วัดราชปักษี (นก)

Rating: 3.8/5 (4 votes)
สถานที่ท่องเที่ยวอ่างทอง
สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย
วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08:00 – 17:00
วัดราชปักษี (วัดนก) จังหวัดอ่างทอง เป็นวัดริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาที่ให้ประสบการณ์ “ไหว้พระแบบได้ทั้งศรัทธาและบรรยากาศ” ในเวลาเดียวกัน เพราะทันทีที่เลี้ยวเข้ามาจากถนนสายอ่างทอง–อยุธยา คุณจะสัมผัสได้ถึงความต่างระหว่างความคึกคักของเส้นทางหลักกับความสงบที่ค่อย ๆ เปิดพื้นที่ให้ลมหายใจช้าลง วัดตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยาในตำบลโพสะ อำเภอเมืองอ่างทอง และเป็นจุดหมายที่คนท้องถิ่นรู้จักดีในฐานะวัดชุมชนที่ยังมีชีวิต มีพระสงฆ์จำพรรษา มีงานบุญ และมีบทบาทด้านการศึกษาพระปริยัติธรรมที่เชื่อมคนในพื้นที่เข้าหากันอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน สำหรับนักท่องเที่ยวสายไหว้พระหรือคนที่ชอบตามรอยพระพุทธรูปสำคัญ วัดราชปักษีมีไฮไลต์ชัดเจนคือ “พระพุทธไสยาสน์องค์ใหญ่” หรือพระนอนที่มีลักษณะละม้ายกับพระนอนวัดป่าโมก แต่ย่อมขนาดกว่า ทำให้เป็นหนึ่งในหมุดหมายของทริปไหว้พระอ่างทองที่จัดเส้นทางได้ง่ายและคุ้มค่าในวันเดียว
เสน่ห์ของวัดราชปักษีไม่ได้อยู่แค่การมีพระนอนองค์ใหญ่ให้กราบไหว้เท่านั้น แต่อยู่ที่ “บริบทของวัดริมแม่น้ำ” ที่ทำให้เรื่องเล่าทางศิลปะและประวัติศาสตร์มีน้ำหนักขึ้นโดยธรรมชาติ วัดที่ตั้งชิดลำน้ำสำคัญอย่างเจ้าพระยามักผูกพันกับวิถีชุมชนมาตั้งแต่อดีต ไม่ว่าจะเป็นการเดินทาง การค้าขาย หรือการทำบุญตามเทศกาล และเมื่อแม่น้ำคือทั้งโอกาสและความท้าทาย วัดริมตลิ่งจึงมีเรื่องของการบูรณะ การป้องกันการกัดเซาะ และบางครั้งก็มีเหตุการณ์สำคัญอย่างการอัญเชิญพระพุทธรูปจากพื้นที่เสี่ยงภัยเข้ามาสู่ที่มั่นคงกว่า เรื่องราวแบบนี้ทำให้การมาเยือนวัดราชปักษีไม่ใช่แค่ “แวะไหว้พระ” แต่เป็นการเห็นภาพความสัมพันธ์ระหว่างศรัทธากับภูมิประเทศจริงที่คนในพื้นที่เผชิญและดูแลกันมาเป็นเวลานาน
เมื่อเดินเข้าสู่พื้นที่วัด สิ่งที่ดึงสายตาที่สุดคือพระพุทธไสยาสน์องค์ใหญ่ที่ประดิษฐานเป็นจุดศูนย์กลางของศรัทธา พระนอนของวัดราชปักษีถูกกล่าวถึงว่าเป็นพระพุทธรูปที่สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยอยุธยา และแม้องค์เดิมเคยชำรุดทรุดโทรมตามกาลเวลา แต่ได้รับการบูรณะให้กลับมาสมบูรณ์จนเป็นที่เคารพสักการะของชุมชนอีกครั้ง ความรู้สึกเมื่อได้เห็นพระนอนในระยะใกล้จะคล้ายกับการเงยหน้ามอง “ความเมตตาที่นิ่งและสงบ” เพราะท่วงท่าพุทธไสยาสน์ให้ความหมายเชิงธรรมะเรื่องการดับทุกข์ ความสงบของจิต และการวางใจเหนือความเปลี่ยนแปลง ซึ่งเข้ากันอย่างยิ่งกับบรรยากาศลมแม่น้ำเจ้าพระยาที่พัดผ่านพื้นที่วัดแทบทั้งวัน หากคุณตั้งใจมาด้วยหัวใจที่อยากพักจากความเร่งรีบ การนั่งสงบ ๆ สักครู่ในบริเวณนี้มักทำให้ความคิดที่ฟุ้งค่อย ๆ เบาลงอย่างเป็นธรรมชาติ
อีกองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้วัดราชปักษีมีมิติทางประวัติศาสตร์ชัดขึ้นคือ “พระพุทธรูปสมัยพระเจ้าทรงธรรม” ที่ระบุว่าสร้างราว พ.ศ.2163 พระพุทธรูปองค์นี้เคยประดิษฐานอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา และด้วยสภาพพื้นที่ริมน้ำที่มีความเสี่ยงต่อการทรุดพัง ชุมชนและพระสงฆ์จึงร่วมแรงร่วมใจกันเลื่อนพระพุทธรูปเข้ามาประดิษฐานในตำแหน่งที่มั่นคงกว่าในปี พ.ศ.2490 เรื่องนี้เล่าให้เห็นภาพชัดมากว่า “ศรัทธา” ของชุมชนไม่ได้อยู่แค่การกราบไหว้ แต่เป็นการลงมือดูแลรักษาสิ่งที่เคารพด้วยแรงกายแรงใจจริง ๆ เพราะการเคลื่อนย้ายพระพุทธรูปในบริบทท้องถิ่นไม่ใช่เรื่องเล็ก ต้องอาศัยความพร้อม ความร่วมมือ และความเชื่อร่วมกันว่ากำลังทำสิ่งที่ถูกต้องเพื่อคงคุณค่าของพระพุทธรูปให้คนรุ่นต่อไปได้สักการะต่อเนื่อง
ภายหลังการอัญเชิญและจัดวางพระพุทธรูปให้อยู่ในพื้นที่ที่เหมาะสม ชุมชนยังร่วมกันสร้างพระวิหารจนแล้วเสร็จ และมีการจัดงานฉลองเมื่อปี พ.ศ.2502 จุดนี้ทำให้วัดราชปักษีมี “เรื่องเล่าของความสำเร็จร่วมกัน” ที่ชัดเจน เพราะการสร้างวิหารในวัดชุมชนสะท้อนถึงการสะสมกำลังใจของผู้คนในพื้นที่ทีละเล็กทีละน้อย เมื่อวิหารสร้างเสร็จ ชาวบ้านพร้อมใจกันถวายพระนามนิมิตว่า “พระรอดวชิรโมลี” เพื่อสื่อความหมายว่าผ่านพ้นอุปสรรคต่าง ๆ มาได้อย่างราบรื่น เป็นที่สักการะบูชาของเทวดาและมนุษย์ตลอดกาลตามคติที่เล่าต่อกันมา หากคุณเป็นคนที่ชอบทำความเข้าใจความหมายของชื่อพระพุทธรูป การได้ยืนอ่านเรื่องราวและพิจารณาความหมายของคำว่า “รอด” ในบริบทชีวิตจริงของชุมชนจะทำให้การกราบไหว้มีความหมายลึกขึ้นกว่าการขอพรแบบผ่าน ๆ
วัดราชปักษียังมีบทบาทด้านการศึกษาในชุมชนอย่างเด่นชัดผ่านการเปิดสอนโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกธรรมตั้งแต่ พ.ศ.2489 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่สะท้อนว่าพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาแห่งนี้ไม่ได้มีวัดไว้ทำบุญเท่านั้น แต่เป็นพื้นที่เรียนรู้ทางธรรมอย่างจริงจัง และเป็นระบบ หากมองในภาพรวม วัดที่มีการเรียนการสอนพระปริยัติธรรมทำหน้าที่ทั้งสร้างพระสงฆ์ที่มีความรู้ด้านพระธรรมวินัย และเป็นศูนย์กลางทางจิตใจที่ทำให้ชุมชนมีหลักยึดด้านคุณธรรมไปพร้อมกับวิถีชีวิตประจำวัน ยิ่งเมื่อผนวกกับกิจกรรมฟังพระธรรมเทศนาในวันพระที่ชาวบ้านเข้ามามีส่วนร่วม วัดราชปักษียิ่งทำหน้าที่เหมือน “หัวใจของชุมชน” ที่ช่วยให้ผู้คนได้ฝึกใจและทบทวนวิถีชีวิตตามหลักพระพุทธศาสนาอย่างต่อเนื่อง
ในด้านสถานะทางศาสนสถาน วัดราชปักษีได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2491 ซึ่งเป็นหมุดหมายสำคัญ เพราะวิสุงคามสีมาเกี่ยวข้องกับเขตอุโบสถและพิธีกรรมสำคัญของพระสงฆ์ โดยเฉพาะพิธีอุปสมบท การมีวิสุงคามสีมาอย่างเป็นทางการจึงสะท้อนความมั่นคงของวัดในระบบคณะสงฆ์และบทบาทของวัดต่อชุมชนในระยะยาว หากคุณเป็นคนที่สนใจประวัติศาสตร์ศาสนสถาน รายละเอียดลักษณะนี้ช่วยให้เห็นว่า วัดราชปักษีไม่ได้เป็นเพียงจุดแวะท่องเที่ยว แต่เป็นวัดที่มีสถานะและบทบาทชัดเจนในพื้นที่ และยังคงดำรงบทบาทนั้นมาจนปัจจุบัน
เมื่อเล่าถึงวัดราชปักษี หลายคนมักสงสัยกับชื่อเล่นว่า “วัดนก” ซึ่งเป็นชื่อที่ติดหูและจำง่ายในหมู่นักท่องเที่ยว ชื่อเล่นลักษณะนี้มักเกิดจากการเรียกขานของชุมชนหรือเอกลักษณ์บางอย่างที่ผู้คนจดจำร่วมกัน ในประสบการณ์ท่องเที่ยวจริง ชื่อที่จำง่ายช่วยให้วัดถูกพูดถึงและเดินทางตามรอยได้สะดวกขึ้น โดยเฉพาะสำหรับคนที่จัดทริปไหว้พระหลายวัดในอ่างทอง วันเดียวแล้วอยากจำจุดหมายให้ไม่สับสน การเรียก “วัดนก” จึงกลายเป็นเหมือนภาษาท่องเที่ยวที่ทำให้วัดราชปักษีมีตัวตนชัดในแผนที่ความทรงจำของผู้มาเยือน
สำหรับคนที่ตั้งใจมาชมพระนอนให้คุ้มค่า แนะนำให้ใช้เวลามององค์พระจากหลายระยะ เริ่มจากยืนห่างเพื่อดูสัดส่วนโดยรวมก่อน แล้วค่อยขยับเข้าใกล้เพื่อสังเกตรายละเอียดของการบูรณะและบรรยากาศโดยรอบ เพราะบางครั้งความงามของพระพุทธรูปไม่ได้อยู่แค่รูปทรง แต่คือความสัมพันธ์ระหว่างองค์พระกับพื้นที่ เช่น แสงที่ตกกระทบในช่วงเช้าหรือบ่ายแก่ เงาที่ทำให้เกิดมิติ และลมแม่น้ำที่ทำให้บรรยากาศสงบขึ้นโดยไม่ต้องพยายาม หากคุณชอบถ่ายภาพแบบเคารพสถานที่ การเลือกช่วงเวลาที่แสงนุ่มจะช่วยให้ภาพดูละมุนและคงความรู้สึกศรัทธาได้ดี โดยไม่จำเป็นต้องใช้การจัดฉากหรือรบกวนพื้นที่พิธีกรรม
ในมิติของการปฏิบัติธรรม วัดราชปักษีเป็นสถานที่ที่ชาวบ้านให้ความสำคัญกับกิจกรรมวันพระ มีการแสดงพระธรรมเทศนาและเชิญชวนพุทธศาสนิกชนเข้ามาศึกษาและปฏิบัติธรรมอย่างต่อเนื่อง การไปวัดในวันพระจึงให้ความรู้สึกต่างจากวันปกติ เพราะคุณจะได้เห็นการใช้งานพื้นที่จริงของชุมชน ได้สัมผัสบรรยากาศของการฟังธรรม การทำบุญ และการพบปะกันอย่างสุภาพสงบ หากคุณอยากให้ทริปไหว้พระมีความหมายมากกว่า “เช็กอิน” การเลือกไปในวันพระและตั้งใจฟังธรรมสักช่วงหนึ่งมักทำให้การมาเยือนครั้งนั้นกลายเป็นความทรงจำที่อยู่ได้นานกว่าเพียงภาพถ่าย
การเดินทาง ไปวัดราชปักษีทำได้ง่าย เพราะวัดอยู่ตามเส้นทางหลวงหมายเลข 309 (สายอ่างทอง–อยุธยา) บริเวณกิโลเมตรที่ 52–53 และอยู่ห่างจากตัวอำเภอเมืองอ่างทองไปทางทิศใต้ราว 3–4 กิโลเมตร หากขับรถส่วนตัวให้ใช้ถนนสายอ่างทอง–อยุธยาแล้วสังเกตป้ายหรือจุดกิโลเมตร จากนั้นเลี้ยวเข้าวัดตามทางเข้าที่เห็นได้ชัด เพราะเป็นเส้นทางหลักที่รถวิ่งผ่านตลอดวัน หากเดินทางด้วยรถสาธารณะ แนะนำให้เข้าตัวเมืองอ่างทองก่อน แล้วต่อรถรับจ้างหรือแท็กซี่ท้องถิ่นมายังวัด เนื่องจากระยะทางจากตัวเมืองมาไม่ไกลและเป็นเส้นทางตรง จึงเหมาะกับการจัดเป็นจุดแวะในทริปวันเดียวได้สบาย
เมื่อมาถึงวัด สิ่งที่ควรทำเพื่อให้การเยือนราบรื่นคือแต่งกายสุภาพ ลดเสียงพูดคุย และให้ความเคารพพื้นที่พิธีกรรม โดยเฉพาะบริเวณที่มีผู้มาสวดมนต์หรือปฏิบัติศาสนกิจ หากต้องการถ่ายภาพ แนะนำให้หลีกเลี่ยงการใช้แฟลชใกล้องค์พระหรือรบกวนผู้คนในพื้นที่ และควรเดินอย่างระมัดระวังไม่กีดขวางทางสัญจรของผู้สูงอายุหรือผู้มาทำบุญ นอกจากนี้ การเผื่อเวลาอย่างน้อย 45–90 นาทีจะช่วยให้คุณได้ไหว้พระนอน ชมพระรอดวชิรโมลี เดินรับลมริมแม่น้ำ และซึมซับบรรยากาศโดยไม่ต้องเร่งรีบ ซึ่งมักทำให้ความรู้สึก “ไปวัดแล้วใจสงบ” เกิดขึ้นได้จริงมากกว่าเข้ามาเพียงไม่กี่นาทีแล้วรีบออก
หากคุณกำลังวางแผนทริปอ่างทองแบบจริงจัง วัดราชปักษีเหมาะจะเป็นหนึ่งในจุดเริ่มต้นหรือจุดพักกลางทริป เพราะทำเลอยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองและเชื่อมต่อไปยังวัดสำคัญอื่น ๆ ได้สะดวก คุณสามารถจัดเส้นทางต่อไปยังวัดที่มีพระพุทธรูปองค์ใหญ่หรือวัดเก่าแก่ของจังหวัดได้ภายในวันเดียว เช่น วัดป่าโมก วัดไชโย หรือวัดม่วง การจัดทริปแบบนี้ทำให้คุณได้เห็นทั้งความศรัทธาในมิติ “พระนอน” ที่มีเอกลักษณ์ และความหลากหลายของศิลปกรรมวัดภาคกลางในจังหวัดเดียวกันอย่างคุ้มค่า โดยไม่ต้องขับรถไกลข้ามจังหวัดให้เหนื่อยเกินไป
| ชื่อสถานที่ | วัดราชปักษี (วัดนก) |
| ที่อยู่ | ตำบลโพสะ อำเภอเมืองอ่างทอง จังหวัดอ่างทอง 14000 |
| ทำเล/พิกัดโดยสังเขป | ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันออก ใกล้ถนนหลวงหมายเลข 309 (อ่างทอง–อยุธยา) กม.52–53 |
| สรุปสถานที่ | วัดชุมชนริมเจ้าพระยาที่เด่นด้วยพระพุทธไสยาสน์องค์ใหญ่ และพระรอดวชิรโมลี พร้อมเรื่องราวการอัญเชิญพระจากริมตลิ่งและบทบาทด้านการศึกษา/ปฏิบัติธรรม |
| จุดเด่นของสถานที่ | พระพุทธไสยาสน์องค์ใหญ่ (พระนอน) คล้ายวัดป่าโมกแต่ย่อมกว่า, พระรอดวชิรโมลี, บรรยากาศวัดริมแม่น้ำเจ้าพระยา, กิจกรรมฟังธรรมวันพระ |
| ยุคสมัย/ประวัติ | สันนิษฐานพระนอนมีอายุหลายร้อยปีสมัยอยุธยา (บูรณะใหม่); พระพุทธรูปสมัยพระเจ้าทรงธรรมราว พ.ศ.2163; เลื่อนพระเข้ามาประดิษฐาน พ.ศ.2490; ฉลองวิหาร พ.ศ.2502 และถวายพระนาม “พระรอดวชิรโมลี”; วิสุงคามสีมา 13 ก.พ.2491; โรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกธรรมเปิดสอนตั้งแต่ พ.ศ.2489 |
| หลักฐาน/สิ่งสำคัญภายในวัด | พระพุทธไสยาสน์ (พระนอน), พระรอดวชิรโมลี, พระวิหาร, พื้นที่วัดริมแม่น้ำเจ้าพระยา |
| ที่มาของชื่อ | ชื่อวัด “ราชปักษี” และชื่อเรียก “วัดนก” เป็นชื่อที่คนท้องถิ่น/นักท่องเที่ยวใช้เรียกเพื่อจดจำวัดได้ง่าย |
| วิธีการเดินทาง | ใช้ทางหลวง 309 (อ่างทอง–อยุธยา) ช่วง กม.52–53 จากตัวเมืองอ่างทองลงใต้ประมาณ 4 กม. แล้วเลี้ยวเข้าวัดตามทางเข้า |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | พื้นที่จอดรถ, จุดกราบไหว้/เดินชมภายในวัด, พื้นที่ทำบุญและร่วมกิจกรรมวันพระ (รายละเอียดอาจเปลี่ยนตามการจัดการของวัด) |
| ค่าเข้าชม | ไม่มีการระบุค่าเข้าชม (โดยทั่วไปวัดเข้าชมได้โดยไม่มีค่าบริการ) |
| สถานะปัจจุบัน | วัดใช้งานจริงของชุมชน เป็นศูนย์กลางการทำบุญ ปฏิบัติธรรม และการศึกษา |
| เจ้าอาวาส/ผู้ดูแลล่าสุด | พระครูสถิตวรธรรม อจลธมฺโม (โทร 089-801-5935) |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณ) | 1) วัดป่าโมกวรวิหาร – ประมาณ 12 กม. 2) วัดไชโยวรวิหาร – ประมาณ 18 กม. 3) วัดม่วง (หลวงพ่อใหญ่) – ประมาณ 26 กม. 4) วัดขุนอินทประมูล – ประมาณ 22 กม. 5) ตลาดศาลเจ้าโรงทอง (วิเศษชัยชาญ) – ประมาณ 35 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณ + เบอร์โทร) | 1) ครัวแม่มณีสี่แยกโพสะ – ประมาณ 3 กม. – โทร 082-689-4796 2) ครัวป้าแอ๊ด – ประมาณ 6 กม. – โทร 096-112-2000 3) บอกต่อ (bohk toh restaurant) – ประมาณ 9 กม. – โทร 065-275-1898 4) เล็กบ้านรอ – ประมาณ 7 กม. – โทร 035-612-070 5) 10/6 restaurant (ร้านสิบทับหก) – ประมาณ 7 กม. – โทร 035-611-654 |
| ที่พักใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณ + เบอร์โทร) | 1) โรงแรมสุพร แกรนด์ โฮเต็ล อ่างทอง (suphorn grand hotel) – ประมาณ 8 กม. – โทร 081-551-2828 2) โรงแรมบัวหลวงอ่างทอง (bualuang hotel) – ประมาณ 6 กม. – โทร 035-611-116 3) บัวหลวงบูทีค รีสอร์ท อ่างทอง (bualuang boutique resort) – ประมาณ 6 กม. – โทร 081-495-8884 4) อิคคิว2 อ่างทอง (ikkyu2 angthong) – ประมาณ 7 กม. – โทร 086-559-6642 5) ราชพฤกษ์ ดีซี รีสอร์ทอ่างทอง (rachaphruek dc resort) – ประมาณ 12 กม. – โทร 035-610-800 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดราชปักษี (วัดนก) อยู่ที่ไหน และไปอย่างไรให้ถึงง่ายที่สุด?
ตอบ: วัดอยู่ตำบลโพสะ อำเภอเมืองอ่างทอง ริมถนนหลวงหมายเลข 309 (อ่างทอง–อยุธยา) ช่วงกม.52–53 จากตัวเมืองลงใต้ประมาณ 4 กม. แล้วเลี้ยวเข้าวัดตามทางเข้า
ถาม: ไฮไลต์ของวัดราชปักษีที่ไม่ควรพลาดคืออะไร?
ตอบ: พระพุทธไสยาสน์องค์ใหญ่ (พระนอน) ที่เป็นศูนย์กลางศรัทธาของวัด และพระรอดวชิรโมลีซึ่งมีเรื่องราวการอัญเชิญ/เลื่อนจากริมแม่น้ำเข้ามาประดิษฐานในพื้นที่ที่มั่นคงกว่า
ถาม: “พระรอดวชิรโมลี” มีที่มาอย่างไร?
ตอบ: หลังชุมชนร่วมกันสร้างพระวิหารจนแล้วเสร็จและฉลองในปี พ.ศ.2502 ได้พร้อมใจกันถวายพระนามนิมิต “พระรอดวชิรโมลี” เพื่อสื่อความหมายว่าผ่านอุปสรรคต่าง ๆ มาได้อย่างราบรื่น และเป็นที่สักการะบูชาตามคติที่เล่าต่อกันมา
ถาม: หากอยากมาร่วมกิจกรรมทางธรรม ควรมาวันไหน?
ตอบ: แนะนำมาวันพระ เพราะวัดมีบทบาทเป็นศูนย์กลางการปฏิบัติธรรมของชุมชนและมีการแสดงพระธรรมเทศนาให้พุทธศาสนิกชนเข้าร่วมอย่างต่อเนื่อง
ถาม: ควรเผื่อเวลาเที่ยววัดราชปักษีประมาณกี่นาที?
ตอบ: แนะนำเผื่อเวลา 45–90 นาที เพื่อกราบไหว้พระนอน ไหว้พระรอดวชิรโมลี เดินชมบรรยากาศริมแม่น้ำ และทำบุญแบบไม่เร่งรีบ
ถาม: มีข้อควรปฏิบัติอะไรเป็นพิเศษในการเข้าชมวัด?
ตอบ: แต่งกายสุภาพ ลดเสียงพูดคุย เคารพพื้นที่พิธีกรรม ไม่ใช้แฟลชรบกวนผู้อื่น และเดินอย่างระมัดระวังโดยเฉพาะบริเวณที่มีผู้สูงอายุหรือผู้มาทำบุญ
แสดงความเห็น
| คำค้น (ขั้นสูง) |
Facebook Fanpage

หมวดหมู่:
กลุ่ม:
ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(
พระราชวัง(
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(
พิพิธภัณฑ์(
บ้านโบราณ และเมืองโบราณ(
สถานที่ท่องเที่ยวเชิงวิชาการ
ไร่ สวนเพื่อการศึกษา(
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(
โครงการในพระราชดำริ
โครงการหลวง(
วิถีชีวิต
หมู่บ้าน ชุมชน(
ตลาดท้องถิ่น(
ตลาดน้ำ(
ธรรมชาติ และสัตว์ป่า
แม่น้ำลำคลอง(
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(
บันเทิง และท่องเที่ยวเชิงเกษตร
ฟาร์ม, ไร่, สวน, สวนสาธารณะ และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(
กิจกรรมกลางแจ้ง และกิจกรรมผจญภัย(
ช้อปปิ้ง
ช้อปปิ้ง และตลาดกลางคืน(
บทความท่องเที่ยว, สูตรอาหาร
รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร(
เมนูอาหารภาคกลาง, สูตรอาหารภาคกลาง(