ประเพณีถวายสลากภัต

Rating: 3.6/5 (5 votes)
สถานที่ท่องเที่ยวลพบุรี
สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย
วันเปิดทำการ: ตามกำหนดงานบุญของวัดและชุมชน
เวลาเปิดทำการ: ตามข้อมูลประกาศท้องถิ่น
ประเพณีถวายสลากภัต ความหมาย ความเป็นมา พิธีกรรม และคุณค่าของงานบุญที่รวมศรัทธา ชุมชน และภูมิปัญญาพื้นบ้านไว้ในพิธีเดียว ประเพณีถวายสลากภัตเป็นหนึ่งในประเพณีทำบุญที่มีความหมายลึกซึ้งในวัฒนธรรมไทย เพราะไม่ได้เป็นเพียงการนำอาหารหรือสิ่งของไปถวายพระภิกษุเท่านั้น แต่เป็นพิธีที่สะท้อนแนวคิดเรื่องการให้ทานอย่างเป็นธรรม ความเอื้อเฟื้อของชุมชน และการจัดสรรของถวายอย่างทั่วถึง หัวใจของประเพณีนี้อยู่ที่การให้พระภิกษุจับสลากก่อนรับของถวาย จึงทำให้การถวายสลากภัตต่างจากการถวายภัตตาหารทั่วไปที่มักเจาะจงผู้รับ ประเพณีนี้จึงเป็นทั้งพิธีกรรมทางศาสนา ระบบคุณค่าทางสังคม และมรดกทางวัฒนธรรมที่แสดงให้เห็นถึงภูมิปัญญาของผู้คนไทยในอดีตอย่างชัดเจน
ความสำคัญดั้งเดิมของถวายสลากภัตอยู่ที่ความตั้งใจให้พระภิกษุมีอาหารฉันและมีเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็นเพียงพอต่อการดำรงชีพและการปฏิบัติธรรมวินัย ประเพณีนี้มีรากความเชื่อจากเรื่องเล่าในสมัยพุทธกาลว่าเคยเกิดภาวะทุพภิกขภัยหรือความขาดแคลนอย่างหนัก ชาวบ้านหาอาหารมาถวายพระได้ยาก เมื่อมีอาหารจำนวนน้อยไม่พอจะถวายได้ครบทุกองค์ จึงมีการกราบทูลถามพระพุทธเจ้าว่า หากจะถวายโดยให้พระภิกษุจับสลากเพื่อกำหนดผู้รับแทน จะสามารถทำได้หรือไม่ และพระพุทธเจ้าก็ทรงอนุญาตให้ทำได้ แนวคิดนี้จึงกลายเป็นต้นเค้าของประเพณีถวายสลากภัตที่สืบทอดต่อมา
หากพิจารณาให้ลึกลงไป จะเห็นว่าประเพณีนี้มีคุณค่ามากกว่าการแก้ปัญหาเรื่องอาหารไม่พอถวายพระในยามขาดแคลน เพราะมันสะท้อนความคิดเชิงพุทธที่เน้นความเสมอภาคและความไม่ยึดติด เจ้าภาพไม่ได้เลือกว่าจะถวายให้พระรูปใดตามความชอบส่วนตัว แต่ปล่อยให้เป็นไปตามสลาก เมื่อพระรูปใดจับได้สลากของผู้ใด ก็รับการถวายจากผู้นั้น หลักการเช่นนี้ช่วยให้การถวายทานมีความเป็นกลาง ไม่เกิดการลำเอียง และทำให้พระภิกษุได้รับของถวายอย่างทั่วถึงมากขึ้น จึงถือเป็นประเพณีที่ผสมทั้งเมตตา ปัญญา และระเบียบทางศาสนาไว้ด้วยกันอย่างกลมกลืน
แม้ประเพณีถวายสลากภัตจะมีหลักร่วมกันทั่วไทย แต่กรรมวิธีการจัดทำและชื่อเรียกอาจแตกต่างกันไปตามภูมิภาค ภาคเหนือรู้จักกันในชื่อ “ตานก๋วยสลาก” ซึ่งเป็นประเพณีสำคัญของชุมชนล้านนา ส่วนภาคอีสานมีพิธีที่ใกล้เคียงกันเรียกว่า “บุญข้าวสาก” หรือ “ข้าวสลาก” ขณะที่ภาคกลางยังนิยมใช้ชื่อ “ถวายสลากภัต” โดยตรง ความแตกต่างเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าประเพณีเดียวกันสามารถปรับรับกับบริบทของแต่ละท้องถิ่นได้ แต่แก่นแท้ยังคงอยู่ที่การถวายทานด้วยวิธีจับสลากก่อนรับของถวายเช่นเดิม
ในบางพื้นที่ของภาคกลาง โดยเฉพาะในจังหวัดสระบุรี ประเพณีถวายสลากภัตยังมีลักษณะเฉพาะที่เด่นชัดมาก คือการจัดทำกระจาดสลากขนาดใหญ่จากไม้ไผ่ แล้วตกแต่งด้วยกระดาษสีให้สวยงาม บรรจุอาหารหรือเครื่องสมณบริโภคลงไปในกระจาดนั้น หากเจ้าภาพหรือช่างพื้นบ้านมีฝีมือมากขึ้น ก็อาจนำไม้ยาวประมาณ 6 เมตรมาปักกลางกระจาด ทำเป็นฉัตรหลายชั้นขึ้นไป จนกลายเป็น “ต้นสลาก” ที่มีทั้งความสูง ความประณีต และความงดงามทางศิลปะ เมื่อถึงวันงานก็จะนำกระจาดหรือต้นสลากเหล่านี้มารวมกันที่วัด กลายเป็นภาพของงานบุญที่ทั้งศักดิ์สิทธิ์และสวยงามไปพร้อมกัน
ลักษณะเด่นของต้นสลากหรือกระจาดสลากนี้ทำให้ถวายสลากภัตในบางพื้นที่ไม่ได้เป็นเพียงพิธีถวายของ แต่เป็นเวทีแสดงฝีมือของช่างพื้นบ้านอย่างแท้จริง การจักสานไม้ไผ่ การประกอบโครง การประดับกระดาษ การจัดวางอาหารและสิ่งของ รวมถึงการทำฉัตรหลายชั้น ล้วนต้องอาศัยความรู้ ความชำนาญ และความคิดสร้างสรรค์ของชุมชน งานบุญจึงกลายเป็นพื้นที่ที่ศาสนาและศิลปะพื้นบ้านทำงานร่วมกันอย่างงดงาม ทั้งยังช่วยให้ทักษะดั้งเดิมเหล่านี้ไม่สูญหายไปตามกาลเวลา
รูปแบบพิธีกรรมทั่วไปของถวายสลากภัต แม้จะต่างกันไปในรายละเอียด แต่โดยหลักแล้วเจ้าภาพจะเตรียมอาหาร ผลไม้ ของใช้ หรือเครื่องสมณอุปโภคบริโภคใส่กระจาดหรือภาชนะที่จัดไว้ แล้วทำสลากระบุชื่อหรือหมายเลขกำกับ เมื่อถึงวันงานก็จะนำกระจาดหรือต้นสลากไปรวมกันที่วัด จากนั้นมีการนิมนต์พระมาเทศน์อานิสงส์ของสลากภัต เมื่อจบการเทศน์แล้ว เจ้าภาพจะกล่าวคำถวายสลากภัต และพระภิกษุจะจับสลาก เมื่อพระรูปใดจับได้ของผู้ใด ก็จะลงไปรับการถวายที่กระจาดหรือต้นสลากของผู้นั้น เจ้าภาพถวายของ รับพร และกรวดน้ำตามลำดับ
สิ่งที่น่าสนใจคือ พิธีถวายสลากภัตช่วยทำให้การทำบุญกลายเป็นกิจกรรมที่ผู้คนรู้สึกมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง เพราะผู้ร่วมงานไม่ได้เป็นเพียงผู้ยืนดูพิธีเท่านั้น แต่มีบทบาทตั้งแต่การเตรียมของ การทำภาชนะ การเขียนสลาก การจัดลำดับสิ่งของ ไปจนถึงการเข้าร่วมในช่วงถวายจริง จึงทำให้งานนี้มีพลวัตสูงและสร้างความรู้สึกว่าเป็น “งานของชุมชน” มากกว่าจะเป็นเพียงพิธีในวัดที่แยกออกจากชีวิตประจำวัน
หากมองในมิติทางศาสนา ถวายสลากภัตมีความสำคัญตรงที่ยังคงเจตนารมณ์ดั้งเดิมอย่างชัดเจน คือการเกื้อหนุนพระภิกษุให้มีอาหารฉันและมีของใช้จำเป็นในการดำรงชีวิตทางสมณเพศ ประเพณีนี้จึงเป็นภาพสะท้อนของความสัมพันธ์ระหว่างคฤหัสถ์กับสงฆ์ในพระพุทธศาสนา ซึ่งต่างฝ่ายต่างเกื้อกูลกัน พระภิกษุปฏิบัติธรรมและเผยแผ่ธรรมะ ขณะที่ญาติโยมถวายปัจจัย 4 เพื่อให้พระดำรงชีวิตได้อย่างเหมาะสม การถวายสลากภัตจึงเป็นหนึ่งในเครื่องมือของสังคมพุทธที่ทำให้วงจรแห่งศรัทธาและการเกื้อกูลยังหมุนเวียนต่อไป
แต่หากมองให้กว้างขึ้น ประเพณีนี้ยังมีบทบาททางสังคมสูงมาก เพราะเป็นงานบุญที่รวมคนได้ดี เจ้าภาพต้องเตรียมของ คนในครอบครัวต้องช่วยกัน ช่างพื้นบ้านต้องทำภาชนะหรือโครงต้นสลาก คนในหมู่บ้านก็มักมาร่วมดู ร่วมช่วย หรือร่วมทำบุญ จึงเกิดบรรยากาศของความร่วมแรงร่วมใจ งานบุญจึงไม่ใช่แค่กิจกรรมทางศาสนา แต่เป็นช่วงเวลาที่ทำให้ชุมชนกลับมารวมตัวกันอีกครั้ง วัดกลายเป็นศูนย์กลางของการพบปะ การช่วยเหลือ และการแสดงอัตลักษณ์ร่วมของคนในพื้นที่
ในด้านบรรยากาศ ถวายสลากภัตมักเป็นงานที่มีความคึกคักและงดงามอย่างมาก โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีการตกแต่งต้นสลากหรือกระจาดสลากอย่างประณีต ภายในวัดจะเต็มไปด้วยสีสันของกระดาษประดับ ของถวายที่จัดอย่างเป็นระเบียบ และผู้คนที่มาร่วมงานพร้อมเพรียงกัน เด็กได้เรียนรู้จากการสังเกต ผู้ใหญ่ได้มีส่วนร่วมในการจัดงาน ผู้สูงอายุได้ถ่ายทอดความหมายของประเพณีให้คนรุ่นหลัง ภาพรวมทั้งหมดนี้ทำให้ถวายสลากภัตไม่ใช่เพียงพิธีหนึ่งในปฏิทินศาสนา แต่เป็นช่วงเวลาแห่งความทรงจำร่วมของชุมชน
ประเพณีนี้ยังสัมพันธ์กับฤดูกาลอย่างน่าสนใจ ในหลายพื้นที่นิยมจัดถวายสลากภัตในช่วงปลายฤดูฝนถึงต้นฤดูหนาว ซึ่งเป็นช่วงที่ผลไม้และพืชผลออกดก ชาวบ้านจึงสามารถนำผลผลิตที่มีอยู่ตามฤดูกาลมาร่วมทำบุญได้อย่างสะดวก ไม่ว่าจะเป็นผลไม้พื้นถิ่น อาหารแห้ง หรือของใช้จำเป็น นี่ทำให้เห็นว่าถวายสลากภัตไม่ได้ลอยตัวจากชีวิตจริงของผู้คน แต่ผูกอยู่กับจังหวะของธรรมชาติและวิถีเกษตรกรรมอย่างแนบแน่น เมื่อธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ งานบุญก็ยิ่งมีความพร้อมและงอกงามตามไปด้วย
แม้จุดประสงค์แรกเริ่มของถวายสลากภัตจะเกิดจากภาวะขาดแคลน แต่ในโลกปัจจุบันที่อาหารและของใช้มีความสมบูรณ์กว่าเดิม ประเพณีก็ยังไม่ได้สูญหาย ตรงกันข้าม กลับยังคงได้รับการสืบทอดอย่างต่อเนื่องในหลายพื้นที่ เพราะความหมายของมันได้ขยายจากการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ไปสู่การเป็นประเพณีที่รวมศรัทธา รวมคน และรักษาอัตลักษณ์ท้องถิ่นไว้พร้อมกัน งานถวายสลากภัตจึงกลายเป็นบุญประเพณีที่คนยังอยากเข้าร่วม แม้ไม่จำเป็นต้องใช้มันเพื่อแก้ปัญหาความอดอยากแบบเดิมแล้วก็ตาม
คุณค่าที่เด่นชัดอีกประการหนึ่งคือ การอนุรักษ์ภูมิปัญญาพื้นบ้านผ่านประเพณีนี้ ในหลายพื้นที่ ความงดงามของต้นสลากและกระจาดสลากกลายเป็นตัวแทนของฝีมือช่างในชุมชน ยิ่งงานมีความสำคัญมากเท่าใด ชาวบ้านก็ยิ่งตั้งใจทำต้นสลากให้สวยงามมากขึ้นเท่านั้น จึงเกิดการสืบทอดทักษะงานจักสาน งานตกแต่ง และงานประดิษฐ์ที่อาจเลือนหายได้ง่ายหากไม่มีพื้นที่ใช้งานจริง ประเพณีถวายสลากภัตจึงเป็นทั้งงานบุญและพื้นที่หายใจของงานศิลป์พื้นบ้านไปพร้อมกัน
ในมิติของการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ถวายสลากภัตมีศักยภาพอย่างมาก เพราะเป็นประเพณีที่มีทั้งเรื่องเล่าเชิงศาสนา พิธีกรรมที่ชัดเจน งานศิลป์จากต้นสลากหรือกระจาดสลาก และบรรยากาศชุมชนร่วมสมัย ผู้มาเยือนไม่ได้เพียงมาดูพิธีถวายของ แต่ได้เรียนรู้แนวคิดเรื่องทาน ความเสมอภาคในการรับถวาย และความสัมพันธ์ระหว่างวัดกับชุมชน อย่างไรก็ตาม การเข้าร่วมงานลักษณะนี้ควรอยู่บนพื้นฐานของความเคารพ ไม่ควรมองประเพณีเป็นเพียงฉากถ่ายภาพสวยงาม แต่ควรเข้าใจความหมายของมันในฐานะมรดกทางศาสนาและวัฒนธรรมที่ยังมีชีวิตอยู่จริง
สำหรับผู้สนใจไปชมงานถวายสลากภัต สิ่งสำคัญที่สุดคือการตรวจสอบกำหนดการของวัดหรือชุมชนในแต่ละพื้นที่ก่อนเดินทาง เพราะประเพณีนี้ไม่มีวันจัดแบบตายตัวทั่วประเทศ แต่ขึ้นอยู่กับจารีตของท้องถิ่นและการกำหนดของวัดเจ้าภาพ เมื่อทราบกำหนดแล้วจึงค่อยวางแผนเดินทาง โดยควรแต่งกายสุภาพ ปฏิบัติตนสำรวมเมื่ออยู่ในบริเวณพิธี และหลีกเลี่ยงการรบกวนช่วงที่พระกำลังจับสลากหรือช่วงถวายของ หากเข้าไปในงานด้วยท่าทีของผู้เรียนรู้มากกว่าผู้บริโภคงานเทศกาล จะทำให้เห็นความงามของประเพณีนี้ได้ลึกและชัดเจนยิ่งขึ้น
โดยสรุป ประเพณีถวายสลากภัตเป็นตัวอย่างสำคัญของประเพณีไทยที่เริ่มต้นจากความจำเป็นทางชีวิต แต่พัฒนาเป็นงานบุญที่มีคุณค่าหลายชั้นในเวลาเดียวกัน ทั้งด้านศาสนา ความเป็นธรรมในการถวายทาน การรวมพลังของชุมชน การอนุรักษ์ภูมิปัญญาพื้นบ้าน และความงดงามทางวัฒนธรรม แม้โลกจะเปลี่ยนไปมากเพียงใด ประเพณีนี้ก็ยังทำหน้าที่สำคัญ คือช่วยให้พระภิกษุได้รับการเกื้อหนุน ช่วยให้คนได้ร่วมบุญร่วมแรง และช่วยให้สังคมไทยยังมีพื้นที่ที่ศรัทธา ศิลปะ และชุมชนทำงานร่วมกันอย่างสง่างาม
การเดินทาง หากต้องการไปเรียนรู้ประเพณีถวายสลากภัต ควรเริ่มจากการตรวจสอบก่อนว่าวัดหรือชุมชนใดกำหนดจัดงานในปีนั้น เนื่องจากประเพณีนี้ไม่ได้มีวันจัดแบบตายตัวเหมือนแหล่งท่องเที่ยวทั่วไป แต่ผูกอยู่กับปฏิทินบุญและธรรมเนียมของแต่ละท้องถิ่น ผู้สนใจควรสอบถามจากวัด หน่วยงานวัฒนธรรมท้องถิ่น หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก่อนเดินทางจริง เมื่อทราบกำหนดการแล้วจึงวางแผนเดินทางเข้าสู่พื้นที่โดยแต่งกายสุภาพ เคารพพิธีกรรม และเข้าร่วมด้วยความเข้าใจในบริบทของงานบุญ เพื่อให้การเดินทางครั้งนั้นเป็นการเรียนรู้วัฒนธรรมอย่างแท้จริง ไม่ใช่เพียงการแวะชมผ่าน ๆ
| สรุปสถานที่ | ถวายสลากภัตเป็นประเพณีทำบุญถวายทานแด่พระภิกษุโดยให้พระจับสลากก่อนรับของถวาย มีรากจากแนวคิดการจัดสรรอาหารอย่างทั่วถึงในภาวะขาดแคลน และยังคงสืบทอดในหลายภูมิภาคของไทย |
| จุดเด่นของสถานที่ | จุดเด่นอยู่ที่ระบบการถวายแบบจับสลากซึ่งสะท้อนความเป็นธรรมในการถวายทาน และในบางท้องถิ่นมีการจัดทำกระจาดหรือต้นสลากอย่างสวยงามจนกลายเป็นงานบุญที่มีมิติด้านศิลปะพื้นบ้านเด่นชัด |
| ประวัติ/ยุคสมัย | มีที่มาจากคติสมัยพุทธกาลเรื่องภาวะทุพภิกขภัย เมื่อชาวบ้านมีอาหารไม่พอถวายพระครบทุกองค์ จึงถวายโดยให้พระจับสลาก และต่อมาพัฒนาเป็นประเพณีท้องถิ่นในหลายภูมิภาค |
| ชื่อเรียกในภูมิภาค | ภาคเหนือเรียกตานก๋วยสลาก ภาคอีสานเรียกบุญข้าวสาก และภาคกลางเรียกถวายสลากภัต |
| ที่อยู่ | ไม่ใช่สถานที่เดียว แต่เป็นประเพณีที่พบในหลายวัดและหลายชุมชนของไทย โดยเฉพาะในภาคเหนือ ภาคอีสาน และบางพื้นที่ของภาคกลาง เช่น สระบุรี |
| วันเปิดทำการ / เวลาเปิดทำการ | จัดตามกำหนดงานบุญของวัดและชุมชน และใช้เวลาตามข้อมูลประกาศท้องถิ่น |
| พิธีกรรมสำคัญ | เจ้าภาพเตรียมอาหารหรือเครื่องสมณบริโภคใส่กระจาดหรือภาชนะ ทำสลากกำกับ แล้วนำไปรวมกันที่วัด ฟังเทศน์อานิสงส์ กล่าวคำถวายสลากภัต จากนั้นพระจับสลากและรับของถวายตามสลาก |
| จุดเด่นทางช่างฝีมือ | บางพื้นที่ เช่น สระบุรี มีการสานกระจาดใหญ่จากไม้ไผ่และตกแต่งเป็นต้นสลากหรือฉัตรหลายชั้นอย่างสวยงาม ช่วยอนุรักษ์งานจักสานและศิลปะพื้นบ้าน |
| การเดินทาง | ควรตรวจสอบก่อนว่าวัดหรือชุมชนใดกำหนดจัดงานในปีนั้น แล้วสอบถามรายละเอียดจากวัดหรือหน่วยงานท้องถิ่นก่อนเดินทางจริง |
| ความสำคัญปัจจุบัน | ยังคงเป็นงานบุญที่รวมคนได้ดี ช่วยสืบทอดศรัทธา รักษาอัตลักษณ์ท้องถิ่น และคงอยู่ของงานช่างพื้นบ้านในสังคมร่วมสมัย |
| ข้อมูลสำหรับผู้เยี่ยมชม | ผู้สนใจควรแต่งกายสุภาพ สำรวมเมื่ออยู่ในบริเวณพิธี เคารพจังหวะการฟังเทศน์และช่วงพระจับสลาก และเข้าร่วมด้วยความเข้าใจว่าประเพณีนี้เป็นงานบุญที่มีความหมายทางศาสนาและวัฒนธรรมอย่างลึกซึ้ง |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: ถวายสลากภัตคืออะไร?
ตอบ: เป็นประเพณีทำบุญถวายอาหารหรือสิ่งของแด่พระภิกษุโดยให้พระจับสลากก่อนว่าใครจะได้รับของถวายจากเจ้าภาพคนใด ทำให้การถวายเป็นธรรมและทั่วถึง
ถาม: ประเพณีถวายสลากภัตมีที่มาอย่างไร?
ตอบ: มีรากจากคติในสมัยพุทธกาลที่เล่าว่าเคยเกิดภาวะอาหารขาดแคลน ชาวบ้านจึงถวายอาหารโดยให้พระจับสลาก เพื่อให้การถวายเป็นระเบียบและทั่วถึงแก่พระภิกษุ
ถาม: ตานก๋วยสลากกับถวายสลากภัตเหมือนกันหรือไม่?
ตอบ: โดยแก่นถือว่าเป็นประเพณีกลุ่มเดียวกัน คือการถวายทานแบบจับสลาก เพียงแต่ภาคเหนือเรียกตานก๋วยสลาก ภาคกลางเรียกถวายสลากภัต และภาคอีสานมีรูปแบบใกล้เคียงในชื่อบุญข้าวสาก
ถาม: ถวายสลากภัตนิยมจัดช่วงไหนของปี?
ตอบ: โดยมากนิยมจัดในช่วงปลายฤดูฝนถึงต้นฤดูหนาว หรือในช่วงที่แต่ละชุมชนกำหนดตามจารีตของวัดและท้องถิ่น
ถาม: จุดเด่นของถวายสลากภัตในบางท้องถิ่นคืออะไร?
ตอบ: บางพื้นที่ โดยเฉพาะในภาคกลาง เช่น สระบุรี มีการทำกระจาดหรือต้นสลากขนาดใหญ่จากไม้ไผ่และวัสดุตกแต่งอย่างสวยงาม จนกลายเป็นงานบุญที่มีมิติด้านศิลปะพื้นบ้านโดดเด่นมาก
ถาม: ถวายสลากภัตยังสำคัญอยู่ไหมในปัจจุบัน?
ตอบ: ยังสำคัญมาก เพราะแม้จะไม่ได้เกิดจากภาวะขาดแคลนเหมือนเดิมแล้ว แต่ประเพณียังคงทำหน้าที่รวมคน สืบทอดศรัทธา รักษาอัตลักษณ์ชุมชน และอนุรักษ์งานช่างพื้นบ้านไว้ได้พร้อมกัน
ถาม: หากต้องการไปเรียนรู้ประเพณีถวายสลากภัตควรเตรียมตัวอย่างไร?
ตอบ: ควรตรวจสอบกำหนดการจากวัดหรือชุมชนก่อนเดินทาง แต่งกายสุภาพ สำรวมเมื่ออยู่ในบริเวณพิธี และเข้าร่วมด้วยความเคารพต่อความหมายทางศาสนาและวัฒนธรรมของงานบุญ
แสดงความเห็น
| คำค้น (ขั้นสูง) |
Facebook Fanpage






หมวดหมู่:
กลุ่ม:
สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ และอนุสาวรีย์(
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(
พระราชวัง(
พิพิธภัณฑ์(
บ้านโบราณ และเมืองโบราณ(
มหาวิทยาลัย
สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
วัด(
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(
โครงการในพระราชดำริ
โครงการหลวง(
วิถีชีวิต
หมู่บ้าน ชุมชน(
ตลาดน้ำ(
ธรรมชาติ และสัตว์ป่า
อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตอนุรักษ์ทางทะเล(
ดอย และภูเขา(
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(
น้ำตก(
น้ำพุร้อน(
ถ้ำ(
ทุ่งดอกไม้(
บันเทิง และท่องเที่ยวเชิงเกษตร
สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ(
ฟาร์ม, ไร่, สวน, สวนสาธารณะ และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(
กิจกรรมกลางแจ้ง และกิจกรรมผจญภัย(