาะสม
 
ถาม: จุดเด่นของมัสยิดบ้านดอนคืออะไร?
ตอบ: เป็นมัสยิดเก่าแก่ของชุมชนมุสลิมบ้านดอนที่มีประวัติการย้ายถิ่นจากปัตตานี และตั้งอยู่ริมคลองแสนแสบซึ่งสะท้อนวิถีคลองเมืองของกรุงเทพได้ชัดเจน
 
ถาม: ทำไมชุมชนถึงชื่อ “บ้านดอน” ทั้งที่ย้ายมาอยู่ริมคลองแล้ว?
ตอบ: เพราะจุดตั้งถิ่นฐานแรกอยู่บนที่ดอนแถวสุขุมวิท 47 ชื่อบ้านดอนจึงติดปากและถูกใช้เรียกชุมชนต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน
มือถือมือถือ: 0816543647
แผนที่ มัสยิดดารุ๊ลมุห์ซีนีน แผนที่มัสยิดดารุ๊ลมุห์ซีนีน
มัสยิด กลุ่ม: มัสยิด
คำค้นคำค้น: มัสยิดดารุ๊ลมุห์ซีนีนมัสยิดดารุ๊ลมุห์ซีนีน มัสยิดบ้านดอน สุเหร่าบ้านดอน มัสยิดริมคลองแสนแสบ ชุมชนมุสลิมบ้านดอน ประวัติบ้านดอน สุขุมวิท มัสยิดเก่าแก่กรุงเทพ ที่เที่ยวอิสลามกรุงเทพ มัสยิด เขตวัฒนา สุขุมวิท 49/14
ปรับปรุงล่าสุดปรับปรุงล่าสุด: 2 เดือนที่แล้ว


แสดงความเห็น

แสดงความเห็น




คำค้น (ขั้นสูง)
   
Email :
  รหัสผ่าน :
  สมัครสมาชิก | ลืมรหัสผ่าน
 

Facebook Fanpage Facebook Fanpage

 

ภูมิภาค ภูมิภาคhttps://www.lovethailand.org/

ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก

สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ และอนุสาวรีย์ สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ และอนุสาวรีย์(3)

แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(23)

พระราชวัง พระราชวัง(13)

ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(35/36)

พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(59)

บ้านโบราณ และเมืองโบราณ บ้านโบราณ และเมืองโบราณ(3)

อาร์ตแกลเลอรี่ อาร์ตแกลเลอรี่(16)

สถานที่ท่องเที่ยวเชิงวิชาการ สถานที่ท่องเที่ยวเชิงวิชาการ

พิพิธภัณฑ์เพื่อการศึกษา พิพิธภัณฑ์เพื่อการศึกษา(6)

ห้องสมุด ห้องสมุด(4)

มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัย

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์

วัด วัด(72/430)

โบสถ์ โบสถ์(2)

มัสยิด มัสยิด(67)

สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(8)

โครงการในพระราชดำริ โครงการในพระราชดำริ

โครงการหลวง โครงการหลวง(1)

วิถีชีวิต วิถีชีวิต

หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(5)

ตลาดท้องถิ่น ตลาดท้องถิ่น(9)

ตลาดน้ำ ตลาดน้ำ(2)

ธรรมชาติ และสัตว์ป่า ธรรมชาติ และสัตว์ป่า

แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(3)

อ่าว และชายหาด อ่าว และชายหาด(1)

แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(1)

บันเทิง และท่องเที่ยวเชิงเกษตร บันเทิง และท่องเที่ยวเชิงเกษตร

สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ(4)

แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์ แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์(5)

สนามกีฬา สนามกีฬา(9)

ฟาร์ม, ไร่, สวน, สวนสาธารณะ และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม, ไร่, สวน, สวนสาธารณะ และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(20)

สวนสนุก สวนสนุก(1)

สวนน้ำ สวนน้ำ(1)

โรงละคร โรงละคร(7)

โรงภาพยนตร์ โรงภาพยนตร์(1)

ช้อปปิ้ง ช้อปปิ้ง

ช้อปปิ้ง และตลาดกลางคืน ช้อปปิ้ง และตลาดกลางคืน(20)

ห้างสรรพสินค้า ห้างสรรพสินค้า(7)

สปาเพื่อสุขภาพ สปาเพื่อสุขภาพ

สปาเพื่อสุขภาพ สปาเพื่อสุขภาพ(1)

ร้านอาหาร ร้านอาหาร

มิชลินสตาร์ มิชลินสตาร์(5)

ที่พัก ที่พัก

โรงแรม โรงแรม(3)

หมายเลขโทรศัพท์สำคัญในการท่องเที่ยว หมายเลขโทรศัพท์สำคัญในการท่องเที่ยว

หมายเลขโทรศัพท์สำคัญในการท่องเที่ยว หมายเลขโทรศัพท์สำคัญในการท่องเที่ยว(1)

บทความท่องเที่ยว, สูตรอาหาร บทความท่องเที่ยว, สูตรอาหาร

รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร(21)

ขนมไทยชาววัง, ขนมโบราณ, สูตรขนมไทย ขนมไทยชาววัง, ขนมโบราณ, สูตรขนมไทย(56)