วัดท่าอิฐ

วัดท่าอิฐ

วัดท่าอิฐ
Rating: 3.6/5 (10 votes)
แผนที่ แผนที่ แผนที่ มีแผนที่ มีแผนที่ ไม่มีแผนที่ ไม่มีแผนที่

สถานที่ท่องเที่ยวอ่างทอง

สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย

วันเปิดทำการ: เปิดทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 19.00 น.
 
วัดท่าอิฐ จังหวัดอ่างทอง เป็นวัดเก่าแก่ในอำเภอโพธิ์ทองที่มีเอกลักษณ์ชัดเจนทั้งด้านประวัติศาสตร์ของชุมชนและความอลังการของสถาปัตยกรรม โดยเฉพาะ “พระธาตุเจดีย์ศรีโพธิ์ทอง” องค์เจดีย์สีทองที่ตั้งตระหง่านมองเห็นได้แต่ไกลจนกลายเป็นภาพจำของผู้มาเยือนหลายคน วัดตั้งอยู่ที่บ้านท่าอิฐ ตำบลบางพลับ และเป็นจุดหมายที่เหมาะกับนักท่องเที่ยวสายไหว้พระ สายวัดสวย และผู้ที่อยากสัมผัสเรื่องเล่าท้องถิ่นซึ่งผูกโยงกับวิถีช่างและการก่อสร้างวัดสำคัญในพื้นที่อ่างทองมาแต่เดิม
 
ทำเลของวัดท่าอิฐอยู่ตามแนวทางหลวงหมายเลข 3064 โดยเป็นช่วงกิโลเมตรที่ 7 ถึงกิโลเมตรที่ 8 ตามข้อมูลท้องถิ่นที่เล่าต่อกันมา ทำให้การเดินทางด้วยรถยนต์สะดวกและเหมาะสำหรับทริปเช้าไปเย็นกลับหรือการจัดเส้นทางไหว้พระในอ่างทองแบบหลายวัดในวันเดียว บรรยากาศของวัดให้ความรู้สึกโปร่งโล่งในโซนลานและอาคารสำคัญ ขณะเดียวกันองค์เจดีย์ทองจะทำหน้าที่เหมือน “หมุดหมาย” ที่ชวนให้ผู้มาเยือนค่อย ๆ เดินเข้าไปใกล้เพื่อชมรายละเอียดของรูปทรงและสัดส่วนที่ยิ่งใหญ่ของงานก่อสร้างสมัยใหม่ซึ่งตั้งใจสร้างให้เป็นสมบัติของพระพุทธศาสนาและเป็นศูนย์รวมศรัทธาของคนในพื้นที่
 
วัดแห่งนี้มีประวัติการสร้างระบุไว้ว่าเริ่มขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2304 โดยสิ่งที่ทำให้เรื่องเล่าของวัดท่าอิฐน่าสนใจเป็นพิเศษคือที่มาของชื่อ “ท่าอิฐ” ซึ่งสัมพันธ์กับภูมิหลังของพื้นที่เดิมที่เข้าใจกันว่าเป็นแหล่งปั้นและเผาอิฐเพื่อนำไปก่อสร้างงานช่างสำคัญในละแวกใกล้เคียง โดยเฉพาะการนำอิฐไปใช้ก่อสร้างวัดขุนอินทประมูล ชุมชนจึงผูกชื่อพื้นที่เข้ากับบทบาทการขนส่งอิฐอย่างตรงไปตรงมา กล่าวคือเป็น “ท่าขนอิฐ” หรือจุดรวบรวมและเคลื่อนย้ายอิฐก่อนนำไปใช้งานจริง เมื่อมีการสร้างวัดขึ้นในพื้นที่นี้ ชื่อวัดจึงสะท้อนรากเดิมของชุมชนและความทรงจำร่วมของผู้คนว่าเป็น “วัดท่าอิฐ” ซึ่งเป็นชื่อที่บอกเล่าภูมิหลังทางอาชีพและภูมิปัญญาช่างของคนท้องถิ่นได้อย่างมีชีวิตชีวา
 
เมื่อก้าวเข้าสู่เขตวัด ภาพที่เด่นชัดที่สุดคือ “พระธาตุเจดีย์ศรีโพธิ์ทอง” สีทองอร่ามที่ตั้งตระหง่านเป็นฉากหลังของพื้นที่วัด และทำให้วัดท่าอิฐมีอัตลักษณ์ต่างจากวัดใกล้เคียงหลายแห่ง เพราะเจดีย์องค์นี้ไม่ใช่เพียงสิ่งก่อสร้างประกอบทัศนียภาพ แต่ถูกสร้างขึ้นด้วยเจตนารมณ์ทางศาสนาที่ชัดเจนเพื่อเป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ และเป็นพื้นที่ให้พุทธศาสนิกชนได้ใช้ “การมองเห็น” เป็นสะพานเชื่อมศรัทธา กล่าวคือเพียงเห็นเจดีย์จากระยะไกลก็เกิดความรู้สึกอยากเข้าไปกราบไหว้และสำรวมใจตามแบบวัฒนธรรมการเข้าวัดของไทย
 
ในด้านพระประธาน วัดท่าอิฐมีพระพุทธรูปสำคัญที่ชาวบ้านเรียกขานอย่างคุ้นเคย โดยพระประธานในอุโบสถเรียกว่า “หลวงพ่อเพ็ชร” และพระประธานในวิหารเรียกว่า “หลวงพ่อขาว” ซึ่งระบุว่าเป็นพระพุทธรูปที่สร้างในสมัยอยุธยาและมีอายุราวกว่า 200 ปี ประดิษฐานอยู่ในวิหารมหาอุต การมีพระประธานสององค์ที่ชุมชนเรียกชื่อด้วยถ้อยคำง่าย ๆ แต่จำได้ทันที สะท้อนความใกล้ชิดระหว่างวัดกับผู้คนในพื้นที่ เพราะชื่อเรียกแบบชาวบ้านมักเกิดจากการใช้งานจริงในการนัดหมาย ทำบุญ หรือการบอกกล่าวกันในชีวิตประจำวัน และยิ่งทำให้วัดเป็นพื้นที่ศาสนาที่ “เป็นของชุมชน” ไม่ใช่เพียงสถานที่ท่องเที่ยวที่ผ่านแล้วผ่านไป
 
การสักการะหลวงพ่อเพ็ชรและหลวงพ่อขาวนิยมทำด้วยความสำรวม เริ่มจากการไหว้พระ ตั้งจิตอธิษฐาน แล้วค่อยถวายดอกไม้ ธูป เทียนตามความเหมาะสมของพื้นที่วัด ผู้มาเยือนจำนวนมากชอบใช้เวลายืนมองรายละเอียดองค์พระอย่างสงบ เพราะการมองเส้นสายและสัดส่วนของพระพุทธรูปเก่ามักทำให้สัมผัสได้ถึงความตั้งใจของช่างในอดีต รวมถึงบรรยากาศของวิหารมหาอุตที่ให้ความรู้สึกขรึมและนิ่ง ซึ่งเหมาะกับการทำใจให้ช้าลงก่อนออกไปเดินชมลานเจดีย์และพื้นที่รอบวัดต่อ
 
หัวใจของการมาเยือนวัดท่าอิฐสำหรับนักท่องเที่ยวจำนวนมากคือการได้เห็น “พระธาตุเจดีย์ศรีโพธิ์ทอง” ใกล้ ๆ และรับรู้ที่มาของการสร้างเจดีย์องค์นี้อย่างเป็นเรื่องเป็นราว ตามข้อมูลท้องถิ่นระบุว่าราวพุทธศักราช 2535 พระครูสุคนธศีลคุณ (หลวงพ่อหอม) มีดำริจะสร้างเจดีย์ขึ้นในบริเวณวัด โดยกำหนดขนาดความกว้าง 40 เมตร และสูง 73 เมตร รูปแบบศิลปะผสมผสานลังกา–อยุธยา และรัตนโกสินทร์ มีลักษณะเป็นเจดีย์ทรงแปดเหลี่ยม มีองค์ระฆังและปล้องไฉน 32 ปล้อง จุดประสงค์สำคัญคือการทดแทนเจดีย์หลังเดิมที่ผุพังไปตามกาลเวลา และเพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุส่วนพระศอของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า รวมถึงประดิษฐานพระพุทธรูปปางต่าง ๆ ภายในองค์เจดีย์ให้เป็นสมบัติของพระศาสนาและเป็นที่ระลึกถึงพระคุณของพระพุทธเจ้าในด้านศีล สมาธิ และปัญญา
 
ต่อมาในราวพุทธศักราช 2538 ซึ่งเป็นช่วงเริ่มต้นการก่อสร้างเจดีย์ หลวงพ่อหอมได้ตั้งสัจจาธิษฐานเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลในโอกาสที่ทรงห่วงใยอาการพระประชวรของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และมีการระบุว่าได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่อเจดีย์ว่า “พระธาตุเจดีย์ศรีโพธิ์ทอง” อีกทั้งสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีเสด็จมาเปิดในปี พ.ศ. 2543 เหตุการณ์เหล่านี้ทำให้เจดีย์องค์นี้ไม่ได้เป็นเพียงงานสถาปัตยกรรมขนาดใหญ่ แต่เป็น “บันทึกศรัทธา” ที่เชื่อมโยงชุมชน วัด และเหตุการณ์สำคัญของสังคมไทยในยุคสมัยใหม่เข้าด้วยกันอย่างชัดเจน
 
ในเชิงศิลปกรรม ความน่าสนใจของพระธาตุเจดีย์ศรีโพธิ์ทองอยู่ที่การเลือกใช้รูปทรงแปดเหลี่ยมและการจัดชั้นขององค์ระฆังกับปล้องไฉนจำนวนมาก ซึ่งทำให้สัดส่วนของเจดีย์ดู “สูงส่งและสง่า” เมื่อมองจากระยะไกล ขณะเดียวกันสีทองขององค์เจดีย์ทำหน้าที่สะท้อนแสงตามช่วงเวลา โดยช่วงเช้าจะให้โทนสว่างนุ่ม ดูสงบ ส่วนช่วงบ่ายแสงจะแรงขึ้นทำให้ทองดูเด่นเป็นพิเศษ และช่วงเย็นก่อนพระอาทิตย์ตกจะได้มิติของแสงเงาที่ชัด ซึ่งเป็นช่วงที่ผู้ชอบถ่ายภาพสถาปัตยกรรมมักตั้งใจมาเยือน เพราะสามารถเก็บภาพเจดีย์ทองกับท้องฟ้าได้สวยและดูมีพลังโดยไม่ต้องพึ่งเทคนิคมาก
 
การเดินชมรอบองค์เจดีย์จะทำให้เห็นรายละเอียดของฐานและจังหวะของเส้นนำสายตาที่ช่างออกแบบให้ไล่ขึ้นสู่ยอดอย่างต่อเนื่อง ลักษณะเช่นนี้เป็น “ภาษา” ทางสถาปัตยกรรมที่ทำหน้าที่ชวนให้ผู้มาสักการะเงยหน้าและสำรวมใจโดยธรรมชาติ เพราะการเงยหน้ามองงานศิลป์ที่สูงใหญ่ทำให้เกิดความรู้สึกถึงความศักดิ์สิทธิ์และความตั้งใจของผู้สร้าง ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่วัดไทยหลายแห่งใช้สถาปัตยกรรมเป็นสื่อกลางระหว่างศรัทธากับประสบการณ์ของผู้มาเยือนอยู่แล้ว เพียงแต่วัดท่าอิฐเลือกใช้วิธีที่ “เห็นผลทันที” ผ่านความใหญ่และความเด่นขององค์เจดีย์สีทอง
 
นอกจากการชมเจดีย์แล้ว วัดท่าอิฐยังเหมาะกับคนที่อยากเที่ยวแบบได้ทั้งความสงบและความรู้ โดยสามารถเริ่มจากการเข้ากราบหลวงพ่อเพ็ชรในอุโบสถ ต่อด้วยการเข้าสู่วิหารมหาอุตเพื่อสักการะหลวงพ่อขาว แล้วค่อยออกมาเดินชมพระธาตุเจดีย์ศรีโพธิ์ทองอย่างเป็นลำดับ การเรียงกิจกรรมแบบนี้ช่วยให้ทริปไม่เร่งรีบและทำให้ผู้มาเยือนได้ “ทำความรู้จักวัด” ผ่านทั้งพระพุทธรูปสำคัญและสถาปัตยกรรมเด่นของวัดในคราวเดียว
 
หากตั้งใจมาเพื่อถ่ายภาพ แนะนำให้ให้ความสำคัญกับมารยาทการถ่ายภาพในวัด เช่น หลีกเลี่ยงการใช้เสียงดังขณะถ่ายรูป หลีกเลี่ยงท่าทางที่ไม่เหมาะสมหน้าองค์พระหรือในอาคารศาสนสถาน และควรแต่งกายสุภาพตามธรรมเนียมวัฒนธรรมไทย โดยเฉพาะเมื่อเข้าอุโบสถหรือวิหาร การทำเช่นนี้ทำให้การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมมีความราบรื่นและเคารพเจ้าของสถานที่อย่างแท้จริง อีกทั้งยังช่วยให้บรรยากาศของวัดคงความสงบซึ่งเป็นเสน่ห์หลักของการเที่ยววัดในอ่างทอง
 
การเดินทาง ไปวัดท่าอิฐสามารถใช้รถยนต์ส่วนตัวเป็นหลัก โดยให้ไปตามทางหลวงหมายเลข 3064 ช่วงกิโลเมตรที่ 7 ถึงกิโลเมตรที่ 8 แล้วสังเกตป้ายทางเข้าวัดตามข้อมูลท้องถิ่น วัดอยู่ในพื้นที่บ้านท่าอิฐ ตำบลบางพลับ อำเภอโพธิ์ทอง หากเดินทางจากตัวเมืองอ่างทองสามารถขับรถมุ่งหน้าไปทางอำเภอโพธิ์ทองแล้วเชื่อมเข้าสู่เส้น 3064 ได้สะดวก เส้นทางเป็นถนนที่รถเข้าถึงง่าย เหมาะกับทริปครอบครัว ผู้สูงอายุ และผู้ที่ต้องการเที่ยววัดแบบไม่ต้องเดินไกลมาก โดยควรจอดรถในจุดที่วัดจัดไว้หรือบริเวณที่ไม่กีดขวางทางสัญจรภายในวัด
 
ในภาพรวม วัดท่าอิฐเป็นวัดที่มี “เรื่องเล่าต้นทาง” ที่ชัดเจนจากชื่อวัดและที่มาของพื้นที่เดิมซึ่งเกี่ยวข้องกับการปั้นและขนอิฐ อีกทั้งยังมีแกนหลักของการท่องเที่ยวคือพระธาตุเจดีย์ศรีโพธิ์ทองที่โดดเด่นระดับเป็นแลนด์มาร์กของอ่างทอง การมาเยือนจึงให้ทั้งมิติศรัทธา มิติประวัติศาสตร์ชุมชน และมิติการชมสถาปัตยกรรมร่วมสมัยที่ตั้งใจสร้างเป็นสมบัติของพระพุทธศาสนา หากจัดเวลาสัก 1–2 ชั่วโมงก็สามารถเที่ยวได้ครบทั้งการไหว้พระ ชมเจดีย์ และเก็บภาพความประทับใจกลับไปได้อย่างเต็มอิ่ม
 
สรุปสถานที่ วัดเก่าแก่สร้างปี พ.ศ. 2304 ในอำเภอโพธิ์ทอง อ่างทอง เด่นด้วย “พระธาตุเจดีย์ศรีโพธิ์ทอง” สีทองอร่าม และพระประธานสำคัญ “หลวงพ่อเพ็ชร” กับ “หลวงพ่อขาว”
จุดเด่นของสถานที่ พระธาตุเจดีย์ศรีโพธิ์ทอง (กว้าง 40 ม. สูง 73 ม. เจดีย์ทรงแปดเหลี่ยม ปล้องไฉน 32 ปล้อง) / เรื่องเล่าที่มาชื่อ “ท่าอิฐ” / ไหว้หลวงพ่อเพ็ชรและหลวงพ่อขาว
ที่อยู่ บ้านท่าอิฐ ต.บางพลับ อ.โพธิ์ทอง จ.อ่างทอง
วันเปิดทำการ เปิดทุกวัน
เวลาเปิดทำการ 08.00 – 19.00 น.
ผู้ดูแล/เจ้าอาวาส (ล่าสุด) พระครูไพศาลศิลาวัฒน์ ฐานจาโร
โทรศัพท์ติดต่อ 0-3524-6076-7
การเดินทาง ไปตามทางหลวงหมายเลข 3064 ช่วงกม. 7–8 แล้วสังเกตป้ายทางเข้าวัด (พื้นที่บ้านท่าอิฐ ต.บางพลับ อ.โพธิ์ทอง)
สถานะปัจจุบัน เปิดให้เข้าชมและสักการะได้ตามวันและเวลาทำการ
สิ่งอำนวยความสะดวก ที่จอดรถภายในวัด (ตามพื้นที่จัดไว้) / พื้นที่ลานสำหรับเดินชมรอบเจดีย์
ค่าบริการ ไม่ระบุค่าเข้าชม (ทำบุญตามศรัทธา)
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณ) 1) วัดขุนอินทประมูล – 10 กม.
2) วัดม่วง (พระใหญ่) – 25 กม.
3) วัดไชโยวรวิหาร – 22 กม.
4) วัดป่าโมกวรวิหาร – 20 กม.
5) ศูนย์ตุ๊กตาชาววังบ้านบางเสด็จ – 18 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณ + เบอร์โทร) 1) สมบัติโภชนา (อ่างทอง) – 18 กม. – 035-611-003
2) แพอ่างทอง (อ่างทอง) – 18 กม. – 035-611-301
3) บ้านหลบตะวัน คาเฟ่ (อ่างทอง) – 17 กม. – 035-525-975
4) Wooden House Angthong (อ่างทอง) – 17 กม. – 061-012-6668
5) ครัวปลาทู (อ่างทอง) – 19 กม. – 081-858-3363
ที่พักใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณ + เบอร์โทร) 1) โพธิ์ทองอินน์ (โพธิ์ทอง) – 12 กม. – 035-691-139
2) Centerplace Angthong (โพธิ์ทอง) – 13 กม. – 092-691-3355
3) โรงแรมอ่างทอง (เมืองอ่างทอง) – 18 กม. – 035-611-767
4) บัวหลวง บูทีค รีสอร์ท (เมืองอ่างทอง) – 19 กม. – 035-949-850
5) MaPak Homestay (โพธิ์ทอง) – 14 กม. – 092-254-5496
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดท่าอิฐอยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดท่าอิฐอยู่บ้านท่าอิฐ ตำบลบางพลับ อำเภอโพธิ์ทอง จังหวัดอ่างทอง
 
ถาม: วัดท่าอิฐสร้างเมื่อปีใด?
ตอบ: วัดท่าอิฐสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2304
 
ถาม: ที่มาของชื่อ “วัดท่าอิฐ” คืออะไร?
ตอบ: ชื่อวัดมาจากความเชื่อเรื่องพื้นที่เดิมเป็นแหล่งปั้นและเผาอิฐ และเป็นจุดขนส่งอิฐไปใช้ก่อสร้างวัดสำคัญในพื้นที่ จึงเรียกกันว่าเป็นท่าขนอิฐหรือ “ท่าอิฐ”
 
ถาม: ไฮไลท์สำคัญของวัดท่าอิฐคืออะไร?
ตอบ: ไฮไลท์คือ “พระธาตุเจดีย์ศรีโพธิ์ทอง” เจดีย์สีทองขนาดใหญ่ที่เป็นแลนด์มาร์กของวัด และเป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ
 
ถาม: พระธาตุเจดีย์ศรีโพธิ์ทองมีขนาดเท่าไร?
ตอบ: ข้อมูลท้องถิ่นระบุว่ามีความกว้าง 40 เมตร และสูง 73 เมตร เป็นเจดีย์ทรงแปดเหลี่ยม มีปล้องไฉน 32 ปล้อง
 
ถาม: หลวงพ่อเพ็ชรและหลวงพ่อขาวอยู่ส่วนใดของวัด?
ตอบ: หลวงพ่อเพ็ชรเป็นพระประธานในอุโบสถ และหลวงพ่อขาวเป็นพระประธานในวิหาร (วิหารมหาอุต)
 
ถาม: วัดท่าอิฐเปิดให้เข้าชมเวลาใด?
ตอบ: เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 19.00 น.
 
ถาม: ควรแต่งกายอย่างไรเมื่อไปวัดท่าอิฐ?
ตอบ: ควรแต่งกายสุภาพ โดยเฉพาะเมื่อเข้าอุโบสถหรือวิหาร เช่น เสื้อมีแขน กางเกงหรือกระโปรงยาวในระดับเหมาะสม
 
ถาม: ควรไปช่วงเวลาไหนถึงจะถ่ายรูปเจดีย์สีทองได้สวย?
ตอบ: ช่วงเช้าและช่วงเย็นเหมาะกับการถ่ายภาพ เพราะแสงนุ่มและมีมิติ ทำให้สีทองขององค์เจดีย์ดูเด่นและสวยเป็นพิเศษ
 
ถาม: เที่ยววัดท่าอิฐควรเผื่อเวลาเท่าไร?
ตอบ: โดยทั่วไปเผื่อเวลา 1–2 ชั่วโมงจะเที่ยวได้ครบทั้งการไหว้พระและเดินชมรอบพระธาตุเจดีย์
แผนที่ วัดท่าอิฐ แผนที่วัดท่าอิฐ
คำค้น คำค้น: วัดท่าอิฐวัดท่าอิฐ อ่างทอง พระธาตุเจดีย์ศรีโพธิ์ทอง วัดสวยอ่างทอง วัดโพธิ์ทอง ไหว้พระอ่างทอง เจดีย์สีทอง หลวงพ่อเพ็ชร วัดท่าอิฐ หลวงพ่อขาว วัดท่าอิฐ เที่ยวอ่างทอง 1 วัน ที่เที่ยวโพธิ์ทอง
ปรับปรุงล่าสุด ปรับปรุงล่าสุด: 3 สัปดาห์ที่แล้ว


แสดงความเห็น

แสดงความเห็น




คำค้น (ขั้นสูง)
     
Email :
  รหัสผ่าน :
  สมัครสมาชิก | ลืมรหัสผ่าน
 

Facebook Fanpage Facebook Fanpage

 

ภูมิภาค ภูมิภาคhttps://www.lovethailand.org/

ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก

แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(2)

พระราชวัง พระราชวัง(1)

ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(2)

พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(2)

บ้านโบราณ และเมืองโบราณ บ้านโบราณ และเมืองโบราณ(1)

สถานที่ท่องเที่ยวเชิงวิชาการ สถานที่ท่องเที่ยวเชิงวิชาการ

ไร่ สวนเพื่อการศึกษา ไร่ สวนเพื่อการศึกษา(1)

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์

วัด วัด(64/216)

สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(4)

โครงการในพระราชดำริ โครงการในพระราชดำริ

โครงการหลวง โครงการหลวง(2)

วิถีชีวิต วิถีชีวิต

หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(16)

ตลาดท้องถิ่น ตลาดท้องถิ่น(1)

ตลาดน้ำ ตลาดน้ำ(1)

ธรรมชาติ และสัตว์ป่า ธรรมชาติ และสัตว์ป่า

แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(5)

แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(3)

บันเทิง และท่องเที่ยวเชิงเกษตร บันเทิง และท่องเที่ยวเชิงเกษตร

ฟาร์ม, ไร่, สวน, สวนสาธารณะ และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม, ไร่, สวน, สวนสาธารณะ และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(4)

กิจกรรมกลางแจ้ง และกิจกรรมผจญภัย กิจกรรมกลางแจ้ง และกิจกรรมผจญภัย(1)

ช้อปปิ้ง ช้อปปิ้ง

ช้อปปิ้ง และตลาดกลางคืน ช้อปปิ้ง และตลาดกลางคืน(1)

บทความท่องเที่ยว, สูตรอาหาร บทความท่องเที่ยว, สูตรอาหาร

รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร(1)

เมนูอาหารภาคกลาง, สูตรอาหารภาคกลาง เมนูอาหารภาคกลาง, สูตรอาหารภาคกลาง(1)