หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดลำพูน > 50 ที่เที่ยวจังหวัดลำพูน ที่เที่ยวภาคเหนือที่ห้ามพ..
TL;DR: 50 ที่เที่ยวจังหวัดลำพูน ที่เที่ยวภาคเหนือที่ห้ามพลาด เปิดทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 06:30 – 17:00 น. ลำพูนเป็นจังหวัดขนาดกะทัดรัดแต่มีชั้นประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่เข้มข้นที่สุดแห่งหนึ่งของภาคเหนือ จุดเด่นอยู่ที่นครหริภุญไชย วัดเก่า.
50 ที่เที่ยวจังหวัดลำพูน ที่เที่ยวภาคเหนือที่ห้ามพลาด

50 ที่เที่ยวจังหวัดลำพูน ที่เที่ยวภาคเหนือที่ห้ามพลาด ลำพูนเป็นจังหวัดขนาดกะทัดรัดแต่มีชั้นประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่เข้มข้นที่สุดแห่งหนึ่งของภาคเหนือ จุดเด่นอยู่ที่นครหริภุญไชย วัดเก่า ศิลปกรรมมอญ–หริภุญไชย พระธาตุสำคัญ ตำนานพระนางจามเทวี ชุมชนหัตถกรรม ไปจนถึงภูเขา ป่า น้ำตก และแม่น้ำในพื้นที่ตอนใต้ของจังหวัด หากมีเวลาเพียง 1 วัน ควรเริ่มจากวัดพระธาตุหริภุญชัยวรมหาวิหาร วัดจามเทวี พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติหริภุญไชย และอนุสาวรีย์พระนางจามเทวี หากมีเวลา 2–3 วัน ควรเพิ่มวัดพระพุทธบาทตากผ้า โซนแม่ทา–ดอยขุนตาล และหัตถกรรมป่าซาง ส่วนผู้ที่มีเวลา 4–5 วันสามารถเดินทางต่อสู่อำเภอลี้ อุทยานแห่งชาติแม่ปิง น้ำตกก้อหลวง แก่งก้อ และชุมชนตอนใต้ของจังหวัดได้อย่างเต็มรูปแบบ
จังหวัดลำพูน ตั้งอยู่ในภาคเหนือตอนบน ระหว่างจังหวัดเชียงใหม่ ลำปาง และตาก มีทั้งพื้นที่ราบลุ่มแม่น้ำกวงในเขตเมืองและภูเขาสลับซับซ้อนทางตอนใต้และตะวันออก ภูมิประเทศที่แตกต่างกันทำให้ลำพูนมีเสน่ห์สองด้านอย่างชัดเจน ด้านหนึ่งคือเมืองเก่าที่สามารถเดินเที่ยววัด พิพิธภัณฑ์ และชุมชนได้อย่างสบาย อีกด้านคือพื้นที่ธรรมชาติที่มีป่าเขา น้ำตก อ่างเก็บน้ำ และเส้นทางท่องเที่ยวเชิงนิเวศ
ประวัติศาสตร์ของลำพูนผูกพันกับนครหริภุญไชย เมืองโบราณที่รุ่งเรืองก่อนการก่อตั้งอาณาจักรล้านนา เรื่องราวของพระนางจามเทวี ปฐมกษัตริย์แห่งหริภุญไชย ยังคงปรากฏอยู่ผ่านวัดจามเทวี อนุสาวรีย์พระนางจามเทวี กู่ช้าง–กู่ม้า และตำนานที่สืบทอดในชุมชน ลำพูนจึงเป็นจังหวัดที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้สนใจประวัติศาสตร์ยุคต้นของภาคเหนือ
หัวใจของเมืองเก่าคือวัดพระธาตุหริภุญชัยวรมหาวิหาร พระอารามหลวงที่เป็นศูนย์รวมศรัทธาของชาวลำพูน รอบวัดเชื่อมต่อกับพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติหริภุญไชย วัดมหาวัน ตลาด ชุมชน และแนวคูเมืองเก่า ทำให้พื้นที่นี้เหมาะสำหรับการเดินเที่ยวหรือปั่นจักรยานในช่วงเช้าถึงเย็น
ลำพูนยังมีชื่อเสียงด้านพระเครื่องและพุทธศิลป์ โดยเฉพาะพระรอดลำพูนที่สัมพันธ์กับวัดมหาวัน รวมถึงศิลปกรรมหริภุญไชยซึ่งมีรูปแบบแตกต่างจากศิลปกรรมล้านนาในยุคหลังอย่างชัดเจน ผู้ที่สนใจโบราณคดีสามารถใช้พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติหริภุญไชยเป็นจุดเริ่มต้น ก่อนออกไปชมโบราณสถานจริงภายในเมือง
ด้านวิถีชุมชน ลำพูนโดดเด่นเรื่องผ้าฝ้ายและงานทอ โดยเฉพาะพื้นที่ป่าซาง บ้านหนองเงือก และบ้านดอนหลวง ซึ่งมีชื่อเสียงด้านผ้าฝ้ายทอมือและผลิตภัณฑ์จากผ้าพื้นเมือง นอกจากนี้ยังมีงานแกะสลักไม้ในอำเภอแม่ทา ชุมชนชาติพันธุ์ และภูมิปัญญาที่สะท้อนวิถีชีวิตของผู้คนในแต่ละพื้นที่
อาหารพื้นเมืองของลำพูนมีลักษณะร่วมกับอาหารล้านนา เช่น แกงฮังเล น้ำพริกหนุ่ม น้ำพริกอ่อง ไส้อั่ว แคบหมู ขนมจีนน้ำเงี้ยว และอาหารตามฤดูกาล ขณะที่ของฝากสำคัญได้แก่ ผ้าฝ้ายป่าซาง ลำไยอบแห้ง ผลิตภัณฑ์จากลำไย และสินค้าหัตถกรรมจากชุมชนต่าง ๆ
หากแบ่งเส้นทางเที่ยวตามภูมิศาสตร์ สามารถแยกเป็นโซนเมืองลำพูนสำหรับวัดและประวัติศาสตร์ โซนป่าซางสำหรับพระพุทธบาทตากผ้าและหัตถกรรมผ้าฝ้าย โซนแม่ทา–ขุนตาลสำหรับทางรถไฟ ภูเขา และธรรมชาติ โซนบ้านธิสำหรับชุมชนและแหล่งน้ำ และโซนลี้–แม่ปิงสำหรับอุทยานแห่งชาติ น้ำตก และการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ
ลำพูนเหมาะทั้งกับผู้สูงอายุ ครอบครัว สายไหว้พระ สายประวัติศาสตร์ นักถ่ายภาพ สายคาเฟ่และชุมชน ไปจนถึงนักเดินป่าและผู้ชื่นชอบการขับรถเที่ยวแบบ Road Trip ระยะทางระหว่างหลายโซนไม่ไกลเกินไป จึงสามารถวางแผนทริปให้มีทั้งวัฒนธรรมและธรรมชาติได้ภายในไม่กี่วัน

1. วัดพระธาตุหริภุญชัยวรมหาวิหาร ตั้งอยู่ใจกลางเมืองลำพูน ตำบลในเมือง อำเภอเมืองลำพูน เป็นพระอารามหลวงและปูชนียสถานสำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของจังหวัด หากมาเที่ยวลำพูนครั้งแรก สถานที่แห่งนี้ควรอยู่ในลำดับต้น ๆ เพราะรวมทั้งประวัติศาสตร์ ศิลปกรรม ความศรัทธา และบรรยากาศเมืองเก่าไว้ในพื้นที่เดียว
ไฮไลต์: พระบรมธาตุหริภุญชัยสีทอง พระวิหารหลวง ซุ้มประตูโบราณ หอธรรม หอระฆัง สถาปัตยกรรมล้านนา และประเพณีสรงน้ำพระบรมธาตุหริภุญชัย
ประวัติของวัดเชื่อมโยงกับสมัยพระเจ้าอาทิตยราชแห่งนครหริภุญไชย โดยสร้างขึ้นใน พ.ศ. 1651 เพื่อเป็นศาสนสถานสำคัญของเมือง พระบรมธาตุหริภุญชัยจึงเป็นหลักฐานที่สะท้อนความต่อเนื่องของพระพุทธศาสนาตั้งแต่ยุคหริภุญไชย ผ่านยุคล้านนา จนถึงปัจจุบัน
องค์พระธาตุสีทองเป็นจุดเด่นที่สุดของวัด รูปทรงและการตกแต่งสะท้อนศิลปกรรมล้านนาที่ได้รับการพัฒนาต่อจากรากวัฒนธรรมหริภุญไชย เมื่อแสงแดดตกกระทบองค์พระธาตุจะเกิดประกายสีทองโดดเด่นเหนือหลังคาวิหารและอาคารโดยรอบ
นอกจากองค์พระธาตุ ภายในวัดยังมีพระวิหารหลวง หอธรรม หอระฆัง และองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมอีกหลายจุดที่ควรใช้เวลาเดินชมอย่างละเอียด โดยเฉพาะผู้ที่สนใจงานไม้ งานแกะสลัก และพัฒนาการของวัดสำคัญในภาคเหนือ
หนึ่งในประเพณีสำคัญคือการสรงน้ำพระบรมธาตุหริภุญชัย ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำและเป็นงานศรัทธาขนาดใหญ่ของจังหวัด แสดงให้เห็นว่าวัดแห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงโบราณสถาน แต่ยังเป็นศูนย์กลางศาสนาที่มีชีวิตและมีความสัมพันธ์กับชุมชนอย่างต่อเนื่อง
หลังจากเที่ยววัดสามารถเดินต่อไปยังพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติหริภุญไชย วัดมหาวัน และพื้นที่เมืองเก่าได้โดยไม่ต้องเดินทางไกล เหมาะกับการจัดเป็นเส้นทางเดินเที่ยวครึ่งวันหรือเต็มวันในตัวเมืองลำพูน
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 06:30 – 17:00 น.
การเดินทาง: วัดตั้งอยู่ใจกลางเมืองลำพูน ห่างจากศาลากลางจังหวัดประมาณ 150 เมตร สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ รถจักรยานยนต์ จักรยาน หรือเดินจากสถานที่สำคัญในย่านเมืองเก่าได้สะดวก

2. วัดจามเทวี หรือที่ชาวลำพูนเรียกว่า “วัดกู่กุด” ตั้งอยู่ริมถนนจามเทวี ตำบลในเมือง อำเภอเมืองลำพูน เป็นวัดโบราณที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อประวัติศาสตร์นครหริภุญไชยและเกี่ยวข้องโดยตรงกับพระนางจามเทวี
ไฮไลต์: เจดีย์สุวรรณจังโกฏิหรือเจดีย์จามเทวี เจดีย์สี่เหลี่ยมซ้อนชั้น ซุ้มพระพุทธรูปยืนรอบองค์เจดีย์ รัตนเจดีย์แปดเหลี่ยม และศิลปกรรมหริภุญไชยที่มีอิทธิพลจากละโว้
ตามตำนาน วัดแห่งนี้สร้างขึ้นในช่วงหลังสมัยพระนางจามเทวีเพื่อเป็นสถานที่บรรจุพระอัฐิของพระนาง องค์เจดีย์หลักจึงมีทั้งคุณค่าทางศาสนา ประวัติศาสตร์ และความทรงจำของเมืองลำพูน
เจดีย์สุวรรณจังโกฏิมีรูปทรงสี่เหลี่ยมซ้อนชั้นและมีซุ้มประดิษฐานพระพุทธรูปยืนเรียงอยู่รอบองค์เจดีย์ รูปแบบแตกต่างจากเจดีย์ล้านนาที่พบทั่วไปในเชียงใหม่และลำปาง ทำให้วัดจามเทวีเป็นสถานที่สำคัญสำหรับการศึกษาศิลปกรรมหริภุญไชย
ชื่อ “กู่กุด” มาจากลักษณะยอดเจดีย์ที่หักหรือด้วน โดยคำว่า “กู่” ใช้เรียกสถูปหรือเจดีย์ ส่วน “กุด” หมายถึงสิ่งที่ขาดหรือด้วน ชื่อพื้นถิ่นนี้จึงสะท้อนทั้งสภาพทางกายภาพและความทรงจำของคนในชุมชน
ภายในวัดยังมีรัตนเจดีย์หรือเจดีย์แปดเหลี่ยม รวมถึงวิหารและศาสนสถานอื่น ๆ ผู้มาเยือนควรใช้เวลาเดินชมรายละเอียดมากกว่าการแวะถ่ายภาพเพียงจุดเดียว เพราะพื้นที่ทั้งวัดช่วยอธิบายพัฒนาการของศิลปกรรมลำพูนได้อย่างดี
วัดจามเทวีเหมาะสำหรับผู้สนใจประวัติศาสตร์ โบราณคดี พุทธศิลป์ และการถ่ายภาพ สามารถจัดเที่ยวต่อกับอนุสาวรีย์พระนางจามเทวี วัดมหาวัน และกู่ช้าง–กู่ม้าในวันเดียวกันได้
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 06:00 – 18:00 น.
การเดินทาง: วัดตั้งอยู่บนถนนจามเทวีในเขตเมืองลำพูน เดินทางจากวัดพระธาตุหริภุญชัยวรมหาวิหารด้วยรถยนต์ รถจักรยานยนต์ หรือจักรยานได้ภายในระยะเวลาไม่นาน
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง วัดจามเทวี

3. อุทยานแห่งชาติแม่ปิง ตั้งอยู่ในพื้นที่อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน เป็นอุทยานแห่งชาติที่มีภูมิประเทศหลากหลายทั้งภูเขา ป่า แม่น้ำ หน้าผา แก่ง และน้ำตก โดยมีลำน้ำปิงเป็นแกนสำคัญของระบบนิเวศและการท่องเที่ยวในพื้นที่
ไฮไลต์: ลำน้ำปิงที่ไหลผ่านพื้นที่ยาวประมาณ 140 กิโลเมตร แก่งก้อ น้ำตกก้อหลวง ทุ่งกิ๊ก ป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง และเส้นทางธรรมชาติในอำเภอลี้
อุทยานแห่งชาติแม่ปิงมีลักษณะภูมิประเทศเป็นภูเขาสลับซับซ้อน มีทั้งป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง และพื้นที่ป่าที่มีความสมบูรณ์ ลำน้ำปิงไหลผ่านภูเขาและหน้าผา ทำให้เกิดภูมิทัศน์ที่แตกต่างจากอุทยานบนภูเขาสูงทั่วไป
แก่งก้อเป็นจุดท่องเที่ยวสำคัญของอุทยาน มีลักษณะเป็นพื้นที่น้ำกว้างรายล้อมด้วยภูเขา เหมาะสำหรับชมวิว พักผ่อน และกิจกรรมทางน้ำตามเงื่อนไขที่อุทยานกำหนด บรรยากาศช่วงเช้าและเย็นค่อนข้างสงบและเหมาะกับการพักค้างคืน
อีกจุดที่มีชื่อเสียงคือ น้ำตกก้อหลวง น้ำตกหินปูนหลายชั้นที่มีน้ำสีเขียวอมฟ้าในบางช่วง เมื่อน้ำไหลผ่านหินปูนสีอ่อนจะเกิดภาพที่โดดเด่นและต่างจากน้ำตกหินแกรนิตในพื้นที่ภูเขาทั่วไป
นอกจากนี้ยังมีทุ่งกิ๊กและพื้นที่ธรรมชาติอื่น ๆ เหมาะสำหรับการเดินป่า ดูนก ถ่ายภาพ และเรียนรู้ระบบนิเวศ ผู้ที่ต้องการเที่ยวหลายจุดควรเผื่อเวลาอย่างน้อย 1 วันเต็ม หรือพักค้างคืนในพื้นที่อำเภอลี้
การเดินทางช่วงฤดูฝนควรตรวจสภาพถนนและประกาศของอุทยานก่อนออกเดินทาง โดยเฉพาะเส้นทางเข้าพื้นที่ธรรมชาติที่อาจได้รับผลกระทบจากฝน น้ำหลาก หรือการปิดฟื้นฟูพื้นที่ตามฤดูกาล
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 08:00 – 18:00 น.
การเดินทาง: จากตัวเมืองลำพูนเดินทางลงใต้สู่อำเภอลี้ด้วยรถยนต์ จากนั้นตามเส้นทางเข้าสู่อุทยานแห่งชาติแม่ปิง การมีรถส่วนตัวจะสะดวกที่สุดเนื่องจากสถานที่ต่าง ๆ ภายในอุทยานอยู่ห่างกันหลายจุด
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง อุทยานแห่งชาติแม่ปิง

4. อุทยานแห่งชาติดอยขุนตาล ครอบคลุมพื้นที่อำเภอแม่ทา จังหวัดลำพูน และอำเภอห้างฉัตร จังหวัดลำปาง เป็นอุทยานแห่งชาติที่มีทั้งประวัติศาสตร์ทางรถไฟ เส้นทางเดินป่า และภูมิประเทศภูเขาสูง ทำให้เป็นจุดหมายที่เหมาะกับนักท่องเที่ยวสายธรรมชาติและผู้สนใจประวัติศาสตร์การคมนาคมของภาคเหนือ
ไฮไลต์: เส้นทางเดินป่าดอยขุนตาล ป่าสนและป่าภูเขา จุดชมวิว อากาศเย็น อุโมงค์รถไฟขุนตาน และสถานีรถไฟขุนตาน
พื้นที่ดอยขุนตาลเป็นแนวภูเขาที่กั้นระหว่างลำพูนกับลำปาง ป่าในพื้นที่มีทั้งป่าเต็งรัง ป่าเบญจพรรณ และป่าดิบเขาตามระดับความสูง ทำให้ลักษณะพืชพรรณเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเดินขึ้นสู่พื้นที่สูง
หนึ่งในเสน่ห์สำคัญคือเส้นทางเดินป่าที่เชื่อมจุดพักและจุดชมวิวหลายระดับ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเดินป่าแบบไม่เร่งรีบและสัมผัสบรรยากาศภูเขาในระยะที่เข้าถึงได้จากเมืองเชียงใหม่และลำพูน
บริเวณใกล้กันยังมีอุโมงค์รถไฟขุนตาน ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของประวัติศาสตร์การสร้างทางรถไฟสายเหนือ การจัดเที่ยวอุทยานร่วมกับสถานีรถไฟและอุโมงค์ช่วยให้ทริปมีทั้งธรรมชาติและประวัติศาสตร์ในวันเดียว
ช่วงฤดูหนาวเป็นเวลาที่ได้รับความนิยมเพราะอากาศเย็นและเหมาะกับการเดินป่า ส่วนฤดูฝนป่าจะเขียวชุ่ม แต่เส้นทางอาจลื่นและมีหมอกมาก ควรเตรียมรองเท้าและเสื้อกันฝนให้เหมาะสม
ผู้ที่ต้องการเดินเส้นทางระยะไกลหรือพักค้างคืนควรตรวจข้อมูลจุดกางเต็นท์ ที่พัก และข้อกำหนดล่าสุดของอุทยานก่อนเดินทาง
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 08:00 – 18:00 น.
การเดินทาง: เดินทางจากตัวเมืองลำพูนสู่อำเภอแม่ทาและพื้นที่ขุนตาล สามารถใช้รถยนต์ส่วนตัว หรือเดินทางด้วยรถไฟไปสถานีขุนตานแล้วต่อเส้นทางเที่ยวในพื้นที่ตามแผนที่วางไว้
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง อุทยานแห่งชาติดอยขุนตาล

5. น้ำตกก้อหลวง ตั้งอยู่ภายในอุทยานแห่งชาติแม่ปิง อำเภอลี้ เป็นน้ำตกหินปูนที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของลำพูน จุดเด่นคือชั้นหินสีอ่อนและแอ่งน้ำสีเขียวอมฟ้าที่เกิดจากองค์ประกอบของหินปูนและสภาพแสง
ไฮไลต์: น้ำตกหินปูน 7 ชั้น แอ่งน้ำสีเขียวฟ้า น้ำใส ป่าร่มรื่น และทำเลที่สามารถจัดเที่ยวร่วมกับแก่งก้อและอุทยานแห่งชาติแม่ปิงได้
น้ำตกเกิดจากลำห้วยในพื้นที่ป่าไหลผ่านชั้นหินปูน ก่อนลดระดับลงเป็นชั้น ๆ ลักษณะของหินสีอ่อนทำให้สีของน้ำดูแตกต่างตามแสงและฤดูกาล กลายเป็นเอกลักษณ์สำคัญของน้ำตกแห่งนี้
บริเวณด้านล่างมีแอ่งน้ำธรรมชาติ แต่การลงเล่นน้ำควรปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่และประเมินสภาพน้ำในแต่ละช่วง เพราะระดับน้ำและกระแสน้ำสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามปริมาณฝน
ช่วงปลายฤดูฝนถึงต้นฤดูหนาวมักมีสภาพป่าเขียวและปริมาณน้ำสวย อย่างไรก็ตาม หากมีฝนตกหนักควรตรวจประกาศของอุทยานก่อนเดินทาง เนื่องจากพื้นที่น้ำตกอาจมีข้อจำกัดชั่วคราวเพื่อความปลอดภัย
นักท่องเที่ยวควรหลีกเลี่ยงการเหยียบหรือขูดขีดชั้นหินปูน เพราะโครงสร้างหินเหล่านี้เกิดขึ้นจากกระบวนการธรรมชาติที่ใช้เวลานาน การรักษาสภาพพื้นที่จึงมีความสำคัญต่อระบบนิเวศของน้ำตก
น้ำตกก้อหลวงเหมาะกับครอบครัว สายธรรมชาติ และนักถ่ายภาพ โดยสามารถจัดเป็นจุดหลักในทริปอุทยานแห่งชาติแม่ปิง 1 วัน หรือรวมกับแก่งก้อและพักค้างคืนในอำเภอลี้
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 08:30 – 16:30 น.
การเดินทาง: จากที่ทำการอุทยานแห่งชาติแม่ปิงเดินทางต่อประมาณ 20 กิโลเมตร สามารถใช้รถยนต์เข้าถึงพื้นที่น้ำตกตามเส้นทางที่อุทยานกำหนด
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง น้ำตกก้อหลวง

6. วัดพระพุทธบาทตากผ้า ตั้งอยู่ตำบลมะกอก อำเภอป่าซาง เป็นพระอารามหลวงและสถานที่สำคัญทางพระพุทธศาสนาของจังหวัดลำพูน มีทั้งรอยพระพุทธบาท พื้นที่ปฏิบัติธรรม และพระเจดีย์บนม่อนดอยที่โดดเด่นเหนือภูมิทัศน์โดยรอบ
ไฮไลต์: รอยพระพุทธบาท พระเจดีย์บนม่อนดอย บันไดนาค เส้นทางขึ้นเขา สถานที่ปฏิบัติธรรม และความสัมพันธ์กับครูบาพรหมา
วัดแห่งนี้เป็นสถานที่ศรัทธาสำคัญของชาวลำพูนและผู้แสวงบุญจากหลายพื้นที่ ชื่อ “ตากผ้า” เชื่อมโยงกับตำนานเกี่ยวกับพระพุทธเจ้าและพื้นที่ซึ่งใช้ตากผ้า ทำให้สถานที่มีทั้งความหมายทางศาสนาและเรื่องเล่าที่สืบทอดในท้องถิ่น
บริเวณเชิงดอยเป็นที่ประดิษฐานรอยพระพุทธบาทและศาสนสถานหลัก ขณะที่ด้านบนม่อนดอยมีพระเจดีย์ซึ่งมองเห็นได้จากระยะไกล นักท่องเที่ยวสามารถเลือกขึ้นไปสักการะและชมทิวทัศน์จากพื้นที่สูง
เส้นทางขึ้นดอยเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์การมาเยือน เพราะให้ทั้งความรู้สึกของการแสวงบุญและการเดินชมภูมิประเทศ ผู้สูงอายุหรือผู้ที่ไม่สะดวกเดินขึ้นบันไดสามารถใช้เส้นทางรถขึ้นไปยังพื้นที่ด้านบนได้ตามสภาพการเปิดใช้งาน
วัดพระพุทธบาทตากผ้ายังเป็นสถานที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติธรรมและครูบาอาจารย์สายล้านนา จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการทั้งไหว้พระ ทำบุญ และใช้เวลาในบรรยากาศสงบ
สามารถจัดเที่ยวร่วมกับแหล่งทอผ้าบ้านหนองเงือก หมู่บ้านดอนหลวง และสถานที่ในอำเภอป่าซางได้ เหมาะกับการทำเส้นทางศาสนาและหัตถกรรมภายใน 1 วัน
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 08:00 – 17:00 น.
การเดินทาง: ใช้ทางหลวงหมายเลข 106 เส้นลำพูน–ป่าซาง บริเวณกิโลเมตรที่ 136–137 แล้วแยกเข้าไปประมาณ 1 กิโลเมตร ปัจจุบันสามารถนำรถขึ้นไปยังพื้นที่พระเจดีย์บนม่อนดอยได้
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง วัดพระพุทธบาทตากผ้า

7. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติหริภุญไชย ตั้งอยู่ใจกลางเมืองลำพูน ใกล้วัดพระธาตุหริภุญชัยวรมหาวิหาร เป็นแหล่งเรียนรู้สำคัญสำหรับผู้ที่ต้องการเข้าใจประวัติศาสตร์หริภุญไชยก่อนออกไปชมวัดและโบราณสถานจริงทั่วเมือง
ไฮไลต์: โบราณวัตถุยุคหริภุญไชย พระพุทธรูป ศิลาจารึก เครื่องปั้นดินเผา งานศิลปกรรม และหลักฐานที่อธิบายพัฒนาการของเมืองลำพูนตั้งแต่ยุคโบราณถึงล้านนา
พิพิธภัณฑ์รวบรวมโบราณวัตถุที่ค้นพบในลำพูนและพื้นที่ใกล้เคียง ทำให้ผู้มาเยือนได้เห็นภาพรวมของสังคม ศาสนา ศิลปะ และการตั้งถิ่นฐานในนครหริภุญไชยผ่านวัตถุจริง
หนึ่งในคุณค่าของพิพิธภัณฑ์คือการช่วยอธิบายรูปแบบศิลปกรรมหริภุญไชย ซึ่งมีเอกลักษณ์แตกต่างจากศิลปกรรมล้านนาในยุคหลัง เมื่อชมวัตถุภายในพิพิธภัณฑ์แล้ว การไปวัดจามเทวีหรือโบราณสถานอื่นจะเข้าใจรายละเอียดได้มากขึ้น
กลุ่มศิลาจารึกและหลักฐานทางโบราณคดีมีความสำคัญต่อการศึกษาประวัติเมือง เพราะช่วยเชื่อมตำนานเข้ากับหลักฐานที่จับต้องได้ และสะท้อนบทบาทของลำพูนในฐานะศูนย์กลางวัฒนธรรมเก่าแก่ของภาคเหนือ
พิพิธภัณฑ์เหมาะทั้งสำหรับนักเรียน ครอบครัว นักท่องเที่ยวสายประวัติศาสตร์ และผู้ที่ต้องการวางพื้นฐานความเข้าใจก่อนเดินเส้นทางเมืองเก่า ควรเผื่อเวลาอย่างน้อย 1 ชั่วโมงสำหรับการชมอย่างไม่เร่งรีบ
เนื่องจากอยู่ใกล้วัดพระธาตุหริภุญชัยวรมหาวิหารและวัดมหาวัน จึงสามารถเดินเที่ยวต่อเนื่องกันได้ เหมาะกับการวางเส้นทางเมืองเก่าลำพูนโดยไม่ต้องใช้รถระหว่างทุกจุด
วันเปิดทำการ: วันพุธ – วันอาทิตย์ เวลาเปิดทำการ: 09:00 – 16:00 น.
การเดินทาง: พิพิธภัณฑ์ตั้งอยู่ในเขตเมืองเก่า ใกล้วัดพระธาตุหริภุญชัยวรมหาวิหาร สามารถเดินจากวัดหรือสถานที่ใกล้เคียงได้สะดวก

8. อนุสาวรีย์พระนางจามเทวี ตั้งอยู่บริเวณสวนสาธารณะหนองดอก ตำบลในเมือง อำเภอเมืองลำพูน เป็นแลนด์มาร์กสำคัญที่สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงพระนางจามเทวี ปฐมกษัตริย์แห่งนครหริภุญไชย
ไฮไลต์: พระรูปพระนางจามเทวีประทับยืนอย่างสง่างาม พื้นที่สักการะกลางเมือง ความเชื่อด้านความสำเร็จ และความเชื่อมโยงกับประวัติการก่อตั้งนครหริภุญไชย
พระนางจามเทวีมีบทบาทสำคัญต่อประวัติศาสตร์ลำพูน ทั้งด้านการปกครอง การอุปถัมภ์พระพุทธศาสนา การสร้างเมือง และการวางรากฐานวัฒนธรรมซึ่งสืบต่อมาในพื้นที่หริภุญไชย
อนุสาวรีย์จึงไม่ได้เป็นเพียงจุดถ่ายภาพ แต่เป็นสถานที่ที่ชาวลำพูนใช้สักการะเพื่อระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระนาง ผู้มาเยือนนิยมถวายพวงมาลัยและขอพรตามความศรัทธา
พระรูปประทับยืนมีลักษณะสง่างามและเป็นภาพจำสำคัญของจังหวัด รอบพื้นที่เป็นสวนสาธารณะเปิด ทำให้สามารถเข้ามาสักการะได้ตลอดวัน และเหมาะเป็นจุดเริ่มต้นเส้นทางเที่ยวเมืองลำพูน
อนุสาวรีย์ได้รับการเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2525 และนับแต่นั้นได้กลายเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญที่เชื่อมประวัติศาสตร์หริภุญไชยเข้ากับเมืองลำพูนในปัจจุบัน
สามารถจัดเที่ยวต่อกับวัดจามเทวี วัดมหาวัน วัดพระธาตุหริภุญชัย และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติหริภุญไชยได้อย่างสะดวก เพราะทุกแห่งอยู่ในโซนเมืองลำพูน
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: เปิดตลอด 24 ชั่วโมง
การเดินทาง: ตั้งอยู่บริเวณสวนสาธารณะหนองดอกด้านหลังตลาดหนองดอก ห่างจากศาลากลางจังหวัดลำพูนประมาณ 1 กิโลเมตร สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ รถจักรยานยนต์ หรือจักรยานได้สะดวก
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง อนุสาวรีย์พระนางจามเทวี

9. วัดมหาวัน หรือวัดมหาวันวนาราม ตั้งอยู่บนถนนจามเทวีในเขตเมืองเก่าลำพูน เป็นวัดโบราณที่เกี่ยวข้องกับพระนางจามเทวี พระพุทธสิกขิ และตำนานพระรอดมหาวัน พระเครื่องสำคัญที่มีชื่อเสียงไปทั่วประเทศไทย
ไฮไลต์: พระพุทธสิกขิหรือพระศิลาดำ พระรอดหลวง ตำนานพระรอดมหาวัน วัดเก่าในเขตหริภุญไชย และทำเลใกล้แนวคูเมืองลำพูน
ตำนานกล่าวว่าวัดมหาวันสร้างขึ้นในช่วงที่พระนางจามเทวีขึ้นครองนครหริภุญไชย ราว พ.ศ. 1200 จึงเป็นหนึ่งในวัดที่มีความสัมพันธ์กับยุคเริ่มต้นของเมืองและการเผยแผ่พระพุทธศาสนาในหริภุญไชย
สิ่งสำคัญภายในวัดคือพระพุทธสิกขิหรือพระศิลาดำ ซึ่งเชื่อมโยงกับเรื่องการอัญเชิญพระพุทธรูปจากเมืองละโว้ ชาวลำพูนเรียกองค์พระว่า พระรอดหลวง หรือพระรอดลำพูน
ชื่อวัดมหาวันยังสัมพันธ์กับพระรอดมหาวัน หนึ่งในพระเครื่องสำคัญของลำพูนและเป็นที่รู้จักในวงการพระเครื่องไทย ทำให้วัดแห่งนี้มีความสำคัญทั้งในมิติศาสนา โบราณคดี และวัฒนธรรมความเชื่อ
บรรยากาศวัดค่อนข้างสงบแม้อยู่ในเขตเมือง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการไหว้พระและศึกษาประวัติของพระรอดอย่างจริงจัง รวมถึงใช้เป็นจุดเชื่อมระหว่างสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญในเมืองเก่า
สามารถเดินทางต่อไปยังวัดพระธาตุหริภุญชัยวรมหาวิหาร พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติหริภุญไชย และอนุสาวรีย์พระนางจามเทวีได้ในเวลาไม่นาน
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 06:00 – 18:00 น.
การเดินทาง: วัดตั้งอยู่เลขที่ 52 ถนนจามเทวี ตำบลในเมือง อำเภอเมืองลำพูน สามารถเดินทางจากย่านวัดพระธาตุหริภุญชัยด้วยรถยนต์ รถจักรยานยนต์ จักรยาน หรือเดินตามเส้นทางเมืองเก่าได้
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง วัดมหาวัน

10. กู่ช้าง–กู่ม้า ตั้งอยู่ในชุมชนวัดไก่แก้ว ตำบลในเมือง อำเภอเมืองลำพูน เป็นโบราณสถาน 2 องค์ที่เชื่อมโยงกับตำนานพระนางจามเทวี ช้างศึกคู่บารมี และม้าทรงของพระโอรส
ไฮไลต์: กู่ช้างทรงกระบอกปลายมน กู่ม้าทรงระฆัง ตำนานช้างปู้ก่ำงาเขียว ศาลเจ้าพ่อกู่ช้าง และความเชื่อเรื่องชัยชนะ ความสำเร็จ และความเป็นสิริมงคล
กู่ช้างเชื่อกันว่าเป็นสถานที่บรรจุซากช้างศึกคู่บารมีของพระนางจามเทวี ชื่อภูก่ำงาเขียวหรือปู้ก่ำงาเขียว ซึ่งมีเรื่องเล่าถึงความแข็งแกร่งและอิทธิฤทธิ์ในการศึก จึงได้รับความเคารพจากชุมชนมาจนถึงปัจจุบัน
กู่ม้าตั้งอยู่ใกล้กันและเชื่อมโยงกับม้าทรงของพระโอรสพระนางจามเทวี รูปแบบสถูปต่างจากกู่ช้าง ทำให้พื้นที่เล็ก ๆ แห่งนี้มีองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมที่น่าสนใจถึง 2 รูปแบบ
สถานที่ยังคงเป็นพื้นที่ความเชื่อที่มีชีวิต ผู้คนมักเดินทางมาสักการะศาลเจ้าพ่อกู่ช้าง ขอพรเรื่องการงาน การเรียน การเดินทาง และความสำเร็จ จึงควรมาเยือนด้วยความเคารพต่อขนบของชุมชน
ในมิติประวัติศาสตร์ กู่ช้าง–กู่ม้าช่วยเติมเต็มเรื่องราวของนครหริภุญไชยเมื่อเที่ยวร่วมกับวัดจามเทวี อนุสาวรีย์พระนางจามเทวี และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติหริภุญไชย ทำให้เข้าใจทั้งหลักฐานทางโบราณคดีและตำนานพื้นถิ่นควบคู่กัน
พื้นที่ไม่ใหญ่มาก สามารถใช้เวลาแวะชมประมาณ 30–60 นาที และจัดเป็นหนึ่งในจุดของเส้นทางเมืองลำพูนที่เน้นประวัติศาสตร์พระนางจามเทวีได้อย่างลงตัว
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 08:00 – 17:00 น.
การเดินทาง: จากตัวเมืองลำพูนใช้ถนนเชียงใหม่–ลำพูนสายเก่า แล้วเข้าซอยบริเวณใกล้โรงเรียนจักรคำคณาทรหรือซอยกู่ช้าง มีป้ายบอกทางภายในชุมชนเป็นระยะ
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง กู่ช้าง–กู่ม้า

11. วัดพระคงฤาษี หรือวัดอนันทราม ตั้งอยู่ตำบลในเมือง อำเภอเมืองลำพูน เป็นวัดเก่าแก่ที่เชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์นครหริภุญไชย ตำนานพระฤาษีผู้เกี่ยวข้องกับการสร้างเมือง และพระคง พระเครื่องเนื้อดินสำคัญที่มีชื่อเสียงของลำพูน
ไฮไลต์: พระคง พระเครื่องกรุลำพูน ตำนานวาสุเทพฤาษีและสุกกทันตฤาษี เจดีย์และศาสนสถานโบราณ รวมถึงความเชื่อเรื่องวัดสำคัญที่ช่วยคุ้มครองเมืองหริภุญไชย
วัดพระคงฤาษีมีชื่อเดิมที่ปรากฏในตำนานว่า วัดอาพัทธาราม และมีเรื่องเล่าว่าสร้างขึ้นในสมัยพระนางจามเทวี เพื่อเป็นสถานที่พำนักและบำเพ็ญสมณธรรมของพระภิกษุที่เดินทางมาจากลังกา จึงเป็นวัดที่สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างพุทธศาสนาและการวางรากฐานของนครหริภุญไชยในยุคแรก
สิ่งที่ทำให้วัดเป็นที่รู้จักอย่างมากคือ “พระคง” พระเครื่องเนื้อดินที่ได้รับความเคารพในด้านความมั่นคง การคุ้มครอง และความเป็นสิริมงคล พระคงถือเป็นหนึ่งในพระกรุสำคัญของลำพูน และชื่อของวัดก็มีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับพระเครื่องชนิดนี้
ตำนานท้องถิ่นเชื่อมโยงการสร้างพระคงเข้ากับวาสุเทพฤาษีและสุกกทันตฤาษี ผู้มีบทบาทในเรื่องเล่าการสร้างเมืองหริภุญไชย จึงทำให้วัดแห่งนี้ไม่ได้มีเพียงคุณค่าในฐานะศาสนสถาน แต่ยังเป็นพื้นที่ที่รวมความเชื่อ ตำนาน และประวัติศาสตร์เมืองไว้ด้วยกัน
วัดพระคงฤาษียังสามารถศึกษาเชื่อมโยงกับวัดมหาวัน วัดประตูลี้ และวัดเก่าอื่น ๆ ในเขตเมืองลำพูน เพื่อทำความเข้าใจระบบความเชื่อและโครงสร้างของเมืองโบราณหริภุญไชยได้ลึกยิ่งขึ้น
ผู้ที่สนใจพระเครื่อง ประวัติศาสตร์ และศิลปกรรมหริภุญไชยควรเผื่อเวลาแวะชมอย่างน้อย 30–60 นาที และสามารถจัดเส้นทางร่วมกับวัดพระธาตุหริภุญชัย วัดจามเทวี และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติหริภุญไชยได้สะดวก
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 08:00 – 17:00 น.
การเดินทาง: วัดตั้งอยู่ในเขตตำบลในเมือง อำเภอเมืองลำพูน สามารถเดินทางจากย่านเมืองเก่าด้วยรถยนต์ รถจักรยานยนต์ จักรยาน หรือจัดรวมอยู่ในเส้นทางเที่ยววัดสำคัญภายในตัวเมืองได้
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง วัดพระคงฤาษี

12. แหล่งทอผ้าบ้านหนองเงือก ตั้งอยู่บ้านหนองเงือก ตำบลแม่แรง อำเภอป่าซาง เป็นชุมชนหัตถกรรมที่มีชื่อเสียงด้านผ้าฝ้ายทอมือ ผ้าฝ้ายย้อมสีธรรมชาติ และผลิตภัณฑ์แปรรูปจากผ้าฝ้าย ซึ่งสืบทอดภูมิปัญญาจากคนรุ่นก่อนมาจนถึงปัจจุบัน
ไฮไลต์: ผ้าฝ้ายทอมือ การย้อมสีธรรมชาติ กี่ทอผ้า วิถีชุมชนไทยอง ผลิตภัณฑ์ผ้าฝ้าย และการเรียนรู้กระบวนการผลิตตั้งแต่เส้นด้ายจนกลายเป็นผืนผ้า
บ้านหนองเงือกมีชื่อเสียงด้านการทอผ้ามายาวนาน ช่างทอในชุมชนยังคงใช้ทักษะที่สืบทอดจากครอบครัวในการเลือกเส้นฝ้าย เตรียมด้าย ย้อมสี ขึ้นกี่ และทอเป็นลวดลายต่าง ๆ งานแต่ละชิ้นจึงสะท้อนทั้งฝีมือ ความอดทน และเอกลักษณ์ของคนในท้องถิ่น
ผลิตภัณฑ์ที่พบมีทั้งผ้าผืน เสื้อผ้า ปลอกหมอน ผ้าปูโต๊ะ ม่าน กระเป๋า และของใช้ตกแต่งบ้าน หลายชิ้นได้รับการพัฒนารูปแบบให้ร่วมสมัยมากขึ้น แต่ยังคงพื้นฐานของผ้าฝ้ายและเทคนิคการทอแบบชุมชน
เสน่ห์ของการมาเที่ยวไม่ได้อยู่เพียงการซื้อสินค้า แต่คือการได้เห็นกระบวนการสร้างงานจริงและเข้าใจว่าผ้าฝ้ายหนึ่งผืนต้องผ่านขั้นตอนจำนวนมากก่อนกลายเป็นผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป
บริเวณบ้านหนองเงือกยังสะท้อนวิถีของชุมชนชาวยอง ซึ่งมีวัฒนธรรม ภาษา การแต่งกาย และงานหัตถกรรมเฉพาะตัว ผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์ชุมชนสามารถจัดเที่ยวร่วมกับวัดหนองเงือกและแหล่งเรียนรู้ในหมู่บ้านได้
การซื้อผลิตภัณฑ์โดยตรงจากกลุ่มชุมชนช่วยสร้างรายได้ให้ช่างทอและสนับสนุนการสืบทอดภูมิปัญญา เหมาะสำหรับผู้ที่มองหาของฝากที่มีเรื่องราวและผลิตขึ้นในพื้นที่จริง
วันเปิดทำการ: ควรติดต่อชุมชนล่วงหน้าก่อนเข้าชม เวลาเปิดทำการ: ช่วงกลางวันเหมาะสำหรับการเยี่ยมชม
การเดินทาง: จากตัวเมืองลำพูนเดินทางสู่อำเภอป่าซาง แล้วเข้าสู่ตำบลแม่แรงและบ้านหนองเงือก เหมาะกับการเดินทางด้วยรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ และสามารถจัดเที่ยวร่วมกับวัดพระพุทธบาทตากผ้าได้
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง แหล่งทอผ้าบ้านหนองเงือก

13. หมู่บ้านดอนหลวง ตั้งอยู่หมู่ 7 ตำบลแม่แรง อำเภอป่าซาง เป็นชุมชนชาวยองเก่าแก่และหนึ่งในแหล่งผลิตผ้าฝ้ายทอมือสำคัญของจังหวัดลำพูน มีทั้งกลุ่มทอผ้า กลุ่มตัดเย็บ งานบาติกมัดย้อม และผลิตภัณฑ์หัตถกรรมจากชุมชน
ไฮไลต์: ผ้าฝ้ายทอมือชาวยอง กลุ่มผ้าสี่ตะกอ งานแปรรูปผ้าฝ้าย วิถีชุมชน และงาน “แต่งสีอวดลาย ผ้าฝ้ายดอนหลวง”
ประวัติของหมู่บ้านเชื่อมโยงกับชาวยองที่เข้ามาตั้งถิ่นฐานในลำพูนช่วงการฟื้นฟูบ้านเมืองหลังสงคราม เดิมชุมชนมีชื่อว่า “หมู่บ้านกอถ่อน” ก่อนเปลี่ยนเป็นบ้านดอนหลวงตามลักษณะพื้นที่ซึ่งตั้งอยู่บนที่ดอน
ภูมิปัญญาการทอผ้าเป็นหัวใจสำคัญของชุมชน ปัจจุบันมีทั้งกลุ่มทอผ้า กลุ่มตัดเย็บ กลุ่มแปรรูปผลิตภัณฑ์ กลุ่มเกษตรสวนลำไย และกลุ่มบาติกมัดย้อม ทำให้ผู้มาเยือนเห็นว่าหัตถกรรมสามารถพัฒนาเป็นเศรษฐกิจชุมชนได้อย่างเป็นรูปธรรม
นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมร้านและบ้านที่จำหน่ายผลิตภัณฑ์ผ้าฝ้าย เลือกซื้อเสื้อผ้า ผ้าผืน ของใช้ กระเป๋า และของตกแต่งบ้าน ซึ่งหลายชิ้นผลิตโดยคนในหมู่บ้านเอง
งาน “แต่งสีอวดลาย ผ้าฝ้ายดอนหลวง” เป็นกิจกรรมสำคัญที่ช่วยเผยแพร่ผ้าฝ้ายและวัฒนธรรมชาวยอง โดยชุมชนจะนำผลิตภัณฑ์และภูมิปัญญามาจัดแสดงและจำหน่ายอย่างคึกคัก
บ้านดอนหลวงเหมาะกับผู้ที่สนใจ Slow Travel และการท่องเที่ยวชุมชน เพราะสามารถใช้เวลาเดินดูงานฝีมือ พูดคุยกับคนในพื้นที่ และซื้อสินค้าจากผู้ผลิตโดยตรง
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: ช่วงกลางวันเหมาะสำหรับการเยี่ยมชม
การเดินทาง: หมู่บ้านอยู่ห่างจากตัวอำเภอป่าซางประมาณ 7 กิโลเมตร และห่างจากตัวเมืองลำพูนประมาณ 23 กิโลเมตร สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวได้สะดวก
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง หมู่บ้านดอนหลวง

14. สะพานทาชมพู หรือ “สะพานขาว” ตั้งอยู่บ้านทาชมภู ตำบลทาปลาดุก อำเภอแม่ทา เป็นสะพานรถไฟคอนกรีตเสริมเหล็กสีขาวที่มีรูปทรงโค้งโดดเด่นกลางทุ่ง และยังคงใช้งานอยู่บนเส้นทางรถไฟสายเหนือ
ไฮไลต์: สะพานรถไฟคอนกรีตสีขาว รูปโค้งแบบตะวันตก ความยาวประมาณ 87.3 เมตร ประวัติศาสตร์รถไฟสายเหนือ และฉากทุ่งนา–ภูเขาที่เหมาะกับการถ่ายภาพ
สะพานเริ่มก่อสร้างในช่วง พ.ศ. 2461 และแล้วเสร็จประมาณ พ.ศ. 2463 ในยุคที่การสร้างทางรถไฟสายเหนือยังเป็นงานวิศวกรรมขนาดใหญ่และต้องเผชิญกับข้อจำกัดด้านวัสดุจากภาวะสงคราม
แทนที่จะใช้โครงสร้างเหล็กเหมือนสะพานรถไฟจำนวนมาก จึงมีการออกแบบสะพานเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก ลักษณะโค้งสีขาวทำให้สะพานกลายเป็นจุดเด่นทางสถาปัตยกรรมและเป็นภาพจำของอำเภอแม่ทา
สะพานทอดข้ามแม่น้ำทาและอยู่บนเส้นทางรถไฟระหว่างสถานีขุนตานกับสถานีทาชมภู เมื่อมีขบวนรถไฟวิ่งผ่านจะเกิดภาพที่โดดเด่นมาก โดยเฉพาะในช่วงทุ่งนาเขียวหรือฤดูเก็บเกี่ยว
พื้นที่รอบสะพานเป็นจุดถ่ายภาพยอดนิยม แต่เนื่องจากเป็นโครงสร้างรถไฟที่ยังใช้งานจริง นักท่องเที่ยวควรอยู่ในบริเวณที่ปลอดภัย ไม่เดินขึ้นทางรถไฟ และหลีกเลี่ยงการยืนในเขตเดินรถ
สามารถจัดเที่ยวร่วมกับอุโมงค์ขุนตาน อุทยานแห่งชาติดอยขุนตาล และชุมชนทาปลาดุกได้ เหมาะกับเส้นทางท่องเที่ยวที่ผสมผสานประวัติศาสตร์วิศวกรรมกับธรรมชาติ
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: ตลอดวัน
การเดินทาง: ตั้งอยู่ที่บ้านทาชมภู ตำบลทาปลาดุก อำเภอแม่ทา บริเวณตรงข้ามวัดทาชมพู สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวตามเส้นทางแม่ทา–ทาปลาดุกได้
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง สะพานทาชมพู

15. บ้านทาป่าเปา ตั้งอยู่ตำบลทาปลาดุก อำเภอแม่ทา เป็นชุมชนท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่มีเรื่องราวโดดเด่นด้านการฟื้นฟูป่า การดูแลทรัพยากรธรรมชาติ และการจัดการป่าชุมชนร่วมกัน
ไฮไลต์: ป่าชุมชน การฟื้นฟูระบบนิเวศ เส้นทางศึกษาธรรมชาติ ภูมิปัญญาชุมชน การใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน และแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง
บ้านทาป่าเปาเคยเผชิญปัญหาการตัดไม้และความเสื่อมโทรมของทรัพยากรธรรมชาติ ชาวบ้านจึงร่วมกันกำหนดกติกาและฟื้นฟูป่า จนพื้นที่กลับมามีความอุดมสมบูรณ์มากขึ้น
การจัดการป่าไม่ได้เน้นการห้ามใช้ทรัพยากรทั้งหมด แต่ให้ความสำคัญกับการใช้เท่าที่จำเป็นและการดูแลร่วมกัน ชุมชนจึงเป็นตัวอย่างของการจัดการทรัพยากรที่เชื่อมโยงกับวิถีชีวิตจริงของคนในพื้นที่
ผู้มาเยือนสามารถเรียนรู้เรื่องป่าต้นน้ำ พืชท้องถิ่น ระบบนิเวศ และกระบวนการฟื้นฟูพื้นที่ รวมถึงทำความเข้าใจว่าชุมชนสามารถเปลี่ยนจากพื้นที่ที่เคยประสบปัญหาทรัพยากรเสื่อมโทรมมาเป็นพื้นที่อนุรักษ์ได้อย่างไร
เสน่ห์ของบ้านทาป่าเปาอยู่ที่การท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้มากกว่าการแวะถ่ายภาพ นักท่องเที่ยวควรใช้เวลาเดินชมพื้นที่และรับฟังเรื่องราวจากชุมชน เพื่อเข้าใจบริบทของการอนุรักษ์อย่างแท้จริง
เหมาะสำหรับนักเรียน ครอบครัว กลุ่มศึกษาดูงาน และผู้สนใจการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน สามารถจัดร่วมกับสะพานทาชมพูและสถานที่อื่นในอำเภอแม่ทาได้
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: ควรติดต่อชุมชนล่วงหน้าก่อนเดินทาง
การเดินทาง: เดินทางสู่อำเภอแม่ทาแล้วเข้าสู่ตำบลทาปลาดุกและบ้านทาป่าเปา รถยนต์ส่วนตัวสะดวกที่สุด โดยควรประสานชุมชนก่อนหากต้องการทำกิจกรรมเรียนรู้หรือเข้าพื้นที่ป่า
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง บ้านทาป่าเปา

16. อ่างเก็บน้ำแม่ธิ ตั้งอยู่บ้านดอยเวียง หมู่ 9 ตำบลบ้านธิ อำเภอบ้านธิ เป็นอ่างเก็บน้ำสำคัญที่มีบทบาททั้งด้านการบริหารจัดการน้ำ การเกษตร และการเป็นพื้นที่พักผ่อนใกล้เมืองลำพูน
ไฮไลต์: ผืนน้ำขนาดใหญ่ ภูเขาล้อมรอบ จุดชมวิว บรรยากาศสงบ และพื้นที่พักผ่อนช่วงเช้า–เย็น
อ่างเก็บน้ำแม่ธิมีความจุประมาณ 5 ล้านลูกบาศก์เมตร และสามารถสนับสนุนพื้นที่เกษตรได้ประมาณ 5,000 ไร่ จึงมีบทบาทสำคัญต่อชุมชนมากกว่าการเป็นแหล่งท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียว
ภูมิทัศน์รอบอ่างเปิดกว้างและมีแนวภูเขาอยู่ด้านหลัง ช่วงเช้าอากาศค่อนข้างสดชื่น ส่วนช่วงเย็นแสงสะท้อนผิวน้ำเหมาะสำหรับการถ่ายภาพและนั่งพักผ่อน
พื้นที่ไม่มีบรรยากาศเชิงพาณิชย์หนาแน่น จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการหลีกเลี่ยงสถานที่คนเยอะและใช้เวลาช้า ๆ ริมน้ำ
ช่วงปลายฤดูฝนถึงฤดูหนาวธรรมชาติโดยรอบจะมีสีเขียวและอากาศสบายขึ้น เหมาะกับการแวะระหว่างเที่ยวอำเภอบ้านธิหรือเดินทางต่อไปยังอำเภอแม่ทา
เนื่องจากเป็นแหล่งน้ำที่ชุมชนใช้งานจริง นักท่องเที่ยวควรรักษาความสะอาดและไม่ทำกิจกรรมที่รบกวนพื้นที่เกษตรหรือระบบจัดการน้ำ
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: แนะนำช่วง 06:00 – 18:00 น.
การเดินทาง: อ่างเก็บน้ำตั้งอยู่บ้านดอยเวียง ตำบลบ้านธิ ห่างจากตัวอำเภอบ้านธิประมาณ 5 กิโลเมตร เดินทางด้วยรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ได้สะดวก
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง อ่างเก็บน้ำแม่ธิ

17. วัดหนองเงือก ตั้งอยู่บ้านหนองเงือก ตำบลแม่แรง อำเภอป่าซาง เป็นวัดเก่าแก่ของชุมชนชาวยองที่โดดเด่นด้วยงานปูนปั้นพื้นบ้านล้านนา หอไตรที่ได้รับอิทธิพลศิลปกรรมพม่า และบรรยากาศวัดชุมชนที่ยังคงเรียบง่าย
ไฮไลต์: ซุ้มประตูปูนปั้น หอไตรอิทธิพลศิลปกรรมพม่า งานช่างพื้นบ้านล้านนา และความเชื่อมโยงกับชุมชนผ้าฝ้ายบ้านหนองเงือก
ประวัติวัดเริ่มขึ้นในปี พ.ศ. 2371 เมื่อนายใจ ชาวบ้านหนองเงือก มีความตั้งใจสร้างวัดประจำหมู่บ้านและได้ปรึกษาครูบาปารมี การก่อสร้างแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2372 และตั้งชื่อวัดตามชื่อชุมชน
ซุ้มประตูเป็นหนึ่งในจุดที่ควรสังเกตอย่างละเอียด เพราะมีงานปูนปั้นฝีมือช่างพื้นบ้านที่สะท้อนทั้งความเชื่อทางพุทธศาสนาและรสนิยมทางศิลปกรรมของคนในพื้นที่
หอไตรเป็นอีกจุดสำคัญ มีหน้าที่เก็บรักษาคัมภีร์และใบลาน รูปแบบสถาปัตยกรรมสะท้อนอิทธิพลศิลปกรรมพม่าที่ผสมผสานเข้ากับบริบทล้านนาในอำเภอป่าซาง
วัดยังทำหน้าที่เป็นศูนย์รวมจิตใจของชุมชนและมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับวัฒนธรรมชาวยองและภูมิปัญญาผ้าฝ้ายของบ้านหนองเงือก
ควรจัดเที่ยวร่วมกับแหล่งทอผ้าบ้านหนองเงือก เพราะทั้งสองแห่งอยู่ใกล้กันและช่วยให้เห็นทั้งศาสนา ศิลปกรรม และหัตถกรรมชุมชนภายในทริปเดียว
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 08:00 – 17:30 น.
การเดินทาง: วัดอยู่ในบ้านหนองเงือก ตำบลแม่แรง ห่างจากที่ว่าการอำเภอป่าซางไปทางทิศใต้ประมาณ 4 กิโลเมตร ใกล้เส้นทางป่าซาง–ลี้
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง วัดหนองเงือก

18. หมู่บ้านกะเหรี่ยงแม่ขนาด ตั้งอยู่บ้านแม่ขนาด หมู่ 8 ตำบลทากาศ อำเภอแม่ทา เป็นชุมชนกะเหรี่ยงปกาเกอะญอที่ยังคงรักษาภาษา การแต่งกาย งานทอผ้า และวิถีชีวิตแบบชุมชนไว้ได้อย่างชัดเจน
ไฮไลต์: ผ้าทอกะเหรี่ยง การแต่งกายปกาเกอะญอ การย้อมและทอผ้าด้วยมือ วิถีเศรษฐกิจพอเพียง และการเรียนรู้วัฒนธรรมชาติพันธุ์
ชื่อบ้านแม่ขนาดสัมพันธ์กับลำห้วยแม่คะนะหรือแม่น้ำขนาดที่ไหลผ่านพื้นที่ ทำให้ชุมชนมีความผูกพันกับป่า น้ำ และพื้นที่เกษตรมาอย่างยาวนาน
การแต่งกายเป็นส่วนสำคัญของอัตลักษณ์ ผู้หญิงที่มีครอบครัวแล้วนิยมสวมผ้าถุงสีแดงที่ทอและตกแต่งด้วยลวดลายและลูกเดือย ส่วนหญิงสาวนิยมชุดยาวสีขาว ขณะที่ผู้ชายมีรูปแบบเสื้อและเครื่องแต่งกายตามวัฒนธรรมของชุมชน
งานทอผ้ายังคงเริ่มจากขั้นตอนพื้นฐาน เช่น การเตรียมฝ้าย ปั่นด้าย ทอผ้า ย้อมสี และตกแต่งลวดลาย กระบวนการทั้งหมดต้องใช้ทักษะสูงและเป็นองค์ความรู้ที่สืบทอดระหว่างคนหลายรุ่น
ภายในชุมชนมีผลิตภัณฑ์หลากหลาย เช่น ผ้าคลุมไหล่ ผ้าห่ม เสื้อผ้า กระเป๋าย่าม และผ้าทอกะเหรี่ยง การซื้อผลิตภัณฑ์จากชุมชนช่วยสนับสนุนการรักษาภูมิปัญญาและสร้างรายได้โดยตรงให้ผู้ผลิต
นักท่องเที่ยวควรมาเยือนด้วยความเคารพต่อวิถีชีวิตของชาวบ้าน หลีกเลี่ยงการถ่ายภาพบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาต และควรใช้บริการหรือซื้อผลิตภัณฑ์จากกลุ่มชุมชนหากมีโอกาส
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: ช่วงกลางวันเหมาะสำหรับการเยี่ยมชม
การเดินทาง: เดินทางสู่อำเภอแม่ทา จากนั้นเข้าสู่ตำบลทากาศและบ้านแม่ขนาด หมู่ 8 รถยนต์ส่วนตัวเหมาะที่สุดสำหรับการเดินทางเข้าสู่ชุมชน
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง หมู่บ้านกะเหรี่ยงแม่ขนาด

19. อ่างเก็บน้ำแม่วังส้าน ตั้งอยู่ตำบลนครเจดีย์ อำเภอป่าซาง เป็นอ่างเก็บน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำแม่อาวที่มีทั้งบทบาทด้านการกักเก็บน้ำและการเป็นพื้นที่พักผ่อนท่ามกลางภูเขา
ไฮไลต์: วิวอ่างเก็บน้ำ แนวภูเขา บรรยากาศเงียบสงบ เรือนแพ ร้านอาหารริมอ่าง และจุดชมแสงช่วงเช้า–เย็น
ทิวทัศน์ของอ่างโดดเด่นด้วยผืนน้ำกว้างที่มีแนวภูเขาเป็นฉากหลัง ช่วงเช้าและเย็นแสงจะนุ่มและเหมาะกับการถ่ายภาพมากที่สุด
พื้นที่มีบรรยากาศผ่อนคลายและไม่วุ่นวายเหมือนแหล่งท่องเที่ยวขนาดใหญ่ เหมาะสำหรับครอบครัว กลุ่มเพื่อน หรือผู้ที่ต้องการใช้เวลาช้า ๆ ริมน้ำ
บางส่วนของพื้นที่มีเรือนแพและร้านอาหาร ทำให้สามารถนั่งพัก รับประทานอาหาร และชมทิวทัศน์ได้พร้อมกัน โดยควรตรวจสอบการเปิดให้บริการของแต่ละร้านในวันที่เดินทาง
อ่างเก็บน้ำยังมีบทบาทด้านการจัดการน้ำของชุมชน นักท่องเที่ยวจึงควรรักษาความสะอาดและไม่ทำกิจกรรมที่รบกวนพื้นที่ใช้งานจริง
สามารถจัดเป็นจุดแวะในเส้นทางป่าซางร่วมกับวัดพระพุทธบาทตากผ้า บ้านหนองเงือก และหมู่บ้านดอนหลวงได้
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: แนะนำช่วง 06:00 – 18:00 น.
การเดินทาง: จากอำเภอป่าซางเดินทางเข้าสู่ตำบลนครเจดีย์และใช้เส้นทางท้องถิ่นไปยังอ่างเก็บน้ำ รถยนต์ส่วนตัวเดินทางได้สะดวก
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง อ่างเก็บน้ำแม่วังส้าน

20. หมู่บ้านแกะสลักอำเภอแม่ทา ตั้งอยู่บริเวณบ้านหนองยางไคล ตำบลทาทุ่งหลวง อำเภอแม่ทา และหมู่บ้านใกล้เคียง เป็นแหล่งหัตถกรรมไม้แกะสลักที่เกิดจากอุตสาหกรรมภายในครัวเรือนและการสืบทอดฝีมือช่างจากรุ่นสู่รุ่น
ไฮไลต์: งานไม้แกะสลัก รูปคนและสัตว์ ของตกแต่งบ้าน ของใช้ ของที่ระลึก และการชมกระบวนการผลิตของช่างในชุมชน
เอกลักษณ์ของพื้นที่คือการมีช่างไม้กระจายอยู่ตามครัวเรือน ผลิตงานแกะสลักหลากหลายขนาด ตั้งแต่ของชิ้นเล็กสำหรับเป็นของฝาก ไปจนถึงงานตกแต่งขนาดใหญ่สำหรับบ้าน โรงแรม ร้านอาหาร และรีสอร์ต
งานแต่ละชิ้นต้องใช้ทั้งการออกแบบ การเลือกไม้ การขึ้นรูป การแกะรายละเอียด และการขัดตกแต่ง ช่างจำนวนมากเรียนรู้ทักษะเหล่านี้จากคนในครอบครัว ทำให้ความรู้ด้านงานไม้ยังคงอยู่ในชุมชน
รูปแบบของงานมีทั้งแบบพื้นบ้านดั้งเดิมและแบบร่วมสมัย เช่น รูปสัตว์ รูปคน เครื่องใช้ ของตกแต่ง และของเล่นไม้ ทำให้สินค้าเข้าถึงผู้ซื้อหลายกลุ่ม
การมาเยือนเหมาะสำหรับผู้ที่สนใจงานหัตถกรรมและการออกแบบ เพราะสามารถเห็นความแตกต่างระหว่างงานทำมือกับผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม รวมถึงเลือกซื้อสินค้าจากผู้ผลิตในพื้นที่โดยตรง
หมู่บ้านแกะสลักสามารถจัดเที่ยวร่วมกับสะพานทาชมพู บ้านทาป่าเปา และสถานที่ในอำเภอแม่ทา ทำให้ได้ทั้งงานหัตถกรรม ชุมชน และธรรมชาติภายในเส้นทางเดียว
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: ช่วงกลางวันเหมาะสำหรับการเยี่ยมชม
การเดินทาง: เดินทางสู่อำเภอแม่ทา แล้วเข้าสู่ตำบลทาทุ่งหลวงและบ้านหนองยางไคล รวมถึงหมู่บ้านใกล้เคียงที่เป็นแหล่งผลิตงานไม้ รถยนต์ส่วนตัวสะดวกที่สุด

21. วัดทากาศ ตั้งอยู่ตำบลทากาศ อำเภอแม่ทา เป็นวัดเก่าแก่ที่มีเรื่องราวเชื่อมโยงกับยุคเริ่มต้นของนครหริภุญไชย และยังคงเป็นศูนย์กลางทางพระพุทธศาสนาของชุมชนแม่ทามาจนถึงปัจจุบัน
ไฮไลต์: วัดเก่าแก่ในอำเภอแม่ทา อุโบสถ ศาลาการเปรียญ โรงเรียนพระปริยัติธรรม พระพุทธรูปโบราณ และประวัติที่เชื่อมโยงกับสมัยพระนางจามเทวี
ประวัติของวัดทากาศมีความเก่าแก่ยาวนานกว่า 1,300 ปี โดยเชื่อมโยงกับสมัยพระนางจามเทวี ปฐมกษัตริย์แห่งนครหริภุญไชย ช่วงเวลานั้นวัดไม่ได้มีบทบาทเพียงเป็นสถานที่ประกอบศาสนกิจ แต่ยังทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการศึกษา การเผยแผ่ธรรมะ และพื้นที่รวมตัวของชุมชน
ตลอดระยะเวลาหลายศตวรรษ วัดผ่านการบูรณะและปรับเปลี่ยนตามยุคสมัย แต่ยังรักษาบทบาทสำคัญของวัดชุมชนล้านนาไว้ได้ ภายในมีทั้งอุโบสถ ศาลาการเปรียญ โรงฉัน กุฏิสงฆ์ และพื้นที่สำหรับการศึกษาพระปริยัติธรรม
พระพุทธรูปและศาสนวัตถุภายในวัดช่วยสะท้อนความต่อเนื่องของพระพุทธศาสนาในพื้นที่แม่ทา ผู้สนใจประวัติศาสตร์ท้องถิ่นสามารถใช้วัดแห่งนี้เป็นหนึ่งในจุดศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างนครหริภุญไชยกับชุมชนทางตะวันออกของลำพูน
ปัจจุบันวัดยังเป็นศูนย์กลางทางจิตใจของคนในพื้นที่และมีกิจกรรมทางศาสนาอย่างต่อเนื่อง บรรยากาศโดยรวมสงบ ไม่พลุกพล่าน เหมาะสำหรับการไหว้พระ ทำบุญ และใช้เวลาเรียนรู้วัดท้องถิ่นที่ยังมีชีวิต
วัดทากาศสามารถจัดเที่ยวร่วมกับหมู่บ้านกะเหรี่ยงแม่ขนาด หมู่บ้านแกะสลักอำเภอแม่ทา สะพานทาชมพู และบ้านทาป่าเปา ทำให้ได้ทั้งศาสนา ชุมชน หัตถกรรม และธรรมชาติในเส้นทางเดียว
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 08:00 – 17:00 น.
การเดินทาง: จากตัวเมืองลำพูนเดินทางสู่อำเภอแม่ทา แล้วเข้าสู่ตำบลทากาศตามเส้นทางท้องถิ่น วัดอยู่ในเขตชุมชนและสามารถเข้าถึงด้วยรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ได้สะดวก
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง วัดทากาศ

22. กาดบ้านทา หรือ ตลาดเกษตรดอยแก้ว ตั้งอยู่บ้านดอยแก้ว หมู่ 12 ตำบลทาสบเส้า อำเภอแม่ทา เป็นตลาดพื้นบ้านริมเส้นทางเชียงใหม่–ลำปางที่สะท้อนวิถีหาอยู่หากินจากป่า เกษตรกรรม และทรัพยากรตามฤดูกาลของชุมชนแม่ทา
ไฮไลต์: เห็ดป่า หน่อไม้ ผักหวานป่า ผักเชียงดา สมุนไพรพื้นบ้าน ผักตามฤดูกาล อาหารพื้นเมือง และบรรยากาศตลาดชุมชนแบบเรียบง่าย
จุดเด่นของกาดบ้านทาคือสินค้าจากป่าที่หาได้ยากในตลาดเมือง เช่น เห็ดเผาะ เห็ดโคน หน่อไม้ ผักหวานป่า และสมุนไพรตามฤดูกาล หลายอย่างเก็บจากพื้นที่ธรรมชาติหรือปลูกโดยชาวบ้านและนำมาขายโดยตรง
ตลาดมีจุดเริ่มต้นจากวิถีชีวิตของคนในพื้นที่ที่เข้าป่าหาของกินและนำผลผลิตส่วนเกินออกมาวางขายริมถนน เมื่อผู้เดินทางผ่านเส้นทางเชียงใหม่–ลำปางแวะซื้อกันมากขึ้น จุดขายเล็ก ๆ จึงค่อย ๆ ขยายตัวจนกลายเป็นตลาดชุมชน
นอกจากวัตถุดิบสด ยังมีอาหารพื้นเมืองอย่างแกงหน่อไม้ แกงเห็ด น้ำพริก และของกินแบบคนเหนือ ทำให้ที่นี่เหมาะกับผู้ที่อยากเรียนรู้วัตถุดิบท้องถิ่นมากกว่าการแวะซื้อของเพียงอย่างเดียว
ช่วงเวลาที่น่าสนใจที่สุดคือช่วงเช้า เพราะสินค้าเข้ามาใหม่และอากาศยังไม่ร้อน ของป่าบางชนิดมีเฉพาะฤดูกาล จึงทำให้ภาพของตลาดเปลี่ยนไปตลอดปี
กาดบ้านทาเหมาะสำหรับสายอาหาร สายชุมชน และนักเดินทางที่ต้องการแวะระหว่างเส้นทางแม่ทา–ลำปาง สามารถจัดร่วมกับสะพานทาชมพูและแหล่งท่องเที่ยวในอำเภอแม่ทาได้สะดวก
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: ช่วงเช้า – สาย
การเดินทาง: ตลาดตั้งอยู่บ้านดอยแก้ว ตำบลทาสบเส้า อำเภอแม่ทา ติดเส้นทางเชียงใหม่–ลำปาง และอยู่ห่างจากพื้นที่ตัวอำเภอแม่ทาประมาณ 4 กิโลเมตร
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง กาดบ้านทา

23. ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองลี้ ตั้งอยู่ในอำเภอลี้ เป็นศูนย์รวมศรัทธาที่มีความสำคัญต่อชาวบ้านในพื้นที่ และสะท้อนความเชื่อเรื่องเจ้าผู้คุ้มครองเมืองซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมล้านนา
ไฮไลต์: ศาลหลักเมืองลี้ ความเชื่อด้านการคุ้มครองบ้านเมือง การขอพรเรื่องการงาน สุขภาพ และความเป็นสิริมงคล รวมถึงบรรยากาศศรัทธาแบบชุมชนท้องถิ่น
ในบริบทวัฒนธรรมล้านนา หลักเมืองไม่ได้เป็นเพียงสัญลักษณ์ทางกายภาพ แต่ยังเชื่อมโยงกับความเชื่อเรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ทำหน้าที่ปกป้องชุมชนและสร้างความมั่นคงแก่บ้านเมือง
ชาวอำเภอลี้ให้ความเคารพศาลแห่งนี้ในฐานะพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สามารถมาขอพรในโอกาสสำคัญ เช่น ก่อนเดินทาง เริ่มต้นธุรกิจ สอบแข่งขัน หรือเริ่มสิ่งใหม่ในชีวิต
แม้ตัวศาลจะไม่ได้มีขนาดใหญ่เหมือนศาลหลักเมืองในเมืองใหญ่ แต่จุดเด่นคือบรรยากาศสงบและการมีส่วนร่วมของคนในชุมชน ทำให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างความเชื่อกับชีวิตประจำวันได้อย่างชัดเจน
สำหรับนักเดินทางที่ต้องการเข้าใจอำเภอลี้มากกว่าการไปอุทยานแห่งชาติแม่ปิงหรือแก่งก้อ การแวะศาลเจ้าพ่อหลักเมืองลี้ช่วยเพิ่มมิติด้านความเชื่อและตัวตนของชุมชน
สามารถจัดเที่ยวร่วมกับอนุสาวรีย์สามครูบา วัดพระธาตุห้าดวง และวัดบ้านปาง เพื่อสร้างเส้นทางศรัทธาและประวัติศาสตร์ของอำเภอลี้ได้ครบถ้วนมากขึ้น
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 06:00 – 18:00 น.
การเดินทาง: ใช้ทางหลวงหมายเลข 106 เข้าสู่ตัวอำเภอลี้ จากนั้นเดินทางตามเส้นทางภายในชุมชนไปยังศาลหลักเมือง รถยนต์และรถจักรยานยนต์เดินทางได้สะดวก
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองลี้

24. วัดป่าเหียง ตั้งอยู่บ้านกองงาม ตำบลแม่แรง อำเภอป่าซาง เป็นวัดเก่าแก่ที่โดดเด่นด้วยหอไตรกลางน้ำอายุกว่าร้อยปี ซึ่งเป็นงานสถาปัตยกรรมไม้ล้านนาและได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานสำคัญ
ไฮไลต์: หอไตรกลางสระน้ำ งานไม้แกะสลักล้านนา บานประตูและหน้าบันไม้ โบราณสถานสำคัญ และบรรยากาศวัดชุมชนป่าซาง
วัดป่าเหียงสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2420 และมีบทบาทเป็นศูนย์กลางศาสนาของชุมชนมาอย่างต่อเนื่อง คุณค่าที่โดดเด่นที่สุดคือหอไตรกลางน้ำซึ่งสะท้อนทั้งภูมิปัญญาเชิงสถาปัตยกรรมและความเคารพต่อคัมภีร์พระธรรม
การสร้างหอไตรไว้กลางสระมีประโยชน์ในการช่วยป้องกันปลวก มด และสัตว์ที่อาจทำลายคัมภีร์ใบลาน ขณะเดียวกันยังยกสถานะพื้นที่เก็บพระธรรมให้แยกออกจากอาคารใช้งานทั่วไป
ตัวอาคารสร้างด้วยไม้และมีรายละเอียดงานแกะสลักบริเวณหน้าบันและบานประตู ซึ่งแสดงให้เห็นทักษะของช่างล้านนาในอดีต ผู้สนใจสถาปัตยกรรมควรใช้เวลาเดินดูรายละเอียดมากกว่าการถ่ายภาพจากระยะไกล
วัดป่าเหียงตั้งอยู่ในอำเภอป่าซาง ซึ่งมีทั้งวัดเก่าและชุมชนทอผ้าจำนวนมาก จึงสามารถจัดเที่ยวต่อเนื่องกับบ้านดอนหลวง บ้านหนองเงือก และวัดอินทขิลได้
พื้นที่วัดค่อนข้างสงบ เหมาะกับผู้ที่ชื่นชอบวัดชุมชนที่ยังคงรักษาศิลปกรรมดั้งเดิมและไม่พลุกพล่านแบบแหล่งท่องเที่ยวขนาดใหญ่
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 08:00 – 17:00 น.
การเดินทาง: เดินทางสู่อำเภอป่าซางแล้วเข้าสู่ตำบลแม่แรง บ้านกองงาม วัดสามารถเข้าถึงด้วยรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ได้สะดวก
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง วัดป่าเหียง

25. วัดอินทขิล ตั้งอยู่บ้านป่าซาง ตำบลป่าซาง อำเภอป่าซาง เป็นวัดสำคัญที่มีเสาอินทขิลหรือเสาหลักเมืองของเวียงป่าซาง เป็นศูนย์รวมความเชื่อเรื่องการคุ้มครองเมืองและความเป็นสิริมงคล
ไฮไลต์: เสาอินทขิลของเวียงป่าซาง เจดีย์ วิหาร อุโบสถ และประเพณีใส่ขันดอกบูชาเสาอินทขิล
วัดสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2337 ในช่วงที่พื้นที่นี้ยังเป็นเวียงป่าซาง จึงมีความสัมพันธ์ทั้งกับโครงสร้างเมืองเก่า การปกครอง และความเชื่อเรื่องเสาหลักเมือง
เสาอินทขิลถือเป็นปูชนียวัตถุสำคัญที่สุดของวัด ชาวบ้านเชื่อว่าเป็นศูนย์รวมพลังศักดิ์สิทธิ์ที่ปกปักรักษาเมืองและช่วยเสริมความมั่นคง ความอุดมสมบูรณ์ และความเป็นสิริมงคล
ภายในยังมีพระเจดีย์ วิหาร อุโบสถ และศาสนสถานสำหรับกิจกรรมของชุมชน ทำให้วัดยังคงมีบทบาทเป็นศูนย์กลางพระพุทธศาสนาในป่าซาง
ประเพณีสำคัญคือการใส่ขันดอกบูชาเสาอินทขิล ซึ่งจัดตามปฏิทินล้านนาประมาณช่วงเดือนพฤษภาคมถึงมิถุนายน ผู้คนจะนำดอกไม้ ธูป เทียน และเครื่องบูชามาถวายเพื่อความเป็นสิริมงคล
วัดอินทขิลเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเข้าใจป่าซางในฐานะเมืองเก่า ไม่ใช่เพียงแหล่งผ้าฝ้าย เพราะสถานที่แห่งนี้ช่วยเชื่อมโยงศาสนา ความเชื่อ และโครงสร้างชุมชนเข้าด้วยกัน
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 06:00 – 18:00 น.
การเดินทาง: ใช้ทางหลวงหมายเลข 106 เส้นลำพูน–ป่าซาง มุ่งหน้าเข้าสู่ตัวอำเภอป่าซาง วัดตั้งอยู่ในเขตบ้านป่าซางและเดินทางได้สะดวก
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง วัดอินทขิล

26. วัดป่าซางงาม ตั้งอยู่บ้านป่าซาง ตำบลป่าซาง อำเภอป่าซาง เป็นวัดเก่าที่มีทั้งพระพุทธรูปสำคัญ ธรรมาสน์ไม้สักจารึกอักษรล้านนา หอไตร และพิพิธภัณฑ์ของวัด
ไฮไลต์: พระเจ้าวัดน้อย พระพุทธมงคลสราการ ธรรมาสน์ไม้สักจารึกอักษรล้านนา หอไตร พิพิธภัณฑ์ และศิลปกรรมชุมชนป่าซาง
วัดมีประวัติสืบเนื่องจากพื้นที่วัดร้างเดิม ก่อนจะได้รับการบูรณะโดยครูบานันทา พระธุดงค์จากเมืองยอง ตามประวัติระบุว่าสร้างขึ้นราว พ.ศ. 2380 และตั้งวัดอย่างเป็นทางการภายหลัง
หนึ่งในพระพุทธรูปสำคัญคือสมเด็จพระศรีวิฬูลกาวิลประทาน หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า “พระเจ้าวัดน้อย” เป็นพระพุทธรูปโลหะที่มีลักษณะศิลปะสุโขทัยผสมเชียงแสน
ธรรมาสน์ไม้สักเป็นอีกชิ้นงานสำคัญ มีจารึกอักษรล้านนาและงานปิดทอง สะท้อนทั้งฝีมือช่างไม้และบทบาทของวัดในฐานะศูนย์กลางการเรียนพระธรรมในอดีต
พิพิธภัณฑ์ภายในวัดช่วยให้ผู้มาเยือนได้เห็นสิ่งของและเรื่องราวที่เชื่อมโยงกับวัดและชุมชน ทำให้การมาเที่ยวไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการกราบพระเท่านั้น
บรรยากาศวัดสงบและอยู่ใกล้ชุมชน เหมาะกับผู้สนใจพุทธศิลป์ งานจารึก และวัฒนธรรมชาวยองในพื้นที่ป่าซาง
วันเปิดทำการ: วันจันทร์ – วันศุกร์ เวลาเปิดทำการ: 08:00 – 16:00 น.
การเดินทาง: วัดตั้งอยู่ริมถนนสายลำพูน–ป่าซาง ในเขตบ้านป่าซาง สามารถเดินทางด้วยรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์จากตัวเมืองลำพูนได้โดยตรง
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง วัดป่าซางงาม

27. วัดพระธาตุห้าดวง (เวียงเจดีย์ห้าหลัง) ตั้งอยู่ตำบลลี้ อำเภอลี้ เป็นวัดและโบราณสถานที่มีหมู่พระธาตุ 5 องค์ตั้งเรียงกันอย่างโดดเด่น พร้อมร่องรอยคูเมืองและกำแพงเมืองเก่าที่สะท้อนว่าพื้นที่นี้เคยเป็นชุมชนสำคัญในอดีต
ไฮไลต์: พระธาตุ 5 องค์ เวียงเจดีย์ห้าหลัง ร่องรอยคูเมืองและกำแพงเมือง ตำนานดวงแก้ว 5 ดวง และประเพณีสรงน้ำพระธาตุห้าดวง
พื้นที่วัดมีคุณค่าทั้งทางโบราณคดีและประวัติศาสตร์ เพราะยังมองเห็นแนวคูเมืองและกำแพงบางส่วน บ่งบอกถึงการตั้งถิ่นฐานในอดีตและความสำคัญของศาสนสถานต่อโครงสร้างเมือง
ตำนานท้องถิ่นเล่าว่า พระนางจามเทวีได้รับข่าวว่ามีดวงแก้ว 5 ดวงปรากฏเหนือกองดิน 5 กอง จึงเสด็จมาทอดพระเนตรและโปรดให้สร้างพระธาตุครอบพื้นที่เหล่านั้น กลายเป็นพระธาตุ 5 องค์ที่เป็นเอกลักษณ์ของวัด
หมู่เจดีย์ตั้งเรียงในพื้นที่เดียวกัน ทำให้เกิดองค์ประกอบที่แตกต่างจากวัดทั่วไปของภาคเหนือ เหมาะกับการเดินชมทั้งในเชิงศิลปกรรมและภูมิทัศน์โบราณสถาน
วันที่ 20 เมษายนของทุกปีมีประเพณีสรงน้ำพระธาตุห้าดวง ชาวบ้านจะมาร่วมทำบุญและสรงน้ำองค์พระธาตุเพื่อความเป็นสิริมงคล ถือเป็นประเพณีสำคัญของอำเภอลี้
สามารถจัดเที่ยวร่วมกับอนุสาวรีย์สามครูบา ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองลี้ และอุทยานแห่งชาติแม่ปิง ทำให้ทริปอำเภอลี้ครอบคลุมทั้งศรัทธา ประวัติศาสตร์ และธรรมชาติ
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 08:30 – 16:30 น.
การเดินทาง: จากตัวอำเภอลี้ใช้ทางหลวงหมายเลข 106 ไปทางใต้ประมาณ 2 กิโลเมตร แล้วแยกเข้าไปอีกประมาณ 500 เมตร
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง วัดพระธาตุห้าดวง

28. แก่งก้อ ตั้งอยู่ตำบลก้อ อำเภอลี้ ภายในพื้นที่อุทยานแห่งชาติแม่ปิง เป็นเวิ้งน้ำกว้างที่เกิดจากลำห้วยแม่ก้อไหลมาบรรจบกับแม่น้ำปิง รายล้อมด้วยภูเขาและหน้าผา จนได้รับการยกให้เป็นหนึ่งในแหล่งธรรมชาติเด่นของลำพูน
ไฮไลต์: แม่น้ำปิง ภูเขาหินปูน เรือนแพ ล่องเรือชมวิว หมอกเหนือผืนน้ำ และบรรยากาศธรรมชาติแบบเงียบสงบ
ภูมิประเทศของแก่งก้อแตกต่างจากภาพทั่วไปของลำพูนอย่างชัดเจน เพราะมีผืนน้ำขนาดใหญ่ทอดตัวอยู่กลางภูเขา เมื่อมองจากแพหรือเรือจะเห็นแนวเขาสลับซับซ้อนอยู่รอบด้าน
กิจกรรมที่ได้รับความนิยมคือการพักผ่อนบนเรือนแพและล่องเรือชมสองฝั่งแม่น้ำปิง ระหว่างทางสามารถเห็นหน้าผาหินปูน ป่า และลักษณะภูมิประเทศที่เกิดจากการกัดเซาะของสายน้ำ
ช่วงเช้าเป็นเวลาที่บรรยากาศโดดเด่นมาก เพราะบางวันจะมีหมอกบางลอยเหนือผิวน้ำ ขณะที่ช่วงเย็นเหมาะกับการนั่งพักชมแสงและภูเขาในบรรยากาศสงบ
แก่งก้อเหมาะสำหรับการพักค้างคืนหรือเที่ยวแบบไม่เร่งรีบ เพราะระยะทางจากตัวเมืองลำพูนค่อนข้างไกล การใช้เวลาในพื้นที่มากขึ้นจะทำให้ได้สัมผัสธรรมชาติอย่างเต็มที่
สามารถจัดเที่ยวร่วมกับน้ำตกก้อหลวงและพื้นที่อื่นในอุทยานแห่งชาติแม่ปิง โดยควรตรวจสอบระดับน้ำ สภาพอากาศ และบริการเรือหรือแพก่อนเดินทาง
วันเปิดทำการ: เปิดให้เข้าชมตลอดทั้งปี เวลาเปิดทำการ: 08:00 – 18:00 น.
การเดินทาง: จากอำเภอลี้เดินทางเข้าสู่อุทยานแห่งชาติแม่ปิงและตำบลก้อ เส้นทางบางช่วงอยู่ห่างจากชุมชน รถยนต์ส่วนตัวจึงสะดวกที่สุด
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง แก่งก้อ

29. อนุสาวรีย์สามครูบา ตั้งอยู่ใจกลางอำเภอลี้ ตรงข้ามที่ว่าการอำเภอ เป็นแลนด์มาร์กที่สะท้อนภาพของลี้ในฐานะ “ดินแดนสามครูบา” และรวบรวมความศรัทธาต่อพระเถระสำคัญ 3 รูปของล้านนาไว้ในสถานที่เดียว
ไฮไลต์: รูปเหมือนครูบาเจ้าศรีวิชัย ครูบาเจ้าอภิชัยขาวปี และครูบาชัยยะวงศาพัฒนา ลานสักการะกลางเมือง และแสงไฟยามค่ำคืน
อนุสาวรีย์สร้างขึ้นเพื่อเชิดชูพระเถระ 3 รูปที่มีความสัมพันธ์อย่างลึกซึ้งกับอำเภอลี้ ได้แก่ ครูบาเจ้าศรีวิชัยแห่งวัดบ้านปาง ครูบาเจ้าอภิชัยขาวปีแห่งวัดพระพุทธบาทผาหนาม และครูบาชัยยะวงศาพัฒนาแห่งวัดพระบาทห้วยต้ม
แต่ละรูปมีบทบาททั้งด้านพระพุทธศาสนา การพัฒนาชุมชน และการเป็นศูนย์รวมศรัทธาของผู้คน ทำให้อำเภอลี้มีอัตลักษณ์เฉพาะที่เชื่อมโยงกับสายครูบาอย่างเด่นชัด
ช่วงกลางวันเหมาะสำหรับแวะสักการะและเริ่มต้นเส้นทางเที่ยวอำเภอลี้ ส่วนยามค่ำคืนจะมีแสงไฟประดับทำให้องค์อนุสาวรีย์โดดเด่นกลางเมือง
นักท่องเที่ยวสามารถใช้สถานที่นี้เป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางตามรอยครูบาศรีวิชัย โดยเดินทางต่อไปยังวัดบ้านปาง หรือขยายไปยังวัดและสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับครูบารูปอื่น ๆ
ที่ตั้งอยู่กลางเมืองและเข้าถึงง่าย เหมาะสำหรับแวะก่อนเดินทางต่อสู่พระธาตุห้าดวง แก่งก้อ หรือน้ำตกก้อหลวง
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: ตลอดวัน
การเดินทาง: ใช้ทางหลวงหมายเลข 106 เข้าสู่ตัวอำเภอลี้ เมื่อถึงบริเวณสี่แยกใจกลางเมืองจะพบอนุสาวรีย์อยู่บริเวณลานกว้างตรงข้ามที่ว่าการอำเภอลี้
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง อนุสาวรีย์สามครูบา

30. วัดบ้านปาง ตั้งอยู่บ้านปาง หมู่ 1 ตำบลศรีวิชัย อำเภอลี้ บนเนินเขาที่มีบรรยากาศร่มรื่น เป็นวัดที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อประวัติของครูบาเจ้าศรีวิชัย นักบุญแห่งล้านนา
ไฮไลต์: วัดแรกที่ครูบาศรีวิชัยบวชเรียน พิพิธภัณฑ์อัฐบริขารครูบาศรีวิชัย โบสถ์ วิหาร ศาสนสถานบนเนินเขา และเส้นทางตามรอยพระนักพัฒนาแห่งล้านนา
วัดบ้านปางเป็นสถานที่สำคัญในชีวิตของครูบาศรีวิชัย ทั้งในช่วงเริ่มต้นการศึกษาพระธรรมและในช่วงปลายชีวิต ความสัมพันธ์นี้ทำให้วัดเป็นจุดหมายของผู้ศรัทธาที่ต้องการมาตามรอยพระเถระผู้มีอิทธิพลอย่างยิ่งต่อพระพุทธศาสนาในภาคเหนือ
ครูบาศรีวิชัยเป็นที่รู้จักจากการบูรณะและสร้างวัด ศาสนสถาน และสาธารณประโยชน์หลายแห่งทั่วล้านนา ความศรัทธาที่มีต่อท่านจึงไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะอำเภอลี้หรือลำพูน แต่กระจายไปทั่วภาคเหนือ
จุดสำคัญภายในวัดคือพิพิธภัณฑ์อัฐบริขาร ซึ่งเก็บรักษาสบง จีวร หมอน กระโถน แจกัน และข้าวของเครื่องใช้ของครูบาศรีวิชัย สิ่งเหล่านี้ช่วยให้ผู้มาเยือนได้เห็นภาพชีวิตอันเรียบง่ายของท่านอย่างใกล้ชิด
ตัววัดตั้งอยู่บนเนินเขาและมีต้นไม้ร่มรื่น เหมาะกับการเดินชมอย่างสงบ นอกจากความสำคัญด้านประวัติศาสตร์แล้ว ยังมีโบสถ์ วิหาร และพื้นที่สักการะที่สะท้อนศิลปะวัดล้านนา
หากต้องการเที่ยวแบบมีเนื้อหา ควรจัดร่วมกับอนุสาวรีย์สามครูบา และขยายเส้นทางไปยังสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับครูบาอภิชัยขาวปีและครูบาชัยยะวงศาพัฒนา เพื่อเข้าใจอัตลักษณ์ “ดินแดนสามครูบา” ของอำเภอลี้
วันเปิดทำการ: ทุกวัน
การเดินทาง: วัดตั้งอยู่เลขที่ 381 หมู่ 1 ตำบลศรีวิชัย ห่างจากตัวอำเภอลี้ประมาณ 38 กิโลเมตร ใช้ทางหลวงหมายเลข 106 สายลี้–บ้านโฮ่ง–เชียงใหม่ แล้วเข้าสู่เส้นทางบ้านปาง
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง วัดบ้านปาง

31. วัดพระพุทธบาทผาหนาม ตั้งอยู่บ้านผาหนาม หมู่ 12 ตำบลป่าไผ่ อำเภอลี้ เป็นวัดสำคัญในเส้นทางศรัทธาของลำพูนตอนใต้ และมีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับครูบาอภิชัยขาวปี หรือครูบาขาวปี ศิษย์เอกของครูบาศรีวิชัย
ไฮไลต์: สรีระครูบาขาวปี รอยพระพุทธบาท พื้นที่ปฏิบัติธรรม ดอยผาหนาม ธรรมชาติร่มรื่น และเส้นทางศรัทธาที่เชื่อมโยงกับพระเถระสำคัญของล้านนา
วัดตั้งอยู่บริเวณเชิงดอยผาหนาม ท่ามกลางภูเขาและป่าไม้ ทำให้มีบรรยากาศสงบ เหมาะกับทั้งการไหว้พระและการใช้เวลาในสถานที่ที่มีความสัมพันธ์ระหว่างศาสนากับธรรมชาติอย่างเด่นชัด
ประวัติของวัดเชื่อมโยงกับครูบาขาวปี พระเถระผู้มีบทบาทสำคัญในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาและพัฒนาชุมชนในภาคเหนือ ท่านเป็นศิษย์เอกของครูบาศรีวิชัยและได้รับความเคารพศรัทธาจากชาวลำพูนอย่างมาก
หลังครูบาขาวปีมรณภาพเมื่อวันที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2520 สรีระของท่านได้รับการประดิษฐานไว้ภายในโลงแก้วที่วัด ผู้ศรัทธาจึงเดินทางมาสักการะเพื่อระลึกถึงคุณงามความดีและปฏิปทาของพระเถระรูปสำคัญ
วัดพระพุทธบาทผาหนามยังเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเรียนรู้เรื่อง “ดินแดนสามครูบา” ของอำเภอลี้ เพราะสามารถจัดเที่ยวเชื่อมโยงกับวัดบ้านปาง อนุสาวรีย์สามครูบา และสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับครูบาชัยยะวงศาพัฒนาได้
ผู้มาเยือนควรแต่งกายสุภาพและใช้เวลาเดินชมด้วยความสงบ เพราะพื้นที่ยังเป็นสถานที่ประกอบศาสนกิจและปฏิบัติธรรมของพระสงฆ์และพุทธศาสนิกชน
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 06:00 – 18:00 น.
การเดินทาง: ใช้ทางหลวงหมายเลข 106 เข้าสู่อำเภอลี้ แล้วเดินทางต่อไปยังตำบลป่าไผ่และบ้านผาหนาม รถยนต์ส่วนตัวเหมาะที่สุดสำหรับการเดินทาง
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง วัดพระพุทธบาทผาหนาม

32. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงพระบาทห้วยต้ม ตั้งอยู่ตำบลนาทราย อำเภอลี้ เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรและวัฒนธรรมที่ช่วยให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างการพัฒนาอาชีพ การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และวิถีของชุมชนกะเหรี่ยงพระบาทห้วยต้ม
ไฮไลต์: แปลงเกษตรโครงการหลวง พืชเมืองหนาว ไม้ผล สมุนไพร งานทอผ้า เครื่องเงิน งานจากกะลามะพร้าว วิถีมังสวิรัติ และวัฒนธรรมกะเหรี่ยง
จุดเริ่มต้นสำคัญของศูนย์เกิดขึ้นใน พ.ศ. 2521 เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เสด็จฯ เยี่ยมราษฎรบ้านพระบาทห้วยต้ม และทรงรับชุมชนไว้ในความดูแลของมูลนิธิโครงการหลวง เพื่อพัฒนาอาชีพ ฟื้นฟูทรัพยากร และยกระดับคุณภาพชีวิต
พื้นที่ศูนย์มีแปลงสาธิตทั้งพืชผัก ไม้ผล ไม้ดอก และสมุนไพร นักท่องเที่ยวสามารถเรียนรู้เรื่องการเลือกพืชที่เหมาะกับพื้นที่ การสร้างรายได้จากการเกษตร และการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ
อีกมิติหนึ่งที่สำคัญคือวัฒนธรรมของชุมชนกะเหรี่ยงพระบาทห้วยต้ม ซึ่งยังคงมีงานทอผ้าแบบดั้งเดิม งานเครื่องเงิน เครื่องประดับจากกะลามะพร้าว และงานจักสาน รวมถึงวิถีการรับประทานอาหารมังสวิรัติที่มีความโดดเด่นในระดับชุมชน
หลังฤดูเก็บเกี่ยว ชุมชนยังมีประเพณีทำบุญข้าวใหม่ประมาณเดือนมกราคม เป็นกิจกรรมที่สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างการเกษตร ความเชื่อ และความกตัญญูต่อธรรมชาติ
ศูนย์แห่งนี้จึงเหมาะกับผู้ที่สนใจทั้งการเกษตรตามแนวพระราชดำริ การพัฒนาชุมชน วัฒนธรรมชาติพันธุ์ และการท่องเที่ยวที่ช่วยกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 08:30 – 16:30 น.
การเดินทาง: จากตัวอำเภอลี้เดินทางเข้าสู่ตำบลนาทรายและพื้นที่บ้านพระบาทห้วยต้ม สามารถใช้รถยนต์ส่วนตัวและจัดเที่ยวต่อเนื่องกับวัดพระบาทห้วยต้มและชุมชนโดยรอบได้

33. หมู่บ้านกะเหรี่ยงพัฒนาห้วยหละ ตั้งอยู่หมู่ 2 ตำบลป่าพลู อำเภอบ้านโฮ่ง เป็นชุมชนกะเหรี่ยงที่ยังคงรักษาการทอผ้าแบบใช้เอวเป็นกี่ การย้อมสีจากวัสดุธรรมชาติ และวิถีชีวิตที่มีความสัมพันธ์กับป่าและทรัพยากรในท้องถิ่น
ไฮไลต์: กี่เอวแบบดั้งเดิม ผ้าทอกะเหรี่ยง การย้อมสีธรรมชาติ เสื้อผ้าชาติพันธุ์ วิถีชุมชน และการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมแบบ Community-Based Tourism
การทอผ้าเป็นภูมิปัญญาที่โดดเด่นที่สุดของหมู่บ้าน โดยผู้ทอจะใช้ลำตัวช่วยตรึงกี่และควบคุมความตึงของเส้นด้าย เทคนิคนี้ต้องอาศัยความชำนาญสูงและเป็นลักษณะเฉพาะที่สืบทอดกันมาหลายรุ่น
สีที่ใช้กับผ้าหลายชนิดมาจากวัสดุธรรมชาติในท้องถิ่น การเตรียมเส้นด้าย ย้อมสี และสร้างลวดลายจึงเป็นกระบวนการที่สะท้อนทั้งความรู้เรื่องพืชและทักษะทางหัตถกรรม
นักท่องเที่ยวสามารถชมการทอผ้า เลือกซื้อผ้าทอ เสื้อ กระเป๋า และของใช้ที่ผลิตโดยคนในชุมชน การซื้อโดยตรงช่วยสร้างรายได้ให้ครัวเรือนและสนับสนุนการสืบทอดวัฒนธรรม
เสน่ห์ของหมู่บ้านอยู่ที่ความเรียบง่าย ไม่ได้ถูกพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่ จึงควรมาเยือนด้วยความเคารพต่อชีวิตประจำวันของคนในพื้นที่
หากต้องการถ่ายภาพบุคคลหรือเข้าชมพื้นที่ทำงานภายในบ้าน ควรขออนุญาตเจ้าของพื้นที่ก่อนทุกครั้ง เพื่อให้การท่องเที่ยวเป็นไปอย่างเหมาะสมและเคารพวัฒนธรรมชุมชน
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: ช่วงกลางวันเหมาะสำหรับการเยี่ยมชม
การเดินทาง: ใช้ทางหลวงหมายเลข 106 เส้นลำพูน–ลี้ บริเวณกิโลเมตรที่ 107–108 แล้วเลี้ยวเข้าสู่หมู่บ้านตามป้าย รถยนต์ส่วนตัวสะดวกที่สุด

34. วัดพระธาตุดอยกวางคำ ตั้งอยู่บ้านโป่งแดง–สัญชัย ตำบลทุ่งหัวช้าง อำเภอทุ่งหัวช้าง เป็นวัดบนดอยที่มีความสำคัญด้านศรัทธาและเกี่ยวข้องกับครูบาชัยยะวงศาพัฒนา หนึ่งในพระเถระสำคัญของลำพูนตอนใต้
ไฮไลต์: พระธาตุดอยกวางคำ รอยพระพุทธบาท พระประธานทรงเครื่องปางพระมหาจักรพรรดิ วิวพื้นที่ทุ่งหัวช้าง และเส้นทางศรัทธาที่เชื่อมโยงกับครูบาชัยยะวงศาพัฒนา
ตัววัดตั้งอยู่บนพื้นที่สูงจึงมีบรรยากาศแตกต่างจากวัดในที่ราบ การขึ้นมาสักการะพระธาตุพร้อมชมทิวทัศน์โดยรอบเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์สำคัญของการมาเยือน
พระธาตุดอยกวางคำเป็นศูนย์รวมศรัทธาของชาวบ้านในพื้นที่ ขณะที่รอยพระพุทธบาทช่วยเพิ่มมิติความศักดิ์สิทธิ์และทำให้สถานที่แห่งนี้เป็นจุดแสวงบุญสำคัญของอำเภอทุ่งหัวช้าง
ภายในวิหารมีพระประธานทรงเครื่องปางพระมหาจักรพรรดิ ซึ่งมีรูปแบบสง่างามและแตกต่างจากพระประธานแบบล้านนาที่พบทั่วไป จึงเป็นอีกหนึ่งจุดที่ควรชมอย่างละเอียด
วัดมีความเกี่ยวข้องกับครูบาชัยยะวงศาพัฒนา ผู้มีบทบาทสำคัญด้านพระพุทธศาสนาและการพัฒนาชุมชนในลำพูน ทำให้สามารถเชื่อมโยงการมาเยือนกับเส้นทางตามรอยครูบาในอำเภอลี้และพื้นที่ใกล้เคียงได้
ผู้ที่เดินทางมาทุ่งหัวช้างควรเผื่อเวลาเที่ยววัดอย่างสงบและชมภูมิประเทศโดยรอบ เพราะโซนนี้ยังมีนักท่องเที่ยวไม่หนาแน่นเมื่อเทียบกับตัวเมืองลำพูน
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 08:00 – 17:00 น.
การเดินทาง: เดินทางเข้าสู่อำเภอทุ่งหัวช้างแล้วต่อไปยังบ้านโป่งแดง–สัญชัย รถยนต์ส่วนตัวเหมาะกับเส้นทางมากที่สุด เนื่องจากวัดตั้งอยู่ในพื้นที่ดอย
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง วัดพระธาตุดอยกวางคำ

35. กู่เฮือง–กู่ป่าลาน ตั้งอยู่ในพื้นที่บ้านศรีดอนชัย ตำบลบ้านธิ อำเภอบ้านธิ เป็นกลุ่มโบราณสถานที่ช่วยสะท้อนร่องรอยศาสนาและชุมชนโบราณในพื้นที่บ้านธิ ผ่านอาคารก่ออิฐฉาบปูนและลวดลายปูนปั้นที่ยังหลงเหลืออยู่
ไฮไลต์: อาคารทรงมณฑป ฐานบัวลูกแก้วอกไก่ ซุ้มจระนำ ลายปูนปั้นดอกไม้ ใบไม้ ธรรมจักร นกยูง และรูปม้า
กู่ป่าลานตั้งอยู่ด้านหลังวิหารวัดกู่ป่าลาน มีลักษณะเป็นอาคารทรงมณฑปก่ออิฐฉาบปูน ฐานล่างเป็นฐานกระดานสี่เหลี่ยมและต่อด้วยฐานบัวลูกแก้วอกไก่ แม้บางส่วนจะชำรุด แต่ยังมองเห็นรูปแบบสถาปัตยกรรมได้ชัด
กู่เฮืองเป็นโบราณสถานอีกแห่งในพื้นที่ใกล้กัน ตัวอาคารมีผังสี่เหลี่ยมและเรือนธาตุทำเป็นมุขติดผนังทั้ง 4 ทิศ ด้านตะวันออกเปิดเป็นทางเข้า ส่วนด้านอื่นทำเป็นซุ้มจระนำ
งานปูนปั้นเป็นรายละเอียดสำคัญ มีทั้งลายลูกประคำ ลายดอกไม้ ลายใบไม้ ธรรมจักร นกยูง และรูปม้า ช่วยให้เห็นรูปแบบศิลปกรรมและความเชื่อของชุมชนในอดีต
เรื่องเล่าของชุมชนกล่าวถึงบริเวณนี้ว่าเคยเป็นวัดเก่า ก่อนจะถูกทิ้งร้างจากเหตุการณ์สงครามและการอพยพ ต่อมาชาวบ้านจึงกลับมาฟื้นฟูพื้นที่และสร้างวัดขึ้นใหม่
กู่เฮือง–กู่ป่าลานเหมาะกับผู้สนใจโบราณคดีและสถาปัตยกรรม โดยสามารถจัดเที่ยวร่วมกับวัดบ้านธิหลวง อ่างเก็บน้ำแม่ธิ และสถานที่ในอำเภอบ้านธิได้
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 08:00 – 17:00 น.
การเดินทาง: เดินทางเข้าสู่ตำบลบ้านธิ อำเภอบ้านธิ แล้วต่อไปยังบ้านศรีดอนชัยและบริเวณวัดกู่ป่าลาน รถยนต์และรถจักรยานยนต์เข้าถึงได้สะดวก
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง กู่เฮือง–กู่ป่าลาน

36. วัดบ้านธิหลวง ตั้งอยู่เลขที่ 148 หมู่ 14 ตำบลบ้านธิ อำเภอบ้านธิ เป็นหนึ่งในวัดเก่าแก่ที่สุดของพื้นที่และได้รับการกล่าวขานว่าเป็นวัดแรกของตำบลบ้านธิ มีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับลำน้ำแม่ธิและการตั้งถิ่นฐานของชุมชน
ไฮไลต์: วัดเก่าแก่ริมลำน้ำแม่ธิ ศูนย์รวมศรัทธาดั้งเดิมของชุมชน ประวัติการตั้งถิ่นฐานของบ้านธิ และบรรยากาศวัดล้านนาริมสายน้ำ
วัดสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2275 ก่อนที่วัดอื่นในชุมชนบ้านธิจะเกิดขึ้นตามมา ในอดีตชาวบ้านจากหลายหมู่บ้านต้องเดินทางมาประกอบศาสนกิจที่วัดแห่งนี้ จึงมีบทบาทเป็นศูนย์กลางของชุมชนในวงกว้าง
เมื่อชุมชนขยายตัวและการเดินทางยังไม่สะดวก จึงมีการสร้างวัดประจำหมู่บ้านอื่น ๆ เพิ่มขึ้น แต่สถานะของวัดบ้านธิหลวงในฐานะวัดเก่าและศูนย์รวมศรัทธาดั้งเดิมยังคงอยู่
ที่ตั้งติดลำน้ำแม่ธิสะท้อนรูปแบบการตั้งถิ่นฐานของชุมชนล้านนา ซึ่งมักเลือกพื้นที่ใกล้น้ำสำหรับการเกษตร การอุปโภคบริโภค และกิจกรรมส่วนรวม วัดจึงเป็นส่วนหนึ่งของภูมิทัศน์วัฒนธรรมของชุมชนอย่างแท้จริง
วัดได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาใน พ.ศ. 2538 และได้รับการยกย่องเป็นวัดพัฒนาตัวอย่างใน พ.ศ. 2539 สะท้อนบทบาทที่ต่อเนื่องทั้งด้านศาสนาและการพัฒนาชุมชน
ผู้ที่มาเที่ยวบ้านธิสามารถจัดวัดบ้านธิหลวงร่วมกับกู่เฮือง–กู่ป่าลาน อ่างเก็บน้ำแม่ธิ และวัดชุมชนใกล้เคียงเพื่อทำความเข้าใจพื้นที่ได้รอบด้านขึ้น
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 08:00 – 17:00 น.
การเดินทาง: วัดตั้งอยู่ในตำบลบ้านธิ อำเภอบ้านธิ ริมลำน้ำแม่ธิ สามารถเดินทางจากตัวเมืองลำพูนด้วยรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ได้สะดวก
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง วัดบ้านธิหลวง

37. วัดป่าตาล (บ้านธิ) ตั้งอยู่บ้านป่าตาล–ฮ่องแฮ่ ตำบลบ้านธิ อำเภอบ้านธิ เป็นวัดชุมชนที่มีเรื่องราวโดดเด่นจากการฟื้นฟูพื้นที่วัดร้างให้กลับมาเป็นศูนย์รวมศรัทธาของหมู่บ้านอีกครั้ง
ไฮไลต์: ประวัติวัดร้าง การฟื้นฟูโดยชุมชน ที่มาของชื่อจากต้นตาล และบทบาทของวัดในฐานะศูนย์กลางชุมชนบ้านธิ
ประวัติระบุว่าวัดสร้างขึ้นตั้งแต่ พ.ศ. 2375 ก่อนจะถูกทิ้งร้างเป็นเวลานาน เหลือเพียงซากอิฐและร่องรอยศาสนสถานเดิม ท่ามกลางพื้นที่ที่มีต้นตาลขึ้นอยู่เป็นจำนวนมาก
สภาพแวดล้อมดังกล่าวเป็นที่มาของชื่อ “วัดป่าตาล” และทำให้ชื่อวัดทำหน้าที่เสมือนบันทึกสภาพภูมิประเทศและความทรงจำของชุมชนในอดีต
ภายหลังเมื่อผู้คนกลับเข้ามาตั้งถิ่นฐาน ชาวบ้านได้ร่วมกันบูรณะวัด นิมนต์พระสงฆ์มาจำพรรษา และสร้างเสนาสนะขึ้นใหม่จนวัดกลับมามีบทบาททางศาสนาอีกครั้ง
เรื่องราวของวัดจึงสะท้อนพลังของชุมชนอย่างชัดเจน เพราะการฟื้นฟูไม่ได้เกิดจากการสร้างแหล่งท่องเที่ยว แต่เกิดจากความต้องการให้หมู่บ้านมีศูนย์กลางทางจิตใจและสถานที่ประกอบศาสนกิจ
วัดป่าตาลเหมาะสำหรับผู้ที่สนใจประวัติชุมชนและวัดท้องถิ่น สามารถจัดเที่ยวร่วมกับวัดบ้านธิหลวงและกู่เฮือง–กู่ป่าลานได้ภายในวันเดียว
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 08:00 – 17:00 น.
การเดินทาง: วัดตั้งอยู่บ้านป่าตาล–ฮ่องแฮ่ หมู่ 19 ตำบลบ้านธิ เดินทางเข้าสู่ชุมชนได้ด้วยรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง วัดป่าตาล บ้านธิ

38. วัดบ้านโฮ่งหลวง ตั้งอยู่บ้านโฮ่ง หมู่ 2 ตำบลบ้านโฮ่ง อำเภอบ้านโฮ่ง เป็นวัดเก่าแก่ที่อยู่คู่ชุมชนมานานกว่า 200 ปี และมีบทบาททั้งด้านศาสนา การศึกษา และวัฒนธรรม
ไฮไลต์: พระพุทธมงคล วิหาร อุโบสถ เจดีย์ อาคารเรียนพระปริยัติธรรม หีบพระธรรม และตู้พระธรรมลงรักปิดทอง
วัดมีประวัติย้อนกลับไปถึง พ.ศ. 2319 ซึ่งเป็นช่วงที่ชุมชนบ้านโฮ่งเริ่มตั้งถิ่นฐานอย่างเป็นรูปธรรม ทำให้วัดกลายเป็นศูนย์รวมศรัทธาสำคัญของคนในพื้นที่ตั้งแต่ยุคแรก
ภายในมีเสนาสนะครบถ้วน ทั้งวิหาร อุโบสถ ศาลาการเปรียญ กุฏิสงฆ์ เจดีย์ และอาคารเรียนพระปริยัติธรรม สะท้อนว่าวัดทำหน้าที่มากกว่าการประกอบพิธีกรรม แต่ยังเป็นพื้นที่การศึกษาของชุมชน
พระประธานในวิหารมีนามว่า “พระพุทธมงคล” เป็นพระพุทธรูปก่ออิฐถือปูน ลงรักปิดทอง และเป็นที่เคารพของชาวบ้านโฮ่ง
หีบพระธรรมและตู้พระธรรมลงรักปิดทองเป็นอีกกลุ่มวัตถุที่มีคุณค่าด้านศิลปกรรม แสดงให้เห็นความประณีตของงานช่างและความสำคัญที่ชุมชนให้กับการเก็บรักษาพระธรรม
วัดบ้านโฮ่งหลวงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการทำความเข้าใจอำเภอบ้านโฮ่งผ่านวัดศูนย์กลางชุมชน สามารถเที่ยวร่วมกับหมู่บ้านกะเหรี่ยงพัฒนาห้วยหละและวัดอื่น ๆ ในพื้นที่ได้
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 08:00 – 17:00 น.
การเดินทาง: วัดตั้งอยู่เลขที่ 5 บ้านโฮ่ง หมู่ 2 ตำบลบ้านโฮ่ง สามารถเดินทางตามทางหลวงหมายเลข 106 แล้วเข้าสู่ตัวอำเภอบ้านโฮ่งได้สะดวก
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง วัดบ้านโฮ่งหลวง

39. วัดปทุมสราราม ตั้งอยู่บ้านสันปูเลย หมู่ 2 ตำบลศรีเตี้ย อำเภอบ้านโฮ่ง เป็นวัดเก่าของชุมชนที่มีชื่อสัมพันธ์กับสภาพพื้นที่ในอดีต ซึ่งเคยมีหนองน้ำและดอกบัวเผื่อนขึ้นอยู่เป็นจำนวนมาก
ไฮไลต์: วัดชุมชนเก่าแก่ พระพุทธบาทจำลอง วิหาร อุโบสถ ศาลาการเปรียญ และเรื่องราวของหนองบัวซึ่งเป็นที่มาของชื่อวัด
วัดได้รับอนุญาตตั้งเป็นวัดเมื่อ พ.ศ. 2413 และมีบทบาทเป็นศูนย์กลางทางพระพุทธศาสนาของบ้านสันปูเลยมานานกว่าศตวรรษ
ชื่อ “ปทุมสราราม” เชื่อมโยงกับสภาพแวดล้อมเดิมซึ่งมีหนองน้ำและบัวเผื่อนจำนวนมาก ทำให้ชื่อวัดเก็บรักษาความทรงจำเกี่ยวกับภูมิประเทศของชุมชนไว้
ภายในมีวิหาร อุโบสถ ศาลาการเปรียญ กุฏิสงฆ์ พระพุทธรูป และพระพุทธบาทจำลอง ใช้รองรับทั้งกิจกรรมของพระสงฆ์และการทำบุญของชาวบ้าน
พื้นที่วัดอยู่ใกล้โรงเรียนและแหล่งเรียนรู้ของตำบลศรีเตี้ย สะท้อนความสัมพันธ์แบบดั้งเดิมระหว่าง “วัด บ้าน โรงเรียน” ซึ่งเป็นโครงสร้างสำคัญของชุมชนชนบทไทย
เหมาะกับผู้ที่ต้องการเที่ยววัดชุมชนแบบไม่เร่งรีบ และสามารถจัดรวมในเส้นทางบ้านโฮ่งร่วมกับวัดบ้านโฮ่งหลวงและวัดห้วยน้ำดิบได้
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 08:00 – 17:00 น.
การเดินทาง: วัดตั้งอยู่บ้านสันปูเลย หมู่ 2 ถนนม่วงโตน–ท่าลี้ ตำบลศรีเตี้ย อำเภอบ้านโฮ่ง เดินทางด้วยรถยนต์ได้สะดวก
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง วัดปทุมสราราม

40. วัดห้วยน้ำดิบ ตั้งอยู่บ้านห้วยน้ำดิบ หมู่ 5 ตำบลบ้านโฮ่ง อำเภอบ้านโฮ่ง เป็นวัดเก่าแก่ของชุมชนที่สร้างขึ้นในช่วงต้นพุทธศตวรรษที่ 25 และยังคงทำหน้าที่เป็นศูนย์รวมศรัทธาและพื้นที่ส่วนกลางของหมู่บ้าน
ไฮไลต์: พระประธานก่ออิฐถือปูน อุโบสถ ศาลาการเปรียญ กุฏิสงฆ์ ประวัติวัดชุมชน และบทบาทด้านการเรียนรู้ของเยาวชน
วัดสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2449 โดยพระไชยาจากวัดบ้านโฮ่งหลวงเป็นผู้ริเริ่ม และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2493
พื้นที่วัดมีขนาดประมาณ 9 ไร่ 50 ตารางวา และยังมีที่ธรณีสงฆ์เพิ่มเติม แสดงให้เห็นบทบาทที่มั่นคงของวัดในฐานะศูนย์กลางศาสนาของชุมชนบ้านห้วยน้ำดิบ
ภายในมีอุโบสถ กุฏิสงฆ์ และศาลาการเปรียญ รวมถึงพระประธานก่ออิฐถือปูนและพระพุทธรูปสำคัญหลายองค์ ซึ่งสะท้อนรูปแบบงานช่างวัดท้องถิ่นในภาคเหนือ
ในอดีตวัดยังมีบทบาทในกิจกรรมด้านการเรียนรู้และเยาวชน เช่น พื้นที่อ่านหนังสือและกิจกรรมยุวเกษตรกร แสดงให้เห็นว่าวัดไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ประกอบพิธีกรรม แต่เป็นพื้นที่ทางสังคมของหมู่บ้านด้วย
วัดห้วยน้ำดิบเหมาะกับผู้สนใจวัดชุมชนและวิถีท้องถิ่น สามารถจัดเที่ยวต่อเนื่องกับวัดบ้านโฮ่งหลวงและวัดปทุมสรารามเพื่อทำความเข้าใจพื้นที่บ้านโฮ่งได้มากขึ้น
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 08:00 – 17:00 น.
การเดินทาง: วัดตั้งอยู่บ้านห้วยน้ำดิบ หมู่ 5 ตำบลบ้านโฮ่ง อำเภอบ้านโฮ่ง สามารถเดินทางจากตัวอำเภอด้วยรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ตามถนนท้องถิ่น
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง วัดห้วยน้ำดิบ

41. วัดดอนชัย ตั้งอยู่บ้านเหล่าหมุ้น หมู่ 10 ตำบลเหล่ายาว อำเภอบ้านโฮ่ง เป็นวัดชุมชนเก่าแก่ที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ พ.ศ. 2425 และมีองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมที่น่าสนใจทั้งวิหาร อุโบสถ เจดีย์ ศาลาการเปรียญ และปรางค์ศิลปะขอม
ไฮไลต์: ปรางค์ศิลปะขอม วิหาร อุโบสถ เจดีย์ ศาลาการเปรียญ และประวัติชุมชนบ้านเหล่าหมุ้นที่สืบต่อกันมากกว่าศตวรรษ
เดิมวัดมีชื่อว่า “วัดเด่นผักกุ่ม” โดยคำว่า “เด่น” ในภาษาท้องถิ่นหมายถึงพื้นที่สูง ขณะที่บริเวณวัดเดิมมีต้นกุ่มขึ้นอยู่จำนวนมาก ชื่อเดิมจึงบันทึกลักษณะภูมิประเทศและสภาพแวดล้อมของพื้นที่ในอดีตเอาไว้
ต่อมาชื่อวัดเปลี่ยนเป็น “วัดดอนชัย” คำว่า “ดอน” สื่อถึงพื้นที่สูง และ “ชัย” หมายถึงชัยชนะ ความเจริญ และความเป็นมงคล ชื่อปัจจุบันจึงมีทั้งความหมายทางภูมิศาสตร์และความเชื่อ
ภายในวัดมีเสนาสนะสำหรับกิจกรรมของพระสงฆ์และชุมชนอย่างครบถ้วน สิ่งที่เพิ่มความน่าสนใจคือองค์ประกอบแบบปรางค์ศิลปะขอม ซึ่งช่วยสร้างความแตกต่างจากวัดชุมชนล้านนาทั่วไปในพื้นที่บ้านโฮ่ง
วัดได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2513 ทำให้สามารถประกอบสังฆกรรมสำคัญได้อย่างถูกต้องตามพระวินัย และสะท้อนพัฒนาการของวัดจากศูนย์กลางหมู่บ้านสู่ศาสนสถานที่มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น
บรรยากาศรอบวัดเป็นชุมชนและพื้นที่เกษตรกรรม เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสวัดชนบทล้านนาแบบเรียบง่าย สามารถจัดเที่ยวร่วมกับวัดบ้านโฮ่งหลวง วัดห้วยห้า และวัดทุ่งม่านได้
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 08:00 – 17:00 น.
การเดินทาง: จากตัวอำเภอบ้านโฮ่งเดินทางเข้าสู่ตำบลเหล่ายาวและบ้านเหล่าหมุ้น หมู่ 10 รถยนต์หรือรถจักรยานยนต์เหมาะที่สุดสำหรับการเดินทาง
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง วัดดอนชัย

42. วัดห้วยห้า ตั้งอยู่บ้านห้วยห้า หมู่ 7 ตำบลบ้านโฮ่ง อำเภอบ้านโฮ่ง เป็นวัดเก่าแก่ที่ก่อตั้งจากแรงศรัทธาของชาวบ้านเมื่อ พ.ศ. 2400 และยังคงทำหน้าที่เป็นศูนย์รวมศาสนาและการเรียนรู้ของชุมชนมาจนถึงปัจจุบัน
ไฮไลต์: อุโบสถ วิหาร เจดีย์ ศาลาอเนกประสงค์ ศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ และประวัติการพัฒนาวัดโดยชุมชน
จุดเริ่มต้นของวัดเกิดจากชาวบ้านร่วมกันแผ้วถางพื้นที่สาธารณประโยชน์และสร้างเสนาสนะชั่วคราว เพื่อให้ชุมชนมีสถานที่ประกอบศาสนกิจใกล้บ้าน เรื่องราวนี้สะท้อนความสัมพันธ์แบบดั้งเดิมระหว่างวัดกับชุมชนล้านนาได้อย่างชัดเจน
ต่อมามีการแต่งตั้งพระสุวรรณ สุวณฺโณ เป็นเจ้าอาวาสองค์แรก และวัดได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านอาคาร พื้นที่ และกิจกรรมของพระสงฆ์กับชาวบ้าน
ใน พ.ศ. 2519 ชุมชนร่วมกันซื้อที่ดินเพิ่มเติมเพื่อขยายเขตวัด ทำให้มีพื้นที่รองรับศาสนกิจและกิจกรรมส่วนรวมมากขึ้น ปัจจุบันภายในมีทั้งอุโบสถ วิหาร เจดีย์ กุฏิสงฆ์ และศาลาอเนกประสงค์
วัดยังเป็นที่ตั้งของศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ จึงมีบทบาทด้านการศึกษาและการปลูกฝังคุณธรรมแก่เยาวชนควบคู่ไปกับศาสนกิจตามปกติ
หากเที่ยวอำเภอบ้านโฮ่งแบบเจาะลึก วัดห้วยห้าเหมาะสำหรับเชื่อมต่อกับวัดบ้านโฮ่งหลวง วัดดอนชัย และวัดทุ่งม่าน เพื่อให้เห็นบทบาทของวัดชุมชนในแต่ละหมู่บ้าน
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 08:00 – 17:00 น.
การเดินทาง: วัดตั้งอยู่บ้านห้วยห้า หมู่ 7 ตำบลบ้านโฮ่ง สามารถเดินทางจากตัวอำเภอบ้านโฮ่งด้วยรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ได้สะดวก
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง วัดห้วยห้า

43. วัดทุ่งม่าน ตั้งอยู่บ้านทุ่งม่าน หมู่ 4 ตำบลป่าพลู อำเภอบ้านโฮ่ง เป็นวัดเก่าแก่ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ พ.ศ. 2369 และมีบทบาทโดดเด่นทั้งด้านศาสนา การปฏิบัติธรรม การอบรมประชาชน และการอนุรักษ์วัฒนธรรมชุมชน
ไฮไลต์: อุโบสถ วิหาร เจดีย์ ศาลาการเปรียญ พื้นที่ปฏิบัติธรรม หน่วยอบรมประชาชน และกิจกรรมวัฒนธรรมชุมชน
วัดมีอายุเกือบ 200 ปี และเติบโตควบคู่กับชุมชนบ้านทุ่งม่านมาตลอด การมีวัดอยู่ใกล้บ้านช่วยให้ชาวบ้านสามารถทำบุญ ฟังธรรม และร่วมกิจกรรมตามประเพณีล้านนาได้อย่างต่อเนื่อง
วัดได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2479 ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่ทำให้วัดมีความสมบูรณ์ในฐานะศาสนสถานสำหรับประกอบสังฆกรรม
อาคารสำคัญประกอบด้วยอุโบสถ วิหาร ศาลาการเปรียญ กุฏิสงฆ์ และเจดีย์ ซึ่งรองรับทั้งกิจกรรมของพระสงฆ์และกิจกรรมส่วนรวมของชุมชน
อีกบทบาทหนึ่งคือการเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมและหน่วยอบรมประชาชน ทำให้วัดไม่ได้ทำหน้าที่เฉพาะในวันสำคัญทางศาสนา แต่ยังเป็นพื้นที่ส่งเสริมคุณธรรมและวัฒนธรรมตลอดทั้งปี
วัดทุ่งม่านสามารถจัดเที่ยวร่วมกับหมู่บ้านกะเหรี่ยงพัฒนาห้วยหละซึ่งอยู่ในตำบลป่าพลูเช่นกัน ทำให้เส้นทางมีทั้งศาสนาและวัฒนธรรมชาติพันธุ์
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 08:00 – 17:00 น.
การเดินทาง: เดินทางจากอำเภอบ้านโฮ่งเข้าสู่ตำบลป่าพลูและบ้านทุ่งม่าน หมู่ 4 รถยนต์ส่วนตัวสะดวกที่สุด
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง วัดทุ่งม่าน

44. วัดปากกอง ตั้งอยู่หมู่ 2 ตำบลบ้านธิ อำเภอบ้านธิ เป็นวัดเก่าแก่ของชุมชนชาวไทลื้อและเป็นหนึ่งในสถานที่ที่ช่วยสะท้อนประวัติการตั้งถิ่นฐาน วิถีเกษตรกรรม และวัฒนธรรมของคนบ้านธิได้อย่างชัดเจน
ไฮไลต์: วัดชุมชนไทลื้อ ลำน้ำแม่ธิ ประวัติชื่อวัดจาก “ต้นเปา” และ “ปากกลอง” รวมถึงบรรยากาศชุมชนเก่าแก่ของบ้านธิ
วัดได้รับอนุญาตตั้งเมื่อ พ.ศ. 2413 และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาใน พ.ศ. 2542 มีบทบาทเป็นศูนย์กลางการทำบุญและกิจกรรมของชุมชนมาอย่างต่อเนื่อง
เดิมวัดมีชื่อว่า “วัดต้นเปา” ตามต้นไม้ชนิดหนึ่งที่ชาวบ้านเรียกว่าต้นเปา ต่อมามีชื่อเรียกว่า “วัดปากกลอง” ก่อนที่สำเนียงและการเรียกในท้องถิ่นจะเปลี่ยนเป็น “วัดปากกอง” อย่างในปัจจุบัน
บริเวณด้านเหนือของวัดมีลำน้ำแม่ธิไหลผ่าน สายน้ำนี้มีบทบาทสำคัญต่อเกษตรกรรมและการตั้งถิ่นฐานของคนในพื้นที่ การตั้งวัดใกล้น้ำจึงสะท้อนรูปแบบการเลือกพื้นที่ชุมชนแบบล้านนาในอดีต
ชุมชนรอบวัดมีผู้คนเชื้อสายไทลื้อจำนวนมาก วิถีชีวิตเกี่ยวข้องกับการทำไร่ ทำนา ทำสวน งานจักสาน และการค้าขาย ทำให้วัดเป็นทั้งศูนย์กลางศาสนาและพื้นที่รักษาอัตลักษณ์ของชุมชน
สามารถเที่ยวร่วมกับวัดบ้านธิหลวง วัดป่าตาล กู่เฮือง–กู่ป่าลาน และอ่างเก็บน้ำแม่ธิ เพื่อให้เห็นภาพอำเภอบ้านธิในหลายมิติ
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 08:00 – 17:00 น.
การเดินทาง: จากตัวเมืองลำพูนเดินทางเข้าสู่อำเภอบ้านธิ จากนั้นต่อไปยังหมู่ 2 ตำบลบ้านธิ วัดอยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอบ้านธิประมาณ 4.5 กิโลเมตร
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง วัดปากกอง

45. วัดสันทราย ตั้งอยู่หมู่ 5 ตำบลบ้านธิ อำเภอบ้านธิ เป็นวัดชุมชนที่มีประวัติยาวนานกว่า 200 ปี และยังคงเป็นพื้นที่ทำบุญ ประกอบพิธีกรรม และรวมตัวของคนในชุมชนอย่างต่อเนื่อง
ไฮไลต์: วัดเก่าแก่กว่า 2 ศตวรรษ ศาสนสถานของชุมชนบ้านธิ พื้นที่วัดขนาดกว่า 8 ไร่ และบทบาทศูนย์กลางกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา
วัดสร้างขึ้นประมาณ พ.ศ. 2365 และได้รับอนุญาตตั้งเป็นวัดในปีเดียวกัน ทำให้เป็นหนึ่งในวัดเก่าแก่ที่อยู่ร่วมกับการเติบโตของชุมชนบ้านธิมาอย่างยาวนาน
พื้นที่วัดมีขนาด 8 ไร่ 1 งาน 7 ตารางวา สามารถรองรับทั้งอาคารศาสนสถาน งานบุญ และกิจกรรมชุมชนได้อย่างเหมาะสม
วัดได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2518 ทำให้มีเขตประกอบสังฆกรรมอย่างเป็นทางการและมีความสมบูรณ์ในฐานะวัดตามคณะสงฆ์ไทย
จุดเด่นของวัดสันทรายไม่ได้อยู่ที่การเป็นสถานที่ท่องเที่ยวขนาดใหญ่ แต่คือความต่อเนื่องของวัดชุมชนที่ยังคงมีความสัมพันธ์กับชีวิตประจำวันของผู้คน
เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจเส้นทางวัดชุมชนบ้านธิ และสามารถจัดร่วมกับวัดปากกอง วัดป่าตาล วัดบ้านธิหลวง และกู่เฮือง–กู่ป่าลานได้ในวันเดียว
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 08:00 – 17:00 น.
การเดินทาง: วัดตั้งอยู่เลขที่ 101 หมู่ 5 ตำบลบ้านธิ อำเภอบ้านธิ สามารถเดินทางจากตัวอำเภอด้วยรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ได้สะดวก
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง วัดสันทราย

46. วัดศรีดอนชัย ตั้งอยู่บ้านสันมะนะ หมู่ 10 ตำบลบ้านธิ อำเภอบ้านธิ เป็นวัดที่โดดเด่นด้วย “พระพุทธเฉลิมสิริราช” พระพุทธรูปปางลีลาขนาดใหญ่ สูง 59 ศอก ซึ่งเป็นจุดศรัทธาสำคัญและมองเห็นได้อย่างโดดเด่นจากบริเวณวัด
ไฮไลต์: พระพุทธเฉลิมสิริราชสูง 59 ศอก พระพุทธรูปปางลีลาขนาดใหญ่ การสร้างเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล และบรรยากาศวัดชุมชนบ้านธิ
พระพุทธเฉลิมสิริราชสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2538 จากแรงศรัทธาของพุทธศาสนิกชนชาวไทยและต่างประเทศ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลในวาระที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชทรงครองราชย์เป็นปีที่ 50
องค์พระได้รับพระราชทานนามว่า “พระพุทธเฉลิมสิริราช” และกลายเป็นสัญลักษณ์สำคัญของวัด พุทธลักษณะปางลีลาสื่อถึงความสง่างาม อ่อนช้อย และการดำเนินเผยแผ่พระธรรม
ด้วยความสูง 59 ศอก องค์พระจึงมองเห็นได้เด่นชัดและสร้างความประทับใจตั้งแต่เข้าสู่บริเวณวัด เหมาะทั้งสำหรับการสักการะและชมงานพุทธศิลป์ขนาดใหญ่
วัดยังคงทำหน้าที่เป็นวัดชุมชน ไม่ได้มีเพียงองค์พระขนาดใหญ่เป็นจุดท่องเที่ยวเท่านั้น จึงเหมาะกับการมาไหว้พระอย่างสงบและเรียนรู้วิถีของบ้านธิไปพร้อมกัน
สามารถจัดเที่ยวต่อกับวัดบ้านธิหลวง วัดปากกอง และกู่เฮือง–กู่ป่าลาน ซึ่งอยู่ในโซนอำเภอบ้านธิเช่นกัน
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 06:00 – 18:00 น.
การเดินทาง: เดินทางเข้าสู่อำเภอบ้านธิแล้วต่อไปยังบ้านสันมะนะ หมู่ 10 ตำบลบ้านธิ สามารถใช้รถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ได้สะดวก
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง วัดศรีดอนชัย

47. วัดพระบาทห้วยต้ม ตั้งอยู่หมู่ 8 ตำบลนาทราย อำเภอลี้ เป็นวัดสำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของลำพูนตอนใต้และเป็นศูนย์รวมศรัทธาของชุมชนปกาเกอะญอบ้านพระบาทห้วยต้ม โดยมีความเกี่ยวข้องอย่างลึกซึ้งกับหลวงปู่ครูบาชัยยะวงศาพัฒนา
ไฮไลต์: วิหารพระเมืองแก้ว สรีระหลวงปู่ครูบาชัยยะวงศาพัฒนา รอยพระพุทธบาท สิ่งก่อสร้างจากศิลาแลง วัฒนธรรมปกาเกอะญอ และเส้นทางศรัทธาพระบาทห้วยต้ม
วัดเป็นศูนย์กลางทั้งด้านศาสนาและวิถีชุมชน ชาวปกาเกอะญอในพื้นที่มีความผูกพันกับวัดอย่างแน่นแฟ้น ทั้งการทำบุญ รักษาศีล ร่วมงานประเพณี และดำเนินชีวิตตามหลักความเรียบง่ายที่ได้รับอิทธิพลจากหลวงปู่ครูบาชัยยะวงศาพัฒนา
เอกลักษณ์ทางสถาปัตยกรรมคือการใช้ศิลาแลงจำนวนมากในการสร้างอาคารและองค์ประกอบต่าง ๆ วัสดุเหล่านี้ได้จากพื้นที่ท้องถิ่น ทำให้วัดมีสีและพื้นผิวแตกต่างจากวัดล้านนาทั่วไป
วิหารพระเมืองแก้วเป็นสถานที่สำคัญสำหรับสักการะสรีระของหลวงปู่ครูบาชัยยะวงศาพัฒนา พระเถระผู้มีบทบาทอย่างมากต่อการพัฒนาชุมชนและพระพุทธศาสนาในพื้นที่
ตำนานของวัดยังเชื่อมโยงกับรอยพระพุทธบาทและเรื่องเล่าว่าพระพุทธองค์เคยเสด็จผ่านบริเวณนี้ ทำให้สถานที่เป็นจุดแสวงบุญที่ได้รับความศรัทธาจากผู้คนหลายจังหวัด
สำหรับผู้ที่ต้องการเที่ยวให้ครบ ควรจัดร่วมกับศูนย์พัฒนาโครงการหลวงพระบาทห้วยต้มและวัดมหาธาตุเจดีย์ศรีเวียงชัย เพราะทั้ง 3 แห่งอยู่ในโซนเดียวกันและช่วยให้เข้าใจพื้นที่พระบาทห้วยต้มได้รอบด้าน
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 05:00 – 18:00 น.
การเดินทาง: จากตัวอำเภอลี้เดินทางเข้าสู่ตำบลนาทรายและบ้านพระบาทห้วยต้ม รถยนต์ส่วนตัวสะดวกที่สุดสำหรับการเดินทางและเที่ยวต่อเนื่องในพื้นที่
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง วัดพระบาทห้วยต้ม

48. วัดมหาธาตุเจดีย์ศรีเวียงชัย ตั้งอยู่บ้านหนองปูหรือบ้านห้วยต้ม หมู่ 9 ตำบลนาทราย อำเภอลี้ เป็นพุทธสถานที่มีองค์พระมหาธาตุสีทองขนาดใหญ่ รูปทรงได้รับแรงบันดาลใจจากเจดีย์ชเวดากอง และเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กศรัทธาที่โดดเด่นที่สุดของลำพูนตอนใต้
ไฮไลต์: พระมหาธาตุสีทองสูง 64.39 เมตร ฐานกว้างประมาณ 40 × 40 เมตร โครงสร้างศิลาแลง ศิลปะล้านนา และแนวคิดพระพุทธเจ้า 5 พระองค์ในภัทรกัป
องค์พระมหาธาตุมีขนาดใหญ่และมองเห็นได้จากระยะไกล เมื่อแสงตกกระทบผิวสีทองจะทำให้เจดีย์โดดเด่นเหนือภูมิประเทศของบ้านห้วยต้ม
หลวงปู่ครูบาชัยยะวงศาพัฒนาเป็นผู้ริเริ่มแนวคิดการก่อสร้าง โดยมีจุดประสงค์ให้เป็นพุทธเจดีย์ที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธเจ้า 5 พระองค์ในภัทรกัป และเป็นศูนย์รวมศรัทธาของคนรุ่นต่อไป
แม้รูปทรงภายนอกจะชวนให้นึกถึงเจดีย์ชเวดากอง แต่รายละเอียดของสถานที่ผสมผสานศิลปะล้านนา วัสดุศิลาแลง และความเชื่อของชุมชนพระบาทห้วยต้มเข้าด้วยกัน
ฐานเจดีย์กว้างประมาณ 40 × 40 เมตร และองค์เจดีย์สูงจากพื้นถึงบัวยอดฉัตร 64.39 เมตร ขนาดที่ใหญ่ทำให้ผู้มาเยือนสามารถเดินชมรายละเอียดได้จากหลายมุม
ควรจัดเที่ยวพร้อมวัดพระบาทห้วยต้มและศูนย์พัฒนาโครงการหลวงพระบาทห้วยต้ม เพราะอยู่ในพื้นที่เดียวกันและมีเรื่องราวเชื่อมโยงกันทั้งศรัทธา ชุมชน และการพัฒนา
วันเปิดทำการ: ทุกวัน
การเดินทาง: ตั้งอยู่บ้านหนองปูหรือบ้านห้วยต้ม ตำบลนาทราย อำเภอลี้ ใกล้วัดพระบาทห้วยต้ม สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวได้สะดวก

49. วัดพระธาตุดวงเดียว (เวียงเจดีย์) ตั้งอยู่บริเวณบ้านสันดอยเวียงหรือบ้านพระธาตุห้าดวง หมู่ 15 ตำบลลี้ อำเภอลี้ เป็นวัดขนาดไม่ใหญ่บนเนินซึ่งมีความสัมพันธ์กับพื้นที่เวียงโบราณ และมีองค์พระธาตุดวงเดียวทรงสูงเพรียวเป็นจุดเด่น
ไฮไลต์: พระธาตุดวงเดียวสูงประมาณ 30 เมตร เจดีย์ทรงเหลี่ยมย่อมุม ซุ้มพระพุทธรูป 4 ทิศ พระธาตุจำลองประจำปีเกิด 12 ราศี และร่องรอยเวียงเก่า
องค์พระธาตุที่เห็นในปัจจุบันสร้างครอบเจดีย์องค์เดิมไว้ มีรูปทรงเหลี่ยมย่อมุมและสัดส่วนสูงเพรียว ทำให้โดดเด่นแม้อยู่ในวัดที่มีขนาดไม่ใหญ่
รอบองค์พระธาตุมีระเบียงคดและซุ้มพระพุทธรูปประจำ 4 ทิศ ผู้มาเยือนสามารถเดินเวียนสักการะและชมรายละเอียดขององค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมได้อย่างใกล้ชิด
บริเวณด้านข้างยังมีพระธาตุจำลองประจำปีเกิด 12 ราศี เพิ่มมิติด้านความเชื่อแบบล้านนาและทำให้ผู้มาเยือนได้สักการะตามปีนักษัตรของตน
ความสำคัญของสถานที่ไม่ได้อยู่เฉพาะองค์พระธาตุ แต่รวมถึงตำแหน่งที่ตั้งซึ่งสัมพันธ์กับเวียงเก่า ชื่อ “กลางเวียง” และ “เวียงเจดีย์” จึงช่วยสะท้อนบริบททางประวัติศาสตร์ของพื้นที่
สามารถเที่ยวร่วมกับวัดพระธาตุห้าดวง ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองลี้ และอนุสาวรีย์สามครูบา เพราะทั้งหมดอยู่ในโซนตัวอำเภอลี้และใช้เวลาเดินทางระหว่างกันไม่มาก
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 08:00 – 16:30 น.
การเดินทาง: จากตัวอำเภอลี้เดินทางไปยังบ้านสันดอยเวียงหรือบ้านพระธาตุห้าดวง หมู่ 15 วัดตั้งอยู่บนเนินไม่ไกลจากเขตตัวเมือง
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง วัดพระธาตุดวงเดียว

50. พระพุทธบาทถ้ำป่าไผ่ (ถ้ำดอยโตน) ตั้งอยู่ตำบลแม่ลาน อำเภอลี้ เป็นสถานที่ที่ผสมผสานธรรมชาติของถ้ำหินปูนกับความศรัทธาทางพระพุทธศาสนา มีทั้งรอยพระพุทธบาท ถ้ำหลายคูหา หินงอกหินย้อย และพระพุทธรูปภายในถ้ำ
ไฮไลต์: รอยพระพุทธบาทบนดอยโตน ถ้ำหินปูนหลายคูหา หินงอกหินย้อย ช่องแสงและช่องอากาศธรรมชาติ พระพุทธรูปภายในถ้ำ และบรรยากาศสงบ
รอยพระพุทธบาทตั้งอยู่ด้านหลังถ้ำป่าไผ่บนพื้นที่สูงของดอยโตน เป็นจุดศรัทธาที่ชาวบ้านในอำเภอลี้ให้ความเคารพมาอย่างยาวนาน และมีเรื่องเล่าเชื่อมโยงกับหลวงปู่ครูบาชัยยะวงศาพัฒนา
ตัวถ้ำเป็นถ้ำหินปูนที่มีหลายคูหาเชื่อมต่อกัน ภายในมีหินงอกหินย้อยตามธรรมชาติและมีพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่ตามจุดต่าง ๆ ทำให้บรรยากาศภายในผสมผสานระหว่างธรรมชาติและพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์
ช่องเปิดตามเพดานและผนังถ้ำช่วยให้อากาศถ่ายเทและมีแสงธรรมชาติส่องเข้ามาบางส่วน จึงไม่รู้สึกปิดทึบเหมือนถ้ำที่มีทางเข้าออกเพียงจุดเดียว
นักท่องเที่ยวควรสวมรองเท้าที่เหมาะกับการเดินบนพื้นหิน ระมัดระวังบริเวณที่ชื้นและลื่น และไม่สัมผัสหรือทำลายหินงอกหินย้อย เพราะใช้เวลายาวนานมากในการก่อตัว
สถานที่เหมาะทั้งกับผู้แสวงบุญและผู้ชอบธรรมชาติ สามารถจัดเที่ยวร่วมกับวัดพระพุทธบาทผาหนาม วัดพระบาทห้วยต้ม และสถานที่ศรัทธาอื่นในอำเภอลี้ได้
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 08:00 – 17:00 น.
การเดินทาง: เดินทางเข้าสู่อำเภอลี้แล้วต่อไปยังตำบลแม่ลานและพื้นที่ถ้ำดอยโตน รถยนต์ส่วนตัวสะดวกที่สุด และควรเดินทางช่วงกลางวันเพื่อให้มีแสงเพียงพอสำหรับการเที่ยวชม
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง พระพุทธบาทถ้ำป่าไผ่
| อันดับ | สถานที่ | พื้นที่ | จุดเด่น |
| 1 | วัดพระธาตุหริภุญชัยวรมหาวิหาร | อำเภอเมืองลำพูน | พระบรมธาตุหริภุญชัย ศูนย์รวมศรัทธา และแลนด์มาร์กสำคัญของลำพูน |
| 2 | วัดจามเทวี | อำเภอเมืองลำพูน | เจดีย์สุวรรณจังโกฏิ ศิลปกรรมหริภุญไชย และเรื่องราวพระนางจามเทวี |
| 3 | อุทยานแห่งชาติแม่ปิง | อำเภอลี้ | ลำน้ำปิง ป่าเขา แก่งก้อ น้ำตกก้อหลวง และธรรมชาติขนาดใหญ่ |
| 4 | อุทยานแห่งชาติดอยขุนตาล | อำเภอแม่ทา | เดินป่า ภูเขา ป่าสน อุโมงค์ขุนตาน และประวัติศาสตร์รถไฟสายเหนือ |
| 5 | น้ำตกก้อหลวง | อำเภอลี้ | น้ำตกหินปูน 7 ชั้น แอ่งน้ำสีเขียวฟ้า และป่าร่มรื่น |
| 6 | วัดพระพุทธบาทตากผ้า | อำเภอป่าซาง | รอยพระพุทธบาท พระเจดีย์บนม่อนดอย และสถานที่ปฏิบัติธรรม |
| 7 | พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติหริภุญไชย | อำเภอเมืองลำพูน | โบราณวัตถุ ศิลาจารึก พุทธศิลป์ และประวัติศาสตร์นครหริภุญไชย |
| 8 | อนุสาวรีย์พระนางจามเทวี | อำเภอเมืองลำพูน | สัญลักษณ์พระนางจามเทวี ปฐมกษัตริย์แห่งนครหริภุญไชย |
| 9 | วัดมหาวัน | อำเภอเมืองลำพูน | พระพุทธสิกขิ พระรอดหลวง และตำนานพระรอดมหาวัน |
| 10 | กู่ช้าง–กู่ม้า | อำเภอเมืองลำพูน | ตำนานช้างศึกคู่บารมีพระนางจามเทวีและโบราณสถานสำคัญ |
| 11 | วัดพระคงฤาษี | อำเภอเมืองลำพูน | พระคง ตำนานฤาษี และประวัติเมืองหริภุญไชย |
| 12 | แหล่งทอผ้าบ้านหนองเงือก | อำเภอป่าซาง | ผ้าฝ้ายทอมือ ชาวยอง และภูมิปัญญาการย้อมสีธรรมชาติ |
| 13 | หมู่บ้านดอนหลวง | อำเภอป่าซาง | ผ้าฝ้ายชาวยอง งานหัตถกรรม และวิถีชุมชน |
| 14 | สะพานทาชมพู | อำเภอแม่ทา | สะพานรถไฟคอนกรีตสีขาว ประวัติศาสตร์ทางรถไฟ และจุดถ่ายภาพกลางทุ่ง |
| 15 | บ้านทาป่าเปา | อำเภอแม่ทา | ป่าชุมชน การฟื้นฟูระบบนิเวศ และการท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้ |
| 16 | อ่างเก็บน้ำแม่ธิ | อำเภอบ้านธิ | วิวอ่างเก็บน้ำ ภูเขา และบรรยากาศพักผ่อนสงบ |
| 17 | วัดหนองเงือก | อำเภอป่าซาง | หอไตร ศิลปกรรมล้านนา–พม่า และชุมชนชาวยอง |
| 18 | หมู่บ้านกะเหรี่ยงแม่ขนาด | อำเภอแม่ทา | ผ้าทอปกาเกอะญอ การแต่งกาย และวัฒนธรรมชาติพันธุ์ |
| 19 | อ่างเก็บน้ำแม่วังส้าน | อำเภอป่าซาง | ผืนน้ำ ภูเขา เรือนแพ และบรรยากาศพักผ่อน |
| 20 | หมู่บ้านแกะสลักอำเภอแม่ทา | อำเภอแม่ทา | งานไม้แกะสลัก งานหัตถกรรมครัวเรือน และของตกแต่งพื้นบ้าน |
| 21 | วัดทากาศ | อำเภอแม่ทา | วัดเก่าแก่ ศาสนสถาน และบทบาทศูนย์กลางชุมชนแม่ทา |
| 22 | กาดบ้านทา | อำเภอแม่ทา | เห็ดป่า หน่อไม้ ผักพื้นเมือง สมุนไพร และตลาดเกษตรท้องถิ่น |
| 23 | ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองลี้ | อำเภอลี้ | ศูนย์รวมความเชื่อและศรัทธาของชาวอำเภอลี้ |
| 24 | วัดป่าเหียง | อำเภอป่าซาง | หอไตรกลางน้ำ งานไม้ล้านนา และโบราณสถานสำคัญ |
| 25 | วัดอินทขิล | อำเภอป่าซาง | เสาอินทขิลเวียงป่าซางและประเพณีใส่ขันดอก |
| 26 | วัดป่าซางงาม | อำเภอป่าซาง | พระเจ้าวัดน้อย ธรรมาสน์ไม้สัก และพิพิธภัณฑ์วัด |
| 27 | วัดพระธาตุห้าดวง | อำเภอลี้ | พระธาตุ 5 องค์ เวียงเจดีย์ห้าหลัง และคูเมืองโบราณ |
| 28 | แก่งก้อ | อำเภอลี้ | แม่น้ำปิง ภูเขา ล่องเรือ และเรือนแพในอุทยานแห่งชาติแม่ปิง |
| 29 | อนุสาวรีย์สามครูบา | อำเภอลี้ | ครูบาศรีวิชัย ครูบาอภิชัยขาวปี และครูบาชัยยะวงศาพัฒนา |
| 30 | วัดบ้านปาง | อำเภอลี้ | วัดสำคัญในประวัติครูบาศรีวิชัยและพิพิธภัณฑ์อัฐบริขาร |
| 31 | วัดพระพุทธบาทผาหนาม | อำเภอลี้ | สรีระครูบาขาวปี รอยพระพุทธบาท และเส้นทางศรัทธา |
| 32 | ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงพระบาทห้วยต้ม | อำเภอลี้ | เกษตรโครงการหลวง วัฒนธรรมปกาเกอะญอ และภูมิปัญญาชุมชน |
| 33 | หมู่บ้านกะเหรี่ยงพัฒนาห้วยหละ | อำเภอบ้านโฮ่ง | กี่เอว ผ้าทอปกาเกอะญอ และการย้อมสีธรรมชาติ |
| 34 | วัดพระธาตุดอยกวางคำ | อำเภอทุ่งหัวช้าง | พระธาตุบนดอย รอยพระพุทธบาท และวิวทุ่งหัวช้าง |
| 35 | กู่เฮือง–กู่ป่าลาน | อำเภอบ้านธิ | โบราณสถาน งานปูนปั้น และร่องรอยชุมชนเก่า |
| 36 | วัดบ้านธิหลวง | อำเภอบ้านธิ | วัดเก่าแก่ริมลำน้ำแม่ธิและศูนย์กลางชุมชนดั้งเดิม |
| 37 | วัดป่าตาล (บ้านธิ) | อำเภอบ้านธิ | ประวัติวัดร้าง การฟื้นฟูโดยชุมชน และที่มาของชื่อจากต้นตาล |
| 38 | วัดบ้านโฮ่งหลวง | อำเภอบ้านโฮ่ง | พระพุทธมงคล ตู้พระธรรม และวัดศูนย์กลางชุมชนบ้านโฮ่ง |
| 39 | วัดปทุมสราราม | อำเภอบ้านโฮ่ง | พระพุทธบาทจำลองและประวัติชื่อวัดจากหนองบัวในอดีต |
| 40 | วัดห้วยน้ำดิบ | อำเภอบ้านโฮ่ง | วัดชุมชนเก่าแก่ ศาสนสถาน และบทบาทด้านการเรียนรู้ |
| 41 | วัดดอนชัย | อำเภอบ้านโฮ่ง | ปรางค์ศิลปะขอม วิหาร อุโบสถ และประวัติบ้านเหล่าหมุ้น |
| 42 | วัดห้วยห้า | อำเภอบ้านโฮ่ง | วัดชุมชนเก่าแก่และศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ |
| 43 | วัดทุ่งม่าน | อำเภอบ้านโฮ่ง | วัดเก่าแก่ พื้นที่ปฏิบัติธรรม และกิจกรรมวัฒนธรรมชุมชน |
| 44 | วัดปากกอง | อำเภอบ้านธิ | วัฒนธรรมไทลื้อ ลำน้ำแม่ธิ และประวัติชุมชน |
| 45 | วัดสันทราย | อำเภอบ้านธิ | วัดชุมชนอายุกว่า 200 ปีและศูนย์รวมกิจกรรมทางศาสนา |
| 46 | วัดศรีดอนชัย | อำเภอบ้านธิ | พระพุทธเฉลิมสิริราช พระพุทธรูปปางลีลาสูง 59 ศอก |
| 47 | วัดพระบาทห้วยต้ม | อำเภอลี้ | สรีระครูบาชัยยะวงศาพัฒนา ศิลาแลง และชุมชนปกาเกอะญอ |
| 48 | วัดมหาธาตุเจดีย์ศรีเวียงชัย | อำเภอลี้ | มหาธาตุสีทองสูง 64.39 เมตรและสถาปัตยกรรมศิลาแลง |
| 49 | วัดพระธาตุดวงเดียว | อำเภอลี้ | พระธาตุทรงสูงเพรียว เวียงโบราณ และพระธาตุจำลอง 12 ราศี |
| 50 | พระพุทธบาทถ้ำป่าไผ่ (ถ้ำดอยโตน) | อำเภอลี้ | ถ้ำหินปูน หินงอกหินย้อย รอยพระพุทธบาท และพระพุทธรูปภายในถ้ำ |
แผนเที่ยวลำพูน 5 วัน 4 คืน
วันที่ 1 เมืองเก่าหริภุญไชย: เริ่มจากวัดพระธาตุหริภุญชัยวรมหาวิหารในช่วงเช้า จากนั้นเดินต่อไปยังพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติหริภุญไชยเพื่อทำความเข้าใจประวัติของนครหริภุญไชย แล้วเที่ยววัดมหาวัน วัดพระคงฤาษี และอนุสาวรีย์พระนางจามเทวี ช่วงบ่ายเดินทางไปวัดจามเทวีและกู่ช้าง–กู่ม้า เส้นทางวันนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเข้าใจลำพูนตั้งแต่ประวัติศาสตร์ยุคหริภุญไชย พุทธศิลป์ พระเครื่อง ไปจนถึงตำนานพระนางจามเทวีภายในวันเดียว
วันที่ 2 ป่าซางและเส้นทางผ้าฝ้าย: เดินทางไปวัดพระพุทธบาทตากผ้าในช่วงเช้า จากนั้นต่อไปยังวัดอินทขิล วัดป่าซางงาม และวัดป่าเหียง ช่วงบ่ายเที่ยวบ้านหนองเงือก แหล่งทอผ้าบ้านหนองเงือก และหมู่บ้านดอนหลวง เพื่อเรียนรู้ผ้าฝ้ายชาวยองและเลือกซื้อผลิตภัณฑ์จากชุมชนโดยตรง หากยังมีเวลา สามารถแวะอ่างเก็บน้ำแม่วังส้านในช่วงเย็นได้
วันที่ 3 แม่ทา–ขุนตาล: เริ่มจากกาดบ้านทาในช่วงเช้าเพื่อชมสินค้าป่าและวัตถุดิบพื้นเมือง จากนั้นไปสะพานทาชมพู แล้วต่อไปยังบ้านทาป่าเปา หมู่บ้านแกะสลักอำเภอแม่ทา และวัดทากาศ หากต้องการเน้นธรรมชาติ สามารถใช้เวลาครึ่งวันหรือเต็มวันที่อุทยานแห่งชาติดอยขุนตาล และเพิ่มหมู่บ้านกะเหรี่ยงแม่ขนาดในช่วงบ่ายตามเวลาที่เหมาะสม
วันที่ 4 บ้านธิ–บ้านโฮ่ง: เริ่มที่อ่างเก็บน้ำแม่ธิในช่วงเช้า แล้วเที่ยววัดบ้านธิหลวง กู่เฮือง–กู่ป่าลาน วัดปากกอง วัดสันทราย และวัดศรีดอนชัย จากนั้นเดินทางต่อสู่อำเภอบ้านโฮ่งเพื่อเที่ยววัดบ้านโฮ่งหลวง วัดห้วยห้า หรือวัดทุ่งม่าน หากสนใจชาติพันธุ์สามารถเพิ่มหมู่บ้านกะเหรี่ยงพัฒนาห้วยหละเข้าในเส้นทางได้
วันที่ 5 ลี้และเส้นทางสามครูบา: วันนี้ควรออกเดินทางตั้งแต่เช้า เริ่มจากวัดบ้านปางและอนุสาวรีย์สามครูบา จากนั้นเที่ยววัดพระพุทธบาทผาหนาม วัดพระธาตุห้าดวง และวัดพระธาตุดวงเดียว ช่วงบ่ายเดินทางต่อไปยังวัดพระบาทห้วยต้ม วัดมหาธาตุเจดีย์ศรีเวียงชัย และศูนย์พัฒนาโครงการหลวงพระบาทห้วยต้ม หากต้องการเน้นธรรมชาติ ควรจัดอีกวันสำหรับอุทยานแห่งชาติแม่ปิง น้ำตกก้อหลวง และแก่งก้อแทนการพยายามรวมทุกแห่งไว้ในวันเดียว
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: ลำพูนมีที่เที่ยวอะไรที่ไม่ควรพลาดสำหรับคนมาครั้งแรก?
ตอบ: วัดพระธาตุหริภุญชัยวรมหาวิหาร วัดจามเทวี พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติหริภุญไชย วัดพระพุทธบาทตากผ้า อุทยานแห่งชาติดอยขุนตาล และอุทยานแห่งชาติแม่ปิง เป็นกลุ่มสถานที่ที่สะท้อนทั้งประวัติศาสตร์ ศาสนา ศิลปกรรม และธรรมชาติของลำพูนได้ครบที่สุด
ถาม: เที่ยวลำพูนกี่วันกำลังดี?
ตอบ: หากเที่ยวเฉพาะตัวเมืองลำพูน 1 วันก็สามารถชมสถานที่สำคัญได้หลายแห่ง แต่ถ้าต้องการเที่ยวป่าซาง แม่ทา บ้านธิ บ้านโฮ่ง และลี้ด้วย ควรมีอย่างน้อย 3–5 วัน เพื่อไม่ให้เสียเวลาส่วนใหญ่ไปกับการเดินทาง
ถาม: ตัวเมืองลำพูนสามารถเดินเที่ยวได้หรือไม่?
ตอบ: ได้ สถานที่สำคัญหลายแห่งในเขตเมืองเก่าอยู่ค่อนข้างใกล้กัน เช่น วัดพระธาตุหริภุญชัยวรมหาวิหาร พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติหริภุญไชย วัดมหาวัน และพื้นที่เมืองเก่า เหมาะกับการเดินหรือปั่นจักรยาน
ถาม: ถ้าชอบประวัติศาสตร์ควรเน้นเที่ยวที่ไหน?
ตอบ: ควรเริ่มที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติหริภุญไชย แล้วต่อด้วยวัดพระธาตุหริภุญชัย วัดจามเทวี วัดมหาวัน วัดพระคงฤาษี กู่ช้าง–กู่ม้า วัดพระธาตุห้าดวง และกู่เฮือง–กู่ป่าลาน เพราะสถานที่เหล่านี้เชื่อมโยงกับหริภุญไชย โบราณคดี และพัฒนาการของชุมชนลำพูนโดยตรง
ถาม: ถ้าชอบธรรมชาติควรเที่ยวที่ไหนในลำพูน?
ตอบ: อุทยานแห่งชาติแม่ปิง อุทยานแห่งชาติดอยขุนตาล น้ำตกก้อหลวง แก่งก้อ บ้านทาป่าเปา อ่างเก็บน้ำแม่ธิ และอ่างเก็บน้ำแม่วังส้าน เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการป่า ภูเขา น้ำตก ผืนน้ำ และกิจกรรมกลางแจ้ง
ถาม: ที่เที่ยวลำพูนสำหรับคนชอบชุมชนและงานหัตถกรรมมีที่ไหนบ้าง?
ตอบ: แหล่งทอผ้าบ้านหนองเงือก หมู่บ้านดอนหลวง หมู่บ้านแกะสลักอำเภอแม่ทา หมู่บ้านกะเหรี่ยงแม่ขนาด หมู่บ้านกะเหรี่ยงพัฒนาห้วยหละ และชุมชนพระบาทห้วยต้ม เหมาะสำหรับการเรียนรู้ภูมิปัญญาและซื้อผลิตภัณฑ์จากผู้ผลิตโดยตรง
ถาม: ลำพูนมีเส้นทางตามรอยครูบาศรีวิชัยหรือไม่?
ตอบ: มี โดยอำเภอลี้เป็นพื้นที่สำคัญ สามารถเริ่มจากวัดบ้านปาง ต่อไปอนุสาวรีย์สามครูบา วัดพระพุทธบาทผาหนาม วัดพระบาทห้วยต้ม และวัดมหาธาตุเจดีย์ศรีเวียงชัย เพื่อเรียนรู้เรื่องครูบาศรีวิชัย ครูบาอภิชัยขาวปี และครูบาชัยยะวงศาพัฒนา
ถาม: วัดพระธาตุหริภุญชัยมีความสำคัญอย่างไร?
ตอบ: วัดพระธาตุหริภุญชัยวรมหาวิหารเป็นศูนย์กลางศรัทธาที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของลำพูน พระบรมธาตุหริภุญชัยมีความเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์นครหริภุญไชยและพระพุทธศาสนาในภาคเหนือมายาวนาน
ถาม: ป่าซางเด่นเรื่องอะไร?
ตอบ: ป่าซางมีชื่อเสียงด้านผ้าฝ้ายและวัฒนธรรมชาวยอง โดยเฉพาะบ้านหนองเงือกและหมู่บ้านดอนหลวง รวมถึงมีวัดสำคัญอย่างวัดพระพุทธบาทตากผ้า วัดป่าเหียง วัดอินทขิล และวัดป่าซางงาม
ถาม: ลำพูนมีที่เที่ยวเหมาะกับครอบครัวหรือผู้สูงอายุหรือไม่?
ตอบ: มีหลายแห่ง เช่น วัดพระธาตุหริภุญชัยวรมหาวิหาร พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติหริภุญไชย อนุสาวรีย์พระนางจามเทวี วัดพระพุทธบาทตากผ้า หมู่บ้านดอนหลวง และอ่างเก็บน้ำแม่ธิ ส่วนสถานที่เดินป่า ถ้ำ หรือน้ำตกควรประเมินสภาพร่างกายก่อนเดินทาง
ถาม: เที่ยวอำเภอลี้ควรพักค้างคืนหรือไม่?
ตอบ: ควรพักอย่างน้อย 1 คืนหากต้องการเที่ยวหลายแห่ง เพราะอำเภอลี้มีทั้งเส้นทางสามครูบา พระบาทห้วยต้ม อุทยานแห่งชาติแม่ปิง แก่งก้อ น้ำตกก้อหลวง และวัดสำคัญหลายแห่ง ระยะทางระหว่างบางจุดค่อนข้างไกล
ถาม: ช่วงไหนเหมาะกับการเที่ยวลำพูนมากที่สุด?
ตอบ: ช่วงประมาณเดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์เหมาะกับการเที่ยวโดยรวมเพราะอากาศเย็นและเดินทางสบาย ส่วนผู้ที่ต้องการเที่ยวป่าและน้ำตกควรพิจารณาช่วงปลายฤดูฝนถึงต้นฤดูหนาว โดยตรวจสภาพอากาศและประกาศของพื้นที่ธรรมชาติก่อนเดินทาง
ถาม: ถ้ามีเวลาเพียง 1 วัน ควรจัดเส้นทางเที่ยวลำพูนอย่างไร?
ตอบ: เริ่มเช้าที่วัดพระธาตุหริภุญชัยวรมหาวิหาร ต่อด้วยพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติหริภุญไชย วัดมหาวัน อนุสาวรีย์พระนางจามเทวี และวัดจามเทวี หากมีเวลาเหลือสามารถเพิ่มกู่ช้าง–กู่ม้าหรือวัดพระคงฤาษีได้
ถาม: จำเป็นต้องเที่ยวทั้ง 50 แห่งในทริปเดียวหรือไม่?
ตอบ: ไม่จำเป็น รายชื่อ 50 แห่งถูกจัดเพื่อให้เลือกตามความสนใจและพื้นที่ ควรแบ่งเป็นโซนเมืองลำพูน ป่าซาง แม่ทา บ้านธิ บ้านโฮ่ง ทุ่งหัวช้าง และลี้ จะช่วยลดการขับรถย้อนเส้นทางและทำให้มีเวลาอยู่แต่ละสถานที่มากขึ้น
หมวดหมู่: ●บทความท่องเที่ยว, สูตรอาหาร
กลุ่ม: ●รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร
ปรับปรุงล่าสุด : 2 สัปดาห์ที่แล้ว



