โบสถ์สแตนเลส

โบสถ์สแตนเลส

โบสถ์สแตนเลส
Rating: 4.2/5 (6 votes)
แผนที่ แผนที่ แผนที่ มีแผนที่ มีแผนที่ ไม่มีแผนที่ ไม่มีแผนที่

สถานที่ท่องเที่ยวกาญจนบุรี

สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย

วันเปิดทำการ: เปิดทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08:00 – 16:00 น.
 
โบสถ์สแตนเลส ณ วัดป่าลำขาแข้ง (วัดปากลำขาแข้ง) จังหวัดกาญจนบุรี เป็นสถานที่ท่องเที่ยวแนว Unseen ที่หลายคนพูดถึงด้วยเหตุผลสำคัญมากกว่าความ “แปลกใหม่” เพราะที่นี่คือการผสานศิลปะไทยเข้ากับวัสดุร่วมสมัยอย่างสแตนเลสได้อย่างงดงาม จนเกิดเป็นพระอุโบสถที่สะท้อนทั้งแรงศรัทธาของผู้คนและความกล้าคิดในการสร้างสถาปัตยกรรมทางศาสนาในยุคใหม่ สิ่งที่ทำให้การมาเยือนวัดแห่งนี้ต่างจากวัดทั่วไปตั้งแต่ก้าวแรก คือ “วิธีเดินทาง” ที่ต้องนั่งเรือหางยาวเท่านั้น วัดตั้งอยู่ในพื้นที่กลางผืนน้ำของเขื่อนศรีนครินทร์ อำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี จึงไม่สามารถขับรถเข้าไปถึงโดยตรง และการเดินทางทางน้ำกลับกลายเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ที่ทำให้หลายคนจดจำวัดป่าลำขาแข้งได้แม่นยำกว่าการไปไหว้พระแบบเดิม ๆ
 
เมื่อพูดถึง “วัดป่าลำขาแข้ง” หรือที่มักเรียกกันว่า “วัดปากลำขาแข้ง” ภาพจำของผู้มาเยือนจำนวนมากมักเริ่มต้นจากความเงียบสงบของผืนน้ำและเงาภูเขาที่โอบล้อมเขื่อนศรีนครินทร์ บางช่วงเวลาผิวน้ำเรียบสนิทเหมือนกระจกสะท้อนท้องฟ้า บางช่วงเวลามีลมพัดจนเกิดระลอกคลื่นเล็ก ๆ ที่ทำให้เสียงเครื่องยนต์เรือหางยาวดังประสานกับธรรมชาติอย่างพอดี การเดินทางด้วยเรือหางยาวจากท่าเรือฝั่งเขื่อน ไม่ได้เป็นเพียงการ “ไปให้ถึง” แต่ทำให้ผู้เดินทางค่อย ๆ ปรับอารมณ์จากโลกที่เร่งรีบ ไปสู่บรรยากาศที่ช้าลง สงบลง และพร้อมรับความหมายของการเข้าวัดอย่างแท้จริง หลายคนบอกว่าจังหวะเวลาบนเรือนี่เองที่ทำให้การมาไหว้พระมีความ “ตั้งใจ” มากขึ้นโดยธรรมชาติ
 
ในเชิงประวัติ วัดปากลำขาแข้งเป็นวัดสังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย และมีข้อมูลระบุว่าสร้างขึ้นตั้งแต่ พ.ศ. 2484 โดยเกิดจากการริเริ่มของประชาชนในพื้นที่ เนื่องจากการเดินทางไปประกอบพิธีทางศาสนาที่วัดซึ่งอยู่ห่างไกลในอดีตไม่สะดวกนัก เมื่อชุมชนเติบโตขึ้น ความต้องการสถานที่ประกอบศาสนกิจจึงชัดเจนขึ้น วัดจึงเป็นเหมือนศูนย์กลางของทั้งศรัทธาและชีวิตชุมชน แต่สิ่งที่ทำให้วัดปากลำขาแข้งโดดเด่นในระดับประเทศเกิดขึ้นในยุคต่อมา นั่นคือ “โบสถ์สแตนเลส” และ “พระพุทธรูปสแตนเลส” ที่ผู้คนกล่าวถึงว่าเป็นหนึ่งเดียวในโลก ด้วยความงดงามของลายฉลุไทยและความประณีตของการขึ้นรูปวัสดุที่ไม่ใช่วัสดุหลักของโบสถ์ไทยในอดีต
 
แก่นสำคัญของการสร้างโบสถ์สแตนเลสที่นี่ คือความร่วมแรงร่วมใจจากผู้มีศรัทธาจำนวนมาก มีข้อมูลท่องเที่ยวที่เล่าว่าโครงการก่อสร้างเกิดจากการสนับสนุนของกลุ่มผู้มีความเชี่ยวชาญด้านสแตนเลส และการระดมทุนจากประชาชนเพื่อสร้างเป็นพุทธบูชาและถวายเป็นพระราชกุศลเพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ในวาระสำคัญ แนวคิดนี้ทำให้โบสถ์ไม่ได้ถูกมองเป็นเพียง “อาคารสวย” แต่เป็นสัญลักษณ์ของศรัทธาร่วมสมัยที่คนจำนวนมากร่วมกันสร้างอย่างมีเป้าหมายทางจิตใจ เมื่อมองภาพรวมจะเห็นว่าที่นี่ไม่ใช่การสร้างเพราะต้องการความแปลกตา แต่เป็นการสร้างเพื่อยกระดับพลังศรัทธาให้จับต้องได้ผ่านสถาปัตยกรรม
 
เมื่อเรือค่อย ๆ เข้าใกล้เกาะกลางน้ำของเขื่อนศรีนครินทร์ ภาพของโบสถ์สแตนเลสจะเริ่มชัดขึ้นทีละน้อย ในวันที่แดดจัด ผิวสแตนเลสจะสะท้อนแสงจนเกิดความระยิบระยับเหมือนอัญมณี ขณะที่ในวันที่มีเมฆหรือฝนพรำ ตัวอาคารจะดูสุขุมขึ้น แต่ยังคงความสง่างามแบบร่วมสมัย จุดที่ทำให้ผู้คนหยุดมองนาน ๆ ไม่ใช่เพียงความเงา แต่คือ “ลายไทย” ที่ถูกฉลุอย่างวิจิตรบริเวณซุ้มประตู หน้าต่าง หน้าบัน และส่วนตกแต่งต่าง ๆ ลายไทยเหล่านี้ทำให้โบสถ์ยังคงจิตวิญญาณของสถาปัตยกรรมไทย แม้จะใช้วัสดุที่ต่างไปจากโบสถ์ปูนหรือไม้แบบดั้งเดิม การยืนมองใกล้ ๆ จะเห็นรายละเอียดของลวดลายที่ตั้งใจให้เกิดความอ่อนช้อย และทำให้ผู้มาเยือนรู้สึกว่า “ความไทย” ยังอยู่ครบ เพียงแต่ถูกเล่าในภาษาของวัสดุใหม่
 
อีกประเด็นที่หลายคนสงสัยก่อนมาเยือนคือ “โบสถ์สแตนเลสจะร้อนหรือไม่” เพราะภาพที่เห็นมักเป็นโลหะเงาวับซึ่งชวนให้นึกถึงความร้อนสะสม แต่ประสบการณ์ของผู้มาไหว้พระจำนวนมากกลับบอกตรงกันว่า “ภายในเย็นสบาย” ความรู้สึกนี้เกิดจากแนวคิดทางวิศวกรรมและการก่อสร้างที่วางระบบไว้ โดยโบสถ์ทำโครงสร้างเป็นสแตนเลสและใช้แผ่นสแตนเลสทั้งด้านนอกและด้านใน แต่มีการอัดฉนวนไว้ตรงกลางเพื่อช่วยกันความร้อน ทำให้เมื่อก้าวเข้าไปภายใน จะสัมผัสได้ถึงอุณหภูมิที่ผ่อนคลายกว่าที่คาด นอกจากนี้พื้นหินแกรนิตยังเสริมให้บรรยากาศภายในโปร่งโล่ง สะอาดตา และให้ความรู้สึกสงบเหมาะแก่การนั่งสมาธิหรือสวดมนต์อย่างต่อเนื่อง หลายคนจึงบอกว่าที่นี่ไม่ได้เป็นแค่สถานที่ “มาถ่ายรูป” แต่เป็นวัดที่ “นั่งอยู่ได้นาน” โดยไม่รู้สึกอึดอัด
 
ภายในพระอุโบสถมีบรรยากาศเรียบ สงบ และตั้งใจให้ผู้มาเยือนกลับมาโฟกัสที่แก่นของการเข้าวัดคือการตั้งใจสักการะ มากกว่าการมองเพียงความแปลกใหม่ ด้านในจะให้ความรู้สึกเหมือนถูกตัดออกจากเสียงเครื่องยนต์เรือและโลกภายนอก ความเงียบภายในบวกกับความเย็นสบาย ทำให้หลายคนเลือกใช้ช่วงเวลาสั้น ๆ เพื่อไหว้พระ นั่งนิ่ง และตั้งจิตอธิษฐาน การเข้าวัดในพื้นที่ที่ต้องเดินทางด้วยเรือ ทำให้ผู้มาเยือนจำนวนไม่น้อยรู้สึกว่า “เราตั้งใจมาจริง ๆ” และเมื่อความตั้งใจนั้นมาถึงจุดหมาย จึงอยากใช้เวลาอยู่กับความสงบให้คุ้มค่า
 
ถัดจากโบสถ์สแตนเลสไม่นาน จะพบพระพุทธรูปสแตนเลสปางประทานพรองค์ใหญ่ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของวัด รูปแบบปางประทานพรให้ความหมายของการอวยพร ความเมตตา และความปรารถนาดีต่อสรรพชีวิต ข้อมูลท่องเที่ยวระบุขนาดหน้าตักกว้างประมาณ 8 เมตร และสูงประมาณ 12 เมตร ทำให้เมื่อมองจากระยะไกลจะเห็นองค์พระเด่นตระหง่านอยู่ริมผืนน้ำ โดยหันพระพักตร์ออกสู่ผืนน้ำกว้างของเขื่อนศรีนครินทร์ ภาพนี้มีความสวยงามในเชิงทัศนศิลป์ เพราะองค์พระเป็นเหมือนจุดศูนย์กลางที่เชื่อม “ผืนน้ำ” กับ “ขุนเขา” และ “ศรัทธา” เข้าด้วยกัน ผู้มาเยือนจำนวนมากนิยมยืนมององค์พระจากมุมที่เห็นน้ำและภูเขาอยู่ด้านหลัง เพราะให้ความรู้สึกสงบ ร่มเย็น และเหมือนถูกโอบล้อมด้วยธรรมชาติ
 
การมองพระพุทธรูปสแตนเลสในบริบทของวัดกลางน้ำทำให้หลายคนตีความได้หลายแบบ บางคนเห็นเป็นสัญลักษณ์ของความมั่นคงท่ามกลางความเปลี่ยนแปลง เพราะแม้น้ำในเขื่อนจะขึ้นลงตามฤดูกาล แต่ศรัทธายังคงอยู่ บางคนมองว่าการหันพระพักตร์สู่ผืนน้ำเหมือนการส่งความเมตตาไปยังเส้นทางเดินเรือ เส้นทางชีวิต และชุมชนรอบเขื่อนที่ผูกพันกับน้ำมาตลอด เมื่อมองอย่างละเอียดจะเห็นว่าความ “Unseen” ของวัดป่าลำขาแข้งไม่ได้เกิดจากความแปลกตาเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการวางองค์ประกอบที่ทำให้ผู้มาเยือนรู้สึกถึงความหมายและความตั้งใจของผู้สร้าง
 
หากมองในมุมการท่องเที่ยว วัดปากลำขาแข้งเป็นตัวอย่างของแหล่งท่องเที่ยวเชิงศาสนาที่พัฒนาเป็น “ประสบการณ์” ได้อย่างเป็นธรรมชาติ เพราะวิธีเดินทางด้วยเรือทำให้ผู้มาเยือนต้องวางแผนเวลา ต้องดูสภาพอากาศ ต้องสื่อสารกับคนขับเรือ และต้องมีความพร้อมเล็ก ๆ น้อย ๆ ก่อนออกเดินทาง สิ่งเหล่านี้ทำให้การมาไหว้พระไม่ใช่กิจกรรมแบบ “แวะ” แต่เป็นกิจกรรมแบบ “ตั้งใจมา” และเมื่อมาถึงแล้ว ผู้คนมักใช้เวลาเดินชมรายละเอียดของลายฉลุไทยรอบโบสถ์ นั่งพักรับลม ชมวิวภูเขาและผืนน้ำ และถ่ายภาพในมุมที่สะท้อนประกายของสแตนเลสในช่วงแดดดี ๆ หลายคนเลือกมาช่วงเช้าหรือบ่ายแก่ ๆ เพราะแสงจะนุ่มและทำให้ลวดลายดูมีมิติ
 
ในมุมของศิลปกรรม ลายฉลุไทยบนสแตนเลสให้ความรู้สึกแตกต่างจากลายไทยบนไม้หรือปูน เพราะสแตนเลสมีความเงาและมีการสะท้อนแสง ทำให้ลายดูมี “ชีวิต” มากขึ้นเมื่อผู้ชมเคลื่อนตัวหรือเมื่อแสงเปลี่ยน การยืนดูใกล้ ๆ จะเห็นรายละเอียดของการตัด การเจาะ และการขึ้นรูปที่ต้องใช้ความชำนาญสูง ลวดลายไทยที่ถูกนำเสนอผ่านโลหะ จึงเหมือนการยืนยันว่าศิลปะไทยไม่ได้จำกัดอยู่กับวัสดุแบบดั้งเดิมเท่านั้น หากแต่สามารถต่อยอดไปสู่รูปแบบใหม่โดยยังคงความงามเดิมไว้ได้ ผู้มาเยือนที่สนใจงานช่างจึงมักใช้เวลาเดินวนรอบอาคารเพื่อดูความต่างของลายที่แต่ละด้าน และสังเกตว่าบางจุดถูกออกแบบให้รับแสงมากกว่าจุดอื่นเพื่อให้เกิดความระยิบระยับเป็นพิเศษ
 
สิ่งที่ทำให้การมาเยือนวัดปากลำขาแข้ง “คุ้มค่า” สำหรับนักท่องเที่ยวจำนวนมาก คือการได้เห็นความต่างของวัดในบริบทเขื่อนศรีนครินทร์ บางคนอาจเคยเห็นวัดสวย ๆ ในเมืองหรือวัดริมถนน แต่การเห็นวัดที่ต้องนั่งเรือไปถึง และตั้งอยู่ท่ามกลางภูเขากับผืนน้ำ ทำให้เกิดความรู้สึกเหมือนหลุดจากฉากชีวิตประจำวันไปสู่พื้นที่ที่มีความศักดิ์สิทธิ์และความสงบในเวลาเดียวกัน ความรู้สึกนี้ยิ่งชัดเจนเมื่อคุณหยุดยืนมองวิวโดยรอบ เพราะขุนเขาที่ทอดยาวและผืนน้ำที่กว้างทำให้ผู้มาเยือนรู้สึกตัวเล็กลง และเมื่อรู้สึกตัวเล็กลง ความถ่อมตนและความตั้งใจในการสักการะก็มักเกิดขึ้นโดยง่าย
 
ในเชิงกิจกรรม นักท่องเที่ยวที่มาเยือนมักวางแผนรวมวัดปากลำขาแข้งกับจุดท่องเที่ยวอื่นในอำเภอศรีสวัสดิ์ เช่น เขื่อนศรีนครินทร์ จุดชมวิวบนสันเขื่อน น้ำตกเอราวัณ น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น หรืออุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ ซึ่งช่วยให้ทริปมีทั้งมิติทางธรรมชาติและมิติทางศรัทธา การจัดทริปแบบนี้ทำให้การมาไหว้พระไม่แยกออกจากการท่องเที่ยว แต่เป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้พื้นที่ และเข้าใจว่าทำไมผู้คนในชุมชนจึงผูกพันกับน้ำและเขื่อนจนกลายเป็นบริบทสำคัญของวัดกลางน้ำแห่งนี้
 
หากคุณตั้งใจมาชม “ประกายสแตนเลส” ให้เต็มตา ช่วงเวลาที่เหมาะมักเป็นช่วงที่แสงแดดมีความชัด แต่ไม่แรงจนเกินไป เช่น ช่วงเช้าหลัง 09:00 น. หรือช่วงบ่ายหลัง 15:00 น. เพราะแสงในช่วงนี้จะทำให้ลายฉลุไทยเห็นมิติชัดเจน และยังเหมาะกับการถ่ายภาพเชิงศิลป์ที่มีแสงเงานุ่ม ๆ แต่หากคุณตั้งใจมาสัมผัสความสงบและอยากนั่งไหว้พระนาน ๆ ช่วงเช้าใกล้เวลาเปิดหรือช่วงบ่ายที่ผู้คนเริ่มบางตา มักทำให้บรรยากาศเงียบกว่าปกติ ที่สำคัญคือควรดูสภาพอากาศก่อนเดินทาง เพราะการนั่งเรือหางยาวในวันที่ลมแรงหรือฝนหนักอาจไม่สะดวก และอาจต้องเลื่อนแผนเพื่อความปลอดภัย
 
เมื่อพูดถึง “ความเป็นหนึ่งเดียวในโลก” ของโบสถ์สแตนเลส วัดปากลำขาแข้ง ความหมายในเชิงการท่องเที่ยวคือที่นี่มี “ลายไทยบนสแตนเลส” ที่เด่นชัดและเป็นเอกลักษณ์จนถูกยกเป็นภาพจำของพื้นที่เขื่อนศรีนครินทร์ แต่ในเชิงจิตใจ ความเป็นหนึ่งเดียวอาจหมายถึงการที่ผู้คนจำนวนมากร่วมกันสร้างสิ่งนี้ขึ้นด้วยศรัทธา และทำให้โบสถ์ไม่ได้เป็นผลงานของคนคนเดียวหรือหน่วยงานเดียว หากเป็นผลรวมของความตั้งใจร่วมกัน เมื่อผู้มาเยือนรับรู้มุมนี้ ความสวยงามของตัวอาคารจึงไม่หยุดอยู่ที่สายตา แต่ขยายไปถึงความรู้สึกว่า “ที่นี่ถูกสร้างด้วยความหมาย”
 
อีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้วัดปากลำขาแข้งน่าจดจำ คือการได้เห็น “ศาสนสถานร่วมสมัย” ที่ยังคงเคารพรูปแบบไทย ไม่ได้ทิ้งความเป็นไทยเพื่อความแปลกใหม่ โครงสร้างอาจใช้วัสดุร่วมสมัย แต่ลวดลาย องค์ประกอบ และความสงบภายในยังคงสนับสนุนการปฏิบัติศาสนกิจเช่นเดียวกับวัดไทยทั่วไป ผู้มาเยือนจำนวนมากจึงรู้สึกว่าแม้จะเป็นวัดที่แปลกตา แต่ยังมีความคุ้นเคยแบบวัดไทยอยู่ครบ และทำให้ผู้สูงอายุหรือผู้ที่ตั้งใจมาไหว้พระแบบจริงจังรู้สึกสบายใจได้
 
สำหรับผู้ที่สนใจด้านวัฒนธรรม การสังเกตลายไทยที่ถูกฉลุไว้ตามจุดต่าง ๆ จะทำให้เห็นว่าผู้สร้างตั้งใจรักษาเอกลักษณ์ไทยไว้ในทุกมุม ไม่ว่าจะเป็นลายที่ซุ้มประตู ลายที่หน้าต่าง หรือส่วนตกแต่งที่ทำให้ภาพรวมของโบสถ์ยังคงความอ่อนช้อย หากคุณมีเวลา ลองเดินวนรอบอาคารช้า ๆ แล้วสังเกตความต่างของลายแต่ละด้าน คุณจะเห็นว่าลายไม่ใช่แค่ “ฉลุให้สวย” แต่มีการจัดวางให้เข้ากับสัดส่วนของอาคารและทิศทางแสง ซึ่งทำให้โบสถ์ดูเปลี่ยนไปตามช่วงเวลา และนี่คือเสน่ห์ของสแตนเลสที่ยิ่งทำให้ลายไทยดูมีมิติ
 
ในด้านการปฏิบัติเมื่อเข้าวัด ผู้มาเยือนควรแต่งกายสุภาพและให้เกียรติสถานที่ตามธรรมเนียมวัดไทย การถ่ายภาพสามารถทำได้ แต่ควรหลีกเลี่ยงการใช้เสียงดังหรือรบกวนผู้ที่กำลังสักการะ โดยเฉพาะภายในโบสถ์ที่หลายคนตั้งใจนั่งสงบ นอกจากนี้การเดินทางด้วยเรือทำให้ควรเตรียมตัวเบื้องต้น เช่น หมวกหรือร่มกันแดด น้ำดื่ม และการวางแผนเวลาขากลับให้ชัดเจน เพื่อไม่ให้กระทบกับรอบเรือหรือสภาพอากาศ
 
ภาพรวมทั้งหมดทำให้โบสถ์สแตนเลสและพระพุทธรูปสแตนเลส ณ วัดป่าลำขาแข้ง เป็นมากกว่าสถานที่ท่องเที่ยว Unseen แต่เป็นจุดหมายที่สะท้อนความสามารถของสังคมไทยในการสร้างงานศรัทธาที่งดงามร่วมสมัย โดยไม่ทิ้งรากของความเป็นไทย หากคุณกำลังมองหาทริปไหว้พระที่ได้ทั้งความสงบ วิวธรรมชาติ และความแปลกใหม่ที่ยังคงอยู่บนฐานของศาสนาและวัฒนธรรม วัดปากลำขาแข้งคือคำตอบที่น่าสนใจอย่างยิ่งในอำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี
 
การเดินทาง การเดินทางไปวัดปากลำขาแข้งต้องนั่งเรือหางยาวจากฝั่งเขื่อนศรีนครินทร์ โดยทั่วไปนิยมติดต่อเรือในพื้นที่บริเวณเขื่อนและนัดหมายเวลารับ–ส่งให้ชัดเจน การนั่งเรือใช้เวลาขึ้นอยู่กับจุดออกเรือและสภาพอากาศ ควรวางแผนให้ถึงวัดในช่วงเวลาที่มีแสงแดดพอดีเพื่อชมประกายของโบสถ์ และเผื่อเวลาเดินชมรายละเอียดลายฉลุไทย รวมถึงสักการะพระพุทธรูปสแตนเลสปางประทานพรให้ครบถ้วน
 
สรุปสถานที่ วัดกลางน้ำเขื่อนศรีนครินทร์ที่มีโบสถ์สแตนเลสลายฉลุไทยและพระพุทธรูปสแตนเลสขนาดใหญ่ เป็นจุดหมาย Unseen ของอำเภอศรีสวัสดิ์
ชื่อสถานที่ โบสถ์สแตนเลส วัดป่าลำขาแข้ง (วัดปากลำขาแข้ง)
ที่ตั้ง ต.เขาโจด อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี
ที่อยู่ เลขที่ 85 หมู่ 1 ต.เขาโจด อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี 71250
จุดเด่นของสถานที่ โบสถ์สแตนเลสลายฉลุไทยวิจิตร ส่องประกายเมื่อกระทบแสงแดด เดินทางด้วยเรือหางยาวเท่านั้น และมีพระพุทธรูปสแตนเลสปางประทานพรขนาดใหญ่
ยุคสมัย / ช่วงเวลา วัดสร้าง พ.ศ. 2484 และมีการพัฒนาจุดเด่นโบสถ์สแตนเลสในยุคสมัยใหม่จากแรงศรัทธาประชาชน
หลักฐานสำคัญ ข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวจังหวัดกาญจนบุรีระบุการเปิดเข้าชม 08:00–16:00 และหมายเลขโทรศัพท์ติดต่อวัด รวมถึงข้อมูลประวัติการสร้างวัดและรายละเอียดโบสถ์สแตนเลส
ที่มาของชื่อ ชื่อ “ปากลำขาแข้ง” สื่อถึงพื้นที่ชุมชนบริเวณปากลำน้ำในท้องถิ่น และเป็นชื่อที่ชาวบ้านใช้เรียกวัดมาอย่างต่อเนื่อง
ผู้ดูแล / เจ้าอาวาส (ล่าสุด) พระครูพิพัฒน์กาญจนาคม อานฺนโธ
สถานะปัจจุบัน เปิดให้นักท่องเที่ยวและประชาชนเข้าชมและสักการะตามเวลาเปิดทำการ และยังใช้ประกอบศาสนกิจของชุมชน
เบอร์ติดต่อ 034-546613, 081-835-3953, 084-414-5338
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง พร้อมระยะทาง 1) เขื่อนศรีนครินทร์ (ประมาณ 35 กม.)
2) อุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ (ประมาณ 45 กม.)
3) น้ำตกเอราวัณ (ประมาณ 85 กม.)
4) น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น (ประมาณ 95 กม.)
5) ถ้ำเฉลียง (ประมาณ 65 กม.)
ร้านอาหารใกล้เคียง พร้อมระยะทาง + เบอร์โทร 1) ครัวแพเพชรฟ้า (ประมาณ 55 กม.) โทร 081-861-3434
2) ร้านอาหาร/ครัว แพพี่ต้น (ประมาณ 55 กม.) โทร 081-856-9063
3) ร้านอาหาร/ครัว แพพี่ต้น (ประมาณ 55 กม.) โทร 081-772-5249
4) ร้านอาหาร/ครัว แพนันทนา (ประมาณ 55 กม.) โทร 082-250-0698
5) ร้านอาหาร/ครัว แพนันทนา (ประมาณ 55 กม.) โทร 088-200-2708
ที่พักใกล้เคียง พร้อมระยะทาง + เบอร์โทร 1) Lake Heaven Resort (ประมาณ 55 กม.) โทร 061-418-2270
2) Rayaburi Resort (ประมาณ 55 กม.) โทร 034-696-165
3) Rayaburi Resort (ประมาณ 55 กม.) โทร 096-539-5694
4) Ananta Riverhills Resort (ประมาณ 55 กม.) โทร 087-588-1970
5) รักน้ำรีสอร์ท (ประมาณ 55 กม.) โทร 099-982-3263
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: โบสถ์สแตนเลส วัดปากลำขาแข้ง เปิดกี่โมง?
ตอบ: เปิดให้เข้าชมทุกวัน โดยมีข้อมูลระบุเวลา 08:00 – 16:00 น.
 
ถาม: ต้องเดินทางอย่างไรถึงจะไปถึงวัดได้?
ตอบ: ต้องนั่งเรือหางยาวเท่านั้น เนื่องจากวัดอยู่ในพื้นที่กลางผืนน้ำของเขื่อนศรีนครินทร์ และไม่สามารถเข้าถึงด้วยรถยนต์โดยตรง
 
ถาม: ภายในโบสถ์สแตนเลสร้อนหรือไม่?
ตอบ: โดยแนวคิดการก่อสร้างมีการใช้ฉนวนคั่นกลางระหว่างแผ่นสแตนเลสด้านในและด้านนอก ช่วยลดความร้อน ทำให้ภายในเย็นสบายกว่าที่หลายคนคาด
 
ถาม: พระพุทธรูปสแตนเลสปางประทานพรมีขนาดเท่าไร?
ตอบ: มีข้อมูลระบุหน้าตักกว้างประมาณ 8 เมตร และสูงประมาณ 12 เมตร เป็นหนึ่งในไฮไลต์สำคัญของวัด
 
ถาม: เจ้าอาวาสวัดปากลำขาแข้งคือใคร?
ตอบ: พระครูพิพัฒน์กาญจนาคม อานฺนโธ
 
ถาม: ควรไปช่วงไหนถึงจะเห็นโบสถ์สแตนเลสสวยที่สุด?
ตอบ: ช่วงเช้าหลังแดดขึ้นหรือช่วงบ่ายแก่ ๆ มักเห็นประกายสแตนเลสและมิติของลายฉลุไทยชัดเจน ควรหลีกเลี่ยงวันที่ลมแรงหรือฝนหนักหากต้องนั่งเรือ
 
ถาม: มีเบอร์โทรติดต่อวัดหรือไม่?
ตอบ: มีข้อมูลติดต่อวัด เช่น 034-546613 และ 081-835-3953 (รวมถึงหมายเลขอื่นตามข้อมูลท่องเที่ยว)
แผนที่ โบสถ์สแตนเลส แผนที่โบสถ์สแตนเลส
โบสถ์ กลุ่ม: โบสถ์
คำค้นคำค้น: โบสถ์สแตนเลสโบสถ์สแตนเลส วัดป่าลำขาแข้ง วัดปากลำขาแข้ง โบสถ์สแตนเลส กาญจนบุรี unseen ศรีสวัสดิ์ วัดกลางน้ำ เขื่อนศรีนครินทร์ พระพุทธรูปสแตนเลส ไหว้พระ กาญจนบุรี ที่เที่ยวศรีสวัสดิ์ เที่ยวเขื่อนศรีนครินทร์ วัดสวยกาญจนบุรี
ปรับปรุงล่าสุดปรับปรุงล่าสุด: 2 วันที่แล้ว


แสดงความเห็น

แสดงความเห็น




คำค้น (ขั้นสูง)
   
Email :
  รหัสผ่าน :
  สมัครสมาชิก | ลืมรหัสผ่าน
 

Facebook Fanpage Facebook Fanpage

 

ภูมิภาค ภูมิภาคhttps://www.lovethailand.org/

ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก

สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ และอนุสาวรีย์ สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ และอนุสาวรีย์(13)

แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(5)

ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(7)

พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(7)

อาร์ตแกลเลอรี่ อาร์ตแกลเลอรี่(1)

มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัย

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์

วัด วัด(37/539)

โบสถ์ โบสถ์(2)

สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(6)

โครงการในพระราชดำริ โครงการในพระราชดำริ

โครงการหลวง โครงการหลวง(1)

วิถีชีวิต วิถีชีวิต

หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(5)

ตลาดท้องถิ่น ตลาดท้องถิ่น(1)

ธรรมชาติ และสัตว์ป่า ธรรมชาติ และสัตว์ป่า

อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตอนุรักษ์ทางทะเล อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตอนุรักษ์ทางทะเล(11)

ดอย และภูเขา ดอย และภูเขา(6)

เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(9)

น้ำตก น้ำตก(19)

น้ำพุร้อน น้ำพุร้อน(3)

ถ้ำ ถ้ำ(20)

แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(3)

แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(4)

บันเทิง และท่องเที่ยวเชิงเกษตร บันเทิง และท่องเที่ยวเชิงเกษตร

สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ(2)

แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์ แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์(4)

ฟาร์ม, ไร่, สวน, สวนสาธารณะ และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม, ไร่, สวน, สวนสาธารณะ และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(11)

โรงภาพยนตร์ โรงภาพยนตร์(1)

กิจกรรมกลางแจ้ง และกิจกรรมผจญภัย กิจกรรมกลางแจ้ง และกิจกรรมผจญภัย(2)

บทความท่องเที่ยว, สูตรอาหาร บทความท่องเที่ยว, สูตรอาหาร

รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร(1)