วัดพระศรีสรรเพชญ์

Rating: 3/5 (7 votes)
สถานที่ท่องเที่ยวพระนครศรีอยุธยา
สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย
วันเปิดทำการ: เปิดทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 18.30 น.
วัดพระศรีสรรเพชญ์ คือชื่อที่หลายคนยกให้เป็น “หัวใจของอยุธยา” แบบไม่ต้องพยายามขาย เพราะทันทีที่เดินเข้าเขตโบราณสถาน คุณจะเห็นภาพจำของเมืองมรดกโลกอย่างชัดเจนที่สุด—เจดีย์ทรงลังกา 3 องค์เรียงตัวโดดเด่นอยู่กลางพื้นที่อดีตพระราชวังหลวง และมีวิหารพระมงคลบพิตรอยู่ถัดลงมาทางทิศใต้เพียงไม่ไกล วัดแห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงวัดสวยที่ถ่ายรูปขึ้น แต่เป็นวัดหลวงที่สร้างอยู่ “ในพระราชวัง” และทำหน้าที่คล้ายวัดประจำราชสำนัก จึงมักถูกอธิบายว่าเทียบได้กับวัดพระศรีรัตนศาสดารามในกรุงเทพฯ ในแง่บทบาทเชิงพิธีกรรมและความศักดิ์สิทธิ์ของพื้นที่
ถ้าคุณอยากเข้าใจอยุธยาแบบจับต้องได้ วัดพระศรีสรรเพชญ์เป็นจุดเริ่มที่ดีมาก เพราะเรื่องราวของวัดพาเราไล่ย้อนตั้งแต่ยุคตั้งกรุง ไปจนถึงยุคเสียกรุงและการบูรณะในสมัยใหม่ พื้นที่บริเวณนี้ในสมัยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 (พระเจ้าอู่ทอง) เคยเป็นเขตพระราชมณเฑียร—พูดง่าย ๆ คือเป็นบริเวณที่เกี่ยวข้องกับการประทับของกษัตริย์ ต่อมาสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถทรงย้ายพระราชวังขึ้นไปทางเหนือ แล้วอุทิศที่ดินเดิมให้สร้างวัดขึ้นภายในเขตพระราชวัง โปรดเกล้าฯ ให้จัดเขตพุทธาวาสเพื่อใช้ประกอบพิธีสำคัญต่าง ๆ ทำให้วัดพระศรีสรรเพชญ์มีสถานะพิเศษ คือเป็นวัดที่ “ไม่มีพระสงฆ์จำพรรษา” เพราะไม่ได้ทำหน้าที่เป็นวัดชุมชน แต่เป็นพื้นที่พิธีกรรมของราชสำนักโดยตรง
เมื่อเดินมาถึงช่วงที่ทำให้วัดนี้มีภาพจำชัดที่สุด คือสมัยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 ที่ทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระสถูปเจดีย์ใหญ่ 2 องค์ใน พ.ศ. 2035 องค์แรกอยู่ทางทิศตะวันออกเพื่อบรรจุพระบรมอัฐิของสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถพระราชบิดา และองค์ที่สองคือองค์กลางเพื่อบรรจุพระบรมอัฐิของสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 3 พระบรมเชษฐา ถ้าคุณสังเกตดี ๆ จะเห็นว่า “การวางตำแหน่ง” ของเจดีย์เหล่านี้ไม่ใช่แค่เรื่องความงาม แต่สะท้อนการจัดพื้นที่เชิงอำนาจและการรำลึกถึงพระบรมวงศานุวงศ์ในจุดที่สำคัญที่สุดของราชธานี
ต่อมาใน พ.ศ. 2042 ได้ทรงสร้างพระวิหารขนาดใหญ่ และใน พ.ศ. 2043 ทรงหล่อพระพุทธรูปยืนสูง 8 วา (ประมาณ 16 เมตร) หุ้มทองคำหนัก 286 ชั่ง (ราว 171 กิโลกรัม) ประดิษฐานไว้ในวิหาร มีพระนามว่า “พระศรีสรรเพชญดาญาณ” ซึ่งเป็นพระพุทธรูปสำคัญของวัดและเป็นสัญลักษณ์ความรุ่งเรืองทางศิลปกรรมและเศรษฐกิจของอยุธยา แต่หลังเสียกรุง พ.ศ. 2310 พม่าได้เผาและลอกทองคำออกไปจนหมด เหลือไว้เป็นบาดแผลทางประวัติศาสตร์ที่ทำให้คนรุ่นหลังยิ่งอยากมาเห็นของจริงมากขึ้น—เพราะความยิ่งใหญ่ของอยุธยามัก “ยิ่งชัด” เมื่อเรายืนอยู่ท่ามกลางซากที่ถูกทำลาย
ในสมัยรัตนโกสินทร์ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช โปรดเกล้าฯ ให้อัญเชิญชิ้นส่วนชำรุดของพระประธานองค์นี้ลงมากรุงเทพฯ และนำชิ้นส่วนที่บูรณะไม่ได้บรรจุไว้ในเจดีย์องค์ใหญ่ที่สร้างขึ้น พร้อมพระราชทานชื่อว่า “เจดีย์สรรเพชญดาญาณ” รายละเอียดช่วงนี้ทำให้เห็นว่า แม้กรุงเก่าจะถูกทิ้งร้างไปช่วงหนึ่ง แต่ความหมายของสถานที่ไม่ได้ถูกทิ้งตามไปด้วย ความพยายาม “เก็บรักษา” และ “ตั้งชื่อ” คือการผูกสายใยระหว่างกรุงเก่ากับกรุงใหม่อย่างเป็นทางการ
ส่วนเจดีย์องค์ที่สาม ซึ่งอยู่ถัดไปทางทิศตะวันตก เป็นผลงานในสมัยสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 4 (สมเด็จพระหน่อพุทธางกูร) พระราชโอรส ที่โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเพื่อบรรจุพระบรมอัฐิของสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 เจดีย์ทั้งสามองค์เป็นเจดีย์แบบลังกา และระหว่างเจดีย์แต่ละองค์มีมณฑปก่อคั่นไว้ ซึ่งคาดว่ามีการสร้างเพิ่มเติมราวสมัยสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง และมีร่องรอยการบูรณะอีกครั้งราวรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ ก่อนจะได้รับการบูรณะในยุคสมัยใหม่จนมีสภาพใกล้เคียงที่เราเห็นในปัจจุบัน เรื่องชั้นของการบูรณะเหล่านี้สำคัญมาก เพราะทำให้วัดพระศรีสรรเพชญ์ไม่ใช่ “ซากเดียวจบ” แต่เป็นพื้นที่ที่ผ่านการดูแลและตีความซ้ำในหลายยุคหลายสมัย
การเดินชมวัดพระศรีสรรเพชญ์ให้สนุก ไม่จำเป็นต้องเป็นสายวิชาการ แค่ลองตั้งคำถามกับสิ่งที่เห็นตรงหน้า เช่น ทำไมเจดีย์ต้องเรียงเป็นแนวเดียว ทำไมพื้นที่โล่งกลางวัดถึงให้ความรู้สึกเหมือน “ลานพิธี” มากกว่า “วัดชุมชน” หรือทำไมซากวิหารและฐานอาคารบางส่วนถึงถูกทิ้งให้เป็นร่องรอยมากกว่าจะสร้างใหม่ทับของเดิม เมื่อคิดแบบนี้ คุณจะเริ่มเห็นว่าวัดแห่งนี้เป็น “สถาปัตยกรรมของราชสำนัก” มากกว่า “สถาปัตยกรรมของศรัทธาในชีวิตประจำวัน” และนั่นคือเสน่ห์ที่ทำให้วัดพระศรีสรรเพชญ์ต่างจากวัดอื่นในเกาะเมืองอยุธยาอย่างชัดเจน
อีกอย่างที่คนส่วนใหญ่ชอบคือ “มุมถ่ายรูป” ซึ่งวัดนี้ให้มุมได้หลากหลายตั้งแต่ภาพกว้างที่เก็บเจดีย์ครบสามองค์ ไปจนถึงภาพระยะใกล้ที่เห็นผิวอิฐและรอยปูนเก่าที่สะท้อนกาลเวลา ถ้าชอบแสงนุ่ม ๆ แนะนำช่วงเช้า เพราะเงาจะไม่แข็งมากและคนยังไม่แน่น แต่ถ้าชอบท้องฟ้าใหญ่ ๆ แบบจัดเต็ม ช่วงบ่ายแก่ ๆ ก็ได้ภาพฟ้าและเงาซ้อนที่ดูขลังไปอีกแบบ เพียงเตรียมหมวก น้ำ และกันแดดให้พร้อม เพราะพื้นที่โล่งและแดดอยุธยาขึ้นชื่อว่าไม่ค่อยปรานี
การเดินทาง ถ้ามาจากกรุงเทพฯ ด้วยรถยนต์ส่วนตัว แนวทางที่นิยมคือใช้ถนนสายเอเชีย (ทางหลวงหมายเลข 32) แล้วเข้าเกาะเมืองอยุธยาตามเส้นทางหลักจนถึงถนนศรีสรรเพชญ์ ซึ่งเป็นถนนที่พาเข้าพื้นที่โบราณสถานสำคัญหลายแห่งในโซนพระราชวังหลวง โดยรวมถือว่าเป็นเส้นที่ขับง่ายและเหมาะกับวันเดย์ทริป
หากเดินทางด้วยรถไฟมาลงสถานีอยุธยา โดยทั่วไปสามารถต่อรถสองแถว/รถรับจ้างในพื้นที่เพื่อเข้าโซนเกาะเมืองได้ และหลายคนเลือกเหมาวนหลายวัดในวันเดียวเพราะประหยัดเวลาเรื่องการรอรถ (แนะนำตกลงราคาก่อนออกเดินทางให้ชัดเจน)
เมื่อมาถึงบริเวณวัดแล้ว วิธีเที่ยวให้คุ้มคือ “จัดเป็นกลุ่มโซน” เพราะวัดพระศรีสรรเพชญ์อยู่ใกล้จุดสำคัญหลายแห่งมาก โดยเฉพาะวิหารพระมงคลบพิตรที่อยู่ห่างเพียงประมาณ 0.1 กม. ทำให้เดินเชื่อมกันได้สบาย และยังสามารถไล่ต่อไปยังวัดราชบูรณะ วัดมหาธาตุ หรือพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเจ้าสามพระยาได้โดยไม่ต้องขยับรถบ่อย ถ้าคุณชอบเที่ยวแบบเดินชิล ๆ โซนนี้เป็นโซนที่ตอบโจทย์ที่สุดในอยุธยา
ในแง่มารยาทและการเที่ยวโบราณสถาน แม้วัดพระศรีสรรเพชญ์จะเป็นโบราณสถานกลางแจ้ง แต่ก็ยังเป็นพื้นที่ทางศาสนาและประวัติศาสตร์ที่มีความหมาย แนะนำแต่งกายสุภาพ ไม่ปีนป่ายฐานเจดีย์หรือซากอาคาร และช่วยกันรักษาพื้นที่ให้สะอาดเพื่อให้ภาพของกรุงเก่ายังสวยงามสำหรับคนรุ่นต่อไป สิ่งเล็ก ๆ อย่างการเดินตามทาง การไม่แตะต้องชิ้นส่วนอิฐเก่า และการไม่ทิ้งขยะ คือความเคารพที่ทำได้ง่ายที่สุด
สุดท้าย ถ้าคุณมีเวลาไม่มาก แค่มาที่นี่แห่งเดียวก็ได้ “ภาพรวมอยุธยา” แบบเข้มข้นแล้ว แต่ถ้ามีเวลาเพิ่ม วัดพระศรีสรรเพชญ์จะยิ่งสนุกเมื่อคุณต่อยอดไปดูวัดในแกนเดียวกัน เพราะแต่ละวัดจะเติมคำอธิบายให้กันและกัน เหมือนคุณต่อจิ๊กซอว์เมืองหลวงเก่าให้สมบูรณ์ขึ้นทีละชิ้น และเมื่อเดินออกจากพื้นที่ คุณจะเข้าใจทันทีว่าทำไมวัดนี้ถึงถูกยกให้เป็นหนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญที่สุดของอยุธยา
| ชื่อสถานที่ | วัดพระศรีสรรเพชญ์ (Wat Phra Si Sanphet) |
| ที่ตั้ง/พิกัดพื้นที่ | อยู่ในเขตอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ต.ประตูชัย อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา และตั้งอยู่ทางทิศเหนือของวิหารพระมงคลบพิตร |
| ที่อยู่ | เขตอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ต.ประตูชัย อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา |
| สรุปสถานที่ | อดีตวัดหลวงในเขตพระราชวังหลวงอยุธยา ใช้ประกอบพระราชพิธีสำคัญ ไม่มีพระสงฆ์จำพรรษา โดดเด่นด้วยเจดีย์ทรงลังกา 3 องค์เรียงตัวเป็นเอกลักษณ์ |
| จุดเด่นของสถานที่ | (1) เจดีย์ทรงลังกา 3 องค์, (2) บริบทวัดในพระราชวังหลวงเทียบบทบาทวัดพระแก้ว, (3) เรื่องราวพระศรีสรรเพชญดาญาณและประวัติศาสตร์หลังเสียกรุง, (4) อยู่ใจกลางเกาะเมือง เดินเชื่อมหลายจุดสำคัญได้, (5) มุมถ่ายรูปเชิงประวัติศาสตร์ระดับสัญลักษณ์ของอยุธยา |
| ยุคสมัย/ช่วงเวลา | สมัยอยุธยา (เริ่มสร้างเป็นวัดในราว พ.ศ. 2035 และพัฒนาอย่างต่อเนื่องหลายรัชกาล) |
| หลักฐานสำคัญ/สิ่งที่ควรสังเกต | เจดีย์ 3 องค์ (แบบลังกา), ฐานอาคารวิหาร/มณฑปที่คั่นระหว่างเจดีย์ และโครงรอยซากสถาปัตยกรรมในเขตพระราชวังเดิม |
| ผู้ดูแล/เจ้าอาวาส (ล่าสุด) | เป็นโบราณสถานในเขตอุทยานฯ จึง ไม่มีเจ้าอาวาสประจำ — ผู้ดูแลคือ อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา (กรมศิลปากร) |
| วันเปิดทำการ | เปิดทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 08.00 – 18.30 น. |
| ค่าเข้าชม/บัตรรวม | คนไทย 10 บาท / บัตรรวม 40 บาท, ชาวต่างชาติ 50 บาท / บัตรรวม 220 บาท |
| การเดินทาง | รถยนต์ส่วนตัว: ใช้ทางหลวง 32 (ถนนสายเอเชีย) เข้าเกาะเมือง แล้วไปถนนศรีสรรเพชญ์; รถไฟ: ลงสถานีอยุธยา ต่อรถสองแถว/เหมารถเข้าโซนเกาะเมือง |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดให้เข้าชมในเขตอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา |
| เบอร์ติดต่อ | สำนักงานอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา: 035 245123–4 |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณ) | 1) วิหารพระมงคลบพิตร — 0.1 กม. 2) พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเจ้าสามพระยา — 0.7 กม. 3) วัดมหาธาตุ — 1.0 กม. 4) วัดราชบูรณะ — 1.0 กม. 5) วัดไชยวัฒนาราม — 2.3 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง (ระยะทาง + เบอร์โทร) | 1) Busaba Ayutthaya Cuisine — 0.7 กม. — โทร 084 026 2657 2) บ้านต้นไทร — 0.8 กม. — โทร 081 567 0315 3) โกเจี๊ยบ (พระนอน) — 0.7 กม. — โทร 035 241 437 4) Dessert Bar by Busaba — 0.7 กม. — โทร 084 026 2657 5) Scoops Me Up Gelato Old City — 1.0 กม. — โทร 061 515 9445 |
| ที่พักใกล้เคียง (ระยะทาง + เบอร์โทร) | 1) The Park Ayutthaya Resort and Spa — 0.8 กม. — โทร 086 327 4489 2) Krungsri River Hotel — 2.6 กม. — โทร 035 244 333 3) sala ayutthaya — 3.1 กม. — โทร 035 242 588 4) Kantary Hotel Ayutthaya — 5.2 กม. — โทร 035 337 177 5) Centara Ayutthaya — 6.2 กม. — โทร 035 243 120 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดพระศรีสรรเพชญ์เปิดทุกวันไหม?
ตอบ: เปิดทุกวัน ตามเวลาเข้าชมของอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา
ถาม: เวลาเปิด–ปิดล่าสุดของวัดพระศรีสรรเพชญ์คือกี่โมง?
ตอบ: 08.00 – 18.30 น.
ถาม: วัดพระศรีสรรเพชญ์มีค่าเข้าชมไหม?
ตอบ: มีค่าเข้าชม และมีบัตรรวมของอุทยานฯ ซึ่งช่วยให้เที่ยวหลายโบราณสถานได้คุ้มขึ้น
ถาม: ทำไมวัดพระศรีสรรเพชญ์ถึงไม่มีพระจำพรรษา?
ตอบ: เพราะเป็นวัดหลวงในเขตพระราชวัง ใช้ประกอบพิธีสำคัญของราชสำนัก ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นวัดชุมชน
ถาม: จุดเด่นที่สุดที่ต้องดูให้ครบคืออะไร?
ตอบ: เจดีย์ทรงลังกา 3 องค์เรียงแนวเดียวกัน และการอ่านความหมายของพื้นที่ในฐานะ “วัดประจำพระราชวัง”
ถาม: ถ้าอยากถ่ายรูปให้สวย ควรมาช่วงไหน?
ตอบ: ช่วงเช้าคนยังไม่เยอะและแสงนุ่ม ถ้าชอบท้องฟ้าใหญ่ ๆ ช่วงบ่ายแก่ ๆ ก็ให้ภาพอีกอารมณ์หนึ่ง แต่ควรเตรียมกันแดดและน้ำให้พร้อม
ถาม: เดินเชื่อมไปวิหารพระมงคลบพิตรได้ไหม?
ตอบ: ได้ และอยู่ใกล้มาก เหมาะกับการจัดทริปแบบเดินต่อเนื่องในโซนพระราชวังหลวง
ถาม: ถ้ามาจากกรุงเทพฯ แบบวันเดียว ไปสะดวกไหม?
ตอบ: สะดวกมาก ทั้งขับรถผ่านทางหลวง 32 หรือมารถไฟแล้วต่อรถในพื้นที่เข้าเกาะเมือง
ถาม: หากต้องการสอบถามข้อมูลล่าสุด ควรติดต่อที่ไหน?
ตอบ: ติดต่อสำนักงานอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ตามเบอร์ในตารางสรุป



หมวดหมู่:
กลุ่ม: