มัสยิดกมาลุลอิสลาม (สุเหร่าทรายกองดิน)

Rating: 3.6/5 (7 votes)
สถานที่ท่องเที่ยวกรุงเทพมหานคร
สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย
วันเปิดทำการ: ทุกวัน (แนะนำให้ติดต่อมัสยิดเพื่อยืนยันช่วงเวลาละหมาด/กิจกรรมก่อนเดินทาง)
เวลาเปิดทำการ: ตามเวลาอาซานและกิจกรรมของมัสยิด – แนะนำให้โทรสอบถามก่อน
มัสยิดกมาลุลอิสลาม (สุเหร่าทรายกองดิน) คือหนึ่งในมัสยิดชุมชนเก่าแก่ของกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออกที่มีเรื่องเล่าผูกพันกับการก่อร่างชุมชนริมคลองและวิถีชีวิตของผู้คนมาอย่างยาวนาน หลายคนรู้จักที่นี่จากชื่อท้องถิ่นที่ติดปากอย่าง “สุเหร่าทรายกองดิน” ซึ่งไม่ใช่แค่ชื่อเรียกให้จำง่าย แต่เป็นคำที่พาเราไล่ย้อนกลับไปเห็นภาพการร่วมแรงร่วมใจของชาวบ้านในยุคที่ชุมชนยังพึ่งพาเกษตรกรรมและเส้นทางคูคลองเป็นหลัก
หากมองในมิติของ “ที่เที่ยวกรุงเทพ” มัสยิดแห่งนี้อาจไม่ใช่สถานที่ท่องเที่ยวแบบตลาดหรือแลนด์มาร์กที่คนแน่นทุกวัน แต่เป็นจุดหมายที่มีเสน่ห์แบบค่อย ๆ ซึมเข้าหาเรา ผ่านประวัติศาสตร์ชุมชน สถาปัตยกรรมของอาคารเดิมที่ถูกอนุรักษ์ไว้ และบรรยากาศร่มรื่นรอบมัสยิดที่ทำให้หลายคนรู้สึกว่าเป็นที่พักใจมากกว่าจุดเช็กอิน การมาเยือนที่นี่จึงเหมาะกับคนที่อยากเห็น “กรุงเทพอีกชั้นหนึ่ง” ที่ยังมีรากของชุมชนและความทรงจำร่วมกันอยู่จริง
ตามเรื่องเล่าที่สืบทอดในพื้นที่ บรรพบุรุษของชุมชนมุสลิมบริเวณนี้อพยพมาจากรัฐไทรบุรีทางตอนใต้ของประเทศไทยในช่วงต้นกรุงรัตนโกสินทร์ โดยอยู่ในห้วงเวลาของรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 ผู้คนช่วยกันถากถางป่ารกร้างจนกลายเป็นพื้นที่ทุ่งและที่ทำกิน ก่อนจะตั้งบ้านเรือนอยู่ร่วมกันจนเติบโตเป็นหมู่บ้านใหญ่ในเวลาต่อมา อาชีพดั้งเดิมของชุมชนในช่วงแรกคือเกษตรกรรม โดยเฉพาะการทำนา ซึ่งเป็นภาพจำที่สำคัญของพื้นที่ก่อนเมืองขยายตัวมาถึงทุกวันนี้
เมื่อชุมชนมีแกนกลางร่วมกันอยู่แล้ว “มัสยิด” จึงเกิดขึ้นในฐานะศูนย์กลางทางศาสนาและศูนย์กลางของหมู่บ้าน ช่วงเริ่มต้นมีการใช้บ้านทรงไทยเป็นสถานที่ประกอบพิธีทางศาสนาในวันศุกร์และเป็นที่รวมตัวของผู้คน โดยผู้รู้ทางศาสนาที่ชุมชนให้ความเคารพอย่าง “บาเฮม” มีบทบาทสำคัญในระยะตั้งต้น ต่อมามีการอุทิศที่ดิน (วากัฟ) เพื่อสร้างสุเหร่าอย่างจริงจัง โดยมีผู้ร่วมอุทิศหลายท่านตามที่ชุมชนบอกเล่าต่อกันมา จนเกิดการรวมที่ดินจำนวนมากเพื่อใช้สร้างและขยายพื้นที่ศาสนสถานให้เหมาะกับจำนวนสัปปุรุษที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
หนึ่งในช่วงเวลาที่ทำให้มัสยิดแห่งนี้ “มีชื่อ” คือช่วงที่ชุมชนตั้งใจจะขยายอาคารให้กว้างขึ้น ผู้คนช่วยกันขนทรายมารวมไว้เป็นกองใหญ่ กองทรายค้างอยู่นานจนคนที่เดินผ่านไปมามองเห็นเป็นประจำและเรียกกันติดปากว่า “ทรายกองดิน” เรื่องเล่าถูกย้ำชัดขึ้นอีกครั้งในสมัยรัชกาลที่ 5 เมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จประพาสคลองแสนแสบทางเรือในปี พ.ศ. 2450 และทรงแวะบริเวณนี้ในช่วงที่มัสยิดยังเป็นอาคารไม้ขนาดไม่ใหญ่ พร้อมเห็นกองทรายที่เตรียมไว้สำหรับงานก่อสร้าง จึงทรงมีพระราชดำรัสถามถึงกองทราย และเมื่อได้รับคำตอบว่าใช้เพื่อสร้างสุเหร่า นับแต่นั้นชื่อ “สุเหร่าทรายกองดิน” จึงกลายเป็นชื่อเรียกที่ผู้คนใช้กันอย่างแพร่หลาย และสะท้อนตัวตนของพื้นที่มาจนถึงปัจจุบัน
เมื่อเวลาผ่านไป อาคารมัสยิดได้รับการพัฒนาและขยายอย่างต่อเนื่อง จุดที่น่าสนใจคือการสร้างอาคารใหม่ “โดยรอบ” อาคารเดิม เพื่อให้รองรับการใช้งานที่มากขึ้น แต่ยังพยายามเก็บของเดิมให้ได้มากที่สุด รายละเอียดที่ชุมชนภาคภูมิใจและมักถูกพูดถึงคือวัสดุและองค์ประกอบแบบดั้งเดิม ไม่ว่าจะเป็นหลังคาที่เป็นกระเบื้องเก่าแก่ที่สู้แดดสู้ฝนมายาวนาน พื้นอาคารที่สั่งทำพิเศษให้ใกล้เคียงรูปแบบเดิม เพดานและคานไม้สักที่ใช้ซุงทั้งต้นเพื่อยึดโครงสร้าง รวมถึงประตูและหน้าต่างทรงโค้งที่เรียงรายเป็นแนวสองด้าน ซึ่งกลายเป็นเส้นแบ่งทางสายตาระหว่าง “ขอบเขตอาคารเก่า” กับ “พื้นที่ที่ขยายใหม่” อย่างมีชั้นเชิง
ภายในมัสยิดยังมีองค์ประกอบที่โดดเด่นอย่าง “มิมบัรไม้สักแกะสลัก” ซึ่งชุมชนถือเป็นของเก่าแก่ที่สืบทอดมาตั้งแต่ยุครัชกาลที่ 5 และได้รับการบูรณะดูแลเพื่อให้ใช้งานได้จริงถึงปัจจุบัน การขยายพื้นที่ทำให้มัสยิดรองรับผู้คนได้มากขึ้นมาก และยังทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางของกิจกรรมที่หลากหลาย ทั้งด้านศาสนาและด้านสังคมของชุมชน ซึ่งเป็นหัวใจของมัสยิดชุมชนอย่างแท้จริง
เสน่ห์อีกด้านหนึ่งของสุเหร่าทรายกองดินคือ “บรรยากาศรอบมัสยิด” ที่ถูกเล่าว่ามีสวนสวยและต้นไม้เขียวชอุ่มจัดไว้อย่างร่มรื่น ด้านหน้ามีสายน้ำที่หล่อเลี้ยงผู้คนในละแวกนี้ และมีฝูงปลาหลากชนิดว่ายขึ้นมารออาหารจากผู้คนที่แวะเวียนมา ตลอดทางเดินมีหลังคาโทนเขียวที่ให้ความรู้สึกสบายตา ระโยงระยาด้วยม่านไทรย้อยที่ทำให้หลายคนรู้สึกว่าที่นี่ไม่ใช่แค่สถานที่ประกอบศาสนกิจ แต่เป็นพื้นที่ที่ช่วย “พักใจ” ได้จริงในจังหวะชีวิตของคนเมือง
ความสัมพันธ์ระหว่างมัสยิดกับ “การศึกษา” ก็เป็นอีกมุมที่ทำให้สถานที่นี้มีความหมายมากขึ้น โดยมีการกล่าวถึงโรงเรียนสุเหร่าทรายกองดินที่ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามคลอง และการจัดตั้งศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียนชุมชนกมาลุลอิสลามซึ่งอยู่ภายใต้การบริหารของมัสยิด แนวคิดคือการเตรียมความพร้อมให้เด็กเล็กก่อนเข้าเรียนระดับประถม โดยบูรณาการทั้งวิชาสามัญและศาสนา พร้อมสอดแทรกวัฒนธรรมท้องถิ่นเข้าไปด้วย สิ่งนี้สะท้อนว่ามัสยิดไม่ได้มองการพัฒนาชุมชนแค่ “วันนี้” แต่ลงทุนกับ “คนรุ่นถัดไป” อย่างเป็นระบบ
สำหรับผู้มาเยือนครั้งแรก สิ่งที่ช่วยให้การมาอย่างราบรื่นคือการให้ความสำคัญกับมารยาทพื้นฐานของการเข้ามัสยิด แต่งกายสุภาพและปกปิดเหมาะสม รักษาความสะอาด งดส่งเสียงดัง วางรองเท้าตามจุดที่จัดไว้ และหลีกเลี่ยงการเดินผ่านด้านหน้าผู้ที่กำลังละหมาด หากคุณไม่ใช่มุสลิมแต่ต้องการเข้ามาเยี่ยมชม แนะนำให้โทรติดต่อก่อนเพื่อสอบถามช่วงเวลาที่เหมาะสม เพราะช่วงละหมาดและกิจกรรมบางอย่างอาจต้องการความเป็นส่วนตัวและความสงบเป็นพิเศษ
การเดินทาง หากเดินทางด้วยรถส่วนตัว สามารถตั้งหมุดไปยังย่านทรายกองดินใต้และใช้ถนนหลักเข้าสู่ “ซอยประชาร่วมใจ 48” จากนั้นขับตามทางเข้าชุมชนไปยังจุดหมาย โดยแนะนำให้เปิดแผนที่นำทางก่อนออกเดินทางจริงเพื่อเลือกเส้นทางที่รถติดน้อย ส่วนการเดินทางด้วยขนส่งสาธารณะ สามารถลงจุดใหญ่ในโซนมีนบุรีหรือคลองสามวา แล้วต่อแท็กซี่หรือวินมอเตอร์ไซค์เข้าชุมชน เพราะช่วงท้ายทางมักเป็นซอยย่อยที่เดินไกลและแดดแรงในหลายฤดูกาล
เมื่อคุณวางแผนจะมาเยือนสุเหร่าทรายกองดินให้ “ลื่น” แบบวันเดียวจบ สูตรที่คนพื้นที่ใช้กันคือคิดเป็นแพลนสั้น ๆ ว่า ละหมาด – กิน – ทำธุระ/แวะเที่ยว – กลับ หรือถ้าต้องค้างคืนก็ค่อยเติมที่พักที่อยู่ในโซนมีนบุรี/รามคำแหง/หัวหมากที่เดินทางต่อได้ไม่ยาก การมีรายชื่อร้านอาหารฮาลาลและที่พักสำรองไว้ช่วยลดความกังวล โดยเฉพาะวันที่ฝนตกหรือรถติดหนัก
| ชื่อสถานที่ | มัสยิดกมาลุลอิสลาม |
| ชื่อท้องถิ่น | สุเหร่าทรายกองดิน |
| ที่อยู่ | ซอยประชาร่วมใจ 48 ถนนประชาร่วมใจ แขวงทรายกองดินใต้ เขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร |
| จุดเด่นของมัสยิด | มัสยิดชุมชนเก่าแก่กว่า 200 ปีในย่านทรายกองดินใต้ มีเรื่องเล่าต้นกำเนิดชื่อ “ทรายกองดิน/สุเหร่าทรายกองดิน” และมีการอนุรักษ์องค์ประกอบอาคารเดิม (ไม้สัก/มิมบัร/ช่องโค้ง) ควบคู่การขยายอาคารให้รองรับผู้มาละหมาดจำนวนมาก |
| ผู้ดูแลมัสยิด | ไม่พบข้อมูลผู้ดูแล/อิหม่ามที่ยืนยันได้จากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เข้าถึงได้ในขณะนี้ |
| เบอร์ติดต่อ (ยืนยันได้) | 02-918-9779 |
| สถานะปัจจุบัน | ไม่พบข้อมูลว่าปิดถาวร (มีข้อมูลติดต่อและข้อมูลชุมชนเผยแพร่ในฐานข้อมูลภายนอก) |
| การเดินทาง (สรุป) | ตั้งหมุดไปซอยประชาร่วมใจ 48 (ทรายกองดินใต้) แนะนำใช้รถส่วนตัวหรือแท็กซี่/วินช่วงท้ายทาง และเปิดแผนที่นำทางก่อนออกเดินทางจริง |
| สถานที่ใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณ) | ตลาดมีนบุรี – ประมาณ 12 กม. ซาฟารีเวิลด์ – ประมาณ 13 กม. แฟชั่นไอส์แลนด์ – ประมาณ 16 กม. สยามอะเมซิ่งพาร์ค (สวนสยาม) – ประมาณ 18 กม. สถานีรถไฟฟ้าสายสีชมพู (โซนมีนบุรี) – ประมาณ 12 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณ + เบอร์โทร) | ร้านกัลยา (ซ.ประชาร่วมใจ 48) – ประมาณ 1 กม. – 082-460-1496 น้อนหมีมีหนม halal homemade – ประมาณ 3 กม. – 083-469-0719 ตามสั่ง มินา – ประมาณ 5 กม. – 082-201-2116 ภัตตาคารคุณโนรี halal food – ประมาณ 7 กม. – 081-913-5136 ครัวมาดีนะห์ by madeenah – ประมาณ 14 กม. – 095-330-6858 |
| ที่พักใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณ + เบอร์โทร) | โรงแรมมินธารา (mintara hotel) – ประมาณ 14 กม. – 086-392-8888, 02-517-9430 เดอะไดมอนด์ 789 มีนบุรี – ประมาณ 14 กม. – 096-939-1545 โรงแรมสยามพิมาน (siam piman hotel) – ประมาณ 16 กม. – 02-917-5212, 02-917-5213 โรงแรมสเตชั่น 203 (station 203 hotel) – ประมาณ 17 กม. – 02-976-9260 โรงแรมธาราการ์เด้น (tara garden hotel) – ประมาณ 18 กม. – 02-917-6960 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: มัสยิดกมาลุลอิสลาม (สุเหร่าทรายกองดิน) อยู่ตรงไหน?
ตอบ: อยู่ย่านทรายกองดินใต้ เขตคลองสามวา โดยข้อมูลชุมชนระบุที่ตั้งในซอยประชาร่วมใจ 48 ถนนประชาร่วมใจ แขวงทรายกองดินใต้ กรุงเทพมหานคร
ถาม: ติดต่อมัสยิดได้ที่เบอร์อะไร?
ตอบ: เบอร์ที่ยืนยันได้คือ 02-918-9779
ถาม: ทำไมถึงเรียกว่า “สุเหร่าทรายกองดิน”?
ตอบ: เป็นชื่อเรียกที่มาจากเรื่องเล่าการกองทรายเตรียมสร้างอาคารมัสยิด และเหตุการณ์ในปี พ.ศ. 2450 ที่มีการเล่าว่ารัชกาลที่ 5 ทรงแวะบริเวณนี้และทรงถามถึงกองทราย จึงกลายเป็นชื่อเรียกติดปากของชุมชน
ถาม: ถ้าไม่ใช่มุสลิมสามารถเข้าไปเยี่ยมชมได้ไหม?
ตอบ: แนะนำให้ติดต่อมัสยิดล่วงหน้าเพื่อสอบถามช่วงเวลาที่เหมาะสม และปฏิบัติตามข้อแนะนำเรื่องการแต่งกายและมารยาทในพื้นที่อย่างเคร่งครัด
ถาม: ควรเตรียมตัวยังไงก่อนเข้ามัสยิด?
ตอบ: แต่งกายสุภาพ ปกปิดเหมาะสม รักษาความสะอาด งดส่งเสียงดัง วางรองเท้าตามจุด และหลีกเลี่ยงการเดินผ่านด้านหน้าผู้ที่กำลังละหมาด
ถาม: แถวนี้มีร้านอาหารฮาลาลและที่พักไหม?
ตอบ: มีทั้งร้านอาหารฮาลาลและที่พักในโซนใกล้เคียง โดยดูรายชื่อ ระยะทาง และเบอร์ติดต่อที่ยืนยันได้จากตารางสรุปด้านบน
แสดงความเห็น
| คำค้น (ขั้นสูง) |
Facebook Fanpage














หมวดหมู่:
กลุ่ม:
ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก
สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ และอนุสาวรีย์(
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(
พระราชวัง(
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(
พิพิธภัณฑ์(
บ้านโบราณ และเมืองโบราณ(
อาร์ตแกลเลอรี่(
สถานที่ท่องเที่ยวเชิงวิชาการ
พิพิธภัณฑ์เพื่อการศึกษา(
ห้องสมุด(
มหาวิทยาลัย
วัด(
โบสถ์(
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(
โครงการในพระราชดำริ
โครงการหลวง(
วิถีชีวิต
หมู่บ้าน ชุมชน(
ตลาดท้องถิ่น(
ตลาดน้ำ(
ธรรมชาติ และสัตว์ป่า
แม่น้ำลำคลอง(
อ่าว และชายหาด(
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(
บันเทิง และท่องเที่ยวเชิงเกษตร
สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ(
แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์(
สนามกีฬา(
ฟาร์ม, ไร่, สวน, สวนสาธารณะ และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(
สวนสนุก(
สวนน้ำ(
โรงละคร(
โรงภาพยนตร์(
ช้อปปิ้ง
ช้อปปิ้ง และตลาดกลางคืน(
ห้างสรรพสินค้า(
สปาเพื่อสุขภาพ
สปาเพื่อสุขภาพ(
ร้านอาหาร
มิชลินสตาร์(
ที่พัก
โรงแรม(
หมายเลขโทรศัพท์สำคัญในการท่องเที่ยว
หมายเลขโทรศัพท์สำคัญในการท่องเที่ยว(
บทความท่องเที่ยว, สูตรอาหาร
รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร(
ขนมไทยชาววัง, ขนมโบราณ, สูตรขนมไทย(