โบสถ์ซางตาครู้ส (วัดกุฎีจีน)

โบสถ์ซางตาครู้ส (วัดกุฎีจีน)

โบสถ์ซางตาครู้ส (วัดกุฎีจีน)
Rating: 3/5 (6 votes)
แผนที่ แผนที่ แผนที่ มีแผนที่ มีแผนที่ ไม่มีแผนที่ ไม่มีแผนที่

สถานที่ท่องเที่ยวกรุงเทพมหานคร

สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 17.00 – 19.00 น. (ช่วงที่มักเปิดให้เข้าชมภายใน)
 
โบสถ์ซางตาครู้ส (วัดซางตาครู้ส / วัดกุฎีจีน) เป็นหนึ่งในที่เที่ยวกรุงเทพที่แค่คุณยืนริมแม่น้ำเจ้าพระยาแล้วเงยหน้าขึ้น ก็จะเข้าใจทันทีว่าทำไมคนถึงหลงรัก “สถาปัตยกรรมที่มีเรื่องเล่า” เพราะภาพโดมบนหอระฆังทรงแปดเหลี่ยมที่มียอดไม้กางเขนตั้งเด่นนั้น ไม่ได้เป็นเพียงฉากถ่ายรูป แต่เป็นเหมือนสัญลักษณ์ของชุมชนคริสต์เก่าแก่ฝั่งธนบุรีที่อยู่คู่เมืองมาตั้งแต่สมัยกรุงธนบุรีเป็นราชธานี และยังคงเป็นศูนย์รวมศรัทธาของผู้คนในย่านกุฎีจีนมาจนถึงวันนี้
 
ชื่อ “ซางตาครู้ส” มาจากภาษาโปรตุเกส Santa Cruz ซึ่งสื่อถึง “กางเขนศักดิ์สิทธิ์” หรือที่เล่ากันในภาษาไทยแบบบ้าน ๆ ว่า “วัดมหากางเขน” คำว่า “มหา” ในความรู้สึกของผู้คนไม่ได้หมายถึงความใหญ่โตเพียงอย่างเดียว แต่หมายถึงการยกให้กางเขนเป็นศูนย์กลางของความเชื่อ เป็นเครื่องหมายที่บอกว่า ที่นี่คือพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ของผู้ศรัทธา และเป็นบ้านทางใจของชุมชนที่เติบโตมาพร้อมสายน้ำเจ้าพระยา
 
ถ้าเราย้อนกลับไปดูรากของสถานที่แห่งนี้ เรื่องราวจะพาเรากลับไปยังช่วงเวลาหลังการกอบกู้เอกราช เมื่อพระเจ้าตากสินมหาราชสถาปนากรุงธนบุรีขึ้นเป็นราชธานี ในเวลานั้นผู้คนจำนวนไม่น้อยต้องย้ายถิ่นฐานภายหลังเสียกรุงศรีอยุธยา ชุมชนคริสต์บางส่วนเข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภาร และตามบันทึกทางประวัติศาสตร์ได้มีการพระราชทานที่ดินเพื่อให้สร้างศาสนสถานขึ้นในปี พ.ศ. 2312 โบสถ์หลังแรกเริ่มต้นด้วยความเรียบง่าย เป็นอาคารไม้ที่ทำหน้าที่เป็นทั้งพื้นที่ประกอบพิธีกรรมและพื้นที่ที่ทำให้ผู้คนรู้สึกว่า “เรายังมีที่ยืน” แม้โลกภายนอกจะเพิ่งผ่านความปั่นป่วนทางการเมืองและสงครามมาไม่นาน
 
ความน่าสนใจของโบสถ์ซางตาครู้สอยู่ตรงที่ อาคารไม่ได้หยุดนิ่งอยู่รูปแบบเดียว แต่ค่อย ๆ ปรับเปลี่ยนไปตามยุคสมัยเหมือนเมืองที่เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ หลังแรกเป็นอาคารไม้ตามทรัพยากรและบริบทของยุคเริ่มต้น ต่อมาในปี พ.ศ. 2378 มีการสร้างโบสถ์หลังที่ 2 ซึ่งเล่ากันว่าให้บรรยากาศคล้ายศาลเจ้าจีน และนั่นเองทำให้ชื่อ “วัดกุฎีจีน” ถูกเรียกกันแพร่หลายขึ้นในหมู่ผู้คน เพราะพื้นที่รอบ ๆ คือชุมชนที่มีความหลากหลายทางเชื้อสายและวัฒนธรรมอยู่จริง การมีรูปทรงอาคารที่สะท้อนความกลมกลืนของภูมิภาคจึงไม่ใช่เรื่องแปลก แต่เป็นหลักฐานว่าศรัทธาสามารถปรับตัวให้อยู่ร่วมกับสังคมรอบข้างได้อย่างแนบเนียน
 
จนกระทั่งปี พ.ศ. 2456 โบสถ์หลังที่ 3 ซึ่งเป็นอาคารที่เราเห็นในปัจจุบันจึงถูกสร้างขึ้น และนี่คือช่วงที่ภาพจำของ “โดมใหญ่สีอุ่น” กับองค์ประกอบแบบยุโรปเริ่มชัดเจน ตัวอาคารเป็นสถาปัตยกรรมแบบอิตาลียุคนีโอคลาสสิกผสมเรอเนสซองส์ เน้นความสมมาตร ความเรียบร้อย และเส้นสายที่พาอารมณ์ไปทางสงบมากกว่าหวือหวา เมื่อคุณมองจากระยะไกล โดมและหอคอยจะทำหน้าที่เหมือน “เข็มทิศ” ให้สายตาเสมอ แต่เมื่อเดินเข้าใกล้ คุณจะเริ่มเห็นรายละเอียดที่ค่อย ๆ กระซิบบอกว่าอาคารนี้ตั้งใจสร้างด้วยความประณีต ไม่ใช่เพียงให้สวย แต่ให้เหมาะกับการเป็นศาสนสถานที่ผู้คนใช้จริงมาหลายชั่วอายุคน
 
จุดที่หลายคนตกหลุมรักคือส่วนล่างของอาคารที่ทำเป็นโถงและมีซุ้มโค้งเรียงรับกันอย่างเป็นจังหวะ ซุ้มโค้งทำหน้าที่ทั้งเป็นความงามและเป็นภาษาสถาปัตยกรรมที่ช่วย “พาเราเดินช้าลง” โดยไม่ต้องสั่งตัวเอง ส่วนองค์ประกอบที่ชวนให้ยืนดูนานขึ้นคือกระจกสีที่เล่าเรื่องราวจากพระคัมภีร์ เพราะแสงที่ลอดผ่านกระจกสีจะเปลี่ยนอารมณ์ของพื้นที่ไปตามเวลา วันไหนฟ้าโปร่ง คุณจะได้เห็นสีสันบนพื้นและผนังแบบที่รู้สึกเหมือนอาคารกำลังหายใจอยู่กับแสงธรรมชาติ
 
แต่สิ่งที่ทำให้โบสถ์ซางตาครู้ส “พิเศษกว่าแค่สวย” คือมันเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนกุฎีจีนอย่างแยกไม่ออก ที่นี่ไม่ได้ตั้งอยู่โดด ๆ แบบแลนด์มาร์กที่ถูกวางไว้เพื่อการท่องเที่ยวเท่านั้น หากเป็นศูนย์กลางที่ทำให้ย่านนี้มีตัวตน มีเรื่องเล่า และมีความต่อเนื่องทางความทรงจำของผู้คน ถ้าคุณตั้งใจมาเที่ยวให้คุ้มในแบบไม่เร่ง แนะนำให้มองย่านนี้เป็นการเดินทางแบบ “ค่อย ๆ รู้จัก” คือเริ่มจากเห็นโบสถ์จากริมน้ำ แล้วค่อยเดินเข้าซอยกุฎีจีน เห็นบ้านเรือน เห็นวิถี และค่อย ๆ เข้าใจว่าศาสนสถานหนึ่งแห่งสามารถหล่อเลี้ยงชุมชนได้อย่างไรโดยไม่ต้องส่งเสียงดัง
 
เรื่องที่ควรรู้เล็กน้อยก่อนมา คือการเข้าชมภายในโบสถ์มักสัมพันธ์กับเวลาพิธีกรรมและการดูแลพื้นที่ ดังนั้นหลายแหล่งแนะนำว่า หากอยากเห็นภายในชัด ๆ ให้เล็งช่วงเย็นเป็นหลัก และถ้าคุณอยากสัมผัสบรรยากาศแบบ “เป็นผู้ร่วมรับรู้” มากกว่า “เป็นผู้มาเยือน” การดูตารางเวลามิสซาก่อนจะช่วยให้คุณวางแผนได้ดี เพราะในช่วงพิธีกรรมจริง ๆ ความหมายของพื้นที่จะชัดขึ้นมาก และคุณจะเข้าใจทันทีว่าทำไมคนในชุมชนถึงผูกพันกับที่นี่มานานเหลือเกิน
 
ในมุมการท่องเที่ยว โบสถ์ซางตาครู้สเป็นที่เที่ยวกรุงเทพที่เหมาะกับคนที่อยากได้ทั้ง “ประวัติศาสตร์และความสงบ” ในทริปเดียว คุณไม่จำเป็นต้องรู้เรื่องศาสนาคริสต์ลึกก็มาได้ แค่มีมารยาทพื้นฐานและความเคารพสถานที่ก็พอ เช่น แต่งกายสุภาพ พูดคุยด้วยเสียงเบา งดใช้แฟลชหรือถ่ายภาพรบกวนผู้อื่น โดยเฉพาะหากตรงกับช่วงพิธีกรรม หากคุณอยากถ่ายรูปสวย ๆ จริง ๆ ภายนอกอาคารให้มุมเยอะอยู่แล้ว ทั้งมุมลานหน้าโบสถ์ มุมโดมกับท้องฟ้า และมุมมองจากแม่น้ำที่เห็นองค์ประกอบทั้งหมดรวมกันแบบเต็มตา
 
อีกเหตุผลที่หลายคนรักการมาแถวนี้คือ “มาโบสถ์แล้วต่อได้อีกหลายจุด” เพราะกุฎีจีนอยู่ใกล้ย่านท่องเที่ยวริมแม่น้ำเจ้าพระยาหลายแห่ง คุณสามารถวางทริปให้ไหลลื่นได้ ตั้งแต่เดินเล่นชมสายน้ำ แวะคาเฟ่ในชุมชน ไปจนถึงข้ามไปฝั่งพระนครเพื่อเที่ยวโซนเมืองเก่าต่อแบบไม่รู้สึกว่าต้องเดินทางไกล ความสนุกของย่านนี้คือความเป็นกรุงเทพที่ยังมีชั้นของเวลาให้จับต้องได้ ไม่ได้เป็นแค่เมืองของตึกสูงและความเร็วเท่านั้น
 
การเดินทาง ไปโบสถ์ซางตาครู้สทำได้หลายแบบ แต่แบบที่เข้ากับบรรยากาศที่สุดคือการมา “ทางน้ำ” โดยใช้เรือโดยสารในแม่น้ำเจ้าพระยาแล้วลงท่าเรือในย่านใกล้เคียง จากนั้นเดินเข้าสู่ซอยกุฎีจีนอีกเล็กน้อย คุณจะได้ทั้งวิวแม่น้ำและความรู้สึกเหมือนกำลังค่อย ๆ เดินเข้าหาเรื่องเล่า ส่วนคนที่มาโดยรถไฟฟ้า สามารถใช้ BTS หรือ MRT แล้วต่อแท็กซี่หรือวินมอเตอร์ไซค์เข้ามาได้สะดวก และหากขับรถส่วนตัวควรเผื่อใจเรื่องซอยและที่จอด เพราะย่านชุมชนริมแม่น้ำมักไม่ได้ออกแบบมาเพื่อรถจำนวนมาก วิธีที่สบายกว่าคือจอดในโซนที่รองรับได้ แล้วค่อยเดินหรือต่อรถระยะสั้นเข้ามา จะทำให้ทริปไม่ตึงเกินไป
 
ถ้าคุณกำลังหา “ที่เที่ยวกรุงเทพ” ที่ได้ทั้งสถาปัตยกรรมงาม ๆ ได้ทั้งประวัติศาสตร์ที่ไม่แห้ง และยังได้ความสงบแบบที่เมืองใหญ่ไม่ค่อยให้ โบสถ์ซางตาครู้สคือคำตอบที่นุ่มและลึกในเวลาเดียวกัน เพราะคุณไม่ได้มาแค่ดูอาคาร แต่เหมือนได้มาสัมผัสความต่อเนื่องของชุมชนที่มีศรัทธาเป็นหัวใจ และมีแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นฉากหลังที่ทำให้ทุกอย่างดูมีความหมายขึ้นอีกนิดโดยไม่ต้องพยายามมากเลย
 
ชื่อสถานที่ โบสถ์ซางตาครู้ส (วัดซางตาครู้ส / วัดกุฎีจีน)
ที่ตั้ง 112 ซอยกุฎีจีน ถนนเทศบาล สาย 1 แขวงวัดกัลยาณ์ เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร 10600
วันเปิดทำการ ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ 17.00 – 19.00 น. (ช่วงที่มักเปิดให้เข้าชมภายใน)
เจ้าอาวาส (ล่าสุด) คุณพ่อเปาโล สมพร เส็งเจริญ
จุดเด่นของวัด โบสถ์คาทอลิกเก่าแก่คู่ชุมชนกุฎีจีนตั้งแต่สมัยกรุงธนบุรี อาคารปัจจุบันสร้าง พ.ศ. 2456 สถาปัตยกรรมอิตาลีนีโอคลาสสิกผสมเรอเนสซองส์ มีหอคอยทรงแปดเหลี่ยมและโดมเด่นริมแม่น้ำ กระจกสีเล่าเรื่องพระคัมภีร์ และเป็นแลนด์มาร์กสำคัญของฝั่งธนบุรี
ยุค/ความเป็นมา เริ่มตั้งโบสถ์หลังแรก พ.ศ. 2312 หลังที่ 2 สร้าง พ.ศ. 2378 และอาคารปัจจุบันสร้าง พ.ศ. 2456 เชื่อมโยงการตั้งถิ่นฐานของชุมชนคริสต์ในกรุงธนบุรีและกรุงเทพฯ
หลักฐาน/เรื่องสำคัญ มีตารางเวลามิสซาประจำ (วันธรรมดาและวันอาทิตย์) และเป็นศูนย์รวมศรัทธาของชุมชนกุฎีจีนริมเจ้าพระยา
ที่มาชื่อ “Santa Cruz” (โปรตุเกส) สื่อถึง “กางเขนศักดิ์สิทธิ์/มหากางเขน” และคนไทยนิยมเรียก “วัดกุฎีจีน” ตามชื่อย่านชุมชนเก่าแก่
วิธีการเดินทาง เรือโดยสารเจ้าพระยา: ลงท่าเรือย่านใกล้กุฎีจีนแล้วเดินเข้าซอย; รถไฟฟ้า: BTS/MRT แล้วต่อแท็กซี่หรือวินมอเตอร์ไซค์; รถส่วนตัว: ควรเผื่อเวลาและวางแผนที่จอดก่อนเข้าย่านชุมชน
สถานะปัจจุบัน เปิดใช้งานเป็นศาสนสถานและประกอบพิธีกรรมต่อเนื่อง (แนะนำตรวจสอบประกาศ/ช่วงเทศกาลก่อนเดินทาง)
เบอร์ติดต่อ 02-472-0153, 02-472-0154
ค่าบริการ ไม่มีค่าเข้าชม (บริจาคตามศรัทธา)
สิ่งอำนวยความสะดวก ลานหน้าโบสถ์, จุดถ่ายรูปริมแม่น้ำ, เดินเชื่อมชุมชนกุฎีจีน, ร้านกาแฟ/ร้านอาหารในย่านใกล้เคียง
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง (พร้อมระยะทาง) ชุมชนกุฎีจีน (ประมาณ 1 กม.)
วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร (ประมาณ 2 กม.)
ปากคลองตลาด (ประมาณ 3 กม.)
วัดอรุณราชวราราม (ประมาณ 4 กม.)
มิวเซียมสยาม (ประมาณ 5 กม.)
ร้านอาหารใกล้เคียง (พร้อมระยะทาง + เบอร์โทร) โรงรส (Rongros) (ประมาณ 4 กม.) โทร 096-946-1785
Ohh คุณพระ (ประมาณ 3 กม.) โทร 089-897-3278
Floral Cafe’ at Napasorn (ประมาณ 3 กม.) โทร 099-468-4899
sala rattanakosin eatery & bar (ประมาณ 4 กม.) โทร 02-622-1388
CAF KUDEEJEEN (ประมาณ 1 กม.) โทร 062-604-0907
ที่พักใกล้เคียง (พร้อมระยะทาง + เบอร์โทร) Millennium Hilton Bangkok (ประมาณ 4 กม.) โทร 02-442-2000
sala rattanakosin (ประมาณ 4 กม.) โทร 02-622-1388
INN A DAY Bangkok (ประมาณ 4 กม.) โทร 02-221-0577
Here Hostel Bangkok (ประมาณ 6 กม.) โทร 090-987-7438
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: โบสถ์ซางตาครู้สเข้าชมได้วันไหนและเวลาใด?
ตอบ: โดยทั่วไปสามารถมาได้ทุกวัน และหลายแหล่งแนะนำให้เล็งช่วงเย็นประมาณ 17.00 – 19.00 น. เพราะเป็นช่วงที่มักมีโอกาสเข้าชมภายในได้มากกว่า หากต้องการเข้าร่วมพิธีกรรม แนะนำตรวจสอบเวลามิสซาล่าสุดของวัดก่อนเดินทาง
 
ถาม: “ซางตาครู้ส” แปลว่าอะไร?
ตอบ: มาจากภาษาโปรตุเกส “Santa Cruz” สื่อถึง “กางเขนศักดิ์สิทธิ์” และเป็นที่มาที่ทำให้คนไทยบางส่วนเรียกกันว่า “วัดมหากางเขน”
 
ถาม: ทำไมคนถึงเรียกที่นี่ว่า “วัดกุฎีจีน”?
ตอบ: เพราะโบสถ์ตั้งอยู่ในย่านชุมชนกุฎีจีน ซึ่งเป็นชุมชนเก่าแก่ริมเจ้าพระยาที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม คำเรียกนี้จึงกลายเป็นชื่อที่คนทั่วไปจดจำได้ง่ายและใช้กันแพร่หลาย
 
ถาม: จุดเด่นที่ควรดูเมื่อไปถึงคืออะไร?
ตอบ: แนะนำดูหอคอยทรงแปดเหลี่ยมและโดมที่เด่นมากเมื่อมองจากแม่น้ำ รายละเอียดซุ้มโค้งและปูนปั้นด้านหน้า รวมถึงกระจกสีที่เล่าเรื่องจากพระคัมภีร์ซึ่งจะสวยเป็นพิเศษเมื่อมีแสงลอดผ่าน
 
ถาม: ไปทางเรือสะดวกไหม?
ตอบ: สะดวกและเข้ากับบรรยากาศมาก เพราะเป็นย่านริมเจ้าพระยา จากนั้นเดินเข้าสู่ซอยกุฎีจีนอีกเล็กน้อยก็ถึง เหมาะกับคนที่อยากได้ทั้งวิวแม่น้ำและการเดินเล่นในชุมชนแบบค่อยเป็นค่อยไป
 
ถาม: ควรแต่งตัวและปฏิบัติตัวยังไงเมื่อเข้าชม?
ตอบ: แต่งกายสุภาพ พูดคุยด้วยเสียงเบา งดใช้แฟลชหรือถ่ายภาพรบกวนผู้อื่น โดยเฉพาะถ้าตรงกับเวลาพิธีกรรม ควรให้ความเคารพพื้นที่และถอยเป็นผู้สังเกตอย่างเหมาะสม
แผนที่ โบสถ์ซางตาครู้ส (วัดกุฎีจีน) แผนที่โบสถ์ซางตาครู้ส (วัดกุฎีจีน)
โบสถ์ กลุ่ม: โบสถ์
คำค้นคำค้น: โบสถ์ซางตาครู้ส (วัดกุฎีจีน)โบสถ์ซางตาครู้ส วัดซางตาครู้ส วัดกุฎีจีน ชุมชนกุฎีจีน โบสถ์คริสต์ริมเจ้าพระยา โบสถ์คาทอลิกกรุงเทพ ที่เที่ยวฝั่งธนบุรี ที่เที่ยวกรุงเทพสายประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรมนีโอคลาสสิก โบสถ์สวยกรุงเทพ
ปรับปรุงล่าสุดปรับปรุงล่าสุด: 3 วันที่แล้ว


แสดงความเห็น

แสดงความเห็น




คำค้น (ขั้นสูง)
   
Email :
  รหัสผ่าน :
  สมัครสมาชิก | ลืมรหัสผ่าน
 

Facebook Fanpage Facebook Fanpage

 

ภูมิภาค ภูมิภาคhttps://www.lovethailand.org/

ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก

สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ และอนุสาวรีย์ สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ และอนุสาวรีย์(3)

แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(23)

พระราชวัง พระราชวัง(13)

ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(35/36)

พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(59)

บ้านโบราณ และเมืองโบราณ บ้านโบราณ และเมืองโบราณ(3)

อาร์ตแกลเลอรี่ อาร์ตแกลเลอรี่(16)

สถานที่ท่องเที่ยวเชิงวิชาการ สถานที่ท่องเที่ยวเชิงวิชาการ

พิพิธภัณฑ์เพื่อการศึกษา พิพิธภัณฑ์เพื่อการศึกษา(6)

ห้องสมุด ห้องสมุด(4)

มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัย

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์

วัด วัด(72/430)

โบสถ์ โบสถ์(2)

มัสยิด มัสยิด(67)

สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(8)

โครงการในพระราชดำริ โครงการในพระราชดำริ

โครงการหลวง โครงการหลวง(1)

วิถีชีวิต วิถีชีวิต

หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(5)

ตลาดท้องถิ่น ตลาดท้องถิ่น(9)

ตลาดน้ำ ตลาดน้ำ(2)

ธรรมชาติ และสัตว์ป่า ธรรมชาติ และสัตว์ป่า

แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(4)

อ่าว และชายหาด อ่าว และชายหาด(1)

แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(1)

บันเทิง และท่องเที่ยวเชิงเกษตร บันเทิง และท่องเที่ยวเชิงเกษตร

สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ(4)

แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์ แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์(6)

สนามกีฬา สนามกีฬา(9)

ฟาร์ม, ไร่, สวน, สวนสาธารณะ และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม, ไร่, สวน, สวนสาธารณะ และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(20)

สวนสนุก สวนสนุก(4)

สวนน้ำ สวนน้ำ(1)

โรงละคร โรงละคร(8)

โรงภาพยนตร์ โรงภาพยนตร์(1)

ช้อปปิ้ง ช้อปปิ้ง

ช้อปปิ้ง และตลาดกลางคืน ช้อปปิ้ง และตลาดกลางคืน(21)

ห้างสรรพสินค้า ห้างสรรพสินค้า(7)

สปาเพื่อสุขภาพ สปาเพื่อสุขภาพ

สปาเพื่อสุขภาพ สปาเพื่อสุขภาพ(2)

ร้านอาหาร ร้านอาหาร

มิชลินสตาร์ มิชลินสตาร์(5)

ที่พัก ที่พัก

โรงแรม โรงแรม(3)

หมายเลขโทรศัพท์สำคัญในการท่องเที่ยว หมายเลขโทรศัพท์สำคัญในการท่องเที่ยว

หมายเลขโทรศัพท์สำคัญในการท่องเที่ยว หมายเลขโทรศัพท์สำคัญในการท่องเที่ยว(1)

บทความท่องเที่ยว, สูตรอาหาร บทความท่องเที่ยว, สูตรอาหาร

รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร(21)

ขนมไทยชาววัง, ขนมโบราณ, สูตรขนมไทย ขนมไทยชาววัง, ขนมโบราณ, สูตรขนมไทย(56)