วัดวังพุไทร

วัดวังพุไทร

วัดวังพุไทร
Rating: 3.4/5 (11 votes)
แผนที่ แผนที่ แผนที่ มีแผนที่ มีแผนที่ ไม่มีแผนที่ ไม่มีแผนที่

สถานที่ท่องเที่ยวเพชรบุรี

สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08:00 – 17:00
 
วัดวังพุไทร (วัดพุไทร) ตั้งอยู่เลขที่ 34 บ้านพุไทร ถนนเขาย้อย – หนองหญ้าปล้อง หมู่ที่ 6 ตำบลหนองหญ้าปล้อง อำเภอหนองหญ้าปล้อง จังหวัดเพชรบุรี เป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์ธรรมยุตที่มีบุคลิกชัดเจนในแบบ “วัดป่ากึ่งสำนักปฏิบัติ” ของพื้นที่ชนบทเพชรบุรี กล่าวคือ วัดไม่ได้ยืนอยู่บนความเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงพาณิชย์ แต่ยืนอยู่บนบทบาทที่มั่นคงของการเป็นศูนย์รวมศรัทธา การฝึกจิต และการรองรับพิธีกรรมของผู้คนในชุมชนที่อยู่รายรอบ ในเวลาเดียวกัน วัดยังมีงานสถาปัตยกรรมและปูชนียวัตถุที่ “มีเรื่องเล่า มีที่มา และมีจุดยึดโยงกับประวัติศาสตร์คณะสงฆ์” ทำให้ผู้มาเยือนได้ทั้งความสงบแบบวัดชนบท และได้ทั้งความลุ่มลึกขององค์ประกอบศิลป์และความหมายเชิงศาสนาที่วัดตั้งใจสื่อผ่านสิ่งก่อสร้างสำคัญภายในพื้นที่
 
ภาพรวมเชิงพื้นที่ วัดวังพุไทรมีที่ดินตั้งวัดรวม 123 ไร่ 2 งาน 88 ตารางวา ซึ่งถือว่าเป็นขนาดใหญ่เมื่อเทียบกับวัดชุมชนทั่วไปในอำเภอหนองหญ้าปล้อง ขนาดพื้นที่ที่กว้างทำให้วัดสามารถจัดวางผังการใช้งานได้เป็นสัดส่วน ไม่ว่าจะเป็นโซนประกอบศาสนพิธี โซนเสนาสนะ โซนรองรับกิจกรรมญาติโยม และโซนภูมิทัศน์ที่เกื้อหนุนบรรยากาศการปฏิบัติธรรม อาณาเขตวัดด้านทิศเหนือและทิศใต้จดทางสาธารณประโยชน์ ทิศตะวันออกจดทางสาธารณะ และทิศตะวันตกจดลำห้วย โครงสร้างเช่นนี้ทำให้วัด “เชื่อมกับชุมชน” อย่างเป็นรูปธรรม เพราะมีทางเข้าออกที่เข้าถึงได้จริง และมีธรรมชาติอย่างลำห้วยช่วยสร้างความร่มเย็นและความรู้สึกแยกตัวจากความวุ่นวายของถนนใหญ่ได้พอประมาณ กล่าวอีกแบบคือ วัดมีทั้งความเป็นสาธารณะสำหรับคนในพื้นที่ และมีทั้งความสงบที่เหมาะกับคนที่อยากมาพักใจ
 
หากย้อนดูเส้นทางการเกิดขึ้นของวัด จะพบว่าวัดวังพุไทรมี “จุดเริ่มต้นที่ชัดเจนและมีผู้ผลักดันที่จับต้องได้” ข้อมูลท้องถิ่นระบุว่าเริ่มก่อสร้างตั้งแต่ พ.ศ. 2516 โดยผู้ริเริ่มสำคัญคือ นายเยื้อน พรหมพจน์ ที่มองเห็นว่าบริเวณตำบลหนองหญ้าปล้องในขณะนั้นยังมีพื้นที่รกร้างว่างเปล่า เหมาะแก่การสร้างวัดเพื่อเป็นที่พึ่งทางใจและเป็นสำนักปฏิบัติสมณธรรมของพระภิกษุสามเณร จากนั้นจึงกราบทูลสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาปริณายก ให้เสด็จทอดพระเนตรพื้นที่ เมื่อทรงพิจารณาและทรงเห็นชอบ จึงเกิดการขับเคลื่อนให้มีวัดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม และวัดได้รับการตั้งชื่อให้สอดคล้องกับหมู่บ้านคือ “วังพุไทร” จนเป็นชื่อที่ใช้ต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน ชื่อที่ตั้งตามพื้นที่เช่นนี้เป็นธรรมเนียมสำคัญของวัดชุมชนไทย เพราะสะท้อนว่าพื้นที่กับวัดเป็นเรื่องเดียวกัน เป็นชื่อที่ทำให้คนในชุมชน “รู้สึกเป็นเจ้าของร่วม” และทำให้วัดทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางของชุมชนได้ง่ายขึ้น
 
ในเชิงสถานะทางคณะสงฆ์ วัดวังพุไทร “ตั้งวัด” เมื่อวันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2536 และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2537 โดยกำหนดเขตวิสุงคามสีมากว้าง 22.20 เมตร ยาว 33.00 เมตร การมีวิสุงคามสีมาเป็นหลักฐานสำคัญที่ทำให้วัดสามารถประกอบสังฆกรรมได้อย่างถูกต้องตามพระธรรมวินัย โดยเฉพาะพิธีกรรมที่เกี่ยวข้องกับอุโบสถและงานอุปสมบท ซึ่งสำหรับชุมชนชนบทแล้ว สิ่งนี้ไม่ได้เป็นเพียง “ความครบองค์ประกอบของวัด” แต่เป็นการยืนยันว่าชุมชนมีพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ที่มั่นคง มีระบบรองรับวงจรชีวิตตั้งแต่พิธีมงคลไปจนถึงงานอวมงคล และสามารถเป็นจุดนัดหมายของศรัทธาที่ดำรงอยู่ได้ยาวนาน
 
เสนาสนะหลักของวัดวังพุไทรมีรายละเอียดชัดเจนและสะท้อน “การพัฒนาที่เป็นระบบ” อุโบสถกว้าง 7.10 เมตร ยาว 15 เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. 2535 เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก ทำหน้าที่เป็นแกนกลางของพิธีกรรมด้านสังฆกรรม ขณะที่ศาลาการเปรียญกว้าง 18 เมตร ยาว 21 เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. 2519 เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก 2 ชั้น ศาลาการเปรียญลักษณะนี้ทำให้วัดรองรับกิจกรรมญาติโยมได้ดี ทั้งงานทำบุญเลี้ยงพระ งานเทศน์ งานกฐินผ้าป่า งานอบรม และกิจกรรมรวมหมู่ของชุมชน โดยเฉพาะวัดในพื้นที่ที่ต้องรองรับคนมาจากหลายหมู่บ้าน การมีศาลาการเปรียญที่เป็นอาคารแข็งแรงและมีพื้นที่มากย่อมทำให้วัด “พร้อมใช้งานจริง” ตลอดปี
 
อีกส่วนที่บอกถึงความเป็นวัดปฏิบัติที่มีชีวิตประจำวันต่อเนื่องคือ “กุฏิสงฆ์” วัดมีจำนวน 13 หลัง แบ่งเป็นครึ่งตึกครึ่งไม้ 2 หลัง และอาคารตึก 11 หลัง จำนวนและรูปแบบเช่นนี้สะท้อนว่าในช่วงหนึ่งวัดมีความจำเป็นต้องรองรับพระภิกษุสามเณรและผู้มาปฏิบัติธรรมมากขึ้น การจัดให้กุฏิเป็นอาคารตึกจำนวนมากยังบอกถึงแนวคิดเรื่องความทนทาน การดูแลรักษา และการรองรับการอยู่อาศัยระยะยาว ซึ่งสอดคล้องกับบทบาทของวัดธรรมยุตในหลายพื้นที่ที่มักเน้นระเบียบ ความเรียบร้อย และการอยู่ร่วมกันภายใต้ระบบที่ชัดเจน
 
อย่างไรก็ตาม เสน่ห์สำคัญที่ทำให้วัดวังพุไทรต่างจากวัดชุมชนทั่วไป คือ “ปูชนียวัตถุและงานสถาปัตยกรรมที่มีที่มา” ภายในวัดมีสิ่งก่อสร้างสำคัญที่ถูกอธิบายว่าเป็นงานศิลปะสมัยรัชกาลที่ 4 แบบประยุกต์ มีฐานกว้าง 12.50 เมตร สูงตลอดยอด 26.50 เมตร และประดับฉัตร 7 ชั้น สูง 3 เมตร ภายในองค์เจดีย์ประดิษฐานพระพุทธรูปนามว่า “พระไพรพินาศ” ซึ่งจำลองแบบจากวัดบวรนิเวศวิหาร กรุงเทพมหานคร สิ่งนี้ทำให้วัดมีสายโยงกับศูนย์กลางคณะสงฆ์และประวัติศาสตร์ทางศาสนาในระดับประเทศ ไม่ใช่เพียงเรื่องความงามของงานช่าง แต่เป็นเรื่อง “ความหมาย” ที่วัดเลือกใช้ต้นแบบอย่างวัดบวรนิเวศวิหาร ซึ่งเป็นวัดสำคัญของคณะสงฆ์ธรรมยุต และเป็นพื้นที่ที่คนไทยจำนวนมากรับรู้ในฐานะวัดที่มีระเบียบแบบแผนและมิติการปฏิบัติที่เข้มแข็ง
 
เมื่อลงรายละเอียดเชิงประสบการณ์ การมาเยือนวัดวังพุไทรจึงควรวางจังหวะให้เหมาะกับ “การเข้าวัดเพื่อความสงบ” มากกว่าการมาแบบเร่งรีบ วัดตั้งอยู่บนเส้นทางเขาย้อย – หนองหญ้าปล้อง ซึ่งเป็นถนนที่พาคุณออกจากความคึกคักของเมืองและค่อย ๆ เปลี่ยนฉากไปเป็นภูมิประเทศกึ่งราบกึ่งเนินเขา มีผืนป่าและแนวธรรมชาติแทรกอยู่เป็นระยะ บรรยากาศแบบนี้ทำให้การเข้าวัดกลายเป็นการรีเซ็ตอารมณ์โดยอัตโนมัติ โดยเฉพาะคนที่ทำงานหนักหรือเดินทางไกล การแวะเข้าวัดแบบสั้น ๆ เพื่อไหว้พระ สงบจิต และเดินชมพื้นที่อย่างสำรวม จะช่วยให้ทริปทั้งวัน “นุ่มขึ้น” ไม่แข็งทื่อเหมือนการเดินทางที่มีแต่จุดเช็กอิน
 
สิ่งที่ผู้มาเยือนควรให้ความสำคัญเมื่อเข้าวัดคือมารยาทพื้นฐานที่ทำให้บรรยากาศของวัดยังคงความสงบได้จริง การแต่งกายสุภาพ งดส่งเสียงดัง ไม่รบกวนพื้นที่ส่วนสงฆ์ และระมัดระวังการถ่ายภาพในช่วงที่มีพิธีกรรมเป็นมาตรฐานที่ช่วยลดความกระทบต่อพระสงฆ์และญาติโยมที่มาปฏิบัติศาสนกิจ วัดที่มีบทบาทด้านการปฏิบัติธรรมมักต้องการความเงียบมากกว่าวัดท่องเที่ยวทั่วไป ดังนั้นการเคารพความสงบจึงเป็นการเคารพเจตนารมณ์ของวัดโดยตรง
 
หากตั้งใจมาทำบุญถวายสังฆทาน แนวทางที่เหมาะกับวัดลักษณะนี้คือ “เลือกของที่ใช้ได้จริง” มากกว่าการเน้นปริมาณ เช่น ของใช้ประจำวันของพระ อาหารแห้งที่เก็บได้ เวชภัณฑ์พื้นฐาน หรืออุปกรณ์ทำความสะอาด เพราะวัดที่มีพื้นที่กว้างและมีงานกิจกรรมต่อเนื่องต้องใช้ทรัพยากรอย่างเป็นระบบ ของที่เหมาะสมจะถูกนำไปใช้ได้จริง ลดภาระการจัดเก็บ และทำให้บุญเกิดประโยชน์ต่อการดำรงศาสนกิจในระยะยาว นอกจากนี้ หากมาวัดในช่วงที่มีงานบุญใหญ่ เช่น งานกฐินหรือผ้าป่า ผู้มาเยือนจะได้เห็น “พลังชุมชน” ของหนองหญ้าปล้องอย่างชัด เพราะงานบุญลักษณะนี้เป็นช่วงเวลาที่ลูกหลานกลับบ้าน ญาติโยมรวมตัว และวัดทำหน้าที่เป็นเวทีของการร่วมแรงร่วมใจแบบไทยชนบทอย่างแท้จริง
 
ในมิติการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม วัดวังพุไทรยังเหมาะสำหรับผู้ที่อยาก “เข้าใจเพชรบุรีนอกเมือง” เพราะเพชรบุรีไม่ได้มีแค่โซนเมืองเก่า วัดใหญ่ หรือแหล่งท่องเที่ยวชายทะเลเท่านั้น แต่ยังมีพื้นที่ชนบทที่วัดทำงานเป็นศูนย์กลางชุมชนแบบเต็มรูปแบบ และมีมิติของการปฏิบัติธรรมที่สัมพันธ์กับธรรมชาติรอบตัว หากคุณจัดทริปแบบวันเดียว คุณสามารถเริ่มเช้าด้วยการไหว้พระและเดินชมวัดอย่างสำรวม จากนั้นค่อยต่อไปยังคาเฟ่หรือร้านอาหารในเส้นทางหนองหญ้าปล้อง – แก่งกระจาน แล้วเลือกปิดท้ายด้วยการเข้าที่พักแนวธรรมชาติในช่วงบ่ายเพื่อพักผ่อนเต็มที่ หรือหากคุณมีเวลาเพิ่มอีกวัน วัดสามารถเป็นจุดตั้งต้นก่อนเดินทางต่อไปยังโซนแก่งกระจานที่มีธรรมชาติและกิจกรรมกลางแจ้งรองรับอยู่มาก
 
อีกความน่าสนใจของวัดวังพุไทรคือการมี “งานสถาปัตยกรรมที่ชวนสังเกต” แม้ผู้มาเยือนไม่จำเป็นต้องมีพื้นฐานด้านศิลปะก็สามารถซึมซับได้จากการเดินดูสัดส่วน การจัดวางองค์ประกอบ และความตั้งใจของผู้สร้างที่เลือกใช้ต้นแบบทางศิลป์ที่โยงกับสมัยรัชกาลที่ 4 แบบประยุกต์ เมื่อคุณยืนมององค์ประกอบเหล่านี้ จะเห็นว่าวัดไม่ได้สร้างเพื่อความสวยงามอย่างเดียว แต่สร้างเพื่อสื่อ “ความเป็นระเบียบและความสงบ” ผ่านรูปทรงและการจัดพื้นที่ ซึ่งสอดคล้องกับบุคลิกของวัดธรรมยุตในหลายพื้นที่ที่มักให้ความสำคัญกับความเรียบร้อยและการฝึกตน
 
การเดินทาง หากเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว ให้ใช้เส้นทางถนนเขาย้อย – หนองหญ้าปล้อง แล้วมุ่งหน้าเข้าสู่บ้านพุไทร หมู่ที่ 6 ตำบลหนองหญ้าปล้อง วัดตั้งอยู่เลขที่ 34 ริมเส้นทางหลักของชุมชน การเข้าถึงทำได้ด้วยถนนรถยนต์ตามปกติ โดยควรเผื่อเวลาและขับด้วยความระมัดระวังในช่วงทางแยกและช่วงที่มีรถท้องถิ่นสัญจร สำหรับผู้ที่วางแผนต่อไปแก่งกระจาน วัดวังพุไทรสามารถเป็นจุดแวะทำบุญและพักใจระหว่างเส้นทางได้ดี เพราะอยู่ในโซนที่ออกจากเมืองแล้วแต่ยังไม่ไกลจนต้องเร่งรีบ
 
วัดวังพุไทรจึงเป็นวัดที่มีคุณค่าทั้งในฐานะศูนย์รวมศรัทธาของหนองหญ้าปล้อง และในฐานะพื้นที่ที่ทำให้ผู้มาเยือนเห็นความสัมพันธ์ระหว่าง “ชุมชน – วัด – ธรรมชาติ” อย่างเป็นรูปธรรม คุณได้เห็นวัดที่มีระบบ มีประวัติการก่อตั้งที่ชัด มีสถานะทางคณะสงฆ์ครบถ้วน และมีปูชนียวัตถุที่โยงกับสายธรรมยุตอย่างมีความหมาย หากคุณมองการเที่ยวเป็นการเรียนรู้ การแวะวัดวังพุไทรจะไม่ใช่แค่การไหว้พระ แต่เป็นการทำความเข้าใจโครงสร้างชีวิตชนบทไทยที่ยังทำงานอยู่จริงในปัจจุบันผ่านพื้นที่วัดที่ยังมีลมหายใจของชุมชนอยู่ทุกวัน
 
สรุปสถานที่ วัดราษฎร์สังกัดธรรมยุตในอำเภอหนองหญ้าปล้อง พื้นที่กว้าง เหมาะกับการทำบุญและการปฏิบัติธรรม มีปูชนียวัตถุสำคัญและงานสถาปัตยกรรมที่โยงแนวทางศิลป์สมัยรัชกาลที่ 4 แบบประยุกต์ และมีเจดีย์ที่ประดิษฐาน “พระไพรพินาศ” (จำลองแบบจากวัดบวรนิเวศวิหาร)
ชื่อสถานที่ วัดวังพุไทร (วัดพุไทร)
ที่อยู่ เลขที่ 34 บ้านพุไทร ถนนเขาย้อย – หนองหญ้าปล้อง หมู่ที่ 6 ตำบลหนองหญ้าปล้อง อำเภอหนองหญ้าปล้อง จังหวัดเพชรบุรี 76160
ผู้ดูแล/เจ้าอาวาส (ล่าสุด) พระครูสรภัญญประกาศ (บุญสม)
จุดเด่นของสถานที่ วัดธรรมยุตในบรรยากาศชนบทสงบเหมาะแก่การทำบุญและปฏิบัติธรรม, มีอุโบสถและศาลาการเปรียญรองรับงานบุญ, มีสิ่งก่อสร้างสำคัญที่สะท้อนศิลป์สมัยรัชกาลที่ 4 แบบประยุกต์, เจดีย์ประดิษฐานพระพุทธรูป “พระไพรพินาศ” (จำลองแบบจากวัดบวรนิเวศวิหาร)
ยุคสมัย/ช่วงเวลา เริ่มก่อสร้าง พ.ศ. 2516 / ตั้งวัด 30 กันยายน 2536 / ได้รับวิสุงคามสีมา 13 มกราคม 2537
หลักฐาน/ข้อมูลสำคัญ ที่ดินตั้งวัด 123 ไร่ 2 งาน 88 ตารางวา, อุโบสถสร้าง พ.ศ. 2535, ศาลาการเปรียญสร้าง พ.ศ. 2519 (ค.ส.ล. 2 ชั้น), กุฏิสงฆ์ 13 หลัง, เขตวิสุงคามสีมากว้าง 22.20 ม. ยาว 33.00 ม.
ชื่อที่มาของชื่อ ตั้งชื่อตามหมู่บ้าน “วังพุไทร” เพื่อสะท้อนความเป็นวัดของชุมชนและการยึดโยงกับพื้นที่
การเดินทาง ใช้ถนนเขาย้อย – หนองหญ้าปล้อง เข้าบ้านพุไทร หมู่ที่ 6 วัดอยู่เลขที่ 34 ริมถนนในชุมชน ขับรถเข้าถึงได้ตามปกติ (ควรเผื่อเวลาในถนนท้องถิ่นและระวังทางแยก)
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณ) 1) วัดจะโปรง – ประมาณ 7 กม.
2) วัดยางน้ำกลัดใต้ – ประมาณ 12 กม.
3) ที่ว่าการอำเภอหนองหญ้าปล้อง – ประมาณ 10 กม.
4) เขื่อนแก่งกระจาน – ประมาณ 40 กม.
5) พระนครคีรี (เขาวัง) เมืองเพชรบุรี – ประมาณ 55 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณ + เบอร์โทร) 1) อิ่มอุ่น ริมทาง (หนองหญ้าปล้อง) – ประมาณ 12 กม. – 064-360-7749
2) ครัวกล้วยหอม (แก่งกระจาน) – ประมาณ 45 กม. – 064-962-9509
3) Little Forest Coffee House (แก่งกระจาน) – ประมาณ 45 กม. – 062-339-8678
4) NABI CAFE (แก่งกระจาน) – ประมาณ 55 กม. – 086-335-6771
5) 289 Hill Farm Cafe & Resort – ประมาณ 55 กม. – 099-289-9628
ที่พักใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณ + เบอร์โทร) 1) Montoro Resort (หนองหญ้าปล้อง) – ประมาณ 15 กม. – 032-473-533
2) Trin Wellness Phetchaburi – ประมาณ 18 กม. – 082-515-4888
3) Leaves Valley Resort (แก่งกระจาน) – ประมาณ 50 กม. – 089-811-6931
4) River Tales (แก่งกระจาน) – ประมาณ 55 กม. – 062-318-6886
5) บ้านโอบฟ้ารีสอร์ท (แก่งกระจาน) – ประมาณ 60 กม. – 089-528-2428
สถานะปัจจุบัน เปิดให้เข้าสักการะและทำบุญ
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดวังพุไทร (วัดพุไทร) ตั้งอยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดตั้งอยู่เลขที่ 34 บ้านพุไทร ถนนเขาย้อย – หนองหญ้าปล้อง หมู่ที่ 6 ตำบลหนองหญ้าปล้อง อำเภอหนองหญ้าปล้อง จังหวัดเพชรบุรี
 
ถาม: วัดวังพุไทรสังกัดนิกายอะไร?
ตอบ: วัดสังกัดคณะสงฆ์ธรรมยุต
 
ถาม: วัดวังพุไทรตั้งวัดเมื่อไหร่ และได้รับวิสุงคามสีมาเมื่อไหร่?
ตอบ: ตั้งวัดวันที่ 30 กันยายน 2536 และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 13 มกราคม 2537
 
ถาม: จุดเด่นสำคัญของวัดวังพุไทรคืออะไร?
ตอบ: จุดเด่นคือบรรยากาศสงบเหมาะแก่การทำบุญและปฏิบัติธรรม และมีปูชนียวัตถุสำคัญโดยเฉพาะเจดีย์ที่ประดิษฐานพระพุทธรูป “พระไพรพินาศ” ซึ่งจำลองแบบจากวัดบวรนิเวศวิหาร
 
ถาม: อุโบสถและศาลาการเปรียญของวัดสร้างเมื่อใด?
ตอบ: อุโบสถสร้างเมื่อ พ.ศ. 2535 และศาลาการเปรียญสร้างเมื่อ พ.ศ. 2519 (อาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก 2 ชั้น)
 
ถาม: เจ้าอาวาสวัดวังพุไทรปัจจุบันคือใคร?
ตอบ: พระครูสรภัญญประกาศ (บุญสม)
 
ถาม: ถ้าจะจัดทริปไหว้พระแล้วพักค้างคืน โซนใกล้วัดมีที่พักแบบธรรมชาติแนะนำไหม?
ตอบ: มีที่พักในโซนหนองหญ้าปล้องและแก่งกระจานให้เลือกหลายแบบ เช่น Montoro Resort, Trin Wellness Phetchaburi, Leaves Valley Resort และ River Tales ซึ่งเหมาะกับการจัดทริปแบบทำบุญ–พักผ่อนต่อเนื่อง
แผนที่ วัดวังพุไทร แผนที่วัดวังพุไทร
คำค้น คำค้น: วัดวังพุไทรวัดวังพุไทร วัดวังพุไทร หนองหญ้าปล้อง วัดหนองหญ้าปล้อง เพชรบุรี วัดธรรมยุต เพชรบุรี เที่ยวหนองหญ้าปล้อง วัดสวย เพชรบุรี พระไพรพินาศ วัดวังพุไทร ที่เที่ยวเพชรบุรี ธรรมชาติ วัดใกล้แก่งกระจาน ทำบุญ เพชรบุรี
ปรับปรุงล่าสุด ปรับปรุงล่าสุด: 1 เดือนที่แล้ว


แสดงความเห็น

แสดงความเห็น




คำค้น (ขั้นสูง)
     
Email :
  รหัสผ่าน :
  สมัครสมาชิก | ลืมรหัสผ่าน
 

Facebook Fanpage Facebook Fanpage

 

ภูมิภาค ภูมิภาคhttps://www.lovethailand.org/

ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก

สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ และอนุสาวรีย์ สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ และอนุสาวรีย์(1)

แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(1)

พระราชวัง พระราชวัง(2)

ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(8)

พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(1)

สถานที่ท่องเที่ยวเชิงวิชาการ สถานที่ท่องเที่ยวเชิงวิชาการ

ไร่ สวนเพื่อการศึกษา ไร่ สวนเพื่อการศึกษา(4)

มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัย

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์

วัด วัด(72/246)

สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(6)

โครงการในพระราชดำริ โครงการในพระราชดำริ

โครงการหลวง โครงการหลวง(6)

วิถีชีวิต วิถีชีวิต

หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(10)

ตลาดน้ำ ตลาดน้ำ(1)

ธรรมชาติ และสัตว์ป่า ธรรมชาติ และสัตว์ป่า

อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตอนุรักษ์ทางทะเล อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตอนุรักษ์ทางทะเล(4)

ดอย และภูเขา ดอย และภูเขา(3)

เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(3)

น้ำตก น้ำตก(5)

น้ำพุร้อน น้ำพุร้อน(1)

ถ้ำ ถ้ำ(13)

แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(1)

อ่าว และชายหาด อ่าว และชายหาด(11)

หมู่เกาะ หมู่เกาะ(1)

แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(10)

บันเทิง และท่องเที่ยวเชิงเกษตร บันเทิง และท่องเที่ยวเชิงเกษตร

ฟาร์ม, ไร่, สวน, สวนสาธารณะ และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม, ไร่, สวน, สวนสาธารณะ และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(3)

โรงละคร โรงละคร(1)

กิจกรรมกลางแจ้ง และกิจกรรมผจญภัย กิจกรรมกลางแจ้ง และกิจกรรมผจญภัย(1)

บทความท่องเที่ยว, สูตรอาหาร บทความท่องเที่ยว, สูตรอาหาร

รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร(2)