ศาลหลักเมืองกรุงเทพมหานคร

Rating: 4/5 (4 votes)
สถานที่ท่องเที่ยวกรุงเทพมหานคร
สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย
วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 06.30 – 18.30 น.
ศาลหลักเมืองกรุงเทพมหานคร เป็นหนึ่งในสถานที่ที่คนกรุงเทพฯ และนักเดินทางจำนวนมากตั้งใจแวะมา “ตั้งหลัก” ให้ชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการเริ่มงานใหม่ ย้ายบ้าน เปิดกิจการ หรือแค่อยากขอความมั่นคงและความสบายใจในช่วงที่เมืองใหญ่ทำให้เราเหนื่อยง่ายกว่าปกติ ศาลแห่งนี้สร้างขึ้นพร้อมกับการสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์เป็นราชธานี และมีรากความเชื่อสำคัญตามธรรมเนียมพิธีพราหมณ์ว่า ก่อนสร้างเมืองต้องทำพิธียกเสาหลักเมืองในชัยภูมิสำคัญ เพื่อความเป็นสิริมงคลและความมั่นคงของบ้านเมืองที่จะก่อร่างขึ้นใหม่ นี่จึงไม่ใช่แค่ “จุดไหว้” แต่เป็นเหมือนหลักฐานทางพิธีกรรมของการเริ่มต้นเมืองหลวงยุคใหม่ที่ยังมีลมหายใจอยู่ในปัจจุบัน
เหตุการณ์หลักที่เล่าต่อกันมาอย่างชัดเจนคือ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช (รัชกาลที่ 1) ทรงโปรดเกล้าฯ ให้จัดพระราชพิธีฝังเสาหลักเมืองกรุงเทพฯ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2325 พร้อมทั้งบรรจุดวงชะตาของพระนครไว้ภายในศาลหลักเมือง การ “ผูกดวงเมือง” ทำให้ศาลหลักเมืองมีสถานะเป็นทั้งสัญลักษณ์ทางการเมืองการปกครองในเชิงพิธี และเป็นศูนย์รวมจิตใจของผู้คนในเชิงความเชื่อไปพร้อมกัน ในแง่หนึ่งมันคือหมุดหมายของรัฐ ในอีกแง่หนึ่งมันคือที่พึ่งของคนธรรมดาที่อยากให้เรื่องราวในชีวิตเดินไปแบบไม่สะดุด
เสาหลักเมืองเดิมในรัชสมัยรัชกาลที่ 1 ว่ากันว่าเป็นเสาไม้ชัยพฤกษ์ มีไม้แก่นจันทน์ประกับภายนอก และยอดเสารูปบัวตูม ตั้งขึ้น ณ ชัยภูมิใจกลางพระนครใหม่ซึ่งพระราชทานนามว่า “กรุงรัตนโกสินทร์อินท์อโยธยา” และเรียกต่อกันว่า “กรุงเทพมหานคร” กาลเวลาทำให้วัสดุย่อมชำรุดไปตามธรรมดา กระทั่งในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4) ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาเสาหลักเมืองต้นใหม่แทนต้นเดิมที่ชำรุด โดยทำเป็นเสาไม้สักเป็นแกนอยู่ภายใน ประกับด้วยไม้ชัยพฤกษ์ และมีการผูกดวงชาตาพระนครขึ้นใหม่ เพื่อความเจริญรุ่งเรืองและความร่มเย็นของประเทศชาติและประชาชน ภาพรวมของเรื่องเล่านี้ทำให้ศาลหลักเมืองไม่ได้หยุดอยู่แค่ “พิธีครั้งเดียวแล้วจบ” แต่เป็นสิ่งที่ถูกดูแลต่อเนื่องให้เหมาะสมกับบ้านเมืองที่เปลี่ยนผ่านยุคสมัย
ช่วงสำคัญอีกครั้งหนึ่งคือในวาระสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี พ.ศ. 2525 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้เสด็จพระราชดำเนิน ณ ศาลหลักเมือง เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่มหานครตามโบราณราชประเพณี และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีการดำเนินการปรับปรุงศาลหลักเมืองให้มีความงดงามบริบูรณ์สมกับเป็นที่สถิตแห่งองค์พระหลักเมือง รวมถึงเชิญเสาหลักเมืองต้นเดิมไปประดิษฐานไว้คู่กับเสาหลักเมืองต้นปัจจุบันภายหลังการบูรณปฏิสังขรณ์ เมื่อดำเนินการแล้วเสร็จ ได้มีพระราชพิธีสมโภชพระหลักเมืองในเวลาต่อมา ความต่อเนื่องของเหตุการณ์เหล่านี้ทำให้ศาลหลักเมืองเป็น “พื้นที่ความทรงจำของเมือง” ที่เชื่อมพิธีหลวงกับชีวิตคนเมืองเข้าด้วยกันอย่างแนบแน่น
ภายในบริเวณศาลหลักเมือง ยังมีองค์ประกอบที่หลายคนตั้งใจมาด้วยเหตุผลเฉพาะทางความเชื่อ เช่น ศาลเทพารักษ์ ซึ่งเป็นที่สถิตแห่งเทพารักษ์ทั้งหมด 5 ได้แก่ พระเสื้อเมือง, เจ้าเจตคุปต์, เจ้าหอกลอง, พระทรงเมือง และพระกาฬไชยศรี รวมถึงอาคารหอพระพุทธรูป สิ่งเหล่านี้ทำให้ประสบการณ์การมาเยือนไม่ได้จำกัดอยู่ที่เสาหลักเมืองเพียงอย่างเดียว แต่เหมือนเป็นการเดินผ่าน “ชั้นความเชื่อ” ที่ออกแบบพื้นที่ไว้ให้คนค่อย ๆ สงบใจ ตั้งสติ แล้วค่อยเอ่ยคำขอที่อยากให้เกิดขึ้นจริงในชีวิต
การขอพรที่ศาลหลักเมือง หากมองแบบร่วมสมัยที่สุด คือการใช้พิธีกรรมเป็นเครื่องมือจัดระเบียบความคิดให้ตัวเอง เริ่มจากตั้งเจตนาให้ชัดว่าขอเรื่องอะไร เพราะอะไร และเราจะทำส่วนของเราอย่างไรบ้าง แล้วค่อยสักการะตามแนวทางที่ทางศาลแนะนำ โดยทั่วไปผู้คนมักเตรียมดอกไม้ ธูป เทียน และเครื่องสักการะให้เหมาะสมกับความศรัทธา ที่สำคัญคือมารยาทในการไหว้ การแต่งกายสุภาพ และการใช้พื้นที่ร่วมกับผู้อื่นอย่างนุ่มนวล เพราะนี่เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่คนหลากหลายวัยและหลากหลายความเชื่อเข้ามาพร้อมกันในแต่ละวัน
ถ้าถามว่า “ควรไปเวลาไหน” เช้า ๆ จะได้ความสงบและไม่ร้อนมาก โดยเฉพาะถ้าตั้งใจจะเดินเที่ยวต่อแถบสนามหลวงและเกาะรัตนโกสินทร์ ส่วนช่วงบ่ายแก่ ๆ ก่อนปิดจะคนบางลงในบางวัน แต่ถ้าเป็นช่วงวันหยุดยาวหรือฤดูกาลท่องเที่ยว คนจะหนาแน่นขึ้นตามธรรมชาติ อีกจุดที่ควรรู้ไว้คือในบางเทศกาลมีช่วงเวลาที่เปิดถึงเที่ยงคืน ดังนั้นถ้าคุณตั้งใจไปช่วงพิเศษ แนะนำให้เช็กประกาศล่าสุดของวันนั้นก่อนเพื่อไม่ให้เสียเที่ยว
การเดินทาง ถ้ามาด้วยรถไฟฟ้าใต้ดิน (MRT) เส้นทางที่นักท่องเที่ยวใช้กันบ่อยคือมาลงย่านเกาะรัตนโกสินทร์แล้วต่อรถ/เดินเข้าสู่บริเวณสนามหลวงและถนนหลักเมือง ซึ่งเป็นย่านที่เดินเที่ยวต่อได้ยาวมากแบบไม่ต้องรีบ อีกทางเลือกที่คลาสสิกคือการมาทางเรือในแม่น้ำเจ้าพระยาแล้วขึ้นท่าใกล้ ๆ เช่นแถวท่าช้าง ก่อนเดินเข้าพื้นที่ชั้นในของพระนคร ส่วนรถแท็กซี่หรือรถส่วนตัวสะดวกแต่ต้องเผื่อเวลารถติด และควรเผื่อเรื่องที่จอดรถเพราะเป็นโซนราชการและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ
ข้อดีของการมาไหว้ศาลหลักเมืองคือ “ต่อทริปได้ทันที” เพราะอยู่ใกล้จุดสำคัญระดับแลนด์มาร์กของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นพระบรมมหาราชวัง วัดพระแก้ว วัดโพธิ์ หรือพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ถ้าชอบบรรยากาศเมืองเก่า คุณสามารถค่อย ๆ เดินช้า ๆ มองสถาปัตยกรรม รอบถนนเล็กถนนน้อย แล้วปิดท้ายด้วยร้านอาหารเก่าแก่ที่คนพื้นที่กินจริงจังมานานหลายสิบปี แผนแบบนี้ทำให้ทริปไม่ใช่แค่ “มาขอพรแล้วกลับ” แต่กลายเป็นครึ่งวันที่ทั้งอิ่มใจและอิ่มท้องอย่างพอดี
สิ่งที่อยากชวนจำไว้แบบเบา ๆ คือ การขอพรจะดีมากถ้ามันทำให้เรากลับไปใช้ชีวิตอย่างตั้งใจขึ้น แม้จะเป็นเรื่องเล็ก ๆ เช่นกลับไปจัดโต๊ะทำงานให้เป็นระเบียบ กลับไปคุยกับครอบครัวให้ดีขึ้น หรือกลับไปเริ่มต้นสิ่งที่ดองไว้นาน ความศักดิ์สิทธิ์ในแบบเมืองใหญ่บางทีก็ไม่ได้แปลว่า “ปาฏิหาริย์” เสมอไป แต่มันคือพื้นที่ที่ช่วยให้เราได้ยืนอยู่กับตัวเองตรง ๆ อีกครั้ง แล้วค่อยเดินต่อด้วยใจที่นิ่งขึ้นกว่าเดิม
| ชื่อสถานที่ | ศาลหลักเมืองกรุงเทพมหานคร |
| ที่ตั้ง | เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร (บริเวณมุมด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ของท้องสนามหลวง ตรงข้ามพระบรมมหาราชวัง) |
| จุดเด่นของสถานที่ | ศูนย์รวมความเชื่อเรื่อง “เสาหลักเมือง” และดวงชะตาพระนคร, สถานที่ประกอบพิธีกรรมสำคัญตั้งแต่สถาปนากรุงรัตนโกสินทร์, มีศาลเทพารักษ์ 5 องค์และอาคารหอพระพุทธรูปภายในบริเวณ |
| ยุคสมัย | สถาปนารัชกาลที่ 1 (พ.ศ. 2325) และมีการสถาปนาเสาใหม่ในรัชกาลที่ 4 |
| หลักฐานสำคัญ | เรื่องเล่าพระราชพิธียกเสาหลักเมือง (21 เมษายน พ.ศ. 2325) และการผูกดวงชะตาพระนคร รวมถึงการปรับปรุงครั้งสำคัญในวาระ 200 ปีรัตนโกสินทร์ |
| ที่มาชื่อ | “หลักเมือง” หมายถึงเสาหลักชัย/ศูนย์กลางเชิงพิธีกรรมของการตั้งเมือง ตามคติพิธีพราหมณ์ก่อนการสร้างบ้านเมือง |
| วิธีการเดินทาง | MRT: ใช้เส้นทางเข้าย่านเกาะรัตนโกสินทร์แล้วต่อเดิน/รถเข้าสนามหลวงและถนนหลักเมือง; เรือเจ้าพระยา: ลงท่าใกล้ย่านท่าช้างแล้วเดินต่อ; รถแท็กซี่/รถส่วนตัว: เผื่อรถติดและที่จอดรถย่านพระนคร |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดให้ประชาชนเข้าสักการะ (ควรเช็กประกาศในวันเทศกาล/งานพิธีพิเศษล่วงหน้า) |
| เบอร์ติดต่อ | 02-225-4403, 085-485-2464 |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง + ระยะทาง | พระบรมมหาราชวัง ~0.8 กม. โทร 02-623-5500 วัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว) ~0.9 กม. โทร 02-623-5499 วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์) ~1.4 กม. โทร 083-057-7100 มิวเซียมสยาม ~1.5 กม. โทร 02-225-2777 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ~1.8 กม. โทร 02-224-1402 |
| ร้านอาหารใกล้เคียง + ระยะทาง | ทิพย์สมัย ผัดไทยประตูผี ~2.6 กม. โทร 02-226-6666 เจ๊ไฝ ประตูผี ~2.5 กม. โทร 02-223-9384 เมธาวลัย ศรแดง ~1.7 กม. โทร 02-224-3088 ครัวอัปษร (ถนนดินสอ) ~1.6 กม. โทร 080-550-0310 ออน ล็อก หยุ่น ~2.5 กม. โทร 02-224-2463 |
| ที่พักใกล้เคียง + ระยะทาง | Royal Rattanakosin Hotel ~1.1 กม. โทร 02-222-9111 New Siam Palace Ville ~2.6 กม. โทร 02-282-4142 Navalai River Resort ~3.1 กม. โทร 02-280-9955 Riva Arun Bangkok ~1.6 กม. โทร 02-221-1188 sala rattanakosin Bangkok ~1.8 กม. โทร 02-622-1388 |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | พื้นที่สักการะเป็นสัดส่วน, จุดบริการเครื่องสักการะในบริเวณ, มีเจ้าหน้าที่ดูแลพื้นที่ในช่วงเวลาทำการ |
| ค่าบริการ | ไม่เสียค่าเข้าชม (ผู้ศรัทธาเลือกทำบุญ/ซื้อเครื่องสักการะได้ตามสมัครใจ) |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: ศาลหลักเมืองกรุงเทพมหานคร เปิดทุกวันไหม?
ตอบ: เปิดทุกวัน โดยควรเช็กประกาศในวันเทศกาลหรือมีงานพิธีพิเศษเพื่อความแน่นอน
ถาม: ศาลหลักเมืองกรุงเทพมหานคร เปิดกี่โมง?
ตอบ: โดยทั่วไปเปิด 06.30 – 18.30 น.
ถาม: ไปศาลหลักเมืองกรุงเทพมหานครด้วย MRT ได้ไหม?
ตอบ: ได้ นิยมใช้ MRT เข้าย่านเกาะรัตนโกสินทร์แล้วต่อเดิน/รถเข้าสนามหลวงและถนนหลักเมือง ทั้งนี้ควรเผื่อเวลาเดินและสภาพจราจรในย่านพระนคร
ถาม: ไปไหว้ขอพรเรื่องอะไรได้บ้าง?
ตอบ: คนส่วนใหญ่มักขอเรื่องความมั่นคงของชีวิต การเริ่มต้นใหม่ งาน การค้าขาย ความร่มเย็นของครอบครัว และความปลอดภัยในการเดินทาง โดยแนะนำให้ตั้งเจตนาให้ชัดและทำส่วนของเราให้เต็มที่ควบคู่กัน
ถาม: ต้องเตรียมของไหว้อะไรเป็นพิเศษไหม?
ตอบ: ไม่จำเป็นต้องพิเศษเกินไป สามารถเตรียมดอกไม้ ธูป เทียน หรือเครื่องสักการะตามศรัทธา และเน้นแต่งกายสุภาพ มีมารยาทในการไหว้และใช้พื้นที่ร่วมกับผู้อื่น
แสดงความเห็น
| คำค้น (ขั้นสูง) |
ภูมิภาค
|














หมวดหมู่:
กลุ่ม: