วัดเขาเม็งอมรเมศร์

วัดเขาเม็งอมรเมศร์

วัดเขาเม็งอมรเมศร์
Rating: 2.3/5 (10 votes)
แผนที่ แผนที่ แผนที่ มีแผนที่ มีแผนที่ ไม่มีแผนที่ ไม่มีแผนที่

สถานที่ท่องเที่ยวกาญจนบุรี

สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: โดยทั่วไป 07:00–18:00 (แนะนำไปช่วง 08:00–17:00 เพื่อเที่ยวสบายและมีแสงถ่ายภาพ)
 
วัดเขาเม็งอมรเมศร์ ในอำเภอเมืองกาญจนบุรี เป็นหนึ่งในวัดที่ทำให้คำว่า “เที่ยววัดในตัวเมือง” มีความหมายมากกว่าแค่แวะไหว้พระแล้วกลับ เพราะที่นี่ไม่ได้อยู่บนพื้นราบเหมือนวัดส่วนใหญ่ แต่มี “เขาเม็ง” เป็นแกนกลางของประสบการณ์ ทำให้คนมาเยือนได้เลือกจังหวะของตัวเองว่าจะค่อย ๆ เดินขึ้นบันไดสายรุ้งเพื่อเปลี่ยนความคิดจากเรื่องเร่งรีบให้กลายเป็นความนิ่ง หรือจะขับรถขึ้นไปถึงยอดเขาแล้วค่อยเดินชมรอบ ๆ เพื่อเก็บรายละเอียดงานศิลป์และเรื่องเล่าทางประวัติศาสตร์ที่ซ่อนอยู่บนพื้นที่สูงของเมืองกาญจนบุรี วัดเขาเม็งอมรเมศร์เป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์ฝ่ายมหานิกาย ตั้งอยู่ตำบลปากแพรก อำเภอเมืองกาญจนบุรี จังหวัดกาญจนบุรี และมีเนื้อที่ราว 35 ไร่ ซึ่งความ “อยู่ในเมืองแต่มีเขา” แบบนี้เองที่ทำให้วัดมีบุคลิกเฉพาะตัวและเหมาะกับคนที่อยากไหว้พระพร้อมรับวิวกว้าง ๆ ไปในเวลาเดียวกัน
 
ภาพจำแรกของวัดนี้สำหรับหลายคนมักเริ่มจาก “บันไดสายรุ้ง” ที่ทอดตัวยาวขึ้นสู่เขาเม็ง บันไดถูกกล่าวถึงอย่างแพร่หลายว่าอยู่ราว 400 ขั้น และมีรูปปั้นพญานาคอยู่สองฝั่ง ทำให้การเดินขึ้นกลายเป็นกิจกรรมที่มีทั้งความงามและความท้าทายอย่างพอดี ถ้ามองในมุมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม บันไดที่คนต้องใช้แรงกายพอประมาณมักทำหน้าที่เป็นเส้นแบ่งระหว่างโลกภายนอกกับพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์โดยธรรมชาติ เพราะยิ่งเดินขึ้น ใจมักยิ่งนิ่ง และเสียงพูดคุยจะค่อย ๆ เบาลงเองโดยไม่ต้องมีใครเตือน ความพิเศษคือวัดไม่ได้บังคับให้ทุกคนต้องเดินขึ้นเสมอไป เพราะยังมีถนนสำหรับรถยนต์ที่สามารถขับขึ้นยอดเขาได้ ทำให้ครอบครัวที่มีผู้สูงอายุหรือเด็กเล็กสามารถเที่ยวได้ครบเช่นกัน เพียงแต่อยู่ที่การเลือกจังหวะของแต่ละคนว่าจะอยากให้ “การขึ้นเขา” เป็นส่วนหนึ่งของพิธีกรรมเล็ก ๆ ในใจ หรืออยากให้เป็นการเข้าถึงจุดไฮไลต์แบบสะดวกที่สุด
 
เมื่อพูดถึงสิ่งที่ทำให้วัดเขาเม็งอมรเมศร์มีน้ำหนักมากกว่าวัดวิวทั่วไป คำตอบอยู่ที่ “ชั้นประวัติศาสตร์บนยอดเขา” เพราะข้อมูลที่เผยแพร่สาธารณะระบุว่าบนยอดเขาเม็งมีเจดีย์ที่สันนิษฐานว่าเป็นเจดีย์สมัยอยุธยาตั้งอยู่ 2 องค์ และมีเก๋งจีน 1 หลัง โดยผนังเก๋งจีนมีอักขระภาษาจีน รวมถึงมีสถูปเจดีย์แบบจีนตั้งอยู่บนยอดเขา รายละเอียดเหล่านี้ทำให้ยอดเขาเม็งดูเหมือนพื้นที่ที่เคยเป็น “จุดหมาย” มาก่อนการสร้างวัดในรูปแบบปัจจุบัน และยิ่งเพิ่มมิติเมื่อมีเรื่องเล่าสืบต่อกันว่าเดิมพื้นที่แห่งนี้อาจเคยใช้เป็นหอสังเกตการณ์ข้าศึก นั่นหมายความว่า “ความสูง” ของเขาเม็งไม่ได้มีคุณค่าแค่การชมวิว แต่เคยมีคุณค่าเชิงยุทธศาสตร์และการมองเห็นพื้นที่โดยรอบด้วย การเดินขึ้นเขาจึงไม่ใช่เพียงการขึ้นไปไหว้พระ แต่เหมือนการเดินขึ้นไปอ่านภูมิประเทศและอดีตของเมืองไปพร้อมกัน
 
อีกชั้นหนึ่งที่ทำให้หลายคนอยากขึ้นไปถึงยอดเขา คือ “เก๋งจีนเก่าแก่” ที่ทางวัดบำรุงรักษาไว้ให้ผู้มาเยือนสามารถเข้าไปชมและถ่ายภาพได้ การมีเก๋งจีน สิงห์จีน 2 ตัว อักขระจีน และสถูปแบบจีน ทำให้พื้นที่นี้มีบรรยากาศของการผสมกันระหว่างศรัทธาในแบบพุทธไทยกับร่องรอยศิลปกรรมจีน ซึ่งพบได้ในหลายเมืองการค้าหรือพื้นที่ที่เคยมีผู้คนหลากเชื้อชาติเดินทางผ่าน แต่สำหรับเขาเม็ง สิ่งที่น่าสนใจคือมีการกล่าวถึงการค้นพบราวปลายรัชกาลที่ 2 และมีข้อสันนิษฐานว่าผู้สร้างอาจเป็นชาวจีนหรือชาวญวน ความ “ไม่แน่ชัดแบบมีร่องรอย” นี้เองทำให้เก๋งจีนบนยอดเขาไม่ได้เป็นแค่ฉากถ่ายรูป แต่เป็นสิ่งที่ชวนตั้งคำถามว่า ผู้คนในอดีตขึ้นมาทำอะไรที่นี่ และทำไมจึงเลือกพื้นที่ที่สูงและมองเห็นได้ไกลเป็นพิเศษ
 
จากเก๋งจีน การเดินชมบนยอดเขามักไปต่อที่มณฑปหรือวิหารที่ประดิษฐาน “พระพุทธรูปปางเลไลย์” องค์ใหญ่ ซึ่งเป็นหัวใจด้านศรัทธาของยอดเขาเม็ง ปางเลไลย์ให้ความหมายของความสงบและการคุ้มครองในเชิงสัญลักษณ์ และด้วยตำแหน่งที่อยู่สูงเหนือพื้นเมือง การได้กราบไหว้พระแล้วหันไปเห็นทิวทัศน์กว้าง ๆ มักทำให้คนรู้สึกเหมือนปล่อยความวุ่นวายไว้ด้านล่างโดยอัตโนมัติ ในทางปฏิบัติ ผู้มาเยือนจำนวนมากจะใช้เวลาบนยอดเขานานกว่าที่คิด เพราะนอกจากการไหว้พระ ยังมีจุดยืนพัก มุมมองภูเขา และจังหวะลมที่ทำให้พื้นที่เหมาะกับการ “อยู่เงียบ ๆ” มากกว่าการรีบเดินผ่าน ซึ่งถ้าเป้าหมายของการมาเที่ยวคือพักใจ วัดเขาเม็งอมรเมศร์ถือว่าเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์มากเพราะอยู่ในเมืองแต่ให้ความรู้สึกเหมือนออกจากเมือง
 
สิ่งที่ทำให้การเที่ยววัดนี้ “ครบ” คือการเข้าใจว่าพื้นที่ด้านบนไม่ได้มีแค่จุดสวยงามเพื่อถ่ายรูป แต่ยังมีวิหารหรืออาคารที่คณะสงฆ์ใช้เป็นสถานที่ปฏิบัติศาสนกิจจริง ๆ นั่นหมายความว่าบรรยากาศบนยอดเขาเม็งเป็นพื้นที่ใช้งานของวัด ไม่ใช่เพียงแลนด์มาร์กท่องเที่ยว ดังนั้นการถ่ายภาพหรือเดินชมควรทำด้วยความสำรวม และหลีกเลี่ยงการส่งเสียงดังในช่วงที่อาจมีพิธีหรือกิจกรรมทางศาสนา โดยเฉพาะวันพระหรือช่วงเช้าที่พระสงฆ์อาจใช้พื้นที่เพื่อปฏิบัติภารกิจประจำวัน การปฏิบัติตัวแบบนี้ช่วยให้การท่องเที่ยวเป็นมิตรกับพื้นที่ และทำให้วัดยังคงความสงบที่เป็นเสน่ห์หลักของเขาเม็งไว้ได้
 
สำหรับคนที่อยากเดินขึ้นบันไดสายรุ้งให้สนุกและไม่เหนื่อยเกินไป วิธีคิดที่ใช้ได้จริงคืออย่ามองว่าเป็น “400 ขั้น” ที่ต้องเอาชนะในครั้งเดียว แต่ให้แบ่งเป็นช่วงสั้น ๆ โดยยึดหลักเดินช้าแต่ต่อเนื่อง เมื่อเจอช่วงที่ชันให้ปรับลมหายใจให้ยาวขึ้นและใช้จังหวะก้าวสม่ำเสมอ รองเท้าควรเป็นรองเท้าที่เกาะพื้นดี เพราะบันไดและทางเดินบนเขามีโอกาสลื่นได้หากมีความชื้น โดยเฉพาะหน้าฝนหรือหลังฝนตก และถ้าคุณตั้งใจไปเพื่อถ่ายภาพ แสงที่ทำให้บันไดสีรุ้งดูมีมิติที่สุดมักเป็นช่วงเช้าหรือช่วงเย็นที่แดดไม่แข็งเกินไป ภาพจะละมุนและสีจะไม่หลุดจนแสบตา ขณะเดียวกันหากเป้าหมายคือชมวิวเมืองแบบชัดเจน ช่วงที่อากาศปลอดโปร่งหลังฝนหยุดใหม่ ๆ มักให้ทัศนียภาพที่คมและเขียวสดเป็นพิเศษ
 
ในมุมการเล่าเรื่องเชิงประวัติ วัดเขาเม็งอมรเมศร์เป็นตัวอย่างของพื้นที่ที่ “วัด” เติบโตบนรากของสิ่งที่มีอยู่ก่อน ไม่ว่าจะเป็นร่องรอยศิลปกรรมจีนหรือโบราณสถานในชั้นเวลาเก่าแก่กว่า ข้อมูลสาธารณะระบุเพิ่มเติมว่าสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติระบุการตั้งวัดเมื่อ พ.ศ. 2480 ซึ่งทำให้เราเห็นภาพว่าพื้นที่บนยอดเขาอาจมีองค์ประกอบเก่าแก่บางอย่างอยู่ก่อน แล้วจึงค่อยพัฒนาเป็นวัดในระบบการปกครองคณะสงฆ์ที่ชัดเจนในเวลาต่อมา เมื่ออ่านแบบนี้ วัดเขาเม็งอมรเมศร์จึงมีเสน่ห์เป็นพิเศษ เพราะเราไม่ได้มาเห็นเพียงวัดที่สร้างขึ้น “เสร็จแล้ว” แต่ได้มาเห็นพื้นที่ที่ประกอบด้วยชั้นเวลาหลายช่วง ทั้งเรื่องเล่าสมัยต้นรัตนโกสินทร์ ร่องรอยจีน โบราณสถานอยุธยา และการพัฒนาเป็นวัดในศตวรรษหลัง ๆ รวมอยู่ในจุดเดียว
 
ถ้าต้องอธิบายว่าวัดนี้เหมาะกับใคร คำตอบคือเหมาะกับคนที่อยากเที่ยวแบบไม่ต้องขับออกนอกเมืองไกล แต่ยังอยากได้ “วิว” และ “ความสงบ” ไปพร้อมกัน เหมาะกับสายถ่ายภาพที่อยากได้ภาพบันไดสีรุ้งแบบสุภาพ เหมาะกับสายบุญที่อยากกราบพระปางเลไลย์และเดินชมพื้นที่บนยอดเขา และเหมาะกับคนที่ชอบสถานที่ที่มีเรื่องเล่าหลายชั้น เพราะการขึ้นไปยืนใกล้เก๋งจีนแล้วอ่านอักขระจีน (แม้จะอ่านไม่ออกทั้งหมด) ก็ทำให้รู้สึกถึงความต่อเนื่องของผู้คนในอดีตได้อย่างประหลาด รวมถึงคนที่ชอบเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ เพราะประเด็นเรื่องเจดีย์ที่สันนิษฐานว่าเป็นสมัยอยุธยาและเรื่องเล่าหอสังเกตการณ์ข้าศึก ทำให้การเที่ยวไม่ได้จบแค่ “สวย” แต่มี “ความหมาย” ให้พกกลับไปคิดต่อด้วย
 
อีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้วัดเขาเม็งอมรเมศร์น่าแนะนำสำหรับนักท่องเที่ยว คือเป็นจุดที่สามารถวางแผนเที่ยวร่วมกับสถานที่สำคัญอื่นในเมืองกาญจนบุรีได้ง่ายมาก เพราะอยู่ในอำเภอเมืองและเชื่อมไปยังแลนด์มาร์กอย่างสะพานข้ามแม่น้ำแคว สุสานทหารสัมพันธมิตรดอนรัก พิพิธภัณฑ์ทางรถไฟไทย–พม่า (Thailand–Burma Railway Centre) และพิพิธภัณฑ์สงครามได้สะดวก คุณจึงสามารถจัดทริปครึ่งวันแบบมีทั้งไหว้พระ ชมวิว และตามรอยประวัติศาสตร์สงครามโลกครั้งที่ 2 ได้ในวันเดียว โดยไม่ต้องเปลี่ยนโซนเดินทางหลายรอบให้เหนื่อยเกินไป
 
ด้านบรรยากาศ วัดบนยอดเขามักมีลมและอุณหภูมิที่สบายกว่าพื้นเมืองเล็กน้อย แต่ก็แลกมาด้วยแดดที่อาจแรงในช่วงเที่ยงเพราะพื้นที่เปิด ดังนั้นถ้าตั้งใจขึ้นบันได แนะนำเตรียมน้ำดื่ม หมวก หรือร่มกันแดด และถ้ามีผู้สูงอายุร่วมทริป การขับรถขึ้นยอดเขาแล้วค่อยเดินชมเฉพาะจุดสำคัญเป็นทางเลือกที่เหมาะกว่า ความปลอดภัยที่ควรระวังคือพื้นทางเดินอาจลื่นเมื่อชื้น และการลงบันไดอาจทำให้เข่ารับแรงมากกว่าตอนขึ้น ถ้าใครมีปัญหาเข่า ควรเดินช้าและใช้ราวจับเมื่อมี รวมถึงหลีกเลี่ยงการใส่รองเท้าที่พื้นลื่นหรือส้นสูง
 
การเดินทาง ไปวัดเขาเม็งอมรเมศร์สามารถเริ่มจากตัวเมืองกาญจนบุรีแล้วมุ่งหน้าเข้าสู่พื้นที่ตำบลปากแพรก จากนั้นใช้แผนที่นำทางค้นหาชื่อ “วัดเขาเม็งอมรเมศร์” หรือ “Wat Khao Meng Amoramet” เมื่อถึงบริเวณวัดให้ตัดสินใจตามความสะดวกว่าจะเดินขึ้นบันไดสายรุ้งหรือขับรถขึ้นถนนสู่ยอดเขาเม็ง หากตั้งใจเดินขึ้น แนะนำเผื่อเวลาเพิ่มและเลือกช่วงเช้าหรือช่วงเย็นเพื่อลดความร้อน รวมถึงแต่งกายสุภาพและใส่รองเท้าที่เกาะพื้นดีเพื่อความปลอดภัย
 
ชื่อสถานที่ วัดเขาเม็งอมรเมศร์ (Wat Khao Meng Amoramet)
ที่อยู่ 134 หมู่ 13 ตำบลปากแพรก อำเภอเมืองกาญจนบุรี จังหวัดกาญจนบุรี 71000
สรุปสถานที่ วัดบน “เขาเม็ง” ในตัวเมืองกาญจนบุรี มีบันไดสายรุ้งราว 400 ขั้นและพญานาคสองฝั่ง บนยอดเขามีเก๋งจีนเก่าแก่ อักขระจีน สถูปแบบจีน และจุดสักการะพระพุทธรูปปางเลไลย์ พร้อมวิวทิวทัศน์เมืองและแนวภูเขา
จุดเด่นของสถานที่ บันไดสายรุ้ง ~400 ขั้น, พญานาคสองฝั่ง, เก๋งจีนและอักขระจีนบนยอดเขา, สถูปเจดีย์แบบจีน, เจดีย์ที่สันนิษฐานว่าสมัยอยุธยา, พระพุทธรูปปางเลไลย์องค์ใหญ่, จุดชมวิวบนยอดเขาเม็ง
ประวัติ/ความเป็นมา เป็นวัดราษฎร์มหานิกาย เนื้อที่ราว 35 ไร่ มีข้อมูลเผยแพร่ว่าบนยอดเขามีเก๋งจีน อักขระจีน สถูปแบบจีน และเจดีย์ที่สันนิษฐานว่าสมัยอยุธยา มีการกล่าวถึงการค้นพบราวปลายรัชกาลที่ 2 และสันนิษฐานว่าผู้สร้างอาจเป็นชาวจีนหรือชาวญวน ต่อมาพัฒนาเป็นพื้นที่ศาสนสถานบนยอดเขาเม็ง โดยสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติระบุการตั้งวัดเมื่อ พ.ศ. 2480
นิกาย/ประเภทวัด วัดราษฎร์, มหานิกาย
ผู้ดูแล/เจ้าอาวาส (ล่าสุดที่พบเผยแพร่สาธารณะ) “พม.มนู ปิยสีโล” เป็นเจ้าอาวาส
วันและเวลาเปิดทำการ ทุกวัน (มักระบุ 07:00–18:00)
ค่าเข้าชม ไม่เก็บค่าเข้าชม (ทำบุญตามศรัทธา)
สิ่งอำนวยความสะดวก พื้นที่จอดรถบริเวณวัด, บันไดขึ้นเขาและทางถนนรถยนต์ขึ้นยอดเขา, จุดสักการะ/มณฑปด้านบน, มุมชมวิว (ควรระวังแดดและพื้นลื่นช่วงฝน)
การเดินทาง จากตัวเมืองกาญจนบุรีไปตำบลปากแพรก ค้นหาแผนที่ “วัดเขาเม็งอมรเมศร์ (Wat Khao Meng Amoramet)” เลือกได้ทั้งเดินขึ้นบันไดสายรุ้งหรือขับรถขึ้นยอดเขาเม็ง
สถานะปัจจุบัน เปิดให้เข้ากราบไหว้และท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมได้ตามปกติ
เบอร์ติดต่อ 084-572-7896
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณ + เบอร์โทร) 1) สะพานข้ามแม่น้ำแคว (River Kwai Bridge) ~4 กม. โทร 02-621-8701
2) สุสานทหารสัมพันธมิตรดอนรัก (Kanchanaburi War Cemetery) ~4 กม. โทร 034-521-559
3) พิพิธภัณฑ์ทางรถไฟไทย–พม่า (Thailand–Burma Railway Centre) ~4 กม. โทร 034-512-721
4) พิพิธภัณฑ์สงครามโลกครั้งที่ 2 / โซน JEATH (World War II Museum / JEATH) ~5 กม. โทร 092-669-8798
5) สกายวอล์คกาญจนบุรี (Kanchanaburi Skywalk) ~3 กม. โทร 098-952-0628
ร้านอาหารใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณ + เบอร์โทร) 1) Keeree Tara Restaurant ~5 กม. โทร 034-513-855
2) Keeree Mantra Restaurant ~5 กม. โทร 034-540-889
3) Bell’s Pizzeria ~5 กม. โทร 081-010-6614
4) Jolly Frog Restaurant ~4 กม. โทร 034-512-028
5) On’s Thai Issan ~4 กม. โทร 034-513-884
ที่พักใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณ + เบอร์โทร) 1) U Inchantree Kanchanaburi ~5 กม. โทร 034-521-584
2) Felix River Kwai Resort ~5 กม. โทร 034-551-000
3) Dheva Mantra Resort ~6 กม. โทร 034-615-999
4) Good Times Resort Kanchanaburi ~6 กม. โทร 087-162-4949
5) Mida Resort Kanchanaburi ~25 กม. โทร 034-919-606
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดเขาเม็งอมรเมศร์อยู่ที่ไหน?
ตอบ: อยู่ตำบลปากแพรก อำเภอเมืองกาญจนบุรี จังหวัดกาญจนบุรี และเป็นวัดในโซนตัวเมืองที่ขึ้นไปชมยอดเขาเม็งได้
 
ถาม: บันไดสายรุ้งมีกี่ขั้น และจำเป็นต้องเดินขึ้นเท่านั้นไหม?
ตอบ: มักระบุว่ามีราว 400 ขั้น และไม่ได้จำเป็นต้องเดินอย่างเดียว เพราะมีถนนให้ขับรถขึ้นยอดเขาเม็งได้ด้วย
 
ถาม: บนยอดเขาเม็งมีอะไรที่ไม่ควรพลาด?
ตอบ: เก๋งจีนเก่าแก่พร้อมอักขระจีน สถูปแบบจีน จุดสักการะพระพุทธรูปปางเลไลย์ และมุมชมวิวเมืองกาญจนบุรีจากมุมสูง
 
ถาม: ไปช่วงเวลาไหนเหมาะที่สุดสำหรับถ่ายภาพและเดินขึ้นบันได?
ตอบ: ช่วงเช้าและช่วงเย็นเหมาะที่สุด เพราะแดดไม่แรง สีบนบันไดสายรุ้งดูนุ่ม และอากาศสบายกว่าเที่ยงวัน
 
ถาม: วัดเขาเม็งอมรเมศร์เสียค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: โดยทั่วไปไม่เก็บค่าเข้าชม สามารถทำบุญตามกำลังศรัทธา
 
ถาม: หากพาผู้สูงอายุไป ควรเที่ยวแบบไหนให้ปลอดภัย?
ตอบ: แนะนำขับรถขึ้นยอดเขาเม็งแทนการเดินขึ้นบันได และเลือกเดินเฉพาะจุดสำคัญ พร้อมระวังพื้นลื่นช่วงหลังฝนตก
แผนที่ วัดเขาเม็งอมรเมศร์ แผนที่วัดเขาเม็งอมรเมศร์
คำค้นคำค้น: วัดเขาเม็งอมรเมศร์วัดเขาเม็งอมรเมศร์ วัดเขาเม็ง บันไดสายรุ้ง กาญจนบุรี วัดสวยกาญจนบุรี ไหว้พระกาญจนบุรี เที่ยววัดในเมืองกาญจนบุรี พระปางเลไลย์ กาญจนบุรี เก๋งจีน กาญจนบุรี วัดบนเขา กาญจนบุรี ที่เที่ยวปากแพรก
ปรับปรุงล่าสุดปรับปรุงล่าสุด: 5 วันที่แล้ว


แสดงความเห็น

แสดงความเห็น




คำค้น (ขั้นสูง)
   
Email :
  รหัสผ่าน :
  สมัครสมาชิก | ลืมรหัสผ่าน
 

 

ภูมิภาค ภูมิภาคhttps://www.lovethailand.org/

https://www.lovethailand.org/อ.เมืองกาญจนบุรี(36)

https://www.lovethailand.org/อ.ไทรโยค(19)

https://www.lovethailand.org/อ.บ่อพลอย(4)

https://www.lovethailand.org/อ.ศรีสวัสดิ์(20)

https://www.lovethailand.org/อ.ท่ามะกา(11)

https://www.lovethailand.org/อ.ท่าม่วง(18)

https://www.lovethailand.org/อ.ทองผาภูมิ(30)

https://www.lovethailand.org/อ.สังขละบุรี(20)

https://www.lovethailand.org/อ.พนมทวน(13)

https://www.lovethailand.org/อ.เลาขวัญ(3)

https://www.lovethailand.org/อ.ด่านมะขามเตี้ย(2)

https://www.lovethailand.org/อ.หนองปรือ(1)

https://www.lovethailand.org/อ.ห้วยกระเจา(4)