วัดสุวรรณเสวริยาราม

วัดสุวรรณเสวริยาราม

วัดสุวรรณเสวริยาราม
Rating: 3.2/5 (6 votes)
แผนที่ แผนที่ แผนที่ มีแผนที่ มีแผนที่ ไม่มีแผนที่ ไม่มีแผนที่

สถานที่ท่องเที่ยวอ่างทอง

สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 07:30 – 17:00
 
วัดสุวรรณเสวริยาราม (วัดกุฏิ) อ่างทอง เป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์ฝ่ายมหานิกาย ตั้งอยู่ในตำบลตลาดกรวด อำเภอเมืองอ่างทอง จังหวัดอ่างทอง วัดแห่งนี้เหมาะกับคนที่อยากได้ทั้ง “การไหว้พระทำบุญ” และ “การชมศิลปกรรมแบบอ่านประวัติศาสตร์ผ่านผนังโบสถ์” เพราะภายในมีพระพุทธไสยาสน์ขนาดใหญ่ที่เป็นสัญลักษณ์ของวัด มีงานสถาปัตยกรรมที่ช่างท้องถิ่นผสมความเป็นไทยเข้ากับอิทธิพลตะวันตกอย่างนุ่มนวล และมีจิตรกรรมฝาผนังที่สะท้อนรสนิยมศิลปะในช่วงรัตนโกสินทร์ตอนต้นถึงกลาง ซึ่งเป็นยุคที่สยามเปิดรับรูปแบบการมองโลกแบบตะวันตกมากขึ้น แต่ยังคงยืนอยู่บนรากฐานความเชื่อและพุทธศิลป์แบบไทยอย่างชัดเจน
 
ชาวบ้านในพื้นที่เรียกวัดนี้ว่า “วัดกุฏิ” คำว่า “กุฏิ” ในบริบทวัดหมายถึงที่พักอาศัยของพระสงฆ์ การเรียกชื่อวัดด้วยคำที่เป็นภาพจำเช่นนี้สะท้อนความใกล้ชิดระหว่างวัดกับชุมชนอย่างเป็นธรรมชาติ เพราะสำหรับคนลุ่มน้ำภาคกลาง วัดไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ประกอบพิธีกรรม แต่เป็นศูนย์รวมของการศึกษา การทำบุญ การประชุม รวมถึงการช่วยเหลือกันในวันสำคัญต่าง ๆ ของชีวิต ตั้งแต่งานมงคลไปจนถึงงานอวมงคล วัดสุวรรณเสวริยารามจึงมีความหมายแบบ “วัดของชุมชน” ที่อยู่ร่วมกับผู้คนมาอย่างยาวนาน และยังคงมีชีวิตอยู่ในปัจจุบัน
 
ตามประวัติ วัดสุวรรณเสวริยารามสร้างขึ้นเมื่อวันที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2401 ซึ่งอยู่ในช่วงรัชกาลที่ 4 ยุคสมัยนี้เป็นช่วงที่สังคมสยามเริ่มเกิดการเปลี่ยนผ่านหลายด้าน ทั้งด้านการปกครอง การค้าขาย และการรับอิทธิพลทางความคิดจากภายนอกมากขึ้น วัดที่สร้างในช่วงนี้จึงมักสะท้อน “ความร่วมสมัย” ของยุคนั้นผ่านรายละเอียดเล็ก ๆ ในงานช่าง ไม่ว่าจะเป็นสัดส่วนอาคาร ความนิยมการซ่อมสร้างอุโบสถให้มั่นคงแข็งแรง หรือการวาดภาพฝาผนังที่เพิ่มมิติของเงา แสง และบรรยากาศแบบที่จิตรกรรมยุคก่อนหน้าไม่ค่อยเน้นนัก
 
ต่อมาในปี พ.ศ. 2412 วัดได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา ซึ่งเป็นการกำหนดเขตอุโบสถอย่างถูกต้องตามพระวินัยและเป็นหมุดหมายสำคัญของสถานะวัดในทางพระพุทธศาสนา เมื่อวัดมีวิสุงคามสีมาแล้ว การประกอบสังฆกรรมสำคัญ เช่น การอุปสมบท จึงทำได้อย่างสมบูรณ์ตามหลักปฏิบัติ นับจากช่วงนั้นเป็นต้นมา วัดสุวรรณเสวริยารามมีการบูรณะปฏิสังขรณ์อุโบสถและองค์ประกอบต่าง ๆ ให้เป็นระเบียบงดงามขึ้น พร้อมกับการสร้างสรรค์งานจิตรกรรมฝาผนังที่กลายเป็นหนึ่งในเสน่ห์ของวัดในสายตาคนรักศิลปวัฒนธรรม
 
สิ่งที่ทำให้การมาเยือนวัดนี้ “จำได้ทันที” คือพระพุทธไสยาสน์ที่ประดิษฐานอยู่ภายในวิหาร องค์พระมีความยาวประมาณ 10 วา ขนาดที่เมื่อยืนมองใกล้ ๆ จะรับรู้ได้ถึงความตั้งใจในการสร้างให้เป็นพระประธานที่รองรับศรัทธาของคนทั้งชุมชน จุดเด่นอยู่ที่บริเวณรอยพระบาท ซึ่งทำเป็นริ้วลายโค้งเว้าอย่างประณีต เป็นรายละเอียดที่พาให้คนดูหยุดมองและค่อย ๆ อ่านความหมายผ่านลวดลาย เพราะในศิลปะไทย “รอยพระบาท” ไม่ได้เป็นแค่ลวดลายตกแต่ง แต่เป็นสัญลักษณ์ของการระลึกถึงพระพุทธคุณและการดำรงอยู่ของธรรมะในโลกมนุษย์ ความละเอียดอ่อนของริ้วลายจึงเปรียบเหมือนการทำงานบุญด้วยใจที่ตั้งมั่นและไม่ประมาท
 
วิหารที่ประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์ยังน่าสนใจในเชิงสถาปัตยกรรม เพราะเป็นผลงานของช่างท้องถิ่นที่กล้าผสมรูปแบบบางอย่างของศิลปะตะวันตกเข้ากับกรอบความงามแบบไทย ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือการใช้ซุ้มโค้งแบบฝรั่ง ซึ่งช่วยให้พื้นที่ภายในดูโปร่ง มีมิติ และให้ความรู้สึก “ร่วมสมัย” สำหรับยุคนั้น แต่ในขณะเดียวกันองค์ประกอบไทย เช่น สัดส่วนของอาคาร ความสมดุลของช่องเปิด และบรรยากาศที่เอื้อต่อการกราบไหว้ ก็ยังถูกคุมโทนให้สงบและมีศักดิ์สิทธิ์แบบวัดไทยอย่างเดิม การผสมผสานเช่นนี้ทำให้วิหารไม่ได้ดูแปลกแยก หากแต่กลายเป็น “หลักฐานของยุคเปลี่ยนผ่าน” ที่เล่าเรื่องด้วยตัวเองโดยไม่ต้องใช้คำอธิบายยาว ๆ
 
อุโบสถของวัดสุวรรณเสวริยารามคืออีกพื้นที่ที่คนรักงานช่างควรใช้เวลาอยู่ด้วยนานกว่าปกติ เพราะภาพจิตรกรรมฝาผนังภายในโดดเด่นแทบทุกด้าน ภาพเหล่านี้จัดอยู่ในช่วงศิลปะรัตนโกสินทร์ราวรัชกาลที่ 4 ถึงรัชกาลที่ 5 ซึ่งเป็นช่วงที่จิตรกรรมไทยเริ่มรับอิทธิพลการมองภาพแบบตะวันตกมากขึ้น จุดที่สังเกตได้ชัดคือการแรเงาต้นไม้ เมฆ และการทำให้ฉากมีบรรยากาศคล้ายจริงขึ้น ภาพไม่เพียงทำหน้าที่เป็นสื่อศาสนา แต่ยังทำหน้าที่เป็น “หน้าต่างของยุคสมัย” ที่บอกว่าคนในเวลานั้นมองโลก มองธรรมะ และมองความงามอย่างไร ภาพฝาผนังจึงควรถูกอ่านแบบค่อยเป็นค่อยไป เหมือนอ่านหนังสือภาพที่เล่าความเชื่อให้คนรุ่นหลังได้เห็นวิธีคิดของผู้คนในอดีต
 
เมื่อใช้เวลาอยู่ในอุโบสถนานพอ คุณจะเริ่มรู้สึกว่าจิตรกรรมฝาผนังไม่ได้เป็นเพียง “งานสวย” แต่เป็นงานที่ถูกวางเพื่อทำให้ผู้คนอยู่กับสติและศรัทธาได้ง่ายขึ้น ภาพพระพุทธประวัติ ภาพชาดก หรือภาพประกอบธรรมะในแบบที่วัดไทยนิยม ล้วนมีเป้าหมายให้คนดูได้ทบทวนการกระทำของตนเองโดยไม่รู้ตัว บางภาพอาจเน้นความสงบ บางภาพเตือนเรื่องกิเลส บางภาพสื่อความหมายของผลกรรม การอยู่กับภาพเหล่านี้จึงเป็นการทำบุญด้วยสายตาและใจไปพร้อมกัน และยิ่งถ้าคุณตั้งใจมาชมศิลปะจริง ๆ การมองรายละเอียดเล็ก ๆ เช่น วิธีลากเส้นของช่าง สีที่ใช้ และการจัดองค์ประกอบ จะทำให้เห็นความสามารถของช่างท้องถิ่นในยุคที่เครื่องมือไม่ได้สะดวกเหมือนปัจจุบัน แต่กลับทำให้ภาพมีชีวิตและความหมายได้อย่างน่าเคารพ
 
นอกจากองค์พระนอนและจิตรกรรมฝาผนัง วัดสุวรรณเสวริยารามยังมีเจดีย์และพระพุทธรูปปูนปั้นที่น่าสนใจ โดยเฉพาะกรณีของเศียรพระพุทธรูปที่เป็นศิลาทรายแบบอยุธยา ซึ่งนำมาจากวัดโพธิ์ถนนที่ปัจจุบันเป็นวัดร้าง เรื่องราวแบบนี้ทำให้วัดมีมิติทางประวัติศาสตร์เพิ่มขึ้น เพราะสะท้อนวิธีที่ชุมชน “รักษาของเดิม” ผ่านการย้ายชิ้นส่วนที่ยังมีคุณค่ามาประดิษฐานต่อในพื้นที่ที่ยังมีชีวิต การกระทำเช่นนี้ไม่ได้เป็นแค่การนำของเก่ามาใช้ใหม่ แต่เป็นการต่ออายุศรัทธาและทำให้ศิลปวัตถุยังคงมีบทบาทในโลกจริง ไม่ถูกทิ้งให้เงียบงันอยู่ในซากสถานที่เดิม
 
หากมองวัดในฐานะพื้นที่ของชุมชน วัดสุวรรณเสวริยารามยังมีบทบาทด้านการศึกษา เพราะมีอาคารโรงเรียนระดับประถมศึกษาภายในวัด ซึ่งเป็นภาพสะท้อนของวัดไทยจำนวนมากที่เคยเป็นต้นทางของการเรียนรู้ในท้องถิ่น เด็กในชุมชนเติบโตมากับวัด ไม่ว่าจะผ่านการทำบุญในวันพระ การร่วมกิจกรรมวันสำคัญทางพุทธศาสนา หรือการเรียนรู้มารยาทพื้นฐานอย่างการไหว้ การเคารพผู้ใหญ่ และการช่วยงานส่วนรวม สิ่งเหล่านี้ทำให้วัดไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ท่องเที่ยว แต่เป็นพื้นที่ที่สร้าง “ทุนวัฒนธรรม” ให้คนในพื้นที่อย่างเงียบ ๆ และต่อเนื่อง
 
ในมุมของนักท่องเที่ยว วัดนี้เหมาะกับการมาแบบ “ตั้งใจ” มากกว่ามาแบบรีบ ๆ เพราะรายละเอียดของวัดอยู่ในความสงบ ไม่ใช่ความอลังการ หากคุณมาช่วงเช้า คุณจะได้บรรยากาศที่แสงสวย อากาศเย็น และมีโอกาสเห็นวิถีของคนพื้นที่ที่แวะมาทำบุญแบบสั้น ๆ แต่จริงใจ หากมาช่วงบ่ายแก่ ๆ ถึงเย็น บรรยากาศจะนุ่มลง เหมาะกับการเดินชมอาคารและนั่งพักใจหลังกราบพระนอน โดยเฉพาะคนที่ชอบถ่ายภาพเชิงสารคดี คุณจะได้ทั้งภาพสถาปัตยกรรม ภาพลวดลาย และภาพชีวิตชุมชนแบบไม่ต้องจัดฉากมากนัก
 
การเดินทาง ไปวัดสุวรรณเสวริยารามทำได้หลายแบบ หากขับรถจากตัวเมืองอ่างทองสามารถใช้เส้นทางถนนสายอ่างทอง–ไชโย (ทางหลวงหมายเลข 309) มุ่งหน้าไปทางตำบลตลาดกรวด แล้วสังเกตป้ายบอกทางเข้าวัดตามจุดสำคัญต่าง ๆ ในพื้นที่ สำหรับคนที่เดินทางด้วยรถสาธารณะ สามารถใช้รถสองแถวที่วิ่งผ่านตำบลตลาดกรวด หรือเหมารถรับจ้างจากสถานีขนส่งอ่างทองเข้าสู่วัดได้ การวางแผนที่ดีคือเผื่อเวลาไว้สำหรับจอดรถ เดินเข้าพื้นที่ และใช้เวลาในอุโบสถอย่างสุภาพ เพราะหลายคนมาที่นี่เพื่อทำบุญจริง ๆ การรักษาบรรยากาศสงบจึงเป็นการเคารพกันและกัน
 
หากคุณเดินทางจากกรุงเทพฯ แบบไปเช้าเย็นกลับ เส้นทางรถยนต์ส่วนตัวค่อนข้างสะดวก ใช้เวลาเดินทางโดยเฉลี่ยราว 1.5–2.5 ชั่วโมงขึ้นอยู่กับจุดเริ่มต้นและสภาพการจราจร จุดที่ควรตั้งใจคือการจัดลำดับการเที่ยว เพราะจังหวัดอ่างทองมีวัดสำคัญและจุดท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมกระจายอยู่หลายแห่ง คุณสามารถจัดทริปให้วัดสุวรรณเสวริยารามเป็นหนึ่งใน “แกน” ของวัน แล้วแวะวัดใกล้ ๆ เพื่อให้ได้ภาพรวมของพุทธศิลป์ในพื้นที่เดียวกัน เช่น วัดต้นสน วัดอ่างทองวรวิหาร วัดขุนอินทประมูล หรือศาลหลักเมืองอ่างทอง ซึ่งช่วยให้วันเที่ยวมีเรื่องเล่าเชื่อมโยงกันและคุ้มค่าการเดินทาง
 
การเข้าชมภายในวัดควรแต่งกายสุภาพ งดเสียงดังในอุโบสถและวิหาร โดยเฉพาะบริเวณที่มีจิตรกรรมฝาผนัง ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสผนังหรือพิงกำแพง เพราะความชื้นและแรงกดทับอาจกระทบต่อสีและพื้นผิวได้ หากต้องการถ่ายภาพ แนะนำให้ใช้โหมดที่ไม่รบกวนผู้อื่น และหลีกเลี่ยงการใช้แฟลชในพื้นที่ที่มีงานจิตรกรรมเพื่อรักษาสภาพของสีในระยะยาว สิ่งเล็ก ๆ เหล่านี้คือการช่วยกันดูแลวัดให้ยังคงความงามและความหมายต่อไปได้จริง ไม่ใช่แค่ในคำพูด
 
เมื่อมองให้ลึก วัดสุวรรณเสวริยารามเป็นตัวอย่างของวัดราษฎร์ที่มีทั้ง “คุณค่าทางศาสนา” และ “คุณค่าทางวัฒนธรรม” อยู่ในพื้นที่เดียวกัน พระพุทธไสยาสน์เป็นแกนกลางของศรัทธา จิตรกรรมฝาผนังเป็นสมุดบันทึกของยุคสมัย วิหารและอุโบสถเป็นหลักฐานของฝีมือช่างท้องถิ่นในช่วงที่ศิลปะไทยกำลังเปิดรับสิ่งใหม่ ขณะที่บทบาทด้านการศึกษาและกิจกรรมชุมชนทำให้วัดยังคงเป็นพื้นที่มีชีวิต วัดแบบนี้ไม่ได้ชวนให้ตื่นตาตื่นใจด้วยความใหญ่โต แต่ชวนให้สงบ ชวนให้รู้สึกว่าเราได้กลับไปอยู่กับ “ราก” ของวัฒนธรรมไทยอย่างแท้จริง
 
สำหรับคนที่อยากทำความเข้าใจวัดให้มากกว่าเดิม ลองใช้วิธีเดินแบบช้า ๆ เริ่มจากการไหว้พระประธานและพระพุทธไสยาสน์ จากนั้นค่อยขยับไปอ่านรายละเอียดของรอยพระบาทและองค์ประกอบของวิหาร แล้วเข้าไปในอุโบสถเพื่อชมจิตรกรรมฝาผนังแบบไล่สายตาทีละด้าน วิธีนี้ทำให้คุณเห็นความสัมพันธ์ระหว่าง “ความเชื่อ” กับ “ศิลปะ” ได้ชัดขึ้น และเมื่อออกมาข้างนอก ลองสังเกตเจดีย์และพระพุทธรูปปูนปั้นเพื่อเห็นชั้นเชิงการสร้างงานศาสนสถานของชุมชนในอดีต ท้ายที่สุด ความประทับใจของวัดนี้จะไม่ได้อยู่ที่การจำชื่อรายละเอียดทุกอย่างได้ครบ แต่อยู่ที่ความรู้สึกสงบและความเข้าใจว่า วัดหนึ่งวัดสามารถบรรจุทั้งประวัติศาสตร์ ศิลปกรรม และชีวิตผู้คนไว้ในพื้นที่เดียวกันได้อย่างไร
 
ชื่อสถานที่ วัดสุวรรณเสวริยาราม (วัดกุฏิ)
ที่อยู่ ตำบลตลาดกรวด อำเภอเมืองอ่างทอง จังหวัดอ่างทอง 14000
สรุปสถานที่ วัดราษฎร์มหานิกายของชุมชนตลาดกรวด โดดเด่นด้วยพระพุทธไสยาสน์และจิตรกรรมฝาผนังยุครัชกาลที่ 4–5
จุดเด่นของสถานที่ พระพุทธไสยาสน์ยาวราว 10 วา, รอยพระบาททำเป็นริ้วลายโค้งเว้า, วิหารมีซุ้มโค้งแบบฝรั่งผสมศิลปะไทย, จิตรกรรมฝาผนังรัตนโกสินทร์รับอิทธิพลตะวันตก
ยุคสมัย สร้าง พ.ศ. 2401 (รัชกาลที่ 4) และพัฒนาต่อเนื่องในช่วงรัชกาลที่ 4–5
หลักฐานสำคัญ พระพุทธไสยาสน์ในวิหาร, จิตรกรรมฝาผนังในอุโบสถ, เศียรพระพุทธรูปศิลาทรายแบบอยุธยา (นำมาจากวัดโพธิ์ถนน/วัดร้าง)
ที่มาของชื่อ ชาวบ้านเรียก “วัดกุฏิ” โดยคำว่า “กุฏิ” หมายถึงที่อยู่อาศัยของพระสงฆ์
ผู้ดูแล/เจ้าอาวาส (ล่าสุด) พระครูสุวรรณกิตจาภรณ์
วันและเวลาเปิดทำการ ทุกวัน, 07:30 – 17:00
ค่าธรรมเนียม ไม่เก็บค่าเข้าชม
สิ่งอำนวยความสะดวก ลานจอดรถภายในวัด, พื้นที่กราบไหว้/นั่งพัก, ห้องน้ำ (โปรดตรวจสอบหน้างานตามวันและกิจกรรมของวัด)
การเดินทาง รถส่วนตัว: ใช้ทางหลวง 309 (อ่างทอง–ไชโย) เข้าตำบลตลาดกรวด แล้วตามป้ายเข้าวัด; รถสาธารณะ: รถสองแถวผ่านตลาดกรวด/เหมารถจากสถานีขนส่งอ่างทอง
สถานะปัจจุบัน เปิดให้เข้าชมและทำบุญตามวันเวลา (แนะนำหลีกเลี่ยงช่วงพิธี หากต้องการชมจิตรกรรมแบบสงบ)
เบอร์ติดต่อ 035-613-504
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง (ระยะทางโดยรถ) 1) วัดต้นสน – 2.46 กม.
2) วัดอ่างทองวรวิหาร – 2.88 กม.
3) ศาลหลักเมืองอ่างทอง – 3.12 กม.
4) วัดขุนอินทประมูล – 4.59 กม.
5) วัดท่าอิฐ – 5.59 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง (ระยะทางโดยรถ + โทร) 1) ครัวป้าแอ๊ด – ประมาณ 4 กม. – 096-112-2000
2) ร้านอาหารเมืองอ่างทอง – ประมาณ 6 กม. – 081-587-4428
3) ผัดไทยวัดท้องคุ้ง – ประมาณ 7 กม. – 082-233-3887
4) ก๋วยเตี๋ยวทางโค้ง – ประมาณ 7 กม. – 065-275-1898
5) ร้านอ่างทอง (ร้านอาหาร) – ประมาณ 6 กม. – 081-495-0158
ที่พักใกล้เคียง (ระยะทางโดยรถ + โทร) 1) Suphorn Grand Hotel – ประมาณ 6 กม. – 081-551-2828
2) Ang Thong Hotel – ประมาณ 6 กม. – 035-611-667
3) Bualuang Boutique Resort – ประมาณ 7 กม. – 081-495-8884
4) Bualuang Hotel – ประมาณ 6 กม. – 035-611-116
5) Ratchaphruek DC Resort – ประมาณ 7 กม. – 064-786-8263
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดสุวรรณเสวริยาราม (วัดกุฏิ) เปิดทุกวันไหม?
ตอบ: เปิดให้เข้าชมทุกวัน โดยช่วงเวลาที่ระบุคือ 07:30 – 17:00
 
ถาม: ไฮไลต์สำคัญที่สุดของวัดนี้คืออะไร?
ตอบ: พระพุทธไสยาสน์ยาวประมาณ 10 วา และรายละเอียดรอยพระบาทที่ทำเป็นริ้วลายโค้งเว้า รวมถึงจิตรกรรมฝาผนังในอุโบสถที่สะท้อนศิลปะยุครัชกาลที่ 4–5
 
ถาม: ควรใช้เวลาเที่ยววัดนี้นานแค่ไหน?
ตอบ: หากไหว้พระและเดินชมแบบทั่วไปใช้เวลาประมาณ 30–60 นาที แต่ถ้าตั้งใจชมจิตรกรรมฝาผนังและรายละเอียดงานช่าง แนะนำเผื่อเวลา 60–90 นาที
 
ถาม: ถ้าจะไปถ่ายรูปและชมจิตรกรรมฝาผนัง ควรไปช่วงไหนดีที่สุด?
ตอบ: ช่วงเช้าแสงสวยและอากาศสบาย เหมาะกับการถ่ายภาพสถาปัตยกรรม ส่วนช่วงบ่ายแก่ ๆ บรรยากาศจะนุ่ม เหมาะกับการเดินชมแบบสงบและใช้เวลานั่งพักใจ
 
ถาม: การแต่งกายและมารยาทที่ควรรู้เมื่อเข้าชมวิหารและอุโบสถมีอะไรบ้าง?
ตอบ: แต่งกายสุภาพ งดเสียงดัง หลีกเลี่ยงการสัมผัสหรือพิงผนังบริเวณที่มีจิตรกรรม และควรหลีกเลี่ยงแฟลชเพื่อช่วยรักษาสภาพงานศิลป์
 
ถาม: หลังไหว้พระที่วัดสุวรรณเสวริยารามแล้ว ควรไปต่อที่ไหนให้คุ้มในวันเดียว?
ตอบ: สามารถจัดเป็นเส้นทางวัฒนธรรมใกล้ ๆ เช่น วัดต้นสน, วัดอ่างทองวรวิหาร, ศาลหลักเมืองอ่างทอง, วัดขุนอินทประมูล และวัดท่าอิฐ ได้ภายในวันเดียว
แผนที่ วัดสุวรรณเสวริยาราม แผนที่วัดสุวรรณเสวริยาราม
คำค้นคำค้น: วัดสุวรรณเสวริยารามวัดสุวรรณเสวริยาราม วัดกุฏิ อ่างทอง พระพุทธไสยาสน์ อ่างทอง พระนอน อ่างทอง จิตรกรรมฝาผนัง วัดอ่างทอง วัดสวย อ่างทอง ไหว้พระ อ่างทอง เที่ยวอ่างทอง 1 วัน วัดเก่า อ่างทอง วัดราษฎร์ มหานิกาย
ปรับปรุงล่าสุดปรับปรุงล่าสุด: 3 สัปดาห์ที่แล้ว


แสดงความเห็น

แสดงความเห็น




คำค้น (ขั้นสูง)
   
Email :
  รหัสผ่าน :
  สมัครสมาชิก | ลืมรหัสผ่าน
 

 

ภูมิภาค ภูมิภาคhttps://www.lovethailand.org/

https://www.lovethailand.org/อ.เมืองอ่างทอง(28)

https://www.lovethailand.org/อ.ไชโย(5)

https://www.lovethailand.org/อ.ป่าโมก(21)

https://www.lovethailand.org/อ.โพธิ์ทอง(17)

https://www.lovethailand.org/อ.แสวงหา(5)

https://www.lovethailand.org/อ.วิเศษชัยชาญ(34)

https://www.lovethailand.org/อ.สามโก้(3)