วัดบรมวงศ์อิศรวราราม

Rating: 4.4/5 (5 votes)
สถานที่ท่องเที่ยวพระนครศรีอยุธยา
สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย
วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: ประมาณ 08:00 – 17:00 (เวลาอาจเปลี่ยนแปลงตามประกาศของวัด/กิจกรรมภายใน แนะนำตรวจสอบก่อนเดินทาง)
วัดบรมวงศ์อิศรวรารามวรวิหาร เป็นวัดที่มีเรื่องเล่าซ้อนทับกันหลายชั้นแบบที่คนชอบประวัติศาสตร์จะเดินแล้ว “ได้ภาพในหัว” ไปพร้อมกับการเดินชมสถานที่จริง เดิมทีพื้นที่แห่งนี้เป็นวัดราษฎร์ชื่อ “วัดทะเลหญ้า” หรือ “วัดทำเลหญ้า” เพราะตั้งอยู่กลางทุ่งหญ้า และเมื่อถึงฤดูฝนบริเวณนี้มักมีน้ำท่วมซ้ำทุกปี ภาพของวัดกลางทุ่งที่เงียบสงัดและถูกน้ำหล่อเลี้ยง-ท่วมซ้ำอยู่เสมอ ทำให้ชื่อเดิมติดปากผู้คนมายาวนาน แต่กาลเวลาทำให้วัดทะเลหญ้ากลายสภาพเป็นวัดร้างอยู่ช่วงหนึ่งจนเสนาสนะหลายส่วนพังทลาย เหลือเพียง “เนินพระเจดีย์” เป็นสัญลักษณ์ให้รู้ว่าเคยเป็นวัดมาก่อน
เสน่ห์ของวัดนี้จึงไม่ได้เริ่มจากความอลังการแบบวัดใหญ่ที่อยู่ในโซนอุทยานประวัติศาสตร์เท่านั้น แต่เริ่มจาก “การกลับมามีชีวิตอีกครั้ง” ด้วยเจตนาทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาให้มั่นคงสืบไป สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ามหามาลา กรมพระยาบำราบปรปักษ์ ทรงเห็นว่าวัดร้างแห่งนี้ตั้งอยู่ในทำเลสงบ เหมาะแก่การจำพรรษาและบำเพ็ญสมณธรรม จึงเริ่มปฏิสังขรณ์วัดทะเลหญ้าอย่างจริงจังจนแทบเท่ากับ “สร้างใหม่ทั้งวัด” ในช่วงรัชกาลที่ 4 และงานแล้วเสร็จบริบูรณ์ใน พ.ศ. 2418 สมัยรัชกาลที่ 5 จากนั้นจึงได้รับการถวายเป็นพระอารามหลวง และโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามใหม่ว่า “วัดบรมวงศ์อิศรวรารามวรวิหาร”
ถ้าคุณชอบอ่านประวัติแบบจับใจความเป็นลำดับ วัดนี้เล่าเรื่องได้ชัดด้วยโครง “อดีตเป็นวัดร้าง – ฟื้นคืนด้วยการบูรณะ – กลายเป็นพระอารามหลวง” และในแต่ละช่วงยังสะท้อนภาพสังคมไทยต่างยุคได้ดีมาก ช่วงที่วัดกลายเป็นวัดร้าง เราจะเห็นความเปราะบางของสิ่งปลูกสร้างเมื่อรัฐศูนย์กลางอ่อนแรงหรือเปลี่ยนผ่าน ช่วงที่เริ่มฟื้นฟูในรัชกาลที่ 4 จะเห็นบทบาทชนชั้นนำฝ่ายเจ้านายในการสนับสนุนศาสนาและการศึกษาพระสงฆ์ ส่วนช่วงที่แล้วเสร็จและได้รับพระราชทานนามในรัชกาลที่ 5 คือภาพของรัฐสมัยใหม่ที่จัดระเบียบศาสนจักรและสถานะพระอารามหลวงอย่างเป็นระบบ
มุมที่ทำให้หลายคน “อยู่ได้นาน” ในวัดบรมวงศ์ฯ คือการเดินชมโดยตั้งใจดูรายละเอียดของศิลปกรรมภายในวัด ไม่ใช่แค่เช็กอินแล้วไปต่อ เพราะที่นี่มีทั้งเรื่องราวของพระพุทธรูปทรงเครื่องแบบกษัตริย์ที่ปรากฏเป็นกลุ่ม มีเครื่องทรงละเอียด เช่น มงกุฎ กรรเจียกจอน และเครื่องถนิมพิมพาภรณ์ต่าง ๆ ซึ่งเป็นรูปแบบที่คนทั่วไปไม่ได้เห็นบ่อยในวัดท่องเที่ยวสายหลัก และยังมี “พระพุทธรูปทรงเครื่องปางไสยาสน์” ที่มักถูกกล่าวถึงว่าเป็นงานที่หาชมยาก จุดแบบนี้ทำให้การเดินชมวัดบรมวงศ์ฯ ไม่ได้จบที่การดูอาคาร แต่เป็นการดู “คติความเชื่อ” ผ่านภาษาศิลป์ด้วย
อีกชั้นที่ช่วยทำให้การมาเที่ยวมีความหมายคือความเชื่อมโยงกับรัชกาลที่ 5 ซึ่งมักถูกเล่าว่ามีประวัติศาสตร์สัมพันธ์กับพระองค์ มีรูปหล่อเคารพในวิหาร และยังมีพื้นที่ส่วนหนึ่งที่กล่าวถึงว่าเกี่ยวข้องกับการเก็บภาพ/ข้อมูลพระราชประวัติในบางยุคของการดูแลวัด เรื่องเล่าแบบนี้ทำให้บรรยากาศของวัดบรมวงศ์ฯ ต่างจากหลายวัดในอยุธยาที่คนมักจดจำด้วย “ซากอิฐเก่า” เพียงอย่างเดียว เพราะที่นี่เป็นวัดที่มีช่วงเวลารัตนโกสินทร์ตอนต้น-กลางเข้ามาซ้อนทับ และทำให้เราเห็นว่าอยุธยาไม่ได้จบลงแค่ “กรุงแตก” แต่พื้นที่ยังเดินหน้าต่อด้วยการบูรณะ การสร้างความหมาย และการเปลี่ยนสถานะในยุคถัดมา
ในแง่บรรยากาศ วัดบรมวงศ์ฯ มักถูกมองว่าเป็นวัดที่เหมาะกับคนอยากเดินแบบสงบ ไม่เร่ง ไม่ต้องแข่งกับคนเยอะ คุณสามารถค่อย ๆ เดินเก็บรายละเอียด ชะลอจังหวะเพื่อมององค์ประกอบงานช่าง แล้วค่อยขยับไปแต่ละจุดเหมือนอ่านหนังสือทีละหน้า ถ้ามาช่วงเช้า แสงจะช่วยให้พื้นผิวและรายละเอียดของงานประดับดูมีมิติขึ้นแบบเห็นชัดด้วยตา ไม่ต้องพึ่งฟิลเตอร์ ส่วนช่วงบ่ายแก่ก็เหมาะสำหรับคนที่อยากได้โทนภาพนุ่มขึ้นและอุณหภูมิไม่กดดันเกินไป
สำหรับคนที่อยากมองวัดนี้แบบ “เข้าใจบริบทพื้นที่” ให้ลองจำชื่อเดิม “วัดทะเลหญ้า” ไว้ในหัวแล้วเดินชมด้วยจินตนาการว่าอดีตเป็นทุ่งโล่งที่น้ำท่วมซ้ำ ๆ ทุกปี ภาพแบบนั้นจะช่วยให้คุณเข้าใจว่าทำไมสถานที่ที่เคยร้างและเหลือเพียงเนินเจดีย์ จึงถูกเลือกให้ฟื้นขึ้นใหม่เพื่อเป็นที่จำพรรษาและบำเพ็ญสมณธรรม ความเงียบในพื้นที่ไม่ใช่ความว่างเปล่า แต่เป็นคุณสมบัติที่ทำให้ “เหมาะ” กับการปฏิบัติ และเมื่อวัดได้รับการยกฐานะเป็นพระอารามหลวง ภาพความเงียบก็เปลี่ยนความหมายเป็น “ความสงบที่ถูกดูแล” แทนความรกร้าง
ถ้าตั้งใจมาเพื่อไหว้พระและซึมซับ แนะนำให้เผื่อเวลาอย่างน้อย 45 นาที – 1.5 ชั่วโมง เพื่อเดินชมแบบครบอารมณ์ เพราะนอกจากจุดหลัก ๆ แล้ว คุณจะอยากหยุดดูรายละเอียดงานทรงเครื่องของพระพุทธรูปและองค์ประกอบของพื้นที่อีกหลายจุดโดยไม่รู้ตัว และถ้าคุณเป็นสายถ่ายภาพ แนะนำให้ยืนดูด้วยตาก่อนถ่ายสักพัก เพราะการ “อ่านทิศแสง” จะทำให้รูปออกมาดีกว่าการรีบยกกล้องทันที โดยเฉพาะช่วงเช้าที่แสงช่วยเน้นลวดลายและพื้นผิวได้ดี
ในมุมกิจกรรมทางศาสนา วัดบรมวงศ์ฯ เป็นวัดพระอารามหลวง และมีข่าวกิจกรรมสำคัญอย่างพิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทานที่เคยจัดขึ้นในบางปี ซึ่งสะท้อนสถานะของวัดในฐานะศูนย์กลางพิธีการทางศาสนาระดับจังหวัด/ระดับรัฐ หากคุณเป็นสายวัฒนธรรม แนะนำให้ลองเช็กช่วงเทศกาลกฐินหรือวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา เพราะบรรยากาศจะต่างจากวันปกติอย่างชัดเจน ทั้งจำนวนผู้คน การจัดพื้นที่ และจังหวะของศรัทธาที่ “มีชีวิต” มากขึ้น
การเดินทาง วัดบรมวงศ์อิศรวรารามวรวิหารตั้งอยู่ในตำบลสวนพริก อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ใกล้ย่านเพนียดคล้องช้างและกลุ่มโบราณสถานบนเกาะเมือง การขับรถจากกรุงเทพฯ สามารถใช้ทางหลวงหมายเลข 32 (ถนนสายเอเชีย) เข้าพระนครศรีอยุธยา แล้วต่อไปตามเส้นทางในพื้นที่ตำบลสวนพริก โดยใช้ระบบนำทางตั้งเป้าหมายเป็นชื่อวัด (ภาษาไทยหรืออังกฤษ) จะสะดวกที่สุด เพราะถนนในเมืองและทางเชื่อมโซนท่องเที่ยวมีทางแยกหลายช่วง และบางช่วงอาจมีการจราจรหนาแน่นในวันหยุด
ถ้าอยากจัดทริปให้ลื่นไหล วัดบรมวงศ์ฯ เหมาะจะอยู่ในเส้นทาง “อยุธยาสายวัฒนธรรมที่ไม่เบียด” คือเริ่มเช้าด้วยวัดที่คนไม่แน่นมาก เดินแบบมีสมาธิ แล้วค่อยต่อไปจุดฮิตในช่วงสาย-บ่าย เช่น กลุ่มวัดในอุทยานประวัติศาสตร์หรือพิพิธภัณฑ์ ข้อดีคือคุณจะไม่ต้องเริ่มวันด้วยการแย่งที่จอดรถในจุดยอดนิยม และยังได้อารมณ์ของการค่อย ๆ เข้าเมืองแบบไม่กระแทก
การแต่งกายควรสุภาพตามมารยาทการเข้าวัด โดยเฉพาะหากตั้งใจไหว้พระหรือเข้าบริเวณที่มีพระสงฆ์และผู้มาทำบุญอยู่จริง และระหว่างเดินชมควรหลีกเลี่ยงการปีนป่ายหรือแตะต้องส่วนที่เปราะบาง เพราะบางส่วนเป็นศิลปกรรมที่มีรายละเอียดมากและเสี่ยงต่อการเสียหายจากการสัมผัสซ้ำ ๆ การเที่ยวแบบให้เกียรติสถานที่คือวิธีที่ทำให้ความงามของวัดอยู่กับคนรุ่นต่อไปได้จริง
| สรุปสถานที่ | พระอารามหลวงในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เดิมชื่อ “วัดทะเลหญ้า/วัดทำเลหญ้า” เคยเป็นวัดร้าง ก่อนเริ่มปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่ตั้งแต่รัชกาลที่ 4 แล้วเสร็จ พ.ศ. 2418 สมัยรัชกาลที่ 5 โดดเด่นด้วยเรื่องเล่าการฟื้นวัดร้างและศิลปกรรมพระพุทธรูปทรงเครื่อง รวมถึงพระพุทธรูปทรงเครื่องปางไสยาสน์ที่มักกล่าวถึงว่าหาชมยาก เหมาะกับการเที่ยวแบบสงบและซึมซับรายละเอียด |
| ที่ตั้ง/ย่าน | ตำบลสวนพริก อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา (ใกล้ย่านเพนียดคล้องช้าง) |
| ที่อยู่ | ตำบลสวนพริก อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 13000 |
| จุดเด่นของสถานที่ | เรื่องเล่าเดิม “วัดทะเลหญ้า/วัดทำเลหญ้า” วัดกลางทุ่งที่น้ำท่วมซ้ำ, ประวัติการฟื้นจากวัดร้างเป็นพระอารามหลวง, ศิลปกรรมพระพุทธรูปทรงเครื่องแบบขัตติยราชที่มีรายละเอียดเครื่องทรง, พระพุทธรูปทรงเครื่องปางไสยาสน์ที่มักกล่าวถึงว่าหาชมได้ยาก, บรรยากาศเงียบเหมาะกับการเดินชมแบบไม่เร่งและถ่ายภาพรายละเอียด |
| ผู้ดูแลหรือเจ้าอาวาส (ล่าสุด) | พระญาณไตรโลก |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | ประมาณ 08:00 – 17:00 (เวลาอาจเปลี่ยนแปลงตามประกาศของวัด/กิจกรรมภายใน แนะนำตรวจสอบก่อนเดินทาง) |
| ค่าบริการ | โดยทั่วไปไม่เสียค่าเข้าชม (นิยมทำบุญตามศรัทธา) |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | พื้นที่สักการะและเดินชมภายในวัด, พื้นที่จอดรถ (ขึ้นกับการจัดการของวัดในแต่ละช่วงเวลา) |
| เบอร์ติดต่อ | 081-832-6204 |
| สถานะปัจจุบัน | ยังเปิดให้เข้าชมและประกอบกิจกรรมทางศาสนาตามปกติ |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณ) | 1) เพนียดคล้องช้างอยุธยา – ประมาณ 2 กม. 2) วัดมเหยงคณ์ – ประมาณ 5 กม. 3) วัดมหาธาตุ – ประมาณ 7 กม. 4) วัดราชบูรณะ – ประมาณ 7 กม. 5) วัดพระศรีสรรเพชญ์ – ประมาณ 8 กม. 6) วิหารพระมงคลบพิตร – ประมาณ 8 กม. 7) พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเจ้าสามพระยา – ประมาณ 8 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง (ระยะทาง + เบอร์โทร) | 1) ครัวแม่หลิ่ม (Krua Mae Lim) – ประมาณ 7 กม. โทร 035-242-242 2) บ้านไม้ริมน้ำ (Baan Mai Rim Nam) – ประมาณ 8 กม. โทร 035-232-079 3) Sala Ayutthaya Eatery and Bar – ประมาณ 9 กม. โทร 035-242-588 4) The Summer House Ayutthaya – ประมาณ 8 กม. โทร 065-924-2424 5) Burinda Thai Cuisine – ประมาณ 9 กม. โทร 035-241-678 |
| ที่พักใกล้เคียง (ระยะทาง + เบอร์โทร) | 1) Krungsri River Hotel – ประมาณ 7 กม. โทร 035-244-333 2) Kantary Hotel Ayutthaya – ประมาณ 6 กม. โทร 035-337-177 3) Sala Ayutthaya – ประมาณ 9 กม. โทร 035-242-588 4) iuDia on the River – ประมาณ 9 กม. โทร 035-241-123 5) Phuttal Residence – ประมาณ 9 กม. โทร 035-242-525 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดบรมวงศ์อิศรวรารามวรวิหารอยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดตั้งอยู่ในตำบลสวนพริก อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ใกล้ย่านเพนียดคล้องช้าง และสามารถจัดทริปเชื่อมต่อไปยังกลุ่มโบราณสถานบนเกาะเมืองได้สะดวก
ถาม: วัดนี้มีชื่อเดิมว่าอะไร และทำไมถึงชื่อ “วัดทะเลหญ้า”?
ตอบ: เดิมเป็นวัดราษฎร์ชื่อ “วัดทะเลหญ้า” หรือ “วัดทำเลหญ้า” เพราะตั้งอยู่กลางทุ่งหญ้า และเมื่อถึงฤดูฝนบริเวณนี้มักมีน้ำท่วมซ้ำทุกปี ทำให้ชื่อเดิมถูกเรียกติดปากมาแต่ก่อน
ถาม: วัดบรมวงศ์ฯ ฟื้นจากวัดร้างขึ้นมาได้อย่างไร?
ตอบ: มีการกล่าวถึงว่าทรงเริ่มปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่โดยสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ามหามาลา กรมพระยาบำราบปรปักษ์ ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 4 และงานแล้วเสร็จบริบูรณ์ใน พ.ศ. 2418 สมัยรัชกาลที่ 5 ก่อนถวายเป็นพระอารามหลวงและได้รับพระราชทานนามปัจจุบัน
ถาม: จุดเด่นที่หาชมยากของวัดบรมวงศ์ฯ คืออะไร?
ตอบ: หนึ่งในสิ่งที่มักถูกกล่าวถึงคือกลุ่มพระพุทธรูปทรงเครื่องแบบขัตติยราชที่มีรายละเอียดเครื่องทรง และ “พระพุทธรูปทรงเครื่องปางไสยาสน์” ซึ่งเป็นรูปแบบที่คนทั่วไปไม่ค่อยได้พบในวัดท่องเที่ยวสายหลัก
ถาม: วัดบรมวงศ์ฯ เปิดกี่โมง และควรไปช่วงไหนดีที่สุด?
ตอบ: โดยทั่วไปมักอ้างอิงช่วงเวลาใกล้เคียงประมาณ 08:00 – 17:00 และเปิดทุกวัน ช่วงเช้าเหมาะกับการเดินสบายและได้แสงช่วยให้รายละเอียดศิลปกรรมชัดขึ้น แต่เพื่อความชัวร์แนะนำตรวจสอบก่อนเดินทาง
ถาม: ใช้เวลาเที่ยววัดบรมวงศ์ฯ นานแค่ไหนถึงพอดี?
ตอบ: ถ้าเดินชมภาพรวมใช้เวลาประมาณ 45 นาที – 1 ชั่วโมง แต่ถ้าตั้งใจดูรายละเอียดพระพุทธรูปทรงเครื่องและถ่ายภาพ แนะนำเผื่อเวลา 1 – 1.5 ชั่วโมงแบบไม่เร่ง
ถาม: ถ้าอยากไปต่อจากวัดบรมวงศ์ฯ ควรไปที่ไหนต่อดี?
ตอบ: สามารถไปต่อได้ทั้งโซนใกล้ ๆ อย่างเพนียดคล้องช้าง และโซนเกาะเมือง เช่น วัดมหาธาตุ วัดราชบูรณะ วัดพระศรีสรรเพชญ์ วิหารพระมงคลบพิตร และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเจ้าสามพระยา เพื่อให้ทริปครบทั้งโบราณสถานและพิพิธภัณฑ์ในวันเดียว
แสดงความเห็น
| คำค้น (ขั้นสูง) |
ภูมิภาค
|



หมวดหมู่:
กลุ่ม: