วัดเขาบันไดอิฐ
Rating: 3.8/5 (9 votes)
สถานที่ท่องเที่ยวเพชรบุรี
สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย
วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 17.00 น.
วัดเขาบันไดอิฐ ตั้งอยู่ในตำบลไร่ส้ม อำเภอเมืองเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี เป็นวัดเก่าแก่ที่ผู้คนเมืองเพชรรู้จักกันดีในฐานะ “วัดถ้ำบนเขา” ที่มีเรื่องเล่าทางประวัติศาสตร์เข้มข้น สะท้อนความเชื่อและวิถีการปฏิบัติธรรมของสำนักสงฆ์บนภูเขามาตั้งแต่โบราณ เดิมทีพื้นที่แห่งนี้เคยเป็นสำนักสงฆ์เก่ามาตั้งแต่สมัยสุโขทัย ก่อนจะมีฐานะเป็นวัดในสมัยกรุงศรีอยุธยา ภูมิประเทศของเขาบันไดอิฐเป็นเขาขนาดย่อม แต่เต็มไปด้วยถ้ำจำนวนมาก ทำให้วัดมีทั้งมิติของศาสนสถานและมิติของ “ภูมิทัศน์ศรัทธา” ที่ผู้มาเยือนสามารถสัมผัสได้จริงผ่านเส้นทางขึ้นเขา ถ้ำประดิษฐานพระพุทธรูป และร่องรอยเรื่องเล่าที่ถูกถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น
เสน่ห์ของวัดเขาบันไดอิฐเริ่มต้นตั้งแต่การรับรู้ว่า “นี่ไม่ใช่วัดราบทั่วไป” เพราะทันทีที่เข้าสู่บริเวณวัด คุณจะเห็นภาพการอยู่ร่วมกันของพื้นที่ราบและพื้นที่เขาอย่างชัดเจน ด้านล่างเป็นเขตวัดที่รองรับการทำบุญและกิจกรรมของชุมชน ส่วนด้านบนเป็นเขตถ้ำและจุดปฏิบัติธรรมที่ให้บรรยากาศสงบ วิเวก และเป็นส่วนตัวมากขึ้น ลักษณะเช่นนี้ทำให้วัดเขาบันไดอิฐเหมาะกับทั้งคนที่มาทำบุญไหว้พระแบบครอบครัว และคนที่อยากใช้เวลาเดินช้า ๆ เพื่อสำรวจชั้นของเรื่องเล่า ศิลปกรรม และธรรมชาติที่โอบล้อมวัดไว้
ในเชิงประวัติศาสตร์ วัดเขาบันไดอิฐมีเรื่องเล่าที่ถูกกล่าวถึงอย่างกว้างขวางเกี่ยวกับเหตุการณ์ในแผ่นดินพระบรมราชาที่ 2 พระเชษฐาธิราช ราว พ.ศ. 2171 เมื่อมีบุคคลสำคัญนามว่า “พระศรีศิลป์” ซึ่งกล่าวกันว่าเป็นเชื้อสายพระเจ้าทรงธรรม ถูกจับกุมและถูกเนรเทศจากอยุธยามาคุมขังในถ้ำเขาบันไดอิฐ ด้วยข้อกล่าวหาเรื่องคิดคด ซ่องสุมผู้คน และคิดแย่งชิงราชสมบัติ เรื่องเล่านี้เชื่อมโยงภูมิประเทศของถ้ำเข้ากับการเมืองการปกครองในสมัยอยุธยาได้อย่างน่าคิด เพราะถ้ำไม่ใช่เพียงพื้นที่ธรรมชาติ แต่ถูกใช้เป็นพื้นที่คุมขัง และกลายเป็นฉากของการหลบหนีที่เล่าต่อกันมาอย่างเข้มข้น
ตำนานเล่าว่าเมื่อพระศรีศิลป์ถูกจองจำ มี “หลวงมงคล” ซึ่งเป็นพระญาติทางฝ่ายมารดา ได้คุมบ่าวไพร่มาขุดเจาะถ้ำด้านอื่นให้ทะลุติดต่อกันหลายถ้ำจนไปถึงถ้ำใหญ่ที่ใช้คุมขัง โดยปากถ้ำเดิมถูกตีปิดด้วยแผ่นกระดานและมีทหารเฝ้ายามส่งอาหารน้ำใส่ตะกร้าหย่อนลงไป แต่เมื่อเวลาผ่านไป อาหารและน้ำกลับไม่มีใครแตะต้อง ตะโกนเรียกก็ไม่มีเสียงขานรับ ผู้คุมจึงเชื่อว่าพระศรีศิลป์สิ้นพระชนม์แล้ว รายงานกลับไปอยุธยาและได้รับคำสั่งให้ถมดินปิดปากถ้ำ หากเรื่องเล่าก็หักมุมอีกครั้งเมื่อกล่าวว่าพระศรีศิลป์ลอบออกจากถ้ำได้ แล้วหลบซ่อนตัวซ่องสุมผู้คนและทหารก่อขบถตั้งตัวเป็นใหญ่ที่เพชรบุรี ก่อนจะถูกจับส่งกลับอยุธยาและถูกสำเร็จโทษในท้ายที่สุด
แม้เรื่องดังกล่าวจะมีรายละเอียดแบบตำนานที่ต้องอ่านอย่างระมัดระวังในฐานะมรดกเล่าขาน แต่คุณค่าของมันคือการทำให้ผู้มาเยือนมองถ้ำและเส้นทางบนเขาด้วยสายตาที่ลึกขึ้น ไม่ใช่แค่ถ้ำที่มีพระพุทธรูป หากเป็นพื้นที่ที่ชุมชนเชื่อมโยงเข้ากับความทรงจำร่วมของบ้านเมือง และช่วยอธิบายว่าทำไมวัดเขาบันไดอิฐจึงถูกมองว่าเป็นวัดที่มี “เรื่อง” อยู่ในทุกจุด ตั้งแต่ปากถ้ำ ทางเดิน ไปจนถึงความเงียบของโพรงหินที่ทำให้ผู้คนจินตนาการถึงอดีตได้โดยไม่ต้องพยายามมาก
อีกชั้นของเรื่องเล่าที่ทำให้วัดเขาบันไดอิฐโดดเด่นมาก คือความเกี่ยวข้องกับ “พระอาจารย์แสง” พระภิกษุผู้มีชื่อเสียงด้านเวทย์มนต์คาถาและการปฏิบัติวิปัสสนากัมมัฏฐาน ซึ่งเล่ากันว่าเคยบวชอยู่ที่วัดมเหยงค์ กรุงศรีอยุธยา และเป็นผู้เชี่ยวชาญทั้งพุทธศาสตร์และไสยศาสตร์ ต่อมาได้ธุดงค์มาพักที่วัดเขาบันไดอิฐในช่วงปลายอยุธยา (ราว พ.ศ. 2240–2249 ในรัชกาลพระพุทธเจ้าเสือ) และจำพรรษาอยู่ที่นี่จนมรณภาพ เหตุผลหนึ่งที่เรื่องเล่ามักย้ำคือเขาบันไดอิฐเป็นสถานที่สงบ วิเวก เหมาะแก่การปฏิบัติธรรม ทำให้ภาพของพระอาจารย์แสงถูกผูกกับภูมิประเทศโดยธรรมชาติของภูเขาและถ้ำ
ตำนานยังโยงพระอาจารย์แสงเข้ากับ “พระพุทธเจ้าเสือ” หรือขุนหลวงสรศักดิ์ โดยกล่าวว่าเป็นพระอาจารย์ที่สอนทางเวทย์มนต์คาถา และที่ท่านธุดงค์มาอยู่เพชรบุรีก็เพราะน้อยใจเมื่อกล่าวตักเตือนกษัตริย์ไม่ให้ประพฤติในทางโหดร้ายต่อสตรีแต่ไม่เป็นผล เรื่องเล่าประเภทนี้สะท้อนภาพความสัมพันธ์ระหว่างอำนาจรัฐกับอำนาจศรัทธาในอดีต และทำให้วัดเขาบันไดอิฐไม่ได้ถูกเล่าแค่ในฐานะสถานที่สงบ หากยังเป็นพื้นที่ที่รองรับการตีความเรื่องศีลธรรม อำนาจ และผลของการกระทำผ่านตัวละครในประวัติศาสตร์ที่ผู้คนรู้จักชื่อ
เมื่อพระพุทธเจ้าเสือเสด็จมาเมืองเพชรเพื่อตกปลาและคล้องช้าง ตำนานยังเล่าว่าพระองค์ตั้งใจมาขอให้พระอาจารย์แสงกลับไปอยุธยา แต่ไม่สำเร็จ จึงยอมรับการตัดสินใจของท่าน และโปรดให้บูรณะซ่อมแซมวัดเขาบันไดอิฐให้สวยงามหลายอย่าง นี่เป็นเหตุผลที่ผู้คนจำนวนมากมองว่าวัดเขาบันไดอิฐมีภาพของ “วัดเกจิ” และสำนักปฏิบัติธรรมที่เข้มแข็งในเชิงวัฒนธรรม เพราะในอดีตวัดที่มีครูบาอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญอาคมและวิปัสสนามักเป็นศูนย์รวมศรัทธาและเป็นแหล่งถ่ายทอดวิชาให้ศิษย์ใกล้ชิด
เรื่องเล่ายังเดินต่อมาถึงช่วงต้นกรุงรัตนโกสินทร์ เมื่อกล่าวกันว่าวัดเขาบันไดอิฐมีพระอาจารย์ชื่อ “เหลือ” เป็นพระผู้มีเวทย์มนต์ขลัง ผู้คนนับถือมาก และทหารเมืองเพชรที่กำลังจะออกรบมักมาขอผ้ายันต์ ตะกรุด หรือสักยันต์ พร้อมรับน้ำมนต์เพื่อความเป็นสิริมงคลและเพิ่มขวัญกำลังใจ แม้รายละเอียดจะอยู่ในระดับมุขปาฐะ แต่ช่วยอธิบายได้ว่าศรัทธาแบบไทยไม่ได้แยกจากชีวิตจริง โดยเฉพาะในยุคที่ความไม่แน่นอนของสงครามและการเดินทางทำให้ผู้คนต้องการเครื่องยึดเหนี่ยวทางใจ วัดเขาบันไดอิฐจึงถูกมองว่าเป็นหนึ่งในจุดหมายของศรัทธาสายเข้มขลังในเพชรบุรีด้วย
นอกจากมิติเรื่องเล่า สิ่งที่ทำให้วัดเขาบันไดอิฐน่าไปด้วยสายตานักท่องเที่ยวสายศิลป์คือ “อุโบสถ” ที่มีรายละเอียดงานปูนปั้นสกุลช่างเมืองเพชรที่โดดเด่น อุโบสถเป็นอาคารทรงไทยก่ออิฐถือปูนขนาดห้าห้อง ฐานอ่อนโค้ง มีเสาอิงประดับผนังด้านนอก และมีบัวหัวเสาเป็นบัวแวงประดับกระจกสี ผนังด้านหน้า (ทิศตะวันออก) เจาะเป็นช่องประตูสองช่อง เป็นซุ้มประตูประดับลวดลายปูนปั้น โดยหน้าบันของซุ้มประตูปั้นลายกนกหัวนาค มีกนกก้านขดหางโตผสมลายพุ่ม ส่วนด้านหลังมีช่องหน้าต่างขนาดเล็กหนึ่งช่อง ทำให้รูปแบบอาคารยังคงลมหายใจแบบวัดอยุธยาและวัดหัวเมืองที่เน้นผนังทึบและช่องเปิดเท่าที่จำเป็น
ผนังด้านข้างทิศใต้เป็นหน้าต่างสี่เหลี่ยมไม่มีซุ้มสองช่อง ด้านทิศเหนือเป็นหน้าต่างหนึ่งช่อง และยังมีประตูที่ห้องที่สองถัดเข้ามาจากด้านหลังซุ้ม ซึ่งซุ้มประดับลวดลายปูนปั้นเช่นกัน จุดที่ทำให้ผู้มาเยือนจำนวนมากหยุดดูนานกว่าปกติคือ “หน้าบันพระอุโบสถ” เพราะที่นี่ถูกยกย่องว่าเป็นงานปูนปั้นชั้นครูของเมืองเพชร ด้านทิศตะวันออกเป็นลายกนกก้านขดหางโตผสมลายพุ่ม กนกล้อมรอบครุฑ หน้าอุดปีกนกด้านซ้ายมีลวดลายกนกก้านขดหางโตมีครุฑเหนี่ยว ส่วนด้านตะวันตกเป็นลายครุฑประดับด้วยกนกช่อหางโต หน้าอุดปีกนกทั้งสองข้างเป็นลวดลายก้านขดหัวนาค เส้นสายเหล่านี้มีความพลิ้วไหวและหนักแน่นในเวลาเดียวกัน เป็นเอกลักษณ์ของช่างเพชรที่ขึ้นชื่อเรื่องความละเอียดและความกล้าของลาย
หลังคาอุโบสถเป็นหลังคาลดสองชั้น เครื่องไม้ และมักพบการโบกปูนทับกระเบื้องอีกชั้นหนึ่ง เครื่องลำยองประกอบด้วยตัวลำยอง นาคสะดุ้ง ช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์ไม้ประดับกระจก มีคันทวยรองรับหลังคาปีกนก โครงสร้างหลังคาเป็นเครื่องไม้ประดู่ มีจันทัน และภายในยังมีการเขียนลายบนไม้หลายชิ้น เป็นลายสีขาวบนพื้นแดง เพดานเขียนลายดาว มุมเป็นลายค้างคาว กรอบเป็นลายไม้เถา หากคุณชอบดูงานช่างแบบ “อ่านรายละเอียด” วัดเขาบันไดอิฐจะทำให้การไหว้พระกลายเป็นการชมพิพิธภัณฑ์มีชีวิต เพราะทุกส่วนของอาคารเล่าความตั้งใจและทักษะของช่างได้อย่างชัดเจน
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทำให้วัดเขาบันไดอิฐเป็นประสบการณ์ที่ต่างจากวัดเมืองทั่วไป คือการได้ขึ้นไปสำรวจถ้ำต่าง ๆ บนเขา เพราะที่นี่มีถ้ำหลายแห่งที่น่านำชมและมีเรื่องเล่าประกอบ จุดที่มักถูกพูดถึงก่อนคือ “ถ้ำประทุน” ซึ่งมีพระพุทธรูปประดิษฐานตามผนังถ้ำทั้งสองด้าน ให้ความรู้สึกเหมือนเดินเข้าสู่โถงศรัทธาที่ธรรมชาติเป็นผู้สร้างผนังและเพดานแทนช่างก่อสร้าง เมื่อเดินลึกเข้าไปจะพบ “ถ้ำพระเจ้าเสือ” ชื่อถ้ำสะท้อนตำนานว่าพระพุทธเจ้าเสือเคยเสด็จมาหาพระอาจารย์แสงและถวายพระพุทธรูปยืนปางห้ามสมุทรประดิษฐานไว้ในถ้ำนี้ ทำให้ผู้มาเยือนจำนวนมากนิยมแวะสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคล และเพื่อเชื่อมโยงตัวเองเข้ากับเรื่องเล่าที่ทำให้สถานที่นี้มีชีวิต
ถัดจากถ้ำพระเจ้าเสือไปทางด้านใต้ยังมี “ถ้ำพระพุทธไสยาสน์” ที่มีพระนอนองค์ใหญ่ประดิษฐานอยู่ และมีรายละเอียดที่ชวนให้ผู้คนจำได้คือบริเวณซอกผนังถ้ำมี “ประทุนเรือ” ทำด้วยไม้เก่าแก่ ซึ่งเล่ากันว่าเป็นประทุนเรือที่พระเจ้าเสือถวายพระอาจารย์แสง วัตถุชิ้นนี้ทำให้ถ้ำไม่ได้เป็นแค่พื้นที่สักการะ แต่กลายเป็นพื้นที่เล่าเรื่องแบบจับต้องได้ เพราะ “ของ” ที่อยู่ในถ้ำทำให้ตำนานมีมิติจริงขึ้น แม้ผู้มาเยือนจะมองต่างมุมกัน แต่ความน่าสนใจคือการได้เห็นวัฒนธรรมการถวายและการผูกความทรงจำผ่านวัตถุในพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์
นอกจากถ้ำหลักที่ผู้คนพูดถึงบ่อย วัดเขาบันไดอิฐยังมีถ้ำอื่น ๆ เช่น ถ้ำพระอาทิตย์ ถ้ำพระจันทร์ ถ้ำสว่างอารมณ์ ถ้ำช้างเผือก และถ้ำดุ๊ค ซึ่งชื่อถ้ำดุ๊คถูกเล่าว่ามาจากดุ๊คโยฮันฮัลเบิร์ต ผู้สำเร็จราชการเมืองบราวน์ชไวค์ (Braunschweig) ประเทศเยอรมนี ที่เคยมาเยือนเพชรบุรีและมาเที่ยวถ้ำแห่งนี้ รายละเอียดเหล่านี้ทำให้วัดเขาบันไดอิฐมีความเป็น “พื้นที่ข้ามวัฒนธรรม” แบบเงียบ ๆ เพราะไม่ได้มีแค่เรื่องอยุธยาและเกจิ แต่ยังมีร่องรอยการรับรู้ของคนต่างถิ่นในช่วงเวลาที่เพชรบุรีเริ่มเป็นเมืองที่ผู้คนภายนอกสนใจมากขึ้น
อีกเส้นหนึ่งของความทรงจำร่วมที่ทำให้วัดนี้น่าสนใจคือการถูกกล่าวถึงในวรรณกรรม โดยมีการเล่าว่าในสมัยรัตนโกสินทร์ “สุนทรภู่” เคยมาเยือนวัดเขาบันไดอิฐ และร้อยกรองถึงสถานที่นี้ไว้ใน “นิราศเมืองเพชร” การมีชื่อวัดอยู่ในวรรณกรรมทำให้ผู้มาเยือนบางคนเลือกเที่ยวแบบ “ตามรอย” คือไม่ได้มาแค่ไหว้พระ แต่มาเพื่อสัมผัสบรรยากาศที่กวีเคยเห็น และลองจินตนาการว่าภูเขา ถ้ำ และความวิเวกในยุคนั้นจะเป็นอย่างไร แม้วันนี้โลกจะเปลี่ยนไปมาก แต่ความสงบของถ้ำและเงาของต้นไม้บนเขายังคงช่วยให้ผู้คนเข้าใกล้ความรู้สึกเดิมได้ไม่ยาก
การมาเที่ยววัดเขาบันไดอิฐให้ได้รสชาติที่สุด แนะนำให้เผื่อเวลาอย่างน้อย 1–2 ชั่วโมงเป็นขั้นต่ำ หากอยากเดินชมถ้ำหลายจุดแบบไม่รีบอาจใช้ 2–3 ชั่วโมงได้สบาย โดยเริ่มจากการทำบุญไหว้พระในเขตวัดด้านล่างเพื่อจัดใจให้สงบ แล้วค่อย ๆ เดินขึ้นตามทางไปยังถ้ำต่าง ๆ ระหว่างทางจะมีช่วงที่เป็นบันไดและทางลาด ควรใส่รองเท้าที่เดินสบายและมีดอกยางพอสมควร โดยเฉพาะหากไปช่วงหน้าฝนที่พื้นอาจลื่น ภายในถ้ำบางช่วงอากาศจะเย็นและชื้นขึ้นตามธรรมชาติ ควรเดินด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการส่งเสียงดัง เพราะถ้ำเป็นทั้งพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์และพื้นที่ที่เสียงสะท้อนง่าย
ผู้มาเยือนควรแต่งกายสุภาพตามกาลเทศะ งดเสื้อแขนกุด กางเกงหรือกระโปรงสั้นเหนือเข่า และควรพกผ้าคลุมไหล่เผื่อจำเป็น จุดที่ควรให้ความสำคัญเป็นพิเศษคือมารยาทในถ้ำ เพราะหลายถ้ำมีพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่ตามผนังและเป็นพื้นที่ที่ผู้คนมากราบไหว้จริง การถ่ายภาพทำได้ในหลายจุด แต่ควรถ่ายอย่างสำรวม ไม่ใช้แฟลชรบกวนผู้อื่น และหลีกเลี่ยงการสัมผัสองค์พระหรือโบราณวัตถุ รวมถึงหลีกเลี่ยงการปีนป่ายหินงอกหินย้อยหรือผนังถ้ำเพื่อความปลอดภัยและเพื่อการอนุรักษ์พื้นที่ธรรมชาติ
เมื่อมองภาพรวม วัดเขาบันไดอิฐเป็นสถานที่ที่รวม “สามสิ่ง” ไว้ในทริปเดียวอย่างลงตัว คือศรัทธา เรื่องเล่า และภูมิประเทศที่สร้างประสบการณ์ทางกายภาพให้ผู้มาเยือน ความศรัทธาอยู่ในรูปของวัดและพระพุทธรูปในถ้ำ เรื่องเล่าอยู่ในตำนานพระศรีศิลป์ พระอาจารย์แสง และพระเจ้าเสือ ส่วนภูมิประเทศอยู่ในเส้นทางขึ้นเขาและความเย็นของโพรงถ้ำที่ทำให้คุณรู้สึกเหมือนก้าวออกจากเมืองไปสู่พื้นที่วิเวกในเวลาไม่กี่นาที ด้วยเหตุนี้วัดเขาบันไดอิฐจึงเหมาะมากกับการเป็นหนึ่งในจุดหมายหลักของเส้นทางเที่ยวเมืองเพชรบุรี โดยเฉพาะหากคุณอยากได้ประสบการณ์ที่มากกว่า “แวะถ่ายรูปแล้วไปต่อ” แต่เป็นการใช้เวลาอยู่กับสถานที่จริง ๆ
การเดินทาง หากเดินทางด้วยรถยนต์ สามารถใช้ทางหลวงหมายเลข 4 (ถนนเพชรเกษม) เข้าสู่เขตเมืองเพชรบุรี จากนั้นเลี้ยวเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 3171 มุ่งหน้าไปยังตำบลไร่ส้ม วัดอยู่ไม่ไกลจากย่านท่องเที่ยวสำคัญอย่างเขานครคีรี (เขาวัง) โดยระยะห่างประมาณ 2 กม. (เส้นทางจริงโดยประมาณ) หากเดินทางด้วยรถโดยสารสาธารณะ สามารถลงในตัวเมืองเพชรบุรี แล้วต่อรถรับจ้าง/รถบริการในพื้นที่ไปยังวัดได้ เนื่องจากเป็นวัดที่อยู่ในเส้นทางท่องเที่ยวหลักของเมือง การเดินทางจึงค่อนข้างสะดวก
| ชื่อ | วัดเขาบันไดอิฐ (Wat Khao Bandai It) |
| ที่อยู่ | ตำบลไร่ส้ม อำเภอเมืองเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี |
| สรุปสถานที่ | วัดโบราณบนเขาที่มีถ้ำหลายแห่งและเรื่องเล่าทางประวัติศาสตร์สมัยอยุธยา โดดเด่นด้วยการเที่ยวถ้ำ ไหว้พระ และชมศิลปะปูนปั้นสกุลช่างเมืองเพชร |
| จุดเด่นของสถานที่ | ถ้ำประทุน, ถ้ำพระเจ้าเสือ, ถ้ำพระพุทธไสยาสน์, เรื่องเล่าพระศรีศิลป์และพระอาจารย์แสง, หน้าบันอุโบสถปูนปั้นลายกนกเปลวล้อมครุฑแบบสกุลช่างเพชรบุรี |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1) เขานครคีรี (เขาวัง) – 2 กม. 2) วัดมหาธาตุวรวิหาร – 4 กม. 3) วัดใหญ่สุวรรณารามวรวิหาร – 4 กม. 4) วัดเกาะ – 5 กม. 5) พระรามราชนิเวศน์ (บ้านปืน) – 6 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1) ครัวบุญถัง (โซนตัวเมือง) – 4 กม. โทร. 092-459-5263 2) นุช ทอดมัน ขนมจีน – 4 กม. โทร. 086-623-5748 3) ขนมจีนทอดมัน ท่งเชียง เจ้ปุ้ย – 4 กม. โทร. 086-032-3687 4) โอวทึ้งนายกี๋ (โซนตัวเมือง) – 5 กม. โทร. 081-852-3350 5) เจ๊จ๊ะ ข้าวต้มปลา (โซนตัวเมือง) – 5 กม. โทร. 065-828-9379 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1) Royal Diamond Hotel – 5 กม. โทร. 032-411-061 2) Sun Hotel & Resort – 6 กม. โทร. 032-400-060 3) Chedi View Hostel & Rooftop Bar – 5 กม. โทร. 090-950-6529 4) Sweet Dreams Guest House – 7 กม. โทร. 085-121-9666 5) Alinda Resort – 9 กม. โทร. 086-318-4220 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดเขาบันไดอิฐมีจุดเด่นอะไรที่ทำให้ต่างจากวัดอื่นในเพชรบุรี?
ตอบ: จุดเด่นคือเป็นวัดบนเขาที่มีถ้ำหลายแห่งให้สักการะและเดินชม พร้อมเรื่องเล่าเข้มข้นตั้งแต่สมัยอยุธยา รวมถึงงานปูนปั้นหน้าบันอุโบสถสกุลช่างเพชรบุรีที่สวยมาก
ถาม: ถ้ำที่คนส่วนใหญ่นิยมขึ้นไปชมมีอะไรบ้าง?
ตอบ: โดยทั่วไปนิยมไปถ้ำประทุน ถ้ำพระเจ้าเสือ และถ้ำพระพุทธไสยาสน์ ซึ่งแต่ละถ้ำมีพระพุทธรูปประดิษฐานและมีเรื่องเล่าประกอบ
ถาม: วัดเขาบันไดอิฐเกี่ยวข้องกับพระเจ้าเสืออย่างไร?
ตอบ: ตำนานเล่าว่าพระเจ้าเสือเคยเสด็จมาเพชรบุรีและเกี่ยวข้องกับพระอาจารย์แสง รวมถึงมีเรื่องเล่าการถวายพระพุทธรูปและสิ่งของไว้ในถ้ำ จึงทำให้ถ้ำบางแห่งถูกเรียกชื่อเกี่ยวกับพระเจ้าเสือ
ถาม: ควรเผื่อเวลาเที่ยววัดเขาบันไดอิฐนานแค่ไหน?
ตอบ: แนะนำอย่างน้อย 1–2 ชั่วโมง หากอยากเดินชมถ้ำหลายจุดแบบไม่รีบอาจเผื่อ 2–3 ชั่วโมง
ถาม: มีข้อควรระวังอะไรเป็นพิเศษเมื่อขึ้นไปชมถ้ำ?
ตอบ: ควรใส่รองเท้าที่เดินสบาย เดินระวังพื้นลื่นในบางช่วง โดยเฉพาะหน้าฝน สำรวมกิริยาในถ้ำ และหลีกเลี่ยงการสัมผัสองค์พระหรือโบราณวัตถุเพื่อการอนุรักษ์
แสดงความเห็น
| คำค้น (ขั้นสูง) |
Facebook Fanpage

หมวดหมู่:
กลุ่ม:
ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก
สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ และอนุสาวรีย์(
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(
พระราชวัง(
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(
พิพิธภัณฑ์(
สถานที่ท่องเที่ยวเชิงวิชาการ
ไร่ สวนเพื่อการศึกษา(
มหาวิทยาลัย
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(
โครงการในพระราชดำริ
โครงการหลวง(
วิถีชีวิต
หมู่บ้าน ชุมชน(
ตลาดน้ำ(
ธรรมชาติ และสัตว์ป่า
อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตอนุรักษ์ทางทะเล(
ดอย และภูเขา(
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(
น้ำตก(
น้ำพุร้อน(
ถ้ำ(
แม่น้ำลำคลอง(
อ่าว และชายหาด(
หมู่เกาะ(
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(
บันเทิง และท่องเที่ยวเชิงเกษตร
ฟาร์ม, ไร่, สวน, สวนสาธารณะ และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(
โรงละคร(
กิจกรรมกลางแจ้ง และกิจกรรมผจญภัย(
บทความท่องเที่ยว, สูตรอาหาร
รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร(