หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดเพชรบุรี > 20 ที่เที่ยวเพชรบุรีที่เที่ยวภาคกลางที่ดีที่สุด
TL;DR: 20 ที่เที่ยวเพชรบุรีที่เที่ยวภาคกลางที่ดีที่สุด.
20 ที่เที่ยวเพชรบุรีที่เที่ยวภาคกลางที่ดีที่สุด

20 ที่เที่ยวเพชรบุรี เที่ยวภาคกลางที่ดีที่สุด เพชรบุรีเป็นจังหวัดสำคัญของภาคกลางตอนล่างที่รวมเสน่ห์ของเมืองประวัติศาสตร์ พระราชวัง วัดเก่า ถ้ำ ภูเขา ป่าตะวันตก ชายหาด และวิถีชุมชนไว้ในพื้นที่เดียวกัน ทำเลของจังหวัดอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ และเป็นประตูเชื่อมการเดินทางลงสู่ภาคใต้ จึงเหมาะทั้งกับทริปสั้นแบบ 1–2 วัน และทริป 3–5 วันที่ต้องการเที่ยวแบบเจาะลึกตั้งแต่ตัวเมืองเพชรบุรีไปจนถึงชะอำ แก่งกระจาน บ้านแหลม และพื้นที่ชายฝั่งอ่าวไทย
หากมาเพชรบุรีเป็นครั้งแรก สถานที่เด่นที่ควรรู้จักก่อน ได้แก่ อุทยานประวัติศาสตร์พระนครคีรีหรือเขาวัง ถ้ำเขาหลวง หาดชะอำ อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน พะเนินทุ่ง พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน หาดเจ้าสำราญ หาดปึกเตียน วัดมหาธาตุวรวิหาร และพระรามราชนิเวศน์หรือพระราชวังบ้านปืน สถานที่ทั้ง 10 แห่งนี้ช่วยให้เห็นภาพเพชรบุรีครบทั้งประวัติศาสตร์ราชสำนัก ศิลปกรรมเมืองเพชร ธรรมชาติป่าตะวันตก ทะเล และวิถีเมืองตากอากาศ
ภูมิประเทศของเพชรบุรีมีความหลากหลายอย่างชัดเจน ด้านตะวันตกเป็นแนวเทือกเขาตะนาวศรีและผืนป่าขนาดใหญ่ที่เชื่อมต่อกับพื้นที่ธรรมชาติของประเทศไทยและเมียนมา โดยมีอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานเป็นหัวใจสำคัญ พื้นที่ตอนกลางเป็นที่ราบลุ่มและพื้นที่เกษตรกรรม ส่วนด้านตะวันออกทอดตัวออกสู่ชายฝั่งอ่าวไทย มีชายหาดสำคัญตั้งแต่บ้านแหลม หาดเจ้าสำราญ ปึกเตียน ไปจนถึงชะอำ
ความแตกต่างของภูมิประเทศทำให้การเที่ยวเพชรบุรีมีตัวเลือกหลากหลาย ภายในวันเดียวสามารถเดินชมพระราชวังบนเขาและวัดเก่าในตัวเมือง ขณะที่อีกวันสามารถออกไปดูนก เดินป่า ชมทะเลหมอก หรือพักผ่อนริมทะเลได้ จังหวัดจึงเหมาะกับทั้งครอบครัว คู่รัก นักท่องเที่ยวสายประวัติศาสตร์ สายธรรมชาติ สายถ่ายภาพ และผู้ที่เดินทางเพื่อชิมอาหารพื้นถิ่น
ประวัติศาสตร์เพชรบุรี มีความต่อเนื่องมายาวนานและมีหลักฐานของชุมชนโบราณหลายยุค ตัวเมืองมีบทบาทสำคัญมาตั้งแต่สมัยทวารวดี สุโขทัย และอยุธยา ก่อนจะมีความโดดเด่นอย่างมากในสมัยรัตนโกสินทร์ โดยเฉพาะเมื่อพระมหากษัตริย์หลายพระองค์ทรงเลือกพื้นที่เพชรบุรีเป็นสถานที่ประทับและแปรพระราชฐาน
เพชรบุรีจึงได้รับภาพจำในฐานะ “เมืองสามวัง” จากพระราชวังสำคัญ 3 แห่ง ได้แก่ พระนครคีรีซึ่งสร้างในสมัยรัชกาลที่ 4 พระรามราชนิเวศน์หรือพระราชวังบ้านปืนซึ่งสร้างในสมัยรัชกาลที่ 5 และพระราชนิเวศน์มฤคทายวันที่สร้างในสมัยรัชกาลที่ 6 แต่ละแห่งมีรูปแบบสถาปัตยกรรมและบริบททางประวัติศาสตร์แตกต่างกัน ทำให้สามารถใช้เส้นทางพระราชวังเป็นแกนหลักของการเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ได้อย่างน่าสนใจ
ศิลปวัฒนธรรมเมืองเพชร เป็นอีกหนึ่งเอกลักษณ์สำคัญ จังหวัดมีชื่อเสียงด้านช่างฝีมือ โดยเฉพาะงานปูนปั้น งานแกะสลักไม้ จิตรกรรม และงานประดับแบบไทย วัดหลายแห่งในตัวเมืองยังเก็บรักษาผลงานของช่างเพชรไว้ เช่น วัดมหาธาตุวรวิหาร วัดใหญ่สุวรรณาราม และวัดเก่าอื่น ๆ ที่สะท้อนความละเอียดของศิลปกรรมท้องถิ่น
เพชรบุรียังมีประเพณีและเทศกาลที่สัมพันธ์กับประวัติศาสตร์และความศรัทธา โดยเฉพาะ งานพระนครคีรี–เมืองเพชร ซึ่งใช้พระนครคีรีเป็นศูนย์กลางและนำเสนอการแสดงทางวัฒนธรรม อาหารพื้นบ้าน งานช่าง และอัตลักษณ์ของจังหวัด นอกจากนี้ยังมีประเพณีทางพระพุทธศาสนาและงานบุญตามชุมชนต่าง ๆ ที่ยังคงมีบทบาทในชีวิตประจำวัน
อาหารเพชรบุรี เป็นส่วนที่ไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะวัตถุดิบอย่าง น้ำตาลโตนด ซึ่งมีความผูกพันกับภูมิทัศน์และวิถีเกษตรกรรมของเมืองเพชรมายาวนาน ขนมที่มีชื่อเสียงที่สุดคือขนมหม้อแกง รวมถึงทองหยิบ ทองหยอด เม็ดขนุน และขนมไทยชนิดต่าง ๆ ที่ใช้ความหวานหอมของน้ำตาลโตนดเป็นเอกลักษณ์
อาหารคาวก็มีเอกลักษณ์ไม่แพ้กัน เช่น แกงหัวตาล และอาหารพื้นบ้านที่ใช้วัตถุดิบจากพื้นที่เกษตรกรรม ขณะที่บริเวณชายฝั่งบ้านแหลม หาดเจ้าสำราญ ปึกเตียน และชะอำมีอาหารทะเลสดเป็นจุดเด่น การเที่ยวเพชรบุรีจึงสามารถจัดเป็นเส้นทางชิมอาหารควบคู่กับประวัติศาสตร์และธรรมชาติได้อย่างลงตัว
สำหรับการแบ่งโซนท่องเที่ยว สามารถมองเพชรบุรีออกเป็น 4 กลุ่มหลัก คือ ตัวเมืองเพชรบุรี สำหรับพระราชวัง วัด และเมืองเก่า, แก่งกระจาน สำหรับป่า เขื่อน ดูนก และทะเลหมอก, ชายฝั่งบ้านแหลม–เจ้าสำราญ–ปึกเตียน สำหรับทะเลและอาหารทะเล และ ชะอำ–มฤคทายวัน สำหรับเมืองตากอากาศ ชายหาด และพระราชวังริมทะเล การแบ่งเที่ยวตามโซนช่วยลดเวลาขับรถย้อนเส้นทางและทำให้จัดทริป 3–5 วันได้ง่ายขึ้น

1. อุทยานประวัติศาสตร์พระนครคีรี (เขาวัง) เป็นแลนด์มาร์กสำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของจังหวัดเพชรบุรี ตั้งอยู่บนภูเขากลางเมืองที่มีความสูงประมาณ 95 เมตร และประกอบด้วยยอดเขา 3 ยอด พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 โปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระราชวังสำหรับเสด็จแปรพระราชฐานขึ้นที่นี่ และพระราชทานนามว่า “พระนครคีรี” ขณะที่ชาวเพชรบุรีนิยมเรียกสั้น ๆ ว่า “เขาวัง”
ไฮไลต์: จุดเด่นของพระนครคีรีคือการรวมพระราชวัง วัด พระธาตุ อาคารราชการ และจุดชมวิวไว้บนแนวสันเขาเดียวกัน นักท่องเที่ยวสามารถเห็นทั้งพระที่นั่งและสถาปัตยกรรมแบบตะวันตกผสมจีน พร้อมกับชมทิวทัศน์เมืองเพชรบุรีจากมุมสูง ถือเป็นสถานที่ที่รวมประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรม และภูมิทัศน์เข้าด้วยกันอย่างชัดเจน
พระนครคีรีสร้างแล้วเสร็จในปี 2403 โดยมีเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ หรือช่วง บุนนาค เป็นแม่กองก่อสร้าง การวางผังแบ่งพื้นที่ออกตามยอดเขาทั้ง 3 ยอด ยอดด้านตะวันออกเกี่ยวข้องกับวัดและพื้นที่ศาสนา ยอดกลางเป็นที่ตั้งของพระธาตุจอมเพชร ส่วนยอดด้านตะวันตกเป็นกลุ่มพระที่นั่งและอาคารของพระราชวัง
หนึ่งในส่วนที่น่าสนใจคือ วัดพระแก้ว ซึ่งเป็นวัดประจำพระราชวังพระนครคีรี ขณะที่บริเวณไหล่เขาด้านตะวันออกมีวัดมหาสมณารามซึ่งภายในพระอุโบสถมีจิตรกรรมฝีมือขรัวอินโข่ง ศิลปินสำคัญในช่วงต้นรัตนโกสินทร์ จึงเหมาะกับผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์ศิลป์ควบคู่กับการเที่ยวพระราชวัง
ยอดกลางมี พระธาตุจอมเพชร ซึ่งเป็นจุดเด่นทางสายตาและสามารถมองเห็นพื้นที่พระราชวังบนยอดอื่น รวมถึงตัวเมืองเพชรบุรีได้กว้าง ส่วนยอดด้านตะวันตกมีอาคารสำคัญหลายแห่ง เช่น พระที่นั่งเพชรภูมิไพโรจน์ พระที่นั่งปราโมทย์มไหสวรรย์ พระที่นั่งเวชยันต์วิเชียรปราสาท และหอชัชวาลเวียงชัย
การเที่ยวพระนครคีรีควรเผื่ออย่างน้อยครึ่งวัน หากต้องการชมพิพิธภัณฑ์และเดินครบทั้ง 3 ยอดควรมีเวลามากกว่านั้น ผู้ที่ไม่ต้องการเดินขึ้นเขาสามารถใช้บริการรถรางไฟฟ้าขึ้นสู่พื้นที่ด้านบนได้ แต่ภายในอุทยานยังต้องเดินระหว่างอาคารและยอดเขาหลายช่วง ควรสวมรองเท้าที่เดินสะดวกและเตรียมน้ำดื่ม
การเดินทาง: พระนครคีรีตั้งอยู่บนถนนคีรีรัถยา ตำบลคลองกระแซง อำเภอเมืองเพชรบุรี อยู่ใกล้ใจกลางเมืองและมองเห็นยอดเขาได้ชัดจากถนนเพชรเกษม ผู้เดินทางจากกรุงเทพฯ ใช้ทางหลวงหมายเลข 4 เข้าตัวเมืองเพชรบุรีแล้วตามป้ายพระนครคีรี มีทั้งทางเดินขึ้นเขาและรถรางไฟฟ้าให้เลือกตามความเหมาะสม
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=13.109975,99.938170&travelmode=driving

2. ถ้ำเขาหลวง เป็นถ้ำธรรมชาติและศาสนสถานสำคัญในตำบลธงชัย อำเภอเมืองเพชรบุรี อยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองและพระนครคีรี ภายในถ้ำมีทั้งหินงอกหินย้อย พระพุทธรูป และช่องเปิดจากเพดานถ้ำที่ทำให้แสงธรรมชาติส่องลงสู่พื้นด้านล่าง เกิดเป็นภาพที่เป็นเอกลักษณ์และทำให้ถ้ำเขาหลวงเป็นหนึ่งในถ้ำที่มีชื่อเสียงที่สุดของภาคกลาง
ไฮไลต์: ภาพจำของถ้ำเขาหลวงคือช่วงเวลาที่ลำแสงจากช่องบนเพดานตกลงมายังพื้นที่ภายในถ้ำ เมื่อสภาพอากาศและมุมของดวงอาทิตย์เหมาะสม แสงจะตัดกับความมืดของถ้ำและพระพุทธรูปที่ประดิษฐานอยู่ด้านล่าง สร้างบรรยากาศทั้งสงบและมีมิติทางศรัทธา
ถ้ำแห่งนี้มีความสัมพันธ์กับราชสำนักในสมัยรัตนโกสินทร์ และภายในมีพระพุทธรูปจำนวนมาก ทำให้การมาเยือนไม่ได้เป็นเพียงการชมธรณีวิทยาหรือถ่ายภาพธรรมชาติ แต่ยังเป็นการสัมผัสพื้นที่ทางศาสนาที่คนท้องถิ่นให้ความเคารพ
เส้นทางลงถ้ำมีบันไดและระดับความลาดชัน นักท่องเที่ยวควรใช้รองเท้าที่เกาะพื้นได้ดี โดยเฉพาะวันที่พื้นชื้น ผู้สูงอายุหรือผู้มีข้อจำกัดด้านการเดินควรประเมินความพร้อมก่อนลงไปยังพื้นที่ลึกของถ้ำ
บริเวณรอบเขามีลิงอาศัยอยู่ นักท่องเที่ยวควรเก็บอาหารและของใช้ให้มิดชิด ไม่ถือถุงอาหารล่อสายตาลิง และไม่ให้อาหารสัตว์จากมือโดยตรง หากเดินทางพร้อมเด็กควรดูแลอย่างใกล้ชิดตั้งแต่บริเวณที่จอดรถจนถึงทางเข้าถ้ำ
ถ้ำเขาหลวงสามารถจัดในวันเดียวกับพระนครคีรี วัดมหาธาตุวรวิหาร และพระรามราชนิเวศน์ได้ เพราะอยู่ในเขตอำเภอเมืองเพชรบุรีทั้งหมด หากเริ่มต้นช่วงเช้าจะสามารถเที่ยวหลายจุดได้โดยไม่ต้องเร่งมาก
การเดินทาง: จากตัวเมืองเพชรบุรีใช้เส้นทางไปตำบลธงชัยและตามป้ายถ้ำเขาหลวง ระยะทางจากเขาวังไม่ไกล รถยนต์ส่วนตัวสะดวกที่สุด ก่อนลงถ้ำควรตรวจเวลาเปิดและสภาพพื้นที่ โดยวันจันทร์–ศุกร์เปิดประมาณ 08:00–16:00 น. และวันเสาร์–อาทิตย์ประมาณ 08:00–17:00 น.
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=13.137548,99.933250&travelmode=driving

3. หาดชะอำ เป็นชายหาดสำคัญของอ่าวไทยตอนบนและเป็นหนึ่งในเมืองตากอากาศที่คนไทยรู้จักดีที่สุด จุดแข็งของชะอำคือแนวชายหาดที่ยาว เดินทางจากกรุงเทพฯ ได้ง่าย มีโรงแรม ร้านอาหารทะเล ร้านค้า และบริการท่องเที่ยวครบ จึงเหมาะทั้งกับครอบครัว คู่รัก และผู้ที่ต้องการทริปทะเลแบบไม่ต้องวางแผนซับซ้อน
ไฮไลต์: ชายหาดมีพื้นที่ค่อนข้างกว้างและสามารถเดินเล่นตามแนวทะเลได้ยาว หลายช่วงของปีน้ำค่อนข้างตื้นและคลื่นไม่แรงมาก ทำให้เป็นชายหาดยอดนิยมสำหรับครอบครัว นักท่องเที่ยวสามารถนั่งเก้าอี้ผ้าใบใต้ร่ม รับประทานอาหารทะเล เล่นน้ำ เดินชายหาด หรือทำกิจกรรมทางน้ำตามจุดที่มีผู้ให้บริการ
ชะอำมีเสน่ห์จากการผสมระหว่างเมืองตากอากาศกับชุมชนชายทะเล แม้จะมีโรงแรมและบริการจำนวนมาก แต่ยังมองเห็นวิถีของร้านอาหารท้องถิ่น ผู้ประกอบการริมทะเล และชุมชนที่พึ่งพาการท่องเที่ยวกับประมงควบคู่กัน
พื้นที่เหมาะกับการพัก 1–2 คืน เพราะสามารถใช้ชะอำเป็นฐานไปเที่ยว พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน วนอุทยานชะอำ หรือขับเข้าเมืองเพชรบุรีเพื่อเที่ยวเขาวังและวัดเก่าได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนที่พักทุกวัน
ช่วงเช้าตรู่เหมาะกับการเดินชายหาดและชมบรรยากาศชุมชน ขณะที่ช่วงเย็นอากาศสบายและมีร้านอาหารริมทะเลเปิดให้บริการมากขึ้น วันหยุดและเทศกาลจะมีผู้คนจำนวนมาก ผู้ที่ต้องการบรรยากาศสงบควรเลือกวันธรรมดา
ผู้ที่ลงเล่นน้ำควรสังเกตสภาพคลื่นและคำแนะนำในพื้นที่จริง กิจกรรมเช่นเจ็ตสกีหรือบานาน่าโบ๊ตควรสอบถามราคาและเงื่อนไขก่อนใช้บริการทุกครั้ง
การเดินทาง: จากกรุงเทพฯ ใช้ทางหลวงหมายเลข 4 หรือถนนเพชรเกษมลงใต้เข้าสู่อำเภอชะอำ จากตัวเมืองเพชรบุรีถึงชะอำประมาณ 41 กิโลเมตร เมื่อถึงทางแยกหลักเข้าสู่ชายหาดขับต่อประมาณ 2 กิโลเมตรก็จะถึงแนวหาด สามารถเดินทางได้ทั้งรถยนต์ รถโดยสาร และรถไฟ
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=12.794277,99.984233&travelmode=driving

4. อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เป็นผืนป่าขนาดใหญ่ทางตะวันตกของจังหวัดเพชรบุรีและเป็นหนึ่งในพื้นที่ธรรมชาติที่สำคัญที่สุดของประเทศไทย อุทยานครอบคลุมภูเขา ป่าดิบ ป่าเบญจพรรณ ลำธาร และระบบนิเวศที่มีความหลากหลายสูง ทำให้เป็นจุดหมายหลักของนักดูนก นักถ่ายภาพสัตว์ป่า และผู้ที่ต้องการสัมผัสธรรมชาติแบบจริงจัง
ไฮไลต์: แก่งกระจานมีชื่อเสียงทั้งในเรื่องความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่า สัตว์ป่า นกจำนวนมาก และเส้นทางขึ้นสู่พะเนินทุ่ง จุดชมทะเลหมอกระดับประเทศ นอกจากนี้พื้นที่รอบเขื่อนแก่งกระจานยังเหมาะกับการพักผ่อน ตั้งแคมป์ และชมวิวภูเขากับผืนน้ำ
ความสำคัญของพื้นที่ไม่ได้จำกัดอยู่ที่การท่องเที่ยว เพราะผืนป่าแก่งกระจานเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มป่าแก่งกระจานที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติจากองค์การยูเนสโก สะท้อนคุณค่าด้านระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพในระดับนานาชาติ
ผู้ที่มาดูนกควรเริ่มกิจกรรมตั้งแต่เช้าตรู่ เนื่องจากพื้นที่เป็นหนึ่งในจุดดูนกชั้นนำของประเทศไทย และมีทั้งนกประจำถิ่นกับนกอพยพตามฤดูกาล ส่วนผู้ที่สนใจสัตว์ป่าควรรักษาระยะ ไม่ส่งเสียงดัง และไม่ให้อาหารสัตว์ทุกชนิด
การเที่ยวแก่งกระจานควรวางแผนล่วงหน้ามากกว่าสถานที่ทั่วไป เพราะบางพื้นที่มีข้อกำหนดเรื่องเวลาเข้าออก จำนวนรถ สภาพเส้นทาง และการปิดตามฤดูกาลเพื่อฟื้นฟูธรรมชาติ การเดินทางไปพะเนินทุ่งหรือพื้นที่ลึกควรตรวจประกาศล่าสุดของอุทยานก่อนออกเดินทาง
หากต้องการเที่ยวแบบสบายสามารถเลือกพักบริเวณเขื่อนและพื้นที่รอบที่ทำการอุทยาน ขณะที่นักเดินทางสายธรรมชาติจริงจังควรเผื่ออย่างน้อย 2 วันเพื่อมีเวลาเข้าป่า ดูนก และขึ้นพะเนินทุ่งโดยไม่เร่งรีบ
การเดินทาง: จากตัวเมืองเพชรบุรีใช้เส้นทางมุ่งหน้าอำเภอแก่งกระจาน รถยนต์ส่วนตัวสะดวกที่สุด เมื่อเข้าสู่พื้นที่อุทยานให้ปฏิบัติตามเส้นทางและเวลาที่เจ้าหน้าที่กำหนด หากจะเดินทางต่อไปพื้นที่สูงหรือเส้นทางธรรมชาติ ควรสอบถามสภาพถนนและข้อจำกัดก่อนทุกครั้ง
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=12.891131,99.628143&travelmode=driving

5. พะเนินทุ่ง เป็นจุดชมวิวบนพื้นที่สูงภายในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานและเป็นหนึ่งในสถานที่ชมทะเลหมอกที่มีชื่อเสียงที่สุดของประเทศไทย จุดเด่นคือมีโอกาสเห็นทะเลหมอกลอยเหนือแนวเทือกเขาได้หลายช่วงของปี โดยไม่จำเป็นต้องรอเฉพาะฤดูหนาว
ไฮไลต์: จุดชมวิวพะเนินทุ่งเปิดมุมมองออกไปยังแนวภูเขาสลับซับซ้อนของผืนป่าแก่งกระจาน ช่วงเช้าหากความชื้นและสภาพอากาศเหมาะสมจะเห็นหมอกปกคลุมตามหุบเขา ขณะที่ยอดเขาโผล่เหนือหมอกเป็นชั้น ๆ สร้างภาพที่เป็นเอกลักษณ์ของพื้นที่
เส้นทางขึ้นพะเนินทุ่งผ่านพื้นที่ป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์สูง จึงเป็นเส้นทางยอดนิยมของนักดูนกและผู้สนใจสัตว์ป่า ระหว่างทางอาจพบร่องรอยหรือสัตว์ในธรรมชาติ แต่ควรสังเกตจากระยะที่ปลอดภัยและไม่หยุดรถกีดขวางเส้นทาง
การขึ้นพะเนินทุ่งแตกต่างจากการขับรถไปจุดชมวิวทั่วไป เพราะเส้นทางบางช่วงเป็นถนนในพื้นที่อุทยาน มีข้อจำกัดด้านเวลาและทิศทางการขึ้นลงตามการจัดการจราจร รวมทั้งอาจปิดในบางฤดูกาล นักท่องเที่ยวต้องตรวจข้อมูลกับอุทยานก่อนเดินทางทุกครั้ง
ผู้ที่ต้องการชมทะเลหมอกช่วงเช้าควรพักในโซนแก่งกระจานหรือพื้นที่ใกล้เคียงคืนก่อนหน้า เพื่อไม่ต้องขับรถจากตัวเมืองเพชรบุรีในช่วงกลางดึก และควรเตรียมเสื้อกันลม รองเท้าที่เหมาะกับพื้นที่ธรรมชาติ น้ำดื่ม และอุปกรณ์กันฝนตามฤดูกาล
พะเนินทุ่งเหมาะกับการจัดเป็นทริปเดียวกับอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ไม่ควรวางเป็นจุดแวะสั้น ๆ ระหว่างสถานที่หลายแห่ง เพราะเวลาเดินทางและข้อกำหนดของเส้นทางจำเป็นต้องใช้การวางแผนมากกว่าปกติ
การเดินทาง: ต้องเข้าสู่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานและใช้เส้นทางภายในอุทยานไปยังพะเนินทุ่ง รถที่ใช้ควรเหมาะกับสภาพถนนในช่วงนั้น และต้องปฏิบัติตามช่วงเวลาขึ้น–ลงของอุทยานอย่างเคร่งครัด ควรตรวจประกาศล่าสุดก่อนวันเดินทางทุกครั้ง
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=12.824264,99.365502&travelmode=driving

6. พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน เป็นพระราชวังริมทะเลในพื้นที่ชะอำที่สร้างขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 และเป็นหนึ่งในพระราชวังที่มีเอกลักษณ์ด้านสถาปัตยกรรมมากที่สุดของประเทศไทย ตัวอาคารเป็นพระตำหนักไม้ยกพื้นสูง เชื่อมต่อกันด้วยทางเดินยาวและออกแบบให้รับลมทะเลได้ดี
ไฮไลต์: สถาปัตยกรรมของพระราชนิเวศน์โดดเด่นด้วยอาคารไม้สีอ่อน หลังคาทรงปั้นหยา เสาเรียงตัวเป็นจังหวะ และระเบียงทางเดินที่เชื่อมพระตำหนักหลายส่วนเข้าด้วยกัน เมื่อมองผ่านแนวต้นไม้และสนามเปิดจะเห็นความโปร่งเบาของอาคารที่เหมาะกับสภาพอากาศชายทะเลอย่างชัดเจน
พระราชวังสร้างขึ้นเพื่อเป็นสถานที่ประทับแปรพระราชฐานของรัชกาลที่ 6 และได้รับสมญานามในเชิงการท่องเที่ยวว่าเป็น “พระราชวังแห่งความรักและความหวัง” บรรยากาศของพื้นที่มีความสงบและแตกต่างจากพระราชวังขนาดใหญ่ในเมือง เพราะให้ความรู้สึกเหมือนบ้านพักตากอากาศของราชสำนักริมทะเล
ผู้มาเยือนควรเผื่อเวลาเดินชมอาคารและพื้นที่สวนอย่างน้อย 1–2 ชั่วโมง การแต่งกายควรสุภาพและปฏิบัติตามข้อกำหนดของพื้นที่อนุรักษ์ โดยเฉพาะเรื่องการถ่ายภาพและการขึ้นชมอาคารบางส่วน ซึ่งอาจมีข้อจำกัดตามการดูแลรักษาในแต่ละช่วง
สถานที่เหมาะกับผู้สนใจประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรม และการถ่ายภาพ รวมถึงสามารถจัดร่วมกับ หาดชะอำ ได้อย่างง่ายดาย หากพักชะอำสามารถมาเที่ยวพระราชนิเวศน์ช่วงเช้าหรือช่วงสาย ก่อนกลับไปพักผ่อนริมทะเลในช่วงบ่าย
เนื่องจากเป็นอาคารไม้เก่าแก่ การบูรณะและการเปิดพื้นที่บางส่วนอาจมีการปรับเปลี่ยนตามแผนอนุรักษ์ นักท่องเที่ยวจึงควรตรวจวันเปิดและเงื่อนไขการเข้าชมก่อนเดินทางเพื่อไม่ให้เสียเที่ยว
การเดินทาง: ตั้งอยู่ในพื้นที่อำเภอชะอำ ระหว่างชะอำและหัวหิน ใช้ถนนเพชรเกษมแล้วเลี้ยวเข้าสู่พื้นที่พระราชนิเวศน์ตามป้าย จากหาดชะอำเดินทางประมาณไม่กี่กิโลเมตร รถยนต์และรถรับจ้างสะดวกที่สุด
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=12.697773,99.962946&travelmode=driving

7. หาดเจ้าสำราญ เป็นชายหาดเก่าแก่ของจังหวัดเพชรบุรี ตั้งอยู่ในอำเภอเมืองเพชรบุรีและอยู่ใกล้ตัวเมืองมากกว่าชะอำ จุดเด่นคือบรรยากาศค่อนข้างเรียบง่ายและเป็นชุมชนชายทะเล เหมาะกับผู้ที่ต้องการพักผ่อนริมอ่าวไทยโดยไม่ต้องอยู่ท่ามกลางเมืองตากอากาศขนาดใหญ่
ไฮไลต์: หาดเจ้าสำราญมีแนวชายหาดสำหรับเดินเล่น รับลม และชมพระอาทิตย์ขึ้น บรรยากาศในช่วงเช้ามีความสงบและสามารถเห็นวิถีของชาวประมงในพื้นที่ได้มากกว่าชายหาดเมืองท่องเที่ยวขนาดใหญ่
ชื่อของหาดมีความเชื่อมโยงกับเรื่องราวการเสด็จประพาสและการพักผ่อนของพระมหากษัตริย์ในอดีต ทำให้สถานที่มีทั้งความหมายด้านการท่องเที่ยวและเรื่องเล่าทางประวัติศาสตร์ของเพชรบุรี
บริเวณชายหาดมีที่พักและร้านอาหารทะเลหลายแห่ง เหมาะกับการพักค้าง 1 คืนเพื่อชมบรรยากาศช่วงเช้า นักท่องเที่ยวที่เน้นอาหารสามารถใช้หาดเจ้าสำราญเป็นฐานไปต่อยังโซนบ้านแหลมและแหลมผักเบี้ย ซึ่งมีชุมชนประมงและร้านอาหารทะเลเด่นหลายแห่ง
พื้นที่เหมาะกับครอบครัว คู่รัก และผู้ที่ต้องการหลีกเลี่ยงความคึกคักแบบชะอำ แต่การลงเล่นน้ำควรตรวจสภาพคลื่นและน้ำในวันจริง เนื่องจากลักษณะชายฝั่งอ่าวไทยสามารถเปลี่ยนตามฤดูกาลและสภาพอากาศ
สามารถจัดร่วมกับ หาดปึกเตียน และพื้นที่แหลมผักเบี้ยได้ในวันเดียว หรือใช้เป็นจุดพักก่อนเข้าเที่ยวตัวเมืองเพชรบุรีในวันถัดไป เพราะระยะทางจากเมืองไม่ไกล
การเดินทาง: จากตัวเมืองเพชรบุรีใช้เส้นทางมุ่งหน้าสู่ชายฝั่งหาดเจ้าสำราญ รถยนต์ส่วนตัวสะดวกที่สุด ใช้เวลาเดินทางไม่นานจากเมือง และสามารถต่อเส้นทางเลียบชายฝั่งไปหาดปึกเตียนหรือแหลมผักเบี้ยได้
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=13.005946,100.065663&travelmode=driving

8. หาดปึกเตียน เป็นชายหาดในพื้นที่ตำบลปึกเตียน อำเภอท่ายาง มีชื่อเสียงจากประติมากรรมตัวละครวรรณคดีที่ตั้งอยู่ริมทะเล โดยเฉพาะรูปนางผีเสื้อสมุทรจากเรื่องพระอภัยมณี ทำให้หาดแห่งนี้มีภาพจำแตกต่างจากชายหาดอื่นของเพชรบุรีอย่างชัดเจน
ไฮไลต์: ประติมากรรมวรรณคดีริมทะเลเป็นจุดที่คนรู้จักมากที่สุด เมื่อระดับน้ำเปลี่ยน ภาพของรูปปั้นกับทะเลและแนวชายฝั่งก็ให้บรรยากาศต่างกัน จึงเป็นจุดถ่ายภาพยอดนิยมและเหมาะกับผู้สนใจความเชื่อมโยงระหว่างวรรณกรรมไทยกับการท่องเที่ยว
เรื่องพระอภัยมณีของสุนทรภู่เป็นวรรณคดีสำคัญของไทย และการนำตัวละครมาเป็นส่วนหนึ่งของภูมิทัศน์หาดปึกเตียนทำให้พื้นที่มีลักษณะเฉพาะ แตกต่างจากหาดที่เน้นเพียงการเล่นน้ำหรือพักผ่อน
บรรยากาศของหาดโดยรวมค่อนข้างสงบ มีร้านอาหารทะเลและที่พักกระจายอยู่ใกล้ชายฝั่ง เหมาะกับการแวะเที่ยวระหว่างเส้นทางหาดเจ้าสำราญกับชะอำ หรือใช้เป็นจุดพักแบบไม่เร่งรีบ
สภาพชายหาดและระดับน้ำเปลี่ยนแปลงได้ตามฤดูกาล นักท่องเที่ยวควรระมัดระวังเมื่อลงไปใกล้รูปปั้นในช่วงน้ำขึ้นหรือคลื่นแรง และควรเลือกพื้นที่เล่นน้ำที่ปลอดภัยแทนการเข้าใกล้โครงสร้างในทะเล
สามารถจัดเส้นทางร่วมกับ หาดเจ้าสำราญ ซึ่งอยู่ไม่ไกล รวมถึงเดินทางต่อไปแหลมผักเบี้ยหรือชะอำได้ตามแผนทริป ผู้ที่ชอบอาหารทะเลสามารถใช้เส้นทางนี้เป็นทริปชายฝั่งเต็มวัน
การเดินทาง: จากตัวเมืองเพชรบุรีใช้เส้นทางลงชายฝั่งแล้วมุ่งสู่ตำบลปึกเตียน หรือเดินทางจากหาดเจ้าสำราญตามถนนเลียบพื้นที่ชายฝั่ง รถยนต์ส่วนตัวเหมาะที่สุดสำหรับเชื่อมหลายหาดในวันเดียว
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=12.947263,100.034003&travelmode=driving

9. วัดมหาธาตุวรวิหาร เป็นพระอารามสำคัญใจกลางเมืองเพชรบุรีและเป็นหนึ่งในสถานที่ที่สะท้อนชื่อเสียงของ “ช่างเมืองเพชร” ได้ชัดเจนที่สุด วัดมีประวัติยาวนานและโดดเด่นด้วยพระปรางค์ งานปูนปั้น และศิลปกรรมที่แสดงฝีมือของช่างท้องถิ่นหลายยุค
ไฮไลต์: กลุ่มพระปรางค์เป็นจุดเด่นทางสถาปัตยกรรมที่มองเห็นได้จากหลายพื้นที่ในเมือง ภายในวัดยังมีงานปูนปั้นประดับอาคารและรายละเอียดทางศิลปกรรมที่ควรใช้เวลาเดินชมใกล้ ๆ เพื่อเห็นความละเอียดของลวดลาย
เพชรบุรีมีชื่อเสียงด้านงานปูนปั้นมาอย่างยาวนาน และวัดมหาธาตุเป็นหนึ่งในสถานที่สำคัญที่ช่วยให้เข้าใจพัฒนาการของงานช่างเหล่านี้ นักท่องเที่ยวที่สนใจศิลปะไทยสามารถใช้วัดเป็นจุดเริ่มต้นก่อนเดินทางไปวัดเก่าแห่งอื่นในเมือง
นอกจากคุณค่าด้านศิลปกรรม วัดยังเป็นศูนย์กลางทางศาสนาของชุมชนและมีผู้คนเดินทางมากราบไหว้พระอย่างต่อเนื่อง ผู้มาเยือนควรแต่งกายสุภาพและรักษาความสงบเมื่อเข้าเขตพระอุโบสถหรือพื้นที่ประกอบพิธี
ที่ตั้งของวัดอยู่ใจกลางเมือง ทำให้สามารถเที่ยวร่วมกับตลาดเมืองเพชร ร้านขนมหม้อแกง พระนครคีรี และพระรามราชนิเวศน์ได้ง่าย เหมาะกับการจัดเป็นเส้นทางครึ่งวันสำหรับสายประวัติศาสตร์และศิลปวัฒนธรรม
ผู้ที่ชอบถ่ายภาพควรสังเกตรายละเอียดปูนปั้นและองค์ประกอบรอบพระปรางค์มากกว่าถ่ายเฉพาะภาพรวม เพราะเสน่ห์ของวัดอยู่ที่ฝีมือช่างและรายละเอียดทางศิลปะที่สะสมอยู่ตามอาคารหลายส่วน
การเดินทาง: วัดตั้งอยู่ในเขตเมืองเพชรบุรี สามารถเดินทางจากพระนครคีรีหรือย่านตลาดเก่าได้ภายในเวลาไม่นาน รถยนต์ รถจักรยานยนต์ และรถรับจ้างในเมืองเข้าถึงได้สะดวก
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=13.105563,99.947061&travelmode=driving

10. พระรามราชนิเวศน์ (พระราชวังบ้านปืน) เป็นพระราชวังสำคัญในตัวเมืองเพชรบุรีและเป็นหนึ่งใน “สามวัง” ที่สร้างชื่อให้จังหวัด เดิมสร้างขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 โดยมีลักษณะสถาปัตยกรรมแบบยุโรปแตกต่างอย่างชัดเจนจากพระนครคีรีและพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน
ไฮไลต์: ตัวพระราชวังโดดเด่นด้วยรูปแบบสถาปัตยกรรมยุโรปที่มีความสมมาตร อาคารสีอ่อน หน้าต่างและช่องเปิดเรียงตัวเป็นระเบียบ รวมถึงรายละเอียดการตกแต่งภายในที่สะท้อนรสนิยมของราชสำนักไทยในช่วงที่ประเทศกำลังรับอิทธิพลจากยุโรป
พระราชวังเริ่มสร้างในปลายรัชกาลที่ 5 และดำเนินการต่อในสมัยรัชกาลที่ 6 จึงเป็นสถานที่ที่ช่วยอธิบายพัฒนาการของสถาปัตยกรรมราชสำนักช่วงเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ศตวรรษที่ 20 ได้อย่างชัดเจน
บรรยากาศภายในพื้นที่แตกต่างจากเขาวัง เพราะเป็นพระราชวังบนพื้นที่ราบ ไม่ต้องเดินขึ้นเขา และสามารถชมสถาปัตยกรรมของอาคารได้ใกล้ชิด เหมาะกับผู้สูงอายุ ครอบครัว และผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์แต่ไม่ต้องการเดินทางไกล
ผู้มาเยือนควรตรวจข้อกำหนดเรื่องการถ่ายภาพภายในอาคารและพื้นที่ที่เปิดให้เข้าชม เนื่องจากเป็นสถานที่ประวัติศาสตร์ที่อยู่ภายใต้การดูแลและอาจมีการจำกัดบางส่วนตามการใช้งานหรือการอนุรักษ์
พระรามราชนิเวศน์สามารถจัดร่วมกับ พระนครคีรีวัดมหาธาตุวรวิหาร และ ถ้ำเขาหลวง ในเส้นทางตัวเมืองเพชรบุรีได้อย่างลงตัว หากมีเวลา 1 วันสามารถเที่ยวสถานที่สำคัญด้านประวัติศาสตร์ของเมืองได้หลายแห่งโดยไม่ต้องเดินทางออกนอกอำเภอ
การเดินทาง: พระราชวังตั้งอยู่ในตัวเมืองเพชรบุรี ภายในพื้นที่ที่เข้าถึงด้วยรถยนต์ได้สะดวก จากถนนเพชรเกษมสามารถเข้าสู่เมืองตามป้ายพระรามราชนิเวศน์หรือพระราชวังบ้านปืน ระยะทางจากพระนครคีรีไม่ไกล เหมาะกับการจัดไว้ในวันเดียวกัน
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=13.092975,99.948491&travelmode=driving

11. วัดใหญ่สุวรรณารามวรวิหาร เป็นพระอารามหลวงเก่าแก่ในตำบลท่าราบ อำเภอเมืองเพชรบุรี และเป็นหนึ่งในสถานที่ที่ควรไปสำหรับผู้ที่ต้องการเข้าใจคำว่า “สกุลช่างเมืองเพชร” อย่างจริงจัง ประวัติของวัดสืบย้อนถึงสมัยกรุงศรีอยุธยา และได้รับการบูรณะครั้งสำคัญในรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าเสือโดยพระสุวรรณมุนี ซึ่งต่อมาได้รับการสถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราชแตงโม
ไฮไลต์: พระอุโบสถและจิตรกรรมฝาผนังเป็นจุดสำคัญที่สุด ภาพเขียนภายในถือเป็นหลักฐานศิลปกรรมชั้นเยี่ยมจากปลายสมัยอยุธยา มีทั้งพุทธประวัติ เทพชุมนุม ยักษ์ นาค ครุฑ และวิชาธร โดยรูปแบบใบหน้าและรายละเอียดของตัวละครมีเอกลักษณ์แตกต่างจากจิตรกรรมแบบกรุงเทพฯ ในยุคหลัง
พระอุโบสถเป็นอาคารก่ออิฐถือปูนตามแบบอยุธยาตอนปลาย หลังคาทรงจั่วซ้อนชั้น ประดับช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์ และลวดลายปูนปั้น หน้าบันมีทั้งรูปครุฑและลายกนก เมื่อมองใกล้ ๆ จะเห็นฝีมือช่างที่ละเอียดและสัมพันธ์กับชื่อเสียงของเพชรบุรีในฐานะเมืองแห่งงานปูนปั้นและงานศิลป์ไทย
อีกจุดที่ไม่ควรพลาดคือ ศาลาการเปรียญไม้ ขนาดใหญ่ ซึ่งมีเสาแปดเหลี่ยมและงานเขียนลวดลายจำนวนมาก รวมถึง หอไตรกลางน้ำ ที่สร้างตามภูมิปัญญาโบราณเพื่อช่วยป้องกันปลวกและความชื้นจากคัมภีร์พระไตรปิฎก ภาพรวมของวัดจึงเหมือนพิพิธภัณฑ์สถาปัตยกรรมไทยที่ยังคงใช้งานในฐานะศาสนสถานจริง
วัดเหมาะกับทั้งสายประวัติศาสตร์ สายศิลปะ นักเรียน นักศึกษา และนักท่องเที่ยวทั่วไปที่ต้องการเห็นเพชรบุรีในมิติที่ลึกกว่าการเที่ยวพระราชวัง ผู้ที่ชอบถ่ายภาพควรเน้นรายละเอียดบานประตู เสา ลายปูนปั้น จิตรกรรม และโครงสร้างไม้ มากกว่าถ่ายเฉพาะภาพรวมของอาคาร
สามารถจัดเส้นทางร่วมกับ วัดมหาธาตุวรวิหาร พระนครคีรี และย่านเมืองเก่าเพชรบุรีได้ในครึ่งวันถึงเต็มวัน เนื่องจากแต่ละแห่งอยู่ไม่ไกลกัน ทำให้เหมาะกับการจัดเป็นเส้นทาง “วัดเก่า–ช่างเมืองเพชร–พระราชวัง” ภายในวันเดียว
การเดินทาง: จากถนนเพชรเกษมเข้าสู่ตัวเมืองเพชรบุรีแล้วมุ่งหน้าตำบลท่าราบ วัดอยู่ในเขตเมืองและเดินทางสะดวกด้วยรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ เปิดทุกวันประมาณ 08:00–17:00 น. ผู้เข้าชมควรแต่งกายสุภาพและรักษาความสงบในพื้นที่ศาสนสถาน
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=13.109020,99.952572&travelmode=driving

12. โครงการชั่งหัวมัน ตามพระราชดำริ ตั้งอยู่ที่บ้านหนองคอไก่ ตำบลเขากระปุก อำเภอท่ายาง เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านเกษตรกรรมและการบริหารทรัพยากรแบบบูรณาการที่เกิดจากพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 จุดเด่นคือการเปลี่ยนพื้นที่ที่มีข้อจำกัดให้กลายเป็นพื้นที่ตัวอย่างด้านการเกษตร น้ำ พลังงาน และการจัดการที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริง
ไฮไลต์: ภายในโครงการมีแปลงสาธิตพืชเศรษฐกิจ พืชท้องถิ่น งานปศุสัตว์ ระบบจัดการน้ำ และพื้นที่พลังงานทดแทน โดยเฉพาะกังหันลมที่กลายเป็นภาพจำของโครงการ นักท่องเที่ยวจึงไม่ได้มาชมสวนเพื่อถ่ายภาพเท่านั้น แต่ยังได้เห็นแนวคิดเรื่องการใช้ทรัพยากรแต่ละส่วนให้เชื่อมโยงกันเป็นระบบ
ชื่อ “ชั่งหัวมัน” มีที่มาจากเรื่องราวของหัวมันเทศที่ถูกวางไว้บนตาชั่งและยังสามารถแตกใบได้ เป็นจุดเริ่มต้นของแนวคิดที่สะท้อนให้เห็นว่า หากรู้จักใช้พื้นที่และทรัพยากรอย่างเหมาะสม แม้สิ่งเล็ก ๆ ก็สามารถต่อยอดเป็นองค์ความรู้และสร้างประโยชน์ในระดับกว้างได้
พื้นที่ถูกพัฒนาเป็นเสมือนห้องเรียนกลางแจ้ง เหมาะกับครอบครัว นักเรียน เกษตรกร และผู้สนใจแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน นักท่องเที่ยวสามารถมองเห็นความสัมพันธ์ระหว่างดิน น้ำ พืช พลังงาน และผลผลิตทางการเกษตรในพื้นที่เดียวกันได้อย่างเป็นรูปธรรม
บรรยากาศโดยรอบค่อนข้างเปิดและใช้เวลาเดินชมพอสมควร จึงควรเตรียมหมวก ร่ม น้ำดื่ม และรองเท้าที่เดินสบาย ช่วงเช้าเหมาะกับการชมพื้นที่มากกว่ากลางวัน เพราะอากาศไม่ร้อนจัดและเหมาะกับการถ่ายภาพกังหันลมกับภูมิทัศน์เกษตร
สามารถจัดร่วมกับพื้นที่ท่ายาง ชะอำ หรือเดินทางต่อไปยังแก่งกระจานได้ เหมาะกับวันที่ต้องการเชื่อมการเที่ยวเชิงเรียนรู้กับธรรมชาติ โดยไม่จำเป็นต้องกลับเข้าเมืองเพชรบุรีก่อน
การเดินทาง: โครงการตั้งอยู่หมู่ 5 บ้านหนองคอไก่ ตำบลเขากระปุก อำเภอท่ายาง รถยนต์ส่วนตัวสะดวกที่สุด เปิดทุกวันประมาณ 08:00–16:00 น. การเข้าชมเป็นหมู่คณะควรตรวจรายละเอียดและข้อกำหนดก่อนเดินทาง
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=12.747119,99.706015&travelmode=driving

13. โครงการศึกษาวิจัยและพัฒนาสิ่งแวดล้อมแหลมผักเบี้ย ตั้งอยู่ในตำบลแหลมผักเบี้ย อำเภอบ้านแหลม เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริที่มีบทบาทสำคัญด้านการศึกษาวิธีจัดการน้ำเสียและขยะโดยอาศัยกระบวนการธรรมชาติ จนกลายเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อมที่สำคัญของประเทศ
ไฮไลต์: แนวคิดหลักคือ “ธรรมชาติช่วยธรรมชาติ” โดยใช้ระบบบ่อบำบัด พื้นที่ชุ่มน้ำเทียม พืช ดิน จุลินทรีย์ และกระบวนการตามธรรมชาติเพื่อลดความสกปรกของน้ำก่อนปล่อยกลับสู่สิ่งแวดล้อม ทำให้ผู้มาเยือนได้เห็นว่าการจัดการน้ำเสียไม่จำเป็นต้องพึ่งเทคโนโลยีซับซ้อนหรือใช้พลังงานสูงเสมอไป
พื้นที่แหลมผักเบี้ยมีความเหมาะสมกับงานศึกษาด้านสิ่งแวดล้อมเพราะเป็นพื้นที่ราบชายฝั่งและมีระบบนิเวศหลากหลาย ตั้งแต่บ่อบำบัด พื้นที่ชุ่มน้ำ ป่าชายเลน ไปจนถึงปากอ่าว ทำให้สามารถติดตามผลของการบำบัดจากต้นทางจนถึงพื้นที่ธรรมชาติปลายทางได้จริง
สำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไป ที่นี่น่าสนใจในฐานะแหล่งเรียนรู้ระบบนิเวศและจุดดูนก เพราะบริเวณแหลมผักเบี้ยเป็นหนึ่งในพื้นที่ชายฝั่งที่มีนกน้ำและนกชายเลนจำนวนมาก โดยเฉพาะผู้ที่สนใจการดูนกสามารถจัดโปรแกรมต่อเนื่องไปยังชายฝั่งแหลมผักเบี้ยได้
โครงการเหมาะกับนักเรียน นักศึกษา ครอบครัว หน่วยงาน และผู้สนใจสิ่งแวดล้อม หากมาเป็นหมู่คณะควรประสานงานล่วงหน้าเพื่อให้สามารถเข้าชมและเรียนรู้กระบวนการต่าง ๆ ได้เต็มที่
สามารถเที่ยวร่วมกับ แหลมผักเบี้ย หาดเจ้าสำราญ และชุมชนประมงบ้านแหลมได้ในวันเดียว ทำให้เส้นทางนี้มีทั้งความรู้ด้านสิ่งแวดล้อม ธรรมชาติชายฝั่ง อาหารทะเล และวิถีชุมชน
การเดินทาง: จากตัวเมืองเพชรบุรีมุ่งหน้าอำเภอบ้านแหลมและตำบลแหลมผักเบี้ย รถยนต์ส่วนตัวสะดวกที่สุด วันธรรมดาเปิดประมาณ 08:30–16:30 น. ส่วนวันเสาร์–อาทิตย์มีช่วงเวลาเข้าชมสั้นกว่า ควรตรวจเวลาล่าสุดก่อนออกเดินทาง
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=13.047264,100.084410&travelmode=driving

14. วนอุทยานเขานางพันธุรัต เป็นพื้นที่ธรรมชาติในอำเภอชะอำที่โดดเด่นด้วยภูเขาหินปูนรูปร่างแปลกตา เมื่อมองจากระยะไกลแนวเขามีลักษณะคล้ายหญิงนอนหงาย จึงมีชื่อเรียกอีกอย่างว่า “เขานางนอน” และยังเชื่อมโยงกับเรื่องเล่าในวรรณคดีไทยเรื่องสังข์ทองและนางพันธุรัต
ไฮไลต์: เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติและภูมิประเทศหินปูนเป็นหัวใจของการมาเที่ยว นักท่องเที่ยวสามารถมองเห็นหน้าผา สันเขา และจุดต่าง ๆ ที่ถูกเชื่อมเข้ากับเรื่องราวนางพันธุรัต ทำให้การเดินชมธรรมชาติมีมิติของวรรณคดีและตำนานท้องถิ่นร่วมอยู่ด้วย
พื้นที่ได้รับการอนุรักษ์และฟื้นฟูเพื่อรักษาสภาพภูเขาหินปูนและระบบนิเวศโดยรอบ จึงเป็นตัวอย่างที่ดีของการเปลี่ยนพื้นที่ธรรมชาติให้กลายเป็นแหล่งเรียนรู้และท่องเที่ยวโดยลดผลกระทบต่อภูมิประเทศเดิม
นักท่องเที่ยวที่ชอบเดินป่าระยะสั้นและถ่ายภาพภูเขาจะได้เห็นชะอำในมุมที่ต่างจากชายหาดอย่างชัดเจน บางจุดสามารถมองเห็นพื้นที่โดยรอบจากระดับสูง เหมาะกับการมาในช่วงเช้าที่อากาศยังไม่ร้อนจัด
เส้นทางบางช่วงมีความลาดชันและพื้นหิน ควรใช้รองเท้าที่เหมาะกับการเดินธรรมชาติ เตรียมน้ำดื่ม หมวก และหลีกเลี่ยงการเดินในช่วงฝนตกหนักเนื่องจากพื้นสามารถลื่นได้
สามารถจัดร่วมกับ หาดชะอำ พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน หรือสถานที่ในเขตเขากระปุกได้ เหมาะกับผู้ที่ต้องการให้ทริปชะอำมีทั้งทะเลและภูเขาภายในวันเดียว
การเดินทาง: วนอุทยานอยู่ในเขตอำเภอชะอำ ตำบลเขาใหญ่ สามารถเดินทางจากถนนเพชรเกษมเข้าสู่พื้นที่ตามป้ายวนอุทยาน รถยนต์ส่วนตัวสะดวกที่สุด โดยทั่วไปเปิดช่วงประมาณ 08:00–17:00 น. ควรตรวจประกาศพื้นที่ก่อนเดินทาง
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=12.845614,99.953808&travelmode=driving

15. เขื่อนแก่งกระจาน เป็นเขื่อนดินกั้นแม่น้ำเพชรบุรีในอำเภอแก่งกระจาน ก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2509 มีบทบาทสำคัญด้านการกักเก็บน้ำ ชลประทาน และการจัดการทรัพยากรน้ำของจังหวัด ขณะเดียวกันอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ก็กลายเป็นหนึ่งในภูมิทัศน์ธรรมชาติที่สวยและได้รับความนิยมมากที่สุดในพื้นที่แก่งกระจาน
ไฮไลต์: อ่างเก็บน้ำมีพื้นที่ประมาณ 46.5 ตารางกิโลเมตร ความจุราว 710 ล้านลูกบาศก์เมตร และมีเกาะเล็กเกาะน้อยจำนวนมากกระจายอยู่กลางน้ำ เมื่อระดับน้ำเหมาะสมจะมองเห็นแนวสันเขาโผล่ขึ้นเหนือผิวน้ำคล้ายหมู่เกาะ ทำให้เกิดทิวทัศน์ที่ต่างจากเขื่อนทั่วไป
กิจกรรมที่ได้รับความนิยมคือการล่องเรือชมอ่างเก็บน้ำ ถ่ายภาพ ชมพระอาทิตย์ตก ตกปลาในพื้นที่ที่อนุญาต และพักผ่อนบริเวณริมเขื่อน บรรยากาศช่วงเช้าและเย็นเหมาะกับการถ่ายภาพเป็นพิเศษเพราะแสงอ่อนและมองเห็นแนวภูเขาสะท้อนผิวน้ำได้ชัด
สำหรับครอบครัวหรือผู้ที่ไม่ต้องการเดินป่าหนัก เขื่อนแก่งกระจานเป็นทางเลือกที่เข้าถึงง่ายกว่าพะเนินทุ่งและน้ำตกทอทิพย์ สามารถสัมผัสบรรยากาศของแก่งกระจานโดยไม่ต้องใช้เส้นทางป่าลึก
พื้นที่รอบเขื่อนมีรีสอร์ต โฮมสเตย์ ร้านอาหาร และกิจกรรมท่องเที่ยวหลายรูปแบบ จึงเหมาะกับการพักค้าง 1–2 คืนแล้วใช้เป็นฐานเที่ยวอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน พะเนินทุ่ง หรือชุมชนบ้านพุเข็ม
การล่องเรือหรือทำกิจกรรมทางน้ำควรใช้ผู้ให้บริการที่มีอุปกรณ์ความปลอดภัยครบ สวมเสื้อชูชีพ และหลีกเลี่ยงการลงน้ำในพื้นที่ที่ไม่ได้กำหนดไว้สำหรับกิจกรรมนันทนาการ
การเดินทาง: จากเพชรบุรีเดินทางผ่านอำเภอท่ายางเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 3499 มุ่งหน้าแก่งกระจาน รถยนต์ส่วนตัวสะดวกที่สุด พื้นที่เขื่อนโดยทั่วไปเปิดประมาณ 06:00–18:00 น.
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=12.920035,99.629908&travelmode=driving

16. น้ำตกทอทิพย์ เป็นน้ำตกธรรมชาติภายในผืนป่าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เหมาะกับผู้ที่ต้องการสัมผัสป่าจริงมากกว่าการไปน้ำตกที่สามารถจอดรถแล้วเดินถึงในเวลาไม่กี่นาที เพราะเส้นทางเข้าสู่น้ำตกต้องอาศัยการเดินเท้าและให้ประสบการณ์ธรรมชาติตั้งแต่ระหว่างทาง
ไฮไลต์: น้ำตกมีทั้งหมด 9 ชั้น ไหลลดหลั่นไปตามความลาดชันของพื้นที่ป่า จุดเด่นไม่ได้อยู่เพียงตัวสายน้ำ แต่รวมถึงเส้นทางเดินป่าระยะประมาณ 4.5 กิโลเมตร ซึ่งเต็มไปด้วยความชื้น เสียงนก เสียงแมลง และบรรยากาศของป่าแก่งกระจาน
ช่วงปลายฤดูฝนถึงต้นฤดูหนาวเป็นช่วงที่น่าสนใจ เพราะป่ายังคงเขียวและมีน้ำในน้ำตก ขณะเดียวกันสภาพเส้นทางมักเดินง่ายกว่าช่วงฝนตกหนัก อย่างไรก็ตาม สภาพธรรมชาติสามารถเปลี่ยนแปลงได้รวดเร็ว จึงต้องตรวจประกาศของอุทยานก่อนออกเดินทาง
ผู้ที่เดินเส้นทางนี้ควรมีสภาพร่างกายพร้อมในระดับหนึ่ง เตรียมรองเท้าที่เกาะพื้นได้ดี น้ำดื่ม อาหารว่าง เสื้อกันฝน และอุปกรณ์ป้องกันทากในช่วงที่มีความชื้นสูง ไม่ควรเดินออกนอกเส้นทางหรือแยกจากกลุ่ม
เส้นทางมีโอกาสได้ยินเสียงนกและชะนี รวมถึงพบร่องรอยสัตว์ป่า การชมสัตว์ควรรักษาระยะและไม่ส่งเสียงดัง เนื่องจากพื้นที่นี้เป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศป่าที่มีความสำคัญสูง
น้ำตกทอทิพย์เหมาะกับการจัดอยู่ในโปรแกรมแก่งกระจานโดยเฉพาะ ไม่ควรวางร่วมกับสถานที่หลายโซนในวันเดียว เพราะต้องเผื่อเวลาทั้งเดินทางและเดินป่า หากตั้งใจมาเพื่อธรรมชาติควรพักบริเวณแก่งกระจานอย่างน้อย 1 คืน
การเดินทาง: ต้องเข้าสู่พื้นที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานและเดินทางต่อไปยังจุดเริ่มเส้นทางน้ำตก การเข้าพื้นที่ขึ้นอยู่กับฤดูกาล สภาพถนน และประกาศอุทยาน โดยทั่วไปพื้นที่อุทยานเปิดช่วง 06:00–18:00 น. แต่ไม่ควรใช้เวลาดังกล่าวเป็นข้อยืนยันว่าทางน้ำตกเปิดเสมอ ต้องตรวจสถานะก่อนเดินทางทุกครั้ง
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=12.848755,99.307984&travelmode=driving

17. วัดเขาย้อย เป็นวัดถ้ำสำคัญในอำเภอเขาย้อย ตั้งอยู่ใกล้ถนนเพชรเกษมและเหมาะกับการแวะเที่ยวระหว่างเดินทางจากกรุงเทพฯ เข้าสู่เมืองเพชรบุรี จุดเด่นคือการผสมผสานภูเขาหินปูน ถ้ำธรรมชาติ และพื้นที่ศรัทธาทางพระพุทธศาสนาเข้าด้วยกันอย่างกลมกลืน
ไฮไลต์: ภายในถ้ำมีโถงธรรมชาติและพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่ท่ามกลางผนังหินปูน เมื่อเดินจากพื้นที่สว่างภายนอกเข้าสู่ถ้ำ อุณหภูมิและบรรยากาศจะเปลี่ยนทันที ทำให้เกิดความรู้สึกสงบคล้ายพระวิหารที่ธรรมชาติสร้างขึ้น
พื้นที่เขาย้อยเป็นภูเขาหินปูนที่มีถ้ำจำนวนมาก และถ้ำหลายแห่งในเพชรบุรีถูกใช้เป็นสถานที่สักการะหรือปฏิบัติธรรมมายาวนาน วัดเขาย้อยจึงช่วยให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างภูมิประเทศกับความเชื่อของผู้คนได้อย่างชัดเจน
วัดเหมาะกับผู้เดินทางทุกวัย แต่บางจุดมีบันได พื้นต่างระดับ และพื้นถ้ำที่อาจชื้น ควรใช้รองเท้าที่เดินสะดวกและระมัดระวังเป็นพิเศษในฤดูฝน
สำหรับผู้ที่เดินทางจากกรุงเทพฯ สามารถใช้วัดเขาย้อยเป็นจุดแรกของทริป ก่อนเข้าสู่ตัวเมืองเพชรบุรีไปพระนครคีรี วัดมหาธาตุ หรือถ้ำเขาหลวง ช่วยเพิ่มความหลากหลายโดยไม่ต้องอ้อมเส้นทางมาก
บริเวณอำเภอเขาย้อยยังมีชุมชนและศาสนสถานอื่นที่สะท้อนความหลากหลายทางวัฒนธรรมของพื้นที่ เหมาะกับผู้สนใจประวัติศาสตร์ชุมชนควบคู่กับการชมธรรมชาติหินปูน
การเดินทาง: วัดตั้งอยู่ตำบลเขาย้อย อำเภอเขาย้อย ใกล้ถนนเพชรเกษม ใช้รถยนต์จากกรุงเทพฯ ลงใต้แล้วแยกเข้าสู่วัดได้สะดวก เปิดทุกวันประมาณ 08:00–17:00 น.
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=13.236525,99.828105&travelmode=driving

18. วัดเขาบันไดอิฐ ตั้งอยู่ที่ตำบลไร่ส้ม อำเภอเมืองเพชรบุรี เป็นวัดเก่าแก่ที่มีลักษณะพิเศษจากการตั้งอยู่บนภูเขาขนาดย่อมซึ่งมีถ้ำหลายแห่ง ทำให้พื้นที่ของวัดแบ่งออกเป็นทั้งส่วนศาสนสถานบนพื้นราบและพื้นที่ถ้ำสำหรับกราบไหว้กับปฏิบัติธรรม
ไฮไลต์: ถ้ำบนเขาเป็นส่วนที่ทำให้วัดแตกต่างจากวัดราบทั่วไป ภายในมีพระพุทธรูปและพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์หลายจุด บรรยากาศสงบและวิเวก เหมาะกับผู้ที่ต้องการสัมผัสวัดในบริบทของภูเขาและธรรมชาติ
ประวัติของพื้นที่เชื่อมโยงกับสำนักสงฆ์เก่าและการปฏิบัติธรรมบนภูเขา ซึ่งเป็นรูปแบบที่พบได้ในหลายพื้นที่ของเพชรบุรี วัดจึงมีทั้งคุณค่าทางศาสนาและสะท้อนวิถีของพระสงฆ์ที่เลือกพื้นที่ถ้ำเป็นสถานที่สงบสำหรับภาวนา
ลักษณะภูมิประเทศทำให้การเที่ยวต้องมีการเดินขึ้นลงและผ่านพื้นที่หินบางส่วน ผู้สูงอายุควรเลือกชมเฉพาะโซนที่เหมาะกับสภาพร่างกาย ส่วนผู้ที่ต้องการขึ้นไปชมถ้ำควรใช้รองเท้าที่เกาะพื้นได้ดี
สถานที่เหมาะกับผู้สนใจวัดเก่า ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น และถ้ำธรรมชาติ โดยสามารถใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงถึงครึ่งวันตามจำนวนจุดที่ต้องการชม
วัดอยู่ใกล้ตัวเมืองเพชรบุรี จึงสามารถเที่ยวต่อกับพระนครคีรี ถ้ำเขาหลวง วัดใหญ่สุวรรณาราม และวัดมหาธาตุได้ง่าย เหมาะกับการเพิ่มในเส้นทางวัดและโบราณสถานเมืองเพชร
การเดินทาง: จากตัวเมืองเพชรบุรีมุ่งหน้าตำบลไร่ส้มตามป้ายวัดเขาบันไดอิฐ รถยนต์ส่วนตัวเดินทางสะดวก เปิดทุกวันประมาณ 08:00–17:00 น.
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=13.101384,99.927193&travelmode=driving

19. บ้านพุเข็ม โครงการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ (โฮมสเตย์) เป็นชุมชนริมอ่างเก็บน้ำแก่งกระจานที่พัฒนาการท่องเที่ยวโดยใช้วิถีชีวิตและการอนุรักษ์ทรัพยากรเป็นแกนหลัก เหมาะกับผู้ที่ต้องการสัมผัสแก่งกระจานในมุมของชุมชน มากกว่าการเที่ยวเฉพาะจุดชมวิวหรืออุทยานแห่งชาติ
ไฮไลต์: จุดเด่นคือบรรยากาศชุมชนริมอ่างเก็บน้ำ ความสงบของธรรมชาติ และกิจกรรมที่เชื่อมโยงกับการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำกับปลาในชุมชน การท่องเที่ยวที่นี่จึงไม่เน้นสิ่งปลูกสร้างขนาดใหญ่ แต่เน้นประสบการณ์จากผู้คนและภูมิทัศน์จริง
แนวคิดการท่องเที่ยวของบ้านพุเข็มเกิดจากการปรับตัวของชุมชนที่เคยพึ่งพาทรัพยากรปลาอย่างเข้มข้น เมื่อทรัพยากรเริ่มลดลง ชุมชนจึงหันมาสร้างกติกาอนุรักษ์และใช้การท่องเที่ยวเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการสร้างรายได้ควบคู่กับการรักษาสิ่งแวดล้อม
ผู้มาเยือนสามารถเรียนรู้วิถีชีวิตริมน้ำ กิจกรรมชุมชน และความสัมพันธ์ระหว่างคนกับอ่างเก็บน้ำ การพักโฮมสเตย์ช่วยให้มีเวลาสัมผัสบรรยากาศช่วงเย็นและเช้ามากกว่าการแวะเพียงไม่กี่ชั่วโมง
สถานที่เหมาะกับครอบครัว กลุ่มนักเรียน นักท่องเที่ยวสายชุมชน และผู้ที่ชอบการเดินทางแบบช้า ๆ ผู้ที่ต้องการกิจกรรมเฉพาะควรติดต่อชุมชนล่วงหน้า เนื่องจากโปรแกรมและการเข้าพักขึ้นอยู่กับการนัดหมาย
สามารถจัดร่วมกับ เขื่อนแก่งกระจาน และอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน โดยพักบ้านพุเข็มเป็นฐานสำหรับเที่ยวธรรมชาติในพื้นที่ ทำให้ทริปมีทั้งมิติของป่า อ่างเก็บน้ำ และชุมชน
การเดินทาง: บ้านพุเข็มอยู่ในตำบลแก่งกระจาน อำเภอแก่งกระจาน รถยนต์ส่วนตัวเหมาะที่สุด การเข้าพักหรือทำกิจกรรมควรจองและนัดหมายกับชุมชนล่วงหน้า ไม่ควรเดินทางไปโดยคาดว่าจะมีกิจกรรมพร้อมให้บริการทันทีทุกช่วงเวลา
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=12.921241,99.569826&travelmode=driving

20. แหลมผักเบี้ย เป็นพื้นที่ชายฝั่งในอำเภอบ้านแหลมที่ให้ภาพของเพชรบุรีแตกต่างจากชายหาดชะอำอย่างชัดเจน เพราะไม่ได้เน้นเมืองตากอากาศหรือกิจกรรมบันเทิง แต่โดดเด่นด้วยป่าชายเลน พื้นที่ชุ่มน้ำ ชายหาด ปากอ่าว และระบบนิเวศที่มีความสำคัญต่อสัตว์น้ำและนกชายเลน
ไฮไลต์: พื้นที่ปลายแหลมเปิดมุมมองกว้างออกสู่อ่าวไทย สามารถเดินชมแนวชายฝั่ง ป่าชายเลน และภูมิประเทศที่เปลี่ยนไปตามน้ำขึ้นน้ำลง บรรยากาศสงบและมีความเป็นธรรมชาติสูง เหมาะกับผู้ที่ชอบถ่ายภาพ วิถีชายฝั่ง และการดูนก
แหลมผักเบี้ยเป็นหนึ่งในพื้นที่ดูนกสำคัญของประเทศไทย โดยเฉพาะนกน้ำและนกชายเลนที่เข้ามาหากินตามหาดเลน บ่อ และพื้นที่ชุ่มน้ำ นักดูนกควรเตรียมกล้องส่องทางไกลและเลือกช่วงเวลาตามน้ำขึ้นน้ำลงเพื่อเพิ่มโอกาสพบชนิดนกที่หลากหลาย
พื้นที่ยังเชื่อมโยงกับ โครงการศึกษาวิจัยและพัฒนาสิ่งแวดล้อมแหลมผักเบี้ย ทำให้สามารถเห็นความสัมพันธ์ระหว่างการจัดการน้ำเสีย ป่าชายเลน พื้นที่ชุ่มน้ำ และทะเลได้ในภูมิทัศน์จริง ไม่ใช่เพียงเรียนรู้จากนิทรรศการภายในอาคาร
เสน่ห์ของที่นี่อยู่ที่ความเรียบง่าย ผู้ที่คาดหวังร้านค้าและกิจกรรมชายหาดจำนวนมากแบบชะอำอาจพบว่าบรรยากาศต่างออกไปอย่างมาก แต่สำหรับสายธรรมชาติ นักดูนก และคนที่ต้องการพื้นที่สงบ แหลมผักเบี้ยเป็นหนึ่งในจุดที่มีเอกลักษณ์ที่สุดของชายฝั่งเพชรบุรี
สามารถเที่ยวร่วมกับโครงการแหลมผักเบี้ย หาดเจ้าสำราญ และร้านอาหารทะเลในอำเภอบ้านแหลมได้ในวันเดียว ช่วงเย็นเหมาะกับการชมวิวชายฝั่ง ขณะที่นักดูนกควรเลือกเวลาให้สัมพันธ์กับชนิดนกและระดับน้ำทะเล
การเดินทาง: จากตัวเมืองเพชรบุรีมุ่งหน้าอำเภอบ้านแหลมและตำบลแหลมผักเบี้ยตามถนนสายชายฝั่ง รถยนต์ส่วนตัวสะดวกที่สุด พื้นที่ชายฝั่งเข้าถึงได้ตลอดวัน แต่บางโซนหรือกิจกรรมขึ้นอยู่กับเวลาของหน่วยงานที่ดูแลและสภาพน้ำขึ้นน้ำลง
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=13.026064,100.077934&travelmode=driving
ตารางสรุป 20 ที่เที่ยวเพชรบุรี เที่ยวภาคกลางที่ดีที่สุด
| หัวข้อ | รายละเอียด |
| จังหวัด | เพชรบุรี จังหวัดภาคกลางตอนล่างที่มีความหลากหลายทั้งเมืองประวัติศาสตร์ พระราชวัง วัดเก่า ถ้ำ ภูเขา ป่าตะวันตก อ่างเก็บน้ำ พื้นที่ชุ่มน้ำ และชายฝั่งอ่าวไทย เหมาะกับทริปตั้งแต่ 1 วันไปจนถึง 4–5 วัน |
| Top 10 สถานที่เด่น | 1. อุทยานประวัติศาสตร์พระนครคีรี (เขาวัง) 2. ถ้ำเขาหลวง 3. หาดชะอำ 4. อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน 5. พะเนินทุ่ง 6. พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน 7. หาดเจ้าสำราญ 8. หาดปึกเตียน 9. วัดมหาธาตุวรวิหาร 10. พระรามราชนิเวศน์ (พระราชวังบ้านปืน) |
| โซนตัวเมืองเพชรบุรี | 1. อุทยานประวัติศาสตร์พระนครคีรี (เขาวัง) 2. ถ้ำเขาหลวง 3. วัดมหาธาตุวรวิหาร 4. พระรามราชนิเวศน์ (พระราชวังบ้านปืน) 5. วัดใหญ่สุวรรณารามวรวิหาร 6. วัดเขาบันไดอิฐ เหมาะกับทริปประวัติศาสตร์ ศิลปกรรม และสถาปัตยกรรมแบบเต็มวัน |
| โซนชะอำ–ท่ายาง | 1. หาดชะอำ 2. พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน 3. วนอุทยานเขานางพันธุรัต 4. โครงการชั่งหัวมัน ตามพระราชดำริ เหมาะกับครอบครัว คู่รัก และผู้ที่ต้องการรวมทะเล ธรรมชาติ และแหล่งเรียนรู้ไว้ในวันเดียว |
| โซนแก่งกระจาน | 1. อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน 2. พะเนินทุ่ง 3. เขื่อนแก่งกระจาน 4. น้ำตกทอทิพย์ 5. บ้านพุเข็ม โครงการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ เหมาะกับสายธรรมชาติ ดูนก เดินป่า ถ่ายภาพ และทริปพักค้าง 1–2 คืน |
| โซนชายฝั่งบ้านแหลม–เจ้าสำราญ | 1. หาดเจ้าสำราญ 2. หาดปึกเตียน 3. โครงการศึกษาวิจัยและพัฒนาสิ่งแวดล้อมแหลมผักเบี้ย 4. แหลมผักเบี้ย เหมาะกับทะเล อาหารทะเล ดูนก ระบบนิเวศชายฝั่ง และทริปพักผ่อนแบบไม่เร่งรีบ |
| โซนเขาย้อย | 1. วัดเขาย้อย เหมาะเป็นจุดแวะระหว่างเดินทางจากกรุงเทพฯ เข้าสู่ตัวเมืองเพชรบุรี และเหมาะกับผู้สนใจวัดถ้ำกับภูมิประเทศหินปูน |
| พระราชวังสำคัญ | 1. พระนครคีรี — สมัยรัชกาลที่ 4 2. พระรามราชนิเวศน์ — เริ่มสร้างในสมัยรัชกาลที่ 5 3. พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน — สมัยรัชกาลที่ 6 ทั้ง 3 แห่งทำให้เพชรบุรีได้รับภาพจำในฐานะ “เมืองสามวัง” |
| วัดและศิลปกรรมเด่น | 1. วัดมหาธาตุวรวิหาร 2. วัดใหญ่สุวรรณารามวรวิหาร 3. วัดเขาบันไดอิฐ 4. วัดเขาย้อย เหมาะกับผู้สนใจงานปูนปั้น จิตรกรรมฝาผนัง สถาปัตยกรรมไทย และวัดถ้ำ |
| ธรรมชาติและป่า | อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน พะเนินทุ่ง น้ำตกทอทิพย์ เขื่อนแก่งกระจาน และวนอุทยานเขานางพันธุรัต ครอบคลุมทั้งผืนป่า มรดกโลก ภูเขาหินปูน น้ำตก และอ่างเก็บน้ำ |
| ทะเลและชายฝั่ง | หาดชะอำเหมาะกับเมืองตากอากาศและครอบครัว หาดเจ้าสำราญเหมาะกับบรรยากาศชุมชนชายทะเล หาดปึกเตียนเด่นด้านประติมากรรมวรรณคดี และแหลมผักเบี้ยโดดเด่นด้านธรรมชาติชายฝั่งกับการดูนก |
| โครงการพระราชดำริ | 1. โครงการชั่งหัวมัน ตามพระราชดำริ — เกษตร การจัดการน้ำ และพลังงานทดแทน 2. โครงการศึกษาวิจัยและพัฒนาสิ่งแวดล้อมแหลมผักเบี้ย — การบำบัดน้ำเสียและขยะด้วยกระบวนการธรรมชาติ |
| แหล่งเรียนรู้สำหรับครอบครัว | พระนครคีรี โครงการชั่งหัวมัน โครงการแหลมผักเบี้ย วนอุทยานเขานางพันธุรัต เขื่อนแก่งกระจาน และวัดเก่าในตัวเมือง เหมาะกับการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ ธรรมชาติ เกษตร และสิ่งแวดล้อม |
| สำหรับสายประวัติศาสตร์ | พระนครคีรี พระรามราชนิเวศน์ พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน วัดมหาธาตุวรวิหาร และวัดใหญ่สุวรรณาราม เป็นแกนหลักสำหรับศึกษาประวัติศาสตร์เมืองเพชรตั้งแต่ศิลปกรรมอยุธยาจนถึงราชสำนักรัตนโกสินทร์ |
| สำหรับสายธรรมชาติ | อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน พะเนินทุ่ง น้ำตกทอทิพย์ เขื่อนแก่งกระจาน แหลมผักเบี้ย และวนอุทยานเขานางพันธุรัต เหมาะกับดูนก เดินป่า ดูทะเลหมอก และถ่ายภาพธรรมชาติ |
| สำหรับสายทะเล | หาดชะอำ หาดเจ้าสำราญ หาดปึกเตียน และแหลมผักเบี้ย เหมาะกับทั้งการเล่นน้ำ เดินชายหาด รับประทานอาหารทะเล และชมระบบนิเวศชายฝั่ง |
| สำหรับสายถ่ายภาพ | พระนครคีรี พะเนินทุ่ง พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน เขื่อนแก่งกระจาน ถ้ำเขาหลวง แหลมผักเบี้ย และวนอุทยานเขานางพันธุรัต มีทั้งสถาปัตยกรรม ทะเลหมอก แสงในถ้ำ ภูเขา และชายฝั่งให้เลือกหลายรูปแบบ |
| อาหารและของฝาก | ขนมหม้อแกง น้ำตาลโตนด ทองหยิบ ทองหยอด เม็ดขนุน แกงหัวตาล อาหารพื้นบ้านเมืองเพชร และอาหารทะเลจากบ้านแหลม หาดเจ้าสำราญ ปึกเตียน และชะอำ |
| ประเพณีและวัฒนธรรมสำคัญ | งานพระนครคีรี–เมืองเพชร งานบุญทางพระพุทธศาสนา ศิลปกรรมช่างเมืองเพชร งานปูนปั้น จิตรกรรม และวัฒนธรรมการทำน้ำตาลโตนดเป็นส่วนสำคัญของอัตลักษณ์จังหวัด |
| แผนเที่ยว 1 วัน: ตัวเมืองเพชรบุรี | เช้า: พระนครคีรี – วัดมหาธาตุวรวิหาร บ่าย: วัดใหญ่สุวรรณาราม – พระรามราชนิเวศน์ ช่วงเย็น: ชิมขนมหม้อแกงและอาหารพื้นเมืองในตัวเมืองเพชรบุรี |
| แผนเที่ยว 1 วัน: ชะอำ | เช้า: วนอุทยานเขานางพันธุรัต สาย–บ่าย: พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน เย็น: หาดชะอำและอาหารทะเลริมชายหาด |
| แผนเที่ยว 1 วัน: ชายฝั่ง | เช้า: โครงการศึกษาวิจัยและพัฒนาสิ่งแวดล้อมแหลมผักเบี้ย สาย: แหลมผักเบี้ย บ่าย: หาดเจ้าสำราญ – หาดปึกเตียน เย็น: รับประทานอาหารทะเลในโซนชายฝั่ง |
| แผนเที่ยว 2 วัน | Day 1: พระนครคีรี – ถ้ำเขาหลวง – วัดมหาธาตุ – พระรามราชนิเวศน์ Day 2: พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน – หาดชะอำ – วนอุทยานเขานางพันธุรัต |
| แผนเที่ยว 3 วัน | Day 1: เมืองเก่าเพชรบุรีและสามวัง Day 2: แก่งกระจาน – เขื่อนแก่งกระจาน – บ้านพุเข็ม Day 3: แหลมผักเบี้ย – หาดเจ้าสำราญ – หาดปึกเตียน หรือชะอำ |
| แผนเที่ยว 4–5 วัน | เพิ่มพะเนินทุ่ง น้ำตกทอทิพย์ โครงการชั่งหัวมัน วัดเขาย้อย และวัดเขาบันไดอิฐ โดยแบ่งเวลาเที่ยวตามโซนเพื่อลดการขับรถย้อนเส้นทาง |
| ช่วงเหมาะเที่ยว | เที่ยวเพชรบุรีได้ตลอดปี ช่วงพฤศจิกายน–กุมภาพันธ์อากาศค่อนข้างสบาย เหมาะกับเมืองเก่า ชะอำ และกิจกรรมกลางแจ้ง ส่วนแก่งกระจาน พะเนินทุ่ง และน้ำตกควรตรวจฤดูกาลเปิด–ปิดและประกาศของอุทยานก่อนเดินทาง |
| การเดินทางจากกรุงเทพฯ | ใช้ถนนพระราม 2 ต่อทางหลวงหมายเลข 4 หรือถนนเพชรเกษมเข้าสู่จังหวัดเพชรบุรี รถยนต์ส่วนตัวสะดวกที่สุดสำหรับเที่ยวหลายโซน นอกจากนี้ยังสามารถเดินทางด้วยรถไฟและรถโดยสารสาธารณะมายังตัวเมืองเพชรบุรีหรือชะอำ |
| การเดินทางภายในจังหวัด | รถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่าเหมาะที่สุด เนื่องจากสถานที่กระจายตั้งแต่เขาย้อย ตัวเมือง แก่งกระจาน บ้านแหลม จนถึงชะอำ สำหรับพื้นที่อุทยานและเส้นทางธรรมชาติบางแห่งควรใช้รถที่เหมาะกับสภาพทางและปฏิบัติตามข้อกำหนดของพื้นที่ |
| ข้อควรระวัง | ตรวจประกาศเปิด–ปิดของอุทยานก่อนขึ้นพะเนินทุ่งหรือน้ำตกทอทิพย์ ระวังพื้นลื่นในถ้ำและพื้นที่ภูเขา ไม่ให้อาหารลิงบริเวณถ้ำเขาหลวง และตรวจสภาพคลื่นก่อนลงเล่นน้ำตามชายหาด |
| การท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ | ไม่ทิ้งขยะในป่า ถ้ำ และชายฝั่ง ไม่ให้อาหารสัตว์ป่า ไม่เก็บหิน พืช หรือสิ่งมีชีวิตออกจากพื้นที่ธรรมชาติ สนับสนุนอาหารและผลิตภัณฑ์ชุมชน และรักษาความสงบเมื่อเข้าวัด พระราชวัง และแหล่งประวัติศาสตร์ |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: เที่ยวเพชรบุรีครั้งแรกควรเริ่มจากที่ไหน?
ตอบ: หากมีเวลาเพียง 1 วัน ควรเริ่มจากพระนครคีรี วัดมหาธาตุวรวิหาร วัดใหญ่สุวรรณาราม และพระรามราชนิเวศน์ เพราะทั้งหมดอยู่ในโซนตัวเมืองและสะท้อนประวัติศาสตร์กับศิลปกรรมเมืองเพชรได้ชัดที่สุด
ถาม: เพชรบุรีควรเที่ยวกี่วัน?
ตอบ: 2 วันเหมาะกับตัวเมืองและชะอำ หากต้องการเพิ่มแก่งกระจาน ชายฝั่งบ้านแหลม และโครงการพระราชดำริ ควรมีเวลา 3–4 วัน ส่วนการเที่ยวแบบครบหลายโซนโดยไม่เร่งควรเผื่อ 4–5 วัน
ถาม: เพชรบุรีมีที่เที่ยวสำหรับครอบครัวที่ไหนบ้าง?
ตอบ: พระนครคีรี โครงการชั่งหัวมัน พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน หาดชะอำ เขื่อนแก่งกระจาน โครงการแหลมผักเบี้ย และวนอุทยานเขานางพันธุรัตเหมาะกับครอบครัว เพราะมีกิจกรรมทั้งเรียนรู้ ประวัติศาสตร์ ธรรมชาติ และพักผ่อน
ถาม: จุดชมทะเลหมอกที่ดีที่สุดในเพชรบุรีอยู่ที่ไหน?
ตอบ: พะเนินทุ่งในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานเป็นจุดชมทะเลหมอกที่มีชื่อเสียงที่สุด โดยมีโอกาสพบหมอกได้หลายช่วงของปี แต่ต้องตรวจเวลาเข้า–ออก เส้นทาง และประกาศเปิดพื้นที่ก่อนเดินทาง
ถาม: เพชรบุรีมีทะเลที่ไหนน่าเที่ยว?
ตอบ: หาดชะอำเหมาะกับครอบครัวและเมืองตากอากาศ หาดเจ้าสำราญเหมาะกับบรรยากาศชุมชนชายทะเล หาดปึกเตียนเด่นด้านประติมากรรมวรรณคดี ส่วนแหลมผักเบี้ยเหมาะกับผู้รักธรรมชาติและการดูนก
ถาม: พระนครคีรีกับพระราชวังบ้านปืนต่างกันอย่างไร?
ตอบ: พระนครคีรีตั้งอยู่บนเขา สร้างในสมัยรัชกาลที่ 4 และมีทั้งพระราชวัง วัด และจุดชมวิว ขณะที่พระรามราชนิเวศน์หรือพระราชวังบ้านปืนอยู่บนพื้นที่ราบและโดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมยุโรปในช่วงปลายรัชกาลที่ 5 ถึงรัชกาลที่ 6
ถาม: เมืองสามวังของเพชรบุรีมีที่ไหนบ้าง?
ตอบ: ได้แก่ พระนครคีรี พระรามราชนิเวศน์ และพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน ซึ่งเชื่อมโยงกับรัชกาลที่ 4 รัชกาลที่ 5 และรัชกาลที่ 6 ตามลำดับ
ถาม: ที่เที่ยวเชิงธรรมชาติในเพชรบุรีมีอะไรบ้าง?
ตอบ: อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน พะเนินทุ่ง น้ำตกทอทิพย์ เขื่อนแก่งกระจาน วนอุทยานเขานางพันธุรัต และแหลมผักเบี้ยเป็นตัวเลือกหลัก ครอบคลุมทั้งป่า ภูเขา น้ำตก อ่างเก็บน้ำ หินปูน และพื้นที่ชุ่มน้ำชายฝั่ง
ถาม: น้ำตกทอทิพย์เหมาะกับทุกคนหรือไม่?
ตอบ: ไม่เหมาะกับผู้ที่มีข้อจำกัดด้านการเดินมากนัก เพราะต้องเดินป่าระยะประมาณ 4.5 กิโลเมตรและมีพื้นลื่นตามฤดูกาล ผู้เดินทางควรมีสภาพร่างกายพร้อมและตรวจสถานะเส้นทางกับอุทยานก่อนเข้า
ถาม: แก่งกระจานควรพักกี่คืน?
ตอบ: อย่างน้อย 1 คืนเหมาะสำหรับเที่ยวเขื่อนและพื้นที่ใกล้เคียง หากต้องการขึ้นพะเนินทุ่ง ดูนก หรือน้ำตกทอทิพย์ ควรเผื่อ 2 คืนเพื่อไม่ให้ทริปเร่งเกินไป
ถาม: เพชรบุรีมีอาหารอะไรที่ควรลอง?
ตอบ: ขนมหม้อแกงเป็นของฝากที่มีชื่อเสียงที่สุด นอกจากนี้ยังมีขนมไทยที่ใช้น้ำตาลโตนด แกงหัวตาล อาหารพื้นเมือง และอาหารทะเลสดจากบ้านแหลม หาดเจ้าสำราญ ปึกเตียน และชะอำ
ถาม: จุดดูนกสำคัญของเพชรบุรีอยู่ที่ไหน?
ตอบ: แก่งกระจานเป็นพื้นที่สำคัญสำหรับนกป่า ขณะที่แหลมผักเบี้ยและพื้นที่ชายฝั่งบ้านแหลมเหมาะกับนกน้ำและนกชายเลน จึงสามารถจัดทริปดูนกทั้งป่าและทะเลภายในจังหวัดเดียวกันได้
ถาม: เที่ยวเพชรบุรีโดยไม่มีรถส่วนตัวได้หรือไม่?
ตอบ: ได้สำหรับตัวเมืองเพชรบุรีและชะอำ เพราะมีรถไฟ รถโดยสาร และรถรับจ้างในพื้นที่ แต่หากต้องการเที่ยวแก่งกระจาน บ้านแหลม โครงการชั่งหัวมัน หรือสถานที่กระจายหลายอำเภอ การใช้รถส่วนตัวหรือรถเช่าจะสะดวกกว่าอย่างชัดเจน
ถาม: ช่วงไหนเหมาะกับการเที่ยวเพชรบุรีมากที่สุด?
ตอบ: ช่วงพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์เหมาะกับการเที่ยวตัวเมือง ชะอำ และกิจกรรมกลางแจ้ง ส่วนพื้นที่ป่า น้ำตก และพะเนินทุ่งควรพิจารณาประกาศเปิด–ปิดของอุทยานและสภาพอากาศในปีนั้นควบคู่กัน
หมวดหมู่: ●บทความท่องเที่ยว, สูตรอาหาร
กลุ่ม: ●รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร
ปรับปรุงล่าสุด : 3 สัปดาห์ที่แล้ว



