มัสยิดยามิอุลอิบาดะห์

Rating: 4.4/5 (5 votes)
สถานที่ท่องเที่ยวกรุงเทพมหานคร
สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย
วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 17.00 น.
มัสยิดยามิอุ้ลอิบาดะห์ (บ้านทางควาย) คือหนึ่งในมัสยิดชุมชนเก่าแก่ของกรุงเทพฯ ย่านประเวศ ที่คนท้องถิ่นเรียกติดปากว่า “สุเหร่าทางควาย” เพราะตั้งอยู่ในชุมชนมุสลิมที่มีอายุเกินกว่า 100 ปี ริมคลองประเวศบุรีรมย์ฝั่งใต้ ในอดีตผู้คนแถบนี้ทำเกษตรกรรมปลูกข้าวเป็นอาชีพหลัก และการไถนาในยุคนั้นต้องอาศัย “ควาย” เป็นแรงงานสำคัญ เส้นทางเดินของควายจำนวนมากที่เดินผ่านบริเวณหน้ามัสยิดและพื้นที่ใกล้เคียงจนกลายเป็นทางเดินประจำ ทำให้เกิดคลองและแนวทางที่คนในชุมชนเรียกกันว่า “คลองทางควาย” และกลายเป็นชื่อของชุมชนในเวลาต่อมา เรื่องเล่านี้ทำให้การมาเยือนที่นี่ไม่ได้เป็นเพียงการมาดูอาคารหรือมาประกอบศาสนกิจเท่านั้น แต่ยังเหมือนการได้ยินเสียงของอดีตที่ยังคงอยู่ในชื่อสถานที่และวิถีชุมชน
ถ้าคุณกำลังมองหา “มัสยิดในกรุงเทพ” ที่มีชั้นเชิงทางประวัติศาสตร์และมีตัวตนของชุมชนชัดเจน มัสยิดยามิอุ้ลอิบาดะห์ (บ้านทางควาย) เป็นหนึ่งในคำตอบที่น่าสนใจ เพราะที่นี่ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางของชุมชนมุสลิมย่านประเวศมาอย่างยาวนาน ทั้งในมิติของศาสนกิจ การเรียนรู้ศาสนา และการเป็นพื้นที่รวมตัวของผู้คนในงานสำคัญของชีวิต เช่น งานแต่ง งานบุญ และกิจกรรมชุมชนต่าง ๆ ความพิเศษของมัสยิดชุมชนลักษณะนี้คือ “ความจริง” ของพื้นที่ คุณจะสัมผัสได้ถึงจังหวะชีวิตประจำวันมากกว่าบรรยากาศแบบสถานที่ท่องเที่ยวที่คึกคัก และนั่นทำให้การมาเยือนที่นี่มีความสงบ เรียบง่าย และจริงใจ
ในด้านประวัติของตัวอาคาร มัสยิดยามิอุ้ลอิบาดะห์ (บ้านทางควาย) มีพัฒนาการผ่านอาคารมาแล้ว 3 ช่วงสำคัญ หลังปัจจุบันถือเป็น “หลังที่ 3” ของชุมชน โดยมีข้อมูลว่าถูกสร้างขึ้นใหม่เป็นหลังที่สามเมื่อปี พ.ศ. 2547 บนที่ตั้งเดิมของมัสยิดหลังแรกซึ่งไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัดว่าสร้างเมื่อใด อย่างไรก็ตาม ผู้เฒ่าผู้แก่ในพื้นที่เล่าว่ามัสยิดหลังแรกนั้นสร้างขึ้นเมื่อร้อยกว่าปีมาแล้วและเป็นอาคารไม้ เมื่อใช้งานมานานจึงทรุดโทรมและถูกรื้อถอนออกไป เพื่อสร้างมัสยิดหลังที่สองขึ้นมาทดแทน
มัสยิดหลังที่สองเริ่มก่อสร้างโดยมีการตอกเสาเข็มวางรากฐานในวันที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2492 (ขึ้น 10 ค่ำ เดือน 5 ปีชวด) รูปแบบเป็นทรงปั้นหยาชั้นเดียว ลักษณะครึ่งตึกครึ่งไม้ และมีบันทึกค่าใช้จ่ายการก่อสร้างในครั้งนั้นอยู่ที่ 55,302 บาท จุดน่าสนใจของมัสยิดหลังที่สองคือได้รับอิทธิพลทางรูปแบบสถาปัตยกรรมจาก “รัฐกลันตัน” ประเทศมาเลเซีย ซึ่งสะท้อนความเชื่อมโยงของผู้คน วัฒนธรรม และรสนิยมทางสถาปัตยกรรมของโลกมุสลิมในภูมิภาคได้อย่างชัดเจน แต่เมื่อเวลาผ่านไป ตัวอาคารหลังที่สองก็ทรุดโทรมและเกิดปัญหาเสาร้าว จึงมีการรื้อถอนและดำเนินการสร้างมัสยิดหลังที่สามซึ่งเป็นอาคารที่เห็นอยู่ในปัจจุบัน โดยวางรากฐานเมื่อวันอาทิตย์ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2546 (ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3)
แม้การเล่าไทม์ไลน์จะฟังเหมือนเรื่องของ “อาคาร” แต่ความหมายจริง ๆ คือเรื่องของ “คนในชุมชน” เพราะทุกการสร้างใหม่เกิดจากความตั้งใจที่จะทำให้ศูนย์กลางศาสนกิจของชุมชนแข็งแรง ปลอดภัย และรองรับการใช้งานได้ในระยะยาว เมื่อคุณยืนอยู่ในพื้นที่นี้ คุณจะรับรู้ได้ว่าเรื่องเล่าหลายอย่างไม่ได้ถูกเก็บไว้ในพิพิธภัณฑ์ แต่ถูกเก็บไว้ในความทรงจำของผู้คน และยังสะท้อนออกมาผ่านรายละเอียดของมัสยิดในปัจจุบัน
จุดเด่นของมัสยิดยามิอุ้ลอิบาดะห์ (บ้านทางควาย) ที่มักทำให้ผู้มาเยือน “ประทับใจตั้งแต่เงยหน้า” คือความงามของฝ้าเพดานที่ทำจากไม้สักทองทั้งชั้นบนและชั้นล่าง พร้อมงานแกะสลักที่ละเอียดอ่อน โดยการออกแบบฝ้าถูกวางอารมณ์ให้มีความเป็น “ทรงไทยโบราณ” ทำให้บรรยากาศภายในมีความอบอุ่นและสง่างามในเวลาเดียวกัน ประตูและหน้าต่างเป็นไม้สักทองทั้งหมด และเพดานด้านหน้ามีการแกะสลักซูเราะห์อัลฟาติฮะห์อย่างวิจิตร ซึ่งเป็นองค์ประกอบที่สะท้อนทั้งศรัทธาและรสนิยมทางศิลปกรรมของชุมชนได้อย่างชัดเจน หากคุณเป็นคนที่สนใจสถาปัตยกรรม งานไม้ หรือความงามของงานช่างชุมชน รายละเอียดเหล่านี้คือเหตุผลที่ทำให้มัสยิดแห่งนี้มีเอกลักษณ์และควรค่าแก่การไปเยือนอย่างสุภาพ
อีกชั้นหนึ่งที่ทำให้มัสยิดแห่งนี้มีชีวิต คือบทบาทด้านการบริการและกิจกรรมของชุมชน โดยมีการจัดอบรมศาสนาทุกวันอาทิตย์ เวลา 10.00 น. และยังอำนวยความสะดวกแก่กลุ่มเผยแพร่ (ดะวะห์) รวมถึงการให้ยืมภาชนะและสิ่งของต่าง ๆ แก่ชาวบ้านเพื่อใช้ในการจัดงานบุญ งานแต่ง และงานอื่น ๆ ซึ่งสะท้อนว่า “มัสยิดคือโครงสร้างของความสัมพันธ์” มากกว่าการเป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรมเพียงอย่างเดียว การที่ชุมชนช่วยกันดูแลและใช้ประโยชน์จากพื้นที่ร่วมกันอย่างต่อเนื่อง คือหัวใจที่ทำให้มัสยิดชุมชนยังคงยืนอยู่ในเมืองใหญ่ได้อย่างมั่นคง
ในด้านผู้นำศาสนา ข้อมูลในชุมชนได้บันทึกความต่อเนื่องของอิหม่ามหลายท่านไว้ ได้แก่ อิหม่ามคนแรก โต๊ะกีเฮง อำนวยพร คนที่ 2 ฮัจยี อะหมัด อำนวยพร คนที่ 3 ฮัจยี กอเซ็ม อำนวยพร คนที่ 4 หมัดนูร อ่อนหวาน และคนที่ 5 ฮัจยี มุฮาบิดีน อับดุลเลาะห์ ซึ่งได้เสียชีวิตไปแล้ว ปัจจุบันมี “คอเต็บ ฮัจยี ซาฟีอี มินฮายีนุช” ทำหน้าที่รักษาการแทนตามข้อมูลที่คุณให้มา ส่วนช่องทางติดต่อมัสยิด มีเบอร์โทรศัพท์ที่ปรากฏในทำเนียบและฐานข้อมูลหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับมัสยิดในกรุงเทพฯ ซึ่งสามารถใช้อ้างอิงเพื่อสอบถามข้อมูลล่าสุดได้โดยตรง
การเดินทาง มัสยิดตั้งอยู่เลขที่ 44 หมู่ 5 ซอยอ่อนนุช 59 เขตประเวศ กรุงเทพมหานคร โดยพื้นที่รอบมัสยิดมีลักษณะยึดโยงกับคลองและทางสาธารณะของชุมชนอย่างชัดเจน ตามข้อมูลทิศทางที่เล่าต่อกันมา ทิศเหนือติดกับคลองทางควาย ทิศตะวันตกติดกับคลองประเวศบุรีรมย์ ทิศใต้ติดกับซอยอ่อนนุช 59 ซึ่งเป็นทางเข้าออกสายหลัก และทิศตะวันออกติดกับซอยแยกของซอยอ่อนนุช 59 หากเดินทางด้วยรถส่วนตัวสามารถใช้เส้นถนนอ่อนนุช (สุขุมวิท 77) แล้วเลี้ยวเข้าซอยอ่อนนุช 59 จากนั้นขับตามแนวซอยและสังเกตแนวคลอง/พื้นที่ชุมชนจะช่วยให้ปักหมุดได้ง่ายขึ้น ส่วนผู้ที่เดินทางด้วยรถสาธารณะ วิธีที่ใช้งานได้จริงคือไปลงจุดที่ต่อรถสะดวกในโซนศรีนครินทร์หรือพัฒนาการ แล้วต่อแท็กซี่หรือวินมอเตอร์ไซค์เข้าไปช่วงท้าย เพราะถนนย่อยในย่านชุมชนอาจทำให้คนที่ไม่คุ้นพื้นที่สับสนได้ การโทรสอบถามเส้นทางกับมัสยิดก่อนออกเดินทางจะช่วยลดความคลาดเคลื่อนและทำให้การไปเยือนราบรื่นยิ่งขึ้น
สำหรับการเยี่ยมชมสถานที่ศาสนาในฐานะผู้สนใจเรียนรู้หรือผู้เดินทาง สิ่งสำคัญคือการแสดงความเคารพต่อสถานที่และชุมชน แต่งกายสุภาพ มิดชิด รักษามารยาทเรื่องเสียง และหลีกเลี่ยงการรบกวนช่วงเวลาที่มีศาสนกิจ หากต้องการถ่ายภาพ ควรสังเกตสถานการณ์ก่อนว่ามีผู้คนอยู่ในพื้นที่ละหมาดหรือมีบุคคลอาจติดในภาพหรือไม่ และหากจำเป็นควรขออนุญาตก่อนเพื่อความเหมาะสม หลักคิดง่าย ๆ คือ “ให้เกียรติสถานที่ ให้เกียรติผู้คน” แล้วประสบการณ์ที่ได้จะนุ่มนวลและน่าจดจำ
| ชื่อสถานที่ | มัสยิดยามิอุ้ลอิบาดะห์ (บ้านทางควาย) |
| ที่อยู่ | 44 หมู่ 5 ซอยอ่อนนุช 59 เขตประเวศ กรุงเทพมหานคร 10250 |
| จุดเด่นของมัสยิด | ฝ้าเพดานไม้สักทองทั้งชั้นบนและชั้นล่าง แกะสลักงดงาม ออกแบบฝ้าเน้นทรงไทยโบราณ ประตูและหน้าต่างไม้สักทอง เพดานด้านหน้าแกะสลักซูเราะห์อัลฟาติฮะห์อย่างวิจิตร ตั้งอยู่ในชุมชนมุสลิมเก่าแก่บ้านทางควาย ริมคลองประเวศบุรีรมย์ฝั่งใต้ |
| ผู้ดูแลมัสยิด | คอเต็บ ฮัจยี ซาฟีอี มินฮายีนุช (รักษาการแทน ตามข้อมูลในชุมชน) |
| เบอร์โทรติดต่อ (ยืนยันได้) | 02-322-1567 |
| การเดินทาง (สรุป) | รถส่วนตัว: ถนนอ่อนนุช (สุขุมวิท 77) → ซอยอ่อนนุช 59 | รถสาธารณะ: ลงโซนศรีนครินทร์/พัฒนาการ แล้วต่อแท็กซี่หรือวินเข้าซอยช่วงท้าย |
| สถานที่ใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณ + เบอร์โทร) | สวนหลวง ร.9 – ประมาณ 8 กม. ซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์ – ประมาณ 9 กม. – 02-721-8888 พาราไดซ์ พาร์ค – ประมาณ 9 กม. – 1285 เมกาบางนา – ประมาณ 16 กม. – 02-105-1000 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ – ประมาณ 18 กม. – 02-132-1888 |
| ร้านอาหารใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณ + เบอร์โทร) | 59ฮาลาลรสเด็ด (อ่อนนุช 59) – ประมาณ 1 กม. – 092-586-2878 Halal Happy Day (ซอยอ่อนนุช 59) – ประมาณ 1 กม. – 095-974-6806 Greek Yogurt by me (ฮาล้าล) (ซอยอ่อนนุช 59) – ประมาณ 1 กม. – 087-382-5841 MUMYEN & STEAK (ฮาลาล) – ประมาณ 7 กม. – 080-457-7333 หอมเนื้อหอมนาน (ฮาลาล) – ประมาณ 6 กม. – 065-529-2224 In Seoul BBQ Halal Buffet (ซีคอนสแควร์) – ประมาณ 9 กม. – 086-354-6786 |
| ที่พักใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณ + เบอร์โทร) | Summer Tree Hotel Bangkok – ประมาณ 7 กม. – 02-328-0169 Suvarnabhumi Ville Airport Hotel – ประมาณ 19 กม. – 02-738-4599 The Park Nine Suvarnabhumi – ประมาณ 18 กม. – 02-019-9111 Siam Mandarina Hotel – ประมาณ 19 กม. – 02-738-8191 Miracle Suvarnabhumi Airport Hotel – ประมาณ 20 กม. – 02-338-0333 The Cottage Suvarnabhumi – ประมาณ 22 กม. – 02-727-5858 Novotel Bangkok Suvarnabhumi Airport Hotel – ประมาณ 25 กม. – 02-131-1111 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: มัสยิดยามิอุ้ลอิบาดะห์ (บ้านทางควาย) เปิดทุกวันไหม?
ตอบ: ข้อมูลที่ใช้ในบทความนี้ระบุว่าเปิดทุกวัน และมีเวลาเปิดทำการ 08.00 – 17.00 น.
ถาม: มัสยิดบ้านทางควายมีประวัติยาวนานแค่ไหน?
ตอบ: ชุมชนบ้านทางควายเป็นชุมชนมุสลิมที่มีอายุเกินกว่า 100 ปี และมีเรื่องเล่าว่ามัสยิดหลังแรกถูกสร้างขึ้นเมื่อร้อยกว่าปีมาแล้ว ก่อนจะพัฒนามาเป็นอาคารหลังปัจจุบัน
ถาม: จุดเด่นที่ไม่ควรพลาดเมื่อไปถึงคืออะไร?
ตอบ: จุดเด่นสำคัญคือฝ้าเพดานไม้สักทองทั้งชั้นบนและชั้นล่างที่แกะสลักงดงาม รวมถึงรายละเอียดงานไม้ของประตูและหน้าต่าง และเพดานด้านหน้าที่แกะสลักซูเราะห์อัลฟาติฮะห์
ถาม: มัสยิดหลังปัจจุบันสร้างเมื่อไหร่?
ตอบ: มีข้อมูลว่าหลังปัจจุบันเป็นหลังที่ 3 สร้างขึ้นใหม่เมื่อ พ.ศ. 2547 และมีการวางรากฐานเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2546
ถาม: มีการอบรมศาสนาหรือกิจกรรมชุมชนไหม?
ตอบ: มีการจัดอบรมศาสนาทุกวันอาทิตย์ เวลา 10.00 น. รวมถึงกิจกรรมชุมชนและการอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ให้กับคนในพื้นที่
ถาม: ถ้าต้องการติดต่อมัสยิดควรทำอย่างไร?
ตอบ: สามารถติดต่อได้ที่เบอร์ 02-322-1567 เพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือรายละเอียดที่ต้องการยืนยันก่อนเดินทาง
ถาม: คนที่ไม่ได้เป็นมุสลิมสามารถเข้าเยี่ยมชมได้ไหม?
ตอบ: โดยหลักแล้วควรเข้าเยี่ยมชมด้วยความสุภาพ เคารพกติกาของสถานที่ แต่งกายมิดชิด และหลีกเลี่ยงการรบกวนช่วงเวลาศาสนกิจ หากไม่แน่ใจแนะนำให้ติดต่อสอบถามก่อน
ถาม: แถวนี้มีที่เที่ยวหรือจุดแวะต่อที่ไปได้สะดวกไหม?
ตอบ: สามารถวางแผนแวะไปสวนหลวง ร.9 หรือโซนศรีนครินทร์อย่างซีคอนสแควร์และพาราไดซ์ พาร์ค ได้ และหากต้องการไปแหล่งช้อปใหญ่ เมกาบางนาก็อยู่ไม่ไกล รวมถึงสนามบินสุวรรณภูมิสำหรับคนที่ต้องเดินทางต่อ
แสดงความเห็น
| คำค้น (ขั้นสูง) |
Facebook Fanpage













หมวดหมู่:
กลุ่ม:
ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก
สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ และอนุสาวรีย์(
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(
พระราชวัง(
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(
พิพิธภัณฑ์(
บ้านโบราณ และเมืองโบราณ(
อาร์ตแกลเลอรี่(
สถานที่ท่องเที่ยวเชิงวิชาการ
พิพิธภัณฑ์เพื่อการศึกษา(
ห้องสมุด(
มหาวิทยาลัย
วัด(
โบสถ์(
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(
โครงการในพระราชดำริ
โครงการหลวง(
วิถีชีวิต
หมู่บ้าน ชุมชน(
ตลาดท้องถิ่น(
ตลาดน้ำ(
ธรรมชาติ และสัตว์ป่า
แม่น้ำลำคลอง(
อ่าว และชายหาด(
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(
บันเทิง และท่องเที่ยวเชิงเกษตร
สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ(
แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์(
สนามกีฬา(
ฟาร์ม, ไร่, สวน, สวนสาธารณะ และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(
สวนสนุก(
สวนน้ำ(
โรงละคร(
โรงภาพยนตร์(
ช้อปปิ้ง
ช้อปปิ้ง และตลาดกลางคืน(
ห้างสรรพสินค้า(
สปาเพื่อสุขภาพ
สปาเพื่อสุขภาพ(
ร้านอาหาร
มิชลินสตาร์(
ที่พัก
โรงแรม(
หมายเลขโทรศัพท์สำคัญในการท่องเที่ยว
หมายเลขโทรศัพท์สำคัญในการท่องเที่ยว(
บทความท่องเที่ยว, สูตรอาหาร
รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร(
ขนมไทยชาววัง, ขนมโบราณ, สูตรขนมไทย(