เสาชิงช้า

Rating: 4/5 (7 votes)
สถานที่ท่องเที่ยวกรุงเทพมหานคร
สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย
วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: โดยทั่วไปเข้าชมได้ตลอดวัน (เป็นจุดสาธารณะกลางแจ้ง แนะนำไปช่วง 08:00 – 18:00 น. เพื่อแสงสวยและเดินสบาย)
เสาชิงช้า (Giant Swing) คือแลนด์มาร์ก “เสาแดงคู่” ที่ตั้งตระหง่านหน้า วัดสุทัศน์เทพวราราม บนถนนบำรุงเมือง เขตพระนคร และเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของกรุงเทพมหานครที่คนเห็นแล้วจำเมืองได้ทันที ถึงจะเป็นจุดที่ดูเหมือนแค่แวะถ่ายรูป แต่ถ้าเดินเข้าไปใกล้ ๆ แล้วค่อย ๆ มอง คุณจะสัมผัสได้ว่ามันเป็นชิ้นส่วนของ “กรุงเทพเมืองเก่า” ที่มีทั้งความเชื่อ พิธีกรรม และประวัติศาสตร์เมืองซ้อนอยู่ในพื้นที่เดียวกัน
ลักษณะเด่นของเสาชิงช้าคือโครงสร้างเสาคู่ขนาดใหญ่ ทาสีแดงชาด สูงราว 21 เมตร ซึ่งทำให้มันโดดเด่นมากแม้จะอยู่ท่ามกลางถนนและอาคารเมือง ในเชิงภาพถ่าย เสาชิงช้าเป็นฉากที่ “ถ่ายง่ายแต่ได้เรื่อง” เพราะด้านหนึ่งคือวัดสุทัศน์ที่งามแบบไทย อีกด้านคือจังหวะถนนเมืองเก่าที่มีชีวิต ทั้งคนเดิน รถเมล์ และร้านรวงรอบ ๆ ที่ทำให้ภาพออกมามีอารมณ์กรุงเทพจริง ไม่ใช่แค่ภาพแลนด์มาร์กโดด ๆ
ความเป็นมาของเสาชิงช้าเริ่มชัดในสมัยรัชกาลที่ 1 เมื่อสร้างกรุงเทพฯ แล้ว มีการสร้างโบสถ์พราหมณ์และเสาชิงช้าเพื่อใช้ในพิธีตามความเชื่อแบบพราหมณ์ โดยเสาชิงช้าถูกสร้างขึ้นครั้งแรกในปี พ.ศ. 2327 ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 5 ได้ย้ายมาตั้งในตำแหน่งถนนบำรุงเมืองบริเวณหน้าวัดสุทัศน์ดังที่เห็นในปัจจุบัน และมีการเปลี่ยนเสาใหม่หลายครั้งเพื่อคงสภาพและความมั่นคงของโครงสร้าง เช่น ช่วง พ.ศ. 2463 ในรัชกาลที่ 6 และมีการเปลี่ยนเสาอีกครั้งในปี พ.ศ. 2513 โดยยังคงลักษณะเดิมไว้ ก่อนจะมีการเปลี่ยนเสาใหม่ครั้งล่าสุดในปี พ.ศ. 2549 โดยใช้ไม้สักทองจากจังหวัดแพร่
ในอดีต เสาชิงช้าไม่ได้เป็นแค่ “สิ่งปลูกสร้างสวย ๆ” แต่มันเคยเป็นส่วนหนึ่งของพระราชพิธีสำคัญในศาสนาพราหมณ์ คือพิธีตรียัมปวาย (หรือที่คนคุ้นชื่อว่า “พิธีโล้ชิงช้า”) ซึ่งเป็นการประกอบพิธีและการละเล่นเพื่อถวายบูชาพระอิศวรตามคติความเชื่อเดิม โดยต่อมาพิธีนี้ถูกยกเลิกในสมัยรัชกาลที่ 7 เมื่อปี พ.ศ. 2478 ภาพของเสาชิงช้าที่เหลืออยู่ในวันนี้จึงเหมือน “หลักฐานกลางถนน” ที่บอกเราว่า เมืองนี้เคยมีพิธีกรรมและจังหวะความศรัทธาที่ผูกกับพื้นที่สาธารณะอย่างจริงจัง
ถ้าคุณอยากเที่ยวให้คุ้ม แนะนำให้มองเสาชิงช้าในแบบ “แวะแล้วต่อเรื่อง” คือเริ่มจากแวะถ่ายรูปและยืนมองรายละเอียดสักพัก จากนั้นข้ามไปชมวัดสุทัศน์ (ถ้าตั้งใจเข้า) แล้วค่อยต่อเดินไปย่านถนนดินสอเพื่อสายกิน หรือขยับไปโลหะปราสาท–ภูเขาทองเพื่อเก็บกลิ่นอายเมืองเก่าต่อเนื่อง เส้นทางแถวนี้เดินเพลินมาก แต่ควรเผื่อแรงและน้ำดื่ม โดยเฉพาะช่วงกลางวันแดดจะค่อนข้างตรง
การเดินทาง วิธีง่ายสุดคือใช้รถเมล์ลงโซนหน้าวัดสุทัศน์/เสาชิงช้า โดยรถเมล์ธรรมดาที่ไปถึงได้ เช่น สาย 12, 42 และรถเมล์ปรับอากาศสาย 12 อีกทางเลือกคือใช้รถเมล์สายอื่น ๆ ไปลงถนนราชดำเนินบริเวณสี่แยกคอกวัว แล้วเดินตามถนนดินสอมาถึงหน้าวัดสุทัศน์ (จะได้ฟีลเดินเมืองเก่าแบบต่อเนื่อง) หากมาแท็กซี่/รถส่วนตัว แนะนำให้เผื่อเวลาเรื่องรถติดและจังหวะหาที่จอด เพราะย่านนี้เป็นโซนท่องเที่ยวและหน่วยงานราชการ การจราจรขึ้นลงตามเวลาและกิจกรรมค่อนข้างชัด
ข้อควรระวังเล็ก ๆ คือเสาชิงช้าอยู่บริเวณเกาะกลางถนนและทางแยก การข้ามถนนควรใช้ทางข้ามและระวังรถเลี้ยว โดยเฉพาะช่วงเย็นที่รถเริ่มหนาแน่น ถ้ามีเด็กหรือผู้สูงอายุไปด้วย ให้จับจังหวะข้ามแบบใจเย็น ๆ แล้วทริปจะสบายขึ้นเยอะ
| ชื่อสถานที่ | เสาชิงช้า (Giant Swing) |
| ที่ตั้ง | หน้าวัดสุทัศน์เทพวราราม ถนนบำรุงเมือง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร |
| ลักษณะเด่น | เสาคู่สีแดงชาด สูงราว 21 เมตร เป็นสัญลักษณ์เมืองเก่า เคยใช้ประกอบพิธีพราหมณ์ในอดีต เหมาะกับถ่ายรูปและเดินต่อทริปย่านดินสอ–รัตนโกสินทร์ |
| ยุค/ช่วงเวลา | สร้างครั้งแรก พ.ศ. 2327, มีการเปลี่ยนเสาหลายครั้ง (เช่น พ.ศ. 2463, 2513, 2549) |
| หลักฐาน/เรื่องเล่าสำคัญ | เคยใช้ในพิธีตรียัมปวาย/พิธีโล้ชิงช้า (พราหมณ์) ก่อนยกเลิกใน พ.ศ. 2478 และกลายเป็นแลนด์มาร์กสำคัญของกรุงเทพฯ |
| ที่มาของชื่อ | มาจาก “ชิงช้า” ที่เคยใช้ประกอบพิธีโล้ชิงช้าในอดีต และเรียกในภาษาอังกฤษว่า Giant Swing |
| การเดินทาง | รถเมล์ธรรมดา สาย 12, 42 / รถเมล์ปรับอากาศ สาย 12 หรือไปลงราชดำเนิน (สี่แยกคอกวัว) แล้วเดินถนนดินสอมาหน้าวัดสุทัศน์ |
| ค่าบริการ (Fees) | ไม่มีค่าบริการ (จุดสาธารณะกลางแจ้ง) |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณ) | วัดสุทัศน์เทพวราราม – 0.2 กม. – 02 224 9843 เทวสถานโบสถ์พราหมณ์ (Devasathan) – 0.7 กม. – 02 221 6951 วัดราชนัดดารามวรวิหาร (โลหะปราสาท) – 1.3 กม. – 02 224 8807 วัดสระเกศ (ภูเขาทอง) – 1.8 กม. – 02 621 0576 มิวเซียมสยาม (Museum Siam) – 2.8 กม. – 02 225 2777 |
| ร้านอาหารใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณ) | โกปี๊เฮี้ยะไถ่กี่ (Kope Hya Tai Kee) – 0.6 กม. – 02 221 7167 ครัวอัปษร (ถนนดินสอ) – 1.1 กม. – 02 685 4208 ผัดไทยไฟทะลุ (Pad Thai Fai Ta Lu) – 1.3 กม. – 098 443 8223 ทิพย์สมัย ผัดไทยประตูผี – 1.7 กม. – 02 226 6666 ข้าวเหนียวมะม่วง ก.พานิช (Kor Panich) – 1.8 กม. – 02 221 3554 |
| ที่พักใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณ) | Royal Rattanakosin Hotel – 1.9 กม. – 02 222 9111 New Siam Palace Ville – 3.0 กม. – 02 282 4142 Nouvo City Hotel – 3.0 กม. – 02 282 7500 Chillax Resort – 3.0 กม. – 02 629 0101 Riva Surya Bangkok – 3.2 กม. – 02 633 5000 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: เสาชิงช้าอยู่ตรงไหนของกรุงเทพ?
ตอบ: อยู่หน้าวัดสุทัศน์เทพวราราม บนถนนบำรุงเมือง เขตพระนคร เป็นจุดแลนด์มาร์กย่านเมืองเก่าที่เห็นเด่นชัดมาก
ถาม: ไปช่วงเวลาไหนเหมาะที่สุด?
ตอบ: แนะนำช่วงเช้าหรือช่วงเย็น เพราะแดดไม่แรง เดินสบาย และแสงถ่ายรูปสวย โดยเฉพาะช่วงเย็นจะได้มิติสีแดงของเสากับบรรยากาศเมืองเก่าชัดมาก
ถาม: พิธีโล้ชิงช้า (ตรียัมปวาย) คืออะไร?
ตอบ: เป็นพิธีพราหมณ์ในอดีตที่เคยใช้เสาชิงช้าเป็นส่วนหนึ่งของพิธี เพื่อถวายบูชาและสรรเสริญพระอิศวร ก่อนจะยกเลิกใน พ.ศ. 2478
ถาม: ถ่ายรูปมุมไหนให้ได้ฟีลที่สุด?
ตอบ: มุมที่มีฉากหลังเป็นวัดสุทัศน์จะได้อารมณ์ไทยคลาสสิก ส่วนมุมกว้างจากฝั่งลานคนเมืองจะได้ฟีล “เมืองเก่ามีชีวิต” เพราะติดถนนและผู้คนผ่านไปมา
ถาม: ถ้ามีเวลาน้อย ควรต่อทริปที่ไหนใกล้ ๆ?
ตอบ: แนะนำไปวัดสุทัศน์ต่อทันที แล้วเดินต่อถนนดินสอ (สายกิน) หรือขยับไปโลหะปราสาท–ภูเขาทอง เพื่อเก็บจังหวะเมืองเก่าแบบต่อเนื่อง














หมวดหมู่:
กลุ่ม: