โครงการศึกษาวิจัยและพัฒนาสิ่งแวดล้อมแหลมผักเบี้ย

โครงการศึกษาวิจัยและพัฒนาสิ่งแวดล้อมแหลมผักเบี้ย

โครงการศึกษาวิจัยและพัฒนาสิ่งแวดล้อมแหลมผักเบี้ย
Rating: 4.3/5 (4 votes)
แผนที่ แผนที่ แผนที่ มีแผนที่ มีแผนที่ ไม่มีแผนที่ ไม่มีแผนที่

สถานที่ท่องเที่ยวเพชรบุรี

สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย

วันเปิดทำการ: วันจันทร์–ศุกร์ (แนะนำประสานงานล่วงหน้าหากเข้าชมเป็นหมู่คณะ)
เวลาเปิดทำการ: 08:30 – 16:30 น. (วันเสาร์–อาทิตย์ 08:30 – 12:00 น.)
 
โครงการศึกษาวิจัยและพัฒนาสิ่งแวดล้อมแหลมผักเบี้ย จังหวัดเพชรบุรี คือ “ต้นแบบระดับประเทศ” ของการแก้ปัญหาน้ำเสียและขยะด้วยแนวคิดธรรมชาติช่วยธรรมชาติ โดยออกแบบระบบบ่อบำบัดและพื้นที่ชุ่มน้ำเทียมให้เลียนแบบระบบนิเวศจริง ลดภาระมลพิษก่อนปล่อยคืนสู่สิ่งแวดล้อมอย่างปลอดภัย พร้อมเปิดเป็นแหล่งเรียนรู้เชิงปฏิบัติสำหรับนักเรียน นักศึกษา หน่วยงาน และประชาชนทั่วไป
 
โครงการศึกษาวิจัยและพัฒนาสิ่งแวดล้อมแหลมผักเบี้ย ตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลแหลมผักเบี้ย อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริที่มุ่งจัดการ “น้ำเสียและขยะ” ด้วยหลักคิดที่เรียบง่ายแต่ทรงพลัง คือให้ธรรมชาติเป็นเครื่องมือหลักในการฟื้นฟูธรรมชาติ แนวคิดนี้ไม่ได้เป็นเพียงสโลแกน หากเป็นกรอบการออกแบบระบบบำบัดที่อาศัยกระบวนการชีวภาพและสมดุลของระบบนิเวศเป็นหัวใจสำคัญ แล้วค่อยเสริมด้วยการจัดการแบบวิศวกรรมเท่าที่จำเป็น เพื่อให้เหมาะกับบริบทของประเทศไทยที่มีภูมิอากาศเขตร้อนชื้น และมีศักยภาพด้านการย่อยสลายทางชีวภาพสูง
 
หากมองปัญหาสิ่งแวดล้อมในมุมของผู้คนที่อยู่ปลายน้ำ น้ำเสียในเมืองไม่ได้จบแค่กลิ่นหรือความสกปรก แต่มันไหลไปสู่คลอง แม่น้ำ ปากอ่าว และทะเล กระทบต่อการประมง การท่องเที่ยว และคุณภาพชีวิตของชุมชนชายฝั่งโดยตรง ขยะก็เช่นเดียวกัน หากจัดการด้วยการฝังกลบเพียงอย่างเดียว ปลายทางจะสะสมปัญหาเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งน้ำชะขยะ กลิ่น และพื้นที่ที่ต้องใช้มากขึ้น โครงการแหลมผักเบี้ยจึงถูกพัฒนาขึ้นเพื่อพิสูจน์ว่า เราสามารถทำระบบบำบัดของเสียที่ “มีประสิทธิภาพ ประหยัด ขยายผลได้จริง” โดยไม่ต้องพึ่งเทคโนโลยีราคาแพงหรือพลังงานสูงเกินความจำเป็น
 
จุดเริ่มต้นของโครงการเชื่อมโยงกับพระราชดำริเมื่อวันที่ 12 กันยายน 2533 ที่ทรงให้ความสำคัญกับการบำบัดน้ำให้สะอาดก่อนปล่อยลงสู่แหล่งน้ำหรือทะเล และชี้ให้เห็นว่าหากออกแบบระบบให้สอดคล้องกับธรรมชาติ การทำให้น้ำดีขึ้น “ไม่ใช่เรื่องยาก” ประเด็นสำคัญคือการจัดลำดับกระบวนการให้เป็นขั้นเป็นตอน ให้จุลินทรีย์ พืชน้ำ และดินได้ทำงานตามบทบาทของตัวเองในระบบนิเวศจริง โครงการนี้จึงถูกวางเป็นพื้นที่ทดลองเชิงปฏิบัติ เพื่อให้ได้คำตอบที่ตรวจสอบได้และนำไปใช้ซ้ำได้ในพื้นที่อื่นของประเทศ
 
ทำเลที่ตั้งของแหลมผักเบี้ยเหมาะสมกับการพัฒนาระบบธรรมชาติ เพราะเป็นพื้นที่ราบชายฝั่ง มีพื้นที่เพียงพอสำหรับทำ “บ่อบำบัดแบบบ่อผึ่ง” (Waste Stabilization Ponds) และพื้นที่ชุ่มน้ำเทียม (Constructed Wetland) ที่ต้องอาศัยพื้นที่มากกว่าระบบเชิงกล แต่แลกกับต้นทุนการเดินระบบที่ต่ำกว่าและดูแลง่ายกว่าในระยะยาว ระบบบ่อผึ่งหลายระดับช่วยให้การย่อยสลายสารอินทรีย์เกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยธรรมชาติของบ่อจะเกิดการทำงานร่วมกันระหว่างจุลินทรีย์ แสงแดด ออกซิเจน และการตกตะกอน ทำให้ความสกปรกของน้ำลดลงตามลำดับขั้น ก่อนเข้าสู่ขั้นตอน “กรองซ้ำ” ผ่านพืชและดินในพื้นที่ชุ่มน้ำเทียม
 
หัวใจของแนวคิดธรรมชาติช่วยธรรมชาติอยู่ตรงการปล่อยให้กระบวนการทางชีวภาพทำงานในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม บ่อบำบัดไม่ใช่เพียงบ่อน้ำขนาดใหญ่ แต่เป็นพื้นที่ที่ถูกออกแบบให้เวลาในการกักเก็บ (retention time) เพียงพอให้จุลินทรีย์ย่อยสลายสารอินทรีย์ ลดค่าความสกปรกทางชีวภาพ (BOD) และช่วยให้คุณภาพน้ำค่อย ๆ ดีขึ้น เมื่อความสกปรกถูกลดลงในบ่อระดับต้น ๆ น้ำที่ผ่านการปรับสภาพแล้วจึงเข้าสู่บ่อและพื้นที่ที่เน้นการเติมออกซิเจน การใช้พืชน้ำ และการกรองผ่านดิน เพื่อดึงสารอาหารส่วนเกินออกจากระบบ ลดโอกาสเกิดน้ำเน่าและสภาวะขาดออกซิเจนเมื่อปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ
 
พื้นที่ชุ่มน้ำเทียมเป็นองค์ประกอบที่ทำให้โครงการนี้ถูกจดจำในฐานะต้นแบบ เพราะพื้นที่ดังกล่าวจำลองกลไกของพื้นที่ชุ่มน้ำจริงให้ทำงานอย่างเป็นระบบ พืชน้ำท้องถิ่น เช่น ธูปฤาษี กก และพืชที่เหมาะกับสภาพพื้นที่ชุ่มน้ำ จะช่วยดูดซับไนโตรเจนและฟอสฟอรัส ซึ่งเป็นสารอาหารสำคัญที่หากมีมากเกินไปจะกระตุ้นการเจริญของสาหร่ายและทำให้น้ำเสื่อมคุณภาพ ขณะเดียวกัน จุลินทรีย์ในดินและบริเวณรากพืชจะทำหน้าที่กรอง ย่อยสลาย และเปลี่ยนรูปสารบางชนิดให้ลดความเป็นพิษหรืออยู่ในรูปที่ไม่ก่อผลกระทบต่อระบบนิเวศมากนัก ผลลัพธ์คือคุณภาพน้ำดีขึ้นอย่างชัดเจนก่อนปล่อยลงสู่ทะเลอ่าวไทย
 
อีกมิติหนึ่งที่ทำให้โครงการแหลมผักเบี้ยโดดเด่น คือการไม่มองน้ำเสียแยกจากขยะ เพราะในชีวิตจริง “ของเสีย” มักมาเป็นชุดเดียวกัน ทั้งน้ำเสียจากครัวเรือน/ชุมชน เศษอาหาร วัสดุเหลือใช้ และขยะอินทรีย์ โครงการจึงทดลองแนวทางจัดการขยะด้วยการหมักย่อยสลาย การทำปุ๋ยอินทรีย์ และการนำทรัพยากรกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ ลดปริมาณที่ต้องนำไปฝังกลบ และลดภาระการขนส่งขยะไปยังปลายทางที่ห่างไกล แนวทางนี้สอดคล้องกับการจัดการทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า และสอดรับกับหลักคิดด้านความพอดีและความยั่งยืนในระดับชุมชน
 
เมื่อพื้นที่ได้รับการฟื้นฟู คุณค่าที่เกิดขึ้นไม่ได้มีแค่ “ตัวเลขคุณภาพน้ำ” แต่รวมถึงความหลากหลายทางชีวภาพที่กลับมาอย่างเป็นรูปธรรม ระบบนิเวศที่ดีขึ้นเอื้อต่อการเกิดแหล่งอาหารและแหล่งอาศัยของสัตว์น้ำขนาดเล็ก แมลง และนกในพื้นที่ชุ่มน้ำและชายฝั่ง โครงการจึงกลายเป็นแหล่งเรียนรู้ที่เห็นผลได้ด้วยสายตา ผู้มาเยือนมักได้สัมผัสภาพของระบบนิเวศที่ทำงานจริง และเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างกิจกรรมมนุษย์กับธรรมชาติได้ชัดขึ้นว่า “การจัดการของเสียที่ดี” คือการป้องกันไม่ให้ภาระถูกโยนไปให้ปลายน้ำ
 
ในเชิงการเรียนรู้ โครงการนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการศึกษาดูงาน เพราะสามารถเชื่อมโยงได้หลายสาขา ตั้งแต่วิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม ชีววิทยา จุลชีววิทยา เคมีสิ่งแวดล้อม วิศวกรรมสิ่งแวดล้อม ไปจนถึงการบริหารจัดการชุมชน นักเรียนและนักศึกษาจะได้เห็นว่าคำว่า BOD, COD, สารอาหารในน้ำ หรือระบบนิเวศ ไม่ใช่ทฤษฎีในหนังสือ แต่เป็นสิ่งที่ถูกจัดการได้จริงผ่านการออกแบบพื้นที่และกระบวนการที่ถูกต้อง ส่วนหน่วยงานท้องถิ่นหรือเทศบาลสามารถนำบทเรียนไปปรับใช้กับระบบบำบัดของตัวเอง โดยเฉพาะพื้นที่ที่ต้องการระบบดูแลง่าย ใช้พลังงานต่ำ และเดินระบบได้ต่อเนื่องในระยะยาว
 
สำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไป โครงการแหลมผักเบี้ยให้ประสบการณ์แบบ “ท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้” ที่ไม่เร่งรีบ จุดเด่นคือการได้เดินชมพื้นที่จริง เห็นบ่อบำบัด เห็นสภาพแวดล้อมของพื้นที่ชุ่มน้ำเทียม และรับรู้การทำงานของธรรมชาติในฐานะเครื่องมือจัดการสิ่งแวดล้อม ซึ่งต่างจากการท่องเที่ยวที่เน้นการถ่ายรูปเช็กอินเพียงอย่างเดียว ที่นี่คุณจะได้กลับไปพร้อมความเข้าใจว่า การรักษาทะเลให้ใสสะอาด เริ่มตั้งแต่การจัดการน้ำเสียให้ดีตั้งแต่ต้นทาง และการจัดการขยะให้ลดลงตั้งแต่ในครัวเรือน
 
เสน่ห์ของแหลมผักเบี้ยยังอยู่ที่บรรยากาศชายฝั่งของอำเภอบ้านแหลมที่สงบและเป็นธรรมชาติ เส้นทางเลียบทะเลมีวิวทุ่งนาเกลือและวิถีชีวิตชุมชนชายฝั่งประกอบอยู่ตลอดทาง ทำให้การเดินทางมาที่นี่ไม่ได้เป็นเพียงการไปถึง “สถานที่หนึ่ง” แต่เป็นการเดินทางผ่านภูมิทัศน์เศรษฐกิจและวัฒนธรรมของเพชรบุรีฝั่งทะเล ซึ่งมีทั้งปากอ่าว แหล่งประมงพื้นบ้าน นาเกลือ และชุมชนที่ผูกชีวิตกับทะเลมาอย่างยาวนาน เมื่อมองภาพรวม โครงการแหลมผักเบี้ยจึงเป็นเหมือนจุดศูนย์กลางของบทสนทนาเรื่องสิ่งแวดล้อมที่เชื่อม “เมือง–ชุมชนชายฝั่ง–ทะเล” เข้าไว้ด้วยกันอย่างเป็นระบบ
 
อีกสิ่งที่ทำให้โครงการนี้มีน้ำหนักในฐานะต้นแบบระดับประเทศ คือการเป็นงานเชิง “พิสูจน์แนวทาง” มากกว่าการเป็นเพียงสถานที่ให้ความรู้ เพราะมีการทดลองและพัฒนากระบวนการอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ได้รูปแบบที่เหมาะสมกับสภาพจริงของประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นสภาพอากาศที่มีฝนตามฤดูกาล อุณหภูมิที่เอื้อต่อการทำงานของจุลินทรีย์ หรือข้อจำกัดด้านงบประมาณและการดูแลขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในมุมนี้ โครงการแหลมผักเบี้ยจึงเป็นทั้งห้องทดลองกลางแจ้งและพื้นที่สาธิตที่ทำให้ผู้มาศึกษาดูงาน “นำกลับไปใช้ได้จริง” ไม่ใช่เพียงรับฟังแนวคิดแล้วจบลงที่ความประทับใจ
 
หากคุณตั้งใจมาแบบจริงจัง การเยี่ยมชมจะยิ่งมีคุณค่าเมื่อเตรียมคำถามล่วงหน้า เช่น ระบบบ่อบำบัดแบ่งขั้นตอนอย่างไร เหตุใดต้องมีบ่อหลายระดับ พื้นที่ชุ่มน้ำเทียมต้องดูแลพืชอย่างไรเพื่อให้ทำงานได้ต่อเนื่อง คุณภาพน้ำวัดด้วยตัวชี้วัดใด และมีการติดตามผลอย่างไรในแต่ละฤดูกาล คำถามเหล่านี้จะทำให้การเยี่ยมชมไม่ใช่การเดินดูสถานที่ แต่เป็นการเรียนรู้กลไกที่อยู่เบื้องหลัง และทำให้มองเห็นภาพว่าหลักการเดียวกันสามารถถูกย่อส่วนหรือขยายผลให้เหมาะกับโรงเรียน ชุมชน หรือเทศบาลขนาดเล็กได้อย่างไร
 
ในแง่การวางแผนทริป โครงการเหมาะกับการไปเช้าเย็นกลับ หรือจับคู่กับแหล่งท่องเที่ยวชายฝั่งใกล้เคียง เช่น หาดเจ้าสำราญ หาดปึกเตียน หรือการแวะชิมอาหารทะเลและสัมผัสวิถีชุมชนปากอ่าวในโซนบ้านแหลม การจัดทริปแบบนี้จะทำให้ผู้เดินทางเห็นภาพครบวงจรของ “ทรัพยากรชายฝั่ง” ตั้งแต่ระบบจัดการของเสีย การฟื้นฟูระบบนิเวศ ไปจนถึงวิถีประมงและการท่องเที่ยวที่พึ่งพาความสมบูรณ์ของทะเลเป็นฐานเศรษฐกิจ
 
การเดินทาง จากตัวเมืองเพชรบุรีเดินทางไปโครงการได้สะดวก ระยะทางประมาณ 15 กิโลเมตร โดยใช้เส้นทางมุ่งหน้าอำเภอบ้านแหลมและเข้าสู่ตำบลแหลมผักเบี้ย เหมาะสำหรับรถยนต์ส่วนตัวและรถตู้ศึกษาดูงาน เส้นทางโดยรวมขับง่ายและสามารถวางแผนเป็นทริปครึ่งวันได้ หากเดินทางเป็นหมู่คณะควรประสานงานล่วงหน้าเพื่อความคล่องตัวในการเข้าชมและการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
 
สิ่งที่ผู้มาเยือนจำนวนมากจดจำได้หลังออกจากแหลมผักเบี้ย ไม่ใช่เพียงภาพบ่อบำบัดหรือพืชน้ำ แต่คือการตระหนักว่า “ระบบนิเวศเป็นเทคโนโลยีของธรรมชาติ” ที่เราสามารถเรียนรู้และออกแบบให้ทำงานเพื่อสังคมได้ หากเราให้พื้นที่ ให้เวลา และให้เงื่อนไขที่เหมาะสม โครงการนี้จึงเป็นบทเรียนสำคัญว่า การพัฒนาไม่จำเป็นต้องแลกกับสิ่งแวดล้อมเสมอไป และการแก้ปัญหาใหญ่ระดับประเทศอาจเริ่มจากแนวคิดที่เรียบง่าย แต่ลงรายละเอียดอย่างเป็นระบบและทำซ้ำได้จริง
 
ชื่อสถานที่ โครงการศึกษาวิจัยและพัฒนาสิ่งแวดล้อมแหลมผักเบี้ย
ที่อยู่ ตำบลแหลมผักเบี้ย อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี 76100
สรุปลักษณะเด่น ต้นแบบการบำบัดน้ำเสียและจัดการขยะด้วยระบบธรรมชาติ (บ่อผึ่ง + พื้นที่ชุ่มน้ำเทียม) ตามแนวคิด “ธรรมชาติช่วยธรรมชาติ”
ยุคเริ่มต้น เริ่มต้นจากพระราชดำริปี 2533
หลักฐาน/จุดเรียนรู้สำคัญ ระบบบ่อบำบัดแบบธรรมชาติหลายระดับ, พื้นที่ชุ่มน้ำเทียม, แนวทางจัดการขยะอินทรีย์/ทำปุ๋ย, เส้นทางเรียนรู้ระบบนิเวศชายฝั่ง
สิ่งอำนวยความสะดวก พื้นที่เรียนรู้ภาคสนาม, จุดศึกษาระบบบำบัด, เส้นทางเดินชมธรรมชาติ (ตามรูปแบบการเข้าชมของพื้นที่)
ค่าเข้าชม เข้าชมฟรี (แนะนำประสานงานล่วงหน้าเมื่อเข้าชมเป็นหมู่คณะ)
สถานะปัจจุบัน แหล่งเรียนรู้และศึกษาดูงานด้านสิ่งแวดล้อมระดับประเทศ
เบอร์โทรติดต่อ 0 3244 1264-5
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณ) 1) หาดเจ้าสำราญ – ประมาณ 5 กม.
2) หาดแหลมหลวง – ประมาณ 4 กม.
3) Kanghuntong Salt Spa – ประมาณ 8 กม.
4) หาดปึกเตียน – ประมาณ 11 กม.
5) เขตปากอ่าวบางตะบูน/ชุมชนบางตะบูน – ประมาณ 15 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณ + เบอร์โทร) 1) บ้านปูเป็น 2 สาขาแหลมผักเบี้ย – ประมาณ 1 กม. – 088-194-4172
2) ร้านอาหารบ้านทะเล แหลมผักเบี้ย – ประมาณ 2 กม. – 085-405-2856
3) Sand Beach Club (หาดเจ้าสำราญ) – ประมาณ 6 กม. – 096-098-7980
4) แม่ลูกหวาน อาหารทะเล (หาดเจ้าสำราญ) – ประมาณ 6 กม. – 081-981-9640
5) เป็น 1 ซีฟู้ด (หาดเจ้าสำราญ) – ประมาณ 6 กม. – 086-001-4173
ที่พักใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณ + เบอร์โทร) 1) i Tara Resort & Spa – ประมาณ 2–3 กม. – 032-770-777
2) Fisherman’s Resort – ประมาณ 5 กม. – 032-478-020
3) Seaman Resort – ประมาณ 4–5 กม. – 092-165-6547
4) ชมทะเลรีสอร์ท (Chomtalay Resort) – ประมาณ 3 กม. – 032-478-488
5) Eco Moment Beach Resort – ประมาณ 4 กม. – 032-770-555
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: โครงการศึกษาวิจัยและพัฒนาสิ่งแวดล้อมแหลมผักเบี้ยคืออะไร?
ตอบ: เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริที่พัฒนาต้นแบบการบำบัดน้ำเสียและจัดการขยะด้วยระบบธรรมชาติ โดยใช้บ่อผึ่งและพื้นที่ชุ่มน้ำเทียมเป็นหัวใจของกระบวนการ
 
ถาม: เปิดให้เข้าชมวันไหนและเวลาใด?
ตอบ: วันจันทร์–ศุกร์ 08:30 – 16:30 น. และวันเสาร์–อาทิตย์ 08:30 – 12:00 น. หากเข้าชมเป็นหมู่คณะแนะนำประสานงานล่วงหน้า
 
ถาม: เข้าชมมีค่าใช้จ่ายหรือไม่?
ตอบ: เข้าชมฟรี โดยกลุ่มศึกษาดูงานควรติดต่อประสานงานล่วงหน้าเพื่อจัดรูปแบบการเข้าชมให้เหมาะสม
 
ถาม: จุดเด่นของโครงการที่ทำให้ต่างจากระบบบำบัดทั่วไปคืออะไร?
ตอบ: จุดเด่นคือการออกแบบให้ธรรมชาติทำงานเป็นระบบ ตั้งแต่บ่อบำบัดหลายระดับจนถึงพื้นที่ชุ่มน้ำเทียม ใช้กระบวนการชีวภาพและสมดุลของระบบนิเวศเป็นแกนหลัก ลดการพึ่งพาพลังงานและเทคโนโลยีที่มีต้นทุนสูง
 
ถาม: เหมาะกับการพาเด็กหรือนักเรียนไปเรียนรู้นอกห้องเรียนไหม?
ตอบ: เหมาะมาก เพราะเป็นพื้นที่ภาคสนามที่เชื่อมความรู้วิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อมกับสถานการณ์จริง ทำให้เข้าใจเรื่องน้ำเสีย ขยะ ระบบนิเวศ และความยั่งยืนได้ชัดเจน
 
ถาม: ควรเตรียมตัวยังไงก่อนเข้าชมให้ได้ประโยชน์สูงสุด?
ตอบ: แนะนำเตรียมคำถามเชิงระบบ เช่น ขั้นตอนบำบัด คุณภาพน้ำ และบทเรียนที่นำไปปรับใช้ได้ รวมถึงเตรียมหมวก/น้ำดื่ม/รองเท้าที่เดินสบายเพื่อการเดินชมพื้นที่ภาคสนาม
โทรโทร: 025792116, 025793473
แฟกซ์แฟกซ์: 032441265
แผนที่ โครงการศึกษาวิจัยและพัฒนาสิ่งแวดล้อมแหลมผักเบี้ย แผนที่โครงการศึกษาวิจัยและพัฒนาสิ่งแวดล้อมแหลมผักเบี้ย
โครงการหลวง กลุ่ม: โครงการหลวง
คำค้นคำค้น: โครงการศึกษาวิจัยและพัฒนาสิ่งแวดล้อมแหลมผักเบี้ยโครงการแหลมผักเบี้ย โครงการศึกษาวิจัยและพัฒนาสิ่งแวดล้อมแหลมผักเบี้ย ธรรมชาติช่วยธรรมชาติ บำบัดน้ำเสียแบบธรรมชาติ พื้นที่ชุ่มน้ำเทียม บ่อผึ่ง แหล่งเรียนรู้สิ่งแวดล้อม ท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้ เพชรบุรี บ้านแหลม เพชรบุรี แหลมผักเบี้ย เพชรบุรี
ปรับปรุงล่าสุดปรับปรุงล่าสุด: 1 เดือนที่แล้ว


แสดงความเห็น

แสดงความเห็น




คำค้น (ขั้นสูง)
   
Email :
  รหัสผ่าน :
  สมัครสมาชิก | ลืมรหัสผ่าน
 

 

ภูมิภาค ภูมิภาคhttps://www.lovethailand.org/

https://www.lovethailand.org/อ.เมืองเพชรบุรี(38)

https://www.lovethailand.org/อ.เขาย้อย(21)

https://www.lovethailand.org/อ.หนองหญ้าปล้อง(13)

https://www.lovethailand.org/อ.ชะอำ(22)

https://www.lovethailand.org/อ.ท่ายาง(15)

https://www.lovethailand.org/อ.บ้านลาด(16)

https://www.lovethailand.org/อ.บ้านแหลม(26)

https://www.lovethailand.org/อ.แก่งกระจาน(20)