สะพานข้ามแม่น้ำแคว

สะพานข้ามแม่น้ำแคว

สะพานข้ามแม่น้ำแคว
Rating: 4.4/5 (5 votes)
แผนที่ แผนที่ แผนที่ มีแผนที่ มีแผนที่ ไม่มีแผนที่ ไม่มีแผนที่

สถานที่ท่องเที่ยวกาญจนบุรี

สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: ตลอดวัน (แนะนำช่วงเช้าและช่วงเย็นสำหรับบรรยากาศและแสงถ่ายภาพ) / เวลาเดินรถให้ยึดตามตารางเดินรถของการรถไฟแห่งประเทศไทย
 
สะพานข้ามแม่น้ำแคว (Bridge Over The River Kwai) ถ้าต้องเลือกสถานที่เพียงแห่งเดียวในกาญจนบุรีที่ทำให้การท่องเที่ยว “มีความหมายมากกว่าการไปถ่ายรูป” สะพานข้ามแม่น้ำแควคือคำตอบที่ชัดเจนที่สุด เพราะที่นี่ไม่ใช่แค่แลนด์มาร์กที่คนทั่วโลกรู้จัก แต่เป็นจุดตัดสำคัญของประวัติศาสตร์สงครามโลกครั้งที่ 2 ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นหลักฐานเชิงกายภาพของ “ทางรถไฟสายมรณะ” และเป็นพื้นที่ที่ทำให้ผู้มาเยือนมองเห็นความจริงของสงครามผ่านโครงเหล็ก รางรถไฟ และสายน้ำที่ไหลอยู่เบื้องล่างอย่างสงบนิ่ง ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา สะพานแห่งนี้กลายเป็นทั้งสัญลักษณ์ของเมืองกาญจนบุรีและเป็นพื้นที่รำลึกถึงผู้คนจำนวนมากที่ต้องเผชิญความทุกข์ทรมานจากการถูกบังคับใช้แรงงานในยุคสงคราม เมื่อเราเดินบนสะพานในวันนี้ ความงามของวิวแม่น้ำแควใหญ่และความยิ่งใหญ่ของโครงสร้างจะอยู่ร่วมกับความรู้สึก “เคารพสถานที่” ไปโดยอัตโนมัติ เพราะเบื้องหลังภาพสวยนั้นคือเรื่องจริงที่เคยเกิดขึ้นกับชีวิตมนุษย์
 
สะพานข้ามแม่น้ำแควตั้งอยู่ที่ตำบลท่ามะขาม อำเภอเมืองกาญจนบุรี จังหวัดกาญจนบุรี โดยห่างจากตัวเมืองไปทางทิศเหนือบนแนวทางหลวงหมายเลข 323 ประมาณ 4 กิโลเมตร และมีทางแยกเข้าพื้นที่สะพานที่มีป้ายบอกทางค่อนข้างชัดเจน ทำเลของสะพานถือว่า “เดินทางง่าย” เมื่อเทียบกับหลายจุดท่องเที่ยวในกาญจนบุรี เพราะอยู่ใกล้เมือง ใกล้ที่พักริมแม่น้ำ และใกล้สถานที่เรียนรู้ประวัติศาสตร์อีกหลายแห่งในรัศมีไม่กี่กิโลเมตร นี่คือเหตุผลที่สะพานข้ามแม่น้ำแควมักถูกใช้เป็นจุดเริ่มต้นของทริป “ตามรอยทางรถไฟสายมรณะ” เพราะแค่เริ่มต้นที่สะพาน คุณก็จะเชื่อมต่อไปยังพิพิธภัณฑ์ สุสานทหาร และเส้นทางรถไฟท่องเที่ยวได้ในวันเดียวแบบไม่เร่งจนเกินไป
 
เพื่อเข้าใจความสำคัญของสะพานให้ลึกขึ้น ต้องย้อนกลับไปที่บริบทสงครามโลกครั้งที่ 2 ในภูมิภาคนี้ ช่วงเวลานั้นกองทัพญี่ปุ่นต้องการขยายกำลังและลำเลียงยุทโธปกรณ์เพื่อสนับสนุนปฏิบัติการในพม่าและแนวรบที่เชื่อมต่อไปถึงอินเดีย ซึ่งในขณะนั้นอินเดียเป็นดินแดนอาณานิคมของอังกฤษ เส้นทางลำเลียงทางทะเลมีความเสี่ยงสูงจากการโจมตีและการปิดล้อม จึงเกิดแนวคิดสร้าง “เส้นทางบนบก” ที่เคลื่อนย้ายได้รวดเร็วและต่อเนื่อง นั่นคือการสร้างทางรถไฟเชื่อมจากฝั่งไทยไปยังฝั่งพม่า หรือที่รู้จักกันในชื่อ Thailand–Burma Railway เมื่อทางรถไฟถูกวางให้ผ่านภูมิประเทศของกาญจนบุรีซึ่งมีทั้งภูเขา ป่า และแม่น้ำ การ “ข้ามแม่น้ำแควใหญ่” จึงเป็นภารกิจเชิงวิศวกรรมที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ สะพานข้ามแม่น้ำแควจึงถือกำเนิดขึ้นในฐานะจุดเชื่อมสำคัญของเส้นทางยุทธศาสตร์ ไม่ใช่สะพานเพื่อการท่องเที่ยวเหมือนสะพานหลายแห่งในปัจจุบัน
 
การก่อสร้างทางรถไฟสายนี้ถูกเร่งรัดอย่างหนักในช่วงสงคราม โดยอาศัยแรงงานเชลยศึกฝ่ายสัมพันธมิตรจำนวนมาก รวมถึงแรงงานชาวเอเชียที่ถูกเกณฑ์มา สภาพการทำงานเต็มไปด้วยความยากลำบาก ทั้งจากภูมิประเทศป่าเขตร้อน โรคภัย การขาดแคลนอาหาร เครื่องมือไม่เพียงพอ และการลงโทษที่โหดร้าย ทำให้เกิดการสูญเสียชีวิตของผู้คนจำนวนมาก “ต้นทุนมนุษย์” ของโครงการจึงสูงจนกลายเป็นตราบาปของสงคราม และเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เส้นทางนี้ถูกเรียกในเวลาต่อมาว่า “ทางรถไฟสายมรณะ” เมื่อมองผ่านเลนส์นี้ สะพานข้ามแม่น้ำแควไม่ได้เป็นเพียงโครงเหล็กที่สวยงาม แต่เป็นชิ้นส่วนหลักฐานของยุคสมัยที่เตือนใจว่า เทคโนโลยีและการเร่งสร้างโครงสร้างพื้นฐาน หากแลกมาด้วยศักดิ์ศรีและชีวิตของมนุษย์ ย่อมไม่ใช่ความสำเร็จที่ควรถูกยกย่องโดยไร้คำถาม
 
ในภาพรวม “ทางรถไฟสายมรณะ” ที่ผู้คนพูดถึงมักถูกจดจำผ่านภาพสะพานข้ามแม่น้ำแควและช่วงโค้งมรณะ–ถ้ำกระแซ แต่ในความเป็นจริง ทางรถไฟสายนี้คือโครงข่ายยาวที่เริ่มต้นจากสถานีชุมทางหนองปลาดุกในอำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี มุ่งเข้าสู่จังหวัดกาญจนบุรี ผ่านย่านเมืองกาญจนบุรี และไต่ไปทางทิศตะวันตก โดยเป้าหมายเดิมเพื่อเชื่อมต่อไปถึงเมือง Thanbyuzayat (ทันบูซายัด) ในฝั่งพม่า/เมียนมา ความยาวทั้งเส้นในหลายการบันทึกระบุประมาณ 415 กิโลเมตร โดยมีช่วงอยู่ในประเทศไทยมากกว่าครึ่ง และมีจำนวนสถานีจำนวนมากตามแนวเส้นทาง สาระสำคัญคือ “มันยาวและกินพื้นที่จริง” จนทำให้เรานึกภาพออกว่าแรงงานจำนวนมหาศาลถูกดึงเข้ามาอยู่ในระบบการทำงานที่หนักหน่วงเพียงใด โดยเฉพาะในช่วงที่ต้องตัดผ่านหน้าผาและแนวแม่น้ำในกาญจนบุรี
 
หลังสงคราม เส้นทางรถไฟสายนี้ไม่ได้คงอยู่ครบทั้งแนว บางช่วงถูกรื้อถอน บางช่วงได้รับความเสียหาย และบางส่วนของแนวทางรถไฟเดิมอยู่ในพื้นที่ที่เปลี่ยนแปลงไปตามโครงการเขื่อนในเวลาต่อมา อย่างไรก็ตาม “ส่วนที่ยังใช้งานได้” ในฝั่งไทยถูกซ่อมบำรุงและเปิดเดินรถภายใต้การดูแลของการรถไฟแห่งประเทศไทย ทำให้ผู้คนในปัจจุบันสามารถสัมผัสประสบการณ์บนรางได้จริง ไม่ใช่เพียงการดูภาพเก่าในพิพิธภัณฑ์ สิ่งนี้ทำให้การมาเยือนสะพานข้ามแม่น้ำแควแตกต่างจากการไปชมอนุสรณ์ทั่วไป เพราะคุณอาจได้เห็นรถไฟวิ่งผ่าน ได้ยินเสียงล้อบดราง และรับรู้ “ความจริงของพื้นที่” ที่ยังมีชีวิตอยู่ ขณะเดียวกัน ก็ยังเป็นพื้นที่ที่ชวนให้ผู้มาเยือนตั้งคำถามกับอดีตและให้เกียรติผู้เสียชีวิตอย่างเหมาะสม
 
สำหรับนักท่องเที่ยวที่อยากให้ทริป “ครบ” มากกว่าการถ่ายรูป วิธีคิดที่ใช้ได้จริงคือการมองสะพานข้ามแม่น้ำแควเป็นจุดตั้งต้นของเส้นทางเรียนรู้ 2 มิติในวันเดียว มิติแรกคือมิติประวัติศาสตร์: เดินชมสะพานอย่างตั้งใจ สังเกตรูปแบบโครงสร้าง มุมมองของแม่น้ำ และบริบทพื้นที่โดยรอบ จากนั้นเชื่อมต่อไปยังพิพิธภัณฑ์หรือสุสานทหารที่เกี่ยวข้องเพื่อเติมภาพความเข้าใจ มิติที่สองคือมิติภูมิทัศน์: ใช้ “รถไฟ” เป็นประสบการณ์หลัก เพราะการนั่งรถไฟผ่านสะพานหรือผ่านแนวทางรถไฟสายมรณะทำให้คุณเห็นความสัมพันธ์ของแม่น้ำ–ภูเขา–รางรถไฟได้ชัดกว่าการขับรถบนถนนหลายเท่า เมื่อรวมสองมิตินี้เข้าด้วยกัน ทริปจะไม่จบที่ภาพสวย แต่จบด้วย “ความเข้าใจ” ซึ่งเป็นคุณค่าที่ทำให้บทความและการเดินทางแตกต่างจากคอนเทนต์ทั่วไป
 
หนึ่งในกิจกรรมที่หลายคนสนใจเมื่อมาถึงสะพานคือการใช้บริการรถรางท่องเที่ยว (Fairmong Tram) ซึ่งมีการกล่าวถึงว่ามีให้บริการบริเวณสะพาน โดยแนวคิดของรถรางคือช่วยให้นักท่องเที่ยวที่มีเวลาจำกัดสามารถชมบรรยากาศได้แบบรวบรัด ค่าโดยสารมักถูกอ้างอิงว่าอยู่ในระดับเข้าถึงง่าย และมีรอบให้บริการตามช่วงเวลา การใช้รถรางเป็นทางเลือกที่เหมาะกับครอบครัว ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่อยากเก็บบรรยากาศแบบไม่ต้องเดินไกลมาก อย่างไรก็ตาม หากคุณต้องการ “สัมผัสแก่นของสถานที่” จริง ๆ การเดินชมสะพานด้วยตนเองและการขึ้นรถไฟผ่านสะพานยังคงเป็นประสบการณ์ที่ให้ความรู้สึกลึกกว่า เพราะคุณจะได้สัมผัสเสียงลม กลิ่นอายแม่น้ำ และจังหวะชีวิตของพื้นที่ที่ดำเนินอยู่ทุกวัน
 
หากคุณอยากต่อยอดจากสะพานไปสู่ไฮไลต์ที่ขึ้นชื่อที่สุดของทางรถไฟสายมรณะ จุดหมายที่ควรไปอย่างยิ่งคือ “โค้งมรณะ–ถ้ำกระแซ (Tham Krasae / Wampo Viaduct)” ซึ่งเป็นช่วงสะพานไม้เลียบหน้าผาริมแม่น้ำแควน้อยที่มีชื่อเสียงด้านทัศนียภาพ จุดนี้ทำให้ผู้มาเยือนเห็นชัดว่าเหตุใดการก่อสร้างทางรถไฟในอดีตจึงยากเย็นเพียงใด เพราะเส้นทางเกาะไปกับเชิงผา ข้างหนึ่งเป็นผาหิน อีกข้างเป็นลำน้ำลึก เมื่อรถไฟค่อย ๆ เคลื่อนผ่าน ความรู้สึกจะเปลี่ยนจาก “ดูวิว” เป็น “อยู่ในวิว” และทำให้จินตนาการถึงแรงงานในอดีตได้ชัดขึ้นโดยไม่ต้องพยายามมาก เพราะภูมิประเทศเป็นหลักฐานที่พูดด้วยตัวเอง
 
ปัจจุบัน เส้นทางรถไฟท่องเที่ยวในฝั่งไทยที่ผู้คนใช้งานกันมากมักไปสิ้นสุดที่ “สถานีน้ำตก” (โซนบ้านท่าเสา/น้ำตกไทรโยคน้อย) และมีการอ้างอิงระยะทางช่วงยอดนิยมจากสถานีกาญจนบุรีถึงสถานีน้ำตกราว 77 กิโลเมตร เสน่ห์ของเส้นทางนี้คือความต่อเนื่องของภาพภูเขาและแม่น้ำ และความรู้สึกว่าคุณกำลังเดินทางผ่านพื้นที่จริงของประวัติศาสตร์ ดังนั้น ถ้าคุณต้องการให้ทริปนี้ “คุ้ม” ในมุมการท่องเที่ยวเชิงคุณค่า ให้จัดเวลาเผื่อสำหรับการนั่งรถไฟ ไม่เร่งถ่ายรูปจนเกินไป และให้ความสำคัญกับความปลอดภัยบนพื้นที่รางเป็นอันดับแรก เพราะพื้นที่สะพานและสถานีต่าง ๆ ยังมีการเดินรถจริง
 
การเดินทาง ถ้าขับรถจากกรุงเทพฯ ไปกาญจนบุรี เส้นทางหลักที่นิยมคือใช้ถนนเพชรเกษม (ทางหลวงหมายเลข 4) มุ่งหน้านครปฐม ต่อเนื่องไปทางราชบุรี และเข้าสู่กาญจนบุรี หรือเลือกใช้เส้นปิ่นเกล้า–นครชัยศรี (ทางหลวงหมายเลข 338) เพื่อเชื่อมเข้าสู่นครปฐมและมุ่งหน้าต่อไปกาญจนบุรีเช่นกัน เมื่อถึงตัวเมืองกาญจนบุรี การไปสะพานข้ามแม่น้ำแควสามารถใช้แนวทางหลวงหมายเลข 323 มุ่งขึ้นทางเหนือจากโซนเมือง โดยระยะทางจากตัวเมืองไปสะพานมักอยู่ในระดับไม่กี่กิโลเมตร และมีป้ายบอกทางไปยังจุดเข้าพื้นที่สะพานค่อนข้างชัดเจน ส่วนการเดินทางด้วยรถไฟ เหมาะกับคนที่ต้องการสัมผัส “ประสบการณ์บนราง” อย่างแท้จริง คุณสามารถวางแผนเดินทางเข้ากาญจนบุรี แล้วเลือกเที่ยวรถไฟที่ผ่านจุดสะพานข้ามแม่น้ำแคว และหากต้องการไปต่อถึงโค้งมรณะ–ถ้ำกระแซหรือสถานีน้ำตก ควรตรวจสอบตารางเวลาเดินรถล่าสุดก่อนออกเดินทางทุกครั้งเพื่อจัดเวลาเที่ยวให้พอดีและลดความเสี่ยงพลาดขบวน
 
เคล็ดลับให้การมาเยือนสะพานข้ามแม่น้ำแคว “คุ้มแบบจริงจัง” คือการจัดลำดับการเที่ยวให้สอดคล้องกับพฤติกรรมคนและสภาพแสง ถ้าคุณอยากได้บรรยากาศสงบและภาพสะพานที่ไม่แน่นเกินไป ช่วงเช้าจะเหมาะกว่า ส่วนช่วงเย็นจะได้บรรยากาศโรแมนติกและแสงอุ่น แต่คนอาจมากขึ้น จุดสำคัญคือไม่ควรยืนหรือเดินในตำแหน่งที่เสี่ยงเมื่อมีสัญญาณว่ารถไฟกำลังมา และไม่ควรโฟกัสที่ภาพถ่ายจนละเลยความปลอดภัย เพราะพื้นที่นี้เป็นทางรถไฟใช้งานจริง นอกจากนี้ การพกน้ำดื่ม หมวก และรองเท้าที่เดินมั่นคงจะช่วยให้เดินชมพื้นที่ได้สบายขึ้น โดยเฉพาะวันที่อากาศร้อนหรือวันที่ฝนตกซึ่งพื้นอาจลื่น
 
ในแง่ “ความหมายของสถานที่” สะพานข้ามแม่น้ำแควเป็นจุดที่ทำให้ผู้มาเยือนเข้าใจความสัมพันธ์ของมนุษย์กับประวัติศาสตร์ได้อย่างเป็นรูปธรรม เพราะคุณไม่ได้ดูประวัติศาสตร์จากคำบรรยาย แต่คุณกำลังยืนอยู่บนโครงสร้างที่เชื่อมโยงกับเหตุการณ์จริงในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อมองลงไปเห็นสายน้ำไหลอย่างสงบ ความรู้สึกจะย้อนแย้งกับเรื่องราวของความรุนแรงในอดีต และความย้อนแย้งนี้เองทำให้สถานที่มีพลัง มันทำให้เรารู้ว่า “เวลาเดินต่อไป” แต่บทเรียนไม่ควรถูกลืม หากคุณมาเยือนด้วยทัศนคติที่ให้เกียรติสถานที่ ทริปนี้จะให้ทั้งความสวยงามและความลึกซึ้งในคราวเดียว และนั่นคือเหตุผลที่สะพานข้ามแม่น้ำแควถูกพูดถึงซ้ำแล้วซ้ำอีกในฐานะหนึ่งในสถานที่ทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญที่สุดของไทย
 
ชื่อสถานที่ สะพานข้ามแม่น้ำแคว (Bridge Over The River Kwai) / เชื่อมโยงเส้นทางทางรถไฟสายมรณะ (Thailand–Burma Railway)
ที่อยู่ (จุดอ้างอิงหลัก) ตำบลท่ามะขาม อำเภอเมืองกาญจนบุรี จังหวัดกาญจนบุรี (แนวทางหลวงหมายเลข 323 ใกล้ตัวเมือง)
สรุปสถานที่ แลนด์มาร์กประวัติศาสตร์สงครามโลกครั้งที่ 2 ที่เป็นจุดเชื่อมสำคัญของทางรถไฟสายมรณะ ปัจจุบันเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้ระดับโลกของกาญจนบุรี และยังมีการเดินรถไฟผ่านพื้นที่จริง
จุดเด่นของสถานที่ เดินชมสะพานเหนือแม่น้ำแควใหญ่, จุดถ่ายภาพรถไฟวิ่งผ่านสะพาน, เชื่อมทริปต่อไปโค้งมรณะ–ถ้ำกระแซ (Wampo Viaduct) และสถานีน้ำตก, ใกล้พิพิธภัณฑ์/สุสานทหารในเมือง
ยุคสมัย สงครามโลกครั้งที่ 2 (ช่วงการสร้างทางรถไฟสายมรณะราวปี 1942–1943)
หลักฐานสำคัญ โครงสร้างสะพานข้ามแม่น้ำแคว, แนวทางรถไฟสายมรณะในฝั่งไทยที่ยังให้บริการ, จุดไฮไลต์เส้นทางเช่น Tham Krasae / Wampo Viaduct และปลายทางสถานีน้ำตก
ที่มาของชื่อ สะพานเป็นจุดข้ามแม่น้ำแควใหญ่ในแนวทางรถไฟสายมรณะ ส่วนคำว่า “สายมรณะ” สะท้อนการก่อสร้างที่แลกด้วยความยากลำบากและการสูญเสียชีวิตของเชลยศึกและแรงงานจำนวนมากในยุคสงคราม
การเดินทาง รถยนต์: เข้ากาญจนบุรีและใช้ทางหลวง 323 ไปโซนสะพาน / รถไฟ: วางแผนเที่ยวขบวนที่ผ่านสถานีสะพานข้ามแม่น้ำแคว และตรวจสอบตารางเดินรถล่าสุดก่อนออกเดินทาง
สถานะปัจจุบัน เปิดท่องเที่ยว และยังมีการเดินรถไฟผ่านเส้นทางฝั่งไทย (การใช้งานรถไฟและเวลาจริงให้ยึดประกาศ/ตารางของการรถไฟฯ)
ค่าบริการ การเดินชมพื้นที่สะพานโดยทั่วไปไม่มีค่าเข้า / หากใช้บริการรถรางท่องเที่ยว Fairmong Tram มีการอ้างอิงค่าโดยสาร 20 บาทต่อคน (รายละเอียดรอบให้ตรวจสอบหน้างานหรือสอบถามสถานี)
สิ่งอำนวยความสะดวก ที่จอดรถ, ร้านค้าและร้านอาหารในโซนท่องเที่ยว, จุดถ่ายภาพริมแม่น้ำ, การเข้าถึงที่พักริมแม่น้ำในเมืองสะดวก
เบอร์ติดต่อ Call Center การรถไฟแห่งประเทศไทย: 1690
สถานีรถไฟกาญจนบุรี: 034 511 285
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง (พร้อมระยะทาง) 1) The Jeath War Museum – 3 กม.
2) Kanchanaburi War Cemetery (Don Rak) – 4 กม.
3) Death Railway Museum & Research Centre – 4 กม.
4) Tham Krasae (Wampo Viaduct) – 55 กม.
5) Sai Yok Noi Waterfall – 55 กม.
6) Erawan National Park (Erawan Waterfall) – 65 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง (พร้อมระยะทาง + เบอร์โทร) 1) Keeree Tara Restaurant – 2 กม. – 034 513 855
2) By De River – 2 กม. – 085 405 9161
3) On’s Thai Issan Vegetarian Restaurant – 3 กม. – 087 364 2264
4) Bell’s Pizzeria – 3 กม. – 081 010 6614
5) Keeree Mantra Restaurant – 14 กม. – 034 540 889
ที่พักใกล้เคียง (พร้อมระยะทาง + เบอร์โทร) 1) U Inchantree Kanchanaburi – 2 กม. – 034 521 584
2) Felix River Kwai Resort – 2 กม. – 034 551 000
3) Dheva Mantra Resort – 6 กม. – 034 615 999
4) The Bridge Residence Hotel – 2 กม. – 080 088 8454
5) Mida Resort Kanchanaburi – 35 กม. – 034 919 606
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: สะพานข้ามแม่น้ำแควอยู่ตรงไหนของกาญจนบุรี?
ตอบ: อยู่ในตำบลท่ามะขาม อำเภอเมืองกาญจนบุรี ใกล้ตัวเมือง และเข้าถึงได้สะดวกจากแนวทางหลวงหมายเลข 323
 
ถาม: สะพานข้ามแม่น้ำแควเกี่ยวข้องกับทางรถไฟสายมรณะอย่างไร?
ตอบ: สะพานเป็นจุดข้ามแม่น้ำแควใหญ่ในแนวทางรถไฟสายมรณะ ซึ่งสร้างขึ้นช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เพื่อเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์เชื่อมไทยไปพม่า
 
ถาม: ถ้าอยากนั่งรถไฟผ่านสะพาน ต้องทำอย่างไร?
ตอบ: วางแผนเลือกขบวนรถไฟที่ผ่านสถานี/จุดสะพานข้ามแม่น้ำแคว และตรวจสอบตารางเดินรถล่าสุดกับการรถไฟแห่งประเทศไทยก่อนออกเดินทาง
 
ถาม: จุดไฮไลต์ต่อจากสะพานที่ไม่ควรพลาดคือที่ไหน?
ตอบ: โค้งมรณะ–ถ้ำกระแซ (Tham Krasae / Wampo Viaduct) เป็นช่วงสะพานไม้เลียบหน้าผาเหนือแม่น้ำแควน้อยที่วิวโดดเด่นมาก และเชื่อมต่อไปสถานีน้ำตกได้
 
ถาม: ไปเที่ยวสะพานข้ามแม่น้ำแควต้องระวังอะไรเป็นพิเศษ?
ตอบ: ระวังความปลอดภัยเป็นอันดับแรก ไม่เดินล้ำเข้าใกล้รางเมื่อมีสัญญาณรถมา ระวังพื้นลื่นในหน้าฝน และหลีกเลี่ยงการถ่ายภาพในจุดเสี่ยงบนแนวราง
 
ถาม: มีเบอร์ติดต่อสอบถามเรื่องรถไฟและเส้นทางแนะนำไหม?
ตอบ: ติดต่อ Call Center การรถไฟแห่งประเทศไทยที่ 1690 หรือสอบถามสถานีรถไฟกาญจนบุรีที่ 034 511 285
เว็ปไซต์เว็ปไซต์: www.railway.co.th
แผนที่ สะพานข้ามแม่น้ำแคว แผนที่สะพานข้ามแม่น้ำแคว
คำค้นคำค้น: สะพานข้ามแม่น้ำแควกาญจนบุรี สะพานข้ามแม่น้ำแคว ทางรถไฟสายมรณะ ทางรถไฟสายพม่า เที่ยวกาญจนบุรี รถไฟสายมรณะกาญจนบุรี โค้งมรณะถ้ำกระแซ สถานีน้ำตกกาญจนบุรี ประวัติสะพานข้ามแม่น้ำแคว เที่ยวเชิงประวัติศาสตร์กาญจนบุรี
ปรับปรุงล่าสุดปรับปรุงล่าสุด: 5 วันที่แล้ว


แสดงความเห็น

แสดงความเห็น




คำค้น (ขั้นสูง)
   
Email :
  รหัสผ่าน :
  สมัครสมาชิก | ลืมรหัสผ่าน
 

 

ภูมิภาค ภูมิภาคhttps://www.lovethailand.org/

https://www.lovethailand.org/อ.เมืองกาญจนบุรี(36)

https://www.lovethailand.org/อ.ไทรโยค(19)

https://www.lovethailand.org/อ.บ่อพลอย(4)

https://www.lovethailand.org/อ.ศรีสวัสดิ์(20)

https://www.lovethailand.org/อ.ท่ามะกา(11)

https://www.lovethailand.org/อ.ท่าม่วง(18)

https://www.lovethailand.org/อ.ทองผาภูมิ(30)

https://www.lovethailand.org/อ.สังขละบุรี(20)

https://www.lovethailand.org/อ.พนมทวน(13)

https://www.lovethailand.org/อ.เลาขวัญ(3)

https://www.lovethailand.org/อ.ด่านมะขามเตี้ย(2)

https://www.lovethailand.org/อ.หนองปรือ(1)

https://www.lovethailand.org/อ.ห้วยกระเจา(4)