วัดพุทไธศวรรย์

Rating: 4/5 (5 votes)
สถานที่ท่องเที่ยวพระนครศรีอยุธยา
สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย
วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00–17.00 น. (เวลาโดยประมาณ อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามกิจกรรมของวัด)
วัดพุทไธศวรรย์ พระอารามหลวงริมแม่น้ำเจ้าพระยา หนึ่งในวัดเก่าแก่ที่ยังคงหายใจอยู่กลางประวัติศาสตร์อยุธยา ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันตก ทางด้านใต้ฝั่งตรงข้ามของเกาะเมืองอยุธยา ในตำบลสำเภาล่ม อำเภอพระนครศรีอยุธยา เมื่อมองจากฝั่งเกาะเมืองข้ามน้ำไปจะเห็นองค์ปรางค์สีขาวสูงเด่นตัดกับท้องฟ้า เป็นภาพจำที่ทำให้นักท่องเที่ยวจำนวนมากนึกถึงทันทีเมื่อพูดถึง วัดพุทไธศวรรย์ และกลายเป็นจุดหมายยอดนิยมของคนที่วางแผนมาเที่ยวอยุธยาแบบสายบุญและสายประวัติศาสตร์ในที่เดียวกัน
ความพิเศษของวัดพุทไธศวรรย์ ไม่ได้มีเพียงตำแหน่งที่ตั้งริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่ให้บรรยากาศสงบเย็น แต่ยังเป็นวัดที่มีอายุเกินกว่า 600 ปี และรอดพ้นจากการถูกทำลายตอนเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 ทำให้ยังคงมีโบราณสถานและโบราณวัตถุให้ชมอย่างสมบูรณ์กว่าวัดอื่นๆ หลายแห่งในพื้นที่เดียวกัน นักเดินทางที่กำลังมองหา ที่เที่ยวอยุธยา ที่ผสมผสานทั้งความศักดิ์สิทธิ์ ความเก่าแก่ และมุมถ่ายรูปสวยๆ วัดพุทไธศวรรย์ถือเป็นจุดหมายที่ไม่ควรพลาดอย่างยิ่ง
บริเวณวัดทอดตัวขนานไปกับแม่น้ำเจ้าพระยา ด้านในแบ่งออกเป็นเขตพุทธาวาสที่มีปรางค์ประธานและระเบียงคดล้อมรอบ และเขตสังฆาวาสที่เป็นกุฏิและที่พักสงฆ์ พอเดินผ่านซุ้มประตูโบราณเข้าไป กลิ่นอายของกรุงเก่าก็โอบล้อมทันที ทั้งจากสีซีดจางของอิฐเก่า ลวดลายปูนปั้นที่หลงเหลือ และองค์พระพุทธรูปเรียงรายในระเบียงคดที่ผ่านการบูรณะจนกลับมาสง่างามอีกครั้ง
ประวัติของวัดพุทไธศวรรย์ผูกพันกับการก่อตั้งกรุงศรีอยุธยาโดยตรง เดิมบริเวณนี้คือที่ประทับเดิมของสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 หรือสมเด็จพระเจ้าอู่ทอง ก่อนจะข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาไปสถาปนากรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี ณ ฝั่งเกาะเมือง ปรากฏในพงศาวดารว่าเป็นตำบลที่เรียกว่า “เวียงเล็ก” หรือ “เวียงเหล็ก” ภายหลังเมื่อทรงตั้งกรุงเรียบร้อยแล้ว ในราวปี พ.ศ. 1896 จึงโปรดให้สร้างวัดแห่งนี้ขึ้น ณ ตำแหน่งที่เคยเป็นที่ประทับ เพื่อเป็นพระราชอนุสรณ์ และเป็นพระอารามหลวงประจำราชสำนัก
ด้วยสถานะพระอารามหลวง วัดพุทไธศวรรย์จึงถูกใช้เป็นสถานที่ประกอบพระราชพิธีและงานบุญใหญ่หลายครั้งในสมัยกรุงศรีอยุธยา นอกจากนี้ ช่วงปลายกรุง วัดแห่งนี้ยังมีบทบาทสำคัญด้านการทหาร เนื่องจากตั้งอยู่ในทำเลที่เหมาะสมต่อการตั้งค่ายป้องกันข้าศึกริมแม่น้ำเจ้าพระยา จึงมีการใช้พื้นที่บริเวณวัดและชุมชนคาทอลิกฝั่งตรงข้ามเป็นแนวป้องกันกองทัพพม่าที่รุกเข้ามาตามลำน้ำ ทำให้ชื่อของวัดพุทไธศวรรย์ไม่ได้ถูกจดจำแค่ในฐานะวัดเก่าแก่ แต่ยังเป็นพื้นที่ทางประวัติศาสตร์ด้านยุทธศาสตร์การป้องกันเมืองด้วย
แม้ว่ากรุงศรีอยุธยาจะล่มสลายลงในปี พ.ศ. 2310 แต่วัดพุทไธศวรรย์กลับรอดพ้นจากการถูกเผาทำลายอย่างรุนแรงเหมือนวัดอื่นๆ จำนวนมาก หลายส่วนของปรางค์ ระเบียงคด และหมู่เจดีย์ยังคงโครงสร้างเดิมไว้ได้ ทำให้ในสมัยรัตนโกสินทร์มีการบูรณะซ่อมแซมต่อเนื่อง และยกฐานะวัดให้เป็นพระอารามหลวงชั้นสามัญในปัจจุบัน เจ้าอาวาสและคณะสงฆ์ได้ช่วยกันอนุรักษ์ทั้งโบราณสถานและงานพุทธศิลป์ภายในวัดให้ยังคงคุณค่าและความงดงามคู่เมืองอยุธยา
จุดที่โดดเด่นที่สุดของวัดพุทไธศวรรย์คือปรางค์ประธานองค์ใหญ่ สีขาวนวล ตั้งตระหง่านอยู่กึ่งกลางเขตพุทธาวาสบนฐานไพทีที่ย่อเหลี่ยมโดยรอบ ปรางค์องค์นี้สร้างด้วยศิลปะแบบขอมผสมไทย ตามคติพุทธศาสนาถือเป็นสัญลักษณ์แทนเขาพระสุเมรุ ศูนย์กลางจักรวาล ด้านทิศตะวันออกและทิศตะวันตกของฐานมีบันไดขึ้นสู่ลานรอบองค์ปรางค์ นักท่องเที่ยวสามารถเดินขึ้นไปชมรายละเอียดงานปูนปั้น และมองย้อนกลับมาเห็นทิวทัศน์วัดและลำน้ำเจ้าพระยาจากมุมสูงที่สวยงามมาก
ล้อมรอบปรางค์ประธานเป็นระเบียงคดสี่เหลี่ยม ซึ่งภายในประดิษฐานพระพุทธรูปปิดทองศิลปะสุโขทัยเรียงตัวต่อกันบนฐานตกแต่งลวดลายอย่างประณีต บางองค์ผ่านการบูรณะแล้วกลับมาสง่างาม บางองค์ยังเห็นร่องรอยการผุกร่อนของกาลเวลา กลายเป็นภาพที่ผสมผสานระหว่างความเก่าและใหม่ได้อย่างน่าสนใจ ใครที่ชอบถ่ายภาพแนววัดโบราณ ระเบียงคดของวัดพุทไธศวรรย์ถือเป็นหนึ่งในมุมที่ห้ามพลาด
ด้านทิศตะวันตกของปรางค์ประธานเป็นที่ตั้งของพระอุโบสถที่ได้รับการบูรณะใหม่ มีพระประธานประดิษฐานอยู่ภายใน บรรยากาศสงบ เหมาะแก่การกราบไหว้ขอพรอย่างเงียบๆ รอบๆ ยังมีหมู่พระเจดีย์สิบสององค์ที่เรียงตัวเป็นกลุ่มอยู่บนฐานเดียวกัน คาดว่าใช้เป็นที่บรรจุอัฐิเจ้าอาวาสหรือบุคคลสำคัญของวัดในอดีต
อีกหนึ่งจุดที่ดึงดูดผู้มาเยือนคือวิหารพระนอนซึ่งอยู่ไม่ไกลกัน แม้ตัวอาคารจะหลงเหลือเพียงผนังและฐาน แต่ภายในยังประดิษฐานพระพุทธรูปปางไสยาสน์องค์ใหญ่ทอดกายอย่างสงบ เป็นภาพที่ให้ความรู้สึกขรึมขลังปนเศร้าเล็กๆ เมื่อคิดถึงกาลเวลาที่ผ่านไป นักท่องเที่ยวมักนิยมเดินวนชมปรางค์ประธาน ระเบียงคด พระอุโบสถ หมู่เจดีย์ และวิหารพระนอนเป็นลูปเดียวกันก่อนกลับมานั่งพักบริเวณริมน้ำ
บริเวณทิศเหนือและทิศใต้ของปรางค์มีมณฑปสองหลัง ซึ่งหนึ่งในพื้นที่สำคัญคือบริเวณที่เรียกกันว่าตำหนักพระพุทธโฆษาจารย์ ภายในผนังเคยมีภาพสีเล่าเรื่องหมู่เทวดา นักพรต การนมัสการพระพุทธบาท และภาพเรือสำเภาในตอนที่สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์เดินทางไปลังกาทวีป ปัจจุบันแม้ภาพจำนวนมากจะเลือนรางไปตามกาลเวลา แต่ยังพอมองเห็นเค้าโครงและรายละเอียดบางส่วน ทำให้จินตนาการได้ถึงความรุ่งเรืองของศิลปกรรมสมัยอยุธยาในอดีต
ในด้านของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ วัดพุทไธศวรรย์เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปสำคัญหลายองค์ ทั้งพระประธานในพระอุโบสถ พระพุทธรูปในระเบียงคด และพระนอนในวิหาร บางกระแสเล่าขานถึงบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์หรือ “น้ำทิพย์” ภายในวัด ที่ผู้คนเคยมาตักน้ำกลับไปดื่มหรือประพรมเพื่อความเป็นสิริมงคล แม้ปัจจุบันวัดจะเน้นการกราบไหว้ทำบุญตามหลักพุทธศาสนามากกว่าความเชื่อไสยศาสตร์ แต่ภาพลักษณ์ของวัดพุทไธศวรรย์ในสายมูและสายวัตถุมงคลก็ยังคงอยู่ และดึงดูดผู้คนที่ศรัทธาเข้ามาทำบุญไม่ขาดสาย
อีกหนึ่งเอกลักษณ์ที่ทำให้ชื่อของวัดพุทไธศวรรย์โดดเด่นต่างจากวัดอื่นในอยุธยาคือการเป็นแหล่งเรียนรู้ศิลปะการต่อสู้แบบไทยโบราณ โดยเฉพาะศิลปะกระบี่กระบอง จากประวัติศาสตร์และข้อมูลที่มีระบุว่าวัดแห่งนี้เกี่ยวข้องกับการฝึกอาวุธและคาถาอาคมของนักรบในสมัยกรุงศรีอยุธยา ปัจจุบันมีการสืบทอดต่อมาในชื่อ “สำนักดาบพุทไธศวรรย์” ที่เน้นการฝึกดาบและศิลปะการต่อสู้เชิงวัฒนธรรมมากกว่าการต่อสู้จริงจัง นักท่องเที่ยวบางช่วงอาจมีโอกาสได้เห็นการสาธิตหรือกิจกรรมเชิงวัฒนธรรมเกี่ยวกับดาบไทย ซึ่งช่วยเติมมิติด้าน “วิถีชีวิตนักรบอยุธยา” ให้กับการเที่ยววัดแห่งนี้
ในรอบปี วัดพุทไธศวรรย์ยังเป็นเจ้าภาพจัดประเพณีสำคัญหลายงาน โดยเฉพาะ “ประเพณีห่มผ้าพระปรางค์วัดพุทไธศวรรย์” ซึ่งจัดขึ้นในวันเพ็ญเดือน 6 ของทุกปี ถือเป็นประเพณีเก่าแก่ที่ชาวบ้านในตำบลสำเภาล่มสืบทอดต่อกันมานาน ในวันขึ้น 14 ค่ำ จะมีการสวดมนต์เย็นที่วัด เช้าวันขึ้น 15 ค่ำ ชาวบ้านจะนำอาหารคาวหวานมาตักบาตร จากนั้นราว 9 โมงเช้าจึงเริ่มตั้งขบวนแห่ผ้า 3 สี คือ สีเขียว สีแดง และสีเหลือง ซึ่งผู้คนจะเขียนชื่อของตนเองและครอบครัวลงบนผืนผ้าก่อนช่วยกันแห่ไปยังองค์ปรางค์กลางวัด มีแตรวง ปี่พาทย์ และเสียงกลองสร้างบรรยากาศครึกครื้นไปตลอดทาง เมื่อถึงลานรอบปรางค์จะมีพิธีบวงสรวงและพิธีถวายผ้าห่มพระปรางค์ ก่อนจะนำผ้าขึ้นไปห่มวนรอบองค์ปรางค์ ถือเป็นภาพที่งดงามและเปี่ยมด้วยศรัทธาอย่างยิ่ง
หลังเสร็จพิธีในช่วงกลางวัน ตอนกลางคืนของวันเพ็ญเดือน 6 ในงานประเพณีห่มผ้าพระปรางค์ยังมักมีการจัดมหรสพและร้านค้าต่างๆ ในบริเวณวัด เช่น ลิเก ภาพยนตร์กลางแปลง ร้านอาหาร และร้านขายของชำร่วย ทำให้พื้นที่รอบวัดคึกคักไปด้วยชาวบ้านและนักท่องเที่ยว ขณะเดียวกันประเพณีนี้ก็เป็นเสมือนเวทีที่เชื่อมคนรุ่นใหม่ให้กลับมาสัมผัสรากเหง้าทางวัฒนธรรมของชุมชนสำเภาล่ม
สำหรับบรรยากาศการเที่ยววัดพุทไธศวรรย์ในวันปกติ หากมาช่วงเช้าตรู่หรือช่วงเย็นจะรู้สึกได้ถึงความสงบเป็นพิเศษ แสงแดดจะไม่แรงมาก สามารถเดินชมปรางค์ ระเบียงคด และโบราณสถานต่างๆ ได้อย่างสบายๆ นักท่องเที่ยวจำนวนไม่น้อยนิยมเริ่มทริปอยุธยาด้วยการแวะวัดพุทไธศวรรย์ก่อน แล้วค่อยขยับขึ้นไปเที่ยววัดไชยวัฒนารามและวัดในเกาะเมืองต่อ หรือบางคนเลือกมาวัดนี้ช่วงบ่ายแก่ๆ เพื่อรอถ่ายภาพแสงเย็นที่กระทบองค์ปรางค์และแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นอีกมุมที่ทั้งสายกล้องและสายคอนเทนต์ถูกใจ
มุมถ่ายรูปยอดฮิตของวัดมีทั้งมุมใกล้ปรางค์ที่ถ่ายให้เห็นองค์ปรางค์พุ่งขึ้นไปบนท้องฟ้า มุมระเบียงคดที่มีพระพุทธรูปเรียงรายเป็นเส้นนำสายตา รวมถึงมุมริมน้ำที่มองย้อนกลับไปเห็นภาพรวมของวัด ท่ามกลางท้องฟ้าและเงาสะท้อนในแม่น้ำ ใครที่ตั้งใจเก็บภาพแนวกรุงเก่าที่มีกลิ่นอายสงบและขลัง วัดพุทไธศวรรย์ถือว่าตอบโจทย์อย่างมาก และยังเป็นโลเคชันที่กองถ่ายละครและภาพยนตร์แนวประวัติศาสตร์ รวมถึงคอนเทนต์สายมูนิยมใช้เป็นฉากอยู่บ่อยครั้ง
ในแง่สิ่งอำนวยความสะดวก ภายในวัดมีลานจอดรถรองรับทั้งรถยนต์ส่วนตัวและรถตู้ท่องเที่ยว มีห้องน้ำบริการ และมีร้านค้าขายของเบ็ดเตล็ดและของกินง่ายๆ บริเวณทางเข้า นักท่องเที่ยวจึงสามารถใช้เวลาอยู่ในวัดได้นานพอสมควรโดยไม่ลำบากมากนัก แต่อย่างไรก็ดี ด้วยความที่วัดยังคงรักษาบรรยากาศแบบวัดโบราณ ไม่ได้ตกแต่งให้ทันสมัยจนเกินไป จึงแนะนำให้เตรียมน้ำดื่ม หมวก และร่มกันแดดมาด้วย โดยเฉพาะหากต้องการเดินชมโบราณสถานรอบๆ อย่างละเอียด
การแต่งกายสำหรับการมาเที่ยววัดพุทไธศวรรย์ควรเน้นความสุภาพเป็นหลัก เช่น เสื้อมีแขน กางเกงหรือกระโปรงคลุมเข่า รองเท้าหุ้มส้นหรือรองเท้าที่เดินสบาย หลีกเลี่ยงเสื้อสายเดี่ยว เกาะอก หรือกางเกงขาสั้นมากๆ แม้วัดจะไม่ได้เข้มงวดเท่าวัดในราชสำนักบางแห่ง แต่การแต่งกายให้เหมาะสมก็เป็นการให้เกียรติสถานที่และพระภิกษุสงฆ์ที่จำพรรษาอยู่ในวัดด้วย
เรื่องการถ่ายภาพ วัดเปิดกว้างสำหรับการถ่ายภาพท่องเที่ยวทั่วไป สามารถถ่ายรูปโบราณสถาน พระพุทธรูป และบรรยากาศภายในวัดได้ตามเหมาะสม แต่ควรหลีกเลี่ยงการปีนป่ายโบราณสถานหรือขึ้นไปยืนบนฐานพระพุทธรูป เพื่อความปลอดภัยและเพื่อรักษาสภาพโบราณสถานให้คงอยู่ต่อไป สำหรับการถ่ายทำเชิงพาณิชย์หรือการใช้โดรน ควรติดต่อสอบถามเจ้าอาวาสหรือผู้ดูแลวัดก่อนทุกครั้ง เพื่อขออนุญาตให้ถูกต้องตามระเบียบ
ในด้านการเดินทาง หากใช้รถยนต์ส่วนตัวจากกรุงเทพฯ สามารถใช้ทางหลวงหมายเลข 1 แล้วเลี้ยวเข้าสายเอเชีย (ทางหลวงหมายเลข 32) มุ่งหน้าพระนครศรีอยุธยา จากนั้นขับตามป้ายเข้าสู่ตัวเมืองอยุธยา เมื่อเข้าสู่โซนเกาะเมือง สามารถเลือกเส้นทางเลียบแม่น้ำเจ้าพระยาเพื่อมุ่งหน้าไปยังฝั่งตะวันตกของแม่น้ำได้ไม่ยาก เส้นทางค่อนข้างสะดวก ถนนกว้าง รถวิ่งค่อนข้างต่อเนื่อง
ถ้าเริ่มจากในตัวเมืองอยุธยา หรือจากโซนเกาะเมือง วิธีที่ได้รับความนิยมคือใช้เส้นทางสายอยุธยา–เสนา ข้ามสะพานวัดกษัตราธิราชวรวิหารไปยังฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา เมื่อลงจากสะพานให้เลี้ยวซ้ายแล้วขับต่อไปเรื่อยๆ จะผ่านวัดไชยวัฒนารามซึ่งเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กสำคัญของอยุธยา ระหว่างทางจะมีป้ายบอกทางไปวัดพุทไธศวรรย์เป็นระยะ จนถึงทางแยกซ้ายมือที่นำเข้าสู่วัด ทำให้การเดินทางด้วยรถยนต์ค่อนข้างง่าย แม้จะมาเป็นครั้งแรกก็ไม่หลงทางง่ายๆ
สำหรับผู้ที่เดินทางด้วยขนส่งสาธารณะ สามารถนั่งรถไฟมาลงสถานีอยุธยา หรือรถตู้โดยสารจากกรุงเทพฯ มาลงในตัวเมือง แล้วต่อรถสองแถว มอเตอร์ไซค์รับจ้าง หรือรถตุ๊กตุ๊กท้องถิ่นไปยังวัดพุทไธศวรรย์ ค่าโดยสารจะขึ้นอยู่กับระยะทางและการต่อรอง ราคาโดยรวมยังถือว่าไม่สูงมากเมื่อเทียบกับระยะทาง หากมาเป็นกลุ่มเล็กๆ การเหมาแท็กซี่ท้องถิ่นหรือรถสองแถวอาจช่วยให้วางแพลนเที่ยวหลายวัดได้ในทริปเดียว
อีกหนึ่งวิธีที่เพิ่มสีสันให้ทริปคือการล่องเรือชมวัดริมแม่น้ำเจ้าพระยารอบเกาะเมืองอยุธยา ทริปเรือบางเจ้าจะมีโปรแกรมพาแวะชมวัดพุทไธศวรรย์ วัดไชยวัฒนาราม และวัดสำคัญอื่นๆ ตามแนวแม่น้ำ ทำให้ได้เห็นมุมมองของวัดจากทางน้ำที่ต่างจากการชมจากถนนบนฝั่ง บางช่วงของปี โดยเฉพาะฤดูน้ำหลาก ทิวทัศน์ริมแม่น้ำบริเวณวัดจะยิ่งสวยเป็นพิเศษ ใครชอบบรรยากาศแบบชิลๆ ก็สามารถรวมวัดพุทไธศวรรย์เข้าไว้ในแพลนล่องเรือได้อย่างกลมกลืน
เมื่อวางแผนเที่ยวอยุธยาทั้งที หลายคนมักจัดวัดพุทไธศวรรย์เข้าไว้ในทริปแบบ One Day Trip ร่วมกับวัดไชยวัฒนาราม วัดพระศรีสรรเพชญ์ วัดมหาธาตุ และแหล่งช้อป–ชิมอย่างตลาดน้ำอโยธยา หรือตลาดโบราณต่างๆ ในเมือง ทำให้ได้ทั้งอรรถรสของการชมโบราณสถานระดับมรดกโลก และการสัมผัสวิถีชีวิตคนอยุธยายุคปัจจุบันที่ผสมผสานทั้งความดั้งเดิมและความทันสมัยเข้าไว้ด้วยกันอย่างน่าสนใจ
เจ้าอาวาสและคณะสงฆ์ของวัดพุทไธศวรรย์ในปัจจุบัน นำโดยพระวชิรญาณ (อติโชติ ธมฺมวโร) มีบทบาทสำคัญทั้งด้านการทำนุบำรุงพระศาสนา การบูรณะโบราณสถาน และการดูแลกิจกรรมทางศาสนาและวัฒนธรรมของชุมชนโดยรอบ ทำให้วัดยังคงมีชีวิต ไม่ได้กลายเป็นเพียงพิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง แต่ยังเป็นสถานที่ทำบุญ ไหว้พระ ขอพร และเรียนรู้ประวัติศาสตร์ในคราวเดียวกัน
เมื่อมองภาพรวมทั้งหมด วัดพุทไธศวรรย์จึงเป็นมากกว่าวัดเก่าแก่ริมแม่น้ำ แต่เป็นจุดเชื่อมระหว่าง “อดีต” กับ “ปัจจุบัน” ที่ชัดเจนที่สุดแห่งหนึ่งของอยุธยา ใครที่อยากสัมผัสเสน่ห์เมืองเก่าที่ไม่ใช่แค่เดินดูซากกำแพง แต่ได้เห็นวัดที่ยังมีพระสงฆ์จำพรรษา มีประเพณีมีชีวิต และยังคงเป็นศูนย์รวมศรัทธาของคนในชุมชน วัดพุทไธศวรรย์คือคำตอบที่ควรปักหมุดไว้ในลิสต์ทริปอยุธยาทุกครั้ง
การเดินทาง ไปวัดพุทไธศวรรย์ (สรุปแบบเข้าใจง่าย) หากใช้รถยนต์ส่วนตัวจากกรุงเทพฯ ให้ใช้ทางหลวงหมายเลข 32 (สายเอเชีย) เข้าพระนครศรีอยุธยา แล้วมุ่งหน้าเข้าสู่ตัวเมือง จากนั้นมุ่งหน้าไปยังสะพานวัดกษัตราธิราชวรวิหาร ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยามายังฝั่งตะวันตก เมื่อพ้นสะพานให้เลี้ยวซ้ายแล้วขับไปตามถนนสายอยุธยา–เสนา จะผ่านวัดไชยวัฒนาราม จากนั้นให้สังเกตป้ายบอกทางไป วัดพุทไธศวรรย์ ซึ่งมีอยู่เป็นระยะ เมื่อถึงทางแยกซ้ายมือให้เลี้ยวเข้าไปตามถนนย่อย จะพบลานจอดรถและทางเข้าวัดที่เห็นองค์ปรางค์ประธานโดดเด่นอยู่ด้านในทันที
สำหรับคนที่ไม่สะดวกขับรถเอง การนั่งรถไฟหรือรถตู้มาลงอยุธยาแล้วต่อรถสองแถวหรือรถตุ๊กตุ๊กไปวัดก็เป็นตัวเลือกที่ดี ค่าโดยสารต่อเที่ยวอยู่ในระดับที่จับต้องได้ แต่ควรแจ้งคนขับให้ชัดเจนว่าไปวัดพุทไธศวรรย์ฝั่งริมแม่น้ำเจ้าพระยา ไม่ใช่วัดอื่น เพื่อป้องกันการสื่อสารคลาดเคลื่อน หากมากันหลายคน การเหมาแท็กซี่หรือรถตู้ท้องถิ่นหนึ่งวันเพื่อเที่ยวหลายวัดรวมกัน จะช่วยประหยัดเวลาและวางแผนเส้นทางได้คุ้มค่ามากขึ้น
| ชื่อสถานที่ | วัดพุทไธศวรรย์ พระอารามหลวง |
| ที่อยู่ | หมู่ 8 ตำบลสำเภาล่ม อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 13000 |
| ลักษณะ / ประเภทสถานที่ | วัดโบราณริมแม่น้ำเจ้าพระยา พระอารามหลวงชั้นสามัญ ศูนย์กลางศรัทธาและการเรียนรู้ประวัติศาสตร์กรุงศรีอยุธยา |
| ยุคสมัย / ปีที่สร้าง | สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้น สร้างราว พ.ศ. 1896 ในรัชกาลสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 (สมเด็จพระเจ้าอู่ทอง) |
| ผู้ก่อตั้ง | สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 (สมเด็จพระเจ้าอู่ทอง) ปฐมกษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยา |
| ผู้ดูแล / เจ้าอาวาส | พระวชิรญาณ (อติโชติ ธมฺมวโร) เจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ (ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามกาลเวลา) |
| จุดเด่นของสถานที่ | ปรางค์ประธานศิลปะขอมบนฐานไพที ระเบียงคดล้อมรอบพระพุทธรูปปิดทอง วิหารพระนอน หมู่เจดีย์โบราณ ประเพณีห่มผ้าพระปรางค์ และบทบาทด้านศิลปะการต่อสู้แบบไทยโบราณ (สำนักดาบพุทไธศวรรย์) |
| ประเพณี / พิธีกรรมสำคัญ | ประเพณีห่มผ้าพระปรางค์วัดพุทไธศวรรย์ในวันเพ็ญเดือน 6 งานทำบุญกฐิน ผ้าป่า และกิจกรรมทำบุญประจำปีของชุมชนตำบลสำเภาล่ม |
| ค่าธรรมเนียม / ค่าเข้าชม | ไม่มีค่าเข้าชม (เข้าชมฟรี ทำบุญตามศรัทธา) |
| วันเปิดทำการ | เปิดทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | ประมาณ 08.00–17.00 น. (ควรตรวจสอบเวลาอีกครั้งก่อนเดินทางในวันที่ต้องการไป) |
| การแต่งกาย | ควรแต่งกายสุภาพ เสื้อมีแขน กระโปรงหรือกางเกงคลุมเข่า หลีกเลี่ยงเสื้อสายเดี่ยว เกาะอก กางเกงขาสั้นมาก และรองเท้าที่เดินสะดวก |
| การเดินทาง | 1) รถยนต์ส่วนตัวจากกรุงเทพฯ: ใช้ทางหลวงหมายเลข 32 (สายเอเชีย) เข้าพระนครศรีอยุธยา มุ่งหน้าเกาะเมือง ข้ามสะพานวัดกษัตราธิราชวรวิหาร เลี้ยวซ้าย ขับผ่านวัดไชยวัฒนารามตามถนนสายอยุธยา–เสนา แล้วเลี้ยวซ้ายตามป้ายเข้าวัดพุทไธศวรรย์ 2) ขนส่งสาธารณะ: นั่งรถไฟหรือรถตู้มาลงตัวเมืองอยุธยา แล้วต่อรถสองแถว รถตุ๊กตุ๊ก หรือมอเตอร์ไซค์รับจ้างไปยังวัดพุทไธศวรรย์ 3) ทางเรือ: ร่วมทริปล่องเรือรอบเกาะเมืองบางเจ้า ที่มีโปรแกรมแวะชมวัดริมแม่น้ำ เช่น วัดไชยวัฒนารามและวัดพุทไธศวรรย์ |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดให้เข้าชมและทำบุญตามปกติ เป็นแหล่งท่องเที่ยวและสักการะยอดนิยมในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง (พร้อมระยะทาง) | 1) วัดไชยวัฒนาราม – ระยะทางประมาณ 3 กม. 2) วัดพระศรีสรรเพชญ์ (ในเกาะเมือง) – ระยะทางประมาณ 4.5 กม. 3) วัดมหาธาตุ – ระยะทางประมาณ 5 กม. 4) วัดพนัญเชิงวรวิหาร – ระยะทางประมาณ 6 กม. 5) ตลาดน้ำอโยธยา – ระยะทางประมาณ 7 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง (พร้อมระยะทางและเบอร์โทร) | 1) Sala Ayutthaya Eatery and Bar – ระยะทางประมาณ 3 กม. โทร. 035-242-588 2) Blue River Ayutthaya – ระยะทางประมาณ 3 กม. โทร. 092-743-2200 3) The Summer House Ayutthaya – ระยะทางประมาณ 4 กม. โทร. 094-224-2223 4) Coffee Old City Thai Bistro – ระยะทางประมาณ 5 กม. โทร. 089-889-9092 |
| ที่พักใกล้เคียง (พร้อมระยะทางและเบอร์โทร) | 1) sala ayutthaya – ระยะทางประมาณ 3 กม. โทร. 035-242-588 2) iuDia on the river – ระยะทางประมาณ 3 กม. โทร. 086-080-1888 3) Baan Tye Wang Guesthouse – ระยะทางประมาณ 3 กม. โทร. 035-323-001 4) Moradok Thai Guesthouse – ระยะทางประมาณ 2 กม. โทร. 097-018-8080 5) San Sook Place Guest House – ระยะทางประมาณ 3 กม. โทร. 081-712-2882 |
| สิ่งอำนวยความสะดวกภายในวัด | ลานจอดรถภายในวัด ห้องน้ำบริการ ร้านค้าจำหน่ายของเบ็ดเตล็ดและของกินเล่นบริเวณทางเข้า พื้นที่นั่งพักริมน้ำเจ้าพระยา และทางเดินชมโบราณสถานรอบปรางค์และระเบียงคด |
| เบอร์ติดต่อวัด / ข้อมูลเพิ่มเติม | โทร. 086-171-7175 (ข้อมูลการติดต่อวัดพุทไธศวรรย์) |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดพุทไธศวรรย์มีค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: ปัจจุบันวัดพุทไธศวรรย์เปิดให้เข้าชมฟรี ไม่มีการเก็บค่าเข้าชม นักท่องเที่ยวสามารถทำบุญตามศรัทธาเพื่อร่วมบูรณะโบราณสถานและสนับสนุนกิจกรรมของวัดได้
ถาม: เวลาที่เหมาะสมที่สุดในการเที่ยวชมวัดพุทไธศวรรย์คือช่วงไหน?
ตอบ: ช่วงเช้าตั้งแต่ประมาณ 08.00–10.00 น. และช่วงเย็นราว 15.30–17.00 น. จะอากาศไม่ร้อนมาก แสงสวย เหมาะทั้งสำหรับเดินชมโบราณสถานและถ่ายภาพ โดยเฉพาะมุมองค์ปรางค์และระเบียงคด
ถาม: สามารถถ่ายภาพและใช้โดรนภายในวัดพุทไธศวรรย์ได้หรือไม่?
ตอบ: สามารถถ่ายภาพท่องเที่ยวทั่วไปได้ แต่ควรหลีกเลี่ยงการปีนป่ายหรือขึ้นไปยืนบนโบราณสถานและฐานพระพุทธรูป ส่วนการใช้โดรนหรือการถ่ายทำเชิงพาณิชย์ ควรติดต่อขออนุญาตเจ้าอาวาสหรือผู้ดูแลวัดล่วงหน้าเพื่อปฏิบัติให้ถูกต้องตามระเบียบ
ถาม: ประเพณีห่มผ้าพระปรางค์วัดพุทไธศวรรย์จัดขึ้นเมื่อไร?
ตอบ: ประเพณีห่มผ้าพระปรางค์วัดพุทไธศวรรย์จะจัดขึ้นในวันเพ็ญเดือน 6 ของทุกปี โดยจะมีทั้งพิธีทำบุญตักบาตร ขบวนแห่ผ้า 3 สีรอบองค์ปรางค์ พิธีบวงสรวง และกิจกรรมมหรสพในช่วงค่ำ บรรยากาศคึกคักและสะท้อนวิถีชุมชนตำบลสำเภาล่มอย่างชัดเจน
ถาม: หากไม่มีรถส่วนตัวจะเดินทางไปวัดพุทไธศวรรย์ได้อย่างไร?
ตอบ: นักท่องเที่ยวสามารถนั่งรถไฟหรือรถตู้มาลงในตัวเมืองพระนครศรีอยุธยา จากนั้นต่อรถสองแถว รถตุ๊กตุ๊ก หรือมอเตอร์ไซค์รับจ้างไปยังวัดพุทไธศวรรย์ได้ โดยควรแจ้งชื่อวัดให้ชัดเจน และหากมาเป็นกลุ่ม การเหมาแท็กซี่หรือรถตู้ท้องถิ่นแบบเหมาต่อวันเพื่อนัดแวะหลายวัดในทริปเดียวจะช่วยให้วางแผนการเดินทางได้สะดวกขึ้น
ถาม: ต้องแต่งกายอย่างไรเมื่อต้องการเข้าชมและไหว้พระที่วัดพุทไธศวรรย์?
ตอบ: แนะนำให้แต่งกายสุภาพ เสื้อมีแขน กางเกงหรือกระโปรงคลุมเข่า รองเท้าที่เดินสะดวก หลีกเลี่ยงเสื้อสายเดี่ยว เกาะอก กางเกงขาสั้นมาก และเสื้อผ้าที่รัดรูปหรือโปร่งบางเกินไป เพื่อความเหมาะสมและเป็นการให้เกียรติสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และพระภิกษุสงฆ์ภายในวัด
แสดงความเห็น
| คำค้น (ขั้นสูง) |
ภูมิภาค
|

หมวดหมู่:
กลุ่ม: