หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดนครราชสีมา >อ.เมืองนครราชสีมา >ต.ในเมือง > พิพิธภัณฑ์เมืองนครราชสีมา
TL;DR: พิพิธภัณฑ์เมืองนครราชสีมา อยู่ที่อาคาร 10 ชั้น 2 สำนักศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา เปิดวันจันทร์ – วันศุกร์ เว้นวันหยุดตามประกาศมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา เวลา 09.00 – 15.00 น.

นครราชสีมา

พิพิธภัณฑ์เมืองนครราชสีมา

พิพิธภัณฑ์เมืองนครราชสีมา

วันเปิดทำการ: วันจันทร์ – วันศุกร์ เว้นวันหยุดตามประกาศมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา
เวลาเปิดทำการ: 09.00 – 15.00 น.
 
พิพิธภัณฑ์เมืองนครราชสีมา เป็นแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น และอัตลักษณ์ของชาวโคราชที่สำคัญมากแห่งหนึ่งของจังหวัดนครราชสีมา ตั้งอยู่ ณ อาคาร 10 ชั้น 2 สำนักศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา เลขที่ 340 ถนนสุรนารายณ์ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา ภายในพิพิธภัณฑ์นำเสนอเรื่องราวของเมืองนครราชสีมาตั้งแต่หลักฐานมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ในลุ่มแม่น้ำมูลตอนต้น ผ่านสมัยทวารวดี ลพบุรี อยุธยา รัตนโกสินทร์ การพัฒนาสู่มหานครแห่งอีสาน ไปจนถึงของดีเมืองโคราชและเรือนโคราชซึ่งสะท้อนภูมิปัญญาสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นอย่างชัดเจน
 
สำหรับผู้ที่ต้องการเข้าใจเมืองโคราชอย่างลึกซึ้งในระยะเวลาไม่ยาวเกินไป พิพิธภัณฑ์เมืองนครราชสีมาคือจุดเริ่มต้นที่เหมาะมาก เพราะที่นี่ไม่ได้เล่าเมืองนครราชสีมาเพียงในฐานะเมืองใหญ่ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แต่เล่าเมืองโคราชในฐานะพื้นที่ที่มีรากทางประวัติศาสตร์ยาวนาน มีชุมชนโบราณ มีเส้นทางวัฒนธรรม มีบทบาททางการเมืองการปกครอง มีภูมิปัญญาท้องถิ่น และมีความทรงจำร่วมของผู้คนตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน ผู้มาเยือนจะได้เห็นภาพว่าเมืองหนึ่งเมืองไม่ได้เกิดขึ้นจากเหตุการณ์เดียว แต่เกิดจากการสะสมของผู้คน ภูมิประเทศ ความเชื่อ การค้า การศึก การปกครอง ศิลปกรรม และวัฒนธรรมที่สืบต่อกันมาหลายยุคหลายสมัย
 
จุดเด่นของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้อยู่ที่การจัดลำดับเรื่องราวอย่างเป็นระบบ ทำให้นักท่องเที่ยวที่ไม่เคยมีพื้นฐานด้านประวัติศาสตร์โคราชสามารถเดินชมและเข้าใจได้ทีละขั้น ตั้งแต่คำถามพื้นฐานว่า “คนโคราชมีรากมาจากไหน” “ลุ่มแม่น้ำมูลตอนต้นมีความสำคัญอย่างไร” “เมืองเสมาเกี่ยวข้องกับสมัยทวารวดีอย่างไร” “วัฒนธรรมขอมส่งผลต่ออีสานอย่างไร” “เมืองนครราชสีมาในสมัยอยุธยาถูกสร้างขึ้นเพื่ออะไร” “ท้าวสุรนารีมีบทบาทอย่างไรในความทรงจำของคนโคราช” และ “ของดีเมืองโคราชมีอะไรบ้าง” การเดินชมจึงเป็นเหมือนการอ่านประวัติศาสตร์เมืองผ่านวัตถุ ภาพ แผนผัง แบบจำลอง บทบรรยาย และพื้นที่สถาปัตยกรรมจริง
 
พิพิธภัณฑ์เมืองนครราชสีมาอยู่ภายใต้การบริหารของสำนักศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักด้านการอนุรักษ์ ส่งเสริม และเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมของชาติและท้องถิ่น มีบทบาทสำคัญในการเก็บรักษาโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ เอกสารทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญา และมรดกทางปัญญาของบรรพชนคนไทย โดยเฉพาะเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับเมืองนครราชสีมาและชาวโคราช พิพิธภัณฑ์จึงทำหน้าที่มากกว่าสถานที่จัดแสดง แต่เป็นศูนย์กลางของความรู้ท้องถิ่นที่เชื่อมโยงมหาวิทยาลัย ชุมชน นักเรียน นักศึกษา นักวิชาการ และประชาชนทั่วไปเข้าด้วยกัน
 
พัฒนาการของพิพิธภัณฑ์เมืองนครราชสีมาเริ่มต้นจาก “หอวัฒนธรรม” ซึ่งก่อตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2523 ในช่วงที่สำนักศิลปะและวัฒนธรรมยังเป็น “ศูนย์ศิลปวัฒนธรรม” ของวิทยาลัยครูนครราชสีมา โดยมีว่าที่ ร.ต. ถาวร สุบงกช เป็นหัวหน้าศูนย์ศิลปวัฒนธรรมท่านแรก ในระยะแรกใช้ห้อง 514 และ 515 เป็นพื้นที่เก็บรวบรวมโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และสิ่งของทางวัฒนธรรมที่ชุมชนมอบให้ดูแลรักษา รวมถึงสิ่งของที่จัดหามาเพิ่มเติมบางส่วน จุดเริ่มต้นนี้สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างสถาบันการศึกษากับชุมชน เพราะวัตถุจำนวนมากไม่ได้เป็นเพียงของเก่า แต่เป็นความไว้วางใจที่คนในพื้นที่มอบให้สถาบันเก็บรักษาเพื่อประโยชน์ของคนรุ่นหลัง
 
ต่อมาในปี พ.ศ. 2528 และ พ.ศ. 2529 ศูนย์ศิลปวัฒนธรรมและหอวัฒนธรรมมีการย้ายพื้นที่ใช้งานและพัฒนารูปแบบการจัดแสดงตามความเหมาะสมของอาคารและภารกิจของสถาบัน จากการเป็นพื้นที่เก็บรักษาวัตถุค่อย ๆ พัฒนาเป็นพื้นที่จัดนิทรรศการที่มีเนื้อหาชัดเจนมากขึ้น มีการจัดห้องแสดงเรื่องของดีโคราช เอกลักษณ์ไทย งานอาชีพพื้นบ้าน และโบราณวัตถุ ภายหลังเมื่ออาคาร 1 ได้รับการพัฒนาเป็นอาคารหอวัฒนธรรม รูปแบบการจัดแสดงจึงถูกปรับให้เป็นต้นแบบของพิพิธภัณฑ์เมืองนครราชสีมาในปัจจุบัน โดยเฉพาะแนวคิดการเล่า “เมืองโคราช” ผ่านประวัติศาสตร์ศิลป์ โบราณวัตถุ และวิถีวัฒนธรรม
 
ปี พ.ศ. 2556 เป็นช่วงสำคัญของการพัฒนาพิพิธภัณฑ์ เมื่อมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมาอนุมัติงบประมาณเพื่อออกแบบและจัดสร้างหอวัฒนธรรม ณ อาคาร 10 ซึ่งเป็นอาคารดั้งเดิมของคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยปรับปรุงบทและเนื้อหาการจัดแสดงจากรูปแบบเดิมที่เคยใช้ในอาคาร 1 และต่อยอดให้เนื้อหามีความเชื่อมโยงกับโบราณวัตถุและพัฒนาการของจังหวัดนครราชสีมาในด้านต่าง ๆ มากขึ้น จากนั้นเปลี่ยนชื่อเป็น “พิพิธภัณฑ์เมืองนครราชสีมา” ภายใต้แนวคิด “บรรยากาศย้อนอดีต เพลินพินิจนครราชสีมา” การก่อสร้างแล้วเสร็จในเดือนเมษายน พ.ศ. 2557 และกลายเป็นแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรมประจำเมืองโคราชที่สำคัญมาจนถึงปัจจุบัน
 
ภายในพิพิธภัณฑ์มีการจัดแสดงเรื่องราวเป็นลำดับ เริ่มจากพื้นที่นำเข้าสู่ประวัติศาสตร์ของเมืองและค่อย ๆ พาผู้ชมย้อนกลับไปสำรวจต้นกำเนิดของชุมชนในพื้นที่นครราชสีมา ห้องแรกที่มีความสำคัญมากคือห้องต้นกำเนิดอารยธรรม ซึ่งนำเสนอหลักฐานมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ในแถบลุ่มแม่น้ำมูลตอนต้น โดยเฉพาะในจังหวัดนครราชสีมาที่มีการศึกษาและขุดค้นทางโบราณคดีมาอย่างต่อเนื่อง พื้นที่นี้ช่วยให้เข้าใจว่าก่อนที่จะเกิดเมือง เกิดรัฐ หรือเกิดชื่อเมืองนครราชสีมา พื้นที่แห่งนี้มีมนุษย์อยู่อาศัย มีการดำรงชีวิต มีพิธีกรรม มีความเชื่อ และมีเทคโนโลยีพื้นฐานมาก่อนแล้วเป็นเวลายาวนาน
 
ห้องต้นกำเนิดอารยธรรมทำให้ผู้ชมเห็นภาพชีวิตของมนุษย์ก่อนประวัติศาสตร์จากหลักฐานทางโบราณคดี เช่น โครงกระดูก เครื่องปั้นดินเผา เครื่องมือหิน ภาพเขียนสี และคูน้ำคันดิน สิ่งเหล่านี้ช่วยตอบคำถามว่าคนในอดีตดำรงชีวิตอย่างไร หาอาหารอย่างไร จัดการพื้นที่อยู่อาศัยอย่างไร และมีพิธีกรรมต่อผู้ตายอย่างไร ความสำคัญของลุ่มแม่น้ำมูลตอนต้นอยู่ที่การเป็นพื้นที่ที่พบแหล่งโบราณคดีจำนวนมาก โดยเฉพาะแหล่งโบราณคดีบ้านปราสาท บ้านโนนวัด และภาพเขียนสีเขาจันทน์งามในอำเภอสีคิ้ว ภาพรวมเหล่านี้ทำให้โคราชไม่ได้เป็นเพียงเมืองร่วมสมัย แต่เป็นพื้นที่ที่มีร่องรอยมนุษย์เก่าแก่และหลากหลาย
 
ห้องสมัยทวารวดีนำผู้ชมเข้าสู่ช่วงของชุมชนโบราณสมัยประวัติศาสตร์แรกเริ่ม โดยเฉพาะเมืองเสมาในอำเภอสูงเนิน ซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญของวัฒนธรรมทวารวดีในภาคอีสานตอนล่าง ช่วงเวลาประมาณพุทธศตวรรษที่ 12 เป็นต้นมาเป็นยุคที่อิทธิพลวัฒนธรรมอินเดีย พระพุทธศาสนา และศาสนาพราหมณ์เข้ามามีบทบาทต่อชุมชนท้องถิ่น แต่ความเชื่อดั้งเดิมบางอย่างยังคงดำรงอยู่ เช่น ประเพณีฝังศพนอนหงาย เหยียดยาว และการอุทิศสิ่งของแก่ผู้ตาย แทนที่จะเปลี่ยนไปสู่การเผาศพตามรูปแบบพุทธศาสนาอย่างสมบูรณ์ทันที ห้องนี้จึงช่วยอธิบายช่วงเปลี่ยนผ่านทางวัฒนธรรมจากชุมชนก่อนประวัติศาสตร์สู่สังคมเมืองที่มีศาสนาและศิลปกรรมชัดเจนขึ้น
 
สิ่งที่น่าสนใจในสมัยทวารวดีคือการเกิดบ้าน เมือง และรัฐในพื้นที่ที่มีเครือข่ายวัฒนธรรมเชื่อมโยงกับที่ราบลุ่มภาคกลางและลุ่มน้ำสำคัญในอีสาน หลักฐานอย่างผังเมือง คูน้ำคันดิน ศาสนสถาน จารึก และพระพุทธรูปปางไสยาสน์หินทรายขนาดใหญ่ แสดงให้เห็นว่าชุมชนท้องถิ่นไม่ได้อยู่อย่างโดดเดี่ยว แต่รับอิทธิพลจากภายนอกและปรับใช้กับฐานวัฒนธรรมเดิมของตนเอง การชมส่วนนี้ช่วยให้เข้าใจว่าความเป็นโคราชไม่ได้เกิดจากสายวัฒนธรรมเดียว แต่เกิดจากการผสมผสานของความเชื่อท้องถิ่น พุทธศาสนา พราหมณ์ ภาษา ศิลปกรรม และเครือข่ายการติดต่อระหว่างภูมิภาค
 
ห้องสมัยลพบุรีนำเสนออิทธิพลวัฒนธรรมขอมที่แผ่เข้ามาในภาคอีสานและส่งผลต่อพื้นที่นครราชสีมาอย่างเด่นชัดในช่วงพุทธศตวรรษที่ 16 – 19 เนื้อหาส่วนนี้ช่วยอธิบายว่าทำไมอีสานตอนล่างจึงมีโบราณสถานแบบปราสาทหินจำนวนมาก ทำไมการสร้างเมืองจึงมีแบบแผนสี่เหลี่ยม ทำไมจึงมีบารายหรืออ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ และทำไมศิลปกรรม เครื่องปั้นดินเผา และความเชื่อทางศาสนาจึงมีลักษณะที่สัมพันธ์กับวัฒนธรรมเขมรโบราณ ผู้ชมจะเห็นภาพเชื่อมโยงระหว่างเมืองพิมาย ปราสาทหินพิมาย และเครือข่ายวัฒนธรรมลพบุรีที่ส่งผลต่อโครงสร้างความคิดและภูมิทัศน์วัฒนธรรมของโคราช
 
การจัดแสดงเรื่องสมัยลพบุรีมีคุณค่าต่อการเข้าใจเมืองโคราชในฐานะพื้นที่ชายขอบที่ไม่ได้อยู่นอกประวัติศาสตร์ แต่เป็นพื้นที่เชื่อมต่อระหว่างโลกเขมรโบราณกับชุมชนท้องถิ่นในลุ่มน้ำมูล หลักฐานอย่างปราสาทหิน ศิลาจารึก เมืองโบราณ และชื่อ “วิมาย” หรือ “วิมายปุระ” ช่วยทำให้ผู้ชมมองเห็นว่าโคราชเคยเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายอำนาจ ศาสนา และศิลปกรรมขนาดใหญ่ การเข้าใจช่วงลพบุรีจึงทำให้การเดินทางไปเที่ยวปราสาทหินพิมายในวันต่อไปมีความหมายมากขึ้น เพราะผู้ชมจะไม่ได้เห็นปราสาทหินเป็นเพียงสถานที่ถ่ายภาพ แต่เห็นเป็นหลักฐานของโลกทางวัฒนธรรมที่เคยรุ่งเรือง
 
ห้องสมัยอยุธยาเป็นช่วงสำคัญที่นำผู้ชมเข้าสู่การก่อตั้งเมืองนครราชสีมาในฐานะเมืองยุทธศาสตร์ เมืองนครราชสีมาในสมัยกรุงศรีอยุธยามีฐานะเป็นเมืองชั้นโท มีบทบาทเป็นฉนวนป้องกันการรุกรานจากขแมร์ ลาว และญวน อีกทั้งเป็นหัวเมืองใหญ่ที่ควบคุมพื้นที่เขมรป่าดงที่ขึ้นต่อกรุงศรีอยุธยา ในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช มีการสร้างเมืองใหม่ให้มั่นคงกว่าเดิม มีป้อมปราการแบบตะวันตก และมีการออกแบบผังเมืองในลักษณะที่สะท้อนความรู้ด้านยุทธศาสตร์และสถาปัตยกรรมเมือง
 
เรื่องราวการสร้างเมืองนครราชสีมาในสมัยอยุธยาช่วยให้เข้าใจว่าทำไมเมืองโคราชจึงมีความสำคัญในเชิงการเมืองและการทหาร เมืองไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพียงเพื่อเป็นที่อยู่อาศัย แต่ถูกกำหนดให้เป็นแนวป้องกันราชอาณาจักรทางภาคอีสาน มีประตูเมือง กำแพงเมือง ป้อมปราการ และผังเมืองที่สะท้อนบทบาททางยุทธศาสตร์ หลักฐานที่ยังปรากฏในเมืองปัจจุบัน เช่น ประตูชุมพล แนวเมืองเก่า และความทรงจำเกี่ยวกับเมืองป้อม ทำให้ผู้ชมสามารถเดินออกจากพิพิธภัณฑ์ไปยังพื้นที่จริงของเมืองโคราชพร้อมความเข้าใจใหม่ว่าแต่ละจุดมีความหมายทางประวัติศาสตร์อย่างไร
 
ห้องสมัยรัตนโกสินทร์นำเสนอเมืองนครราชสีมาในช่วงที่มีฐานะเป็นเมืองเอกในภาคอีสาน โดยต้นรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก เมืองนครราชสีมาได้รับบทบาทสำคัญทางการปกครองและการทหารมากขึ้น เจ้าเมืองมีบรรดาศักดิ์สูงและมีหน้าที่ปกครองหัวเมืองตอนในภาคอีสาน เนื้อหาส่วนนี้ยังเชื่อมโยงกับวีรกรรมทุ่งสัมฤทธิ์ของคุณหญิงโม หรือท้าวสุรนารี ซึ่งเป็นเหตุการณ์สำคัญในความทรงจำของชาวโคราช และกลายเป็นสัญลักษณ์ทางจิตใจของเมืองมาจนถึงปัจจุบัน
 
การเล่าเรื่องท้าวสุรนารีในพิพิธภัณฑ์ไม่ได้เป็นเพียงการกล่าวถึงบุคคลสำคัญ แต่เป็นการอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างเมือง ผู้คน สงคราม ความสามัคคี และความทรงจำร่วมของชุมชน เหตุการณ์วีรกรรมทุ่งสัมฤทธิ์เมื่อ พ.ศ. 2369 กลายเป็นรากของความภาคภูมิใจในเมืองนครราชสีมา และทำให้อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารีหน้าประตูชุมพลเป็นมากกว่าสถานที่สักการะ แต่เป็นศูนย์รวมใจของคนโคราช ห้องนี้จึงเหมาะมากสำหรับผู้ที่ต้องการเข้าใจว่าทำไม “ย่าโม” จึงมีความสำคัญต่อเมืองโคราชอย่างลึกซึ้ง
 
ห้องมหานครแห่งอีสานนำเสนอการเปลี่ยนแปลงของเมืองนครราชสีมาในช่วงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งเป็นยุคที่รัฐสยามต้องปรับตัวต่อแรงกดดันจากมหาอำนาจตะวันตก มีการปฏิรูปการปกครอง จัดหัวเมืองเป็นมณฑลเทศาภิบาล และใช้เมืองนครราชสีมาเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ทางทหารและการปกครอง เมืองโคราชจึงไม่ได้เป็นเพียงเมืองด่านแบบเดิม แต่พัฒนาเป็นศูนย์กลางของภาคอีสานที่เชื่อมโยงกับกรุงเทพฯ ผ่านระบบราชการ การคมนาคม และเศรษฐกิจสมัยใหม่
 
อีกประเด็นที่ห้องมหานครแห่งอีสานนำเสนอคือการพัฒนาเมืองนครราชสีมาไปสู่เมืองแห่งกีฬา โดยเฉพาะการจัดสร้างสนามกีฬาเพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 333 ปีเมืองนครราชสีมาในปี 2547 และการได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพการแข่งขันกีฬาซีเกมส์และอาเซียนพาราเกมส์ในช่วงปี 2550 – 2551 เหตุการณ์เหล่านี้เป็นก้าวสำคัญที่ทำให้เมืองโคราชก้าวจากเมืองประวัติศาสตร์สู่มหานครร่วมสมัยที่มีบทบาททั้งด้านเศรษฐกิจ การศึกษา กีฬา และวัฒนธรรมในระดับภูมิภาค
 
ห้องของดีเมืองโคราชเป็นห้องที่ช่วยให้การเรียนรู้มีสีสันและใกล้ชิดกับชีวิตผู้คนมากขึ้น เพราะนำเสนอสิ่งที่คนโคราชภาคภูมิใจและเป็นที่กล่าวขวัญในอดีต เช่น มวยโคราช ผ้าหางกระรอก รถสามล้อถีบ รำโทนโคราช เพลงโคราช และของดีที่ปรากฏในคำขวัญเก่าของจังหวัด “โคราชลือเลื่อง เมืองก่อนเก่า นกเขาคารม อ้อยคันร่ม ส้มขี้ม้า ผ้าหางกระรอก” ห้องนี้ทำให้ผู้ชมเห็นว่าอัตลักษณ์ของเมืองไม่ได้อยู่เฉพาะในกำแพงเมืองหรือศึกสงคราม แต่อยู่ในภาษา เพลง ผ้า การแสดง อาชีพ วิถีชุมชน และความทรงจำเล็ก ๆ ที่ผู้คนสืบทอดต่อกันมา
 
เพลงโคราชเป็นหนึ่งในมรดกวัฒนธรรมที่โดดเด่นของจังหวัดนครราชสีมา เป็นวัฒนธรรมทางภาษาที่ใช้ปฏิภาณไหวพริบ การโต้ตอบ คำสัมผัส และสำเนียงท้องถิ่นโคราชอย่างมีเอกลักษณ์ เพลงโคราชสืบทอดผ่านความจำและการแสดงสด ทำให้เป็นวรรณกรรมมุขปาฐะที่สะท้อนทั้งความสนุก ความคมคาย และภูมิปัญญาด้านภาษาของชาวบ้าน การนำเสนอเพลงโคราชในพิพิธภัณฑ์จึงช่วยให้คนรุ่นใหม่เห็นคุณค่าของศิลปะพื้นบ้านที่ไม่ได้อยู่ในตำรา แต่มีชีวิตอยู่ในการแสดง งานประเพณี และความผูกพันกับท้าวสุรนารี
 
นอกจากอาคารจัดแสดงหลัก พิพิธภัณฑ์เมืองนครราชสีมายังมีพื้นที่กลางแจ้งที่สำคัญคือเรือนพ่อคง หรือเรือนโคราช มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ซึ่งเป็นแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่นของชาวโคราชในรูปแบบพิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง เรือนโคราชมีลักษณะเป็นเรือนไม้ 2 ชั้น ใต้ถุนโล่ง สะท้อนอัจฉริยภาพของช่างท้องถิ่นในการออกแบบโครงสร้างที่สอดคล้องกับสภาพภูมิอากาศ การใช้งาน พื้นที่อยู่อาศัย และวิถีชีวิตของคนโคราชดั้งเดิม
 
เรือนพ่อคงมีความสำคัญมากเพราะช่วยให้ผู้ชมเห็นสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นในสภาพที่สัมผัสได้จริง ไม่ใช่เพียงดูภาพหรือแบบจำลอง ภายในและบริเวณโดยรอบเรือนสามารถอธิบายการใช้ชีวิตของครอบครัวโคราชในอดีต ครอบคลุมปัจจัย 4 การกินอยู่ การพักอาศัย การเก็บข้าวของ การจัดพื้นที่ใต้ถุน การใช้เรือนไม้รับลม และการปรับสถาปัตยกรรมให้เข้ากับสภาพอากาศท้องถิ่น พื้นที่นี้ยังรองรับกิจกรรมกลางแจ้ง กิจกรรมทางวัฒนธรรมของมหาวิทยาลัย ประเพณีสงกรานต์ การบายศรีสู่ขวัญ กิจกรรมทางศาสนา และการเสวนาทางวิชาการด้านศิลปวัฒนธรรม
 
เรือนพ่อคงยังได้รับการยอมรับในฐานะสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นที่มีคุณค่า โดยได้รับรางวัลอนุรักษ์ศิลปสถาปัตยกรรมดีเด่น ประจำปี 2561 ประเภทอาคารสถาบันและอาคารสาธารณะจากสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ และโครงการพัฒนาเรือนพ่อคงให้เป็นแหล่งเรียนรู้ภูมิปัญญาสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นของชาติพันธุ์ไทโคราชยังได้รับการยกย่องจากหน่วยงานด้านวัฒนธรรมในปี 2562 ความสำคัญนี้ทำให้เรือนโคราชไม่ใช่เพียงอาคารประกอบของพิพิธภัณฑ์ แต่เป็นหลักฐานทางวัฒนธรรมที่ช่วยชี้ให้เห็นความจำเป็นของการอนุรักษ์เรือนโคราชหลังอื่น ๆ ในอนาคต
 
ในปี พ.ศ. 2565 พิพิธภัณฑ์เมืองนครราชสีมาได้ร่วมกับศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ หรือ NECTEC ในการนำระบบบริหารจัดการข้อมูลพิพิธภัณฑ์แบบเครือข่าย Museum Pool มาปรับใช้ในการให้บริการผู้ชม ณ เรือนพ่อคง เรือนโคราช มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา การพัฒนาด้านดิจิทัลนี้มีความสำคัญต่อการจัดการข้อมูลวัตถุและองค์ความรู้ของพิพิธภัณฑ์ เพราะช่วยให้การเข้าถึงข้อมูลเป็นระบบขึ้น รองรับการเรียนรู้ร่วมสมัย และเปิดทางให้พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นเชื่อมต่อกับระบบฐานข้อมูลขนาดใหญ่ได้ดีขึ้น
 
การที่พิพิธภัณฑ์เมืองนครราชสีมาอยู่ภายในมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมาทำให้สถานที่แห่งนี้มีบรรยากาศแตกต่างจากพิพิธภัณฑ์ทั่วไป ผู้มาเยือนได้สัมผัสทั้งพื้นที่การศึกษา พื้นที่วัฒนธรรม และพื้นที่สาธารณะในเวลาเดียวกัน บริเวณรอบอาคาร 10 มีลานวัฒนธรรม ประตูชุมพลจำลอง และพื้นที่กิจกรรมที่ช่วยสร้างบรรยากาศย้อนอดีตของเมืองโคราช การเข้าชมจึงไม่ใช่แค่การเดินดูห้องนิทรรศการ แต่เป็นการเข้าไปอยู่ในพื้นที่ที่มหาวิทยาลัยใช้สืบสานมรดกวัฒนธรรมและสร้างความภาคภูมิใจให้คนในท้องถิ่น
 
สำหรับนักเรียน นักศึกษา และครูอาจารย์ พิพิธภัณฑ์เมืองนครราชสีมาเหมาะมากสำหรับการทัศนศึกษา เพราะมีเนื้อหาที่เชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์ไทย โบราณคดี ศิลปกรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น วัฒนธรรมพื้นบ้าน และพัฒนาการของเมือง การเดินชมสามารถต่อยอดเป็นบทเรียนหรือรายงานได้หลายประเด็น เช่น แหล่งโบราณคดีลุ่มน้ำมูล เมืองเสมา วัฒนธรรมทวารวดี อิทธิพลขอม เมืองป้อมสมัยอยุธยา วีรกรรมท้าวสุรนารี การปฏิรูปการปกครองสมัยรัชกาลที่ 5 เพลงโคราช และเรือนโคราช นักเรียนจึงไม่ได้เรียนรู้จากตัวหนังสือเพียงอย่างเดียว แต่เห็นภาพเชื่อมโยงจากวัตถุและพื้นที่จริง
 
สำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไป พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีมากก่อนเที่ยวตัวเมืองโคราช เพราะช่วยให้เข้าใจสถานที่ใกล้เคียงได้ลึกขึ้น หากเริ่มต้นจากพิพิธภัณฑ์แล้วเดินทางต่อไปยังอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี ประตูชุมพล วัดศาลาลอย วัดพายัพ หรือพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติมหาวีรวงศ์ ผู้ชมจะสามารถเชื่อมโยงสิ่งที่เห็นในพิพิธภัณฑ์กับสถานที่จริงในเมืองได้ทันที การเที่ยวเมืองโคราชจึงมีมิติมากขึ้นจากเดิมที่อาจเป็นเพียงการไหว้ย่าโมหรือแวะตลาด กลายเป็นการเดินทางตามรอยประวัติศาสตร์เมืองอย่างมีบริบท
 
สำหรับชาวต่างชาติ พิพิธภัณฑ์เมืองนครราชสีมาเป็นสถานที่ที่ช่วยอธิบายความเป็นโคราชได้อย่างเป็นระบบ เพราะเมืองนครราชสีมาไม่ได้มีเพียงภาพของเมืองใหญ่ในภาคอีสาน แต่เป็นเมืองที่เชื่อมต่ออารยธรรมหลายช่วงเวลา ตั้งแต่ prehistoric communities, Dvaravati culture, Khmer influence, Ayutthaya frontier city, Rattanakosin history, local identity และ vernacular architecture การชมพิพิธภัณฑ์ทำให้ชาวต่างชาติเข้าใจว่าภาคอีสานของไทยมีความหลากหลายทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมมากกว่าภาพจำทั่วไป และเมืองโคราชเป็นประตูสำคัญสู่การเข้าใจภูมิภาคนี้
 
การเข้าชมพิพิธภัณฑ์ควรเผื่อเวลาอย่างน้อย 1.30 – 2 ชั่วโมง หากต้องการเดินชมทั้งห้องจัดแสดงหลักและเรือนโคราชอย่างสบาย ๆ ผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์ท้องถิ่นอย่างละเอียดสามารถใช้เวลามากกว่านั้น โดยเฉพาะหากอ่านป้ายอธิบาย ดูวัตถุจัดแสดง และถ่ายภาพในจุดที่อนุญาต การเดินชมตามลำดับห้องจะช่วยให้เข้าใจเรื่องราวต่อเนื่องที่สุด เริ่มจากต้นกำเนิดอารยธรรม สมัยทวารวดี ลพบุรี อยุธยา รัตนโกสินทร์ มหานครแห่งอีสาน ของดีเมืองโคราช และปิดท้ายด้วยเรือนพ่อคงหรือเรือนโคราช
 
ผู้มาเยือนควรแต่งกายสุภาพ รักษาความสงบ ไม่นำอาหารหรือเครื่องดื่มเข้าไปในพื้นที่จัดแสดง ไม่สูบบุหรี่ภายในอาคาร ไม่ขีดเขียนหรือสัมผัสโบราณวัตถุและศิลปวัตถุโดยไม่ได้รับอนุญาต และหากเข้าชมเป็นหมู่คณะควรติดต่อแจ้งล่วงหน้าอย่างน้อย 3 วันทำการเพื่อประสานวิทยากรนำชม การปฏิบัติตามระเบียบเหล่านี้ช่วยรักษาบรรยากาศของพิพิธภัณฑ์และช่วยดูแลวัตถุทางวัฒนธรรมที่มีคุณค่าให้คงอยู่สำหรับผู้ชมรุ่นต่อไป
 
การเดินทาง มายังพิพิธภัณฑ์เมืองนครราชสีมาทำได้สะดวก เพราะตั้งอยู่ในตัวเมืองนครราชสีมา ภายในมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา บนถนนสุรนารายณ์ หากเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวสามารถตั้งจุดหมายไปที่มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา แล้วเข้าสู่อาคาร 10 สำนักศิลปะและวัฒนธรรม หากมาจากสถานีรถไฟนครราชสีมาหรือสถานีขนส่งผู้โดยสาร สามารถต่อรถรับจ้าง รถแท็กซี่ หรือรถบริการท้องถิ่นมายังมหาวิทยาลัยได้ ระยะทางจากย่านอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารีและประตูชุมพลไม่ไกล เหมาะสำหรับจัดเป็นเส้นทางเที่ยวครึ่งวันในตัวเมืองโคราช
 
หากวางแผนเป็นเส้นทางเที่ยว 1 วันในตัวเมืองนครราชสีมา สามารถเริ่มต้นช่วงเช้าที่พิพิธภัณฑ์เมืองนครราชสีมาเพื่อทำความเข้าใจประวัติเมือง จากนั้นเดินทางไปไหว้อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารีและชมประตูชุมพล ต่อด้วยวัดพายัพหรือวัดศาลาลอย ช่วงบ่ายสามารถแวะพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติมหาวีรวงศ์หรือหอศิลป์ในเมือง และปิดท้ายด้วยร้านอาหารท้องถิ่นในตัวเมือง โครงเส้นทางนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเที่ยวแบบได้ความรู้ ไม่เร่งรีบ และสามารถเชื่อมโยงพื้นที่จริงกับเรื่องราวในพิพิธภัณฑ์ได้ครบถ้วน
 
แม้พิพิธภัณฑ์เมืองนครราชสีมาจะตั้งอยู่ในพื้นที่มหาวิทยาลัย แต่เนื้อหาและบทบาทของสถานที่เปิดกว้างต่อประชาชนทั่วไปอย่างชัดเจน ผู้เข้าชมไม่จำเป็นต้องเป็นนักศึกษาหรือบุคลากรของมหาวิทยาลัยก็สามารถเข้ามาเรียนรู้ได้ และการไม่เก็บค่าเข้าชมทำให้พิพิธภัณฑ์เป็นพื้นที่สาธารณะทางวัฒนธรรมที่เข้าถึงง่าย เหมาะกับครอบครัว โรงเรียน นักท่องเที่ยว นักวิจัย และคนโคราชที่ต้องการกลับมาอ่านเมืองของตนเองผ่านวัตถุ เรื่องเล่า และสถานที่จริง
 
โดยสรุป พิพิธภัณฑ์เมืองนครราชสีมาเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่ควรอยู่ในแผนเที่ยวโคราช เพราะรวมประวัติศาสตร์เมืองไว้ครบตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์จนถึงเมืองร่วมสมัย มีโครงสร้างการจัดแสดงที่เข้าใจง่าย มีเรือนโคราชเป็นแหล่งเรียนรู้กลางแจ้ง มีบทบาททางวิชาการและวัฒนธรรมของมหาวิทยาลัยรองรับ และตั้งอยู่ในตัวเมืองที่เดินทางสะดวก ผู้ที่มาเยือนจะได้เห็นว่าโคราชไม่ได้เป็นเพียงเมืองผ่านหรือเมืองใหญ่ของอีสาน แต่เป็นเมืองที่มีรากลึก มีความทรงจำ มีภูมิปัญญา และมีอัตลักษณ์ที่ควรค่าแก่การศึกษาอย่างจริงจัง
 
ชื่อสถานที่พิพิธภัณฑ์เมืองนครราชสีมา / Korat Museum
ที่ตั้งอาคาร 10 ชั้น 2 สำนักศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา
ที่อยู่340 ถนนสุรนารายณ์ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา 30000
พิกัด14.98764, 102.10729
ไฮไลต์แหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์เมืองโคราชตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ ทวารวดี ลพบุรี อยุธยา รัตนโกสินทร์ มหานครแห่งอีสาน ของดีเมืองโคราช และเรือนโคราช
ประวัติ / สมัย / ยุคพัฒนามาจากหอวัฒนธรรมที่ก่อตั้งเมื่อ พ.ศ. 2523 และพัฒนาเป็นพิพิธภัณฑ์เมืองนครราชสีมา ณ อาคาร 10 ภายใต้แนวคิด “บรรยากาศย้อนอดีต เพลินพินิจนครราชสีมา”
ที่มาของชื่อตั้งชื่อตามบทบาทของสถานที่ในฐานะพิพิธภัณฑ์ที่เล่าเรื่องเมืองนครราชสีมา หรือเมืองโคราช ผ่านประวัติศาสตร์ วัตถุจัดแสดง ศิลปวัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่น
ลักษณะเด่นจัดแสดงแบบลำดับเวลา เข้าใจง่าย มีทั้งห้องนิทรรศการในอาคารและเรือนโคราชซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งด้านสถาปัตยกรรมพื้นถิ่น
การเดินทางตั้งอยู่ในตัวเมืองนครราชสีมา ภายในมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ถนนสุรนารายณ์ เดินทางได้ด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถรับจ้าง แท็กซี่ หรือรถบริการท้องถิ่นจากสถานีรถไฟและสถานีขนส่งผู้โดยสาร
สถานะปัจจุบันเปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าชมตามวันและเวลาทำการ เป็นแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรมของมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมาและจังหวัดนครราชสีมา
วันเปิดทำการวันจันทร์ – วันศุกร์ เว้นวันหยุดตามประกาศมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา
เวลาเปิดทำการ09.00 – 15.00 น.
ค่าเข้าไม่เสียค่าเข้าชม
สิ่งอำนวยความสะดวกวิทยากรนำชมสำหรับหมู่คณะเมื่อแจ้งล่วงหน้า ห้องสมุดวัฒนธรรม พื้นที่นิทรรศการในอาคาร พื้นที่เรือนโคราชกลางแจ้ง ลานวัฒนธรรม และพื้นที่จัดกิจกรรมทางศิลปวัฒนธรรม
โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ1. ห้องเบิกโรง
2. ห้องต้นกำเนิดอารยธรรม
3. ห้องสมัยทวารวดี
4. ห้องสมัยลพบุรี
5. ห้องสมัยอยุธยา
6. ห้องสมัยรัตนโกสินทร์
7. ห้องมหานครแห่งอีสาน
8. ห้องของดีเมืองโคราช
9. เรือนพ่อคง / เรือนโคราช
10. ยุ้งข้าวแม่หมั่นและระหัดวิดน้ำโบราณ
ผู้ดูแลสำนักศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา / ผู้อำนวยการ: ผศ. พิทักษ์ชัย จัตุชัย
เบอร์ติดต่อหลัก044-009-009 ต่อ 1011, 044-253-097
เว็บไซต์ / เพจทางการwww.koratmuseum.com / Facebook: พิพิธภัณฑ์เมืองนครราชสีมา Korat Museum
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. วัดศาลาลอย ประมาณ 2 กม.
2. วัดพายัพ ประมาณ 2 กม.
3. อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารีและประตูชุมพล ประมาณ 2 กม. โทร. 044-243-798
4. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติมหาวีรวงศ์ ประมาณ 3 กม.
5. เซ็นทรัล โคราช ประมาณ 3 กม.
6. เทอร์มินอล 21 โคราช ประมาณ 4 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง1. ครัวชายภัส ม.ราชภัฏ โคราช ประมาณ 0.2 กม. โทร. 093-946-2665
2. VT แหนมเนือง หน้าราชภัฏฯ ประมาณ 0.5 กม. โทร. 082-414-2111
3. ข้าวต้ม ช.ดวงใจ สาขา 2 ประมาณ 0.5 กม. โทร. 065-694-1565
4. ร้านอาหารมังสวิรัติ หน้า มรภ.นครราชสีมา ประมาณ 0.5 กม. โทร. 044-256-060
5. ร้านอาหารระเบียงแก้ว โคราช ประมาณ 4 กม. โทร. 044-267-765, 064-528-2880
ที่พักใกล้เคียง1. โรงแรมทับแก้ว โพชเทล ซิตี้เซ็นเตอร์ โคราช ประมาณ 0.2 กม. โทร. 044-251-107, 093-327-5679
2. Qlosest Hotel ประมาณ 1 กม. โทร. 061-425-4289
3. Anakin Boutique Hotel ประมาณ 2 กม.
4. Viva Central Korat ประมาณ 3 กม. โทร. 065-993-5999
5. Romyen Garden Place ประมาณ 4 กม. โทร. 044-285-816-7, 098-105-7978
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: พิพิธภัณฑ์เมืองนครราชสีมาอยู่ที่ไหน?
ตอบ: ตั้งอยู่ที่อาคาร 10 ชั้น 2 สำนักศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา เลขที่ 340 ถนนสุรนารายณ์ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา
 
ถาม: พิพิธภัณฑ์เมืองนครราชสีมาเปิดวันไหนและเวลาใด?
ตอบ: เปิดวันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 09.00 – 15.00 น. เว้นวันหยุดตามประกาศมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา
 
ถาม: พิพิธภัณฑ์เมืองนครราชสีมาเสียค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: ไม่เสียค่าเข้าชม บุคคลทั่วไปสามารถเข้าชมเพื่อศึกษาประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมเมืองโคราชได้ตามวันและเวลาทำการ
 
ถาม: ภายในพิพิธภัณฑ์เมืองนครราชสีมามีโซนอะไรบ้าง?
ตอบ: มีห้องจัดแสดงหลัก ได้แก่ ห้องเบิกโรง ห้องต้นกำเนิดอารยธรรม ห้องสมัยทวารวดี ห้องสมัยลพบุรี ห้องสมัยอยุธยา ห้องสมัยรัตนโกสินทร์ ห้องมหานครแห่งอีสาน ห้องของดีเมืองโคราช และพื้นที่เรือนพ่อคงหรือเรือนโคราช
 
ถาม: เรือนพ่อคงหรือเรือนโคราชสำคัญอย่างไร?
ตอบ: เรือนพ่อคงเป็นแหล่งเรียนรู้กลางแจ้งด้านประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรมพื้นถิ่น และภูมิปัญญาชาวโคราช แสดงลักษณะเรือนไม้ 2 ชั้น ใต้ถุนโล่ง และวิถีชีวิตแบบโคราชดั้งเดิม
 
ถาม: ควรใช้เวลาเข้าชมพิพิธภัณฑ์นานเท่าไร?
ตอบ: ควรเผื่อเวลาอย่างน้อย 1.30 – 2 ชั่วโมง เพื่อชมครบทั้งห้องจัดแสดงในอาคาร อ่านเนื้อหา ถ่ายภาพในจุดที่อนุญาต และเดินชมเรือนโคราชอย่างไม่เร่งรีบ
 
ถาม: เดินทางไปพิพิธภัณฑ์เมืองนครราชสีมาอย่างไร?
ตอบ: สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถรับจ้าง แท็กซี่ หรือรถบริการท้องถิ่น โดยตั้งจุดหมายไปยังมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ถนนสุรนารายณ์ แล้วไปที่อาคาร 10 สำนักศิลปะและวัฒนธรรม
 
ถาม: เที่ยวพิพิธภัณฑ์เมืองนครราชสีมาแล้วไปเที่ยวที่ไหนต่อได้บ้าง?
ตอบ: สามารถไปเที่ยวต่อที่วัดศาลาลอย วัดพายัพ อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี ประตูชุมพล พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติมหาวีรวงศ์ เซ็นทรัล โคราช และเทอร์มินอล 21 โคราชได้

โทร : 044009009 # 1013 # 1010

แฟกซ์ : 044253097

ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดกหมวดหมู่: ●ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก

พิพิธภัณฑ์กลุ่ม: ●พิพิธภัณฑ์

ปรับปรุงล่าสุด : 1 เดือนที่แล้ว

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์ แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์(20)
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(5)
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(7)
พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(6)
อาร์ตแกลเลอรี่ อาร์ตแกลเลอรี่(1)
ไร่ สวนเพื่อการศึกษา ไร่ สวนเพื่อการศึกษา(4)
วัด วัด(29)
มัสยิด มัสยิด(1)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(6)
โครงการหลวง โครงการหลวง(3)
หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(6)
ตลาดท้องถิ่น ตลาดท้องถิ่น(4)
ตลาดน้ำ ตลาดน้ำ(1)
อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์(3)
ดอย และภูเขา ดอย และภูเขา(5)
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(8)
น้ำตก น้ำตก(9)
น้ำพุร้อน น้ำพุร้อน(1)
ถ้ำ ถ้ำ(2)
ทุ่งดอกไม้ ทุ่งดอกไม้(1)
แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(8)
อ่าว และชายหาด อ่าว และชายหาด(2)
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(3)
สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ(1)
แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์ แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์(1)
ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(21)
สวนน้ำ สวนน้ำ(2)
กิจกรรมกลางแจ้ง และผจญภัย กิจกรรมกลางแจ้ง และผจญภัย(6)
ช้อปปิ้ง และตลาดกลางคืน ช้อปปิ้ง และตลาดกลางคืน(2)
รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร(5)