ศูนย์ศึกษาพัฒนาการสังคมหมู่บ้าน (วนเกษตร) หรือบ้านศานติธรรม

ศูนย์ศึกษาพัฒนาการสังคมหมู่บ้าน (วนเกษตร) หรือบ้านศานติธรรม

ศูนย์ศึกษาพัฒนาการสังคมหมู่บ้าน (วนเกษตร) หรือบ้านศานติธรรม
Rating: 3.8/5 (4 votes)
แผนที่ แผนที่ แผนที่ มีแผนที่ มีแผนที่ ไม่มีแผนที่ ไม่มีแผนที่

สถานที่ท่องเที่ยวฉะเชิงเทรา

สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 09:00 – 16:00
 
ศูนย์ศึกษาพัฒนาการสังคมหมู่บ้าน (วนเกษตร) หรือบ้านศานติธรรม ในตำบลลาดกระทิง อำเภอสนามชัยเขต จังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นสถานที่ที่ให้ความรู้สึกเหมือน “บ้าน” มากกว่า “แหล่งท่องเที่ยว” เพราะเป้าหมายหลักของพื้นที่แห่งนี้คือการเป็นศูนย์เรียนรู้ด้านการพึ่งพาตนเองและวิถีชีวิตที่อยู่กับธรรมชาติอย่างเข้าใจ ไม่ใช่การจัดฉากให้คนเดินถ่ายรูปแล้วจบ แต่เป็นพื้นที่ที่ทำให้ผู้มาเยือนค่อย ๆ เห็นว่า ความรู้พื้นฐานเรื่องอาหาร ยา ที่อยู่อาศัย เครื่องมือทำกิน และระบบนิเวศในสวน สามารถเชื่อมกันเป็นวิถีชีวิตได้จริงอย่างไร เมื่อเดินเข้าสู่บริเวณ คุณจะสัมผัสได้ทันทีว่าอากาศเย็นลงเล็กน้อยจากร่มเงาไม้ ความเงียบของพื้นที่ช่วยให้เราได้ยินเสียงใบไม้เสียดสี เสียงนก และเสียงฝีเท้าตัวเองชัดขึ้น ความรู้สึกนี้เองทำให้บ้านศานติธรรมเหมาะกับคนที่อยากพักจากความเร็วของเมือง และอยากใช้เวลาหนึ่งวันกับการเรียนรู้แบบไม่ต้องเร่งรีบ
 
บ้านศานติธรรมตั้งอยู่ในพื้นที่เกือบ 10 ไร่ และเป็นที่รู้จักจากความอุดมของพรรณไม้จำนวนมาก โดยเฉพาะกลุ่มพืชสมุนไพรที่มีการปลูกและรวบรวมไว้เป็นจำนวนมาก จุดเด่นของการมาที่นี่จึงไม่ใช่ “เดินให้ครบ” แต่คือ “เดินให้เห็น” เพราะแต่ละช่วงทางเดินมีเรื่องเล่าอยู่ในตัวเอง ทั้งเรื่องพืชที่ใช้เป็นอาหาร พืชที่ใช้เป็นยา และพืชที่เป็นไม้ยืนต้นให้ร่มเงา ช่วยรักษาความชื้นของดิน หากคุณเคยรู้จักสมุนไพรเพียงในรูปแบบซองชา หรือขวดแคปซูล บ้านศานติธรรมจะพาคุณย้อนกลับไปเห็นต้นทางของความรู้เหล่านั้น ว่าสมุนไพรไม่ได้เป็นแค่ “ของรักษาโรค” แต่เป็นส่วนหนึ่งของระบบชีวิตที่ผูกกับการกิน การอยู่ และการดูแลตัวเองอย่างสอดคล้องกับธรรมชาติ
 
โครงสร้างของพื้นที่ถูกจัดให้รองรับการเรียนรู้หลายรูปแบบ ทั้งการเดินชม การฟังบรรยาย และการทำกิจกรรมเป็นกลุ่ม สิ่งที่สะดุดตาและกลายเป็นภาพจำของบ้านศานติธรรมคือเรือนไม้แบบไทยที่มุงด้วยกระเบื้องว่าว ตัวเรือนยกใต้ถุนสูง ใต้ถุนถูกใช้เป็นพื้นที่สำหรับประชุมหรือบรรยาย ซึ่งเป็นรายละเอียดที่บอกความตั้งใจของสถานที่ได้ชัดเจน เพราะการยกใต้ถุนไม่ได้ทำเพื่อความสวยงามอย่างเดียว แต่สอดคล้องกับภูมิปัญญาเรือนไทยที่เน้นการระบายอากาศ ลดความร้อน และเปิดพื้นที่ให้คนจำนวนมากนั่งรวมกันได้สบาย เมื่อเงยหน้าขึ้นไปชั้นบน คุณจะเห็นการจัดเก็บและจัดแสดงเครื่องมือเครื่องใช้พื้นบ้าน วัตถุโบราณ และของใช้รุ่นเก่าหลายประเภท ซึ่งทำหน้าที่เหมือนห้องเรียนขนาดย่อมให้คนรุ่นใหม่เข้าใจว่า “ชีวิตแบบพึ่งพาตนเอง” ในอดีตต้องพึ่งเครื่องมืออะไรบ้าง และทำงานกับฤดูกาลอย่างไร
 
การเดินชมส่วนจัดแสดงของพื้นบ้านทำให้เราเห็นความสัมพันธ์ระหว่างครัวเรือนกับระบบอาหารอย่างชัดเจน เพราะเครื่องมือหลายชิ้นเป็นหลักฐานของวิถีเกษตรที่ไม่ได้แยกจากชีวิตประจำวัน เช่น เครื่องมือเตรียมอาหาร อุปกรณ์เก็บรักษาเมล็ดพันธุ์ ภาชนะที่ใช้ขนส่งผลผลิต ไปจนถึงข้าวของที่สะท้อนว่าคนสมัยก่อน “วางแผน” เรื่องอาหารล่วงหน้าอย่างไร สิ่งเหล่านี้อาจดูเป็นของเก่าในสายตาคนเมือง แต่ในอีกมุมหนึ่งมันคือความรู้เรื่องความมั่นคงทางอาหารของครัวเรือนที่ยังใช้ได้เสมอ โดยเฉพาะในยุคที่คนจำนวนมากเริ่มสนใจการปลูกผักกินเอง การทำปุ๋ยหมัก หรือการทำอาหารจากวัตถุดิบพื้นถิ่น บ้านศานติธรรมจึงเป็นเหมือนพื้นที่ที่ทำให้แนวคิดเหล่านี้จับต้องได้ ผ่านการเห็นของจริงและเห็นบริบทจริงว่าเหตุใดเครื่องมือแบบนี้จึงเกิดขึ้น และเกิดขึ้นเพื่อแก้ปัญหาอะไร
 
ด้านหลังเรือนไม้มีการจัดทำ “ยุ้งข้าวจำลอง” พร้อมอุปกรณ์นวดข้าวและสีข้าว ซึ่งเป็นไฮไลต์ที่คนพาเด็กมาแล้วมักใช้เวลานานกว่าที่คิด เพราะเด็ก ๆ จะเริ่มตั้งคำถามทันทีว่ากว่าจะได้ข้าวหนึ่งถุงต้องผ่านขั้นตอนอะไรบ้าง สำหรับผู้ใหญ่เอง การเห็นยุ้งข้าวและเครื่องมือเหล่านี้ก็เหมือนการย้อนดูรากของอาหารจานหลักของไทย ว่าคำว่า “ข้าว” ไม่ได้เริ่มต้นที่ซูเปอร์มาร์เก็ต แต่เริ่มต้นที่แรงงาน ความรู้ และจังหวะของฤดูกาล หากคุณเคยรู้สึกว่าความรู้เรื่องข้าวเป็นเรื่องไกลตัว บ้านศานติธรรมจะทำให้มันกลับมาใกล้ขึ้น ผ่านฉากเล็ก ๆ ที่บอกเล่าวิธีคิดของคนที่อยู่กับนา อยู่กับการเก็บเกี่ยว และอยู่กับการเก็บรักษาข้าวให้พอกินตลอดปี
 
พื้นที่อีกส่วนหนึ่งของบ้านศานติธรรมถูกจัดไว้สำหรับการตั้งค่ายพักแรมของเยาวชน มีลานสันทนาการและบริเวณทำกิจกรรมที่รองรับการเรียนรู้เป็นกลุ่ม รายละเอียดนี้ทำให้บ้านศานติธรรมไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ให้คนมาเดินชม แต่เป็นพื้นที่ที่ถูกออกแบบให้ “ใช้ชีวิต” ได้จริงในช่วงเวลาหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมเรียนรู้ธรรมชาติ การเรียนรู้การอยู่ร่วมกัน การฝึกวินัยง่าย ๆ ผ่านการตั้งค่าย หรือการทำกิจกรรมที่ช่วยให้เด็กเข้าใจว่าอาหารและทรัพยากรไม่ได้เกิดขึ้นเอง การมีพื้นที่ค่ายที่ชัดเจนยังทำให้สถานที่นี้เหมาะสำหรับโรงเรียน กลุ่มเยาวชน หรือกลุ่มศึกษาดูงานที่อยากได้พื้นที่สงบและเป็นระบบ โดยไม่ต้องไปไกลถึงแหล่งท่องเที่ยวเชิงพาณิชย์ที่ผู้คนหนาแน่น
 
สิ่งที่ทำให้บ้านศานติธรรมมีเสน่ห์สำหรับคนที่สนใจแนว “วิถีธรรมชาติ” คือการที่ที่นี่ไม่ได้บังคับให้คุณเสพข้อมูลแบบตำรา แต่ค่อย ๆ ให้คุณเรียนรู้จากภาพรวมของพื้นที่เอง คุณจะเห็นว่าเรือนไทยไม่ได้แยกจากสวน คุณจะเห็นว่าพืชสมุนไพรไม่ได้อยู่เดี่ยว ๆ แต่เชื่อมกับเรื่องอาหารและการดูแลสุขภาพ คุณจะเห็นว่าเครื่องมือพื้นบ้านไม่ได้เป็นของสะสม แต่สะท้อนความจำเป็นของชุมชนในอดีต เมื่อเดินไปเรื่อย ๆ คุณจะเริ่มแยกออกว่าต้นไหนให้ร่มเงา ต้นไหนเป็นอาหาร ต้นไหนเป็นสมุนไพรที่คนรู้จักกันดี และต้นไหนเป็นพืชที่คุณไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อน ความรู้สึกแบบนี้ต่างจากการอ่านบทความหรือดูคลิป เพราะการเดินอยู่ในพื้นที่จริงทำให้ความรู้ “ติดตัว” มากขึ้น และช่วยให้เราจำได้แม่นขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
 
ถ้าคุณตั้งใจมาที่นี่เพื่อ “เรียนรู้” มากกว่าถ่ายรูป แนะนำให้ใช้เวลาอย่างน้อยครึ่งวัน เพราะการเดินชมอย่างเดียวอาจใช้เวลาไม่นาน แต่ช่วงเวลาที่มีคุณค่าคือเวลาที่คุณได้หยุดดูรายละเอียด เช่น ลักษณะใบ กลิ่นของพืชบางชนิดเมื่อขยี้เบา ๆ ความแตกต่างของต้นไม้ที่โตในแสงมากกับต้นที่อยู่ใต้ร่ม และความแตกต่างของดินในแต่ละบริเวณ สิ่งเหล่านี้เป็นบทเรียนธรรมชาติที่คนเมืองมักขาด และบ้านศานติธรรมทำหน้าที่เติมช่องว่างนี้ได้ดี เพราะพื้นที่ไม่ได้ใหญ่จนเดินแล้วเหนื่อยเกินไป แต่ก็ไม่ได้เล็กจนรู้สึกเหมือนนิทรรศการ
 
การเดินทาง ไปบ้านศานติธรรมทำได้สะดวกสำหรับคนที่ขับรถส่วนตัว โดยใช้ทางหลวงหมายเลข 3245 (พนมสารคาม–สนามชัยเขต) จากนั้นเลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 3259 (สนามชัยเขต–ท่าตะเกียบ) แล้ววิ่งต่อประมาณ 3 กิโลเมตร เส้นทางช่วงนี้เป็นถนนที่ให้บรรยากาศชนบทและพื้นที่สีเขียว เหมาะกับการขับแบบไม่รีบ และควรเผื่อเวลาเล็กน้อยหากมาช่วงฝน เพราะบางช่วงอาจมีรถบรรทุกหรือรถเกษตรวิ่งร่วมเส้นทาง หากตั้งเป้ามาเดินชมแบบสบาย ๆ แนะนำให้มาถึงช่วงเช้า เพื่อได้อากาศที่ไม่ร้อนและมีเวลาเดินชมได้เต็มที่ก่อนสถานที่ปิดทำการในช่วงบ่าย
 
การเข้ามาในพื้นที่เรียนรู้ลักษณะนี้ สิ่งสำคัญคือทัศนคติของผู้มาเยือน บ้านศานติธรรมไม่ใช่สวนสนุกและไม่ใช่จุดถ่ายรูปที่ถูกออกแบบเพื่อให้คนเดินตามเส้นแล้วจบ แต่เป็นพื้นที่ที่มีพรรณไม้จำนวนมากและมีส่วนจัดแสดงของใช้พื้นบ้าน จึงควรให้ความเคารพต่อสถานที่และดูแลการใช้งานร่วมกัน เช่น เดินอย่างระมัดระวัง ไม่เด็ดใบไม้หรือเก็บชิ้นส่วนพืชกลับไปเป็นที่ระลึก ไม่ย้ายอุปกรณ์จัดแสดง และหากต้องการถ่ายภาพในพื้นที่ภายในเรือนหรือจุดจัดแสดง ควรทำอย่างสุภาพและไม่รบกวนคนอื่น โดยเฉพาะถ้ามีกลุ่มศึกษาดูงานหรือกลุ่มเยาวชนกำลังทำกิจกรรมอยู่
 
หากคุณกำลังวางแผนเที่ยวฉะเชิงเทราในมุมที่ต่างจากการไหว้พระหรือเที่ยวตลาด บ้านศานติธรรมเป็นหนึ่งในหมุดหมายที่ทำให้ทริปมีความหมายมากขึ้น เพราะมันเติมมิติ “ความรู้” เข้าไปในทริปแบบไม่ฝืน คุณสามารถจัดโปรแกรมแบบครึ่งวันเช้าอยู่บ้านศานติธรรม แล้วช่วงบ่ายไปต่อแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติหรือวัดในพื้นที่ใกล้เคียงได้ หรือถ้าคุณเป็นคนที่ชอบบรรยากาศสงบและอยากใช้เวลาอยู่กับตัวเอง คุณอาจใช้เวลาทั้งวันกับบ้านศานติธรรมและพื้นที่สีเขียวรอบ ๆ โดยไม่ต้องเร่งไปหลายที่ ความพิเศษของสถานที่แบบนี้คือยิ่งคุณช้าลง คุณยิ่งได้มากขึ้น ทั้งความสงบ ทั้งความรู้ และทั้งแรงบันดาลใจในการกลับไปจัดระเบียบชีวิตของตัวเองใหม่ในแบบที่เป็นไปได้จริง
 
สำหรับครอบครัวที่มีเด็ก บ้านศานติธรรมเป็นสถานที่ที่ช่วยให้เด็กเข้าใจโลกจริงอย่างอ่อนโยน เด็กจะได้เห็นว่าของใช้ในบ้านไม่ได้เกิดจากการซื้อเท่านั้น แต่เกิดจากการทำ การซ่อม และการใช้ซ้ำ เด็กจะได้เห็นว่าข้าวมีขั้นตอนก่อนจะมาอยู่ในจาน เด็กจะได้เห็นว่าพืชบางชนิดที่ผู้ใหญ่พูดถึงเป็น “สมุนไพร” มีหน้าตาเป็นอย่างไร การเรียนรู้แบบนี้มักติดตัวเด็กได้ยาวนานกว่าเนื้อหาที่อยู่ในหนังสือ เพราะเด็กได้ใช้ประสาทสัมผัสและได้เชื่อมสิ่งที่เห็นกับเรื่องเล่าในชีวิตจริง บ้านศานติธรรมจึงเป็นเหมือนห้องเรียนธรรมชาติที่ไม่กดดัน และเปิดโอกาสให้เด็กถามคำถามได้เต็มที่
 
หากมองในภาพใหญ่ บ้านศานติธรรมสะท้อนแนวคิดที่สำคัญสำหรับยุคปัจจุบัน คือแนวคิดเรื่องความยั่งยืนและการพึ่งพาตนเองอย่างมีสติ การได้เห็นพื้นที่ที่ปลูกพรรณไม้หลากชนิด การได้เห็นการจัดการพื้นที่เพื่อการเรียนรู้ การได้เห็นเครื่องมือพื้นบ้านและยุ้งข้าวจำลอง ล้วนทำให้เราเข้าใจว่า “ความมั่นคง” ของชีวิตไม่ได้มีแค่เงินหรือความสะดวก แต่รวมถึงความรู้พื้นฐานในการอยู่รอดอย่างมีคุณภาพด้วย และเมื่อคุณเดินออกจากที่นี่ คุณอาจไม่ได้กลับไปพร้อมของฝาก แต่กลับไปพร้อมมุมมองใหม่ เช่น ทำไมเราควรปลูกพืชบางอย่างไว้กินเอง ทำไมเราควรรู้จักสมุนไพรพื้นบ้านอย่างน้อยไม่กี่ชนิด หรือทำไมการใช้ของอย่างรู้คุณค่าและซ่อมแซมได้จึงสำคัญกว่าการซื้อใหม่เสมอ
 
นี่คือเหตุผลที่บ้านศานติธรรมเป็น “ที่เที่ยวฉะเชิงเทรา” ที่เหมาะกับคนที่อยากได้มากกว่าความสนุกแบบฉาบฉวย และอยากกลับบ้านไปพร้อมสิ่งที่จับต้องไม่ได้แต่เปลี่ยนชีวิตได้จริง นั่นคือความเข้าใจใหม่ต่อธรรมชาติ ต่ออาหาร ต่อชุมชน และต่อความหมายของคำว่า “พึ่งพาตนเอง” ในแบบที่ทำได้ในชีวิตจริง
 
ชื่อสถานที่ ศูนย์ศึกษาพัฒนาการสังคมหมู่บ้าน (วนเกษตร) หรือบ้านศานติธรรม
ที่อยู่ ตำบลลาดกระทิง อำเภอสนามชัยเขต จังหวัดฉะเชิงเทรา
สรุปสถานที่ ศูนย์เรียนรู้วิถีพึ่งพาตนเองแบบธรรมชาติในพื้นที่เกือบ 10 ไร่ มีพรรณไม้จำนวนมาก (เน้นสมุนไพร) พร้อมเรือนไทยและจุดจัดแสดงภูมิปัญญาพื้นบ้าน เหมาะกับการเรียนรู้และค่ายเยาวชน
จุดเด่นของสถานที่ พรรณไม้จำนวนมาก (กลุ่มสมุนไพร), เรือนไทยมุงกระเบื้องว่าว, ใต้ถุนสำหรับประชุม/บรรยาย, ชั้นบนจัดแสดงเครื่องมือพื้นบ้านและของใช้รุ่นเก่า, มียุ้งข้าวจำลองและอุปกรณ์นวดข้าว–สีข้าว, พื้นที่ค่ายเยาวชนและลานกิจกรรม
วันเปิดทำการ ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ 09:00 – 16:00
ค่าบริการ ไม่มีค่าใช้จ่าย
การเดินทาง ใช้ทางหลวงหมายเลข 3245 (พนมสารคาม–สนามชัยเขต) เลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 3259 (สนามชัยเขต–ท่าตะเกียบ) ประมาณ 3 กม.
เบอร์ติดต่อ 038-597-441, 038-597-715
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณ) 1) วัดพระธาตุวาโย (วัดห้วยน้ำทรัพย์) – 12 กม.
2) เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน – 45 กม.
3) ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ – 55 กม.
4) อ่างเก็บน้ำ/จุดธรรมชาติในโซนท่าตะเกียบ – 35 กม.
5) ตัวอำเภอสนามชัยเขต (โซนตลาด/ของกินท้องถิ่น) – 15 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณ + เบอร์โทร) 1) ครัวสวนป่าสัก – 18 กม. – 087-678-5735
2) Jungle Cafe สาขาสนามชัยเขต – 20 กม. – 094-546-9922
3) ลิบงคาเฟ่ (Libong Café) – 19 กม. – 086-839-3565
4) Weekends Coffee&Space – 28 กม. – 097-986-5450
5) ครัวเจ๊แดง ริมเขื่อน – 34 กม. – 081-926-1166
ที่พักใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณ + เบอร์โทร) 1) ริมเมืองรีสอร์ท สนามชัยเขต – 18 กม. – 098-545-4688
2) The bed รีสอร์ท ตลาดสนามชัยเขต – 20 กม. – 091-009-7598
3) ทู รีสอร์ท ที่พักสนามชัยเขต – 22 กม. – 085-085-1199
4) ไร่มั่นภักดี รีสอร์ท – 33 กม. – 061-869-6899
5) หลับเพลินรีสอร์ท พนมสารคาม – 48 กม. – 082-558-9000
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: บ้านศานติธรรมคืออะไร และเหมาะกับใคร?
ตอบ: เป็นศูนย์เรียนรู้แนวพึ่งพาตนเองและวนเกษตร เหมาะกับผู้สนใจธรรมชาติ สมุนไพร วิถีชุมชน ครอบครัวที่อยากพาเด็กเรียนรู้นอกห้องเรียน และกลุ่มศึกษาดูงาน/ค่ายเยาวชน
 
ถาม: ภายในมีอะไรให้ชมเป็นไฮไลต์หลัก?
ตอบ: มีพรรณไม้จำนวนมาก (เน้นสมุนไพร), เรือนไทยใต้ถุนสูงสำหรับประชุม/บรรยาย, ชั้นบนจัดแสดงของใช้พื้นบ้านและวัตถุ/เครื่องมือรุ่นเก่า, ยุ้งข้าวจำลอง และอุปกรณ์นวดข้าว–สีข้าว
 
ถาม: ต้องใช้เวลาเที่ยวกี่ชั่วโมงถึงจะคุ้ม?
ตอบ: แนะนำอย่างน้อยครึ่งวัน หากอยากเดินชมแบบละเอียดและซึมซับเนื้อหาเชิงเรียนรู้ โดยเฉพาะถ้ามากับเด็กหรือมากลุ่ม
 
ถาม: การเดินทางไปบ้านศานติธรรมไปทางไหน?
ตอบ: ใช้ทางหลวงหมายเลข 3245 (พนมสารคาม–สนามชัยเขต) แล้วเลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 3259 (สนามชัยเขต–ท่าตะเกียบ) ประมาณ 3 กม. จากนั้นเดินทางตามป้าย/พิกัดของสถานที่
 
ถาม: มีค่าเข้าชมหรือไม่ และเปิดกี่โมง?
ตอบ: ไม่มีค่าใช้จ่าย และเปิดทุกวัน 09:00 – 16:00
โทรโทร: 038597441, 038597715
แผนที่ ศูนย์ศึกษาพัฒนาการสังคมหมู่บ้าน (วนเกษตร) หรือบ้านศานติธรรม แผนที่ศูนย์ศึกษาพัฒนาการสังคมหมู่บ้าน (วนเกษตร) หรือบ้านศานติธรรม
คำค้นคำค้น: ศูนย์ศึกษาพัฒนาการสังคมหมู่บ้าน (วนเกษตร) หรือบ้านศานติธรรมบ้านศานติธรรม ศูนย์ศึกษาพัฒนาการสังคมหมู่บ้าน วนเกษตร ฉะเชิงเทรา ที่เที่ยวสนามชัยเขต ที่เที่ยวลาดกระทิง แหล่งเรียนรู้พึ่งพาตนเอง สวนสมุนไพร ฉะเชิงเทรา ท่องเที่ยวเชิงเกษตร ฉะเชิงเทรา ค่ายเยาวชน ฉะเชิงเทรา เที่ยวธรรมชาติ ฉะเชิงเทรา
ปรับปรุงล่าสุดปรับปรุงล่าสุด: 4 สัปดาห์ที่แล้ว


แสดงความเห็น

แสดงความเห็น




คำค้น (ขั้นสูง)
   
Email :
  รหัสผ่าน :
  สมัครสมาชิก | ลืมรหัสผ่าน
 

Facebook Fanpage Facebook Fanpage

 

ภูมิภาค ภูมิภาคhttps://www.lovethailand.org/

ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก

สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ และอนุสาวรีย์ สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ และอนุสาวรีย์(3)

แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(4)

พระราชวัง พระราชวัง(1)

ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(10)

พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(2)

บ้านโบราณ และเมืองโบราณ บ้านโบราณ และเมืองโบราณ(1)

สถานที่ท่องเที่ยวเชิงวิชาการ สถานที่ท่องเที่ยวเชิงวิชาการ

พิพิธภัณฑ์เพื่อการศึกษา พิพิธภัณฑ์เพื่อการศึกษา(1)

ห้องสมุด ห้องสมุด(1)

ไร่ สวนเพื่อการศึกษา ไร่ สวนเพื่อการศึกษา(2)

มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัย

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์

วัด วัด(50/298)

มัสยิด มัสยิด(2)

สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(7)

โครงการในพระราชดำริ โครงการในพระราชดำริ

โครงการหลวง โครงการหลวง(4)

วิถีชีวิต วิถีชีวิต

หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(5)

ตลาดท้องถิ่น ตลาดท้องถิ่น(4)

ตลาดน้ำ ตลาดน้ำ(1)

ธรรมชาติ และสัตว์ป่า ธรรมชาติ และสัตว์ป่า

อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตอนุรักษ์ทางทะเล อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตอนุรักษ์ทางทะเล(2)

ดอย และภูเขา ดอย และภูเขา(1)

เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(6)

น้ำตก น้ำตก(1)

ถ้ำ ถ้ำ(1)

แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(2)

อ่าว และชายหาด อ่าว และชายหาด(1)

หมู่เกาะ หมู่เกาะ(2)

แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(2)

บันเทิง และท่องเที่ยวเชิงเกษตร บันเทิง และท่องเที่ยวเชิงเกษตร

สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ(1)

แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์ แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์(1)

ฟาร์ม, ไร่, สวน, สวนสาธารณะ และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม, ไร่, สวน, สวนสาธารณะ และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(6)

สปาเพื่อสุขภาพ สปาเพื่อสุขภาพ

สปาเพื่อสุขภาพ สปาเพื่อสุขภาพ(1)

บทความท่องเที่ยว, สูตรอาหาร บทความท่องเที่ยว, สูตรอาหาร

รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร(3)