วัดแปลงไผ่วิปัสสนาราม
Rating: 3.3/5 (11 votes)
สถานที่ท่องเที่ยวฉะเชิงเทรา
สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย
วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: โปรดสอบถามวัดโดยตรง
วัดแปลงไผ่ หรือวัดแปลงไผ่วิปัสสนาราม ตำบลลาดกระทิง อำเภอสนามชัยเขต จังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นวัดราษฎร์สังกัดมหานิกายที่มีบทบาทเด่นด้านการศึกษาและกิจกรรมศาสนาในชุมชน ก่อตั้งเมื่อวันที่ 9 มกราคม 2527 ได้รับวิสุงคามสีมา 30 มิถุนายน 2538 และมี “จุดชมกวาง/สวนกวาง” ภายในพื้นที่วัดที่หลายคนตั้งใจมาเยี่ยมชม พร้อมบรรยากาศสงบ เหมาะกับการไหว้พระ เดินชมเสนาสนะ และใช้เวลาครึ่งวันแบบไม่เร่งรีบ
วัดแปลงไผ่ หรือที่หลายคนคุ้นในชื่อ “วัดแปลงไผ่วิปัสสนาราม” ตั้งอยู่ในตำบลลาดกระทิง อำเภอสนามชัยเขต จังหวัดฉะเชิงเทรา วัดนี้เป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์ฝ่ายมหานิกาย และเป็นหนึ่งในวัดสำคัญของพื้นที่ที่ทำหน้าที่เชื่อม “ศรัทธา” เข้ากับ “การเรียนรู้” และ “กิจกรรมชุมชน” ได้อย่างเป็นรูปธรรม ภาพรวมของวัดให้ความรู้สึกเป็นวัดท้องถิ่นที่มีพื้นที่กว้างพอให้เดินชมได้สบาย มีเสนาสนะหลักครบตามโครงสร้างวัดร่วมสมัย และมีมุมที่ผู้มาเยือนจดจำได้ง่ายอย่างจุดชมกวางภายในวัดซึ่งกลายเป็นอีกแรงดึงดูดให้คนแวะมาไหว้พระและพักใจในบรรยากาศธรรมชาติไปพร้อมกัน
เสน่ห์ของวัดแปลงไผ่ไม่ได้อยู่ที่ความอลังการแบบวัดท่องเที่ยวขนาดใหญ่ แต่เป็นความ “มีชีวิตของวัด” ที่ยังทำหน้าที่จริงในระดับชุมชน คุณจะเห็นความต่อเนื่องของการใช้งานพื้นที่ ตั้งแต่ลานวัดที่รองรับงานบุญและงานประเพณี ไปจนถึงอาคารเรียนพระปริยัติธรรมที่สะท้อนบทบาทด้านการศึกษา เมื่อเดินช้า ๆ ในเขตวัด คุณจะสัมผัสได้ว่าที่นี่ไม่ได้ถูกจัดวางเพื่อการถ่ายรูปอย่างเดียว แต่ถูกออกแบบและพัฒนาเพื่อให้เป็นศูนย์รวมกิจกรรมทางศาสนาและเป็นพื้นที่ที่คนในชุมชนเข้ามาใช้ร่วมกันอย่างต่อเนื่อง การมาเยือนจึงให้ความรู้สึก “เรียบง่ายแต่แน่น” เพราะทุกมุมมีเหตุผลของการมีอยู่จริง ไม่ใช่ฉากที่สร้างเพื่อความสวยงามเพียงอย่างเดียว
ในเชิงประวัติ วัดแปลงไผ่มีข้อมูลการจัดตั้งชัดเจน วัดตั้งวัดเมื่อวันที่ 9 มกราคม 2527 โดยมีผู้บริจาคที่ดินเพื่อการก่อสร้างวัดคือ นายวิน ตุ้มประเสริฐ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่ทำให้พื้นที่ศรัทธาในชุมชนถูกยกระดับเป็นวัดอย่างเป็นทางการ ต่อมาวัดได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2538 โดยเขตวิสุงคามสีมามีขนาดกว้าง 17.5 เมตร และยาว 37.5 เมตร รายละเอียดนี้มีความหมายต่อภาพรวมของวัดอย่างมาก เพราะวิสุงคามสีมาสะท้อนสถานะและความพร้อมของวัดในด้านการประกอบสังฆกรรม โดยเฉพาะการอุปสมบทในเขตสีมาที่ถูกต้องตามพระธรรมวินัยและกฎหมายคณะสงฆ์ จึงทำให้วัดเป็นศูนย์กลางศาสนพิธีที่มั่นคงยิ่งขึ้นสำหรับคนในพื้นที่
อีกแกนหนึ่งที่ทำให้วัดแปลงไผ่มีความสำคัญต่อชุมชน คือบทบาทด้านการศึกษา วัดได้เปิดโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกธรรมในปี 2530 เพื่อสนับสนุนการเรียนรู้ทางพระพุทธศาสนาและการฝึกฝนด้านธรรมวินัย การมีโรงเรียนพระปริยัติธรรมในวัดท้องถิ่นเป็นสิ่งที่สะท้อน “การลงทุนของชุมชนในศาสนา” อย่างชัดเจน เพราะการศึกษาพระปริยัติธรรมไม่ได้เกิดขึ้นได้ด้วยตัวอาคารอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยครูอาจารย์ ระบบการเรียนการสอน การดูแลพระภิกษุสามเณร รวมถึงการสนับสนุนจากศรัทธาญาติโยมอย่างต่อเนื่อง เมื่อวัดทำหน้าที่ด้านการศึกษาควบคู่กับการเป็นสถานที่ทำบุญ วัดจึงกลายเป็น “ศูนย์กลางที่ยืนระยะได้” ไม่ใช่เพียงพื้นที่ประกอบพิธีตามเทศกาลเท่านั้น
ปัจจุบันวัดแปลงไผ่มีเจ้าอาวาสคือ พระมหาวัฒนชัย วฑฺฒนชโย ป.ธ.3 ซึ่งเป็นพระสังฆาธิการที่มีบทบาทในการบริหารและปกครองวัด โดยข้อมูลที่เผยแพร่ทั่วไปสะท้อนภาพความต่อเนื่องของการพัฒนาวัด ทั้งด้านศาสนกิจ การดูแลพื้นที่วัด และกิจกรรมเพื่อชุมชน เมื่อวัดมีผู้บริหารที่ชัดเจน การรับรู้ของผู้มาเยือนจะมั่นใจขึ้นในเชิงการติดต่อสอบถามและการเข้าร่วมกิจกรรม โดยเฉพาะในช่วงเทศกาล งานบุญ หรือกิจกรรมที่ต้องอาศัยการประสานงานกับวัด
หากคุณตั้งใจมาทำบุญและเดินชมวัดแบบละเอียด จุดที่ควรให้เวลาเป็นพิเศษคือกลุ่มอาคารเสนาสนะหลักของวัด โดยเฉพาะอุโบสถซึ่งเป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก ขนาดกว้าง 17.5 เมตร และยาวประมาณ 38 เมตร ตัวอาคารเป็นงานสถาปัตยกรรมวัดร่วมสมัยที่ยังคงอิทธิพลแบบไทยประเพณีไว้พอสมควร หลังคามุขลดซ้อนชั้น มุงกระเบื้อง และมีรายละเอียดเครื่องบนหลังคาที่ช่วยให้ภาพรวมของอุโบสถดูสง่างามโดยไม่จำเป็นต้องใหญ่โตเกินความเป็นวัดชุมชน จุดที่น่าสังเกตคือการจัดวางลวดลายหน้าบันและสัญลักษณ์ทางพุทธศาสนา ซึ่งทำหน้าที่เป็น “ภาษาทางศิลปะ” ที่บอกตัวตนของวัด ช่วยให้ผู้มาเยือนรับรู้ได้ทันทีว่าพื้นที่นี้ให้ความสำคัญกับความหมายเชิงสัญลักษณ์ ไม่ใช่แค่ความสวยงามภายนอก
ภายในอุโบสถประดิษฐานพระประธาน และยังมีพระพุทธรูปไม้สักทองจำนวน 5 องค์ที่ผู้คนกล่าวถึงกันมาก รายละเอียดที่น่าสนใจคือพระพุทธรูปไม้สักทองเหล่านี้เกี่ยวข้องกับการบรรจุพระบรมสารีริกธาตุที่อัญเชิญมาจากประเทศเมียนมา ซึ่งทำให้พื้นที่ภายในอุโบสถมีมิติด้าน “ศรัทธาเชิงสากล” เพิ่มขึ้น เพราะการอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุจากต่างประเทศเป็นสิ่งที่ชวนให้ผู้มาเยือนเห็นความเชื่อมโยงของพุทธศาสนาในภูมิภาค และช่วยให้การไหว้พระของผู้มาเยือนมี “เรื่องราว” ประกอบ ไม่ใช่เพียงการจุดธูปไหว้พระตามธรรมเนียมเท่านั้น
นอกจากอุโบสถ วัดยังมีศาลาการเปรียญซึ่งเป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก ขนาดกว้างประมาณ 22 เมตร และยาว 30 เมตร สร้างในช่วงปี 2538 ศาลาการเปรียญเป็นพื้นที่ที่คนในชุมชนใช้งานจริงมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการทำบุญ ฟังเทศน์ งานบำเพ็ญกุศล งานประชุมชุมชน หรือกิจกรรมที่ต้องการพื้นที่รองรับคนจำนวนมาก หากคุณอยากสัมผัส “จังหวะชีวิตของวัด” ให้ลองสังเกตช่วงเช้าและช่วงสายของวันหยุดหรือวันพระ บรรยากาศจะสะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างวัดกับคนในพื้นที่ได้ชัด วัดท้องถิ่นที่ทำหน้าที่สมบูรณ์มักจะมีศาลาการเปรียญที่พร้อมใช้งาน และวัดแปลงไผ่ก็อยู่ในกลุ่มวัดที่ให้ความสำคัญกับพื้นที่ส่วนนี้อย่างเห็นได้ชัด
วัดยังมีหอสวดมนต์ซึ่งเป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก ขนาดกว้างประมาณ 10 เมตร และยาว 18 เมตร โดยข้อมูลระบุการสร้างในช่วงปี 2525 รวมถึงกุฏิสงฆ์และศาลาบำเพ็ญกุศลที่รองรับการพักอาศัยและกิจกรรมของพระสงฆ์และญาติโยม พื้นที่กลุ่มนี้คือ “ระบบหลังบ้าน” ที่ทำให้วัดขับเคลื่อนได้อย่างต่อเนื่อง เพราะวัดไม่ได้มีแต่พื้นที่สักการะเท่านั้น แต่ต้องมีพื้นที่สำหรับการอยู่ การเรียน การปฏิบัติศาสนกิจ และการรองรับงานชุมชน เมื่อวัดมีองค์ประกอบครบ การจัดกิจกรรมทางศาสนาจึงทำได้ราบรื่นและยืดหยุ่นตามสถานการณ์
หนึ่งในมุมที่คนจำนวนมากตั้งใจมาโดยเฉพาะ คือ “จุดชมกวาง/สวนกวาง” ภายในวัดแปลงไผ่วิปัสสนาราม ซึ่งเป็นพื้นที่พักผ่อนตามธรรมชาติที่เปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าชม และสามารถร่วมบริจาคอาหารสัตว์ได้ตามจิตศรัทธา จุดนี้ช่วยให้วัดมีบรรยากาศที่ผ่อนคลายขึ้น เหมาะกับครอบครัวที่มีเด็ก ผู้สูงอายุ หรือคนที่อยากได้กิจกรรมเบา ๆ ระหว่างการไหว้พระ การมีพื้นที่ลักษณะนี้ในวัดท้องถิ่นทำให้ประสบการณ์ของผู้มาเยือน “ครบ” มากขึ้น เพราะได้ทั้งการทำบุญ ความสงบ และการเดินเล่นในพื้นที่ธรรมชาติแบบไม่ต้องเดินทางไกลจากวัด
ถ้าคุณจัดเวลาเที่ยววัดแปลงไผ่แบบไม่เร่งรีบ โดยทั่วไปใช้เวลาประมาณ 1–2 ชั่วโมงก็สามารถไหว้พระ เดินชมอาคารหลัก และแวะจุดชมกวางได้ครบ แต่ถ้าคุณชอบอ่านรายละเอียดของวัด ชอบสังเกตงานศิลป์ในอุโบสถ หรืออยากนั่งพักใจในบรรยากาศร่มไม้ อาจขยายเป็น 2–3 ชั่วโมงได้อย่างสบาย วัดที่มีพื้นที่ค่อนข้างกว้างและมีกิจกรรมให้เดินชมแบบนี้ การเผื่อเวลาเพิ่มอีกเล็กน้อยจะทำให้คุณไม่ต้องรีบ และจะได้อารมณ์ “เที่ยววัด” ที่นุ่มนวลขึ้น
สำหรับคนที่ตั้งใจไปทำบุญ แนะนำให้เริ่มจากการไหว้พระในอุโบสถหรือบริเวณศาสนสถานหลักก่อน แล้วค่อยเดินชมพื้นที่อื่นตามจังหวะของตัวเอง ถ้าคุณไปช่วงเช้า อากาศจะเบากว่า เหมาะกับการเดินชมและถ่ายภาพบรรยากาศ หากไปช่วงบ่ายแก่ ๆ แสงจะนุ่มและให้โทนภาพที่สบายตา แต่ควรเผื่อเวลาเดินทางกลับให้เหมาะกับเส้นทางในอำเภอสนามชัยเขตที่บางช่วงเป็นถนนท้องถิ่นและมีทางแยกย่อยตามชุมชน การวางแผนแบบนี้ช่วยให้ทริป “สั้นแต่คุณภาพ” และทำให้การมาเยือนวัดเป็นประสบการณ์ที่ไม่เร่งรีบเกินไป
วัดแปลงไผ่ยังสะท้อนภาพความเข้มแข็งของชุมชนในสนามชัยเขตได้ดี เพราะวัดทำหน้าที่ทั้งด้านศาสนพิธีและการศึกษาพระปริยัติธรรม อีกทั้งมีพื้นที่ภายในวัดที่รองรับกิจกรรมของผู้คนหลากวัย ในวันสำคัญทางพุทธศาสนาอย่างวันมาฆบูชา วันวิสาขบูชา วันอาสาฬหบูชา และช่วงเข้าพรรษา วัดท้องถิ่นมักเป็นศูนย์รวมของการทำบุญ ฟังธรรม เวียนเทียน และกิจกรรมที่ทำให้คนในพื้นที่มีจังหวะร่วมกัน วัดที่ทำหน้าที่แบบนี้จะทำให้ “ศาสนา” ไม่ได้อยู่แค่ในคำสอน แต่เชื่อมกับชีวิตประจำวันของผู้คนอย่างเป็นจริงเป็นจัง และนี่คือคุณค่าที่ทำให้วัดแปลงไผ่เหมาะกับการเที่ยวเชิงวัฒนธรรมมากกว่าการแวะผ่าน
การเที่ยววัดให้ได้ทั้งความสบายใจและความเหมาะสมกับสถานที่ทำได้ด้วยหลักง่าย ๆ คือแต่งกายสุภาพ งดเสียงดัง เคารพพื้นที่สังฆาวาส และระมัดระวังการถ่ายภาพในช่วงที่มีพิธีหรือมีผู้มาปฏิบัติธรรม ถ้าคุณพาเด็กไปด้วย การพาเดินชมจุดชมกวางและสอนให้เด็กเข้าใจเรื่องความสงบในวัด จะช่วยให้การมาเยือนเป็นประสบการณ์ที่ดีสำหรับทุกคน วัดท้องถิ่นที่เปิดรับผู้มาเยือนมักยินดีเสมอ หากผู้มาเยือนรักษากติกาพื้นฐานและทำให้บรรยากาศของวัดยังคงความสงบไว้ได้
การเดินทาง หากใช้รถยนต์ส่วนตัว สามารถเดินทางเข้าสู่อำเภอสนามชัยเขต แล้วมุ่งหน้าสู่ตำบลลาดกระทิง จากนั้นขับตามเส้นทางหลักในพื้นที่และป้ายบอกทางไปยังวัดแปลงไผ่วิปัสสนาราม แนะนำให้ขับด้วยความเร็วเหมาะสมเมื่อเข้าเขตชุมชน เพราะมีทางแยกย่อยและการสัญจรของคนในพื้นที่ หากคุณวางแผนเป็นทริปครึ่งวัน สามารถจัดลำดับเป็นไหว้พระที่วัดแปลงไผ่ แล้วต่อด้วยแวะจุดท่องเที่ยวธรรมชาติในอำเภอสนามชัยเขต หรือแวะร้านอาหาร/คาเฟ่ในโซนตลาดสนามชัยเขตได้ในเส้นทางเดียวกัน
เมื่อคุณมองวัดแปลงไผ่ในภาพรวม คุณจะเห็นองค์ประกอบ 3 อย่างที่ทำให้สถานที่นี้ “ครบ” สำหรับการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมแบบจริงจัง อย่างแรกคือฐานะความเป็นวัดที่มีประวัติการจัดตั้งและวิสุงคามสีมาชัดเจน อย่างที่สองคือบทบาทด้านการศึกษาและกิจกรรมศาสนาที่ทำให้วัดเป็นศูนย์กลางของพื้นที่อย่างแท้จริง และอย่างที่สามคือการมีพื้นที่ธรรมชาติและจุดชมกวางที่ช่วยให้การมาเยือนไม่ได้จำกัดแค่การไหว้พระ แต่เป็นการพักใจและใช้เวลาคุณภาพในวัดได้จริง หากคุณกำลังมองหาวัดในฉะเชิงเทราที่เหมาะกับการมาแบบครอบครัว มาแบบชิล หรือมาเพื่อทำบุญพร้อมเก็บรายละเอียดของวัดท้องถิ่น วัดแปลงไผ่เป็นตัวเลือกที่วางใจได้
| ชื่อสถานที่ | วัดแปลงไผ่ (วัดแปลงไผ่วิปัสสนาราม) |
| สรุปสถานที่ | วัดราษฎร์สังกัดมหานิกายของอำเภอสนามชัยเขต ที่มีบทบาทเด่นด้านการศึกษา (โรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกธรรม) และเป็นศูนย์กลางกิจกรรมศาสนาในชุมชน พร้อมจุดชมกวาง/สวนกวางภายในวัดที่เหมาะกับการพักผ่อนแบบสงบ |
| จุดเด่นของสถานที่ | อุโบสถและเสนาสนะครบ, บทบาทด้านการศึกษาและกิจกรรมศาสนา, จุดชมกวาง/สวนกวางในวัด, บรรยากาศวัดชุมชนสงบ เหมาะกับทริปครึ่งวันในสนามชัยเขต |
| ที่อยู่ | ตำบลลาดกระทิง อำเภอสนามชัยเขต จังหวัดฉะเชิงเทรา |
| ลักษณะ/ประเภท | วัดราษฎร์ สังกัดคณะสงฆ์ฝ่ายมหานิกาย |
| ประวัติ/ช่วงเวลา | ตั้งวัด 9 มกราคม 2527; เปิดโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกธรรม ปี 2530; ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา 30 มิถุนายน 2538 (เขตกว้าง 17.5 เมตร ยาว 37.5 เมตร) |
| สิ่งน่าสนใจภายในวัด | อุโบสถ, ศาลาการเปรียญ, หอสวดมนต์, กุฏิสงฆ์/ศาลาบำเพ็ญกุศล, จุดชมกวาง/สวนกวางภายในวัด |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | โปรดสอบถามวัดโดยตรง |
| ผู้ดูแล/เจ้าอาวาส (ล่าสุด) | พระมหาวัฒนชัย วฑฺฒนชโย ป.ธ.3 |
| เบอร์โทรสถานที่ (ยืนยันได้) | 08-2217-2387 |
| การเดินทาง | เดินทางสู่อำเภอสนามชัยเขต แล้วเข้าสู่ตำบลลาดกระทิง จากนั้นขับตามเส้นทางหลักและป้ายบอกทางไปยังวัดแปลงไผ่วิปัสสนาราม |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดให้เข้าสักการะและเยี่ยมชม |
| Facilities | ลานวัด, ที่จอดรถในบริเวณวัด (ตามสภาพพื้นที่จริง), พื้นที่เดินชมภายในวัด, จุดชมกวาง/สวนกวาง |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณ) | 1) จุดชมกวาง วัดแปลงไผ่วิปัสสนาราม (0 กม.) 2) อ่างเก็บน้ำลาดกระทิง (ประมาณ 10 กม.) 3) ตลาดสนามชัยเขต (ประมาณ 18 กม.) 4) วัดชำป่างาม (ประมาณ 20 กม.) 5) เขาหินซ้อน/ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนฯ (ประมาณ 35 กม.) |
| ร้านอาหารใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณ + เบอร์โทร) | 1) ร้านเต็มคำคาเฟ่ (ประมาณ 18 กม.) โทร 091-801-6390, 099-293-9090 2) เตี๋ยวปากหม้อเจ๊เพ็ญ (ประมาณ 18 กม.) โทร 080-093-9031 3) Jungle Cafe โลตัส สนามชัยเขต (ประมาณ 18 กม.) โทร 097-243-4421 4) Meet café (ประมาณ 18 กม.) โทร 061-469-1465 5) ซ้อ ข้าวต้มอาหารตามสั่ง (ประมาณ 18 กม.) โทร 085-085-8115 |
| ที่พักใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณ + เบอร์โทร) | 1) ทู รีสอร์ท ที่พักสนามชัยเขต (ประมาณ 18 กม.) โทร 085-085-1199, 085-130-7056 2) The bed รีสอร์ท ตลาดสนามชัยเขต (ประมาณ 18 กม.) โทร 091-009-7598, 062-589-3878 3) ริมเมืองรีสอร์ท สนามชัยเขต (ประมาณ 18 กม.) โทร 098-545-4688 4) บ้านยายโฮมสเตย์นายาว (ประมาณ 20 กม.) โทร 081-003-1329 5) Pillow Inn Chachoengsao (ประมาณ 35 กม.) โทร 064-965-6991 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดแปลงไผ่ (วัดแปลงไผ่วิปัสสนาราม) อยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดตั้งอยู่ในตำบลลาดกระทิง อำเภอสนามชัยเขต จังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นวัดราษฎร์สังกัดมหานิกายของพื้นที่
ถาม: วัดแปลงไผ่มีความสำคัญด้านประวัติอย่างไร?
ตอบ: วัดตั้งวัดเมื่อวันที่ 9 มกราคม 2527 และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2538 อีกทั้งเปิดโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกธรรมในปี 2530
ถาม: จุดเด่นของวัดแปลงไผ่ที่คนไปแล้วไม่ควรพลาดคืออะไร?
ตอบ: จุดเด่นคือเสนาสนะหลักของวัดและจุดชมกวาง/สวนกวางภายในวัดที่เหมาะกับการเดินชมและพักผ่อนแบบสงบ
ถาม: ปัจจุบันเจ้าอาวาสวัดแปลงไผ่คือใคร?
ตอบ: ปัจจุบันเจ้าอาวาสคือ พระมหาวัฒนชัย วฑฺฒนชโย ป.ธ.3
ถาม: ถ้าต้องการติดต่อสอบถามวัดควรโทรเบอร์ไหน?
ตอบ: เบอร์โทรสอบถามที่มีการเผยแพร่สำหรับจุดชมกวางภายในวัดคือ 08-2217-2387
ถาม: ควรเผื่อเวลาเที่ยววัดแปลงไผ่นานแค่ไหน?
ตอบ: โดยทั่วไปเผื่อเวลา 1–2 ชั่วโมงจะไหว้พระและเดินชมภายในวัดได้ครบ หากต้องการเดินละเอียดและนั่งพักในบรรยากาศร่มไม้สามารถเผื่อ 2–3 ชั่วโมงได้
แสดงความเห็น
| คำค้น (ขั้นสูง) |
ภูมิภาค
|

หมวดหมู่:
กลุ่ม: