โบสถ์ซางตาครู้ส (วัดกุฎีจีน)

โบสถ์ซางตาครู้ส (วัดกุฎีจีน)

โบสถ์ซางตาครู้ส (วัดกุฎีจีน)
Rating: 3/5 (6 votes)
แผนที่ แผนที่ แผนที่ มีแผนที่ มีแผนที่ ไม่มีแผนที่ ไม่มีแผนที่

สถานที่ท่องเที่ยวกรุงเทพมหานคร

สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 17.00 – 19.00 น. (ช่วงที่มักเปิดให้เข้าชมภายใน)
 
โบสถ์ซางตาครู้ส (วัดซางตาครู้ส / วัดกุฎีจีน) เป็นหนึ่งในที่เที่ยวกรุงเทพที่แค่คุณยืนริมแม่น้ำเจ้าพระยาแล้วเงยหน้าขึ้น ก็จะเข้าใจทันทีว่าทำไมคนถึงหลงรัก “สถาปัตยกรรมที่มีเรื่องเล่า” เพราะภาพโดมบนหอระฆังทรงแปดเหลี่ยมที่มียอดไม้กางเขนตั้งเด่นนั้น ไม่ได้เป็นเพียงฉากถ่ายรูป แต่เป็นเหมือนสัญลักษณ์ของชุมชนคริสต์เก่าแก่ฝั่งธนบุรีที่อยู่คู่เมืองมาตั้งแต่สมัยกรุงธนบุรีเป็นราชธานี และยังคงเป็นศูนย์รวมศรัทธาของผู้คนในย่านกุฎีจีนมาจนถึงวันนี้
 
ชื่อ “ซางตาครู้ส” มาจากภาษาโปรตุเกส Santa Cruz ซึ่งสื่อถึง “กางเขนศักดิ์สิทธิ์” หรือที่เล่ากันในภาษาไทยแบบบ้าน ๆ ว่า “วัดมหากางเขน” คำว่า “มหา” ในความรู้สึกของผู้คนไม่ได้หมายถึงความใหญ่โตเพียงอย่างเดียว แต่หมายถึงการยกให้กางเขนเป็นศูนย์กลางของความเชื่อ เป็นเครื่องหมายที่บอกว่า ที่นี่คือพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ของผู้ศรัทธา และเป็นบ้านทางใจของชุมชนที่เติบโตมาพร้อมสายน้ำเจ้าพระยา
 
ถ้าเราย้อนกลับไปดูรากของสถานที่แห่งนี้ เรื่องราวจะพาเรากลับไปยังช่วงเวลาหลังการกอบกู้เอกราช เมื่อพระเจ้าตากสินมหาราชสถาปนากรุงธนบุรีขึ้นเป็นราชธานี ในเวลานั้นผู้คนจำนวนไม่น้อยต้องย้ายถิ่นฐานภายหลังเสียกรุงศรีอยุธยา ชุมชนคริสต์บางส่วนเข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภาร และตามบันทึกทางประวัติศาสตร์ได้มีการพระราชทานที่ดินเพื่อให้สร้างศาสนสถานขึ้นในปี พ.ศ. 2312 โบสถ์หลังแรกเริ่มต้นด้วยความเรียบง่าย เป็นอาคารไม้ที่ทำหน้าที่เป็นทั้งพื้นที่ประกอบพิธีกรรมและพื้นที่ที่ทำให้ผู้คนรู้สึกว่า “เรายังมีที่ยืน” แม้โลกภายนอกจะเพิ่งผ่านความปั่นป่วนทางการเมืองและสงครามมาไม่นาน
 
ความน่าสนใจของโบสถ์ซางตาครู้สอยู่ตรงที่ อาคารไม่ได้หยุดนิ่งอยู่รูปแบบเดียว แต่ค่อย ๆ ปรับเปลี่ยนไปตามยุคสมัยเหมือนเมืองที่เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ หลังแรกเป็นอาคารไม้ตามทรัพยากรและบริบทของยุคเริ่มต้น ต่อมาในปี พ.ศ. 2378 มีการสร้างโบสถ์หลังที่ 2 ซึ่งเล่ากันว่าให้บรรยากาศคล้ายศาลเจ้าจีน และนั่นเองทำให้ชื่อ “วัดกุฎีจีน” ถูกเรียกกันแพร่หลายขึ้นในหมู่ผู้คน เพราะพื้นที่รอบ ๆ คือชุมชนที่มีความหลากหลายทางเชื้อสายและวัฒนธรรมอยู่จริง การมีรูปทรงอาคารที่สะท้อนความกลมกลืนของภูมิภาคจึงไม่ใช่เรื่องแปลก แต่เป็นหลักฐานว่าศรัทธาสามารถปรับตัวให้อยู่ร่วมกับสังคมรอบข้างได้อย่างแนบเนียน
 
จนกระทั่งปี พ.ศ. 2456 โบสถ์หลังที่ 3 ซึ่งเป็นอาคารที่เราเห็นในปัจจุบันจึงถูกสร้างขึ้น และนี่คือช่วงที่ภาพจำของ “โดมใหญ่สีอุ่น” กับองค์ประกอบแบบยุโรปเริ่มชัดเจน ตัวอาคารเป็นสถาปัตยกรรมแบบอิตาลียุคนีโอคลาสสิกผสมเรอเนสซองส์ เน้นความสมมาตร ความเรียบร้อย และเส้นสายที่พาอารมณ์ไปทางสงบมากกว่าหวือหวา เมื่อคุณมองจากระยะไกล โดมและหอคอยจะทำหน้าที่เหมือน “เข็มทิศ” ให้สายตาเสมอ แต่เมื่อเดินเข้าใกล้ คุณจะเริ่มเห็นรายละเอียดที่ค่อย ๆ กระซิบบอกว่าอาคารนี้ตั้งใจสร้างด้วยความประณีต ไม่ใช่เพียงให้สวย แต่ให้เหมาะกับการเป็นศาสนสถานที่ผู้คนใช้จริงมาหลายชั่วอายุคน
 
จุดที่หลายคนตกหลุมรักคือส่วนล่างของอาคารที่ทำเป็นโถงและมีซุ้มโค้งเรียงรับกันอย่างเป็นจังหวะ ซุ้มโค้งทำหน้าที่ทั้งเป็นความงามและเป็นภาษาสถาปัตยกรรมที่ช่วย “พาเราเดินช้าลง” โดยไม่ต้องสั่งตัวเอง ส่วนองค์ประกอบที่ชวนให้ยืนดูนานขึ้นคือกระจกสีที่เล่าเรื่องราวจากพระคัมภีร์ เพราะแสงที่ลอดผ่านกระจกสีจะเปลี่ยนอารมณ์ของพื้นที่ไปตามเวลา วันไหนฟ้าโปร่ง คุณจะได้เห็นสีสันบนพื้นและผนังแบบที่รู้สึกเหมือนอาคารกำลังหายใจอยู่กับแสงธรรมชาติ
 
แต่สิ่งที่ทำให้โบสถ์ซางตาครู้ส “พิเศษกว่าแค่สวย” คือมันเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนกุฎีจีนอย่างแยกไม่ออก ที่นี่ไม่ได้ตั้งอยู่โดด ๆ แบบแลนด์มาร์กที่ถูกวางไว้เพื่อการท่องเที่ยวเท่านั้น หากเป็นศูนย์กลางที่ทำให้ย่านนี้มีตัวตน มีเรื่องเล่า และมีความต่อเนื่องทางความทรงจำของผู้คน ถ้าคุณตั้งใจมาเที่ยวให้คุ้มในแบบไม่เร่ง แนะนำให้มองย่านนี้เป็นการเดินทางแบบ “ค่อย ๆ รู้จัก” คือเริ่มจากเห็นโบสถ์จากริมน้ำ แล้วค่อยเดินเข้าซอยกุฎีจีน เห็นบ้านเรือน เห็นวิถี และค่อย ๆ เข้าใจว่าศาสนสถานหนึ่งแห่งสามารถหล่อเลี้ยงชุมชนได้อย่างไรโดยไม่ต้องส่งเสียงดัง
 
เรื่องที่ควรรู้เล็กน้อยก่อนมา คือการเข้าชมภายในโบสถ์มักสัมพันธ์กับเวลาพิธีกรรมและการดูแลพื้นที่ ดังนั้นหลายแหล่งแนะนำว่า หากอยากเห็นภายในชัด ๆ ให้เล็งช่วงเย็นเป็นหลัก และถ้าคุณอยากสัมผัสบรรยากาศแบบ “เป็นผู้ร่วมรับรู้” มากกว่า “เป็นผู้มาเยือน” การดูตารางเวลามิสซาก่อนจะช่วยให้คุณวางแผนได้ดี เพราะในช่วงพิธีกรรมจริง ๆ ความหมายของพื้นที่จะชัดขึ้นมาก และคุณจะเข้าใจทันทีว่าทำไมคนในชุมชนถึงผูกพันกับที่นี่มานานเหลือเกิน
 
ในมุมการท่องเที่ยว โบสถ์ซางตาครู้สเป็นที่เที่ยวกรุงเทพที่เหมาะกับคนที่อยากได้ทั้ง “ประวัติศาสตร์และความสงบ” ในทริปเดียว คุณไม่จำเป็นต้องรู้เรื่องศาสนาคริสต์ลึกก็มาได้ แค่มีมารยาทพื้นฐานและความเคารพสถานที่ก็พอ เช่น แต่งกายสุภาพ พูดคุยด้วยเสียงเบา งดใช้แฟลชหรือถ่ายภาพรบกวนผู้อื่น โดยเฉพาะหากตรงกับช่วงพิธีกรรม หากคุณอยากถ่ายรูปสวย ๆ จริง ๆ ภายนอกอาคารให้มุมเยอะอยู่แล้ว ทั้งมุมลานหน้าโบสถ์ มุมโดมกับท้องฟ้า และมุมมองจากแม่น้ำที่เห็นองค์ประกอบทั้งหมดรวมกันแบบเต็มตา
 
อีกเหตุผลที่หลายคนรักการมาแถวนี้คือ “มาโบสถ์แล้วต่อได้อีกหลายจุด” เพราะกุฎีจีนอยู่ใกล้ย่านท่องเที่ยวริมแม่น้ำเจ้าพระยาหลายแห่ง คุณสามารถวางทริปให้ไหลลื่นได้ ตั้งแต่เดินเล่นชมสายน้ำ แวะคาเฟ่ในชุมชน ไปจนถึงข้ามไปฝั่งพระนครเพื่อเที่ยวโซนเมืองเก่าต่อแบบไม่รู้สึกว่าต้องเดินทางไกล ความสนุกของย่านนี้คือความเป็นกรุงเทพที่ยังมีชั้นของเวลาให้จับต้องได้ ไม่ได้เป็นแค่เมืองของตึกสูงและความเร็วเท่านั้น
 
การเดินทาง ไปโบสถ์ซางตาครู้สทำได้หลายแบบ แต่แบบที่เข้ากับบรรยากาศที่สุดคือการมา “ทางน้ำ” โดยใช้เรือโดยสารในแม่น้ำเจ้าพระยาแล้วลงท่าเรือในย่านใกล้เคียง จากนั้นเดินเข้าสู่ซอยกุฎีจีนอีกเล็กน้อย คุณจะได้ทั้งวิวแม่น้ำและความรู้สึกเหมือนกำลังค่อย ๆ เดินเข้าหาเรื่องเล่า ส่วนคนที่มาโดยรถไฟฟ้า สามารถใช้ BTS หรือ MRT แล้วต่อแท็กซี่หรือวินมอเตอร์ไซค์เข้ามาได้สะดวก และหากขับรถส่วนตัวควรเผื่อใจเรื่องซอยและที่จอด เพราะย่านชุมชนริมแม่น้ำมักไม่ได้ออกแบบมาเพื่อรถจำนวนมาก วิธีที่สบายกว่าคือจอดในโซนที่รองรับได้ แล้วค่อยเดินหรือต่อรถระยะสั้นเข้ามา จะทำให้ทริปไม่ตึงเกินไป
 
ถ้าคุณกำลังหา “ที่เที่ยวกรุงเทพ” ที่ได้ทั้งสถาปัตยกรรมงาม ๆ ได้ทั้งประวัติศาสตร์ที่ไม่แห้ง และยังได้ความสงบแบบที่เมืองใหญ่ไม่ค่อยให้ โบสถ์ซางตาครู้สคือคำตอบที่นุ่มและลึกในเวลาเดียวกัน เพราะคุณไม่ได้มาแค่ดูอาคาร แต่เหมือนได้มาสัมผัสความต่อเนื่องของชุมชนที่มีศรัทธาเป็นหัวใจ และมีแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นฉากหลังที่ทำให้ทุกอย่างดูมีความหมายขึ้นอีกนิดโดยไม่ต้องพยายามมากเลย
 
ชื่อสถานที่ โบสถ์ซางตาครู้ส (วัดซางตาครู้ส / วัดกุฎีจีน)
ที่ตั้ง 112 ซอยกุฎีจีน ถนนเทศบาล สาย 1 แขวงวัดกัลยาณ์ เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร 10600
วันเปิดทำการ ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ 17.00 – 19.00 น. (ช่วงที่มักเปิดให้เข้าชมภายใน)
เจ้าอาวาส (ล่าสุด) คุณพ่อเปาโล สมพร เส็งเจริญ
จุดเด่นของวัด โบสถ์คาทอลิกเก่าแก่คู่ชุมชนกุฎีจีนตั้งแต่สมัยกรุงธนบุรี อาคารปัจจุบันสร้าง พ.ศ. 2456 สถาปัตยกรรมอิตาลีนีโอคลาสสิกผสมเรอเนสซองส์ มีหอคอยทรงแปดเหลี่ยมและโดมเด่นริมแม่น้ำ กระจกสีเล่าเรื่องพระคัมภีร์ และเป็นแลนด์มาร์กสำคัญของฝั่งธนบุรี
ยุค/ความเป็นมา เริ่มตั้งโบสถ์หลังแรก พ.ศ. 2312 หลังที่ 2 สร้าง พ.ศ. 2378 และอาคารปัจจุบันสร้าง พ.ศ. 2456 เชื่อมโยงการตั้งถิ่นฐานของชุมชนคริสต์ในกรุงธนบุรีและกรุงเทพฯ
หลักฐาน/เรื่องสำคัญ มีตารางเวลามิสซาประจำ (วันธรรมดาและวันอาทิตย์) และเป็นศูนย์รวมศรัทธาของชุมชนกุฎีจีนริมเจ้าพระยา
ที่มาชื่อ “Santa Cruz” (โปรตุเกส) สื่อถึง “กางเขนศักดิ์สิทธิ์/มหากางเขน” และคนไทยนิยมเรียก “วัดกุฎีจีน” ตามชื่อย่านชุมชนเก่าแก่
วิธีการเดินทาง เรือโดยสารเจ้าพระยา: ลงท่าเรือย่านใกล้กุฎีจีนแล้วเดินเข้าซอย; รถไฟฟ้า: BTS/MRT แล้วต่อแท็กซี่หรือวินมอเตอร์ไซค์; รถส่วนตัว: ควรเผื่อเวลาและวางแผนที่จอดก่อนเข้าย่านชุมชน
สถานะปัจจุบัน เปิดใช้งานเป็นศาสนสถานและประกอบพิธีกรรมต่อเนื่อง (แนะนำตรวจสอบประกาศ/ช่วงเทศกาลก่อนเดินทาง)
เบอร์ติดต่อ 02-472-0153, 02-472-0154
ค่าบริการ ไม่มีค่าเข้าชม (บริจาคตามศรัทธา)
สิ่งอำนวยความสะดวก ลานหน้าโบสถ์, จุดถ่ายรูปริมแม่น้ำ, เดินเชื่อมชุมชนกุฎีจีน, ร้านกาแฟ/ร้านอาหารในย่านใกล้เคียง
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง (พร้อมระยะทาง) ชุมชนกุฎีจีน (ประมาณ 1 กม.)
วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร (ประมาณ 2 กม.)
ปากคลองตลาด (ประมาณ 3 กม.)
วัดอรุณราชวราราม (ประมาณ 4 กม.)
มิวเซียมสยาม (ประมาณ 5 กม.)
ร้านอาหารใกล้เคียง (พร้อมระยะทาง + เบอร์โทร) โรงรส (Rongros) (ประมาณ 4 กม.) โทร 096-946-1785
Ohh คุณพระ (ประมาณ 3 กม.) โทร 089-897-3278
Floral Cafe’ at Napasorn (ประมาณ 3 กม.) โทร 099-468-4899
sala rattanakosin eatery & bar (ประมาณ 4 กม.) โทร 02-622-1388
CAF KUDEEJEEN (ประมาณ 1 กม.) โทร 062-604-0907
ที่พักใกล้เคียง (พร้อมระยะทาง + เบอร์โทร) Millennium Hilton Bangkok (ประมาณ 4 กม.) โทร 02-442-2000
sala rattanakosin (ประมาณ 4 กม.) โทร 02-622-1388
INN A DAY Bangkok (ประมาณ 4 กม.) โทร 02-221-0577
Here Hostel Bangkok (ประมาณ 6 กม.) โทร 090-987-7438
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: โบสถ์ซางตาครู้สเข้าชมได้วันไหนและเวลาใด?
ตอบ: โดยทั่วไปสามารถมาได้ทุกวัน และหลายแหล่งแนะนำให้เล็งช่วงเย็นประมาณ 17.00 – 19.00 น. เพราะเป็นช่วงที่มักมีโอกาสเข้าชมภายในได้มากกว่า หากต้องการเข้าร่วมพิธีกรรม แนะนำตรวจสอบเวลามิสซาล่าสุดของวัดก่อนเดินทาง
 
ถาม: “ซางตาครู้ส” แปลว่าอะไร?
ตอบ: มาจากภาษาโปรตุเกส “Santa Cruz” สื่อถึง “กางเขนศักดิ์สิทธิ์” และเป็นที่มาที่ทำให้คนไทยบางส่วนเรียกกันว่า “วัดมหากางเขน”
 
ถาม: ทำไมคนถึงเรียกที่นี่ว่า “วัดกุฎีจีน”?
ตอบ: เพราะโบสถ์ตั้งอยู่ในย่านชุมชนกุฎีจีน ซึ่งเป็นชุมชนเก่าแก่ริมเจ้าพระยาที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม คำเรียกนี้จึงกลายเป็นชื่อที่คนทั่วไปจดจำได้ง่ายและใช้กันแพร่หลาย
 
ถาม: จุดเด่นที่ควรดูเมื่อไปถึงคืออะไร?
ตอบ: แนะนำดูหอคอยทรงแปดเหลี่ยมและโดมที่เด่นมากเมื่อมองจากแม่น้ำ รายละเอียดซุ้มโค้งและปูนปั้นด้านหน้า รวมถึงกระจกสีที่เล่าเรื่องจากพระคัมภีร์ซึ่งจะสวยเป็นพิเศษเมื่อมีแสงลอดผ่าน
 
ถาม: ไปทางเรือสะดวกไหม?
ตอบ: สะดวกและเข้ากับบรรยากาศมาก เพราะเป็นย่านริมเจ้าพระยา จากนั้นเดินเข้าสู่ซอยกุฎีจีนอีกเล็กน้อยก็ถึง เหมาะกับคนที่อยากได้ทั้งวิวแม่น้ำและการเดินเล่นในชุมชนแบบค่อยเป็นค่อยไป
 
ถาม: ควรแต่งตัวและปฏิบัติตัวยังไงเมื่อเข้าชม?
ตอบ: แต่งกายสุภาพ พูดคุยด้วยเสียงเบา งดใช้แฟลชหรือถ่ายภาพรบกวนผู้อื่น โดยเฉพาะถ้าตรงกับเวลาพิธีกรรม ควรให้ความเคารพพื้นที่และถอยเป็นผู้สังเกตอย่างเหมาะสม
แผนที่ โบสถ์ซางตาครู้ส (วัดกุฎีจีน) แผนที่โบสถ์ซางตาครู้ส (วัดกุฎีจีน)
โบสถ์ กลุ่ม: โบสถ์
คำค้นคำค้น: โบสถ์ซางตาครู้ส (วัดกุฎีจีน)โบสถ์ซางตาครู้ส วัดซางตาครู้ส วัดกุฎีจีน ชุมชนกุฎีจีน โบสถ์คริสต์ริมเจ้าพระยา โบสถ์คาทอลิกกรุงเทพ ที่เที่ยวฝั่งธนบุรี ที่เที่ยวกรุงเทพสายประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรมนีโอคลาสสิก โบสถ์สวยกรุงเทพ
ปรับปรุงล่าสุดปรับปรุงล่าสุด: 3 วันที่แล้ว


แสดงความเห็น

แสดงความเห็น




คำค้น (ขั้นสูง)
   
Email :
  รหัสผ่าน :
  สมัครสมาชิก | ลืมรหัสผ่าน
 

 

ภูมิภาค ภูมิภาคhttps://www.lovethailand.org/

https://www.lovethailand.org/อ.พระนคร(163)

https://www.lovethailand.org/อ.ดุสิต(15)

https://www.lovethailand.org/อ.คลองสาน(10)

https://www.lovethailand.org/อ.คลองเตย(10)

https://www.lovethailand.org/อ.จตุจักร(14)

https://www.lovethailand.org/อ.ดอนเมือง(1)

https://www.lovethailand.org/อ.ตลิ่งชัน(6)

https://www.lovethailand.org/อ.ธนบุรี(11)

https://www.lovethailand.org/อ.บางกอกน้อย(15)

https://www.lovethailand.org/อ.บางกอกใหญ่(13)

https://www.lovethailand.org/อ.บางกะปิ(13)

https://www.lovethailand.org/อ.บางขุนเทียน(6)

https://www.lovethailand.org/อ.บางเขน(4)

https://www.lovethailand.org/อ.บางคอแหลม(4)

https://www.lovethailand.org/อ.บางซื่อ(2)

https://www.lovethailand.org/อ.บางพลัด(5)

https://www.lovethailand.org/อ.บางรัก(20)

https://www.lovethailand.org/อ.จอมทอง(3)

https://www.lovethailand.org/อ.บึงกุ่ม(7)

https://www.lovethailand.org/อ.ประเวศ(9)

https://www.lovethailand.org/อ.ปทุมวัน(33)

https://www.lovethailand.org/อ.ป้อมปราบศัตรูพ่าย(10)

https://www.lovethailand.org/อ.พญาไท(7)

https://www.lovethailand.org/อ.พระโขนง(4)

https://www.lovethailand.org/อ.ภาษีเจริญ(4)

https://www.lovethailand.org/อ.มีนบุรี(10)

https://www.lovethailand.org/อ.ยานนาวา(3)

https://www.lovethailand.org/อ.ราชเทวี(17)

https://www.lovethailand.org/อ.ลาดกระบัง(1)

https://www.lovethailand.org/อ.หนองจอก(7)

https://www.lovethailand.org/อ.สาทร(4)

https://www.lovethailand.org/อ.สัมพันธวงศ์(10)

https://www.lovethailand.org/อ.หนองแขม(1)

https://www.lovethailand.org/อ.ห้วยขวาง(9)

https://www.lovethailand.org/อ.สวนหลวง(8)

https://www.lovethailand.org/อ.ดินแดง(4)

https://www.lovethailand.org/อ.หลักสี่(2)

https://www.lovethailand.org/อ.คันนายาว(3)

https://www.lovethailand.org/อ.สะพานสูง(4)

https://www.lovethailand.org/อ.วังทองหลาง(2)

https://www.lovethailand.org/อ.คลองสามวา(5)

https://www.lovethailand.org/อ.วัฒนา(13)

https://www.lovethailand.org/อ.ทวีวัฒนา(4)

https://www.lovethailand.org/อ.บางแค(2)

https://www.lovethailand.org/อ.ทุ่งครุ(4)

https://www.lovethailand.org/อ.บางบอน(1)