หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคใต้ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดสตูล > 20 ที่เที่ยวสตูลที่เที่ยวภาคใต้ยอดนิยม
TL;DR: 20 ที่เที่ยวสตูลที่เที่ยวภาคใต้ยอดนิยม.
20 ที่เที่ยวสตูลที่เที่ยวภาคใต้ยอดนิยม

20 ที่เที่ยวสตูล ที่เที่ยวภาคใต้ยอดนิยม สตูลเป็นจังหวัดชายฝั่งทะเลอันดามันตอนล่างที่มีเสน่ห์ครบทั้งทะเลระดับโลก หมู่เกาะ ปะการัง ภูเขาหินปูน ถ้ำ น้ำตก ป่าดิบชื้น ป่าชายเลน ประวัติศาสตร์เมืองเก่า และสังคมพหุวัฒนธรรมที่ไทยพุทธ ไทยมุสลิม และชุมชนชาวเลอยู่ร่วมกันมาอย่างยาวนาน จังหวัดแห่งนี้จึงไม่ได้มีเพียงเกาะหลีเป๊ะที่เป็นจุดหมายยอดนิยมเท่านั้น แต่ยังมีอุทยานแห่งชาติตะรุเตา อุทยานแห่งชาติทะเลบัน ถ้ำภูผาเพชร อุทยานธรณีสตูล แหล่งฟอสซิลโบราณ และชุมชนที่สะท้อนอัตลักษณ์ของชายแดนไทย–มาเลเซียอย่างชัดเจน
หากมาเที่ยวสตูลครั้งแรก จุดเด่นที่ควรเริ่มจาก เกาะหลีเป๊ะ อุทยานแห่งชาติตะรุเตา เกาะไข่ เกาะหินงาม อุทยานแห่งชาติทะเลบัน ถ้ำภูผาเพชร น้ำตกวังสายทอง อุทยานธรณีสตูล หาดปากบารา และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสตูล คฤหาสน์กูเด็น ส่วนผู้ที่มีเวลา 3–5 วันควรแบ่งวันเที่ยวทะเลอย่างน้อย 2 วัน แล้วเพิ่มเส้นทางทุ่งหว้า–มะนังหรือเส้นทางตัวเมืองเพื่อให้เห็นสตูลครบทั้งธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม
ภูมิประเทศของสตูลมีความหลากหลายสูง ทางตะวันออกของจังหวัดมีแนวภูเขาและป่าที่เชื่อมต่อกับเทือกเขาบรรทัดและพื้นที่ชายแดนมาเลเซีย ตอนกลางเป็นพื้นที่ราบและชุมชนเกษตร ขณะที่ฝั่งตะวันตกเปิดออกสู่ทะเลอันดามัน มีชายฝั่ง ปากคลอง ป่าชายเลน และเกาะจำนวนมาก กระจายตั้งแต่บริเวณปากบาราไปจนถึงหมู่เกาะตะรุเตาและอาดัง–ราวี
ทะเลสตูลมีชื่อเสียงจากน้ำทะเลสีฟ้าใส หาดทรายสีอ่อน แนวปะการังและระบบนิเวศทางทะเลที่ยังมีความหลากหลาย โดยเฉพาะพื้นที่อุทยานแห่งชาติตะรุเตาซึ่งครอบคลุมเกาะจำนวนมาก ขณะเดียวกันพื้นที่บนแผ่นดินก็มีภูเขาหินปูน ถ้ำ น้ำตก และแหล่งซากดึกดำบรรพ์ที่ทำให้สตูลมีคุณค่าทางธรณีวิทยาในระดับนานาชาติ
หนึ่งในจุดเด่นสำคัญที่สุดคือ อุทยานธรณีสตูล หรือ Satun UNESCO Global Geopark ซึ่งเป็นอุทยานธรณีโลกแห่งแรกของประเทศไทย พื้นที่ไม่ได้เป็นสถานที่ปิดแห่งเดียว แต่ครอบคลุมแหล่งธรณีวิทยา ถ้ำ ภูเขาหินปูน ฟอสซิล น้ำตก ชายหาด หมู่เกาะ และชุมชนหลายแห่ง โดยเฉพาะบริเวณอำเภอทุ่งหว้า ละงู มะนัง และพื้นที่เกี่ยวข้อง
ประวัติศาสตร์สตูล เชื่อมโยงกับโลกมลายูและคาบสมุทรมลายูมาอย่างยาวนาน เมืองสตูลเคยมีความสัมพันธ์กับไทรบุรี และพัฒนาขึ้นในฐานะเมืองชายแดนที่มีทั้งเส้นทางบกและเส้นทางทะเล ชื่อ “สตูล” มีความเชื่อมโยงกับคำมลายู “สโตย” ซึ่งหมายถึงกระท้อน สะท้อนภาพพื้นที่ที่อุดมสมบูรณ์ด้วยพืชพรรณในอดีต
พัฒนาการของเมืองยังเห็นได้จากคฤหาสน์กูเด็น อาคารเก่า ถนนบุรีวานิช มัสยิด และวัดที่ตั้งอยู่ร่วมกันในเขตเมือง สถาปัตยกรรมเหล่านี้สะท้อนการผสมผสานของไทย มลายู อิสลาม จีน และตะวันตก และช่วยทำให้ตัวเมืองสตูลมีคุณค่ามากกว่าเพียงจุดพักก่อนเดินทางไปทะเล
วัฒนธรรมและประเพณีของสตูล มีรากสำคัญจากชุมชนไทยมุสลิมซึ่งเป็นประชากรส่วนใหญ่ของจังหวัด การดำเนินชีวิตจึงสัมพันธ์กับศาสนาอิสลามอย่างชัดเจน ทั้งการแต่งกาย อาหาร การประกอบพิธีทางศาสนา และเทศกาลสำคัญ เช่น ฮารีรายอ ขณะเดียวกันชุมชนไทยพุทธก็มีวัดและประเพณีของตนเองอยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืน
อีกวัฒนธรรมที่มีความสำคัญมากคือวิถีของ ชาวเลอูรักลาโว้ย ในพื้นที่เกาะหลีเป๊ะและหมู่เกาะใกล้เคียง ชุมชนชาวเลมีความสัมพันธ์กับทะเล การประมง เรือ และฤดูกาลมาอย่างยาวนาน หนึ่งในประเพณีที่โดดเด่นคือประเพณีลอยเรือชาวเล ซึ่งเป็นพิธีกรรมสำคัญเกี่ยวกับความเชื่อ การสะเดาะเคราะห์ การรำลึกถึงบรรพบุรุษ และการสร้างความเป็นสิริมงคลให้แก่ชุมชน
พื้นที่ทุ่งหว้าและอุทยานธรณีโลกสตูลยังมีวัฒนธรรมชุมชนที่เชื่อมโยงกับถ้ำ ฟอสซิล ป่าชายเลน และวิถีเกษตร การท่องเที่ยวในสตูลจึงสามารถเชื่อมความรู้เรื่องธรรมชาติเข้ากับเรื่องราวของผู้คนได้โดยตรง ไม่ว่าจะเป็นการล่องเรือเข้าถ้ำ เรียนรู้ซากดึกดำบรรพ์ เยี่ยมชุมชน หรือเดินชมเมืองเก่า
อาหารพื้นถิ่นสตูล ได้รับอิทธิพลอย่างเด่นชัดจากอาหารมลายู อาหารมุสลิม และอาหารใต้ วัตถุดิบสำคัญได้แก่ปลา กุ้ง ปู หมึก และอาหารทะเลจากอันดามัน เมนูที่พบได้ทั่วไปมีทั้งแกงกะทิปลา แกงมัสมั่น แกงใต้ ข้าวหมก โรตี อาหารประเภทเส้น และน้ำพริกที่รับประทานกับผักพื้นบ้าน
นักท่องเที่ยวที่เดินทางในตัวเมืองหรืออำเภอละงูจะพบร้านอาหารฮาลาลจำนวนมาก ส่วนพื้นที่ปากบารามีร้านอาหารทะเลและร้านท้องถิ่นรองรับนักท่องเที่ยวก่อนหรือหลังออกเกาะ การกินอาหารในสตูลจึงเป็นอีกวิธีหนึ่งในการสัมผัสความสัมพันธ์ระหว่างวัฒนธรรมมลายู ศาสนาอิสลาม และทรัพยากรจากทะเลอันดามัน
บทความนี้คัดเลือก 20 สถานที่ให้ครอบคลุมหลายมิติของจังหวัด โดย Top 10 เน้นสถานที่สำคัญที่เหมาะกับนักท่องเที่ยวครั้งแรก ส่วนลำดับ 11–20 จะเติมเต็มด้วยมัสยิด วัด เมืองเก่า ถ้ำเชิงธรณีวิทยา น้ำตก จุดชมวิว และเส้นทางธรรมชาติ เพื่อให้เห็นว่าสตูลมีความหลากหลายมากกว่าการเที่ยวทะเลเพียงอย่างเดียว

1. เกาะหลีเป๊ะ เป็นจุดหมายท่องเที่ยวทางทะเลที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของสตูล ตั้งอยู่ในตำบลเกาะสาหร่าย อำเภอเมืองสตูล ทางตอนใต้ของทะเลอันดามัน จุดเด่นคือหาดทรายขาวละเอียด น้ำทะเลใส แนวปะการังรอบเกาะ และทำเลที่อยู่ใกล้หมู่เกาะอาดัง–ราวี จึงสามารถใช้เป็นฐานพักสำหรับออกเที่ยวเกาะและดำน้ำในหลายเส้นทางได้สะดวก
เกาะมีชายหาดสำคัญหลายด้าน โดยแต่ละจุดให้บรรยากาศแตกต่างกัน ทั้งพื้นที่ชมพระอาทิตย์ขึ้น ชายหาดที่มีร้านอาหารและที่พัก และพื้นที่ที่เหมาะกับการชมพระอาทิตย์ตก ความหลากหลายของชายหาดทำให้นักท่องเที่ยวสามารถพักบนเกาะหลายวันโดยไม่จำเป็นต้องเดินทางออกทะเลทุกวัน
อีกเสน่ห์หนึ่งของหลีเป๊ะคือชุมชนชาวเลอูรักลาโว้ย ซึ่งตั้งถิ่นฐานอยู่บนเกาะมาอย่างยาวนาน วิถีประมง ความเชื่อเกี่ยวกับทะเล และประเพณีลอยเรือเป็นส่วนหนึ่งของอัตลักษณ์เกาะ ทำให้หลีเป๊ะไม่ได้เป็นเพียงรีสอร์ตกลางทะเล แต่เป็นพื้นที่ชุมชนที่มีประวัติและวัฒนธรรมของตนเอง
ฤดูที่เหมาะกับการเที่ยวทะเลโดยทั่วไปอยู่ในช่วงประมาณเดือนพฤศจิกายนถึงเมษายน ส่วนช่วงมรสุมควรตรวจสภาพคลื่นลม ประกาศอุทยาน และรอบเรือก่อนเดินทางทุกครั้ง นักท่องเที่ยวควรหลีกเลี่ยงการเหยียบปะการัง เก็บสิ่งมีชีวิตหรือขยะไว้บนชายหาด และเลือกกิจกรรมทางทะเลที่มีมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม
การเดินทาง: เดินทางจากตัวเมืองสตูลหรือสนามบินหาดใหญ่มายังท่าเรือปากบารา อำเภอละงู จากนั้นต่อเรือสปีดโบ๊ทหรือเรือโดยสารตามรอบไปยังเกาะหลีเป๊ะ เวลาเดินเรือขึ้นอยู่กับประเภทเรือ จุดแวะ และสภาพทะเล
Map (GPS): https://maps.app.goo.gl/ZmHiCwUu82tvwxUN8

2. อุทยานแห่งชาติตะรุเตา เป็นอุทยานแห่งชาติทางทะเลแห่งแรกของประเทศไทยและเป็นพื้นที่อนุรักษ์สำคัญของทะเลอันดามันตอนใต้ ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 1,490 ตารางกิโลเมตร และประกอบด้วยเกาะใหญ่น้อยจำนวนมาก โดยแบ่งพื้นที่สำคัญออกเป็นกลุ่มเกาะตะรุเตาและกลุ่มอาดัง–ราวี
ธรรมชาติภายในอุทยานมีทั้งภูเขา ป่าดิบชื้น ป่าชายเลน หาดทราย อ่าว แนวปะการัง และระบบนิเวศทางทะเล เกาะตะรุเตาซึ่งเป็นเกาะใหญ่ที่สุดมีอ่าวสำคัญหลายแห่ง เช่น อ่าวพันเตมะละกา อ่าวตะโละวาว และอ่าวตะโละอุดัง เหมาะกับทั้งการพักผ่อน เดินป่า พายเรือ และศึกษาธรรมชาติ
ตะรุเตายังมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์จากการเคยใช้เป็นสถานที่ควบคุมนักโทษในอดีต ทำให้การเที่ยวเกาะไม่ได้มีเพียงทะเลสวย แต่ยังมีเส้นทางและจุดเรียนรู้เกี่ยวกับประวัติของพื้นที่อยู่ด้วย ความสัมพันธ์ระหว่างประวัติศาสตร์กับธรรมชาติทำให้อุทยานแห่งนี้มีลักษณะเฉพาะตัว
การเข้าเที่ยวเกาะและพื้นที่ต่าง ๆ ต้องตรวจประกาศเปิด–ปิดประจำปีของอุทยาน รวมถึงสภาพอากาศและคลื่นลม โดยเฉพาะช่วงมรสุม ซึ่งบางพื้นที่หรือบางกิจกรรมอาจถูกจำกัดเพื่อความปลอดภัยและการฟื้นฟูธรรมชาติ
การเดินทาง: จุดบริการสำคัญอยู่บริเวณท่าเรือปากบารา อำเภอละงู จากท่าเรือสามารถต่อเรือไปยังเกาะตะรุเตาและเกาะอื่นภายในเขตอุทยานตามรอบและเส้นทางที่เปิดให้บริการในแต่ละฤดูกาล
Map (GPS): https://maps.app.goo.gl/5RX81tB4L69RPeQE8

3. เกาะไข่ เป็นเกาะขนาดเล็กในเขตอุทยานแห่งชาติตะรุเตา ตั้งอยู่ระหว่างเกาะตะรุเตากับกลุ่มหมู่เกาะอาดัง–ราวี และเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กทางทะเลที่จดจำได้ง่ายที่สุดของสตูลจากซุ้มประตูหินธรรมชาติริมชายหาด
ซุ้มประตูหินเกิดจากกระบวนการกัดเซาะของคลื่น ลม และน้ำทะเลจนเกิดเป็นช่องหินโค้งเปิดออกสู่ทะเล เมื่อมองจากชายหาดจะเห็นกรอบหินธรรมชาติตัดกับสีฟ้าของน้ำและท้องฟ้า เป็นจุดถ่ายภาพที่ได้รับความนิยมมากในเส้นทางเรือระหว่างปากบาราและหลีเป๊ะ
ตัวเกาะมีขนาดเล็กและไม่ได้เป็นจุดสำหรับพักค้างคืน กิจกรรมหลักจึงเป็นการแวะเดินชายหาด ถ่ายภาพ ชมลักษณะทางธรณีวิทยา และเล่นน้ำในบริเวณที่ปลอดภัย การหยุดแวะขึ้นอยู่กับระดับน้ำ คลื่นลม และโปรแกรมของเรือในวันนั้น
ควรหลีกเลี่ยงการปีนหรือกระทำสิ่งที่อาจทำให้ซุ้มหินเสียหาย และไม่ควรนำหิน ทราย เปลือกหอย หรือทรัพยากรธรรมชาติออกจากพื้นที่อุทยาน
การเดินทาง: ไม่มีเส้นทางรถยนต์เข้าสู่เกาะ ต้องเดินทางทางเรือจากท่าเรือปากบาราหรือใช้โปรแกรมเรือจากเกาะหลีเป๊ะ โดยเกาะไข่มักเป็นจุดแวะบนเส้นทางระหว่างแผ่นดินใหญ่กับหมู่เกาะอาดัง–ราวี
Map (GPS): https://maps.app.goo.gl/uBW76NJoQCsR73Ka7

4. เกาะหินงาม เป็นเกาะขนาดเล็กในกลุ่มหมู่เกาะอาดัง–ราวีที่มีลักษณะแตกต่างจากชายหาดทั่วไป เพราะพื้นที่ชายฝั่งจำนวนมากปกคลุมด้วยก้อนหินสีดำที่ถูกคลื่นทะเลขัดจนมีผิวเรียบและรูปทรงโค้งมน
เมื่อหินเปียกน้ำ ผิวสีดำจะดูมันวาวและตัดกับน้ำทะเลสีฟ้าเขียวอย่างเด่นชัด จึงเกิดเป็นภูมิทัศน์ที่ไม่เหมือนเกาะอื่นในเส้นทาง เกาะหินงามจึงเป็นทั้งสถานที่ถ่ายภาพและจุดเรียนรู้เรื่องการเปลี่ยนแปลงของหินจากกระบวนการธรรมชาติริมชายฝั่ง
สิ่งสำคัญที่สุดในการมาเที่ยวคือไม่ควรนำหินออกจากเกาะ ไม่ว่าจะเป็นของที่ระลึกหรือเพื่อวัตถุประสงค์ใด เพราะก้อนหินเหล่านี้คือองค์ประกอบหลักของภูมิทัศน์และอยู่ภายในเขตพื้นที่อนุรักษ์ การเคารพกติกาช่วยรักษาสภาพของเกาะไว้สำหรับผู้มาเยือนในอนาคต
เกาะหินงามนิยมเที่ยวในโปรแกรมเดียวกับร่องน้ำจาบัง เกาะยาง เกาะราวี หรือเกาะอาดัง ขึ้นอยู่กับเส้นทางเรือและสภาพทะเลในแต่ละวัน
การเดินทาง: เดินทางโดยเรือจากเกาะหลีเป๊ะหรือเข้าร่วมโปรแกรมเที่ยวหมู่เกาะอาดัง–ราวี จุดแวะและระยะเวลาอยู่บนเกาะขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการเรือ สภาพอากาศ และประกาศของอุทยานแห่งชาติตะรุเตา
Map (GPS): https://maps.app.goo.gl/dWtdgKegm4FRWkYY9

5. อุทยานแห่งชาติทะเลบัน ตั้งอยู่บริเวณบ้านวังประจัน ตำบลวังประจัน อำเภอควนโดน ใกล้ชายแดนไทย–มาเลเซีย เป็นพื้นที่ธรรมชาติบนแผ่นดินที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของสตูล และช่วยให้เห็นอีกมิติของจังหวัดที่แตกต่างจากหมู่เกาะในทะเลอันดามัน
อุทยานครอบคลุมพื้นที่ป่าดิบชื้น ภูเขาหินปูน ลำธาร น้ำตก ถ้ำ และพื้นที่ชุ่มน้ำ หนึ่งในภาพจำสำคัญคือบึงทะเลบันซึ่งตั้งอยู่ท่ามกลางแนวภูเขาและป่า สภาพแวดล้อมรอบบึงเป็นพื้นที่สำหรับสังเกตนก สัตว์ป่า และพืชของป่าฝนเขตร้อน
พื้นที่มีเส้นทางศึกษาธรรมชาติและจุดท่องเที่ยวหลายแห่ง นักท่องเที่ยวที่ชอบเดินป่าและธรรมชาติสามารถใช้เวลาครึ่งวันถึงเต็มวัน โดยควรเลือกเส้นทางตามความพร้อมของร่างกายและสอบถามข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ก่อนเข้าสู่เส้นทางที่มีระยะไกล
ทะเลบันสามารถจัดร่วมกับด่านวังประจันและเส้นทางอำเภอควนโดนได้ เหมาะกับผู้ที่ต้องการเห็นภูมิประเทศชายแดนและป่าฝั่งตะวันออกของจังหวัด ซึ่งมีลักษณะแตกต่างจากชายฝั่งทะเลอย่างชัดเจน
การเดินทาง: จากตัวเมืองสตูลใช้เส้นทางไปอำเภอควนโดนและตำบลวังประจัน มุ่งหน้าไปทางชายแดนไทย–มาเลเซีย ระยะทางจากตัวเมืองประมาณ 40 กิโลเมตร รถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่าสะดวกที่สุด
Map (GPS): https://maps.app.goo.gl/8yRCu3PMVQ7HFSHD7

6. ถ้ำภูผาเพชร ตั้งอยู่หมู่ 9 บริเวณบ้านป่าพน–บ้านควนดินดำ ตำบลปาล์มพัฒนา อำเภอมะนัง เป็นถ้ำหินปูนขนาดใหญ่และหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรณีวิทยาที่สำคัญของจังหวัด ภายในประกอบด้วยห้องถ้ำขนาดใหญ่ หินงอก หินย้อย และรูปทรงหินที่เกิดขึ้นจากกระบวนการธรรมชาติเป็นเวลายาวนาน
ชื่อ “ภูผาเพชร” สื่อถึงประกายของแร่บนผิวหิน เมื่อกระทบแสงบางมุมจะเกิดแสงสะท้อนคล้ายประกายเพชร ภายในยังมีช่องเปิดที่รับแสงธรรมชาติลงสู่ห้องถ้ำบางส่วน ทำให้เกิดบรรยากาศและมิติของแสงที่แตกต่างจากถ้ำปิดทั่วไป
การเที่ยวถ้ำต้องใช้การเดินขึ้นบันไดและเดินภายในพื้นที่ที่อาจมีพื้นเปียกหรือลื่น จึงควรสวมรองเท้าที่เกาะพื้นดี ผู้สูงอายุหรือผู้มีข้อจำกัดด้านการเคลื่อนไหวควรพิจารณาความเหมาะสมก่อนขึ้น และไม่ควรสัมผัสหินงอกหินย้อยโดยไม่จำเป็น
ถ้ำภูผาเพชรสามารถจัดร่วมกับถ้ำเจ็ดคต น้ำตกวังสายทอง และเส้นทางธรรมชาติในอำเภอมะนัง–ละงูได้ เหมาะกับการวางแผนเป็นวันเที่ยวธรรมชาติบนแผ่นดินหนึ่งวันเต็ม
การเดินทาง: จากตัวเมืองสตูลหรืออำเภอละงูเดินทางไปทางอำเภอมะนัง เข้าตำบลปาล์มพัฒนาและตามป้ายไปถ้ำภูผาเพชร เส้นทางช่วงท้ายเข้าสู่พื้นที่ภูเขา ควรตรวจสภาพอากาศก่อนเดินทางในฤดูฝน
Map (GPS): https://maps.app.goo.gl/iu6CPVv4Tcj4o174A

7. น้ำตกวังสายทอง ตั้งอยู่บ้านวังนาใน หมู่ 10 ตำบลน้ำผุด อำเภอละงู ในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาบรรทัด เป็นน้ำตกหินปูนที่มีเอกลักษณ์จากสายน้ำไหลลดหลั่นผ่านชั้นหินและแอ่งน้ำหลายระดับ ท่ามกลางป่าเขาที่ร่มรื่น
ชั้นหินปูนทำให้น้ำกระจายเป็นสายและม่านน้ำในหลายช่วง โดยสภาพพื้นที่มีทั้งจุดนั่งพัก แอ่งน้ำ และบริเวณที่สามารถชมธรรมชาติได้ใกล้ชิด ลักษณะของน้ำตกแตกต่างจากน้ำตกหน้าผาสูง เพราะเน้นชั้นหินกว้างที่ลดหลั่นต่อเนื่องลงมาตามความลาดของภูเขา
แม้บางพื้นที่สามารถลงสัมผัสน้ำได้ แต่นักท่องเที่ยวควรตรวจความลึกและกระแสน้ำก่อนทุกครั้ง หินที่เปียกอาจลื่น และในช่วงฝนตกหนักปริมาณน้ำสามารถเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จึงควรปฏิบัติตามคำแนะนำในพื้นที่
สามารถเที่ยวต่อกับล่องแก่งวังสายธาร ถ้ำเจ็ดคต และพื้นที่ธรรมชาติรอบตำบลน้ำผุด–ปาล์มพัฒนา ทำให้โซนนี้เหมาะกับนักท่องเที่ยวสายธรรมชาติและกิจกรรมกลางแจ้ง
การเดินทาง: จากอำเภอละงูเดินทางเข้าสู่ตำบลน้ำผุดและบ้านวังนาใน ตามเส้นทางไปน้ำตกวังสายทอง รถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่าสะดวกที่สุด และควรตรวจสภาพเส้นทางก่อนเดินทางในวันที่ฝนตกหนัก
Map (GPS): https://maps.app.goo.gl/yBwtesYyVphsBFa68

8. อุทยานธรณีสตูล หรือ Satun UNESCO Global Geopark เป็นอุทยานธรณีโลกแห่งแรกของประเทศไทย และเป็นหนึ่งในจุดเด่นที่สุดด้านการท่องเที่ยวเชิงความรู้ของจังหวัด พื้นที่ครอบคลุมแหล่งธรณีวิทยา ฟอสซิล ถ้ำ ภูเขาหินปูน น้ำตก ป่าชายเลน ชายฝั่ง และชุมชนหลายแห่ง
ความสำคัญของพื้นที่มาจากหลักฐานทางธรณีวิทยาที่สะท้อนว่าแผ่นดินสตูลส่วนหนึ่งเคยอยู่ใต้ทะเลโบราณเมื่อหลายร้อยล้านปีก่อน ชั้นหินและซากดึกดำบรรพ์จำนวนมากจึงช่วยบอกเรื่องราวการเปลี่ยนแปลงของโลกได้อย่างเป็นรูปธรรม
แหล่งสำคัญในเครือข่ายอุทยานธรณีมีทั้งถ้ำเล สเตโกดอน ถ้ำภูผาเพชร แหล่งฟอสซิล น้ำตกหินปูน พื้นที่ป่าชายเลน และชุมชนในอำเภอทุ่งหว้า ละงู และมะนัง การเที่ยวจึงควรวางแผนเป็นหลายจุดแทนการมองว่าอุทยานธรณีเป็นสถานที่เดียว
หัวใจของการท่องเที่ยวแบบ Geopark คือการเรียนรู้ควบคู่กับการอนุรักษ์ ไม่เก็บฟอสซิล หิน หรือทรัพยากรออกจากแหล่ง และควรใช้บริการของชุมชนท้องถิ่นหรือเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ที่ต้องมีการนำเที่ยว
การเดินทาง: จุดเริ่มต้นสำคัญของการเรียนรู้อยู่ในอำเภอทุ่งหว้า จากตัวเมืองสตูลใช้ทางหลวงมุ่งหน้าอำเภอละงูและทุ่งหว้า จากนั้นสามารถกระจายไปยังพิพิธภัณฑ์และแหล่งธรณีแต่ละแห่งตามแผนการเดินทาง
Map (GPS): https://maps.app.goo.gl/mpoaoeXjtVc3z8cy5

9. หาดปากบารา ตั้งอยู่บ้านปากบารา ตำบลปากน้ำ อำเภอละงู เป็นชายหาดสำคัญบนเส้นทางก่อนถึงท่าเรือปากบาราและเป็นพื้นที่พักผ่อนที่เชื่อมโยงกับการเดินทางออกสู่หมู่เกาะของจังหวัดอย่างใกล้ชิด
บริเวณชายฝั่งมีจุดชมวิว ร้านอาหาร ที่พัก และพื้นที่พักรถก่อนลงเรือ จึงเหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่มาถึงปากบาราก่อนวันเดินทางออกเกาะ หรือผู้ที่เพิ่งกลับจากทะเลและต้องการพักรับประทานอาหารก่อนเดินทางต่อ
ช่วงเย็นเป็นเวลาที่หาดได้รับความนิยมมาก เนื่องจากมองเห็นพระอาทิตย์ลดระดับลงเหนือทะเลอันดามัน ในวันที่อากาศเปิดสามารถเห็นแนวเกาะและภูเขากลางทะเลอยู่ตามเส้นขอบฟ้า เหมาะกับการเดินเล่นและถ่ายภาพ
การลงเล่นน้ำควรพิจารณาสภาพจริงของชายฝั่งในแต่ละวัน เนื่องจากบางช่วงมีเรือ กิจกรรมชายฝั่ง โครงสร้างป้องกันคลื่น หรือสภาพน้ำที่ไม่เหมาะกับการว่ายน้ำ จุดเด่นของปากบาราจึงอยู่ที่การชมวิวและพักผ่อนมากกว่าการเป็นหาดเล่นน้ำหลัก
การเดินทาง: จากตัวเมืองสตูลใช้เส้นทางไปอำเภอละงูและตำบลปากน้ำ มุ่งหน้าท่าเรือปากบารา หาดอยู่ก่อนถึงบริเวณท่าเรือและศูนย์บริการนักท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติตะรุเตา สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ รถเช่า หรือรถโดยสารท้องถิ่น
Map (GPS): https://maps.app.goo.gl/DnTYZiEigSGBYNsc7

10. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสตูล คฤหาสน์กูเด็น ตั้งอยู่บนถนนสตูลธานี ซอย 5 ตำบลพิมาน อำเภอเมืองสตูล เป็นหนึ่งในอาคารประวัติศาสตร์ที่สำคัญที่สุดของจังหวัด และเป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับเริ่มต้นทำความรู้จักสตูลก่อนเดินทางไปยังพื้นที่อื่น
คฤหาสน์กูเด็นสร้างขึ้นโดยพระยาภูมินารถภักดี หรือกูเด็น บินกูแม๊ะ เจ้าเมืองสตูลในสมัยรัชกาลที่ 5 เริ่มก่อสร้างใน พ.ศ. 2441 และแล้วเสร็จใน พ.ศ. 2459 ตัวอาคารมีรูปแบบสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานอิทธิพลตะวันตกกับบริบทท้องถิ่น และได้รับการอนุรักษ์เป็นโบราณสถานสำคัญ
ภายในจัดแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับประวัติเมือง วิถีชีวิต ศิลปวัฒนธรรม ชุมชน และธรรมชาติของจังหวัด ช่วยให้ผู้มาเยือนได้เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างเมืองสตูล โลกมลายู ศาสนา การค้า และทะเลอันดามันอย่างเป็นระบบ
ทำเลของพิพิธภัณฑ์อยู่ใกล้ถนนบุรีวานิช มัสยิดกลางจังหวัดสตูล วัดชนาธิปเฉลิม และพื้นที่เมืองเก่า จึงสามารถวางแผนเดินเที่ยวตัวเมืองครึ่งวันได้อย่างสะดวก ก่อนเดินทางต่อไปยังทะเลบัน ปากบารา หรือพื้นที่อื่นของจังหวัด
การเดินทาง: จากย่านศูนย์กลางเมืองสตูลเดินทางตามถนนสตูลธานีมายังซอย 5 พิพิธภัณฑ์อยู่ในเขตตำบลพิมาน สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ รถจักรยานยนต์ หรือรถรับจ้างได้สะดวก
Map (GPS): https://maps.app.goo.gl/gzQ1hrUu9jqMFiz67

11. มัสยิดกลางจังหวัดสตูล (มัสยิดมำบัง) ตั้งอยู่บริเวณมุมถนนบุรีวานิชตัดกับถนนสตูลธานี ตำบลพิมาน อำเภอเมืองสตูล เป็นศาสนสถานสำคัญและหนึ่งในแลนด์มาร์กที่ช่วยสะท้อนอัตลักษณ์ของเมืองสตูลได้ชัดเจนที่สุด ตัวอาคารสีขาว โดมสีทอง และหอคอยที่โดดเด่นทำให้สามารถมองเห็นได้จากหลายจุดในย่านตัวเมือง
ชื่อ “มำบัง” เชื่อมโยงกับชื่อเก่าของเมืองสตูล คือ “มำบังนังคะรา” จึงมีความหมายมากกว่าเพียงชื่อมัสยิด แต่ยังเชื่อมต่อกับรากประวัติศาสตร์ของเมืองและความสัมพันธ์กับโลกมลายูในอดีต มัสยิดแห่งนี้จึงมีทั้งคุณค่าทางศาสนา ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม
มัสยิดหลังเดิมมีประวัติย้อนกลับไปถึงยุคเจ้าเมืองสตูล ก่อนจะมีการสร้างอาคารหลังใหม่ขึ้นในพื้นที่เดิม อาคารปัจจุบันได้รับการออกแบบด้วยโครงสร้างสมัยใหม่ ผสมองค์ประกอบศิลปะอิสลามผ่านโดม หอคอย รูปทรงโค้ง และลวดลายเรขาคณิต และได้รับการใช้เป็นศูนย์กลางกิจกรรมทางศาสนาของชาวมุสลิมในจังหวัดอย่างต่อเนื่อง
ผู้มาเยือนที่ไม่ใช่มุสลิมควรแต่งกายสุภาพ หลีกเลี่ยงการเข้าไปในช่วงละหมาด ไม่รบกวนพื้นที่ประกอบศาสนกิจ และควรสอบถามก่อนถ่ายภาพภายในบางส่วนของมัสยิด พื้นที่รอบมัสยิดสามารถเดินเที่ยวต่อไปยังถนนบุรีวานิช คฤหาสน์กูเด็น และย่านเมืองเก่าสตูลได้สะดวก
การเดินทาง: มัสยิดตั้งอยู่ใจกลางเมืองสตูล บริเวณมุมถนนบุรีวานิชกับถนนสตูลธานี ตำบลพิมาน สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ รถจักรยานยนต์ รถรับจ้าง หรือเดินจากย่านเมืองเก่าได้
Map (GPS): https://maps.app.goo.gl/Dn9WosDizvURU4Tv7

12. วัดชนาธิปเฉลิม เป็นวัดพุทธสำคัญในเขตตัวเมืองสตูลและมีบทบาทต่อชุมชนชาวพุทธมาอย่างยาวนาน การมีวัดตั้งอยู่ไม่ไกลจากมัสยิดกลางจังหวัดสตูลและย่านเมืองเก่าเป็นภาพที่สะท้อนลักษณะสังคมพหุวัฒนธรรมของจังหวัดได้อย่างชัดเจน
พื้นที่ภายในวัดประกอบด้วยอาคารทางศาสนา พระพุทธรูป และองค์ประกอบสถาปัตยกรรมแบบวัดไทยภาคใต้ นักท่องเที่ยวสามารถเข้ามาสักการะ ทำบุญ และเรียนรู้บทบาทของชุมชนชาวพุทธในเมืองที่ประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม
วัดยังมีความสำคัญในฐานะสถานที่จัดกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาในวันสำคัญต่าง ๆ และเป็นศูนย์รวมของชุมชนพุทธในเมืองสตูล นักท่องเที่ยวควรแต่งกายสุภาพ รักษาความสงบ และไม่รบกวนการประกอบศาสนกิจของพระภิกษุและประชาชนในพื้นที่
สามารถจัดวัดชนาธิปเฉลิมไว้ในเส้นทางเดียวกับคฤหาสน์กูเด็น มัสยิดมำบัง ถนนบุรีวานิช และสวนสาธารณะเขาโต๊ะพญาวัง เพื่อให้เห็นตัวเมืองสตูลทั้งในมิติศาสนา ประวัติศาสตร์ และวิถีชีวิต
การเดินทาง: วัดตั้งอยู่ในเขตเทศบาลเมืองสตูล เดินทางจากย่านศูนย์กลางเมืองได้สะดวกด้วยรถยนต์ รถจักรยานยนต์ หรือรถรับจ้าง และอยู่ไม่ไกลจากกลุ่มสถานที่ท่องเที่ยวเมืองเก่าสตูล
Map (GPS): https://maps.app.goo.gl/szD6gztbozzTbge86

13. ถ้ำเล สเตโกดอน ตั้งอยู่บ้านคีรีวง หมู่ 7 ตำบลทุ่งหว้า อำเภอทุ่งหว้า เป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญที่สุดของอุทยานธรณีโลกสตูล จุดเด่นคือการเดินทางผ่านถ้ำโดยทางน้ำและเรื่องราวการค้นพบซากดึกดำบรรพ์ของสัตว์โบราณซึ่งช่วยเพิ่มคุณค่าทางวิทยาศาสตร์ให้กับพื้นที่
ชื่อสเตโกดอนมาจากซากดึกดำบรรพ์ของช้างโบราณสกุลสเตโกดอนที่ถูกค้นพบในพื้นที่ถ้ำ การค้นพบดังกล่าวทำให้ถ้ำแห่งนี้ไม่ได้มีเพียงความสวยงามของหินงอกหินย้อย แต่ยังเป็นแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์ธรรมชาติและวิวัฒนาการของภูมิประเทศสตูลในระยะเวลาหลายล้านปี
การเข้าชมมีลักษณะเป็นกิจกรรมเชิงผจญภัยแบบควบคุม นักท่องเที่ยวต้องเดินทางตามรอบและประสานผู้ดูแลหรือชุมชนล่วงหน้า เส้นทางบางช่วงต้องใช้เรือหรืออุปกรณ์ที่เหมาะสม และเวลาการเดินทางขึ้นอยู่กับระดับน้ำภายในถ้ำ
เมื่อออกจากถ้ำ เส้นทางสามารถเชื่อมต่อผ่านคลองและป่าชายเลนไปยังพื้นที่บ้านท่าอ้อย ทำให้ทริปเดียวได้เห็นทั้งถ้ำ ระบบน้ำใต้ดิน ป่าชายเลน ฟอสซิล และวิถีชุมชน จึงเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่สะท้อนแนวคิดของ UNESCO Global Geopark ได้ครบถ้วนที่สุด
การเดินทาง: จากตัวเมืองสตูลเดินทางผ่านอำเภอละงูไปยังอำเภอทุ่งหว้า แล้วเข้าสู่บ้านคีรีวง ตำบลทุ่งหว้า การเข้าชมควรจองล่วงหน้ากับผู้ดูแลพื้นที่หรือผู้ให้บริการชุมชน เนื่องจากต้องจัดรอบตามระดับน้ำและเงื่อนไขความปลอดภัย
Map (GPS): https://maps.app.goo.gl/pEEgqTYK8eUjt1AT9

14. ถ้ำลอดปูยู ตั้งอยู่ในตำบลปูยู อำเภอเมืองสตูล เป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่ต้องเดินทางทางน้ำ โดยใช้เรือหางยาวผ่านคลองท่าจีนและป่าชายเลน ก่อนเข้าสู่ช่องถ้ำหินปูนที่มีลักษณะคล้ายอุโมงค์ธรรมชาติ
เสน่ห์ของถ้ำไม่ได้อยู่เฉพาะหินงอกหินย้อย แต่รวมถึงเส้นทางเดินเรือที่ผ่านภูเขาหินปูน ป่าชายเลน คลองน้ำกร่อย และชุมชนชายฝั่ง จึงเป็นทริปที่ทำให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างระบบนิเวศภูเขากับทะเลได้ชัดเจน
ภายในและรอบถ้ำมีหน้าผาหิน รูปทรงหิน และช่องแสงที่เกิดจากการกัดเซาะตามธรรมชาติ การเดินทางควรเลือกช่วงน้ำและสภาพอากาศที่เหมาะสม และใช้เรือกับผู้ให้บริการท้องถิ่นที่รู้เส้นทางเป็นอย่างดี
พื้นที่ปูยูยังมีชุมชนมุสลิมและวิถีประมงชายฝั่ง นักท่องเที่ยวจึงควรแต่งกายเหมาะสม เคารพชุมชน และไม่ส่งเสียงรบกวนหรือเข้าไปในพื้นที่ส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาต
การเดินทาง: จากตัวเมืองสตูลมุ่งหน้าเข้าสู่ตำบลปูยู แล้วเดินทางไปยังจุดขึ้นเรือในชุมชน จากนั้นใช้เรือหางยาวล่องผ่านคลองและป่าชายเลนไปยังถ้ำ ควรประสานเรือท้องถิ่นล่วงหน้าและตรวจระดับน้ำก่อนเดินทาง
Map (GPS): https://maps.app.goo.gl/ntAfFs8eRDoakeLD8

15. ตึกแถวถนนบุรีวานิช เป็นแนวอาคารเก่าใจกลางเมืองสตูลที่สะท้อนพัฒนาการของย่านการค้าและชุมชนเมืองในอดีต ถนนสายนี้มีความยาวประมาณ 600 เมตร และยังคงมีตึกแถวสองชั้นก่ออิฐถือปูน อาคารเก่า ร้านค้า และองค์ประกอบเมืองที่ช่วยสร้างบรรยากาศแตกต่างจากย่านสมัยใหม่
ความน่าสนใจของถนนบุรีวานิชอยู่ที่ความสัมพันธ์ระหว่างอาคารกับวิถีเมืองเก่า พื้นที่นี้เคยเป็นเส้นทางค้าขายสำคัญและอยู่ใกล้ศาสนสถานกับสถานที่ราชการ ทำให้เห็นโครงสร้างของตัวเมืองสตูลในอดีตได้ค่อนข้างชัด
นักท่องเที่ยวสามารถเดินถ่ายภาพสถาปัตยกรรม ร้านค้าเก่า และงานศิลปะในย่านเมือง พร้อมเชื่อมต่อไปยังมัสยิดกลางจังหวัดสตูล คฤหาสน์กูเด็น และวัดชนาธิปเฉลิมได้ภายในเส้นทางเดียว
ช่วงเช้าหรือช่วงเย็นเหมาะกับการเดินชมมากกว่ากลางวัน เพราะอากาศไม่ร้อนจัดและมีแสงเหมาะกับการถ่ายภาพ ควรระมัดระวังรถที่ยังสัญจรจริงบนถนนและไม่กีดขวางหน้าร้านหรือพื้นที่ของชุมชน
การเดินทาง: ถนนบุรีวานิชตั้งอยู่ใจกลางเทศบาลเมืองสตูล สามารถเดินทางจากคฤหาสน์กูเด็นหรือมัสยิดกลางจังหวัดสตูลได้ในระยะใกล้ เหมาะกับการจอดรถในบริเวณเมืองแล้วเดินเที่ยวต่อเนื่องหลายจุด
Map (GPS): https://maps.app.goo.gl/nugHre5nrQ7wWsGy8

16. ถ้ำเจ็ดคต ตั้งอยู่หมู่ 5 ตำบลปาล์มพัฒนา อำเภอมะนัง เป็นถ้ำธารลอดที่มีลำธารไหลผ่านภายในภูเขาหินปูน จุดเด่นคือเส้นทางที่คดเคี้ยวผ่านช่วงถ้ำหลายตอน จึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีทั้งความสวยงามทางธรรมชาติและลักษณะเชิงผจญภัย
ภายในถ้ำมีโถงขนาดใหญ่ หินงอกหินย้อย หาดทราย และผนังหินปูนที่เปลี่ยนรูปไปตามแต่ละช่วง เส้นทางน้ำและช่องเปิดตามธรรมชาติสร้างบรรยากาศที่แตกต่างกันตลอดการเดินทาง
กิจกรรมภายในถ้ำต้องคำนึงถึงระดับน้ำและสภาพอากาศอย่างมาก โดยเฉพาะฤดูฝนซึ่งน้ำสามารถเพิ่มระดับได้รวดเร็ว ผู้ที่ต้องการเข้าเที่ยวควรใช้บริการของผู้นำทางหรือผู้ดูแลท้องถิ่น และสวมอุปกรณ์ความปลอดภัยตามที่กำหนด
ถ้ำเจ็ดคตสามารถจัดร่วมกับถ้ำภูผาเพชร น้ำตกวังสายทอง และสถานที่ธรรมชาติรอบอำเภอมะนังได้ เหมาะกับนักท่องเที่ยวที่ต้องการใช้เวลาหนึ่งวันกับถ้ำ ภูเขาหินปูน และน้ำตกมากกว่าการออกทะเล
การเดินทาง: จากอำเภอละงูหรืออำเภอมะนังเดินทางเข้าสู่ตำบลปาล์มพัฒนา หมู่ 5 แล้วต่อไปยังจุดบริการถ้ำ ควรติดต่อผู้ดูแลล่วงหน้าเพื่อยืนยันสภาพน้ำและความพร้อมของเส้นทางก่อนเข้าพื้นที่
Map (GPS): https://maps.app.goo.gl/JVpf1Z2ZC2quuFt18

17. สวนสาธารณะเขาโต๊ะพญาวัง ตั้งอยู่บนถนนคูหาประเวศน์ในเขตเทศบาลเมืองสตูล เป็นพื้นที่สีเขียวสำคัญของตัวเมืองที่มีภูเขาหินปูนขนาดเล็กและสวนสาธารณะอยู่ร่วมกัน เหมาะกับการเดินเล่น พักผ่อน และสัมผัสธรรมชาติโดยไม่ต้องออกจากเขตเมือง
จุดเด่นของพื้นที่คือแนวหน้าผาหินปูน ต้นไม้ร่มรื่น ลานพักผ่อน และสภาพแวดล้อมที่เป็นธรรมชาติท่ามกลางเมือง บริเวณเขายังช่วยให้เห็นลักษณะภูมิประเทศหินปูนซึ่งพบได้ทั่วไปในจังหวัดสตูลและเป็นส่วนหนึ่งของภูมิประเทศที่เชื่อมโยงกับอุทยานธรณีโลก
ชาวเมืองนิยมใช้พื้นที่สำหรับออกกำลังกายและพักผ่อน โดยเฉพาะช่วงเช้าและเย็น นักท่องเที่ยวสามารถใช้สถานที่นี้เป็นจุดพักระหว่างเที่ยวคฤหาสน์กูเด็น มัสยิดมำบัง วัดชนาธิปเฉลิม และย่านเมืองเก่า
พื้นที่เชิงเขาและจุดที่เป็นหินอาจลื่นในช่วงฝนตก จึงควรหลีกเลี่ยงการปีนออกนอกเส้นทางหรือเข้าสู่จุดที่ไม่ได้จัดไว้สำหรับนักท่องเที่ยว
การเดินทาง: สวนสาธารณะตั้งอยู่ในเขตเทศบาลเมืองสตูลบนถนนคูหาประเวศน์ เดินทางจากย่านศูนย์กลางเมืองได้สะดวกด้วยรถยนต์ รถจักรยานยนต์ หรือรถรับจ้าง
Map (GPS): https://maps.app.goo.gl/ZYamXLDmLUuGamwDA

18. น้ำตกปาหนัน ตั้งอยู่หมู่ 5 ตำบลทุ่งนุ้ย อำเภอควนกาหลง เป็นน้ำตกชุมชนในพื้นที่ป่าเขาที่ให้บรรยากาศร่มรื่นและเงียบกว่าสถานที่ท่องเที่ยวกระแสหลักของจังหวัด เหมาะกับผู้ที่ต้องการสัมผัสธรรมชาติด้านในของสตูล
ลำธารไหลจากพื้นที่ป่าผ่านโขดหินและแอ่งน้ำหลายช่วง บริเวณโดยรอบมีต้นไม้และพืชป่าช่วยให้พื้นที่มีความชุ่มชื้น โดยเฉพาะหลังช่วงฝนที่ปริมาณน้ำมากขึ้นและป่าโดยรอบเขียวสด
นักท่องเที่ยวควรระมัดระวังพื้นหินเปียก กระแสน้ำ และระดับน้ำที่เปลี่ยนแปลงหลังฝนตกหนัก ไม่ควรลงเล่นน้ำในช่วงที่น้ำขุ่นหรือไหลแรงผิดปกติ และควรรักษาความสะอาดเพราะเป็นพื้นที่ธรรมชาติที่ชุมชนท้องถิ่นใช้ร่วมกัน
สามารถจัดน้ำตกปาหนันร่วมกับเส้นทางควนกาหลงและวนอุทยานน้ำตกธาราสวรรค์ เพื่อให้ได้หนึ่งวันของการเที่ยวป่า น้ำตก และชนบทของสตูลซึ่งแตกต่างจากเส้นทางทะเลอย่างชัดเจน
การเดินทาง: จากตัวเมืองสตูลใช้เส้นทางมุ่งหน้าอำเภอควนกาหลง แล้วเข้าสู่ตำบลทุ่งนุ้ย หมู่ 5 ตามป้ายไปน้ำตกปาหนัน รถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่าเหมาะที่สุดสำหรับเส้นทางนี้
Map (GPS): https://maps.app.goo.gl/7sGDuCcT3o8Pp1mLA

19. วนอุทยานน้ำตกธาราสวรรค์ เป็นพื้นที่ธรรมชาติในอำเภอควนกาหลงที่ได้รับการจัดตั้งเป็นวนอุทยานตั้งแต่ พ.ศ. 2539 จุดเด่นคือป่าดิบชื้น ลำธาร และน้ำตกหลายชั้นท่ามกลางพื้นที่สีเขียวที่ยังมีบรรยากาศสงบ
ตัวน้ำตกมีประมาณ 3 ชั้น โดยแต่ละชั้นมีลักษณะของแอ่งน้ำและโขดหินแตกต่างกัน เส้นทางโดยรอบมีต้นไม้ใหญ่และความชื้นสูง ทำให้เหมาะกับการพักผ่อน เดินชมธรรมชาติ และหลบร้อนในช่วงกลางวัน
ปริมาณน้ำแตกต่างกันตามฤดูกาล ช่วงหลังฝนตกมักมีน้ำมากและทิวทัศน์สวย แต่พื้นลื่นและอาจมีความเสี่ยงจากน้ำป่า นักท่องเที่ยวจึงควรตรวจสภาพอากาศและปฏิบัติตามข้อแนะนำในพื้นที่
วนอุทยานเหมาะกับการเที่ยวร่วมกับน้ำตกปาหนันและแหล่งธรรมชาติในอำเภอควนกาหลง ทำให้พื้นที่นี้เป็นอีกทางเลือกสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการออกจากเส้นทางเกาะและชายหาด
การเดินทาง: จากตัวเมืองสตูลเดินทางไปอำเภอควนกาหลง แล้วต่อเข้าสู่เส้นทางวนอุทยานน้ำตกธาราสวรรค์ ควรใช้รถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่า และตรวจสภาพถนนในช่วงฤดูฝน
Map (GPS): https://maps.app.goo.gl/DhvgMfnHVM2fmUcn8

20. จุดชมวิวท่าอ้อย ตั้งอยู่หมู่ 1 บ้านท่าอ้อย ตำบลทุ่งหว้า อำเภอทุ่งหว้า เป็นจุดพักผ่อนริมคลองที่รายล้อมด้วยป่าชายเลนและวิถีชุมชนประมง จุดเด่นคือสะพานทางเดินริมคลอง อาคารพักชมวิว และบรรยากาศเงียบสงบของพื้นที่ชายฝั่งทุ่งหว้า
พื้นที่นี้มีความเชื่อมโยงโดยตรงกับเส้นทางถ้ำเล สเตโกดอน เพราะหลังออกจากถ้ำ นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางต่อผ่านคลองและป่าชายเลนมายังบริเวณท่าอ้อย ทำให้ได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของภูมิประเทศจากถ้ำหินปูนสู่ระบบนิเวศชายฝั่งภายในทริปเดียว
ป่าชายเลนรอบคลองเป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำและมีบทบาทต่อวิถีประมงของคนในพื้นที่ นักท่องเที่ยวจะเห็นเรือประมงพื้นบ้าน ท่าเรือ และกิจกรรมของชุมชนที่ยังใช้งานพื้นที่จริง จึงควรเดินชมอย่างสุภาพและไม่กีดขวางการทำงานของชาวบ้าน
ช่วงเช้าและเย็นเหมาะกับการชมวิวและถ่ายภาพ โดยสามารถจัดร่วมกับถ้ำเล สเตโกดอน พิพิธภัณฑ์อุทยานธรณีสตูล น้ำตกธารปลิว และย่านทุ่งหว้าเมืองเก่า ทำให้เป็นเส้นทางที่ได้ทั้งธรณีวิทยา ป่าชายเลน และวิถีชีวิต
การเดินทาง: จากสำนักงานเทศบาลตำบลทุ่งหว้าใช้ถนนไปยังบ้านท่าอ้อย ระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ รถจักรยานยนต์ หรือรถรับจ้างในพื้นที่ หากมาจากตัวเมืองสตูลให้ใช้เส้นทางหลักมุ่งหน้าอำเภอทุ่งหว้าแล้วเข้าสู่เขตเทศบาล
Map (GPS): https://maps.app.goo.gl/PGidFnhnJ14vvjG5A
| หัวข้อ | รายละเอียด |
| จังหวัด | สตูล จังหวัดชายฝั่งทะเลอันดามันตอนล่างของภาคใต้ มีทั้งหมู่เกาะ ชายหาด ป่าชายเลน ภูเขาหินปูน ถ้ำ น้ำตก ป่าดิบชื้น เมืองเก่า และพื้นที่ชายแดนไทย–มาเลเซีย |
| จุดเด่นการท่องเที่ยว | ทะเลและหมู่เกาะระดับประเทศ อุทยานแห่งชาติตะรุเตา เกาะหลีเป๊ะ Satun UNESCO Global Geopark แหล่งฟอสซิล ถ้ำหินปูน น้ำตก ป่าชายเลน ประวัติศาสตร์เมือง และสังคมพหุวัฒนธรรม |
| Top 10 สถานที่เด่น | 1. เกาะหลีเป๊ะ 2. อุทยานแห่งชาติตะรุเตา 3. เกาะไข่ 4. เกาะหินงาม 5. อุทยานแห่งชาติทะเลบัน 6. ถ้ำภูผาเพชร 7. น้ำตกวังสายทอง 8. อุทยานธรณีสตูล 9. หาดปากบารา 10. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสตูล คฤหาสน์กูเด็น |
| ทะเลและหมู่เกาะ | เกาะหลีเป๊ะ เกาะไข่ เกาะหินงาม และพื้นที่อุทยานแห่งชาติตะรุเตา เป็นกลุ่มสถานที่เด่นสำหรับการเที่ยวทะเล ดำน้ำ ชมปะการัง และพักผ่อนบนเกาะ |
| อุทยานแห่งชาติ | อุทยานแห่งชาติตะรุเตาเน้นระบบนิเวศทางทะเลและหมู่เกาะ ส่วนอุทยานแห่งชาติทะเลบันมีป่าดิบชื้น บึง ภูเขาหินปูน และระบบนิเวศชายแดนไทย–มาเลเซีย |
| อุทยานธรณีโลก | อุทยานธรณีสตูล หรือ Satun UNESCO Global Geopark เป็นอุทยานธรณีโลกแห่งแรกของประเทศไทย ครอบคลุมแหล่งฟอสซิล ถ้ำ หินปูน น้ำตก ชายฝั่ง หมู่เกาะ และชุมชนหลายพื้นที่ |
| ถ้ำเด่น | ถ้ำภูผาเพชร, ถ้ำเล สเตโกดอน, ถ้ำลอดปูยู และถ้ำเจ็ดคต ครอบคลุมทั้งถ้ำหินปูนขนาดใหญ่ ถ้ำฟอสซิล ถ้ำทางน้ำ และเส้นทางเชิงผจญภัย |
| น้ำตกเด่น | น้ำตกวังสายทอง, น้ำตกปาหนัน และวนอุทยานน้ำตกธาราสวรรค์ เป็นตัวเลือกสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเที่ยวป่าและน้ำตกบนแผ่นดินใหญ่ |
| ประวัติศาสตร์และเมืองเก่า | พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสตูล คฤหาสน์กูเด็น และตึกแถวถนนบุรีวานิช ช่วยอธิบายพัฒนาการของเมืองสตูล ความสัมพันธ์กับโลกมลายู และรูปแบบสถาปัตยกรรมเมืองเก่า |
| ศาสนสถาน | มัสยิดกลางจังหวัดสตูลหรือมัสยิดมำบังเป็นศูนย์กลางศาสนาอิสลามที่สำคัญของจังหวัด ส่วนวัดชนาธิปเฉลิมเป็นวัดพุทธสำคัญในตัวเมือง สะท้อนสังคมพหุวัฒนธรรมของสตูล |
| วัฒนธรรมสำคัญ | วิถีไทยมุสลิม วัฒนธรรมมลายู วิถีชาวเลอูรักลาโว้ย ประเพณีลอยเรือชาวเล ฮารีรายอ และวัฒนธรรมชุมชนชายฝั่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของอัตลักษณ์จังหวัด |
| อาหารพื้นถิ่น | อาหารทะเลสด ข้าวหมก โรตี แกงมัสมั่น แกงกะทิปลา อาหารใต้ อาหารฮาลาล และอาหารที่ใช้เครื่องเทศกับกะทิเป็นองค์ประกอบสำคัญ |
| อำเภอเมืองสตูล | 1. เกาะหลีเป๊ะ 2. อุทยานแห่งชาติตะรุเตา 3. เกาะไข่ 4. เกาะหินงาม 5. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสตูล คฤหาสน์กูเด็น 6. มัสยิดกลางจังหวัดสตูล 7. วัดชนาธิปเฉลิม 8. ถ้ำลอดปูยู 9. ตึกแถวถนนบุรีวานิช 10. สวนสาธารณะเขาโต๊ะพญาวัง |
| อำเภอละงู | 1. น้ำตกวังสายทอง 2. หาดปากบารา เหมาะกับการเชื่อมเส้นทางระหว่างชายฝั่ง ปากบารา น้ำตก และทางเข้าสู่แหล่งธรรมชาติด้านในของจังหวัด |
| อำเภอมะนัง | 1. ถ้ำภูผาเพชร 2. ถ้ำเจ็ดคต เป็นพื้นที่เด่นด้านภูเขาหินปูน ถ้ำ และกิจกรรมธรรมชาติภายในพื้นที่อุทยานธรณีสตูล |
| อำเภอทุ่งหว้า | 1. อุทยานธรณีสตูล 2. ถ้ำเล สเตโกดอน 3. จุดชมวิวท่าอ้อย เป็นพื้นที่สำคัญด้านฟอสซิล ธรณีวิทยา ป่าชายเลน และการท่องเที่ยวโดยชุมชน |
| อำเภอควนโดน | อุทยานแห่งชาติทะเลบัน เป็นจุดเด่นด้านป่าดิบชื้น บึง ภูเขาหินปูน และธรรมชาติบริเวณชายแดนไทย–มาเลเซีย |
| อำเภอควนกาหลง | 1. น้ำตกปาหนัน 2. วนอุทยานน้ำตกธาราสวรรค์ เหมาะกับการเที่ยวป่า น้ำตก และธรรมชาติด้านในของจังหวัด |
| กิจกรรมเด่น | ดำน้ำตื้น ดำน้ำลึก เที่ยวเกาะ เล่นน้ำทะเล ชมพระอาทิตย์ตก ล่องเรือ เดินถ้ำ เดินป่า ชมน้ำตก เรียนรู้ฟอสซิล เที่ยวป่าชายเลน เยี่ยมชุมชน และเดินชมเมืองเก่า |
| เหมาะสำหรับ | คู่รัก ครอบครัว กลุ่มเพื่อน นักดำน้ำ นักท่องเที่ยวสายธรรมชาติ สายประวัติศาสตร์ สายวัฒนธรรม สายผจญภัย และผู้สนใจธรณีวิทยา |
| การเดินทางมายังสตูล | จังหวัดสตูลไม่มีสนามบินพาณิชย์หลักภายในจังหวัด นักท่องเที่ยวที่เดินทางทางอากาศนิยมลงสนามบินหาดใหญ่ จากนั้นต่อรถเข้าสู่ตัวเมืองสตูล อำเภอละงู หรือท่าเรือปากบาราตามแผนการเดินทาง |
| การเดินทางภายในจังหวัด | รถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่าสะดวกสำหรับเที่ยวบนแผ่นดินใหญ่ ส่วนเกาะหลีเป๊ะ เกาะไข่ เกาะหินงาม และพื้นที่หมู่เกาะต้องเดินทางด้วยเรือจากท่าเรือปากบาราหรือจุดบริการตามเส้นทาง |
| แผนเที่ยว 1 วัน | เช้า: คฤหาสน์กูเด็น – มัสยิดมำบัง – วัดชนาธิปเฉลิม สาย: ถนนบุรีวานิช – เขาโต๊ะพญาวัง บ่าย: เดินทางไปปากบารา เย็น: ชมพระอาทิตย์ตกที่หาดปากบารา |
| แผนเที่ยว 2 วัน | Day 1: ตัวเมืองสตูล – เมืองเก่า – มัสยิดมำบัง – คฤหาสน์กูเด็น – ปากบารา Day 2: เกาะหลีเป๊ะ หรือโปรแกรมเกาะไข่–เกาะหินงาม–หมู่เกาะอาดัง–ราวีตามฤดูกาล |
| แผนเที่ยว 3 วัน | Day 1: ตัวเมืองสตูลและปากบารา Day 2: เกาะหลีเป๊ะและหมู่เกาะอาดัง–ราวี Day 3: ถ้ำภูผาเพชร – น้ำตกวังสายทอง – ถ้ำเจ็ดคต หรือเส้นทางอุทยานธรณีสตูล |
| แผนเที่ยว 4–5 วัน | เพิ่มถ้ำเล สเตโกดอน จุดชมวิวท่าอ้อย อุทยานแห่งชาติทะเลบัน น้ำตกปาหนัน และวนอุทยานน้ำตกธาราสวรรค์ เพื่อให้เห็นครบทั้งทะเล ธรณีวิทยา ป่าชายเลน น้ำตก และวัฒนธรรมเมือง |
| สำหรับสายทะเล | เกาะหลีเป๊ะ, อุทยานแห่งชาติตะรุเตา, เกาะไข่, เกาะหินงาม และหาดปากบารา |
| สำหรับสายธรรมชาติ | อุทยานแห่งชาติทะเลบัน, ถ้ำภูผาเพชร, น้ำตกวังสายทอง, ถ้ำเจ็ดคต, น้ำตกปาหนัน และวนอุทยานน้ำตกธาราสวรรค์ |
| สำหรับสายธรณีวิทยา | อุทยานธรณีสตูล, ถ้ำเล สเตโกดอน, ถ้ำภูผาเพชร, ถ้ำเจ็ดคต และพื้นที่ทุ่งหว้า เหมาะกับผู้สนใจฟอสซิล หินปูน และวิวัฒนาการของภูมิประเทศ |
| สำหรับสายประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม | คฤหาสน์กูเด็น, มัสยิดมำบัง, วัดชนาธิปเฉลิม และตึกแถวถนนบุรีวานิช เหมาะกับการเรียนรู้ประวัติศาสตร์เมืองและสังคมพหุวัฒนธรรมของสตูล |
| สำหรับสายผจญภัย | ถ้ำเล สเตโกดอน, ถ้ำเจ็ดคต, ถ้ำลอดปูยู และเส้นทางธรรมชาติในเขตมะนัง–ทุ่งหว้า เหมาะกับผู้ที่ต้องการกิจกรรมทางน้ำ เดินถ้ำ และสำรวจธรรมชาติ |
| ฤดูเหมาะกับการเที่ยวทะเล | โดยทั่วไปช่วงประมาณเดือนพฤศจิกายนถึงเมษายนเหมาะกับการเที่ยวเกาะ ดำน้ำ และกิจกรรมทางทะเลมากกว่า แต่ต้องตรวจประกาศอุทยานและสภาพทะเลก่อนเดินทางทุกครั้ง |
| เที่ยวช่วงมรสุม | ควรเน้นเส้นทางตัวเมือง อุทยานธรณี ถ้ำ และน้ำตกตามสภาพอากาศ เพราะบางเกาะหรือเส้นทางทางทะเลอาจปิดชั่วคราวหรือมีรอบเรือลดลง |
| ข้อควรระวัง | ตรวจประกาศอุทยานก่อนเที่ยวเกาะ ไม่เก็บปะการัง หิน ฟอสซิล หรือสิ่งมีชีวิตออกจากพื้นที่ ระวังน้ำป่าและพื้นลื่นในถ้ำกับน้ำตก และควรใช้ผู้นำทางในกิจกรรมถ้ำที่ต้องพึ่งระดับน้ำ |
| มารยาททางวัฒนธรรม | แต่งกายสุภาพเมื่อเข้าวัดและมัสยิด หลีกเลี่ยงช่วงละหมาดเมื่อเข้าเยี่ยมชมมัสยิด ไม่ถ่ายภาพบุคคลหรือกิจกรรมศาสนาโดยไม่ได้รับอนุญาต และควรเคารพวิถีชุมชนชาวเลกับชุมชนมุสลิม |
| การท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ | ไม่ทิ้งขยะลงทะเล ถ้ำ น้ำตก หรือป่าชายเลน ไม่เหยียบปะการัง ไม่เก็บหินจากเกาะหินงาม ไม่เก็บฟอสซิลจากพื้นที่ Geopark และเลือกใช้บริการชุมชนท้องถิ่นเมื่อเหมาะสม |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: ไปเที่ยวสตูลครั้งแรกควรเริ่มที่ไหน?
ตอบ: หากเน้นทะเลควรเริ่มจากเกาะหลีเป๊ะ อุทยานแห่งชาติตะรุเตา เกาะไข่ และเกาะหินงาม หากมีเวลาเพิ่มควรเที่ยวคฤหาสน์กูเด็น อุทยานธรณีสตูล ถ้ำภูผาเพชร และอุทยานแห่งชาติทะเลบัน เพื่อให้เห็นสตูลครบทั้งธรรมชาติและวัฒนธรรม
ถาม: เที่ยวสตูลกี่วันกำลังดี?
ตอบ: อย่างน้อย 3 วันเหมาะสำหรับการแบ่ง 1 วันเที่ยวตัวเมืองและปากบารา 1 วันเที่ยวเกาะหรือพักหลีเป๊ะ และอีก 1 วันเที่ยวถ้ำ น้ำตก หรืออุทยานธรณี หากต้องการเที่ยวครบหลายอำเภอควรมี 4–5 วัน
ถาม: ที่เที่ยวสตูลที่ไม่ใช่ทะเลมีที่ไหนบ้าง?
ตอบ: มีหลายแห่ง เช่น อุทยานแห่งชาติทะเลบัน ถ้ำภูผาเพชร น้ำตกวังสายทอง อุทยานธรณีสตูล ถ้ำเล สเตโกดอน ถ้ำเจ็ดคต น้ำตกปาหนัน วนอุทยานน้ำตกธาราสวรรค์ คฤหาสน์กูเด็น และย่านเมืองเก่า
ถาม: อุทยานธรณีสตูลคืออะไร?
ตอบ: อุทยานธรณีสตูลหรือ Satun UNESCO Global Geopark เป็นพื้นที่มรดกธรณีระดับโลกและเป็นอุทยานธรณีโลกแห่งแรกของประเทศไทย ครอบคลุมแหล่งหิน ฟอสซิล ถ้ำ น้ำตก ชายฝั่ง และชุมชนหลายแห่ง ไม่ใช่สถานที่เที่ยวเพียงจุดเดียว
ถาม: เกาะหลีเป๊ะเที่ยวช่วงไหนดีที่สุด?
ตอบ: โดยทั่วไปช่วงประมาณเดือนพฤศจิกายนถึงเมษายนเหมาะกับการเดินทางทางทะเลมากกว่า เพราะคลื่นลมมักเอื้ออำนวยกว่าช่วงมรสุม แต่ควรตรวจประกาศอุทยาน พยากรณ์อากาศ และรอบเรือก่อนเดินทางทุกครั้ง
ถาม: เดินทางไปเกาะหลีเป๊ะอย่างไร?
ตอบ: เส้นทางหลักคือเดินทางมายังท่าเรือปากบารา อำเภอละงู แล้วต่อเรือสปีดโบ๊ทหรือเรือโดยสารไปเกาะหลีเป๊ะ หากเดินทางทางเครื่องบิน นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่นิยมลงสนามบินหาดใหญ่แล้วต่อรถไปปากบารา
ถาม: สตูลเหมาะกับการเที่ยวแบบครอบครัวหรือไม่?
ตอบ: เหมาะ โดยสามารถเลือกสถานที่ตามวัย เช่น คฤหาสน์กูเด็น หาดปากบารา สวนสาธารณะเขาโต๊ะพญาวัง และอุทยานแห่งชาติทะเลบัน ส่วนกิจกรรมถ้ำ ล่องเรือ และดำน้ำควรพิจารณาความพร้อมของเด็กและสภาพอากาศเป็นหลัก
ถาม: ไปเที่ยวมัสยิดกลางจังหวัดสตูลควรปฏิบัติตัวอย่างไร?
ตอบ: ควรแต่งกายสุภาพ หลีกเลี่ยงช่วงเวลาละหมาด รักษาความสงบ และสอบถามก่อนเข้าไปยังพื้นที่ประกอบศาสนกิจหรือถ่ายภาพภายใน เพื่อเคารพสถานที่และผู้ที่มาประกอบพิธีทางศาสนา
หมวดหมู่: ●บทความท่องเที่ยว, สูตรอาหาร
กลุ่ม: ●รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร
ปรับปรุงล่าสุด : 3 สัปดาห์ที่แล้ว



