วัดบรมวงศ์อิศรวราราม

วัดบรมวงศ์อิศรวราราม

วัดบรมวงศ์อิศรวราราม
Rating: 4.4/5 (5 votes)
แผนที่ แผนที่ แผนที่ มีแผนที่ มีแผนที่ ไม่มีแผนที่ ไม่มีแผนที่

สถานที่ท่องเที่ยวพระนครศรีอยุธยา

สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: ประมาณ 08:00 – 17:00 (เวลาอาจเปลี่ยนแปลงตามประกาศของวัด/กิจกรรมภายใน แนะนำตรวจสอบก่อนเดินทาง)
 
วัดบรมวงศ์อิศรวรารามวรวิหาร เป็นวัดที่มีเรื่องเล่าซ้อนทับกันหลายชั้นแบบที่คนชอบประวัติศาสตร์จะเดินแล้ว “ได้ภาพในหัว” ไปพร้อมกับการเดินชมสถานที่จริง เดิมทีพื้นที่แห่งนี้เป็นวัดราษฎร์ชื่อ “วัดทะเลหญ้า” หรือ “วัดทำเลหญ้า” เพราะตั้งอยู่กลางทุ่งหญ้า และเมื่อถึงฤดูฝนบริเวณนี้มักมีน้ำท่วมซ้ำทุกปี ภาพของวัดกลางทุ่งที่เงียบสงัดและถูกน้ำหล่อเลี้ยง-ท่วมซ้ำอยู่เสมอ ทำให้ชื่อเดิมติดปากผู้คนมายาวนาน แต่กาลเวลาทำให้วัดทะเลหญ้ากลายสภาพเป็นวัดร้างอยู่ช่วงหนึ่งจนเสนาสนะหลายส่วนพังทลาย เหลือเพียง “เนินพระเจดีย์” เป็นสัญลักษณ์ให้รู้ว่าเคยเป็นวัดมาก่อน
 
เสน่ห์ของวัดนี้จึงไม่ได้เริ่มจากความอลังการแบบวัดใหญ่ที่อยู่ในโซนอุทยานประวัติศาสตร์เท่านั้น แต่เริ่มจาก “การกลับมามีชีวิตอีกครั้ง” ด้วยเจตนาทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาให้มั่นคงสืบไป สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ามหามาลา กรมพระยาบำราบปรปักษ์ ทรงเห็นว่าวัดร้างแห่งนี้ตั้งอยู่ในทำเลสงบ เหมาะแก่การจำพรรษาและบำเพ็ญสมณธรรม จึงเริ่มปฏิสังขรณ์วัดทะเลหญ้าอย่างจริงจังจนแทบเท่ากับ “สร้างใหม่ทั้งวัด” ในช่วงรัชกาลที่ 4 และงานแล้วเสร็จบริบูรณ์ใน พ.ศ. 2418 สมัยรัชกาลที่ 5 จากนั้นจึงได้รับการถวายเป็นพระอารามหลวง และโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามใหม่ว่า “วัดบรมวงศ์อิศรวรารามวรวิหาร”
 
ถ้าคุณชอบอ่านประวัติแบบจับใจความเป็นลำดับ วัดนี้เล่าเรื่องได้ชัดด้วยโครง “อดีตเป็นวัดร้าง – ฟื้นคืนด้วยการบูรณะ – กลายเป็นพระอารามหลวง” และในแต่ละช่วงยังสะท้อนภาพสังคมไทยต่างยุคได้ดีมาก ช่วงที่วัดกลายเป็นวัดร้าง เราจะเห็นความเปราะบางของสิ่งปลูกสร้างเมื่อรัฐศูนย์กลางอ่อนแรงหรือเปลี่ยนผ่าน ช่วงที่เริ่มฟื้นฟูในรัชกาลที่ 4 จะเห็นบทบาทชนชั้นนำฝ่ายเจ้านายในการสนับสนุนศาสนาและการศึกษาพระสงฆ์ ส่วนช่วงที่แล้วเสร็จและได้รับพระราชทานนามในรัชกาลที่ 5 คือภาพของรัฐสมัยใหม่ที่จัดระเบียบศาสนจักรและสถานะพระอารามหลวงอย่างเป็นระบบ
 
มุมที่ทำให้หลายคน “อยู่ได้นาน” ในวัดบรมวงศ์ฯ คือการเดินชมโดยตั้งใจดูรายละเอียดของศิลปกรรมภายในวัด ไม่ใช่แค่เช็กอินแล้วไปต่อ เพราะที่นี่มีทั้งเรื่องราวของพระพุทธรูปทรงเครื่องแบบกษัตริย์ที่ปรากฏเป็นกลุ่ม มีเครื่องทรงละเอียด เช่น มงกุฎ กรรเจียกจอน และเครื่องถนิมพิมพาภรณ์ต่าง ๆ ซึ่งเป็นรูปแบบที่คนทั่วไปไม่ได้เห็นบ่อยในวัดท่องเที่ยวสายหลัก และยังมี “พระพุทธรูปทรงเครื่องปางไสยาสน์” ที่มักถูกกล่าวถึงว่าเป็นงานที่หาชมยาก จุดแบบนี้ทำให้การเดินชมวัดบรมวงศ์ฯ ไม่ได้จบที่การดูอาคาร แต่เป็นการดู “คติความเชื่อ” ผ่านภาษาศิลป์ด้วย
 
อีกชั้นที่ช่วยทำให้การมาเที่ยวมีความหมายคือความเชื่อมโยงกับรัชกาลที่ 5 ซึ่งมักถูกเล่าว่ามีประวัติศาสตร์สัมพันธ์กับพระองค์ มีรูปหล่อเคารพในวิหาร และยังมีพื้นที่ส่วนหนึ่งที่กล่าวถึงว่าเกี่ยวข้องกับการเก็บภาพ/ข้อมูลพระราชประวัติในบางยุคของการดูแลวัด เรื่องเล่าแบบนี้ทำให้บรรยากาศของวัดบรมวงศ์ฯ ต่างจากหลายวัดในอยุธยาที่คนมักจดจำด้วย “ซากอิฐเก่า” เพียงอย่างเดียว เพราะที่นี่เป็นวัดที่มีช่วงเวลารัตนโกสินทร์ตอนต้น-กลางเข้ามาซ้อนทับ และทำให้เราเห็นว่าอยุธยาไม่ได้จบลงแค่ “กรุงแตก” แต่พื้นที่ยังเดินหน้าต่อด้วยการบูรณะ การสร้างความหมาย และการเปลี่ยนสถานะในยุคถัดมา
 
ในแง่บรรยากาศ วัดบรมวงศ์ฯ มักถูกมองว่าเป็นวัดที่เหมาะกับคนอยากเดินแบบสงบ ไม่เร่ง ไม่ต้องแข่งกับคนเยอะ คุณสามารถค่อย ๆ เดินเก็บรายละเอียด ชะลอจังหวะเพื่อมององค์ประกอบงานช่าง แล้วค่อยขยับไปแต่ละจุดเหมือนอ่านหนังสือทีละหน้า ถ้ามาช่วงเช้า แสงจะช่วยให้พื้นผิวและรายละเอียดของงานประดับดูมีมิติขึ้นแบบเห็นชัดด้วยตา ไม่ต้องพึ่งฟิลเตอร์ ส่วนช่วงบ่ายแก่ก็เหมาะสำหรับคนที่อยากได้โทนภาพนุ่มขึ้นและอุณหภูมิไม่กดดันเกินไป
 
สำหรับคนที่อยากมองวัดนี้แบบ “เข้าใจบริบทพื้นที่” ให้ลองจำชื่อเดิม “วัดทะเลหญ้า” ไว้ในหัวแล้วเดินชมด้วยจินตนาการว่าอดีตเป็นทุ่งโล่งที่น้ำท่วมซ้ำ ๆ ทุกปี ภาพแบบนั้นจะช่วยให้คุณเข้าใจว่าทำไมสถานที่ที่เคยร้างและเหลือเพียงเนินเจดีย์ จึงถูกเลือกให้ฟื้นขึ้นใหม่เพื่อเป็นที่จำพรรษาและบำเพ็ญสมณธรรม ความเงียบในพื้นที่ไม่ใช่ความว่างเปล่า แต่เป็นคุณสมบัติที่ทำให้ “เหมาะ” กับการปฏิบัติ และเมื่อวัดได้รับการยกฐานะเป็นพระอารามหลวง ภาพความเงียบก็เปลี่ยนความหมายเป็น “ความสงบที่ถูกดูแล” แทนความรกร้าง
 
ถ้าตั้งใจมาเพื่อไหว้พระและซึมซับ แนะนำให้เผื่อเวลาอย่างน้อย 45 นาที – 1.5 ชั่วโมง เพื่อเดินชมแบบครบอารมณ์ เพราะนอกจากจุดหลัก ๆ แล้ว คุณจะอยากหยุดดูรายละเอียดงานทรงเครื่องของพระพุทธรูปและองค์ประกอบของพื้นที่อีกหลายจุดโดยไม่รู้ตัว และถ้าคุณเป็นสายถ่ายภาพ แนะนำให้ยืนดูด้วยตาก่อนถ่ายสักพัก เพราะการ “อ่านทิศแสง” จะทำให้รูปออกมาดีกว่าการรีบยกกล้องทันที โดยเฉพาะช่วงเช้าที่แสงช่วยเน้นลวดลายและพื้นผิวได้ดี
 
ในมุมกิจกรรมทางศาสนา วัดบรมวงศ์ฯ เป็นวัดพระอารามหลวง และมีข่าวกิจกรรมสำคัญอย่างพิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทานที่เคยจัดขึ้นในบางปี ซึ่งสะท้อนสถานะของวัดในฐานะศูนย์กลางพิธีการทางศาสนาระดับจังหวัด/ระดับรัฐ หากคุณเป็นสายวัฒนธรรม แนะนำให้ลองเช็กช่วงเทศกาลกฐินหรือวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา เพราะบรรยากาศจะต่างจากวันปกติอย่างชัดเจน ทั้งจำนวนผู้คน การจัดพื้นที่ และจังหวะของศรัทธาที่ “มีชีวิต” มากขึ้น
 
การเดินทาง วัดบรมวงศ์อิศรวรารามวรวิหารตั้งอยู่ในตำบลสวนพริก อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ใกล้ย่านเพนียดคล้องช้างและกลุ่มโบราณสถานบนเกาะเมือง การขับรถจากกรุงเทพฯ สามารถใช้ทางหลวงหมายเลข 32 (ถนนสายเอเชีย) เข้าพระนครศรีอยุธยา แล้วต่อไปตามเส้นทางในพื้นที่ตำบลสวนพริก โดยใช้ระบบนำทางตั้งเป้าหมายเป็นชื่อวัด (ภาษาไทยหรืออังกฤษ) จะสะดวกที่สุด เพราะถนนในเมืองและทางเชื่อมโซนท่องเที่ยวมีทางแยกหลายช่วง และบางช่วงอาจมีการจราจรหนาแน่นในวันหยุด
 
ถ้าอยากจัดทริปให้ลื่นไหล วัดบรมวงศ์ฯ เหมาะจะอยู่ในเส้นทาง “อยุธยาสายวัฒนธรรมที่ไม่เบียด” คือเริ่มเช้าด้วยวัดที่คนไม่แน่นมาก เดินแบบมีสมาธิ แล้วค่อยต่อไปจุดฮิตในช่วงสาย-บ่าย เช่น กลุ่มวัดในอุทยานประวัติศาสตร์หรือพิพิธภัณฑ์ ข้อดีคือคุณจะไม่ต้องเริ่มวันด้วยการแย่งที่จอดรถในจุดยอดนิยม และยังได้อารมณ์ของการค่อย ๆ เข้าเมืองแบบไม่กระแทก
 
การแต่งกายควรสุภาพตามมารยาทการเข้าวัด โดยเฉพาะหากตั้งใจไหว้พระหรือเข้าบริเวณที่มีพระสงฆ์และผู้มาทำบุญอยู่จริง และระหว่างเดินชมควรหลีกเลี่ยงการปีนป่ายหรือแตะต้องส่วนที่เปราะบาง เพราะบางส่วนเป็นศิลปกรรมที่มีรายละเอียดมากและเสี่ยงต่อการเสียหายจากการสัมผัสซ้ำ ๆ การเที่ยวแบบให้เกียรติสถานที่คือวิธีที่ทำให้ความงามของวัดอยู่กับคนรุ่นต่อไปได้จริง
 
สรุปสถานที่ พระอารามหลวงในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เดิมชื่อ “วัดทะเลหญ้า/วัดทำเลหญ้า” เคยเป็นวัดร้าง ก่อนเริ่มปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่ตั้งแต่รัชกาลที่ 4 แล้วเสร็จ พ.ศ. 2418 สมัยรัชกาลที่ 5 โดดเด่นด้วยเรื่องเล่าการฟื้นวัดร้างและศิลปกรรมพระพุทธรูปทรงเครื่อง รวมถึงพระพุทธรูปทรงเครื่องปางไสยาสน์ที่มักกล่าวถึงว่าหาชมยาก เหมาะกับการเที่ยวแบบสงบและซึมซับรายละเอียด
ที่ตั้ง/ย่าน ตำบลสวนพริก อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา (ใกล้ย่านเพนียดคล้องช้าง)
ที่อยู่ ตำบลสวนพริก อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 13000
จุดเด่นของสถานที่ เรื่องเล่าเดิม “วัดทะเลหญ้า/วัดทำเลหญ้า” วัดกลางทุ่งที่น้ำท่วมซ้ำ, ประวัติการฟื้นจากวัดร้างเป็นพระอารามหลวง, ศิลปกรรมพระพุทธรูปทรงเครื่องแบบขัตติยราชที่มีรายละเอียดเครื่องทรง, พระพุทธรูปทรงเครื่องปางไสยาสน์ที่มักกล่าวถึงว่าหาชมได้ยาก, บรรยากาศเงียบเหมาะกับการเดินชมแบบไม่เร่งและถ่ายภาพรายละเอียด
ผู้ดูแลหรือเจ้าอาวาส (ล่าสุด) พระญาณไตรโลก
วันเปิดทำการ ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ ประมาณ 08:00 – 17:00 (เวลาอาจเปลี่ยนแปลงตามประกาศของวัด/กิจกรรมภายใน แนะนำตรวจสอบก่อนเดินทาง)
ค่าบริการ โดยทั่วไปไม่เสียค่าเข้าชม (นิยมทำบุญตามศรัทธา)
สิ่งอำนวยความสะดวก พื้นที่สักการะและเดินชมภายในวัด, พื้นที่จอดรถ (ขึ้นกับการจัดการของวัดในแต่ละช่วงเวลา)
เบอร์ติดต่อ 081-832-6204
สถานะปัจจุบัน ยังเปิดให้เข้าชมและประกอบกิจกรรมทางศาสนาตามปกติ
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณ)
1) เพนียดคล้องช้างอยุธยา – ประมาณ 2 กม.
2) วัดมเหยงคณ์ – ประมาณ 5 กม.
3) วัดมหาธาตุ – ประมาณ 7 กม.
4) วัดราชบูรณะ – ประมาณ 7 กม.
5) วัดพระศรีสรรเพชญ์ – ประมาณ 8 กม.
6) วิหารพระมงคลบพิตร – ประมาณ 8 กม.
7) พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเจ้าสามพระยา – ประมาณ 8 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง (ระยะทาง + เบอร์โทร)
1) ครัวแม่หลิ่ม (Krua Mae Lim) – ประมาณ 7 กม. โทร 035-242-242
2) บ้านไม้ริมน้ำ (Baan Mai Rim Nam) – ประมาณ 8 กม. โทร 035-232-079
3) Sala Ayutthaya Eatery and Bar – ประมาณ 9 กม. โทร 035-242-588
4) The Summer House Ayutthaya – ประมาณ 8 กม. โทร 065-924-2424
5) Burinda Thai Cuisine – ประมาณ 9 กม. โทร 035-241-678
ที่พักใกล้เคียง (ระยะทาง + เบอร์โทร)
1) Krungsri River Hotel – ประมาณ 7 กม. โทร 035-244-333
2) Kantary Hotel Ayutthaya – ประมาณ 6 กม. โทร 035-337-177
3) Sala Ayutthaya – ประมาณ 9 กม. โทร 035-242-588
4) iuDia on the River – ประมาณ 9 กม. โทร 035-241-123
5) Phuttal Residence – ประมาณ 9 กม. โทร 035-242-525
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดบรมวงศ์อิศรวรารามวรวิหารอยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดตั้งอยู่ในตำบลสวนพริก อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ใกล้ย่านเพนียดคล้องช้าง และสามารถจัดทริปเชื่อมต่อไปยังกลุ่มโบราณสถานบนเกาะเมืองได้สะดวก
 
ถาม: วัดนี้มีชื่อเดิมว่าอะไร และทำไมถึงชื่อ “วัดทะเลหญ้า”?
ตอบ: เดิมเป็นวัดราษฎร์ชื่อ “วัดทะเลหญ้า” หรือ “วัดทำเลหญ้า” เพราะตั้งอยู่กลางทุ่งหญ้า และเมื่อถึงฤดูฝนบริเวณนี้มักมีน้ำท่วมซ้ำทุกปี ทำให้ชื่อเดิมถูกเรียกติดปากมาแต่ก่อน
 
ถาม: วัดบรมวงศ์ฯ ฟื้นจากวัดร้างขึ้นมาได้อย่างไร?
ตอบ: มีการกล่าวถึงว่าทรงเริ่มปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่โดยสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ามหามาลา กรมพระยาบำราบปรปักษ์ ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 4 และงานแล้วเสร็จบริบูรณ์ใน พ.ศ. 2418 สมัยรัชกาลที่ 5 ก่อนถวายเป็นพระอารามหลวงและได้รับพระราชทานนามปัจจุบัน
 
ถาม: จุดเด่นที่หาชมยากของวัดบรมวงศ์ฯ คืออะไร?
ตอบ: หนึ่งในสิ่งที่มักถูกกล่าวถึงคือกลุ่มพระพุทธรูปทรงเครื่องแบบขัตติยราชที่มีรายละเอียดเครื่องทรง และ “พระพุทธรูปทรงเครื่องปางไสยาสน์” ซึ่งเป็นรูปแบบที่คนทั่วไปไม่ค่อยได้พบในวัดท่องเที่ยวสายหลัก
 
ถาม: วัดบรมวงศ์ฯ เปิดกี่โมง และควรไปช่วงไหนดีที่สุด?
ตอบ: โดยทั่วไปมักอ้างอิงช่วงเวลาใกล้เคียงประมาณ 08:00 – 17:00 และเปิดทุกวัน ช่วงเช้าเหมาะกับการเดินสบายและได้แสงช่วยให้รายละเอียดศิลปกรรมชัดขึ้น แต่เพื่อความชัวร์แนะนำตรวจสอบก่อนเดินทาง
 
ถาม: ใช้เวลาเที่ยววัดบรมวงศ์ฯ นานแค่ไหนถึงพอดี?
ตอบ: ถ้าเดินชมภาพรวมใช้เวลาประมาณ 45 นาที – 1 ชั่วโมง แต่ถ้าตั้งใจดูรายละเอียดพระพุทธรูปทรงเครื่องและถ่ายภาพ แนะนำเผื่อเวลา 1 – 1.5 ชั่วโมงแบบไม่เร่ง
 
ถาม: ถ้าอยากไปต่อจากวัดบรมวงศ์ฯ ควรไปที่ไหนต่อดี?
ตอบ: สามารถไปต่อได้ทั้งโซนใกล้ ๆ อย่างเพนียดคล้องช้าง และโซนเกาะเมือง เช่น วัดมหาธาตุ วัดราชบูรณะ วัดพระศรีสรรเพชญ์ วิหารพระมงคลบพิตร และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเจ้าสามพระยา เพื่อให้ทริปครบทั้งโบราณสถานและพิพิธภัณฑ์ในวันเดียว
แผนที่ วัดบรมวงศ์อิศรวราราม แผนที่วัดบรมวงศ์อิศรวราราม
คำค้นคำค้น: วัดบรมวงศ์อิศรวรารามวัดบรมวงศ์อิศรวรารามวรวิหาร วัดบรมวงศ์ อยุธยา วัดทะเลหญ้า วัดทำเลหญ้า เที่ยวอยุธยา วัดเงียบสงบ วัดพระอารามหลวง อยุธยา พระพุทธรูปทรงเครื่อง อยุธยา พระพุทธรูปทรงเครื่องปางไสยาสน์ ที่เที่ยวใกล้เพนียดคล้องช้าง วัดสวยอยุธยา
ปรับปรุงล่าสุดปรับปรุงล่าสุด: 2 สัปดาห์ที่แล้ว


แสดงความเห็น

แสดงความเห็น




คำค้น (ขั้นสูง)
   
Email :
  รหัสผ่าน :
  สมัครสมาชิก | ลืมรหัสผ่าน
 

Facebook Fanpage Facebook Fanpage

 

ภูมิภาค ภูมิภาคhttps://www.lovethailand.org/

ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก

สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ และอนุสาวรีย์ สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ และอนุสาวรีย์(7)

แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(6)

พระราชวัง พระราชวัง(4)

ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(6)

พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(9)

สถานที่ท่องเที่ยวเชิงวิชาการ สถานที่ท่องเที่ยวเชิงวิชาการ

พิพิธภัณฑ์เพื่อการศึกษา พิพิธภัณฑ์เพื่อการศึกษา(1)

ไร่ สวนเพื่อการศึกษา ไร่ สวนเพื่อการศึกษา(2)

ศูนย์ฝึกอบรม ศูนย์ฝึกอบรม(1)

มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัย

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์

วัด วัด(133)

โบสถ์ โบสถ์(2)

มัสยิด มัสยิด(2)

สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(15)

โครงการในพระราชดำริ โครงการในพระราชดำริ

โครงการหลวง โครงการหลวง(4)

วิถีชีวิต วิถีชีวิต

หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(10)

ตลาดท้องถิ่น ตลาดท้องถิ่น(7)

ตลาดน้ำ ตลาดน้ำ(3)

ธรรมชาติ และสัตว์ป่า ธรรมชาติ และสัตว์ป่า

เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(1)

แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(3)

หมู่เกาะ หมู่เกาะ(2)

แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(1)

บันเทิง และท่องเที่ยวเชิงเกษตร บันเทิง และท่องเที่ยวเชิงเกษตร

แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์ แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์(2)

ฟาร์ม, ไร่, สวน, สวนสาธารณะ และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม, ไร่, สวน, สวนสาธารณะ และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(4)

บทความท่องเที่ยว, สูตรอาหาร บทความท่องเที่ยว, สูตรอาหาร

รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร(2)