พระราชวังพญาไท

Rating: 3.8/5 (6 votes)
สถานที่ท่องเที่ยวกรุงเทพมหานคร
สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย
วันเปิดทำการ: โดยทั่วไปเข้าชมแบบ “รอบนำชม” (มักมีรอบวันเสาร์–วันอาทิตย์ และบางช่วงมีรอบวันอังคาร/วันพฤหัสบดี โปรดตรวจสอบประกาศล่าสุด/การจองก่อนเดินทาง)
เวลาเปิดทำการ: โดยทั่วไป รอบ 09:30 – 13:30 น. (เสาร์–อาทิตย์) และรอบ 13:30 น. (อังคาร/พฤหัสบดี ในบางช่วงตามประกาศ)
พระราชวังพญาไท คือหนึ่งในที่เที่ยวกรุงเทพฯ ที่แปลกนิดตรงมันเป็น “วังที่ยังมีชีวิตอยู่ในเมืองจริง” เพราะพื้นที่ตั้งอยู่ในบริเวณโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ทำให้หลายคนผ่านแถวพญาไท–อนุสาวรีย์ชัยฯ มานับครั้งไม่ถ้วน แต่ไม่เคยรู้ว่าด้านในมีหมู่พระที่นั่งสวยแบบยุโรปซ่อนอยู่ ความรู้สึกเวลามาเดินชมคือเหมือนเราเดินข้ามฉากจากถนนใหญ่ที่รถวิ่งไม่หยุด เข้าไปเจออีกจังหวะหนึ่งของกรุงเทพฯ ที่เงียบกว่า ละเมียดกว่า และเต็มไปด้วยรายละเอียดที่ตั้งใจทำให้ “งามแบบราชสำนัก” โดยไม่ต้องพยายามโฆษณาตัวเอง
จุดเริ่มของเรื่องเล่าที่นี่ต้องย้อนไปช่วง พ.ศ. 2452 ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ซึ่งโปรดเกล้าฯ ให้เริ่มก่อสร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นที่เสด็จทอดพระเนตรการทำนา การปลูกผัก และการเลี้ยงสัตว์ ภาพของ “วัง” ในช่วงแรกจึงไม่ใช่แค่ที่ประทับสวย ๆ แต่เป็นพื้นที่ที่เอางานเกษตรเข้ามาอยู่ใกล้ศูนย์กลางเมือง และยังมีการจัดพื้นที่ด้านตรงข้ามพระตำหนักไว้สำหรับทำนา รวมถึงโรงนา เพื่อใช้ประกอบพระราชพิธีแรกนาขวัญหลายครั้งด้วย วังพญาไทจึงมีบุคลิกแบบ “ทดลอง-สังเกต-ลงมือทำ” ชัดเจน เป็นวังที่พอเรารู้ที่มาแล้วจะเข้าใจทันทีว่า ทำไมเรื่องเล่าของที่นี่ถึงผูกกับทั้งชีวิตประจำวันและพิธีการของรัฐในเวลาเดียวกัน
อย่างไรก็ตาม รัชกาลที่ 5 ใช้วังพญาไทเป็นที่ประทับอยู่ช่วงเวลาสั้น เพราะหลังจากมีการขึ้นเรือนใหม่ได้เพียงไม่กี่เดือนก็สวรรคต ต่อมาวังพญาไทจึงเป็นที่ประทับของสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนี พระพันปีหลวง และในสมัยรัชกาลที่ 6 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงทูลเชิญให้มาประทับที่พระราชวังแห่งนี้ด้วย จนกระทั่งสวรรคตเมื่อปี พ.ศ. 2463 ช่วงเวลานี้ทำให้วังพญาไทค่อย ๆ เปลี่ยนจากพื้นที่ใช้งานด้านเกษตรและพิธีการ ไปสู่พื้นที่ที่มีความเป็น “ราชสำนักในเมือง” ชัดขึ้น ทั้งในแง่การอยู่อาศัยและการรองรับแขก/กิจกรรมสำคัญ
หลังจากนั้น รัชกาลที่ 6 ทรงรื้อพระตำหนักพญาไท เหลือไว้เพียงพระที่นั่งเทวราชสภารมย์ซึ่งเป็นท้องพระโรง และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระที่นั่งใหม่หลายพระองค์ รวมทั้งได้รับการสถาปนาให้เป็น “พระราชวังพญาไท” อย่างเป็นทางการ รัชกาลที่ 6 เสด็จฯ มาประทับที่พระราชวังนี้เป็นประจำ และเริ่มมีพระอาการประชวรในปี พ.ศ. 2468 ก่อนเสด็จฯ จากพระราชวังพญาไทไปประทับ ณ พระที่นั่งจักรพรรดิพิมานในพระบรมมหาราชวังในเดือนสุดท้ายแห่งรัชกาล วังแห่งนี้ยังเคยเป็นที่ประทับ/ที่พำนักของเจ้านายฝ่ายในหลายพระองค์ เช่น สมเด็จพระนางเจ้าอินทรศักดิศจี พระวรราชชายา พระนางเจ้าสุวัทนา พระวรราชเทวี และพระสุจริตสุดา พระสนมเอกด้วย ซึ่งยิ่งตอกย้ำว่าวังพญาไทไม่ใช่แค่ฉากสถาปัตยกรรม แต่เป็นพื้นที่ที่รองรับชีวิตจริงของผู้คนในราชสำนักหลายช่วงเวลา
ถ้าจะเล่า “แก่น” ของพระราชวังพญาไทให้เห็นภาพเร็วที่สุด แก่นนั้นคือหมู่พระที่นั่งที่มีชื่อคล้องจองกันและมีสถาปัตยกรรมตะวันตกเด่นมาก โดยจุดเด่นที่คนมักจำได้ทันทีคือหอคอยสูงและหลังคายอดแหลมของพระที่นั่งพิมานจักรี ซึ่งเป็นพระที่นั่งองค์ประธานของหมู่พระที่นั่งภายในวัง สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 6 เป็นพระที่นั่งก่ออิฐฉาบปูน 2 ชั้น มีลักษณะผสมโรมันเนสก์กับกอธิค และมี “ยอดโดมสีแดง” ที่ในอดีตใช้สำหรับชักธงมหาราชเมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จมาประทับ รายละเอียดภายในยังขึ้นชื่อเรื่องภาพเขียนแบบปูนเปียกและลวดลายดอกไม้บริเวณฝาผนังใกล้เพดาน รวมถึงบานประตูไม้จำหลักปิดทองและการจารึกพระปรมาภิไธยย่อเหนือบานประตู ทำให้การชมที่นี่ไม่ได้จบแค่ “ถ่ายรูปด้านนอก” แต่สนุกกับการสังเกตงานช่างและรสนิยมของยุคสมัยได้ยาว
อีกองค์ที่เดินต่อแล้วจะเห็นความต่างชัดคือพระที่นั่งศรีสุทธนิวาส ซึ่งตั้งอยู่ด้านทิศตะวันตกของพระที่นั่งพิมานจักรี ตัวอาคารเป็นพระที่นั่งก่ออิฐฉาบปูน 2 ชั้น มียอดโดมเช่นเดียวกันแต่ขนาดเล็กกว่า โทนสถาปัตยกรรมออกไปทาง English Gothic และตกแต่งภายในด้วยลวดลายจิตรกรรมแบบอาร์ตนูโว รวมถึงภาพเขียนสีน้ำมันแบบตะวันตก ที่สำคัญคือมีทางเชื่อมกับพระที่นั่งพิมานจักรีบริเวณชั้น 2 ทำให้เราเห็น “การออกแบบพื้นที่แบบชุดเดียวกัน” คือคิดทั้งการอยู่อาศัย การรับรอง และการเดินถึงกันอย่างเป็นระบบ ไม่ใช่แค่อาคารสวยแยกชิ้น
ทางด้านทิศตะวันออกของพระที่นั่งพิมานจักรีคือพระที่นั่งไวกูณฐเทพยสถาน เดิมเป็นอาคาร 2 ชั้นและต่อเติมเป็น 3 ชั้นในภายหลัง โดยชั้นที่ต่อเติมจัดเป็นห้องบรรทมและห้องสรงส่วนพระองค์ และยังมีทางเชื่อมต่อกับพระที่นั่งอุดมวนาภรณ์ในชั้น 2 ขณะที่พระที่นั่งอุดมวนาภรณ์มีแนวออกแบบเรียบง่ายกว่า ใช้โครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กและมีรายละเอียดเหล็กดัดแบบอาร์ตนูโว ตกแต่งด้วยกระเบื้องเคลือบสีขาว ภาพรวมของการเดินชมหมู่พระที่นั่งชุดนี้จึงเหมือนได้อ่าน “พัฒนาการรสนิยม” ของยุคนั้นตั้งแต่งานกอธิคที่เน้นทรงและอารมณ์ ไปจนถึงงานอาร์ตนูโวที่เน้นเส้นสายและรายละเอียดประณีต
ส่วนพระที่นั่งเทวราชสภารมย์เป็นอีกจุดที่มีบทบาทต่างออกไป เพราะถูกมองว่าเป็นท้องพระโรง ใช้สำหรับงานต่าง ๆ ทั้งพิธีทางศาสนา รับรองแขกส่วนพระองค์ และเคยใช้เป็นโรงละครด้วย ลักษณะทางสถาปัตยกรรมมักอธิบายว่าเป็นแบบไบแซนไทน์ และมีการตกแต่งภายในด้วยสีที่จัดจ้านหลายสี พร้อมพระปรมาภิไธยย่อ “สผ” อยู่ตอนบนใกล้หลังคา ซึ่งโยงถึงสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถฯ เมื่อเดินมาเจอองค์นี้จะรู้สึกได้ทันทีว่าพื้นที่ในวังไม่ได้ถูกออกแบบเพื่อ “สวยอย่างเดียว” แต่ถูกออกแบบเพื่อทำหน้าที่จริงในพิธีการและกิจกรรมของราชสำนักด้วย
อีกชั้นหนึ่งของเรื่องเล่าที่ทำให้พระราชวังพญาไทน่าสนใจคือ “ดุสิตธานี” เมืองประชาธิปไตยย่อส่วนที่รัชกาลที่ 6 โปรดเกล้าฯ ให้สร้างเป็นเมืองจำลองเพื่อทดลองการปกครองระบอบประชาธิปไตย แม้ปัจจุบันจะไม่เหลือสิ่งปลูกสร้างให้เห็นแล้ว แต่การรู้ว่าครั้งหนึ่งพื้นที่นี้เคยเป็นที่ตั้งของ “ห้องทดลองแนวคิดการปกครอง” จะทำให้เราอ่านวังพญาไทต่างจากเดิม เพราะวังแห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่ประทับ หากยังเป็นพื้นที่ที่มีการทดลองความคิดใหม่ ๆ ของประเทศในยุคนั้นด้วย
หลังยุครัชกาลที่ 6 วังพญาไทเคยถูกปรับให้เป็นโรงแรมชั้นหนึ่งสำหรับชาวต่างประเทศตามแนวคิดที่จะผลักดันการท่องเที่ยวและภาพลักษณ์ประเทศ และในเวลาต่อมายังเคยเป็นที่ตั้งของสถานีวิทยุกระจายเสียงยุคแรก ๆ ของไทยด้วย ก่อนที่โรงแรมจะเลิกกิจการและพื้นที่ถูกพระราชทานให้เป็นสถานพยาบาลของกองทัพบก จนกลายเป็นโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้ามาจนถึงปัจจุบัน เรื่องเล่าชุดนี้ทำให้วังพญาไทมีความเป็น “พื้นที่เปลี่ยนบทบาทตามยุค” สูงมาก และยิ่งทำให้การอนุรักษ์ในวันนี้มีความหมาย เพราะมันคือการรักษาพื้นที่ที่บันทึกหน้าประวัติศาสตร์หลายหน้าไว้ในจุดเดียว
การเดินทาง ถ้าต้องการคุมเวลาให้แน่น แนะนำใช้ BTS ลงสถานีอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิแล้วต่อรถ/เดินในระยะสั้น หรือใช้ ARL ลงสถานีพญาไทแล้วต่อรถเข้าโซนราชวิถีตามความสะดวก สำหรับรถประจำทาง มีหลายสายที่ผ่านย่านนี้ เช่น 8, 12, 14, 18, 28, 92, 97, 108, 509, 522, 536 (เส้นทางและจุดจอดอาจมีการปรับตามการจัดระเบียบจราจร) หากขับรถหรือเรียกรถรับจ้างควรเผื่อเวลารถติด โดยเฉพาะช่วงเร่งด่วนบริเวณอนุสาวรีย์ชัยฯ และถนนราชวิถี และที่สำคัญคือควรตรวจสอบรอบนำชม/การจองล่าสุดก่อนเดินทางเสมอ เพราะการเข้าชมมักเป็นแบบจำกัดจำนวนต่อรอบ
| ชื่อสถานที่ | พระราชวังพญาไท (Phaya Thai Palace) |
| ที่ตั้ง | ถนนราชวิถี แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร |
| ลักษณะเด่น | หมู่พระที่นั่งสถาปัตยกรรมตะวันตกผสมผสาน (โรมันเนสก์/กอธิค/อาร์ตนูโว) จุดเด่นคือหอคอยและยอดโดมของพระที่นั่งพิมานจักรี พร้อมเรื่องเล่าหลายยุคตั้งแต่ราชสำนัก โรงแรม สถานีวิทยุ จนถึงเป็นพื้นที่ของโรงพยาบาล |
| ยุคสมัย | เริ่มก่อสร้าง พ.ศ. 2452 (ปลายรัชกาลที่ 5) และพัฒนาสำคัญในสมัยรัชกาลที่ 6 |
| หลักฐานสำคัญ | หมู่พระที่นั่งสำคัญ เช่น พระที่นั่งพิมานจักรี, พระที่นั่งศรีสุทธนิวาส, พระที่นั่งไวกูณฐเทพยสถาน, พระที่นั่งเทวราชสภารมย์, พระที่นั่งอุดมวนาภรณ์ รวมถึงเรื่องเล่าดุสิตธานี (เมืองจำลอง) และประวัติการใช้พื้นที่เป็นโรงแรม/สถานีวิทยุ/สถานพยาบาล |
| ที่มาของชื่อ | “พญาไท” เป็นชื่อย่าน/พื้นที่ในกรุงเทพฯ ที่วังตั้งอยู่ และใช้เรียกพระราชวังตามทำเล |
| การเดินทาง | BTS อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ + ต่อรถ/เดินระยะสั้น, ARL พญาไท + ต่อรถเข้าโซนราชวิถี, รถเมล์หลายสายผ่านย่านนี้ (เช่น 8, 12, 14, 18, 28, 92, 97, 108, 509, 522, 536) และควรเผื่อเวลารถติด |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดเข้าชมแบบ “รอบนำชม” ตามประกาศ/การจอง (มักจำกัดจำนวนต่อรอบ) โปรดตรวจสอบล่าสุดก่อนเดินทาง |
| เบอร์ติดต่อ | 02-354-7987, 087-708-1015 |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณ) | อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ 1 กม.; คิง เพาเวอร์ รางน้ำ 2 กม.; ตลาดประตูน้ำ 3 กม.; สวนสันติภาพ 3 กม.; หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (bacc) 4 กม.; บ้านจิม ทอมป์สัน 4 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณ) | Saxophone Pub & Restaurant 2 กม. โทร 02-246-5472; ร้านพี่อ้อ ก๋วยเตี๋ยวต้มยำกุ้ง 3 กม. โทร 02-612-9013; Somboon Seafood (Samyan) 5 กม. โทร 02-160-5100; Krua Apsorn (Dinso) 5 กม. โทร 02-685-4531; Thipsamai (Pad Thai Pratu Phi) 6 กม. โทร 02-226-6666 |
| ที่พักใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณ) | The Sukosol Hotel 1 กม. โทร 02-247-0123; Century Park Hotel Bangkok 2 กม. โทร 02-246-7800; Pullman Bangkok King Power 2 กม. โทร 02-680-9999; Asia Hotel Bangkok 4 กม. โทร 02-217-0808; VIE Hotel Bangkok, MGallery 4 กม. โทร 02-309-3939 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: พระราชวังพญาไทอยู่ตรงไหนของกรุงเทพฯ?
ตอบ: อยู่ถนนราชวิถี เขตราชเทวี ภายในบริเวณโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ใกล้ย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ
ถาม: พระราชวังพญาไทเปิดให้เข้าชมทุกวันไหม?
ตอบ: โดยทั่วไปเป็นการเข้าชมแบบ “รอบนำชม” ซึ่งมักมีรอบวันเสาร์–วันอาทิตย์ และบางช่วงมีรอบวันอังคาร/วันพฤหัสบดี ทั้งนี้ให้ยึดประกาศและการจองล่าสุดก่อนเดินทาง
ถาม: ไฮไลต์สถาปัตยกรรมที่ไม่ควรพลาดคืออะไร?
ตอบ: พระที่นั่งพิมานจักรีที่มีหอคอยและยอดโดมเด่นมาก รวมถึงพระที่นั่งศรีสุทธนิวาสและพระที่นั่งเทวราชสภารมย์ซึ่งทำหน้าที่เป็นท้องพระโรงและมีเอกลักษณ์ด้านการตกแต่ง
ถาม: ทำไมวังพญาไทถึงมีเรื่องเล่าหลายยุคในที่เดียว?
ตอบ: เพราะพื้นที่เคยเป็นทั้งที่ประทับของราชสำนัก ถูกปรับเป็นโรงแรม เคยเป็นที่ตั้งงาน/กิจกรรมสาธารณะ และท้ายที่สุดถูกใช้เป็นสถานพยาบาลของกองทัพบก ทำให้ประวัติศาสตร์ซ้อนทับกันหลายชั้น
ถาม: เดินทางด้วยรถไฟฟ้าไปสะดวกไหม?
ตอบ: สะดวก โดยมากนิยมลง BTS อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิแล้วต่อรถ/เดินระยะสั้น หรือใช้ ARL พญาไทแล้วต่อรถเข้าโซนราชวิถีตามความเหมาะสม
ถาม: ถ้าต้องการเช็กประกาศรอบนำชมล่าสุดควรติดต่อที่ไหน?
ตอบ: ติดต่อ 02-354-7987 หรือ 087-708-1015 เพื่อสอบถามรอบนำชม/การจองและประกาศล่าสุดก่อนเดินทาง














หมวดหมู่:
กลุ่ม: