หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคใต้ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดยะลา >อ.เมืองยะลา >ต.สะเตง > มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา
TL;DR: มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา อยู่ที่133 ถนนเทศบาล 3 ตำบลสะเตง อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา 95000. การเดินทางสะดวก เดินทางเข้าสู่ตัวเมืองยะลาแล้วใช้ถนนเทศบาล 3 ตำบลสะเตง สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถรับจ้าง.

ยะลา

มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา

มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา

วันเปิดทำการ (สำนักงานทั่วไป): วันจันทร์ – วันศุกร์ ยกเว้นวันหยุดราชการ
เวลาเปิดทำการ (สำนักงานทั่วไป): 08.30 – 16.30 น.
 
มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา (Yala Rajabhat University หรือ YRU) เป็นสถาบันอุดมศึกษาของรัฐที่มีประวัติยาวนานกว่า 90 ปี ตั้งอยู่เลขที่ 133 ถนนเทศบาล 3 ตำบลสะเตง อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา 95000 เริ่มก่อตั้งเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2477 ในฐานะโรงเรียนฝึกหัดครู ก่อนพัฒนามาเป็นวิทยาลัยครูยะลา สถาบันราชภัฏยะลา และได้รับการยกฐานะเป็นมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลาเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2547 ปัจจุบันมหาวิทยาลัยมีบทบาทสำคัญด้านการผลิตและพัฒนาครู การจัดการศึกษาระดับอุดมศึกษา การวิจัย นวัตกรรม และการบริการวิชาการแก่ชุมชน โดยมุ่งเน้นการพัฒนาท้องถิ่นในจังหวัดยะลา ปัตตานี นราธิวาส และพื้นที่ชายแดนภาคใต้ ภายใต้ปรัชญา “สร้างพลังปัญญาเพื่อพัฒนาท้องถิ่นชายแดนใต้” มหาวิทยาลัยมี 5 คณะหลัก ได้แก่ คณะครุศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและการเกษตร คณะวิทยาการจัดการ และคณะสาธารณสุขศาสตร์และสหเวชศาสตร์ โดยมีผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ศิริชัย นามบุรี ดำรงตำแหน่งอธิการบดีในปี พ.ศ. 2569
 
มหาวิทยาลัยตั้งอยู่ในเขตเมืองยะลา ซึ่งเป็นศูนย์กลางการบริหาร เศรษฐกิจ และการศึกษาของจังหวัดชายแดนภาคใต้ พื้นที่มหาวิทยาลัยประกอบด้วยอาคารเรียน อาคารสำนักงาน หอประชุม ศูนย์บริการวิชาการ ห้องปฏิบัติการ และพื้นที่สำหรับกิจกรรมนักศึกษา โดยมีการจัดสภาพแวดล้อมที่ผสมผสานระหว่างอาคารสมัยใหม่กับพื้นที่สีเขียว ภูมิทัศน์และพื้นที่ส่วนกลางได้รับการพัฒนาเพื่อรองรับทั้งการเรียนรู้ การทำกิจกรรม และการใช้ชีวิตของนักศึกษาในสังคมที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม
 
ความสำคัญของมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลาไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะจังหวัดยะลาเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับพัฒนาการทางการศึกษาของจังหวัดชายแดนภาคใต้โดยรวม พื้นที่แห่งนี้มีความหลากหลายด้านภาษา ศาสนา ประเพณี และวิถีชีวิต โดยมีประชาชนชาวไทยพุทธและชาวไทยมุสลิมอาศัยอยู่ร่วมกัน การจัดการศึกษาของมหาวิทยาลัยจึงต้องสอดคล้องกับบริบทท้องถิ่น ทั้งการพัฒนาทักษะภาษาไทย ภาษามลายู ภาษาอาหรับ ภาษาอังกฤษ การผลิตครู การสนับสนุนอาชีพ และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในสังคมพหุวัฒนธรรม
 
ประวัติศาสตร์ของมหาวิทยาลัยเริ่มต้นเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2477 ซึ่งเป็นช่วงที่ประเทศไทยกำลังขยายระบบการศึกษาภาคบังคับและพัฒนาการผลิตบุคลากรครูสำหรับโรงเรียนในท้องถิ่น จังหวัดยะลาในขณะนั้นต้องการบุคลากรที่สามารถจัดการเรียนการสอนให้แก่เด็กและเยาวชนได้อย่างทั่วถึง ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลาจึงริเริ่มจัดตั้งโรงเรียนอาชีพประจำจังหวัดขึ้นเป็นโรงเรียนฝึกหัดครู ณ หมู่บ้านมลายูบางกอก โดยใช้งบประมาณจากเงินศึกษาพลีจำนวน 2,000 บาท สำหรับก่อสร้างสถานศึกษา
 
เงินศึกษาพลีเป็นเงินที่จัดเก็บตามระบบการศึกษาในสมัยนั้นเพื่อนำมาใช้สนับสนุนการจัดการศึกษา การใช้เงินดังกล่าวเป็นงบประมาณเริ่มต้นสะท้อนให้เห็นว่าโรงเรียนฝึกหัดครูยะลามีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับนโยบายพัฒนาการศึกษาของรัฐ และเกิดขึ้นจากความจำเป็นในการเพิ่มจำนวนครูสำหรับพื้นที่ชายแดนภาคใต้ ในระยะแรกโรงเรียนเปิดการเรียนการสอนระดับประถมศึกษาตามระบบที่ใช้อยู่ในสมัยนั้น และจัดการศึกษาฝึกหัดครูชั้นต้นปีที่ 1 และปีที่ 2
 
วันที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2478 โรงเรียนได้ย้ายจากหมู่บ้านมลายูบางกอกไปตั้งอยู่บริเวณข้างวัดพุทธภูมิ ซึ่งเป็นพื้นที่ของโรงเรียนคณะราษฎรบำรุงจังหวัดยะลาในปัจจุบัน เหตุผลสำคัญของการย้ายสถานที่คือพื้นที่เดิมมีลักษณะเป็นเนินสูง ไม่เอื้อต่อการฝึกปฏิบัติด้านการทำสวนและปลูกผัก ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการฝึกหัดครูในยุคนั้น การย้ายโรงเรียนครั้งนี้เกิดขึ้นในสมัยที่พระภูมิพิชัยดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา
 
ต่อมาในวันที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2480 โรงเรียนได้ย้ายอีกครั้งไปยังบริเวณที่ตั้งของโรงเรียนอนุบาลในสมัยนั้น ซึ่งปัจจุบันเป็นพื้นที่ของวิทยาลัยเทคนิคยะลา การเปลี่ยนสถานที่ตั้งในระยะแรกแสดงให้เห็นถึงความพยายามในการจัดหาพื้นที่ที่เหมาะสมกับการขยายการศึกษาและการฝึกปฏิบัติของนักเรียนครู
 
ในปี พ.ศ. 2482 โรงเรียนประสบปัญหาไม่มีผู้สมัครเข้าศึกษา ทำให้ต้องหยุดการเรียนการสอนตลอดปีการศึกษานั้น ก่อนกลับมาเปิดดำเนินงานอีกครั้งในวันที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2483 โดยเริ่มเปิดสอนระดับมัธยมพิเศษ และขยายการเรียนถึงชั้นปีที่ 3 ในปี พ.ศ. 2484 ต่อมาในปี พ.ศ. 2486 ได้เปลี่ยนชื่อระดับการศึกษาดังกล่าวเป็นชั้นฝึกหัดครูประชาบาล เพื่อให้สอดคล้องกับระบบการผลิตครูของประเทศ
 
วันที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2486 โรงเรียนย้ายไปตั้งอยู่บริเวณสะเตง ซึ่งเป็นพื้นที่ศาลากลางจังหวัดเดิม โดยมีการโอนอาคารราชการหลายหลังให้ใช้เป็นสถานศึกษาฝึกหัดครู อาคารที่เกี่ยวข้องในระยะนั้นประกอบด้วยศาลากลางจังหวัดเดิม อาคารที่ทำการอำเภอ และอาคารราชการอื่นที่ได้รับการโอนกรรมสิทธิ์ การเปลี่ยนอาคารราชการมาใช้เป็นสถานศึกษาถือเป็นช่วงสำคัญของการสร้างความมั่นคงด้านสถานที่และโครงสร้างพื้นฐานของโรงเรียน
 
ในช่วงทศวรรษ 2490 ระบบการผลิตครูของประเทศมีการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง โรงเรียนฝึกหัดครูยะลาเริ่มเปิดหลักสูตรฝึกหัดครูมูลในปี พ.ศ. 2493 และปรับเปลี่ยนหลักสูตรประกาศนียบัตรตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการในปีต่อมา การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ช่วยพัฒนาระดับความรู้และคุณสมบัติของผู้สำเร็จการศึกษา เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการครูในโรงเรียนประถมศึกษาที่เพิ่มขึ้น
 
ปี พ.ศ. 2504 เป็นอีกช่วงสำคัญในประวัติศาสตร์ของสถาบัน เมื่อโรงเรียนฝึกหัดครูยะลาย้ายจากบริเวณศาลากลางจังหวัดเก่าที่สะเตงมายังพื้นที่ตั้งปัจจุบัน โดยเริ่มก่อสร้างอาคารเรียน หอนอน และโรงอาหารชั่วคราว ในระยะแรกสถานที่แห่งใหม่ยังไม่สามารถรองรับการเรียนการสอนได้ทั้งหมด จึงจำเป็นต้องใช้สถานที่เดิมควบคู่กันไปด้วย การวางผังการใช้พื้นที่แห่งใหม่นี้มีความเกี่ยวข้องกับศาสตราจารย์ หม่อมหลวงปิ่น มาลากุล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ผู้มีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาการศึกษาไทย
 
พ.ศ. 2505 กรมการฝึกหัดครูประกาศยกฐานะโรงเรียนฝึกหัดครูยะลาเป็นวิทยาลัยครูยะลา นับเป็นการเปลี่ยนแปลงสถานะครั้งสำคัญที่ทำให้สถาบันสามารถขยายการผลิตบุคลากรทางการศึกษาได้อย่างเป็นระบบมากขึ้น ในปีการศึกษา พ.ศ. 2506 วิทยาลัยเริ่มเปิดหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาการศึกษาชั้นสูงเป็นรุ่นแรก ก่อนขยายสาขาวิชาและปรับปรุงอาคารสถานที่อย่างต่อเนื่อง
 
ในปี พ.ศ. 2509 วิทยาลัยครูยะลาได้รับงบประมาณสำหรับการก่อสร้างและพัฒนาสถานที่ภายในสถาบัน ทั้งอาคารเรียน หอพักนักศึกษา หอประชุม บ้านพักครู โรงครัว และระบบสาธารณูปโภค ทำให้วิทยาลัยมีความพร้อมสำหรับการจัดการศึกษามากขึ้น การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในช่วงดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการขยายโอกาสทางการศึกษาให้แก่ประชาชนในจังหวัดยะลาและพื้นที่ใกล้เคียง
 
จุดเปลี่ยนสำคัญอีกครั้งเกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2518 เมื่อมีการประกาศใช้พระราชบัญญัติวิทยาลัยครู พ.ศ. 2518 ซึ่งเปิดโอกาสให้วิทยาลัยครูทั่วประเทศจัดการศึกษาถึงระดับปริญญาได้ วิทยาลัยครูยะลาจึงเริ่มจัดการศึกษาระดับปริญญาตรี โดยหนึ่งในหลักสูตรระยะแรกมีวิชาเอกภาษาอังกฤษและวิชาโทภาษาไทย การเปิดสอนระดับปริญญาตรีช่วยขยายโอกาสให้ผู้เรียนในจังหวัดชายแดนภาคใต้สามารถศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาได้ภายในภูมิภาคของตนเอง
 
หลังจากนั้นวิทยาลัยครูยะลาได้ขยายการศึกษาสู่ศาสตร์ที่หลากหลายมากขึ้น โดยในปี พ.ศ. 2528 มีการจัดการศึกษาระดับอนุปริญญาด้านนิเทศศาสตร์ ศิลปกรรม คหกรรมศาสตร์ และอาหาร ต่อมาในปี พ.ศ. 2529 มีการเปิดสอนด้านดนตรีและศิลปะการแสดง ในปี พ.ศ. 2530 เปิดหลักสูตรด้านการพัฒนาชุมชน และในปี พ.ศ. 2531 เปิดการศึกษาด้านการจัดการทั่วไป การพัฒนาเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าสถาบันได้ขยายบทบาทจากการผลิตครูไปสู่การพัฒนาบุคลากรในสาขาอาชีพอื่นตามความต้องการของสังคม
 
วันที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2535 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนาม “สถาบันราชภัฏ” แทนชื่อวิทยาลัยครู และพระราชทานพระราชลัญจกรเป็นตราสัญลักษณ์ของสถาบันราชภัฏทั่วประเทศ คำว่า “ราชภัฏ” จึงกลายเป็นชื่อที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และสะท้อนถึงความผูกพันระหว่างสถาบันการศึกษากับพระมหากษัตริย์ วันที่ 14 กุมภาพันธ์ของทุกปีจึงเป็นวันราชภัฏ ซึ่งมีการจัดกิจกรรมรำลึกถึงความสำคัญของเหตุการณ์ดังกล่าว
 
เมื่อพระราชบัญญัติสถาบันราชภัฏ พ.ศ. 2538 ได้รับการประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2538 วิทยาลัยครูยะลาจึงเปลี่ยนสถานะเป็นสถาบันราชภัฏยะลาอย่างเป็นทางการ การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้สถาบันมีบทบาทด้านการศึกษาที่กว้างขวางขึ้น สามารถพัฒนาหลักสูตรระดับสูงกว่าปริญญาตรี และขยายงานวิจัยกับการบริการวิชาการให้สอดคล้องกับการพัฒนาท้องถิ่น
 
ในช่วงของสถาบันราชภัฏยะลา มีการพัฒนาศูนย์การศึกษาและพื้นที่เรียนรู้ภายนอกสถานศึกษาหลัก โดยเฉพาะพื้นที่แม่ลาน จังหวัดปัตตานี ซึ่งมีความสำคัญต่อการฝึกปฏิบัติด้านการเกษตรและการพัฒนาชุมชน พื้นที่แห่งนี้พัฒนามาเป็นศูนย์การเรียนรู้แม่ลานของมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลาในปัจจุบัน เพื่อสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ภาคปฏิบัติ การศึกษาดูงาน และการถ่ายทอดองค์ความรู้แก่ชุมชน
 
วันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2547 เป็นวันสำคัญที่สุดวันหนึ่งในประวัติศาสตร์สถาบัน เมื่อสถาบันราชภัฏยะลาได้รับการยกฐานะเป็นมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลาตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยราชภัฏ พ.ศ. 2547 มหาวิทยาลัยจึงมีฐานะเป็นนิติบุคคล และมีพันธกิจตามกฎหมายในการจัดการศึกษาระดับอุดมศึกษา การส่งเสริมวิชาการและวิชาชีพชั้นสูง การวิจัย การบริการวิชาการแก่สังคม การถ่ายทอดเทคโนโลยี การผลิตและพัฒนาครู ตลอดจนการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม
 
เมื่อพิจารณาตามลำดับประวัติศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลามีจุดเริ่มต้นจากโรงเรียนฝึกหัดครูในปี พ.ศ. 2477 ยกฐานะเป็นวิทยาลัยครูในปี พ.ศ. 2505 เปลี่ยนเป็นสถาบันราชภัฏในปี พ.ศ. 2538 และได้รับสถานะเป็นมหาวิทยาลัยในปี พ.ศ. 2547 ดังนั้นปีเริ่มต้นของสถาบันกับปีสถาปนาเป็นมหาวิทยาลัยจึงเป็นคนละช่วงเวลา โดยในปี พ.ศ. 2569 สถาบันมีประวัติครบ 92 ปีนับจากจุดเริ่มต้นในปี พ.ศ. 2477
 
ตลอดระยะเวลาของการพัฒนา มหาวิทยาลัยได้ปรับเปลี่ยนแนวทางการจัดการศึกษาให้สอดคล้องกับความต้องการของสังคมชายแดนภาคใต้มากขึ้น จากเดิมที่มุ่งผลิตครูเป็นหลัก ได้ขยายไปสู่การศึกษาด้านมนุษยศาสตร์ ภาษา สังคมศาสตร์ วิทยาศาสตร์ การเกษตร เทคโนโลยีสารสนเทศ ธุรกิจ การบริหารจัดการ และสาธารณสุขศาสตร์ โดยยังคงให้ความสำคัญกับการผลิตบุคลากรที่มีทักษะวิชาชีพและสามารถนำความรู้ไปพัฒนาชุมชนได้
 
ปรัชญาของมหาวิทยาลัยคือ “สร้างพลังปัญญาเพื่อพัฒนาท้องถิ่นชายแดนใต้” ส่วนวิสัยทัศน์คือ “มหาวิทยาลัยคลังปัญญาแห่งชายแดนใต้ เป็นเลิศในการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นอย่างยั่งยืนสู่สากล” แนวคิดนี้สะท้อนถึงเป้าหมายในการทำให้มหาวิทยาลัยเป็นศูนย์กลางองค์ความรู้ที่ตอบสนองต่อปัญหาและโอกาสของพื้นที่ ทั้งการศึกษา เศรษฐกิจ สาธารณสุข วัฒนธรรม และการสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน
 
ตราประจำมหาวิทยาลัยเป็นรูปวงรีสองวงล้อมรอบพระราชลัญจกรประจำพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 โดยมีชื่อมหาวิทยาลัยเป็นภาษาไทยอยู่ด้านบนและภาษาอังกฤษอยู่ด้านล่าง สีที่ปรากฏในตรามีความหมายแตกต่างกัน ได้แก่ สีน้ำเงินแทนสถาบันพระมหากษัตริย์ สีเขียวแทนธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สีทองแทนความเจริญรุ่งเรืองทางปัญญา สีส้มแทนศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น และสีขาวแทนความบริสุทธิ์แห่งความคิดและปัญญา
 
สีประจำมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลาคือสีชมพูและสีเทา โดยสื่อความหมายถึงการใช้ความคิด การรู้จักไตร่ตรอง และการอยู่ร่วมกันด้วยความรักและความสามัคคี ส่วนต้นไม้และดอกไม้ประจำมหาวิทยาลัยคือจันทน์กะพ้อ ซึ่งเป็นไม้ดอกที่มีความโดดเด่นด้านกลิ่นหอมและมีความสัมพันธ์กับพรรณไม้ของภาคใต้ สัญลักษณ์เหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของอัตลักษณ์ที่สร้างความผูกพันให้แก่นักศึกษา บุคลากร และศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา
 
ในปี พ.ศ. 2569 มหาวิทยาลัยมีผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ศิริชัย นามบุรี เป็นอธิการบดี ทำหน้าที่กำกับและขับเคลื่อนนโยบายด้านการศึกษา การวิจัย การพัฒนาบุคลากร และการบริหารจัดการมหาวิทยาลัย โดยมีการดำเนินงานร่วมกับคณะผู้บริหาร คณบดี และหน่วยงานสนับสนุนต่าง ๆ เพื่อพัฒนามหาวิทยาลัยให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการของผู้เรียนและสังคมในยุคปัจจุบัน
 
ปัจจุบันมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลามี 5 คณะหลัก โดยแต่ละคณะมีลักษณะความเชี่ยวชาญแตกต่างกัน แต่มีเป้าหมายร่วมกันในการพัฒนากำลังคนและองค์ความรู้ที่เป็นประโยชน์ต่อท้องถิ่น การจัดการศึกษาครอบคลุมระดับปริญญาตรีและระดับบัณฑิตศึกษา รวมถึงหลักสูตรที่ออกแบบให้รองรับผู้เรียนซึ่งต้องการศึกษาควบคู่กับการทำงาน
 
คณะครุศาสตร์เป็นคณะที่มีความสัมพันธ์กับประวัติศาสตร์การก่อตั้งมหาวิทยาลัยมากที่สุด เพราะมีรากฐานมาจากโรงเรียนฝึกหัดครูยะลาในปี พ.ศ. 2477 ภารกิจสำคัญคือการผลิตและพัฒนาครูให้มีความรู้ด้านวิชาชีพครู การจัดการเรียนรู้ จิตวิทยาการศึกษา และการพัฒนาผู้เรียน โดยมีการจัดการศึกษาที่เกี่ยวข้องกับปฐมวัย อิสลามศึกษา พลศึกษาและสุขศึกษา ภาษาอังกฤษและเทคโนโลยีการศึกษา รวมถึงการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาในสาขาที่เกี่ยวข้องกับการบริหารการศึกษาและการสอน
 
ความโดดเด่นของการผลิตครูในจังหวัดชายแดนภาคใต้คือการเตรียมบุคลากรให้สามารถทำงานในพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางภาษาและวัฒนธรรมได้ การพัฒนาครูจึงไม่ได้มุ่งเฉพาะความรู้ตามหลักสูตรเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมความเข้าใจบริบทของผู้เรียน การสื่อสารกับผู้ปกครอง และการจัดการเรียนรู้ที่คำนึงถึงความแตกต่างของชุมชน การศึกษาของคณะครุศาสตร์จึงสัมพันธ์โดยตรงกับการพัฒนาคุณภาพโรงเรียนและเยาวชนในพื้นที่
 
คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์มีบทบาทในการพัฒนาความรู้ด้านภาษา วัฒนธรรม กฎหมาย การปกครอง การบริหารภาครัฐ การพัฒนาชุมชน และศิลปกรรม โดยหลักสูตรที่เกี่ยวข้องกับภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ภาษามลายู ภาษาอาหรับ และภาษาจีนมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งมีการติดต่อสื่อสารและความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมกับประเทศมาเลเซียและภูมิภาคอาเซียน
 
การศึกษาด้านภาษามลายูและภาษาอาหรับในมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลามีความสัมพันธ์กับบริบททางสังคมของพื้นที่ ขณะที่สาขากฎหมาย รัฐศาสตร์ และรัฐประศาสนศาสตร์ช่วยพัฒนาบุคลากรสำหรับหน่วยงานภาครัฐ องค์กรท้องถิ่น และภาคประชาสังคม ส่วนสาขานวัตกรรมการพัฒนาชุมชนมุ่งเชื่อมโยงความรู้กับการพัฒนาเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของประชาชนในระดับพื้นที่
 
คณะวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและการเกษตรมีความหลากหลายด้านวิชาการ ทั้งวิทยาศาสตร์พื้นฐาน วิทยาศาสตร์ประยุกต์ คอมพิวเตอร์ เทคโนโลยีสารสนเทศ พลังงานทดแทน จุลชีววิทยา การเกษตร สัตวศาสตร์ ธุรกิจอาหาร และการประกอบการอาหารฮาลาลและโภชนาการ การจัดการศึกษาของคณะมุ่งสร้างบุคลากรที่สามารถนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไปใช้แก้ปัญหาในภาคการผลิตและชุมชนได้อย่างเหมาะสม
 
สาขาวิชาที่เกี่ยวข้องกับอาหารฮาลาลเป็นตัวอย่างของการจัดการศึกษาที่สัมพันธ์กับบริบทพื้นที่ชายแดนภาคใต้ เนื่องจากอุตสาหกรรมอาหารฮาลาลมีความสำคัญต่อผู้บริโภคและผู้ประกอบการมุสลิมทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ การศึกษาด้านอาหารฮาลาลจึงสามารถเชื่อมโยงศาสตร์ด้านวิทยาศาสตร์อาหาร โภชนาการ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การจัดการธุรกิจ และความต้องการของตลาดเข้าด้วยกัน
 
คณะวิทยาการจัดการมุ่งผลิตบุคลากรด้านการบริหารธุรกิจ การบัญชี การตลาด การเงิน ธุรกิจดิจิทัล การท่องเที่ยว การโรงแรม การจัดงาน และการค้าชายแดน โดยมีความสัมพันธ์กับระบบเศรษฐกิจของจังหวัดยะลาและจังหวัดใกล้เคียง การจัดการศึกษาด้านการค้าชายแดนและโลจิสติกส์มีความสำคัญต่อการเชื่อมโยงการค้าและการขนส่งระหว่างประเทศไทยกับมาเลเซีย รวมถึงการส่งเสริมความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการท้องถิ่น
 
คณะสาธารณสุขศาสตร์และสหเวชศาสตร์เป็นหน่วยงานที่มีบทบาทในการผลิตบุคลากรด้านสุขภาพและศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง โดยสาขาวิชาในปีการศึกษา 2569 ครอบคลุมวิทยาศาสตร์เครื่องสำอาง สุขภาพและการชะลอวัย สาธารณสุขศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับอนามัยสิ่งแวดล้อมและอาชีวอนามัย ตลอดจนสาธารณสุขศาสตร์และธุรกิจสุขภาพ ความรู้เหล่านี้สัมพันธ์กับการดูแลสุขภาพประชาชน การจัดการสภาพแวดล้อม การส่งเสริมความปลอดภัยในการทำงาน และการพัฒนาบริการด้านสุขภาพ
 
นอกจากการเรียนการสอนแล้ว มหาวิทยาลัยยังมีบทบาทด้านการวิจัยและการถ่ายทอดองค์ความรู้เพื่อแก้ปัญหาของชุมชนชายแดนภาคใต้ เช่น การพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก การยกระดับผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น การส่งเสริมผู้ประกอบการ การพัฒนาอาหารและผลิตภัณฑ์ฮาลาล การเกษตร และการสร้างโอกาสทางการศึกษา มหาวิทยาลัยมีการใช้แนวทางพัฒนาชุมชนผ่านการทำงานร่วมกับองค์กรท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ผลจากการศึกษาสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง
 
ในปี พ.ศ. 2569 มหาวิทยาลัยเปิด YRU Fresh Mart หรือศูนย์จำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชนชายแดนใต้ ซึ่งเป็นพื้นที่รวบรวมและจำหน่ายสินค้าจากชุมชน รวมถึงผลงานที่เกิดจากการบริการวิชาการ งานวิจัย และการจัดการเรียนการสอนของมหาวิทยาลัย สินค้าที่นำมาจำหน่ายประกอบด้วยอาหารและเครื่องดื่ม ผลิตภัณฑ์สุขภาพและความงาม เสื้อผ้า งานหัตถกรรม และผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์จากนักศึกษาและคณาจารย์
 
YRU Fresh Mart ตั้งอยู่บริเวณด้านหลังร้าน Café Amazon ภายในมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา เปิดให้บริการวันจันทร์ถึงวันศุกร์ เวลา 08.30 – 16.30 น. ติดต่อสอบถามได้ที่หมายเลข 073-299618 พื้นที่แห่งนี้เป็นตัวอย่างของการนำมหาวิทยาลัยมาเชื่อมโยงกับระบบเศรษฐกิจชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม ช่วยสร้างช่องทางจำหน่ายสินค้าและเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการท้องถิ่นเข้าถึงผู้บริโภค
 
สถานที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของมหาวิทยาลัยคือโรงแรม @INN YRU ซึ่งตั้งอยู่ภายในพื้นที่มหาวิทยาลัย โรงแรมแห่งนี้ได้รับการพัฒนาให้เป็นทั้งสถานที่พักสำหรับผู้มาเยือนและพื้นที่สนับสนุนการฝึกประสบการณ์วิชาชีพของนักศึกษา โดยเชื่อมโยงการเรียนรู้ด้านการโรงแรม การท่องเที่ยว และงานบริการเข้ากับการปฏิบัติงานจริง การมีโรงแรมภายในมหาวิทยาลัยช่วยสนับสนุนการต้อนรับผู้เข้าร่วมกิจกรรมทางวิชาการ การประชุม และการเยี่ยมชมมหาวิทยาลัยจากต่างพื้นที่
 
พื้นที่ที่มีความสำคัญต่อกิจกรรมส่วนรวมของมหาวิทยาลัย ได้แก่ อาคารเฉลิมพระเกียรติ 50 พรรษา มหาวชิราลงกรณ ซึ่งเป็นอาคารสำคัญด้านการบริหารและการประชุม รวมถึงหอประชุมเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 ที่ใช้จัดกิจกรรมขนาดใหญ่ของมหาวิทยาลัย เช่น พิธีต้อนรับนักศึกษาใหม่ กิจกรรมวันราชภัฏ และกิจกรรมเชิดชูครูอาจารย์ อาคารเหล่านี้มีบทบาททั้งด้านการบริหาร การศึกษา และการสร้างความสัมพันธ์ของประชาคมมหาวิทยาลัย
 
สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศเป็นหน่วยงานที่สนับสนุนการเรียนรู้และการใช้เทคโนโลยีของมหาวิทยาลัย โดยมีบทบาทด้านทรัพยากรสารสนเทศ ระบบห้องสมุด ระบบดิจิทัล และบริการที่ช่วยให้นักศึกษาและบุคลากรสามารถเข้าถึงข้อมูลทางวิชาการได้สะดวกยิ่งขึ้น การพัฒนาระบบเหล่านี้มีความสำคัญต่อการเรียนรู้ในยุคที่เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาระดับอุดมศึกษา
 
มหาวิทยาลัยยังมีศูนย์ภาษาและอาเซียนศึกษา ซึ่งเกี่ยวข้องกับการพัฒนาทักษะภาษาและความรู้ด้านภูมิภาคอาเซียน การมีหน่วยงานลักษณะนี้มีความสำคัญต่อพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เนื่องจากประชาชนและนักศึกษามีโอกาสใช้ภาษาในการติดต่อสื่อสารกับประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งด้านการศึกษา การค้า การท่องเที่ยว และความร่วมมือทางวัฒนธรรม
 
สำหรับการเรียนรู้ด้านการเกษตรและการพัฒนาชุมชน มหาวิทยาลัยมีศูนย์การเรียนรู้แม่ลานในจังหวัดปัตตานี ซึ่งมีประวัติการพัฒนาจากสถาบันราชภัฏยะลา วิทยาเขตแม่ลานที่เริ่มจัดตั้งในปี พ.ศ. 2538 ปัจจุบันศูนย์แห่งนี้มีบทบาทด้านการฝึกปฏิบัติ การศึกษาดูงาน การพัฒนาทักษะด้านการเกษตร และการสร้างองค์ความรู้ที่สามารถนำไปปรับใช้กับชุมชนในพื้นที่ โดยมีการดำเนินกิจกรรมและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอย่างต่อเนื่อง
 
ด้านประเพณีและวัฒนธรรมของมหาวิทยาลัย วันราชภัฏตรงกับวันที่ 14 กุมภาพันธ์ของทุกปี เป็นวันสำคัญที่ชาวราชภัฏร่วมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ผู้พระราชทานนามราชภัฏและพระราชลัญจกรประจำสถาบัน ในปี พ.ศ. 2569 มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลาได้จัดกิจกรรมวันราชภัฏภายใต้แนวคิด “ราชภัฏสดุดี เทิดไท้มหาจักรีวงศ์” โดยมีกิจกรรมถวายราชสักการะ พิธีอัญเชิญตราพระราชลัญจกร กิจกรรมจิตอาสา การปลูกต้นไม้ และการรับบริจาคโลหิต
 
ความโดดเด่นของกิจกรรมวันราชภัฏยะลาคือการจัดกิจกรรมทางศาสนาของทั้งชาวไทยพุทธและชาวไทยมุสลิมร่วมกัน โดยในวันที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 มหาวิทยาลัยได้จัดกิจกรรมทำบุญตามหลักศาสนาพุทธและศาสนาอิสลามเนื่องในโอกาสวันราชภัฏ กิจกรรมนี้สะท้อนถึงลักษณะสังคมพหุวัฒนธรรมของมหาวิทยาลัยและการให้ความสำคัญกับการอยู่ร่วมกันโดยเคารพความแตกต่างด้านความเชื่อและวิถีชีวิต
 
อีกกิจกรรมสำคัญคือพิธีรำลึกพระคุณครู ซึ่งมีความสัมพันธ์โดยตรงกับประวัติศาสตร์ของมหาวิทยาลัยที่เริ่มต้นจากโรงเรียนฝึกหัดครู ในวันที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2569 มหาวิทยาลัยได้จัดพิธีรำลึกพระคุณครูประจำปีการศึกษา 2569 ณ หอประชุมเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 เพื่อให้นักศึกษาได้แสดงความกตัญญูกตเวทีต่อครูอาจารย์ โดยมีกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาต่างศาสนาเข้าร่วมแสดงความเคารพต่อผู้ประสิทธิ์ประสาทความรู้ตามบริบทที่เหมาะสม
 
การต้อนรับนักศึกษาใหม่เป็นอีกกิจกรรมที่ช่วยสร้างอัตลักษณ์ของประชาคมมหาวิทยาลัย ในปีการศึกษา 2569 มหาวิทยาลัยจัดโครงการ YRU IGNITE 2026 ภายใต้แนวคิด Ignite the Next Generation ระหว่างวันที่ 8 – 9 มิถุนายน พ.ศ. 2569 โดยมีนักศึกษาใหม่เข้าร่วมกิจกรรม 2,308 คนจากทั้ง 5 คณะ กิจกรรมมุ่งเตรียมความพร้อมด้านการศึกษา การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ กฎระเบียบ การปรับตัว และการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างนักศึกษาใหม่กับประชาคมมหาวิทยาลัย
 
การจัดกิจกรรมนักศึกษาของมหาวิทยาลัยยังให้ความสำคัญกับความสร้างสรรค์ ความปลอดภัย และการเคารพสิทธิของผู้เข้าร่วม โดยมีนโยบายและมาตรการสำหรับกิจกรรมต้อนรับนักศึกษาใหม่และการประชุมเชียร์ในปีการศึกษา 2569 เพื่อส่งเสริมบรรยากาศการเรียนรู้ที่เหมาะสมและคำนึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
 
บริบทด้านศิลปวัฒนธรรมของมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลามีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับสังคมชายแดนภาคใต้ ทั้งภาษา ประเพณี อาหาร ศาสนา และภูมิปัญญาชุมชน การจัดการศึกษาและกิจกรรมทางวัฒนธรรมจึงเป็นเครื่องมือในการสร้างความเข้าใจระหว่างผู้คนที่มีความหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการเรียนรู้ภาษามลายู ศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น อาหารฮาลาล หรือแนวทางการพัฒนาชุมชนโดยใช้ทรัพยากรทางวัฒนธรรมอย่างเหมาะสม
 
มหาวิทยาลัยยังมีบทบาทในการสนับสนุนการพัฒนาชุมชนผ่านโครงการที่เชื่อมโยงกับการแก้ปัญหาความยากจน เศรษฐกิจฐานราก และการสร้างโอกาสทางอาชีพ ตัวอย่างเช่น การใช้พื้นที่ชุมชนต้นแบบเพื่อดำเนินโครงการพัฒนาท้องถิ่น รวมทั้งการสนับสนุนผลิตภัณฑ์ชุมชนผ่านช่องทางของมหาวิทยาลัย การทำงานลักษณะนี้สอดคล้องกับภารกิจตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยราชภัฏที่กำหนดให้มหาวิทยาลัยเป็นสถาบันอุดมศึกษาเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น
 
สำหรับผู้ที่สนใจการท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้ มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลาเป็นสถานที่ที่สามารถสะท้อนประวัติศาสตร์การศึกษาและพัฒนาการของจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้อย่างน่าสนใจ ผู้มาเยือนสามารถศึกษาประวัติสถาบันที่เริ่มต้นจากโรงเรียนฝึกหัดครู ชมบรรยากาศอาคารการศึกษาและพื้นที่ส่วนกลาง รวมถึงเรียนรู้เกี่ยวกับกิจกรรมด้านภาษา วัฒนธรรมและการพัฒนาชุมชน ทั้งนี้การเข้าเยี่ยมชมหน่วยงานหรือพื้นที่จัดกิจกรรมเฉพาะควรติดต่อประสานงานกับมหาวิทยาลัยก่อนเดินทาง
 
มหาวิทยาลัยตั้งอยู่ภายในเขตเมืองยะลา จึงสามารถเชื่อมโยงการเยี่ยมชมสถานศึกษากับการเรียนรู้ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมเมืองยะลาได้อย่างสะดวก บริเวณตัวเมืองมีสถานที่สำคัญ เช่น ศาลหลักเมืองยะลา สวนขวัญเมือง สนามโรงพิธีช้างเผือก วัดพุทธภูมิ และพิพิธภัณฑ์เมืองยะลา ซึ่งแต่ละแห่งสะท้อนเรื่องราวของเมืองจากมุมมองที่แตกต่างกัน ทั้งประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรม ศาสนา พื้นที่สาธารณะ และวิถีชีวิตประชาชน
 
สำหรับนักศึกษา ผู้ปกครอง และผู้ที่เดินทางมาติดต่อมหาวิทยาลัย ภายในมหาวิทยาลัยมีโรงแรม @INN YRU เป็นทางเลือกด้านที่พัก และยังมีร้านอาหาร คาเฟ่ และบริการต่าง ๆ ในเขตเมืองยะลาที่สามารถเดินทางไปใช้บริการได้ นอกจากนี้ผู้มาเยือนยังสามารถสัมผัสอาหารพื้นเมืองของจังหวัดยะลา ซึ่งมีความหลากหลายทั้งอาหารไทย อาหารมลายูมุสลิม และอาหารท้องถิ่นภาคใต้ อันเป็นส่วนหนึ่งของอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมในพื้นที่
 
การเดินทาง ไปยังมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา สามารถเดินทางจากตัวเมืองยะลาเข้าสู่ถนนเทศบาล 3 ตำบลสะเตง อำเภอเมืองยะลา โดยใช้รถยนต์ส่วนตัว รถรับจ้าง หรือบริการขนส่งภายในเมือง ผู้ที่เดินทางโดยรถไฟสามารถลงที่สถานีรถไฟยะลา จากนั้นใช้บริการรถรับจ้างเดินทางต่อไปยังมหาวิทยาลัยได้ สำหรับผู้ที่เดินทางจากจังหวัดปัตตานี นราธิวาส หรือจังหวัดใกล้เคียง สามารถเดินทางเข้าสู่ตัวเมืองยะลาแล้วใช้ระบบนำทางไปยังมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา เลขที่ 133 ถนนเทศบาล 3 ได้โดยตรง
 
การติดต่อสำนักงานทั่วไปของมหาวิทยาลัยสามารถดำเนินการในวันจันทร์ถึงวันศุกร์ เวลา 08.30 – 16.30 น. ยกเว้นวันหยุดราชการ โดยบางหน่วยงานอาจมีการจัดบริการเพิ่มเติมในวันเสาร์หรือวันอาทิตย์ตามภารกิจของตนเอง ผู้ที่ต้องการติดต่อเรื่องการสมัครเรียน การลงทะเบียน การขอเอกสารทางการศึกษา หรือศึกษาดูงาน ควรตรวจสอบข้อมูลจากหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรงก่อนเดินทาง สามารถติดต่อมหาวิทยาลัยทางหมายเลข 073-299699 หรือเว็บไซต์ทางการ https://www.yru.ac.th/
 
เมื่อพิจารณาตลอดเส้นทางประวัติศาสตร์กว่า 92 ปี มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลาเป็นตัวอย่างของสถานศึกษาที่พัฒนาจากโรงเรียนฝึกหัดครูขนาดเล็กไปสู่มหาวิทยาลัยที่มีบทบาทต่อการพัฒนาภูมิภาคอย่างกว้างขวาง การเปลี่ยนสถานะและการขยายศาสตร์ทางวิชาการในแต่ละยุคสะท้อนถึงความพยายามตอบสนองต่อความต้องการของประชาชน ตั้งแต่การผลิตครู การสร้างโอกาสทางการศึกษา ไปจนถึงการพัฒนานวัตกรรมและเศรษฐกิจชุมชน
 
มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลาจึงไม่ใช่เพียงสถานที่จัดการเรียนการสอน แต่ยังเป็นศูนย์กลางการสร้างองค์ความรู้ การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และการเชื่อมโยงผู้คนในสังคมพหุวัฒนธรรมของชายแดนภาคใต้ ด้วยรากฐานทางประวัติศาสตร์ที่มั่นคงและการพัฒนาภารกิจให้สอดคล้องกับโลกปัจจุบัน มหาวิทยาลัยยังคงมีความสำคัญต่อการสร้างโอกาสทางการศึกษาและการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน
 
ชื่อมหาวิทยาลัยมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา
ชื่อภาษาอังกฤษYala Rajabhat University (YRU)
ประเภทมหาวิทยาลัยมหาวิทยาลัยราชภัฏของรัฐ สถาบันอุดมศึกษาเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น
ที่อยู่133 ถนนเทศบาล 3 ตำบลสะเตง อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา 95000
พิกัด6°32'54.4"N, 101°17'21.7"E
วันเริ่มก่อตั้งสถาบันเดิม1 กรกฎาคม พ.ศ. 2477 (ค.ศ. 1934)
วันสถาปนาเป็นมหาวิทยาลัย15 มิถุนายน พ.ศ. 2547 (ค.ศ. 2004)
อายุสถาบันในปี 256992 ปี นับตั้งแต่การก่อตั้งโรงเรียนฝึกหัดครูในปี พ.ศ. 2477
ประวัติการเปลี่ยนสถานะ1. โรงเรียนฝึกหัดครู พ.ศ. 2477
2. วิทยาลัยครูยะลา พ.ศ. 2505
3. สถาบันราชภัฏยะลา พ.ศ. 2538
4. มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา พ.ศ. 2547
บุคคลสำคัญทางประวัติศาสตร์ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลาผู้ริเริ่มจัดตั้งโรงเรียนฝึกหัดครูในปี พ.ศ. 2477 พระภูมิพิชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดในช่วงการย้ายสถานศึกษา พ.ศ. 2478 และศาสตราจารย์ หม่อมหลวงปิ่น มาลากุล ผู้มีบทบาทในการวางผังพื้นที่สถานศึกษาแห่งใหม่
อธิการบดีปี 2569ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ศิริชัย นามบุรี
ปรัชญาสร้างพลังปัญญาเพื่อพัฒนาท้องถิ่นชายแดนใต้
วิสัยทัศน์มหาวิทยาลัยคลังปัญญาแห่งชายแดนใต้ เป็นเลิศในการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นอย่างยั่งยืนสู่สากล
สีประจำมหาวิทยาลัยสีชมพูและสีเทา
ต้นไม้และดอกไม้ประจำมหาวิทยาลัยจันทน์กะพ้อ
จำนวนคณะหลักปี 25695 คณะ
คณะภายในมหาวิทยาลัย1. คณะครุศาสตร์
2. คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์
3. คณะวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและการเกษตร
4. คณะวิทยาการจัดการ
5. คณะสาธารณสุขศาสตร์และสหเวชศาสตร์
ศูนย์การเรียนรู้นอกพื้นที่หลักศูนย์การเรียนรู้แม่ลาน จังหวัดปัตตานี และพื้นที่การเรียนรู้ลำพญา จังหวัดยะลา
จุดเด่นทางวิชาการการผลิตและพัฒนาครู ภาษาและอาเซียนศึกษา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การเกษตร อาหารฮาลาล การบริหารจัดการ การค้าชายแดน และสาธารณสุขศาสตร์
สถานที่สำคัญภายใน1. อาคารเฉลิมพระเกียรติ 50 พรรษา มหาวชิราลงกรณ
2. หอประชุมเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550
3. สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ
4. ศูนย์ภาษาและอาเซียนศึกษา
5. YRU Fresh Mart
6. โรงแรม @INN YRU
7. อาคารเรียนและพื้นที่กิจกรรมนักศึกษา
ประเพณีและกิจกรรมสำคัญ1. วันราชภัฏ 14 กุมภาพันธ์
2. พิธีรำลึกพระคุณครู
3. กิจกรรมปฐมนิเทศนักศึกษาใหม่
4. กิจกรรมทางศาสนาพุทธและอิสลาม
5. กิจกรรมจิตอาสาและการพัฒนาชุมชน
วันติดต่อสำนักงานทั่วไปวันจันทร์ – วันศุกร์ ยกเว้นวันหยุดราชการ
เวลาติดต่อสำนักงานทั่วไป08.30 – 16.30 น. (หน่วยงานบางแห่งมีเวลาให้บริการเฉพาะ)
วันและเวลาของ YRU Fresh Martวันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 08.30 – 16.30 น.
การเข้าชมมหาวิทยาลัยการเยี่ยมชมหน่วยงาน อาคารเรียน ห้องปฏิบัติการ หรือจัดกิจกรรมศึกษาดูงาน ควรประสานงานกับหน่วยงานผู้รับผิดชอบล่วงหน้า
สิ่งอำนวยความสะดวกบริการห้องสมุดและสารสนเทศ อาคารประชุม พื้นที่กิจกรรมนักศึกษา ร้านค้าและบริการภายในมหาวิทยาลัย โรงแรม @INN YRU และศูนย์จำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชน
การเดินทางเดินทางเข้าสู่ตัวเมืองยะลาแล้วใช้ถนนเทศบาล 3 ตำบลสะเตง สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถรับจ้าง หรือเดินทางต่อจากสถานีรถไฟยะลา
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. ศาลหลักเมืองยะลา – เขตเมืองยะลา
2. สวนขวัญเมือง – เขตเมืองยะลา
3. สนามโรงพิธีช้างเผือก – ถนนเทศบาล 2
4. วัดพุทธภูมิ พระอารามหลวง – ถนนพิพิธภักดี
5. พิพิธภัณฑ์เมืองยะลา – ถนนกรุงแสง
ร้านอาหารและคาเฟ่ใกล้เคียง1. ร้านข้าวแกงหลังราชภัฏยะลา – ถนนเทศบาล 10
2. @Home Yala – ย่านหลังมหาวิทยาลัย โทร. 088-9090799
3. ร้านสุดยอดราดหน้า – ถนนคชเสนีย์
4. ร้านอาหารพี่น้อย – ถนนกรุงแสง
5. ร้านชวนชิม 2 – ถนนรวมมิตร
ที่พักใกล้เคียง1. โรงแรม @INN YRU – ภายในมหาวิทยาลัย โทร. 062-1822662
2. Hotel The Guest Yala G8 – เขตเมืองยะลา
3. โรงแรมยะลารามา – ถนนศรีบำรุง
4. โรงแรม PP Inn – เขตเมืองยะลา
5. Minimal@Yala – ถนนพิพิธภักดี
หมายเลขโทรศัพท์มหาวิทยาลัย073-299699
โทรศัพท์ YRU Fresh Mart073-299618
เว็บไซต์ทางการhttps://www.yru.ac.th/
สถานะปัจจุบันเปิดดำเนินงานเป็นมหาวิทยาลัยของรัฐ จัดการศึกษาระดับปริญญาตรีและบัณฑิตศึกษาในปีการศึกษา 2569
 
หลักสูตรและสาขาวิชามหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา ปีการศึกษา 2569 รายชื่อต่อไปนี้ประกอบด้วยสาขาวิชาระดับปริญญาตรีจากระบบรับสมัคร YRU Road Show ปีการศึกษา 2569 และหลักสูตรบัณฑิตศึกษาจากระบบรับสมัครบัณฑิตศึกษาในปีเดียวกัน โดยรายการเทียบโอนและแขนงวิชาจะแสดงร่วมกับสาขาหลักเพื่อไม่ให้นับเป็นหลักสูตรใหม่ซ้ำ ส่วนการเปิดรับสมัครแต่ละรอบให้ยึดประกาศของมหาวิทยาลัย
 
คณะหลักสูตรและสาขาวิชา ปีการศึกษา 2569
คณะครุศาสตร์ระดับปริญญาตรี
1. ครุศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย
2. ครุศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาอิสลามศึกษา
3. ครุศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาพลศึกษาและสุขศึกษา
4. ครุศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภาษาอังกฤษและเทคโนโลยีการศึกษา
ระดับปริญญาเอก
1. ครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา
2. ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการสอนอิสลามศึกษา (หลักสูตรนานาชาติ)
คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ระดับปริญญาตรี
1. ครุศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภาษาไทย
2. ครุศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภาษาอังกฤษ
3. ครุศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาสังคมศึกษา
4. ครุศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการสอนภาษามลายู
5. ครุศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาศิลปศึกษา
6. ศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภาษามลายูเพื่อธุรกิจ
7. ศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภาษาอังกฤษ
8. ศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภาษาจีนเพื่อการสื่อสาร
9. ศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภาษาไทย
10. ศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชานวัตกรรมการพัฒนาชุมชน
11. ศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภาษาอาหรับเพื่อธุรกิจสุขภาพและการท่องเที่ยว
12. ศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการสารสนเทศภาครัฐและเอกชน
13. รัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์
14. รัฐศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการปกครองและกฎหมายมหาชน
15. นิติศาสตรบัณฑิต สาขาวิชานิติศาสตร์
16. ศิลปกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการออกแบบสร้างสรรค์
ระดับปริญญาโท
1. รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์
คณะวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและการเกษตรระดับปริญญาตรี
1. ครุศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ทั่วไป
2. ครุศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาคณิตศาสตร์
3. ครุศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาคอมพิวเตอร์ศึกษา
4. วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาพลังงานทดแทน
5. วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาฟิสิกส์ประยุกต์
6. วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเคมีประยุกต์
7. วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาชีววิทยาประยุกต์
8. วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาจุลชีววิทยาทางการแพทย์และอุตสาหกรรม
9. วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีการผลิตพืชและธุรกิจเกษตร
10. วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาสัตวศาสตร์และธุรกิจปศุสัตว์
11. วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีดิจิทัล
12. วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ (มีรูปแบบเทียบโอน)
13. วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการประกอบการอาหารฮาลาลและโภชนาการ (มีรูปแบบเทียบโอน)
14. วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชานวัตกรรมและธุรกิจอาหาร
ระดับปริญญาโท
1. ครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการสอนวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และคอมพิวเตอร์
2. วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ระดับปริญญาเอก
1. ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการสอนวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และคอมพิวเตอร์
2. ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
คณะวิทยาการจัดการระดับปริญญาตรี
1. นิเทศศาสตรบัณฑิต สาขาวิชานิเทศศาสตร์
2. บริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาการตลาด
3. บริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการ (มีรูปแบบเทียบโอน)
4. บริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจและเทคโนโลยีดิจิทัล (มีรูปแบบเทียบโอน)
5. บริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาธุรกิจท่องเที่ยว โรงแรมและการจัดงาน
6. บริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาการเงิน
7. บริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการการค้าชายแดนและโลจิสติกส์
8. บริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการธุรกิจดิจิทัล
9. บัญชีบัณฑิต สาขาวิชาการบัญชี (มีรูปแบบเทียบโอน)
ระดับปริญญาเอก
1. ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการภาครัฐและเอกชน
คณะสาธารณสุขศาสตร์และสหเวชศาสตร์ระดับปริญญาตรี
1. วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาศาสตร์เครื่องสำอาง สุขภาพและการชะลอวัย
2. วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาสาธารณสุขศาสตร์ (แขนงอนามัยสิ่งแวดล้อม และแขนงอาชีวอนามัยและความปลอดภัย)
3. สาธารณสุขศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาสาธารณสุขศาสตร์และธุรกิจสุขภาพ
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลาอยู่ที่ไหน?
ตอบ: ตั้งอยู่เลขที่ 133 ถนนเทศบาล 3 ตำบลสะเตง อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา 95000
 
ถาม: มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลาเปิดวันไหนและกี่โมง?
ตอบ: สำนักงานทั่วไปเปิดให้ติดต่อวันจันทร์ถึงวันศุกร์ เวลา 08.30 – 16.30 น. ยกเว้นวันหยุดราชการ โดยบางหน่วยงานมีตารางบริการแตกต่างกัน
 
ถาม: มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลาก่อตั้งเมื่อปีใด?
ตอบ: สถาบันเริ่มก่อตั้งเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2477 ในฐานะโรงเรียนฝึกหัดครู และได้รับการยกฐานะเป็นมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลาเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2547
 
ถาม: ใครเป็นผู้ริเริ่มก่อตั้งมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา?
ตอบ: สถาบันเริ่มต้นจากการจัดตั้งโรงเรียนฝึกหัดครูโดยผู้ว่าราชการจังหวัดยะลาในปี พ.ศ. 2477 โดยใช้เงินศึกษาพลีจำนวน 2,000 บาท เป็นงบประมาณเริ่มต้น
 
ถาม: มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลามีทั้งหมดกี่คณะ?
ตอบ: ในปี พ.ศ. 2569 มหาวิทยาลัยมี 5 คณะ ได้แก่ คณะครุศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและการเกษตร คณะวิทยาการจัดการ และคณะสาธารณสุขศาสตร์และสหเวชศาสตร์
 
ถาม: มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลามีความโดดเด่นด้านใด?
ตอบ: มีความโดดเด่นด้านการผลิตครู การพัฒนาชุมชนชายแดนภาคใต้ การศึกษาในสังคมพหุวัฒนธรรม ภาษาและอาเซียนศึกษา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี อาหารฮาลาล การค้าชายแดน และการพัฒนาบุคลากรสุขภาพ
 
ถาม: มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลามีหลักสูตรปริญญาโทและปริญญาเอกหรือไม่?
ตอบ: มีหลักสูตรบัณฑิตศึกษา โดยประกาศรับสมัครปีการศึกษา 2569 ครอบคลุมสาขาที่เกี่ยวข้องกับการบริหารการศึกษา การสอนอิสลามศึกษา การสอนวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และคอมพิวเตอร์ การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รัฐประศาสนศาสตร์ และการจัดการภาครัฐและเอกชน
 
ถาม: วันราชภัฏตรงกับวันที่เท่าไร และมีความสำคัญอย่างไร?
ตอบ: วันราชภัฏตรงกับวันที่ 14 กุมภาพันธ์ของทุกปี เพื่อรำลึกถึงวันที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 พระราชทานนามราชภัฏและพระราชลัญจกรแก่สถาบันราชภัฏเมื่อปี พ.ศ. 2535
 
ถาม: มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลามีที่พักภายในมหาวิทยาลัยหรือไม่?
ตอบ: มีโรงแรม @INN YRU ตั้งอยู่ภายในมหาวิทยาลัย ซึ่งให้บริการห้องพักและเป็นสถานที่สนับสนุนการฝึกประสบการณ์วิชาชีพของนักศึกษา ติดต่อสอบถามได้ที่ 062-1822662
 
ถาม: เดินทางไปมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลาได้อย่างไร?
ตอบ: สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถรับจ้างเข้าสู่ถนนเทศบาล 3 ตำบลสะเตง อำเภอเมืองยะลา ผู้ที่เดินทางโดยรถไฟสามารถลงสถานีรถไฟยะลาแล้วต่อรถรับจ้างมายังมหาวิทยาลัยได้

มหาวิทยาลัยหมวดหมู่: ●มหาวิทยาลัย

มหาวิทยาลัยเอกชนกลุ่ม: ●มหาวิทยาลัยเอกชน

ปรับปรุงล่าสุด : 4 วันที่แล้ว

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(1)
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(2)
พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(2)
ไร่ สวนเพื่อการศึกษา ไร่ สวนเพื่อการศึกษา(1)
มหาวิทยาลัยของรัฐ มหาวิทยาลัยของรัฐ(1)
มหาวิทยาลัยเอกชน มหาวิทยาลัยเอกชน(1)
วัด วัด(6)
มัสยิด มัสยิด(2)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(3)
หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(4)
อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์(2)
ดอย และภูเขา ดอย และภูเขา(5)
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(5)
น้ำตก น้ำตก(13)
น้ำพุร้อน น้ำพุร้อน(2)
ถ้ำ ถ้ำ(7)
แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(4)
หมู่เกาะ หมู่เกาะ(1)
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(8)
สนามกีฬา สนามกีฬา(1)
ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(4)
กิจกรรมกลางแจ้ง และผจญภัย กิจกรรมกลางแจ้ง และผจญภัย(1)
รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร(2)