มัสยิดฟัตฮุ้ลบารี

Rating: 3.6/5 (5 votes)
สถานที่ท่องเที่ยวกรุงเทพมหานคร
สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย
วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: เปิดตามเวลาละหมาด – แนะนำโทรสอบถามก่อนเดินทาง
มัสยิดฟัตฮุ้ลบารี เป็นมัสยิดชุมชนในย่านหัวหมาก–บางกะปิ กรุงเทพมหานคร ที่มีรากเรื่องเล่าแน่นมากทั้งด้านประวัติการตั้งถิ่นฐาน การอุทิศที่ดินวากัฟ และการจัดระบบมัสยิดให้เป็นนิติบุคคลตั้งแต่ยุคที่กรุงเทพฯ ยังเติบโตแบบค่อยเป็นค่อยไป หากมองด้วยสายตานักเดินทาง ที่นี่ไม่ใช่ “แลนด์มาร์กใหญ่โต” แบบที่ถ่ายรูปแล้วจบ แต่เป็นพื้นที่ศรัทธาที่ทำงานจริงในชีวิตประจำวันของชุมชน ทั้งการละหมาด การเรียนการสอน และกิจกรรมที่พาคนหลายวัยอยู่ร่วมกันได้ในเมืองใหญ่
ทำเลของมัสยิดอยู่ในโซนที่คนพื้นที่มักเรียกรวม ๆ ว่าแถวตลาดบางกะปิ–แยกลำสาลี เชื่อมถนนรามคำแหงกับศรีนครินทร์ได้สะดวก จึงเดินทางได้หลายรูปแบบ ทั้งรถส่วนตัว แท็กซี่ วินมอเตอร์ไซค์ หรือใช้ขนส่งสาธารณะแล้วต่อเข้าไปอีกช่วงหนึ่ง พื้นที่รอบ ๆ เป็นชุมชนเมืองที่หนาแน่น แต่เมื่อเข้าใกล้เขตมัสยิดจะสัมผัสได้ถึงจังหวะที่นิ่งลง เป็นความสงบแบบ “ชุมชนดูแลกันเอง” มากกว่าความเงียบแบบสถานที่ท่องเที่ยว
สาเหตุของการก่อตั้งมัสยิดฟัตฮุ้ลบารีมีความเป็น “เรื่องจำเป็นของชุมชน” ชัดเจน เพราะเมื่อจำนวนสมาชิกในหมู่บ้านเพิ่มขึ้น การเดินทางไปอาศัยมัสยิดใกล้เคียงเพื่อประกอบศาสนกิจเริ่มลำบาก จึงเกิดแนวคิดที่จะมีมัสยิดประจำหมู่บ้านขึ้นมา เพื่อให้ผู้คนละหมาด เรียนรู้ และทำกิจกรรมศาสนาได้ใกล้บ้าน นี่เป็นภาพสะท้อนของกรุงเทพฯ ในหลายย่าน ที่มัสยิดไม่ได้เกิดจากการวางผังเมืองอย่างเป็นทางการเท่านั้น แต่เกิดจาก “แรงร่วมมือ” และ “ความต่อเนื่องของศรัทธา” ของผู้คนในพื้นที่
บุคคลสำคัญที่สุดในช่วงตั้งต้นคือ นายฮัจยี ฮาซัน บุญมาเลิศ ผู้ก่อตั้งและอิหม่ามท่านแรก อีกทั้งเป็นผู้ที่อุทิศที่ดินเพื่อเป็นวากัฟและใช้เป็นสถานที่ก่อสร้างอาคารมัสยิด โดยได้รับการสนับสนุนจากฮัจยีอับดุลเลาะฮฺ บุญมาเลิศ หรือที่รู้จักกันว่า “หลวงภักดีราช” ต้นตระกูลบุญมาเลิศ ซึ่งเป็นแกนสำคัญที่ทำให้ชุมชนขยับจากความตั้งใจไปสู่การลงมือทำจริง ในระยะแรกอาคารมัสยิดเป็นอาคารไม้ชั้นเดียว เรียบง่ายและพอเพียงกับจำนวนผู้ใช้ในช่วงนั้น
เมื่อบทบาทของมัสยิดขยายขึ้น จำนวนผู้มาปฏิบัติศาสนกิจมากขึ้น อาคารไม้เดิมจึงไม่เพียงพอ ทำให้มีการปรับปรุงเป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กเพื่อรองรับการใช้งานที่หนาแน่นกว่าเดิม จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี 2530 เมื่อฮัจยีมนูศักดิ์ (มะฮฺฟูซ) บุญมาเลิศ อุทิศทุนทรัพย์ส่วนตัวเพื่อขยายสถานที่ละหมาดให้ครอบคลุมที่ดินวากัฟทั้งหมด หลังจากนั้นมัสยิดมีการบูรณะต่อเติมเป็นระยะ ๆ จนปัจจุบันสามารถรองรับผู้มาปฏิบัติศาสนกิจได้มากกว่า 1,500 คน ซึ่งสะท้อนการเติบโตที่เป็นธรรมชาติของชุมชนและความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐาน
ในด้านสถานะทางกฎหมายและชื่อมัสยิด มีหลักหมุดหมายที่ชัดเจนคือ การจดทะเบียนเป็นมัสยิดนิติบุคคลเมื่อวันที่ 27 มกราคม 2497 โดยเดิมใช้ชื่อ “มัสยิดอัลฟัตฮุ้ลบารี” ก่อนเปลี่ยนชื่อเป็น “มัสยิดฟัตฮุ้ลบารี” เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2526 การมีวันที่และสถานะที่ระบุได้แบบนี้ทำให้มัสยิดยืนระยะได้มั่นคง เป็นทั้งสถาบันทางศาสนาและสถาบันของชุมชนในเวลาเดียวกัน
เรื่องของผู้นำศาสนาและทีมงานก็เป็นอีกแกนที่ทำให้มัสยิดมีความต่อเนื่อง เริ่มจากผู้ก่อตั้งอย่างนายฮัจยี ฮาซัน บุญมาเลิศ ในฐานะอิหม่ามท่านแรก ต่อมาในปี 2524 มีการแต่งตั้งนายสมบูรณ์ (มักซู้ด) บุญมาเลิศ ขึ้นดำรงตำแหน่งแทน และเมื่อ “นายวิโรจน์ (นาอีม) บุญมาเลิศ” สำเร็จการศึกษาจากประเทศคูเวตในปี 2523 จึงได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งอิหม่ามมาจนถึงปัจจุบัน โดยมีนายสุพล (ซากีรีน) บุญมาเลิศ ซึ่งสำเร็จการศึกษาจากประเทศอียิปต์ เป็นคอเต็บ และนายกิตติศักดิ์ (บุรฮาน) บุญมาเลิศ เป็นบิหลั่น ภาพรวมนี้ทำให้เห็นว่า “การศึกษาศาสนา” และ “การรับใช้ชุมชน” เดินคู่กันมาตลอด
มัสยิดแห่งนี้ยังมีข้อมูลสถิติชุมชนที่ช่วยให้เห็นขนาดของความเป็น “ชุมชนจริง” โดยสถิติเดือนพฤศจิกายน 2553 ระบุว่าสัปบุรุษมัสยิดมีจำนวนชายหญิงรวม 550 คน แบ่งเป็น 154 ครอบครัว ตัวเลขแบบนี้ไม่ได้มีไว้เพื่ออวดความใหญ่ แต่ช่วยอธิบายว่าทำไมมัสยิดจึงต้องขยายอาคาร ทำไมต้องมีระบบดูแล และทำไมกิจกรรมการเรียนรู้จึงจำเป็นสำหรับเยาวชนในพื้นที่
หนึ่งในจุดเด่นที่ควรย้ำสำหรับผู้สนใจเชิงวัฒนธรรมคือ มัสยิดฟัตฮุ้ลบารีมี “ศูนย์อบรมจริยะธรรมอิสลาม” เปิดสอนอัลกุรอานและจริยะธรรมอิสลามแก่เยาวชนเป็นประจำทุกวัน การสอนและการบริหารดำเนินการโดยคณาจารย์ที่จบการศึกษาจากต่างประเทศ ทำให้มัสยิดทำหน้าที่มากกว่า “สถานที่ละหมาด” แต่เป็นพื้นที่สร้างรากคุณค่าทางจิตใจและวินัยชีวิตให้กับเด็กและวัยรุ่นในย่านนี้ ซึ่งเป็นบทบาทที่สำคัญมากในบริบทเมืองใหญ่
ถ้าคุณเป็นผู้มาเยือน สิ่งที่ทำให้การมาเยือนราบรื่นคือการให้เกียรติพื้นที่เป็นอันดับแรก แต่งกายสุภาพ รักษาความสงบ หลีกเลี่ยงการเดินผ่านพื้นที่ละหมาดในจังหวะที่กำลังประกอบศาสนกิจ และหากต้องการบันทึกภาพหรือทำคอนเทนต์ แนะนำให้ขออนุญาตก่อนเสมอ เพราะสำหรับคนในชุมชน ที่นี่คือพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์และเป็นพื้นที่ของการใช้ชีวิตประจำวัน ไม่ใช่ฉากหลังเพื่อการท่องเที่ยวอย่างเดียว
การเดินทาง หากมาโดยรถยนต์หรือแท็กซี่ แนะนำปักหมุดชื่อ “มัสยิดฟัตฮุ้ลบารี” แล้วใช้เส้นทางเข้าสู่โซนหัวหมาก–บางกะปิ โดยผู้คนจำนวนมากเข้าถึงผ่านซอยรามคำแหง 93 และถนนในชุมชนใกล้ตลาดบางกะปิ สำหรับผู้ใช้ขนส่งสาธารณะ สามารถมาลงในโซนแยกลำสาลี/ตลาดบางกะปิ แล้วต่อวินมอเตอร์ไซค์หรือแท็กซี่เข้าไปจะสะดวกกว่า เคล็ดลับคือหลีกเลี่ยงชั่วโมงเร่งด่วนของถนนรามคำแหงและศรีนครินทร์ เพราะการจราจรอาจทำให้เวลาเดินทางยืดได้พอสมควร
| ชื่อสถานที่ | มัสยิดฟัตฮุ้ลบารี / Fathul Bari Mosque |
| ที่อยู่ | ซอยเชื่อมสัมพันธ์ ถนนรามคำแหง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร 10240 (โซนเข้าถึงได้จากย่านรามคำแหง 93 และศรีนครินทร์หัวหมาก) |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดใช้งานเป็นมัสยิดและศูนย์กลางกิจกรรมศาสนา–ชุมชนในพื้นที่ |
| เบอร์ติดต่อ | 02-377-1389 |
| จุดเด่นของมัสยิด | มัสยิดชุมชนเก่าแก่ จดทะเบียนนิติบุคคลตั้งแต่ปี 2497, มีที่ดินวากัฟและการสนับสนุนจากตระกูลผู้ก่อตั้ง, อาคารพัฒนาจากไม้สู่คอนกรีตเพื่อรองรับศาสนิกชน, มีศูนย์อบรมจริยะธรรมอิสลามสอนอัลกุรอานและจริยะธรรมแก่เยาวชนเป็นประจำทุกวัน, รองรับผู้ร่วมศาสนกิจได้มากกว่า 1,500 คน |
| ผู้ดูแลมัสยิด | อิหม่าม: นายวิโรจน์ (นาอีม) บุญมาเลิศ (ดำรงตำแหน่งถึงปัจจุบัน) คอเต็บ: นายสุพล (ซากีรีน) บุญมาเลิศ บิหลั่น: นายกิตติศักดิ์ (บุรฮาน) บุญมาเลิศ |
| หลักฐาน/ข้อมูลสำคัญทางประวัติ | จดทะเบียนเป็นมัสยิดนิติบุคคล: 27 มกราคม 2497 (ชื่อเดิม มัสยิดอัลฟัตฮุ้ลบารี) เปลี่ยนชื่อเป็น มัสยิดฟัตฮุ้ลบารี: 31 มีนาคม 2526 ผู้ก่อตั้งและอิหม่ามคนแรก: นายฮัจยี ฮาซัน บุญมาเลิศ ขยายพื้นที่ละหมาดครอบคลุมที่ดินวากัฟ: ปี 2530 |
| การเดินทาง | ปักหมุดชื่อมัสยิดแล้วเข้าพื้นที่หัวหมาก–บางกะปิ (นิยมเข้าทางซอยรามคำแหง 93) หรือมาจากโซนศรีนครินทร์หัวหมากแล้วต่อเข้าชุมชน; หากใช้ขนส่งสาธารณะให้มาลงโซนแยกลำสาลี/ตลาดบางกะปิ แล้วต่อวินหรือแท็กซี่เข้าไปจะสะดวก |
| สถานที่ใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณ) | The Mall Lifestore Bangkapi – 3 กม. – 02-173-1000 Seacon Square Srinakarin – 7 กม. – 02-721-8888 The Nine Center Rama 9 – 10 กม. – 1285 โรงพยาบาลสมิติเวช ศรีนครินทร์ – 7 กม. – 02-378-9000 The Grand Fourwings Convention Hotel Bangkok (จุดสังเกตย่านศรีนครินทร์หัวหมาก) – 6 กม. – 02-378-8000 |
| ร้านอาหารใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณ) | ปักใต้ ฮาลาล (ซอยรามคำแหง 93) – 1 กม. – 062-236-6198 OhMySushi – ซูชิฮาลาล (รามคำแหง 24 แยก 34) – 8 กม. – 085-339-3844 Kin-crepe-kan – 7 กม. – 097-047-0222 ก๋วยเตี๋ยวเนื้อตุ๋น รามฯ 81 – 4 กม. – 083-395-2520 เนื้อต้มบ้านม้า รามคำแหง 81/4 – 4 กม. – 085-089-9911 |
| ที่พักใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณ) | Livotel Hotel Hua Mak – 5 กม. – 02-732-3000 Bangkok Inter Place Hotel – 7 กม. – 02-319-0330 Madison Bangkok Hotel – 7 กม. – 02-318-4828 130 Hotel & Residence – 6 กม. – 02-138-7850 Alexander Hotel Bangkok – 3 กม. – 02-715-8888 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: มัสยิดฟัตฮุ้ลบารี อยู่ที่ไหน?
ตอบ: อยู่ในโซนซอยเชื่อมสัมพันธ์ ถนนรามคำแหง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร 10240 และคนพื้นที่มักเข้าถึงผ่านซอยรามคำแหง 93 ในย่านหัวหมาก–บางกะปิ
ถาม: ติดต่อมัสยิดฟัตฮุ้ลบารีได้ที่เบอร์อะไร?
ตอบ: เบอร์ติดต่อที่ยืนยันได้คือ 02-377-1389
ถาม: มัสยิดจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลเมื่อไหร่?
ตอบ: จดทะเบียนเป็นมัสยิดนิติบุคคลเมื่อวันที่ 27 มกราคม 2497
ถาม: ทำไมมัสยิดนี้ถึงเคยมีชื่ออัลฟัตฮุ้ลบารี?
ตอบ: เดิมใช้ชื่อ “มัสยิดอัลฟัตฮุ้ลบารี” และต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น “มัสยิดฟัตฮุ้ลบารี” เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2526
ถาม: ใครเป็นผู้ก่อตั้งมัสยิดฟัตฮุ้ลบารี?
ตอบ: ผู้ก่อตั้งและอิหม่ามท่านแรกคือ นายฮัจยี ฮาซัน บุญมาเลิศ และเป็นผู้ที่อุทิศที่ดินเป็นวากัฟสำหรับก่อสร้างมัสยิด
ถาม: อิหม่ามปัจจุบันคือใคร?
ตอบ: อิหม่ามปัจจุบันคือ นายวิโรจน์ (นาอีม) บุญมาเลิศ โดยมีนายสุพล (ซากีรีน) บุญมาเลิศ เป็นคอเต็บ และนายกิตติศักดิ์ (บุรฮาน) บุญมาเลิศ เป็นบิหลั่น
ถาม: มัสยิดนี้มีการสอนอัลกุรอานหรือกิจกรรมสำหรับเยาวชนไหม?
ตอบ: มีศูนย์อบรมจริยะธรรมอิสลาม เปิดสอนอัลกุรอานและจริยะธรรมอิสลามแก่เยาวชนเป็นประจำทุกวัน
ถาม: คนทั่วไปสามารถเข้าเยี่ยมชมได้ไหม และควรปฏิบัติตัวอย่างไร?
ตอบ: หากเข้าไปด้วยความเคารพ แต่งกายสุภาพ รักษาความสงบ และหลีกเลี่ยงช่วงเวลาที่กำลังประกอบศาสนกิจจะเหมาะสมที่สุด และแนะนำโทรสอบถามก่อนหากต้องการทำกิจกรรมพิเศษ เช่น การถ่ายภาพหรือการเข้าชมเป็นหมู่คณะ
แสดงความเห็น
| คำค้น (ขั้นสูง) |
ภูมิภาค
|














หมวดหมู่:
กลุ่ม: