วัดเขาเม็งอมรเมศร์

Rating: 2.3/5 (10 votes)
สถานที่ท่องเที่ยวกาญจนบุรี
สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย
วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: โดยทั่วไป 07:00–18:00 (แนะนำไปช่วง 08:00–17:00 เพื่อเที่ยวสบายและมีแสงถ่ายภาพ)
วัดเขาเม็งอมรเมศร์ ในอำเภอเมืองกาญจนบุรี เป็นหนึ่งในวัดที่ทำให้คำว่า “เที่ยววัดในตัวเมือง” มีความหมายมากกว่าแค่แวะไหว้พระแล้วกลับ เพราะที่นี่ไม่ได้อยู่บนพื้นราบเหมือนวัดส่วนใหญ่ แต่มี “เขาเม็ง” เป็นแกนกลางของประสบการณ์ ทำให้คนมาเยือนได้เลือกจังหวะของตัวเองว่าจะค่อย ๆ เดินขึ้นบันไดสายรุ้งเพื่อเปลี่ยนความคิดจากเรื่องเร่งรีบให้กลายเป็นความนิ่ง หรือจะขับรถขึ้นไปถึงยอดเขาแล้วค่อยเดินชมรอบ ๆ เพื่อเก็บรายละเอียดงานศิลป์และเรื่องเล่าทางประวัติศาสตร์ที่ซ่อนอยู่บนพื้นที่สูงของเมืองกาญจนบุรี วัดเขาเม็งอมรเมศร์เป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์ฝ่ายมหานิกาย ตั้งอยู่ตำบลปากแพรก อำเภอเมืองกาญจนบุรี จังหวัดกาญจนบุรี และมีเนื้อที่ราว 35 ไร่ ซึ่งความ “อยู่ในเมืองแต่มีเขา” แบบนี้เองที่ทำให้วัดมีบุคลิกเฉพาะตัวและเหมาะกับคนที่อยากไหว้พระพร้อมรับวิวกว้าง ๆ ไปในเวลาเดียวกัน
ภาพจำแรกของวัดนี้สำหรับหลายคนมักเริ่มจาก “บันไดสายรุ้ง” ที่ทอดตัวยาวขึ้นสู่เขาเม็ง บันไดถูกกล่าวถึงอย่างแพร่หลายว่าอยู่ราว 400 ขั้น และมีรูปปั้นพญานาคอยู่สองฝั่ง ทำให้การเดินขึ้นกลายเป็นกิจกรรมที่มีทั้งความงามและความท้าทายอย่างพอดี ถ้ามองในมุมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม บันไดที่คนต้องใช้แรงกายพอประมาณมักทำหน้าที่เป็นเส้นแบ่งระหว่างโลกภายนอกกับพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์โดยธรรมชาติ เพราะยิ่งเดินขึ้น ใจมักยิ่งนิ่ง และเสียงพูดคุยจะค่อย ๆ เบาลงเองโดยไม่ต้องมีใครเตือน ความพิเศษคือวัดไม่ได้บังคับให้ทุกคนต้องเดินขึ้นเสมอไป เพราะยังมีถนนสำหรับรถยนต์ที่สามารถขับขึ้นยอดเขาได้ ทำให้ครอบครัวที่มีผู้สูงอายุหรือเด็กเล็กสามารถเที่ยวได้ครบเช่นกัน เพียงแต่อยู่ที่การเลือกจังหวะของแต่ละคนว่าจะอยากให้ “การขึ้นเขา” เป็นส่วนหนึ่งของพิธีกรรมเล็ก ๆ ในใจ หรืออยากให้เป็นการเข้าถึงจุดไฮไลต์แบบสะดวกที่สุด
เมื่อพูดถึงสิ่งที่ทำให้วัดเขาเม็งอมรเมศร์มีน้ำหนักมากกว่าวัดวิวทั่วไป คำตอบอยู่ที่ “ชั้นประวัติศาสตร์บนยอดเขา” เพราะข้อมูลที่เผยแพร่สาธารณะระบุว่าบนยอดเขาเม็งมีเจดีย์ที่สันนิษฐานว่าเป็นเจดีย์สมัยอยุธยาตั้งอยู่ 2 องค์ และมีเก๋งจีน 1 หลัง โดยผนังเก๋งจีนมีอักขระภาษาจีน รวมถึงมีสถูปเจดีย์แบบจีนตั้งอยู่บนยอดเขา รายละเอียดเหล่านี้ทำให้ยอดเขาเม็งดูเหมือนพื้นที่ที่เคยเป็น “จุดหมาย” มาก่อนการสร้างวัดในรูปแบบปัจจุบัน และยิ่งเพิ่มมิติเมื่อมีเรื่องเล่าสืบต่อกันว่าเดิมพื้นที่แห่งนี้อาจเคยใช้เป็นหอสังเกตการณ์ข้าศึก นั่นหมายความว่า “ความสูง” ของเขาเม็งไม่ได้มีคุณค่าแค่การชมวิว แต่เคยมีคุณค่าเชิงยุทธศาสตร์และการมองเห็นพื้นที่โดยรอบด้วย การเดินขึ้นเขาจึงไม่ใช่เพียงการขึ้นไปไหว้พระ แต่เหมือนการเดินขึ้นไปอ่านภูมิประเทศและอดีตของเมืองไปพร้อมกัน
อีกชั้นหนึ่งที่ทำให้หลายคนอยากขึ้นไปถึงยอดเขา คือ “เก๋งจีนเก่าแก่” ที่ทางวัดบำรุงรักษาไว้ให้ผู้มาเยือนสามารถเข้าไปชมและถ่ายภาพได้ การมีเก๋งจีน สิงห์จีน 2 ตัว อักขระจีน และสถูปแบบจีน ทำให้พื้นที่นี้มีบรรยากาศของการผสมกันระหว่างศรัทธาในแบบพุทธไทยกับร่องรอยศิลปกรรมจีน ซึ่งพบได้ในหลายเมืองการค้าหรือพื้นที่ที่เคยมีผู้คนหลากเชื้อชาติเดินทางผ่าน แต่สำหรับเขาเม็ง สิ่งที่น่าสนใจคือมีการกล่าวถึงการค้นพบราวปลายรัชกาลที่ 2 และมีข้อสันนิษฐานว่าผู้สร้างอาจเป็นชาวจีนหรือชาวญวน ความ “ไม่แน่ชัดแบบมีร่องรอย” นี้เองทำให้เก๋งจีนบนยอดเขาไม่ได้เป็นแค่ฉากถ่ายรูป แต่เป็นสิ่งที่ชวนตั้งคำถามว่า ผู้คนในอดีตขึ้นมาทำอะไรที่นี่ และทำไมจึงเลือกพื้นที่ที่สูงและมองเห็นได้ไกลเป็นพิเศษ
จากเก๋งจีน การเดินชมบนยอดเขามักไปต่อที่มณฑปหรือวิหารที่ประดิษฐาน “พระพุทธรูปปางเลไลย์” องค์ใหญ่ ซึ่งเป็นหัวใจด้านศรัทธาของยอดเขาเม็ง ปางเลไลย์ให้ความหมายของความสงบและการคุ้มครองในเชิงสัญลักษณ์ และด้วยตำแหน่งที่อยู่สูงเหนือพื้นเมือง การได้กราบไหว้พระแล้วหันไปเห็นทิวทัศน์กว้าง ๆ มักทำให้คนรู้สึกเหมือนปล่อยความวุ่นวายไว้ด้านล่างโดยอัตโนมัติ ในทางปฏิบัติ ผู้มาเยือนจำนวนมากจะใช้เวลาบนยอดเขานานกว่าที่คิด เพราะนอกจากการไหว้พระ ยังมีจุดยืนพัก มุมมองภูเขา และจังหวะลมที่ทำให้พื้นที่เหมาะกับการ “อยู่เงียบ ๆ” มากกว่าการรีบเดินผ่าน ซึ่งถ้าเป้าหมายของการมาเที่ยวคือพักใจ วัดเขาเม็งอมรเมศร์ถือว่าเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์มากเพราะอยู่ในเมืองแต่ให้ความรู้สึกเหมือนออกจากเมือง
สิ่งที่ทำให้การเที่ยววัดนี้ “ครบ” คือการเข้าใจว่าพื้นที่ด้านบนไม่ได้มีแค่จุดสวยงามเพื่อถ่ายรูป แต่ยังมีวิหารหรืออาคารที่คณะสงฆ์ใช้เป็นสถานที่ปฏิบัติศาสนกิจจริง ๆ นั่นหมายความว่าบรรยากาศบนยอดเขาเม็งเป็นพื้นที่ใช้งานของวัด ไม่ใช่เพียงแลนด์มาร์กท่องเที่ยว ดังนั้นการถ่ายภาพหรือเดินชมควรทำด้วยความสำรวม และหลีกเลี่ยงการส่งเสียงดังในช่วงที่อาจมีพิธีหรือกิจกรรมทางศาสนา โดยเฉพาะวันพระหรือช่วงเช้าที่พระสงฆ์อาจใช้พื้นที่เพื่อปฏิบัติภารกิจประจำวัน การปฏิบัติตัวแบบนี้ช่วยให้การท่องเที่ยวเป็นมิตรกับพื้นที่ และทำให้วัดยังคงความสงบที่เป็นเสน่ห์หลักของเขาเม็งไว้ได้
สำหรับคนที่อยากเดินขึ้นบันไดสายรุ้งให้สนุกและไม่เหนื่อยเกินไป วิธีคิดที่ใช้ได้จริงคืออย่ามองว่าเป็น “400 ขั้น” ที่ต้องเอาชนะในครั้งเดียว แต่ให้แบ่งเป็นช่วงสั้น ๆ โดยยึดหลักเดินช้าแต่ต่อเนื่อง เมื่อเจอช่วงที่ชันให้ปรับลมหายใจให้ยาวขึ้นและใช้จังหวะก้าวสม่ำเสมอ รองเท้าควรเป็นรองเท้าที่เกาะพื้นดี เพราะบันไดและทางเดินบนเขามีโอกาสลื่นได้หากมีความชื้น โดยเฉพาะหน้าฝนหรือหลังฝนตก และถ้าคุณตั้งใจไปเพื่อถ่ายภาพ แสงที่ทำให้บันไดสีรุ้งดูมีมิติที่สุดมักเป็นช่วงเช้าหรือช่วงเย็นที่แดดไม่แข็งเกินไป ภาพจะละมุนและสีจะไม่หลุดจนแสบตา ขณะเดียวกันหากเป้าหมายคือชมวิวเมืองแบบชัดเจน ช่วงที่อากาศปลอดโปร่งหลังฝนหยุดใหม่ ๆ มักให้ทัศนียภาพที่คมและเขียวสดเป็นพิเศษ
ในมุมการเล่าเรื่องเชิงประวัติ วัดเขาเม็งอมรเมศร์เป็นตัวอย่างของพื้นที่ที่ “วัด” เติบโตบนรากของสิ่งที่มีอยู่ก่อน ไม่ว่าจะเป็นร่องรอยศิลปกรรมจีนหรือโบราณสถานในชั้นเวลาเก่าแก่กว่า ข้อมูลสาธารณะระบุเพิ่มเติมว่าสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติระบุการตั้งวัดเมื่อ พ.ศ. 2480 ซึ่งทำให้เราเห็นภาพว่าพื้นที่บนยอดเขาอาจมีองค์ประกอบเก่าแก่บางอย่างอยู่ก่อน แล้วจึงค่อยพัฒนาเป็นวัดในระบบการปกครองคณะสงฆ์ที่ชัดเจนในเวลาต่อมา เมื่ออ่านแบบนี้ วัดเขาเม็งอมรเมศร์จึงมีเสน่ห์เป็นพิเศษ เพราะเราไม่ได้มาเห็นเพียงวัดที่สร้างขึ้น “เสร็จแล้ว” แต่ได้มาเห็นพื้นที่ที่ประกอบด้วยชั้นเวลาหลายช่วง ทั้งเรื่องเล่าสมัยต้นรัตนโกสินทร์ ร่องรอยจีน โบราณสถานอยุธยา และการพัฒนาเป็นวัดในศตวรรษหลัง ๆ รวมอยู่ในจุดเดียว
ถ้าต้องอธิบายว่าวัดนี้เหมาะกับใคร คำตอบคือเหมาะกับคนที่อยากเที่ยวแบบไม่ต้องขับออกนอกเมืองไกล แต่ยังอยากได้ “วิว” และ “ความสงบ” ไปพร้อมกัน เหมาะกับสายถ่ายภาพที่อยากได้ภาพบันไดสีรุ้งแบบสุภาพ เหมาะกับสายบุญที่อยากกราบพระปางเลไลย์และเดินชมพื้นที่บนยอดเขา และเหมาะกับคนที่ชอบสถานที่ที่มีเรื่องเล่าหลายชั้น เพราะการขึ้นไปยืนใกล้เก๋งจีนแล้วอ่านอักขระจีน (แม้จะอ่านไม่ออกทั้งหมด) ก็ทำให้รู้สึกถึงความต่อเนื่องของผู้คนในอดีตได้อย่างประหลาด รวมถึงคนที่ชอบเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ เพราะประเด็นเรื่องเจดีย์ที่สันนิษฐานว่าเป็นสมัยอยุธยาและเรื่องเล่าหอสังเกตการณ์ข้าศึก ทำให้การเที่ยวไม่ได้จบแค่ “สวย” แต่มี “ความหมาย” ให้พกกลับไปคิดต่อด้วย
อีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้วัดเขาเม็งอมรเมศร์น่าแนะนำสำหรับนักท่องเที่ยว คือเป็นจุดที่สามารถวางแผนเที่ยวร่วมกับสถานที่สำคัญอื่นในเมืองกาญจนบุรีได้ง่ายมาก เพราะอยู่ในอำเภอเมืองและเชื่อมไปยังแลนด์มาร์กอย่างสะพานข้ามแม่น้ำแคว สุสานทหารสัมพันธมิตรดอนรัก พิพิธภัณฑ์ทางรถไฟไทย–พม่า (Thailand–Burma Railway Centre) และพิพิธภัณฑ์สงครามได้สะดวก คุณจึงสามารถจัดทริปครึ่งวันแบบมีทั้งไหว้พระ ชมวิว และตามรอยประวัติศาสตร์สงครามโลกครั้งที่ 2 ได้ในวันเดียว โดยไม่ต้องเปลี่ยนโซนเดินทางหลายรอบให้เหนื่อยเกินไป
ด้านบรรยากาศ วัดบนยอดเขามักมีลมและอุณหภูมิที่สบายกว่าพื้นเมืองเล็กน้อย แต่ก็แลกมาด้วยแดดที่อาจแรงในช่วงเที่ยงเพราะพื้นที่เปิด ดังนั้นถ้าตั้งใจขึ้นบันได แนะนำเตรียมน้ำดื่ม หมวก หรือร่มกันแดด และถ้ามีผู้สูงอายุร่วมทริป การขับรถขึ้นยอดเขาแล้วค่อยเดินชมเฉพาะจุดสำคัญเป็นทางเลือกที่เหมาะกว่า ความปลอดภัยที่ควรระวังคือพื้นทางเดินอาจลื่นเมื่อชื้น และการลงบันไดอาจทำให้เข่ารับแรงมากกว่าตอนขึ้น ถ้าใครมีปัญหาเข่า ควรเดินช้าและใช้ราวจับเมื่อมี รวมถึงหลีกเลี่ยงการใส่รองเท้าที่พื้นลื่นหรือส้นสูง
การเดินทาง ไปวัดเขาเม็งอมรเมศร์สามารถเริ่มจากตัวเมืองกาญจนบุรีแล้วมุ่งหน้าเข้าสู่พื้นที่ตำบลปากแพรก จากนั้นใช้แผนที่นำทางค้นหาชื่อ “วัดเขาเม็งอมรเมศร์” หรือ “Wat Khao Meng Amoramet” เมื่อถึงบริเวณวัดให้ตัดสินใจตามความสะดวกว่าจะเดินขึ้นบันไดสายรุ้งหรือขับรถขึ้นถนนสู่ยอดเขาเม็ง หากตั้งใจเดินขึ้น แนะนำเผื่อเวลาเพิ่มและเลือกช่วงเช้าหรือช่วงเย็นเพื่อลดความร้อน รวมถึงแต่งกายสุภาพและใส่รองเท้าที่เกาะพื้นดีเพื่อความปลอดภัย
| ชื่อสถานที่ | วัดเขาเม็งอมรเมศร์ (Wat Khao Meng Amoramet) |
| ที่อยู่ | 134 หมู่ 13 ตำบลปากแพรก อำเภอเมืองกาญจนบุรี จังหวัดกาญจนบุรี 71000 |
| สรุปสถานที่ | วัดบน “เขาเม็ง” ในตัวเมืองกาญจนบุรี มีบันไดสายรุ้งราว 400 ขั้นและพญานาคสองฝั่ง บนยอดเขามีเก๋งจีนเก่าแก่ อักขระจีน สถูปแบบจีน และจุดสักการะพระพุทธรูปปางเลไลย์ พร้อมวิวทิวทัศน์เมืองและแนวภูเขา |
| จุดเด่นของสถานที่ | บันไดสายรุ้ง ~400 ขั้น, พญานาคสองฝั่ง, เก๋งจีนและอักขระจีนบนยอดเขา, สถูปเจดีย์แบบจีน, เจดีย์ที่สันนิษฐานว่าสมัยอยุธยา, พระพุทธรูปปางเลไลย์องค์ใหญ่, จุดชมวิวบนยอดเขาเม็ง |
| ประวัติ/ความเป็นมา | เป็นวัดราษฎร์มหานิกาย เนื้อที่ราว 35 ไร่ มีข้อมูลเผยแพร่ว่าบนยอดเขามีเก๋งจีน อักขระจีน สถูปแบบจีน และเจดีย์ที่สันนิษฐานว่าสมัยอยุธยา มีการกล่าวถึงการค้นพบราวปลายรัชกาลที่ 2 และสันนิษฐานว่าผู้สร้างอาจเป็นชาวจีนหรือชาวญวน ต่อมาพัฒนาเป็นพื้นที่ศาสนสถานบนยอดเขาเม็ง โดยสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติระบุการตั้งวัดเมื่อ พ.ศ. 2480 |
| นิกาย/ประเภทวัด | วัดราษฎร์, มหานิกาย |
| ผู้ดูแล/เจ้าอาวาส (ล่าสุดที่พบเผยแพร่สาธารณะ) | “พม.มนู ปิยสีโล” เป็นเจ้าอาวาส |
| วันและเวลาเปิดทำการ | ทุกวัน (มักระบุ 07:00–18:00) |
| ค่าเข้าชม | ไม่เก็บค่าเข้าชม (ทำบุญตามศรัทธา) |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | พื้นที่จอดรถบริเวณวัด, บันไดขึ้นเขาและทางถนนรถยนต์ขึ้นยอดเขา, จุดสักการะ/มณฑปด้านบน, มุมชมวิว (ควรระวังแดดและพื้นลื่นช่วงฝน) |
| การเดินทาง | จากตัวเมืองกาญจนบุรีไปตำบลปากแพรก ค้นหาแผนที่ “วัดเขาเม็งอมรเมศร์ (Wat Khao Meng Amoramet)” เลือกได้ทั้งเดินขึ้นบันไดสายรุ้งหรือขับรถขึ้นยอดเขาเม็ง |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดให้เข้ากราบไหว้และท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมได้ตามปกติ |
| เบอร์ติดต่อ | 084-572-7896 |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณ + เบอร์โทร) | 1) สะพานข้ามแม่น้ำแคว (River Kwai Bridge) ~4 กม. โทร 02-621-8701 2) สุสานทหารสัมพันธมิตรดอนรัก (Kanchanaburi War Cemetery) ~4 กม. โทร 034-521-559 3) พิพิธภัณฑ์ทางรถไฟไทย–พม่า (Thailand–Burma Railway Centre) ~4 กม. โทร 034-512-721 4) พิพิธภัณฑ์สงครามโลกครั้งที่ 2 / โซน JEATH (World War II Museum / JEATH) ~5 กม. โทร 092-669-8798 5) สกายวอล์คกาญจนบุรี (Kanchanaburi Skywalk) ~3 กม. โทร 098-952-0628 |
| ร้านอาหารใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณ + เบอร์โทร) | 1) Keeree Tara Restaurant ~5 กม. โทร 034-513-855 2) Keeree Mantra Restaurant ~5 กม. โทร 034-540-889 3) Bell’s Pizzeria ~5 กม. โทร 081-010-6614 4) Jolly Frog Restaurant ~4 กม. โทร 034-512-028 5) On’s Thai Issan ~4 กม. โทร 034-513-884 |
| ที่พักใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณ + เบอร์โทร) | 1) U Inchantree Kanchanaburi ~5 กม. โทร 034-521-584 2) Felix River Kwai Resort ~5 กม. โทร 034-551-000 3) Dheva Mantra Resort ~6 กม. โทร 034-615-999 4) Good Times Resort Kanchanaburi ~6 กม. โทร 087-162-4949 5) Mida Resort Kanchanaburi ~25 กม. โทร 034-919-606 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดเขาเม็งอมรเมศร์อยู่ที่ไหน?
ตอบ: อยู่ตำบลปากแพรก อำเภอเมืองกาญจนบุรี จังหวัดกาญจนบุรี และเป็นวัดในโซนตัวเมืองที่ขึ้นไปชมยอดเขาเม็งได้
ถาม: บันไดสายรุ้งมีกี่ขั้น และจำเป็นต้องเดินขึ้นเท่านั้นไหม?
ตอบ: มักระบุว่ามีราว 400 ขั้น และไม่ได้จำเป็นต้องเดินอย่างเดียว เพราะมีถนนให้ขับรถขึ้นยอดเขาเม็งได้ด้วย
ถาม: บนยอดเขาเม็งมีอะไรที่ไม่ควรพลาด?
ตอบ: เก๋งจีนเก่าแก่พร้อมอักขระจีน สถูปแบบจีน จุดสักการะพระพุทธรูปปางเลไลย์ และมุมชมวิวเมืองกาญจนบุรีจากมุมสูง
ถาม: ไปช่วงเวลาไหนเหมาะที่สุดสำหรับถ่ายภาพและเดินขึ้นบันได?
ตอบ: ช่วงเช้าและช่วงเย็นเหมาะที่สุด เพราะแดดไม่แรง สีบนบันไดสายรุ้งดูนุ่ม และอากาศสบายกว่าเที่ยงวัน
ถาม: วัดเขาเม็งอมรเมศร์เสียค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: โดยทั่วไปไม่เก็บค่าเข้าชม สามารถทำบุญตามกำลังศรัทธา
ถาม: หากพาผู้สูงอายุไป ควรเที่ยวแบบไหนให้ปลอดภัย?
ตอบ: แนะนำขับรถขึ้นยอดเขาเม็งแทนการเดินขึ้นบันได และเลือกเดินเฉพาะจุดสำคัญ พร้อมระวังพื้นลื่นช่วงหลังฝนตก
แสดงความเห็น
| คำค้น (ขั้นสูง) |
ภูมิภาค
|







หมวดหมู่:
กลุ่ม: