วัดดุสิดารามวรวิหาร

Rating: 3/5 (9 votes)
สถานที่ท่องเที่ยวกรุงเทพมหานคร
สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย
วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 17.00 น.
วัดดุสิดารามวรวิหาร เป็นวัดสำคัญในกรุงเทพฯ ฝั่งธนบุรีที่มีความเป็น “วัดชุมชน” อยู่ในเนื้อแท้ แต่ขณะเดียวกันก็มีชั้นเชิงของประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรมที่อ่านได้ลึกกว่านั้นมาก หากคุณเคยได้ยินชื่อเรียกอีกแบบว่า “วัดเสาประโคน” เรื่องเล่าของชื่อนี้เองคือประตูบานแรกที่พาเราเข้าไปทำความรู้จักวัดอย่างมีมิติ เพราะมันไม่ใช่แค่ชื่อเล่นติดปาก หากเป็นข้อสันนิษฐานที่ผูกโยงทั้ง “สิ่งที่เคยเห็นจริงในพื้นที่” และ “ความหมายของภาษา” เข้าด้วยกันอย่างน่าคิด
ในสมัยที่ล่วงมาแล้วประมาณ 60 ปีเศษ ขณะที่ท่านผู้เล่ายังเยาว์อยู่ได้เคยเห็นเสาหินต้นหนึ่ง ขนาดโตประมาณเท่าเสา 4 กำ หรือ 5 กำ สูง 2 ศอกเศษ ปักอยู่ที่มุมภายในพระระเบียงรายรอบพระอุโบสถ ใกล้กับพระเจดีย์ที่ตั้งอยู่ในทิศเหนือด้านหลังพระอุโบสถที่ยังปรากฏอยู่ ณ บัดนี้ ซึ่งในขณะนั้นสถานที่นั้นยังรกเป็นป่าหญ้าคาเป็นที่เคารพนับถือของประชาชนในสมัยนั้น (โดยผู้ที่มาดูบางคนก็เห็น แต่บางคนไม่เห็น) ต่อภายหลังผู้บอกเล่าได้มาดูอีกแต่ไม่เห็น และไม่ทราบว่าเสาหินนั้นสูญหายไปอย่างไร เมื่อไร ดังนั้น เรื่องนี้จึงน่าจะลงมติสันนิษฐานได้ว่าการขนานนามวัดนี้ว่า “เสาประโคน” โดยอาจถือเอาเสาหินนั้นเป็นนิมิตก็ได้ ทั้งตรงกับความหมายของคำว่า “ประโคน” ซึ่งใช้เป็นชื่อเรียกเสาใหญ่ที่ปักหมายเขตแดนอีกด้วย หากพิจารณาดูก็พอสมเหตุสมผล แต่จะรับรองว่ายุติแน่นอนก็ไม่ได้
อนึ่ง คำว่า “ประโคน” ซึ่งเป็นชื่อของพระอารามนี้ โดยสมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ทรงนิยามไว้ดังนี้ว่า “โคน เห็นจะแปลว่า เสา ว่า หลัก ตัวอย่างเช่นคำ เสาประโคน ประ ซึ่งจะเป็นคำนำเข้าไปให้ผังพริ้งเพริศ เช่น จบ เป็นประจบ จวบเป็นประจวบ ชุมเป็นประชุม” ส่วนหลักฐานที่จะแสดงให้รู้ว่าวัดนี้ได้สร้างขึ้นในปีไหน ใครเป็นผู้สร้าง และได้สร้างถาวรวัตถุหรือปูชนียวัตถุอะไรไว้บ้างในยุคแรก ก็ไม่มีปรากฏ จึงทราบไม่ได้ และนี่เองที่ทำให้เรื่องเล่า “เสาประโคน” ยังอยู่ในสถานะของข้อสันนิษฐานที่มีน้ำหนักพอสมควร แต่ต้องวางไว้บนความระมัดระวังแบบนักประวัติศาสตร์ คือรับฟังอย่างจริงจังโดยไม่รีบฟันธง
เมื่อก้าวเข้าสู่แก่นของศรัทธา ปูชนียวัตถุที่เป็นอสังหาริมทรัพย์ของวัดดุสิดารามวรวิหารมีความชัดเจนและจับต้องได้ พระประธานปางมารวิชัยประดิษฐานอยู่ในพระอุโบสถ หน้าตักกว้าง 2.12 เมตร สูงถึงพระรัศมี 2.00 เมตร ขนาบด้วยพระอรรคสาวกสูง 97 เซนติเมตร นั่งพับแพนงเชิงอยู่บนแท่นบัวคว่ำบัวหงายด้านขวาและด้านซ้ายข้างละ 1 องค์ ผินหน้าเข้าหาพระประธาน อีกทั้งยังมีพระพุทธรูปยืนก่อด้วยปูน ลงรักปิดทองติดกับฝาผนังพระระเบียงรอบพระอุโบสถจำนวน 64 องค์ ทำให้การเดินชม “รอบอุโบสถ” ไม่ใช่แค่การเดินผ่าน แต่เป็นการค่อย ๆ อ่านจังหวะศรัทธาที่ซ่อนอยู่ในรายละเอียด
ในลานมุมพระระเบียงทั้งสองข้างหน้าพระอุโบสถมีพระปรางค์อยู่ข้างละ 1 องค์ ฐานล่างกว้าง 4.10 เมตร สูง 9.75 เมตรเท่ากัน และในลานมุมพระระเบียงด้านหลังมีพระเจดีย์ข้างละ 1 องค์ ฐานล่างกว้าง 4.10 เมตร สูง 10.15 เมตรเท่ากัน นอกจากนี้ยังมีปูชนียวัตถุที่เป็นสังหาริมทรัพย์ คือพระพุทธรูปปางต่าง ๆ ใหญ่บ้างเล็กบ้างอีกมาก ภาพรวมขององค์ประกอบเหล่านี้ทำให้พื้นที่วัดมีมิติของ “สมดุล” ระหว่างสิ่งที่เป็นศูนย์กลาง (พระประธาน) และสิ่งที่ค่อย ๆ รายล้อม (พระระเบียง พระปรางค์ พระเจดีย์) จนเกิดความครบถ้วนของผังศาสนสถาน
ด้านสถาปัตยกรรม ถาวรวัตถุของวัดที่มีอยู่ในบัดนี้คือพระอุโบสถซึ่งเสาและฝาผนังถึงขื่อก่ออิฐถือปูน เครื่องบนทำด้วยไม้ หลังคาลด 3 ชั้น มีช่อฟ้าใบระกา มุงด้วยกระเบื้องดินเผาธรรมดา เข้าใจว่าเป็นแบบทรงอยุธยา วัดภายนอกเฉพาะตัวพระอุโบสถยาว 22.10 เมตร กว้าง 10.10 เมตร พะไลด้านหน้าและด้านหลังพระอุโบสถยาวด้านละ 4.10 เมตร กว้าง 10.10 เมตร ภายในตัวพระอุโบสถยาว 19.52 เมตร กว้าง 7.92 เมตร สูงจากพื้นถึงท้องขื่อ 9.57 เมตร ภายในพะไล 2 ข้างยาวข้างละ 3.36 เมตร กว้าง 9.80 เมตรเท่ากัน ตัวเลขเหล่านี้ไม่ได้มีไว้เพื่อ “ท่องจำ” แต่ช่วยให้เราเห็นสัดส่วนจริงว่าอุโบสถวางจังหวะพื้นที่อย่างไรให้ทั้งสง่างามและรองรับพิธีกรรมได้อย่างเหมาะสม
หน้าบันพระอุโบสถทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ตอนล่างก่ออิฐถือปูน ตอนบนใช้ไม้แกะสลักเป็นลวดลายก้านขด มีเทวดาถือพระขรรค์ประทับนั่งบนแท่น อยู่ท่ามกลางลงรักปิดทอง ประดับกระจกเหมือนกันทั้ง 2 ข้าง ขณะที่ชุ้มประตูด้านหน้าด้านหลัง ภายในพะไล และซุ้มหน้าต่างภายนอกด้านข้างทั้ง 2 ของพระอุโบสถทำลวดลายด้วยปูน มีช่อฟ้าใบระกา ปิดกระจก ส่วนบานประตูและหน้าต่างพระอุโบสถด้านนอกพื้นลงรักเขียนลายรดน้ำทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ แต่ที่หน้าต่างลบเลือนไปหมดแล้ว ยังเหลือปรากฏอยู่ที่บานประตูบ้างเพียงบางส่วน รายละเอียดแบบนี้คือ “ภาษางานช่าง” ที่บอกยุคสมัย รสนิยม และความตั้งใจของผู้สร้าง/ผู้บูรณะได้โดยไม่ต้องมีคำบรรยายยาว ๆ เลยด้วยซ้ำ
ถ้าคุณเป็นสายเที่ยววัดแบบอยากได้ทั้งความสงบและความรู้ แนะนำให้เดินชมแบบไม่เร่ง เริ่มจากกราบพระประธานในอุโบสถ แล้วค่อย ๆ เดินตามแนวพระระเบียงเพื่อสังเกตพระพุทธรูปยืนที่เรียงราย รวมถึงมุมพระปรางค์ด้านหน้าและพระเจดีย์ด้านหลัง ระหว่างทางลองตั้งใจดูหน้าบัน ชุ้มประตู หน้าต่าง และลายรดน้ำที่ยังพอหลงเหลือ จะเห็นทันทีว่าวัดนี้ไม่ได้มีดีแค่ “บรรยากาศ” แต่ยังมี “งานช่าง” เป็นสารตั้งต้นให้เราคุยกับอดีตได้อย่างสุภาพและลึกซึ้ง
การเดินทาง หากมาโดยรถยนต์หรือแท็กซี่ ให้ปักหมุดชื่อวัดแล้วเลือกเส้นทางฝั่งธนบุรีที่คล่องตัวตามช่วงเวลา โดยทั่วไปสามารถเชื่อมจากโซนปิ่นเกล้าหรือศิริราชได้สะดวก หากเดินทางด้วยรถสาธารณะ แนะนำตั้งต้นจากโซนศิริราช–ปิ่นเกล้าหรือฝั่งพระนคร แล้วต่อแท็กซี่/รถรับจ้างระยะสั้นเพื่อเข้าวัดตามสภาพจราจร ส่วนการเดินทางทางน้ำสามารถใช้ท่าเรือหรือจุดข้ามฟากบริเวณย่านเมืองเก่า–ฝั่งธน แล้วต่อทางบกเข้าไปยังวัดตามความสะดวกของจุดเริ่มต้น
ท้ายที่สุด วัดดุสิดารามวรวิหารมีเสน่ห์ตรงที่มันเล่าเรื่องได้หลายชั้นในพื้นที่เดียว ชั้นแรกคือศรัทธาของผู้คนที่ยังเวียนมาทำบุญ ชั้นถัดมาคือเรื่องเล่า “เสาประโคน” ที่ทำให้ชื่อวัดมีชีวิต และชั้นลึกสุดคือสถาปัตยกรรมอุโบสถและองค์ประกอบรายรอบที่สะท้อนรสนิยมงานช่างแบบไทยอย่างชัดเจน หากคุณอยากเที่ยวกรุงเทพฯ แบบได้ทั้งความสงบและความรู้ วัดนี้เป็นหนึ่งในหมุดหมายที่เหมาะกับการไปแบบค่อย ๆ เดิน ค่อย ๆ ดู แล้วปล่อยให้รายละเอียดเล่าเรื่องแทน
| ชื่อสถานที่ | วัดดุสิดารามวรวิหาร |
| โซน | บางกอกน้อย–ฝั่งธนบุรี (เชื่อมต่อโซนศิริราช/ปิ่นเกล้า/เมืองเก่า) |
| สรุปข้อมูล | วัดชุมชนที่มีเรื่องเล่าชื่อ “เสาประโคน” ควบคู่กับงานสถาปัตยกรรมพระอุโบสถทรงอยุธยาและองค์ประกอบสำคัญรอบอุโบสถ เช่น พระพุทธรูปยืน 64 องค์ พระปรางค์คู่ด้านหน้า และพระเจดีย์คู่ด้านหลัง |
| ปูชนียวัตถุ/สถาปัตยกรรมเด่น | พระประธานปางมารวิชัย (หน้าตัก 2.12 ม., สูงถึงรัศมี 2.00 ม.) พร้อมพระอรรคสาวก 2 องค์, พระพุทธรูปยืน 64 องค์รอบพระระเบียง, อุโบสถหลังคาลด 3 ชั้น ช่อฟ้าใบระกา กระเบื้องดินเผา, หน้าบันลายก้านขดลงรักปิดทองประดับกระจก |
| การเดินทาง | รถ/แท็กซี่: ปักหมุดชื่อวัดแล้ววิ่งเข้าฝั่งธนบุรี / รถสาธารณะ: ตั้งต้นศิริราช–ปิ่นเกล้าหรือฝั่งพระนครแล้วต่อรถระยะสั้น / ทางน้ำ: ใช้ท่าเรือหรือจุดข้ามฟากโซนเมืองเก่า–ฝั่งธนแล้วต่อทางบก |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดให้เข้าทำบุญและเยี่ยมชม (แนะนำโทรสอบถามก่อนหากไปช่วงมีพิธี) |
| เบอร์โทรวัด | 0-2424-6168, 0-2433-9854 |
| เจ้าอาวาสล่าสุด | พระธรรมวชิรเวที |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณตามเส้นทางจริง) | National Theater (ประมาณ 1.0 กม.) Phra Arthit Pier (ประมาณ 1.3 กม.) Tha Chang Pier (ประมาณ 1.5 กม.) Grand Palace (ประมาณ 2.6 กม.) Wat Pho (ประมาณ 2.9 กม.) |
| ร้านอาหารใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณตามเส้นทางจริง) + เบอร์โทร | Supanniga Eating Room (Tha Tien) (ประมาณ 3.1 กม.) โทร 092-253-9251 The Deck by Arun Residence (ประมาณ 3.1 กม.) โทร 0-2221-9158 Sala Arun Restaurant (ประมาณ 3.1 กม.) โทร 0-2622-2932 Above Riva (Riva Arun) (ประมาณ 3.2 กม.) โทร 0-2221-1188 Praya Dining (Praya Palazzo) (ประมาณ 2.2 กม.) โทร 081-402-8118 หรือ 0-2883-2998 |
| ที่พักใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณตามเส้นทางจริง) + เบอร์โทร | Riva Surya Bangkok (ประมาณ 1.6 กม.) โทร 0-2633-5000 Praya Palazzo (ประมาณ 2.2 กม.) โทร 081-402-8118 หรือ 0-2883-2998 Theatre Residence (ประมาณ 3.4 กม.) โทร 0-2848-9488 Riva Arun Bangkok (ประมาณ 3.2 กม.) โทร 0-2221-1188 sala rattanakosin bangkok (ประมาณ 3.0 กม.) โทร 0-2622-1388 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดดุสิดารามวรวิหาร เปิดทุกวันไหม?
ตอบ: โดยทั่วไปเปิดให้เข้าทำบุญได้ทุกวัน แนะนำโทรสอบถามวัดหากต้องการไปช่วงเช้ามากหรือช่วงมีพิธี
ถาม: วัดเสาประโคน คือวัดเดียวกับวัดดุสิดารามวรวิหารไหม?
ตอบ: เป็นชื่อที่เรียกกันจากเรื่องเล่าเรื่องเสาหินที่เคยปรากฏในเขตพระระเบียง ซึ่งสอดคล้องกับความหมายของคำว่า “ประโคน” ในเชิง “เสาหลัก/หลักเขต” แต่ยังเป็นข้อสันนิษฐานที่ไม่อาจฟันธงยุติได้
ถาม: ไฮไลต์ด้านศิลปะและสถาปัตยกรรมที่ควรดูคืออะไร?
ตอบ: แนะนำดูพระประธานปางมารวิชัยในอุโบสถ เดินชมพระพุทธรูปยืน 64 องค์รอบพระระเบียง และสังเกตหน้าบันลายก้านขดลงรักปิดทองประดับกระจก รวมถึงซุ้มประตูหน้าต่างงานปูนปั้น
ถาม: ไปวัดดุสิดารามวรวิหาร เดินทางสะดวกจากจุดไหน?
ตอบ: ตั้งต้นจากโซนศิริราช–ปิ่นเกล้าหรือฝั่งพระนคร แล้วต่อแท็กซี่/รถรับจ้างระยะสั้นจะยืดหยุ่นที่สุด หากใช้ทางน้ำให้เชื่อมจากท่าเรือ/จุดข้ามฟากย่านเมืองเก่าแล้วต่อทางบกเข้าวัด
ถาม: เบอร์โทรวัด และเจ้าอาวาสล่าสุดคือใคร?
ตอบ: เบอร์โทรวัด 0-2424-6168, 0-2433-9854 และข้อมูลระบุเจ้าอาวาสล่าสุดคือ พระธรรมวชิรเวที
แสดงความเห็น
| คำค้น (ขั้นสูง) |
Facebook Fanpage

หมวดหมู่:
กลุ่ม:
ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก
สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ และอนุสาวรีย์(
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(
พระราชวัง(
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(
พิพิธภัณฑ์(
บ้านโบราณ และเมืองโบราณ(
อาร์ตแกลเลอรี่(
สถานที่ท่องเที่ยวเชิงวิชาการ
พิพิธภัณฑ์เพื่อการศึกษา(
ห้องสมุด(
มหาวิทยาลัย
โบสถ์(
มัสยิด(
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(
โครงการในพระราชดำริ
โครงการหลวง(
วิถีชีวิต
หมู่บ้าน ชุมชน(
ตลาดท้องถิ่น(
ตลาดน้ำ(
ธรรมชาติ และสัตว์ป่า
แม่น้ำลำคลอง(
อ่าว และชายหาด(
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(
บันเทิง และท่องเที่ยวเชิงเกษตร
สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ(
แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์(
สนามกีฬา(
ฟาร์ม, ไร่, สวน, สวนสาธารณะ และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(
สวนสนุก(
สวนน้ำ(
โรงละคร(
โรงภาพยนตร์(
ช้อปปิ้ง
ช้อปปิ้ง และตลาดกลางคืน(
ห้างสรรพสินค้า(
สปาเพื่อสุขภาพ
สปาเพื่อสุขภาพ(
ร้านอาหาร
มิชลินสตาร์(
ที่พัก
โรงแรม(
หมายเลขโทรศัพท์สำคัญในการท่องเที่ยว
หมายเลขโทรศัพท์สำคัญในการท่องเที่ยว(
บทความท่องเที่ยว, สูตรอาหาร
รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร(
ขนมไทยชาววัง, ขนมโบราณ, สูตรขนมไทย(