หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคใต้ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดสตูล >อ.เมืองสตูล >ต.เกาะสาหร่าย > เกาะหินงาม
TL;DR: เกาะหินงาม อยู่ที่หมู่เกาะอาดัง-ราวี ตำบลเกาะสาหร่าย อำเภอเมืองสตูล จังหวัดสตูล เปิดเปิดตามประกาศอุทยานแห่งชาติตะรุเตา เวลา ตามรอบเรือ สภาพอากาศ ระดับน้ำ และประกาศของอุทยานแห่งชาติตะรุเตา.
เกาะหินงาม

วันเปิดทำการ: เปิดตามประกาศอุทยานแห่งชาติตะรุเตา โดยตัวเกาะหินงามเป็นพื้นที่ที่ยังท่องเที่ยวได้ตามประกาศปี 2569 ส่วนจุดดำน้ำทิศใต้ของเกาะหินงามปิดวันที่ 1 มิถุนายน–30 กันยายน 2569
เวลาเปิดทำการ: ตามรอบเรือ สภาพอากาศ ระดับน้ำ และประกาศของอุทยานแห่งชาติตะรุเตา
เกาะหินงาม จังหวัดสตูล เป็นเกาะขนาดเล็กในเขตอุทยานแห่งชาติตะรุเตา ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของเกาะอาดัง อยู่ในกลุ่มหมู่เกาะอาดัง-ราวี ตำบลเกาะสาหร่าย อำเภอเมืองสตูล จังหวัดสตูล จุดเด่นของเกาะหินงามคือชายหาดที่ไม่ได้เป็นหาดทรายขาวเหมือนเกาะทั่วไป แต่เต็มไปด้วยก้อนหินสีดำ รูปร่างกลมมน ลวดลายสวยงาม และเมื่อถูกน้ำทะเลซัดหรือแสงแดดกระทบจะเกิดความเงางามแวววาวทั่วชายหาด เกาะแห่งนี้จึงเป็นหนึ่งในภาพจำสำคัญของการเที่ยวหลีเป๊ะและหมู่เกาะอาดัง-ราวี เพราะมีลักษณะเฉพาะที่ต่างจากเกาะอื่นในทะเลสตูลอย่างชัดเจน
ความพิเศษของเกาะหินงามอยู่ที่ความงามแบบเรียบง่ายแต่ทรงพลัง ธรรมชาติไม่ได้สร้างที่นี่ให้เป็นหาดทรายนุ่มสำหรับนอนอาบแดด แต่สร้างให้เป็นชายหาดหินดำที่มีพื้นผิว รูปทรง น้ำหนัก สี และลวดลายแตกต่างกันไป ก้อนหินจำนวนมากถูกคลื่นและน้ำทะเลขัดเกลาเป็นเวลายาวนานจนมีลักษณะกลมเกลี้ยง เมื่อมองจากเรือในระยะไกลชายหาดจะดูเหมือนเป็นแถบสีดำ แต่เมื่อเข้าใกล้จะเห็นว่าพื้นที่สีดำนั้นเกิดจากก้อนหินนับไม่ถ้วนที่วางทับซ้อนกันอย่างเป็นธรรมชาติ
หินบนเกาะหินงามส่วนใหญ่เป็นหินฮอร์นเฟลส์สีดำ มีหลายขนาดและหลายลวดลาย บางก้อนกลม บางก้อนรี บางก้อนมีเส้นลายอ่อนแทรกอยู่ในเนื้อหิน บางก้อนเมื่อแห้งจะดูด้าน แต่เมื่อถูกน้ำทะเลจะเปลี่ยนเป็นสีดำเงาเข้มและสะท้อนแสงสวยมาก ภาพหินดำเปียกน้ำตัดกับน้ำทะเลใสและป่าไม้สีเขียวบนเกาะคือเอกลักษณ์ที่ทำให้เกาะหินงามถูกจดจำได้ทันที แม้นักท่องเที่ยวจะเคยไปทะเลมาหลายแห่งแล้วก็ตาม
เกาะหินงามไม่มีหาดทรายเป็นจุดขายหลักเหมือนเกาะราวีหรือหาดบนเกาะหลีเป๊ะ ความน่าสนใจของเกาะนี้คือความแตกต่างทางภูมิประเทศ ชายหาดหินสีดำที่เกิดจากการกระทำของคลื่นลมและน้ำทะเลทำให้พื้นที่มีมิติทางธรณีวิทยาและธรรมชาติที่ชัดเจน นักท่องเที่ยวที่เดินขึ้นเกาะจะสัมผัสได้ถึงเสียงของก้อนหินเมื่อคลื่นซัด เสียงน้ำที่แทรกผ่านช่องว่างระหว่างหิน และความเงียบของเกาะเล็กกลางทะเลที่มีเพียงชายหาดหิน ป่าไม้ และน้ำทะเลล้อมรอบ
ตำแหน่งของเกาะหินงามทำให้เกาะนี้มักถูกรวมอยู่ในเส้นทางดำน้ำและเที่ยวเกาะจากเกาะหลีเป๊ะ โดยเฉพาะเส้นทางโซนในซึ่งเชื่อมจุดสำคัญหลายแห่ง เช่น ร่องน้ำจาบัง เกาะยาง เกาะอาดัง และเกาะหินงาม นักท่องเที่ยวมักเดินทางด้วยเรือหางยาวจากเกาะหลีเป๊ะ ใช้เวลาประมาณ 20 นาที ขึ้นอยู่กับจุดออกเรือ สภาพคลื่นลม และเส้นทางที่คนเรือจัดในวันนั้น การมาเกาะหินงามจึงควรวางแผนร่วมกับทริปทางทะเล ไม่ใช่มองเป็นเกาะที่เดินทางไปพักค้างแรมโดยตรง
หนึ่งในสิ่งที่ทำให้เกาะหินงามมีชื่อเสียงมากคือป้ายเตือนเกี่ยวกับคำสาปเจ้าพ่อตะรุเตา ข้อความที่ถูกกล่าวถึงอย่างแพร่หลายคือ “ผู้ใดบังอาจเก็บหินงามจากเกาะนี้ไป ผู้นั้นจะถึงซึ่งความหายนะนานานับประการ” ป้ายนี้กลายเป็นทั้งเรื่องเล่าท้องถิ่น ข้อเตือนใจนักท่องเที่ยว และกลไกทางวัฒนธรรมที่ช่วยปกป้องทรัพยากรธรรมชาติของเกาะ ความเชื่อเรื่องคำสาปทำให้หลายคนจดจำเกาะหินงามได้ แต่สาระสำคัญจริง ๆ คือการห้ามนำหินออกจากพื้นที่ เพราะหินทุกก้อนคือส่วนหนึ่งของภูมิทัศน์ธรรมชาติของเกาะ
เกาะหินงามเคยมีกรณีนักท่องเที่ยวเก็บหินกลับบ้าน แล้วส่งคืนมายังอุทยานแห่งชาติตะรุเตาภายหลังจำนวนมาก เรื่องนี้ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องรณรงค์อย่างต่อเนื่องว่าไม่ควรนำสิ่งใดออกจากเกาะ ไม่ว่าจะเป็นหิน เปลือกหอย เศษปะการัง หรือวัตถุธรรมชาติอื่น ๆ การเก็บหินเพียงก้อนเดียวอาจดูเล็กน้อยในสายตานักท่องเที่ยว แต่เมื่อมีคนทำซ้ำจำนวนมาก ภูมิทัศน์ของชายหาดหินที่เป็นเอกลักษณ์ก็จะเสียหายลงทีละน้อย
ข้อปฏิบัติสำคัญอีกข้อหนึ่งคือไม่ควรเรียงหินเป็นชั้น ๆ แม้ในอดีตจะมีความเชื่อว่าการเรียงหินได้หลายชั้นแล้วอธิษฐานจะสมหวัง แต่การนำหินมาเรียงซ้อนกันทำให้หินตก แตก บิ่น และเปลี่ยนสภาพธรรมชาติของชายหาด เจ้าหน้าที่จึงขอความร่วมมือให้นักท่องเที่ยวชมความงามของหินตามสภาพเดิม ถ่ายภาพเป็นที่ระลึก และปล่อยให้ทุกก้อนอยู่ในตำแหน่งที่ธรรมชาติจัดวางไว้
การเดินบนเกาะหินงามควรระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะพื้นชายหาดเป็นก้อนหินจำนวนมาก ไม่ใช่ทรายเรียบ หินบางก้อนลื่นเมื่อเปียกน้ำ และบางช่วงอาจมีคลื่นซัดขึ้นมาถึงพื้นที่เดิน นักท่องเที่ยวควรสวมรองเท้าที่เกาะพื้นได้ดี เดินช้า ๆ ไม่กระโดดบนหิน ไม่ปีนพื้นที่เสี่ยง และไม่เดินออกไปใกล้แนวคลื่นในช่วงทะเลแรง การถ่ายภาพควรคำนึงถึงความปลอดภัยก่อนความสวยของมุมภาพเสมอ
น้ำทะเลรอบเกาะหินงามมีความใสในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว และบริเวณด้านหลังเกาะมีแนวปะการัง ดอกไม้ทะเล และปลาการ์ตูน ซึ่งทำให้เกาะหินงามมักถูกรวมอยู่ในเส้นทางดำน้ำตื้น อย่างไรก็ตาม จุดดำน้ำต้องขึ้นอยู่กับประกาศของอุทยานฯ สภาพอากาศ กระแสน้ำ และความปลอดภัยในวันเดินทางจริง โดยเฉพาะประกาศปี 2569 ที่ระบุปิดจุดดำน้ำทิศใต้ของเกาะหินงามระหว่างวันที่ 1 มิถุนายนถึง 30 กันยายน 2569 ขณะที่ตัวเกาะหินงามยังอยู่ในรายชื่อพื้นที่ที่เที่ยวได้ตามปกติตามประกาศของอุทยานฯ
ช่วงเวลาที่เหมาะกับการเที่ยวเกาะหินงามคือช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวทะเลอันดามัน โดยทั่วไปอยู่ระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึงพฤษภาคม และช่วงพฤศจิกายนถึงเมษายนมักเป็นช่วงที่ทะเลสงบ น้ำใส และเรือให้บริการมากที่สุด ส่วนช่วงกลางปีถึงปลายไตรมาส 3 เป็นช่วงที่ต้องตรวจประกาศอุทยานฯ และสภาพอากาศอย่างละเอียด เพราะบางพื้นที่ของหมู่เกาะอาดัง-ราวีปิดการท่องเที่ยวและพักแรมประจำปีเพื่อความปลอดภัยและเพื่อให้ทรัพยากรธรรมชาติได้ฟื้นตัว
การเที่ยวเกาะหินงามควรจัดเวลาให้เหมาะกับน้ำขึ้นน้ำลงและเส้นทางเรือ หากเดินทางจากเกาะหลีเป๊ะ นักท่องเที่ยวสามารถเลือกซื้อทริปดำน้ำหรือเช่าเรือหางยาว โดยเส้นทางมักรวมหลายจุดในวันเดียว เช่น ร่องน้ำจาบัง เกาะยาง เกาะหินงาม และพื้นที่ใกล้เคียง การเช่าเรือควรถามจำนวนผู้โดยสาร เส้นทาง จุดแวะ เวลาออกเรือ เวลาเดินทางกลับ เสื้อชูชีพ อุปกรณ์ดำน้ำ และเงื่อนไขกรณีคลื่นลมแรงให้ชัดเจนก่อนออกเดินทาง
การเดินทาง ไปเกาะหินงามโดยทั่วไปเริ่มจากการเดินทางไปเกาะหลีเป๊ะก่อน เส้นทางหลักคือเดินทางไปท่าเรือปากบารา อำเภอละงู จังหวัดสตูล แล้วต่อเรือไปเกาะหลีเป๊ะ จากนั้นใช้เรือหางยาวท้องถิ่นจากเกาะหลีเป๊ะไปยังเกาะหินงาม ใช้เวลาประมาณ 20 นาที เส้นทางนี้เหมาะกับผู้ที่พักบนเกาะหลีเป๊ะและต้องการเที่ยวเกาะหินงามร่วมกับจุดดำน้ำรอบหมู่เกาะอาดัง-ราวี
ท่าเรือปากบาราเป็นท่าเรือหลักสำหรับเดินทางสู่เกาะหลีเป๊ะและพื้นที่อุทยานแห่งชาติตะรุเตา รอบเรือที่เผยแพร่โดยท่าเทียบเรือมีรอบหลัก เช่น 11:30 น. จากท่าเรือปากบาราไปเกาะตะรุเตาและเกาะหลีเป๊ะ และ 13:30 น. จากท่าเรือปากบาราไปเกาะหลีเป๊ะ ส่วนรอบกลับจากเกาะหลีเป๊ะมายังท่าเรือปากบารามีรอบ 09:30 น. และ 11:30 น. นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบรอบเรือปัจจุบันกับท่าเรือหรือบริษัทเรือก่อนเดินทางทุกครั้ง เพราะเวลาเดินเรืออาจเปลี่ยนตามฤดูกาล สภาพอากาศ และจำนวนผู้โดยสาร
สำหรับผู้ที่เดินทางจากกรุงเทพฯ หรือจังหวัดอื่น วิธีที่สะดวกที่สุดคือเดินทางไปสนามบินหาดใหญ่ แล้วต่อรถตู้ รถแท็กซี่ หรือรถเช่าไปยังท่าเรือปากบารา จากนั้นนั่งเรือไปเกาะหลีเป๊ะ ผู้ที่เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวสามารถใช้เส้นทางลงใต้เข้าสู่จังหวัดสตูลและต่อไปยังท่าเรือปากบารา ส่วนผู้ที่เดินทางด้วยรถไฟสามารถลงที่สถานีรถไฟหาดใหญ่แล้วต่อรถไปสตูลและท่าเรือปากบาราได้ การวางแผนเวลาให้สัมพันธ์กับรอบเรือเป็นเรื่องสำคัญ เพราะหากมาถึงท่าเรือหลังรอบสุดท้ายอาจต้องพักบนฝั่งก่อนหนึ่งคืน
ค่าเข้าชมพื้นที่อยู่ภายใต้อัตราค่าบริการของอุทยานแห่งชาติตะรุเตา โดยอัตราที่เผยแพร่คือชาวไทย ผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท และชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 100 บาท ค่าใช้จ่ายอื่น เช่น ค่าเรือไปเกาะหลีเป๊ะ ค่าเรือหางยาวไปเกาะหินงาม ค่าอุปกรณ์ดำน้ำ ค่าอาหาร และค่าที่พักขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการ เส้นทาง ฤดูกาล และจำนวนผู้เดินทาง จึงควรสอบถามราคาปัจจุบันก่อนชำระเงินเสมอ
บนเกาะหินงามไม่ได้เหมาะกับการใช้เวลาอยู่นานแบบเกาะพักผ่อนขนาดใหญ่ ลักษณะการเที่ยวที่เหมาะคือแวะขึ้นเกาะ เดินชมชายหาดหินดำ ถ่ายภาพ ศึกษาข้อห้ามเกี่ยวกับการไม่เก็บหินและไม่เรียงหิน จากนั้นเดินทางต่อไปยังจุดดำน้ำหรือเกาะอื่นในเส้นทางเดียวกัน นักท่องเที่ยวควรใช้เวลาอย่างพอดี ไม่รบกวนพื้นที่ธรรมชาติ ไม่ทิ้งขยะ และไม่ทำกิจกรรมที่ทำให้หินแตกหรือเคลื่อนย้ายออกจากตำแหน่งเดิม
กิจกรรมที่เหมาะกับเกาะหินงาม ได้แก่ เดินชมชายหาดหินดำ ถ่ายภาพก้อนหินเมื่อถูกน้ำทะเล ชมป้ายเตือนคำสาปเจ้าพ่อตะรุเตา เรียนรู้เรื่องหินฮอร์นเฟลส์ ฟังเสียงคลื่นซัดชายหาดหิน ชมวิวทะเลรอบเกาะ และดำน้ำตื้นบริเวณที่เปิดให้เที่ยวตามประกาศอุทยานฯ หากเดินทางร่วมกับทริปดำน้ำ นักท่องเที่ยวควรใช้เกาะหินงามเป็นจุดชมธรรมชาติบนบก แล้วใช้จุดดำน้ำที่เหมาะสมตามคำแนะนำของคนเรือหรือเจ้าหน้าที่
เกาะหินงามเหมาะกับนักท่องเที่ยวที่ชอบธรรมชาติที่มีเอกลักษณ์ คนที่สนใจธรณีวิทยา นักถ่ายภาพ ผู้ที่เดินทางมาเกาะหลีเป๊ะและต้องการเก็บจุดสำคัญของหมู่เกาะอาดัง-ราวี รวมถึงครอบครัวที่ต้องการให้เด็กเห็นความหลากหลายของธรรมชาติทะเลไทย แต่ไม่เหมาะกับผู้ที่ต้องการชายหาดสำหรับนั่งพักทั้งวันหรือบริการครบแบบรีสอร์ต เพราะจุดแข็งของเกาะคือภูมิทัศน์ธรรมชาติและความสงบในช่วงเวลาสั้น ๆ ที่เรือแวะพัก
ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก และผู้ที่มีปัญหาเรื่องการทรงตัวควรระมัดระวังเมื่อขึ้นเกาะ เพราะพื้นหินอาจเดินยากกว่าหาดทรายทั่วไป หากมีคลื่นแรงหรือเรือเข้าเทียบยาก ควรฟังการตัดสินใจของคนเรือและไม่ฝืนขึ้นเกาะ การเที่ยวทะเลในพื้นที่อุทยานแห่งชาติจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับความปลอดภัยก่อนเส้นทางที่วางไว้เสมอ บางวันการเปลี่ยนจุดเที่ยวหรือยกเลิกจุดใดจุดหนึ่งคือการตัดสินใจที่ถูกต้องที่สุด
ในมุมการถ่ายภาพ เกาะหินงามเหมาะกับช่วงที่แสงแดดพอเหมาะและคลื่นซัดให้หินเปียก เพราะผิวหินจะเงาและเห็นลวดลายชัดขึ้น มุมภาพยอดนิยมคือระยะใกล้ของก้อนหินดำที่มีน้ำทะเลใสซัดผ่าน ฉากหลังเป็นเรือหางยาว ทะเลสีฟ้า และป่าไม้บนเกาะ นักท่องเที่ยวควรถ่ายภาพโดยไม่ย้ายหิน ไม่หยิบหินมาจัดฉาก และไม่เรียงหินเพื่อถ่ายภาพ เพราะภาพที่ดีที่สุดของเกาะหินงามคือภาพที่ธรรมชาติยังคงอยู่ตามเดิม
ข้อควรระวังด้านสิ่งแวดล้อมมีความสำคัญมาก เกาะหินงามมีขนาดเล็กและรองรับนักท่องเที่ยวจำนวนมากในช่วงฤดูกาล การกระทำเล็ก ๆ เช่น เหยียบปะการัง ทิ้งเศษอาหารลงทะเล ใช้ครีมกันแดดในปริมาณมากแล้วลงน้ำทันที ทิ้งขยะไว้บนเรือหรือบนเกาะ เก็บหินกลับบ้าน หรือเรียงหินเป็นชั้น ล้วนสร้างผลกระทบสะสมต่อพื้นที่ธรรมชาติ นักท่องเที่ยวที่ดีควรเก็บกลับเฉพาะภาพถ่ายและความทรงจำ พร้อมนำขยะของตนเองกลับไปทิ้งให้ถูกจุด
เมื่อเทียบกับเกาะอื่นในเส้นทางหลีเป๊ะ เกาะหินงามมีบทบาทเฉพาะตัว เกาะหลีเป๊ะเป็นฐานพักและศูนย์บริการ เกาะอาดังให้ภาพภูเขา ป่า และจุดชมวิว เกาะราวีให้หาดทรายและน้ำทะเลใส ร่องน้ำจาบังให้ปะการังอ่อนสีสันจัดจ้าน เกาะยางให้ปะการังแข็ง และเกาะหินงามให้ภูมิทัศน์ชายหาดหินดำที่ไม่มีใครเหมือน การรวมเกาะหินงามไว้ในโปรแกรมจึงช่วยให้ทริปอาดัง-ราวีมีความหลากหลายครบทั้งชายหาด ป่า ภูเขา ปะการัง และธรณีธรรมชาติ
นักท่องเที่ยวที่ต้องการพักใกล้เกาะหินงามควรพักบนเกาะหลีเป๊ะ เพราะเป็นฐานที่มีที่พัก ร้านอาหาร และบริการเรือครบกว่า จากเกาะหลีเป๊ะสามารถจัดทริปไปเกาะหินงามได้สะดวก และยังสามารถต่อไปยังจุดดำน้ำอื่นในวันเดียวกันได้ ที่พักบนเกาะหลีเป๊ะมีหลายโซน เช่น หาดพัทยาที่สะดวกต่อการเดินทางและถนนคนเดิน หาดซันไรซ์ที่เหมาะกับบรรยากาศเช้าและวิวเกาะอาดัง และหาดซันเซ็ตที่เหมาะกับความสงบและแสงเย็น
ร้านอาหารใกล้เคียงในเชิงการเดินทางจะอยู่บนเกาะหลีเป๊ะเป็นหลัก เพราะเกาะหินงามเป็นจุดท่องเที่ยวธรรมชาติ ไม่ใช่พื้นที่ร้านอาหาร นักท่องเที่ยวควรวางแผนรับประทานอาหารบนเกาะหลีเป๊ะหรือเตรียมน้ำดื่มและของว่างไปกับเรือในปริมาณที่เหมาะสม โดยต้องไม่ทิ้งบรรจุภัณฑ์หรือเศษอาหารไว้ในทะเล การกินอาหารบนเรือควรจัดเก็บขยะให้เรียบร้อยเพื่อไม่ให้ปลิวตกน้ำหรือถูกคลื่นพัดออกไป
การจัดทริปที่เหมาะสำหรับเกาะหินงามคือพักบนเกาะหลีเป๊ะ 2 คืนขึ้นไป วันแรกเดินทางถึงเกาะหลีเป๊ะและพักผ่อน วันที่สองออกทริปดำน้ำโซนในที่รวมเกาะหินงาม ร่องน้ำจาบัง เกาะยาง และจุดใกล้เคียง วันที่สามอาจข้ามไปเกาะอาดังหรือเลือกทริปโซนนอกไปเกาะดงและเกาะหินซ้อน หากมีเวลามากกว่านั้นสามารถเพิ่มวันพักผ่อนบนหาดซันไรซ์หรือหาดพัทยา เพื่อไม่ให้โปรแกรมแน่นเกินไปและมีเวลาเผื่อสภาพอากาศเปลี่ยน
เกาะหินงามเป็นตัวอย่างชัดเจนของแหล่งท่องเที่ยวที่ความสวยงามขึ้นอยู่กับวินัยของผู้มาเยือน หากนักท่องเที่ยวทุกคนไม่เก็บหิน ไม่เรียงหิน ไม่ทำลายปะการัง ไม่ทิ้งขยะ และเคารพประกาศอุทยานฯ เกาะเล็กแห่งนี้จะยังคงเป็นชายหาดหินดำที่สวยงามและแตกต่างไปได้อีกยาวนาน แต่หากมองธรรมชาติเป็นเพียงของที่ระลึกส่วนตัว ความเสียหายจะเกิดขึ้นอย่างเงียบ ๆ และยากต่อการฟื้นคืน
โดยสรุป เกาะหินงามคือหนึ่งในจุดท่องเที่ยวที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเกาะหลีเป๊ะและหมู่เกาะอาดัง-ราวี ความงามของเกาะไม่ได้เกิดจากหาดทรายขาว แต่เกิดจากก้อนหินฮอร์นเฟลส์สีดำที่ถูกคลื่นขัดเกลาจนกลมมนและแวววาว เรื่องเล่าคำสาปเจ้าพ่อตะรุเตาช่วยย้ำเตือนให้ผู้มาเยือนเคารพธรรมชาติ ขณะที่ตำแหน่งของเกาะซึ่งอยู่ในเส้นทางเรือจากหลีเป๊ะทำให้เดินทางไปได้สะดวกในวันที่สภาพทะเลเหมาะสม หากวางแผนตามฤดูกาล ตรวจประกาศอุทยานฯ ล่วงหน้า และเที่ยวอย่างรับผิดชอบ เกาะหินงามจะเป็นหนึ่งในประสบการณ์ทะเลสตูลที่ทั้งแปลกตา งดงาม และน่าจดจำที่สุด
| ชื่อสถานที่ | เกาะหินงาม |
| ที่ตั้ง | หมู่เกาะอาดัง-ราวี ตำบลเกาะสาหร่าย อำเภอเมืองสตูล จังหวัดสตูล |
| ที่อยู่ | เขตอุทยานแห่งชาติตะรุเตา ตำบลเกาะสาหร่าย อำเภอเมืองสตูล จังหวัดสตูล 91000 |
| พิกัดอ้างอิง | 6.514291, 99.260634 |
| ไฮไลต์ | ชายหาดหินฮอร์นเฟลส์สีดำ หินกลมมนลวดลายสวยงาม ผิวหินแวววาวเมื่อถูกน้ำทะเล ป้ายคำสาปเจ้าพ่อตะรุเตา และจุดแวะสำคัญในเส้นทางเรือจากเกาะหลีเป๊ะ |
| ลักษณะเด่น | เป็นเกาะขนาดเล็ก ไม่มีหาดทรายเป็นจุดเด่น แต่มีชายหาดที่เต็มไปด้วยก้อนหินสีดำกลมเกลี้ยงทั่วพื้นที่ เหมาะกับการชมธรรมชาติ ถ่ายภาพ และเที่ยวร่วมกับเส้นทางดำน้ำหมู่เกาะอาดัง-ราวี |
| ข้อห้ามสำคัญ | ห้ามเก็บหินออกจากเกาะ ห้ามเรียงหินเป็นชั้น ห้ามทิ้งขยะ ห้ามจับหรือเหยียบปะการัง และต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อุทยานฯ กับคนเรือ |
| สถานะปัจจุบัน | ตัวเกาะหินงามยังเป็นพื้นที่ที่เที่ยวได้ตามประกาศปี 2569 แต่จุดดำน้ำทิศใต้ของเกาะหินงามปิดวันที่ 1 มิถุนายน–30 กันยายน 2569 |
| วันเปิดทำการ | เปิดตามประกาศอุทยานแห่งชาติตะรุเตาและสภาพทะเล |
| เวลาเปิดทำการ | ตามรอบเรือ สภาพอากาศ ระดับน้ำ และประกาศของอุทยานแห่งชาติตะรุเตา |
| ฤดูกาลท่องเที่ยวที่เหมาะสม | พฤศจิกายน–พฤษภาคม โดยช่วงพฤศจิกายน–เมษายนเป็นช่วงที่ทะเลมักสงบ น้ำใส และมีเรือให้บริการมากที่สุด |
| ค่าเข้าชมอุทยานฯ | ชาวไทย ผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 100 บาท |
| การเดินทาง | เดินทางไปท่าเรือปากบารา อำเภอละงู จังหวัดสตูล แล้วต่อเรือไปเกาะหลีเป๊ะ จากนั้นเช่าเรือหางยาวจากเกาะหลีเป๊ะไปเกาะหินงาม ใช้เวลาประมาณ 20 นาที โดยควรตรวจรอบเรือและสภาพอากาศก่อนเดินทาง |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | บริการเรือหางยาวจากเกาะหลีเป๊ะ เส้นทางทริปดำน้ำโซนใน ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวอุทยานฯ ที่เกี่ยวข้อง และบริการที่พัก ร้านอาหาร ร้านดำน้ำบนเกาะหลีเป๊ะ |
| ผู้ดูแล / หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง | อุทยานแห่งชาติตะรุเตา กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และองค์การบริหารส่วนตำบลเกาะสาหร่าย |
| เบอร์ติดต่อหลัก | ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติตะรุเตา โทร. 0-7478-3485 ที่ทำการอุทยานแห่งชาติตะรุเตา โทร. 0-7478-3597 องค์การบริหารส่วนตำบลเกาะสาหร่าย โทร. 074-750905 ท่าเทียบเรือปากบารา โทร. 074-712380 ต่อ 1111 ชมรมเรือหางยาวนำเที่ยวเกาะหลีเป๊ะ โทร. 081-959-6542 |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. ร่องน้ำจาบัง ประมาณ 20 นาทีทางเรือจากเกาะหลีเป๊ะ โทร. 0-7478-3485 2. เกาะหลีเป๊ะ ประมาณ 20 นาทีทางเรือ โทร. 074-750905 3. เกาะยาง / เกาะกาต๊ะ ประมาณ 25 นาทีทางเรือจากเกาะหลีเป๊ะ โทร. 0-7478-3485 4. เกาะอาดัง ประมาณ 2 กม. จากเกาะหลีเป๊ะ โทร. 0-7478-3485 5. เกาะราวี ประมาณ 45 นาทีทางเรือจากเกาะหลีเป๊ะ โทร. 0-7478-3485 6. เกาะรอกลอย ประมาณ 40 นาทีทางเรือจากเกาะหลีเป๊ะ โทร. 0-7478-3485 7. เกาะหินซ้อน ประมาณ 30 นาทีทางเรือจากเกาะหลีเป๊ะ โทร. 0-7478-3485 8. เกาะดง ประมาณ 1 ชั่วโมงทางเรือจากเกาะอาดัง โทร. 0-7478-3485 |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. Elephant Cafe & Bar เกาะหลีเป๊ะ ประมาณ 20 นาทีทางเรือ โทร. 089-657-2178 2. Papaya Mom ถนนคนเดินเกาะหลีเป๊ะ ประมาณ 20 นาทีทางเรือ โทร. 062-997-9492, 062-365-6195 3. On The Rocks Restaurant at Serendipity เกาะหลีเป๊ะ ประมาณ 20 นาทีทางเรือ โทร. 088-395-5158, 082-734-8633 4. Bundhaya Restaurant เกาะหลีเป๊ะ ประมาณ 20 นาทีทางเรือ โทร. 084-722-6699, 089-451-4599 5. Elephant Beach Bar & Restaurant at Lipe Beach Resort เกาะหลีเป๊ะ ประมาณ 20 นาทีทางเรือ โทร. 080-543-1466 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. Akira Lipe Resort เกาะหลีเป๊ะ ประมาณ 20 นาทีทางเรือ โทร. 074-750777, 091-301-3012, 091-301-3013 2. Bundhaya Resort เกาะหลีเป๊ะ ประมาณ 20 นาทีทางเรือ โทร. 084-722-6699, 089-451-4599 3. Serendipity Beach Resort เกาะหลีเป๊ะ ประมาณ 20 นาทีทางเรือ โทร. 088-395-5158, 082-734-8633 4. Zodiac Seesun Resort เกาะหลีเป๊ะ ประมาณ 20 นาทีทางเรือ โทร. 084-996-6179, 081-767-5764 5. Idyllic Concept Resort เกาะหลีเป๊ะ ประมาณ 20 นาทีทางเรือ โทร. 088-227-5389, 081-802-5453 6. Lipe Beach Resort เกาะหลีเป๊ะ ประมาณ 20 นาทีทางเรือ โทร. 099-265-0808 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: เกาะหินงามอยู่ที่ไหน?
ตอบ: เกาะหินงามอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของเกาะอาดัง ในเขตอุทยานแห่งชาติตะรุเตา ตำบลเกาะสาหร่าย อำเภอเมืองสตูล จังหวัดสตูล และเป็นหนึ่งในจุดเที่ยวสำคัญของเส้นทางทะเลจากเกาะหลีเป๊ะ
ถาม: เกาะหินงามมีจุดเด่นอะไร?
ตอบ: จุดเด่นคือชายหาดที่เต็มไปด้วยหินฮอร์นเฟลส์สีดำ ก้อนหินมีรูปร่างกลมมน ลวดลายสวยงาม และเมื่อถูกน้ำทะเลจะเป็นมันเงาแวววาวทั่วชายหาด
ถาม: ทำไมเกาะหินงามจึงห้ามเก็บหินกลับบ้าน?
ตอบ: หินทุกก้อนเป็นส่วนหนึ่งของภูมิทัศน์ธรรมชาติของเกาะ การเก็บหินกลับบ้านทำให้ชายหาดเสียสภาพ และยังเกี่ยวข้องกับเรื่องเล่าคำสาปเจ้าพ่อตะรุเตาที่ใช้เตือนใจนักท่องเที่ยวให้เคารพธรรมชาติ
ถาม: เกาะหินงามสามารถดำน้ำได้หรือไม่?
ตอบ: บริเวณรอบเกาะมีจุดดำน้ำตื้นบางส่วน แต่การลงน้ำต้องขึ้นอยู่กับประกาศอุทยานฯ สภาพอากาศ กระแสน้ำ และความปลอดภัยในวันเดินทาง โดยประกาศปี 2569 ระบุปิดจุดดำน้ำทิศใต้ของเกาะหินงามวันที่ 1 มิถุนายน–30 กันยายน 2569
ถาม: เดินทางไปเกาะหินงามอย่างไร?
ตอบ: นักท่องเที่ยวต้องเดินทางไปเกาะหลีเป๊ะก่อน โดยใช้เรือจากท่าเรือปากบาราไปเกาะหลีเป๊ะ จากนั้นเช่าเรือหางยาวหรือเข้าร่วมทริปเรือจากเกาะหลีเป๊ะไปเกาะหินงาม ใช้เวลาประมาณ 20 นาที
ถาม: เกาะหินงามมีค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: เกาะหินงามอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติตะรุเตา นักท่องเที่ยวควรเตรียมค่าเข้าชมอุทยานฯ ชาวไทย ผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท และชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 100 บาท ส่วนค่าเรือและค่ากิจกรรมต้องตรวจสอบกับผู้ให้บริการ
ถาม: ช่วงไหนเหมาะกับการเที่ยวเกาะหินงาม?
ตอบ: ช่วงพฤศจิกายนถึงพฤษภาคมเหมาะกับการเที่ยวทะเลสตูล โดยเฉพาะพฤศจิกายนถึงเมษายนที่ทะเลมักสงบ น้ำใส และมีเรือให้บริการมากที่สุด ช่วงมรสุมต้องตรวจประกาศอุทยานฯ และสภาพอากาศก่อนเดินทาง
ถาม: นักท่องเที่ยวควรระวังอะไรเมื่อขึ้นเกาะหินงาม?
ตอบ: ควรเดินอย่างระมัดระวังเพราะพื้นเป็นหินและอาจลื่นเมื่อเปียกน้ำ ห้ามเก็บหิน ห้ามเรียงหิน ห้ามทิ้งขยะ ห้ามจับหรือเหยียบปะการัง และต้องฟังคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อุทยานฯ กับคนเรืออย่างเคร่งครัด
หมวดหมู่: ●ธรรมชาติ และสัตว์ป่า
กลุ่ม: ●หมู่เกาะ
ปรับปรุงล่าสุด : 2 เดือนที่แล้ว




