ตลาดเศียรช้าง

Rating: 4/5 (5 votes)
สถานที่ท่องเที่ยวพระนครศรีอยุธยา
สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย
วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 10.00–20.00 น.
ตลาดเศียรช้าง (Sian Chang Thai Hip Market) คือหนึ่งในคำตอบของคนที่อยากเที่ยวอยุธยาให้พ้นจากภาพจำเดิม ๆ ที่ผูกอยู่กับวัด โบราณสถาน และเส้นทางในเกาะเมือง เพราะตลาดแห่งนี้เกิดขึ้นจากแนวคิดที่นำวิถีไทยในบรรยากาศแบบกรุงศรีอยุธยามาผสมกับความร่วมสมัยเชิงศิลปะ และเติมไอเดียใหม่ ๆ ให้ความเป็นไทยกลายเป็น “ไทยประยุกต์” ที่ดูสนุก กล้าคิด และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว จนกลายเป็นที่มาของชื่อที่ผู้คนจำได้ทันทีอย่าง “ตลาดเศียรช้าง ไทย ฮิป มาร์เก็ต” หากคุณเป็นคนหนึ่งที่เคยเที่ยวอยุธยาแล้วรู้สึกว่าทริปวนกลับมาที่เดิมซ้ำ ๆ ไม่ว่าจะเป็นวัดดัง ตลาดดัง หรือคาเฟ่ดังที่คนแน่นทุกช่วงเวลา ตลาดเศียรช้างจะให้ประสบการณ์อีกแบบหนึ่งที่มีทั้งศิลปะ การเล่าเรื่อง ความเชื่อแบบร่วมสมัย มุมถ่ายรูปที่ตั้งใจออกแบบ และร้านรวงที่เล่นกับคอนเซปต์ไทยในรูปแบบที่ไม่จำเจ จึงเหมาะกับทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติที่อยากเห็นว่า “ความเป็นไทย” ยังสร้างสรรค์ต่อได้อีกมากแค่ไหนเมื่อถูกเล่าใหม่ด้วยภาษาของยุคปัจจุบัน
ตลาดเศียรช้างตั้งอยู่ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โซนตำบลไผ่ลิง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เดินทางสะดวกและเชื่อมต่อกับเส้นทางท่องเที่ยวหลายจุด โดยแนวทางการเดินทางที่คนพื้นที่และนักท่องเที่ยวใช้กันบ่อยคือ “เข้าทางเดียวกับตลาดน้ำอโยธยา แล้วแยกเข้าไปอีกประมาณ 100 เมตร” จึงทำให้ตลาดเศียรช้างกลายเป็นจุดที่สามารถจัดเป็น “สถานีเสริม” ของทริปอยุธยาได้ง่ายมาก คุณสามารถเที่ยวโซนตลาดและจุดถ่ายรูปในช่วงบ่ายแก่ ๆ แล้วค่อยต่อบรรยากาศช่วงเย็นให้ทริปมีความคึกคักขึ้น หรือจะใช้ตลาดเป็นจุดเริ่มเพื่อพาเพื่อนต่างถิ่นมารู้จักอยุธยาในมุมที่ร่วมสมัย ก่อนค่อยขยับไปวัดและโบราณสถานก็ได้เช่นกัน เพราะข้อดีของตลาดประเภทนี้คือให้ทั้งความบันเทิงและความรู้สึกว่าเราได้ “อ่านความเป็นไทย” ผ่านงานออกแบบและร้านรวงที่มีเรื่องเล่า ไม่ได้เป็นเพียงตลาดขายของเหมือนที่เราเห็นอยู่ทั่วไป
ในเชิงที่มา ตลาดเศียรช้างถูกเล่าถึงว่าเป็นพื้นที่ที่สร้างความตื่นตาตื่นใจด้วยความสร้างสรรค์ศิลปะแบบไทยประยุกต์ และการรวมร้านรวงที่เข้ามาสร้างสีสันด้วยคอนเซปต์แตกต่างกัน จุดนี้ทำให้ตลาดไม่ได้ทำหน้าที่แค่เป็นพื้นที่ซื้อขาย แต่ทำหน้าที่เป็น “ฉากเล่าเรื่อง” ที่ผู้มาเยือนเดินเข้าไปแล้วค่อย ๆ เจอชั้นของบรรยากาศตั้งแต่หน้าทางเข้า ไปจนถึงมุมด้านในที่มีทั้งโซนถ่ายรูป งานศิลป์ขนาดใหญ่ และกิจกรรมเชิงประสบการณ์ที่ทำให้คนรู้สึกอยากใช้เวลาอยู่ในพื้นที่มากขึ้น ความน่าสนใจของตลาดประเภทนี้คือการทำให้คนที่มาเที่ยวรู้สึกว่าไม่ต้องรีบ เพราะทุกมุมมีรายละเอียดให้ดู มีวัตถุให้สังเกต มีความหมายให้ค่อย ๆ อ่าน และมีจังหวะให้หยุดถ่ายรูปแบบไม่ฝืนธรรมชาติของพื้นที่
หนึ่งในภาพจำที่ทำให้ผู้คนพูดถึงตลาดเศียรช้างคือ “พิธีกรรมแห่งการมาถึง” ที่ตลาดทำให้เป็นเรื่องสนุก เช่น การเริ่มต้นด้วยการตีฆ้องเพื่อประกาศว่ามาถึงแล้ว ซึ่งเป็นลูกเล่นที่ทำให้ตลาดดูเหมือนค่ายหรือเมืองจำลองในแบบไทยประยุกต์ จากนั้นผู้มาเยือนจำนวนมากจะนิยมถ่ายรูปกับงานศิลป์และองค์ประกอบต่าง ๆ ที่ถูกจัดวางไว้ให้สอดคล้องกับธีมตลาด ก่อนจะค่อย ๆ เดินต่อไปยังจุดสำคัญอย่างองค์พระพิฆเณศองค์ใหญ่ซึ่งเป็นหมุดหนึ่งของเรื่องราวและความเชื่อในพื้นที่ การมีองค์พระพิฆเณศทำให้ตลาดไม่ได้มีแค่ความฮิป แต่มีมิติของความศรัทธาแบบไทยที่ถูกวางไว้ให้กลมกลืนกับงานออกแบบร่วมสมัย ผู้มาเยือนจำนวนไม่น้อยจะแวะสักการะด้วยความเคารพ แล้วค่อยเดินต่อไปยังฉากหลังที่จำลองบรรยากาศยุคอยุธยาให้คล้ายค่ายศึกหรือเมืองโบราณ ทำให้ภาพถ่ายที่ได้มีทั้งความขลังและความสนุกในเวลาเดียวกัน
อีกจุดที่เป็นไฮไลต์ของตลาดคือการเดินไปเจอ “อุโมงค์เศียรช้าง” ซึ่งให้ความรู้สึกเหมือนเป็นประตูที่พาเราเดินข้ามจากโลกของตลาดร่วมสมัยไปสู่ฉากเล่าเรื่องแบบอยุธยาในจินตนาการ หลายคนชอบมุมนี้เพราะให้ภาพที่แปลกตาและสื่อถึงชื่อของตลาดได้ชัดเจน โดยเมื่อเดินผ่านอุโมงค์และเดินลัดเลาะไปตามทาง คุณจะเริ่มเห็นการจัดวางองค์ประกอบที่ชวนให้นึกถึง “อยุธยาแบบเล่าใหม่” ไม่ว่าจะเป็นพร็อพ ฉาก โคมไฟ และรายละเอียดเล็ก ๆ ที่ทำให้บรรยากาศดูมีชีวิตและมีความตั้งใจ ไม่ใช่แค่การวางของตกแต่งแบบสุ่ม ๆ การทำให้ผู้มาเยือน “เดินตามเรื่องเล่า” คือจุดแข็งของตลาดเศียรช้าง เพราะทำให้คนรู้สึกว่าเที่ยวตลาดครั้งนี้ได้ประสบการณ์มากกว่าการกินและซื้อของฝาก
เมื่อกลับเข้ามาสู่ภายในตลาด คุณจะพบอีกหนึ่งสิ่งที่กลายเป็นตำนานเล่าเรื่องของตลาดเศียรช้าง นั่นคือช้างตัวใหญ่ที่ทำจากรากไม้สักซึ่งใช้เวลาและความพยายามในการเก็บรวบรวมรากไม้เพื่อให้ได้ชิ้นส่วนเว้าโค้งที่พอดีราวกับเนรมิตขึ้น ช้างตัวนี้ถูกเล่าว่าใช้เวลาทำถึง 1 ปีเต็ม และมีชื่อว่า “พลายเลนไทน์” โดยมีเรื่องเล่าว่ากำเนิดในตลาดแห่งนี้เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2554 ภาพของช้างรากไม้สักทำให้ผู้มาเยือนรับรู้ได้ทันทีว่าพื้นที่นี้ให้ความสำคัญกับงานชิ้นใหญ่ที่เป็น “จุดศูนย์กลาง” ของการถ่ายรูปและการจดจำ และเมื่อคุณเดินวนรอบจะสังเกตเห็นองค์ประกอบอย่างปลาตะเพียนสานหลากสีที่ห้อยเรียงรายเต็มไปหมด ซึ่งเชื่อมไปสู่กิจกรรมที่คนจำนวนมากมีส่วนร่วมคือการทำ “ปลาตะเพียนอธิษฐาน” ด้วยการช่วยกันระบายสีปลาตะเพียนสานแล้วนำขึ้นแขวน เป็นประสบการณ์เล็ก ๆ ที่ทำให้ตลาดมีความเป็นส่วนร่วม ไม่ใช่แค่สถานที่ที่คนมาเป็นผู้ชมอย่างเดียว แต่ทำให้คนรู้สึกว่าได้ทิ้ง “ร่องรอยของความตั้งใจ” ไว้ในพื้นที่ด้วย
ความเชื่อเรื่องปลาตะเพียนแขวนเองก็ถูกเล่าควบคู่กับภาพของตลาดว่าในความเชื่อไทยแบบเก่า หากบ้านหรือร้านค้ามีปลาตะเพียนแขวนไว้จะหมายถึงความร่ำรวย ความเจริญรุ่งเรือง และความสมปรารถนา เมื่อเรื่องเล่านี้ถูกนำมาวางไว้ในพื้นที่จริง ผู้มาเยือนจำนวนมากจึงไม่ได้มาเพียงเพื่อถ่ายรูป แต่รู้สึกว่าการแขวนปลาตะเพียนเป็นเหมือนการฝากความหวังเล็ก ๆ ไว้กับทริปในวันนั้น สิ่งนี้คือเสน่ห์ของตลาดที่ทำให้ “ไทยประยุกต์” ไม่ได้หมายถึงการทำให้ไทยดูทันสมัยอย่างผิวเผิน แต่หมายถึงการดึงสาระของความเชื่อและวัฒนธรรมมาปรับรูปแบบการเล่าให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น โดยไม่ต้องตัดรากของความหมายออกไปทั้งหมด
ถ้าพูดถึงภาพจำด้านอาหาร ตลาดเศียรช้างเป็นตลาดที่มีร้านคอนเซปต์จัดและเล่นกับความเป็นไทยในแบบสนุก ๆ จนทำให้การกินกลายเป็นประสบการณ์มากกว่าการแวะซื้อของกินทั่วไป คุณจะพบตัวอย่างร้านที่ถูกพูดถึง เช่น ร้านหงิ่นที่มีแนวทางอาหารและเมนูที่หยิบเอา “ความหากินยาก” หรือความเป็นโบราณมาวางในบริบทใหม่ ร้านมุมอร่อยที่นำส่วนประกอบไทยอย่างปลาทูไปต่อยอดเป็นแฮมเบอร์เกอร์ปลาทูเพื่อทำให้วัตถุดิบไทยกลายเป็นเมนูร่วมสมัย ร้านกะบอกต่อที่ผสมผสานกระบอกไม้ไผ่เข้ากับอาหารจนเกิดชื่อเมนูที่ทำให้คนอยากจำอย่างหมูดอกอ้อและไก่กระบอก ร้านจ๊ำบ๊ะที่นำหวานเย็นไทยมาตกแต่งหน้าตาให้แปลกใหม่เป็นรูปหัวใจและตั้งชื่อให้น่ารักอย่างความรักดอกเหม่ย หรือร้านช็อคโก้คาเฟ่ที่ทำให้ช็อกโกแลต “นอก” ดูเข้าถึงได้ในราคาไทย ๆ พร้อมลูกเล่นอย่างเครื่องทำน้ำพุช็อกโกแลตให้ได้ลองทำด้วยตัวเอง และยังมีร้านลุงพงษ์ลงพุงที่ขายกุนเชียงซึ่งไม่ได้ทำจากหมู แต่ทำจากเนื้อปลาสลิดล้วน ๆ เป็นตัวอย่างว่าตลาดแห่งนี้ตั้งใจทำให้คนรู้สึกว่าอาหารคือพื้นที่ทดลองของความคิดสร้างสรรค์ ไม่ใช่แค่การขายของกินตามกระแส
นอกจากโซนกินแล้ว ตลาดเศียรช้างยังทำให้การเดินช็อปของฝากมีความสนุกด้วยร้านคอนเซปต์จัดที่คนหยิบจับกลับไปได้จริง เช่น ร้านเสื้อ กางเกง กระเป๋า และเครื่องประดับที่ออกแบบให้ดูเก๋ในแบบไทยประยุกต์ แต่ถ้าพูดถึงร้านที่หลายคนจดจำได้ง่าย มักหนีไม่พ้นร้านตกถังข้าวสารที่หยิบ “ความเป็นชาวนาไทย” มานำเสนอด้วยมุมมองร่วมสมัย ผ่านไอเดียการทำแพ็กเกจข้าวสีนิลดำให้คล้ายเครื่องดื่มด้วยคอนเซปต์ข้าวแบล็ค และยังมีพร็อพอย่างถังข้าวสารยักษ์ให้ถ่ายรูปเล่น รวมถึงร้านเซียมซีทีเชิ้ตที่สร้างประสบการณ์ “เสี่ยงดวงก่อนซื้อ” เพื่อให้การเลือกเสื้อยืดของฝากกลายเป็นเรื่องเล่า แต่ในภาพรวมถูกเล่าว่าข้อความมักเป็นมงคล ทำให้คนซื้อรู้สึกสบายใจมากกว่ากังวล นอกจากนี้ยังมีร้านกะลาทองที่รวมของเล่นไม้โบราณในราคาเข้าถึงได้ และร้านเวลา…ดิงดิงที่เป็นมุมสำหรับคนรักการเขียนโปสการ์ด พร้อมถ่ายรูปกับตู้ไปรษณีย์ไทยรุ่นแรกที่หาชมได้ยาก ซึ่งทั้งหมดนี้ทำให้ตลาดดูมีรสนิยมแบบไทย ๆ ที่ถูกเล่าใหม่ ไม่ได้ขายของฝากแบบลอย ๆ แต่ขาย “ฉากและเรื่องราว” ที่ประกอบกันเป็นความทรงจำของการมาเยือน
สิ่งที่ทำให้ตลาดเศียรช้างต่างจากตลาดที่เน้นขายของเพียงอย่างเดียวคือการมีพื้นที่กิจกรรมและการแสดงที่ทำให้ตลาดมีชีวิต โดยหนึ่งในพื้นที่สำคัญคือ “ลานแสดงใหญ่หลังองค์พระพิฆเณศ” ซึ่งถูกเล่าว่ามีการแสดงหลากหลายและเปลี่ยนรูปแบบไปตามช่วงเวลา เช่น หนังกลางแปลงพร้อมเสียงพากย์สด การแสดงที่ผสมความเป็นไทยดั้งเดิมกับจังหวะร่วมสมัยอย่างแหล่ปะทะแร็พ หรือการแสดงเชิงศิลปะการต่อสู้แบบไทยที่นำมาปรับให้เป็นโชว์ในพื้นที่ตลาดอย่างมวยคาดเชือกและมวยแกลบ รวมถึงการแสดงอื่น ๆ อีกหลายรูปแบบที่ตั้งใจทำให้ผู้มาเยือนทั้งชาวไทยและต่างชาติได้ความบันเทิงควบคู่กับการรับรู้วัฒนธรรมไทยในรูปแบบที่เข้าถึงง่าย และบรรยากาศยามเย็นโดยเฉพาะช่วงศุกร์–เสาร์ในบางช่วงจะยิ่งทำให้ตลาดดูคึกคักขึ้นด้วยเสียงดนตรีและการขับร้องสดที่ช่วยเติมความรู้สึกเป็นถนนคนเดินในธีมไทยฮิปได้ชัดเจน
หากคุณต้องการให้การมาเที่ยวตลาดเศียรช้าง “คุ้ม” จริง ๆ วิธีคิดที่ช่วยได้มากคือมองตลาดนี้เป็นพื้นที่ที่ต้องใช้เวลาเดินอ่านรายละเอียดมากกว่าการรีบเดินให้ครบ เพราะเสน่ห์ของตลาดอยู่ที่ความจงใจในการจัดวาง ไม่ว่าจะเป็นมุมถ่ายรูป งานศิลป์ชิ้นใหญ่ ฉากหลังแบบอยุธยาในจินตนาการ หรือองค์ประกอบอย่างโคมไฟและปลาตะเพียนสานที่ทำให้บรรยากาศช่วงเย็นดูอบอุ่นและชวนอยู่ต่อ เมื่อคุณให้เวลากับพื้นที่ คุณจะเริ่มเห็นว่าการออกแบบของตลาดพยายามเชื่อม “ความเป็นไทย” กับ “ความร่วมสมัย” ผ่านสิ่งที่คนจับต้องได้ ทั้งอาหาร ของฝาก และกิจกรรม จึงทำให้การเที่ยวครั้งนี้เหมาะกับทั้งคนที่ชอบถ่ายรูป คนที่อยากพาเพื่อนต่างชาติมาดูไทยแบบไม่จำเจ และคนที่อยากหาที่เดินเล่นในอยุธยาที่ให้ความรู้สึกแตกต่างจากเส้นทางหลัก
ในแง่ช่วงเวลาที่เหมาะกับการไป ตลาดเศียรช้างมักให้บรรยากาศดีที่สุดตั้งแต่บ่ายแก่ ๆ ต่อเนื่องไปถึงช่วงเย็น เพราะแสงจะนุ่มขึ้น อากาศสบายขึ้น และมุมถ่ายรูปจะดูมีมิติ โดยเฉพาะมุมที่มีโคมไฟและปลาตะเพียนสาน หากคุณอยากได้ภาพที่ดูมีเรื่องเล่า การไปช่วงที่เริ่มเปิดไฟจะช่วยให้ตลาดดูมีชีวิตขึ้นทันที แต่ถ้าคุณเดินทางกับผู้สูงอายุหรือเด็กเล็ก การเลือกช่วงเวลาที่แดดไม่แรงจะช่วยให้เดินสบายขึ้น และทำให้การเก็บรายละเอียดของพื้นที่เป็นเรื่องสนุกมากกว่าเหนื่อยจนรีบกลับ นอกจากนี้หากต้องการชมการแสดง ควรเผื่อเวลาอยู่ในตลาดให้มากพอ เพราะบางช่วงกิจกรรมจะเริ่มในเวลาที่ใกล้ค่ำ และการได้ดูการแสดงจะทำให้ทริปตลาดเศียรช้าง “ครบ” ทั้งในมิติการเดิน กิน ถ่ายรูป และเสพความบันเทิงแบบไทยประยุกต์ในพื้นที่เดียว
การเดินทาง ไปตลาดเศียรช้างนิยมใช้รถส่วนตัวเป็นหลัก เพราะสะดวกในการจัดเวลาเที่ยวและต่อทริปไปยังจุดอื่น ๆ ในอยุธยา โดยแนวทางที่คนจำนวนมากใช้อ้างอิงคือเข้าทางเดียวกับตลาดน้ำอโยธยา แล้วแยกเข้าไปอีกประมาณ 100 เมตร ซึ่งโดยทั่วไปมีพื้นที่รองรับการจอดรถ หากคุณเดินทางจากโซนตัวเมืองอยุธยาให้เผื่อเวลาเล็กน้อยเพื่อหลีกเลี่ยงช่วงรถเยอะ โดยเฉพาะวันหยุดและช่วงเย็นที่คนมักออกมาเดินเล่นมากขึ้น และหากคุณตั้งใจเก็บภาพหรืออยากอยู่ต่อช่วงค่ำ การวางแผนให้ไปถึงก่อนเวลาพีคเล็กน้อยจะช่วยให้เดินสบาย เลือกมุมถ่ายรูปได้มากกว่า และมีจังหวะให้ค่อย ๆ ชิมร้านต่าง ๆ โดยไม่ต้องเร่ง
ในภาพรวม ตลาดเศียรช้างคือหนึ่งในสถานที่ที่ช่วยทำให้คำว่า “ที่เที่ยวอยุธยา” มีมิติมากขึ้น เพราะมันเติมองค์ประกอบของศิลปะร่วมสมัยเข้าไปในจังหวัดที่คนส่วนใหญ่มองผ่านเลนส์ประวัติศาสตร์เพียงด้านเดียว และทำให้การเที่ยวอยุธยาในหนึ่งวันหรือหนึ่งทริปสามารถบาลานซ์ได้ทั้งความขลังของวัด ความยิ่งใหญ่ของโบราณสถาน และความสนุกของพื้นที่สร้างสรรค์แบบไทยประยุกต์ในตลาดเดียว หากคุณกำลังมองหาที่เดินเล่น ถ่ายรูป กินของคอนเซปต์แปลกใหม่ และอยากพาเพื่อนหรือครอบครัวมาเที่ยวอยุธยาแบบไม่ซ้ำ ตลาดเศียรช้างคือหมุดที่ควรเก็บไว้ในแผน เพราะให้ทั้งภาพจำและเรื่องเล่ากลับบ้านได้จริง
| ชื่อสถานที่ | ตลาดเศียรช้าง (Sian Chang Thai Hip Market) |
| ที่อยู่ | ตำบลไผ่ลิง หมู่ 7 อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 13000 |
| สรุปสถานที่ | ตลาดธีมไทยประยุกต์ในอยุธยา ผสมวิถีไทยยุคกรุงศรีอยุธยากับศิลปะร่วมสมัย มีมุมถ่ายรูป งานศิลป์ อาหารคอนเซปต์ และกิจกรรมการแสดงในบางช่วง |
| จุดเด่นของสถานที่ | ธีมไทยฮิปถ่ายรูปสนุก, องค์พระพิฆเณศและฉากเล่าเรื่อง, อุโมงค์เศียรช้าง, ช้างรากไม้สัก “พลายเลนไทน์”, ปลาตะเพียนอธิษฐาน, โซนกิน-ช็อปคอนเซปต์จัด, มีพื้นที่การแสดงในบางช่วง |
| ผู้ดูแลล่าสุด | ตลาดเศียรช้าง โทร 082-453-1414, 084-334-6556 |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 10.00–20.00 น. |
| วิธีการเดินทาง | เข้าทางเดียวกับตลาดน้ำอโยธยา แล้วแยกเข้าไปอีกประมาณ 100 เมตร (มีที่จอดรถ) แนะนำรถส่วนตัว |
| สถานะปัจจุบัน | เป็นแหล่งท่องเที่ยว/ตลาดที่เปิดให้เข้าชมได้ |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง พร้อมระยะทาง | 1) ตลาดน้ำอโยธยา – ประมาณ 2 กม. – โทร 035-881-733 2) วัดใหญ่ชัยมงคล – ประมาณ 4 กม. – โทร 035-244-193 3) วัดพนัญเชิงวรวิหาร – ประมาณ 4 กม. – โทร 035-259-818 4) วัดมหาธาตุ – ประมาณ 6 กม. – โทร 035-241-587 5) อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา – ประมาณ 6 กม. – โทร 035-245-123 |
| ร้านอาหารใกล้เคียง พร้อมระยะทาง | 1) The Summer House Ayutthaya – ประมาณ 3 กม. – โทร 083-263-5353 2) Cafe Kantary Ayutthaya – ประมาณ 7 กม. – โทร 035-337-177 3) Malakor Ayutthaya – ประมาณ 7 กม. – โทร 064-535-6441 4) California Steak Restaurant Ayutthaya – ประมาณ 6 กม. – โทร 035-323-088 5) Tapestry Restaurant (Krungsri River Hotel) – ประมาณ 7 กม. – โทร 035-244-333 |
| ที่พักใกล้เคียง พร้อมระยะทาง | 1) Baan Thai House Ayutthaya – ประมาณ 3 กม. – โทร 080-437-4555 2) Ayothaya Hotel – ประมาณ 7 กม. – โทร 086-399-0063 3) Krungsri River Hotel – ประมาณ 7 กม. – โทร 035-244-333 4) Hop Inn Ayutthaya – ประมาณ 7 กม. – โทร 065-945-9002 5) Ayothaya Riverside Hotel – ประมาณ 8 กม. – โทร 035-243-139 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: ตลาดเศียรช้างเหมาะกับใคร?
ตอบ: เหมาะกับคนที่อยากเที่ยวอยุธยาแบบร่วมสมัย ชอบถ่ายรูป ชอบงานศิลป์ไทยประยุกต์ อยากเดินเล่นกินของคอนเซปต์แปลกใหม่ และอยากหาที่เที่ยวที่แตกต่างจากเส้นทางวัดและโบราณสถานแบบเดิม
ถาม: ไฮไลต์ที่คนส่วนใหญ่มาแล้วไม่อยากพลาดคืออะไร?
ตอบ: มุมอุโมงค์เศียรช้าง องค์พระพิฆเณศ งานช้างรากไม้สัก “พลายเลนไทน์” และโซนปลาตะเพียนแขวน/ปลาตะเพียนอธิษฐาน รวมถึงมุมโคมไฟและบรรยากาศช่วงเย็นที่ถ่ายรูปสวยเป็นพิเศษ
ถาม: ควรไปช่วงเวลาไหนถึงจะได้บรรยากาศดีที่สุด?
ตอบ: แนะนำช่วงบ่ายแก่ ๆ ต่อเนื่องถึงเย็น เพราะอากาศจะสบายขึ้นและแสงสวย เหมาะกับการเดินเล่น ถ่ายรูป และเก็บบรรยากาศตลาดให้ครบ
ถาม: มีการแสดงหรือกิจกรรมให้ดูไหม?
ตอบ: มีพื้นที่ลานแสดง และบางช่วงจะมีการแสดงหรือกิจกรรมหมุนเวียน เช่น หนังกลางแปลงพากย์สด และการแสดงรูปแบบไทยประยุกต์ โดยบรรยากาศมักคึกคักขึ้นในช่วงเย็นของวันหยุด
ถาม: ไปตลาดเศียรช้างแล้วมีอะไรน่ากิน?
ตอบ: จุดเด่นคืออาหารที่เล่นคอนเซปต์ไทยแบบสนุก เช่น แฮมเบอร์เกอร์ปลาทู เมนูในกระบอกไม้ไผ่ หวานเย็นหน้าตาใหม่ ช็อกโกแลตคาเฟ่ และของกินที่หยิบวัตถุดิบไทยมาปรับให้ร่วมสมัย
ถาม: การเดินทางไปตลาดเศียรช้างไปอย่างไร?
ตอบ: นิยมใช้รถส่วนตัว เข้าทางเดียวกับตลาดน้ำอโยธยา แล้วแยกเข้าไปอีกประมาณ 100 เมตร โดยทั่วไปมีที่จอดรถ
ถาม: มีที่จอดรถไหม?
ตอบ: มีที่จอดรถในพื้นที่ โดยแนะนำเผื่อเวลาในวันหยุดหรือช่วงเย็น เพราะคนมักมาเดินเล่นมากขึ้น
ถาม: ถ้าอยากสอบถามข้อมูลตลาดควรติดต่ออย่างไร?
ตอบ: สามารถติดต่อโทร 082-453-1414 หรือ 084-334-6556 เพื่อสอบถามรายละเอียดก่อนเดินทาง
แสดงความเห็น
| คำค้น (ขั้นสูง) |
Facebook Fanpage


หมวดหมู่:
กลุ่ม:
ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก
สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ และอนุสาวรีย์(
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(
พระราชวัง(
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(
พิพิธภัณฑ์(
สถานที่ท่องเที่ยวเชิงวิชาการ
พิพิธภัณฑ์เพื่อการศึกษา(
ไร่ สวนเพื่อการศึกษา(
ศูนย์ฝึกอบรม(
มหาวิทยาลัย
สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
วัด(
โบสถ์(
มัสยิด(
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(
โครงการในพระราชดำริ
โครงการหลวง(
หมู่บ้าน ชุมชน(
ตลาดน้ำ(
ธรรมชาติ และสัตว์ป่า
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(
แม่น้ำลำคลอง(
หมู่เกาะ(
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(
บันเทิง และท่องเที่ยวเชิงเกษตร
แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์(
ฟาร์ม, ไร่, สวน, สวนสาธารณะ และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(
บทความท่องเที่ยว, สูตรอาหาร
รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร(