วัดถ้ำเขาน้อย

วัดถ้ำเขาน้อย

วัดถ้ำเขาน้อย
Rating: 4/5 (5 votes)
แผนที่ แผนที่ แผนที่ มีแผนที่ มีแผนที่ ไม่มีแผนที่ ไม่มีแผนที่

สถานที่ท่องเที่ยวกาญจนบุรี

สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: โดยทั่วไป 08:00–17:00
 
วัดถ้ำเขาน้อย คือหนึ่งในวัดฝ่ายอนัมนิกายที่โดดเด่นที่สุดของกาญจนบุรีสำหรับคนที่อยากได้ทั้งความศรัทธา บรรยากาศสงบ และมุมมองแบบ “เห็นเมือง เห็นทุ่ง เห็นสายน้ำ” ในทริปเดียว วัดตั้งอยู่ในตำบลม่วงชุม อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี บนเส้นทางที่ขับรถเข้าถึงง่ายจากถนนสายหลัก และเป็นวัดที่นักท่องเที่ยวจำนวนมากนิยมแวะคู่กับ “วัดถ้ำเสือ” ที่อยู่ใกล้กัน ทำให้ย่านนี้กลายเป็นโซนท่องเที่ยวเชิงศาสนาที่มาแล้วมักได้มากกว่าการไหว้พระ เพราะได้สัมผัสสถาปัตยกรรมแบบจีน–ญวน วิหารหลายจุดให้เดินชม และจุดชมวิวที่มีบุคลิกเฉพาะ คือด้านหนึ่งมองไปทางแม่น้ำแม่กลอง แต่อีกด้านมองเห็นทุ่งนาเขียวขจีที่พาใจให้ช้าลงอย่างเป็นธรรมชาติ
 
เอกลักษณ์ของวัดถ้ำเขาน้อยเริ่มตั้งแต่ความเป็น “อนัมนิกาย” ซึ่งเป็นสายพระพุทธศาสนาฝ่ายมหายานที่มีรากวัฒนธรรมเวียดนามและจีนผสมอยู่ในพิธีกรรม งานช่าง และการจัดวางสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในวัด คนที่คุ้นกับวัดไทยแบบเถรวาทอาจรู้สึกว่า “บรรยากาศต่าง” ตั้งแต่มุมสักการะ รูปเคารพ ไปจนถึงความอลังการขององค์ประกอบสถาปัตยกรรม แต่ความต่างนั้นไม่ได้ทำให้ห่างไกล หากกลับทำให้การมาเยือนกลายเป็นการเปิดมุมมองว่าในเมืองกาญจนบุรีมีชั้นความเชื่อและชุมชนที่หลากหลายมานาน และวัดถ้ำเขาน้อยคือหนึ่งในหลักฐานที่จับต้องได้ของความหลากหลายนั้น
 
ถ้าปูบริบทให้เห็นภาพใหญ่ขึ้น กาญจนบุรีเป็นเมืองที่เกี่ยวข้องกับ “การเคลื่อนย้ายผู้คน” และ “ยุทธศาสตร์ชายแดน” มาแต่โบราณ โดยเฉพาะช่วงรัตนโกสินทร์ตอนต้นถึงกลางที่บ้านเมืองต้องจัดกำลังเพื่อป้องกันแนวตะวันตก เส้นทางการคมนาคมทางน้ำและทางบกทำให้พื้นที่นี้รองรับผู้คนหลายกลุ่ม รวมถึงชุมชนชาวญวนที่เข้ามาอยู่ในไทยในช่วงเวลาต่าง ๆ และแบ่งออกตามความแตกต่างด้านศาสนาและบทบาทที่รัฐมอบหมาย ในสายพัฒนาการนี้ วัดฝ่ายอนัมนิกายจึงไม่ได้เกิดขึ้นแบบลอย ๆ หากเป็นผลลัพธ์ของการตั้งถิ่นฐาน ความศรัทธา และความต้องการพื้นที่ทางจิตใจของชุมชนที่เติบโตขึ้นในกาญจนบุรี จนกลายเป็นภูมิทัศน์ศาสนาที่มีมิติและมีเรื่องเล่าเป็นของตัวเอง
 
สำหรับวัดถ้ำเขาน้อย ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2426 และมีพระหลวงปู่แห้ง (กั๊กเง้ง) เป็นพระจีนมาพำนักเป็นรูปแรก ก่อนจะมีพระจีนอีก 2 รูปมาปกครองดูแลต่อ และต่อมาพระอาจารย์เตี๊ยบถ่อซึ่งเป็นพระสงฆ์มหายานฝ่ายอนัมนิกายเข้ามาบูรณะดูแลจนวัดค่อย ๆ เจริญรุ่งเรือง สวยงาม และมีรูปแบบการจัดพื้นที่ที่สอดคล้องกับวัฒนธรรมมหายานมากขึ้นตามกาลเวลา เรื่องราวนี้ทำให้วัดมีความเก่าแก่ระดับ “ร้อยกว่าปี” และยิ่งน่าสนใจสำหรับคนที่ชอบวัดที่มีประวัติชัดเจนในแง่การเติบโตต่อเนื่อง ไม่ได้เป็นแค่สถานที่ถ่ายรูปสวย แต่เป็นวัดที่มีชีวิตและเดินทางมาจนถึงปัจจุบันด้วยศรัทธาของคนจริง ๆ
 
วิธีเที่ยววัดถ้ำเขาน้อยให้ได้อรรถรสคือให้คิดว่าที่นี่เป็นวัดที่ “เดินชมเป็นลำดับ” มากกว่าการแวะจุดเดียวแล้วกลับ เพราะองค์ประกอบเด่นกระจายอยู่หลายช่วงตั้งแต่วิหารด้านล่างไปจนถึงพื้นที่ที่สูงขึ้นไปตามแนวเขา ยิ่งเดินยิ่งเห็นรายละเอียดที่ต่างกันไป ทั้งมุมสักการะที่ให้ความรู้สึกอบอุ่น มุมที่อลังการแบบมหายาน และมุมที่พาให้เงียบลงเพราะวิวกว้างทำให้ใจนิ่งโดยอัตโนมัติ คนที่มาเช้า ๆ มักจะได้บรรยากาศสบายและแสงนุ่มกว่า เหมาะกับการเดินชมแบบไม่ร้อนจัด ขณะที่ช่วงบ่ายแก่จะได้แสงที่พาให้ทิวทัศน์ทุ่งนาและแนวชุมชนดูมีมิติมากขึ้น แต่ควรเผื่อเวลาให้พอ เพราะหลายคนตั้งใจมาแป๊บเดียวแล้วกลายเป็นอยู่ได้นานกว่าที่คิด
 
หนึ่งในภาพจำสำคัญของวัดคือรูปสมมุติขององค์พระโพธิสัตว์ที่มีรูปร่างอ้วนท้วน ใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส และถือเครื่องประกอบที่ทำให้คนจดจำได้ทันที ตามเรื่องเล่าที่ถูกถ่ายทอดต่อกันมา องค์นี้มีลักษณะเบิกบานและเป็นสุขอยู่เสมอ ไปที่ใดมักมีย่ามใหญ่ติดตัวไปด้วยซึ่งบรรจุของเล่นสำหรับเด็ก ๆ จึงได้รับฉายาว่า “หลวงพ่อย่ามใหญ่” จุดนี้ทำให้การสักการะที่วัดถ้ำเขาน้อยมีบรรยากาศที่แตกต่างจากวัดไทยจำนวนมาก เพราะความศักดิ์สิทธิ์ไม่ได้ถูกเล่าด้วยความเคร่งเท่านั้น แต่มีมิติของความเมตตา ความเอื้อเฟื้อ และความสุขแบบเรียบง่ายที่จับต้องได้ในสัญลักษณ์ของ “ย่ามใหญ่” และรอยยิ้มที่ชวนให้คนวางความกังวลลงชั่วคราว
 
ถัดจากหลวงพ่อย่ามใหญ่ จุดที่ทำให้หลายคนหยุดดูรายละเอียดนานคือรูปปั้น “18 อรหันต์” ที่ประดิษฐานอยู่สองข้างในพื้นที่เดียวกัน แต่ละองค์มีท่วงท่าและบุคลิกต่างกัน และมักถูกอธิบายในเชิงว่าเป็นตัวแทนปริศนาธรรมตามตำนานของอนัมนิกายในโลกจีนโบราณ สำหรับคนที่ชอบถ่ายภาพหรือชอบดูงานช่าง จุดนี้ให้ทั้งความงามของงานปั้นและความสนุกทางความคิด เพราะแม้เราไม่จำเป็นต้องรู้เรื่องทั้งหมดก็ยังสัมผัสได้ว่าผู้สร้างตั้งใจให้ผู้มาเยือน “หยุด” และ “สังเกต” ซึ่งเป็นทักษะเดียวกับการฝึกใจในทางพุทธอย่างหนึ่ง การเดินชมจึงไม่ใช่แค่การมองผ่าน แต่เป็นการมองแบบมีสติและมีความเคารพ
 
อีกจุดที่ถือว่าเป็นหัวใจด้านศรัทธาของผู้คนจำนวนมากคือวิหารกลางที่ประดิษฐาน “พระกวนอิมโพธิสัตว์” หรือพระอวโลกิเตศวรภาคหนึ่ง ซึ่งในความเชื่อของมหายานถือเป็นพระผู้คอยสอดส่องสดับตรับฟังเสียงทุกข์ของสรรพสัตว์เพื่อช่วยปลดเปลื้องให้พ้นทุกข์ ภาพของกวนอิมทำให้บรรยากาศในวิหารมีความอ่อนโยนเป็นพิเศษ และเป็นจุดที่คนมักขอพรในเรื่องความเมตตา ความปลอดภัย ครอบครัว สุขภาพ และการผ่านพ้นช่วงยากของชีวิต หากคุณตั้งใจจะสักการะที่นี่ แนะนำให้ใช้เวลาแบบไม่เร่งรีบ ไหว้อย่างสงบ ลดเสียง และหลีกเลี่ยงการยืนบังทางคนอื่น เพราะเป็นจุดที่มีผู้คนแวะมาอย่างต่อเนื่องตลอดวัน
 
เมื่อเดินต่อไปด้านหลัง จะพบองค์ประกอบแบบมหายานที่ทำให้หลายคนรู้สึกว่า “มาแล้วเหมือนได้อ่านความเชื่อทั้งระบบในสถานที่เดียว” นั่นคือวิหารพระพุทธเจ้า 5 พระองค์ตามคติมหายาน และถัดไปมี “พระพุทธบาทจำลอง” ซึ่งเป็นจุดที่ผู้คนจำนวนมากนิยมกราบนมัสการเพื่อความเป็นสิริมงคล การจัดวางแบบนี้ทำให้เส้นทางเดินชมภายในวัดมีลำดับที่ไหลลื่น จากจุดที่ให้ความเบิกบานแบบหลวงพ่อย่ามใหญ่ ไปสู่จุดเมตตาแบบกวนอิม แล้วค่อยไปสู่จุดที่เน้นความเป็นสิริมงคลของพุทธะและร่องรอยแห่งการตรัสรู้เชิงสัญลักษณ์อย่างรอยพระพุทธบาท จังหวะนี้ทำให้การมาเที่ยวไม่กระโดดไปมา แต่เหมือนถูกพาให้ค่อย ๆ เข้าใกล้ความสงบมากขึ้นทีละนิด
 
ไฮไลต์ที่หลายคนตั้งใจมาถึงแม้ต้องเดินขึ้นต่อคือ “พระเจดีย์คีรีบรมธาตุ” ซึ่งมีชื่อเรียกอีกแบบว่า “บ่วงฮุกถะ” และถูกอธิบายความหมายว่าเป็น “เจดีย์หมื่นพระองค์” ความอลังการของเจดีย์และความสูงทำให้จุดนี้กลายเป็นจุดชมวิวสำคัญไปพร้อมกัน ด้านหน้ามักมองเห็นทิวทัศน์แม่น้ำแม่กลองทอดยาว ส่วนด้านหลังจะเป็นวิวทุ่งนาสีเขียวที่เปลี่ยนเฉดไปตามฤดูกาล ความพิเศษของวิวแบบนี้คือให้ความรู้สึก “รอบด้าน” จริง ๆ เพราะคุณไม่ได้เห็นแค่มุมเดียวแล้วจบ แต่เห็นทั้งสายน้ำและพื้นที่เกษตรที่เป็นชีวิตของชุมชนม่วงชุมและท่าม่วงในมุมกว้าง การยืนตรงนี้จึงเหมือนเราได้เห็นว่าเมืองและชุมชนเติบโตอย่างไรผ่านภูมิทัศน์ที่ยังมีลมหายใจอยู่
 
สำหรับคนที่ชอบความหมายเชิงศาสนา จุดที่ถูกพูดถึงมากคือเมื่อขึ้นไปถึงเจดีย์ชั้น 7 ซึ่งกล่าวกันว่าเป็นที่ประดิษฐานองค์พระบรมสารีริกธาตุ และการได้กราบนมัสการถือเป็นมงคลชีวิตอย่างสูงสุด ในทางปฏิบัติ สิ่งที่ควรทำเมื่อถึงจุดสูงสุดคือรักษาความสำรวมเป็นพิเศษ เพราะพื้นที่สูงมักมีผู้คนหยุดสวดมนต์หรือทำสมาธิแบบเงียบ ๆ การถ่ายภาพทำได้แต่ควรหลีกเลี่ยงท่าทางไม่เหมาะสม และไม่ควรส่งเสียงดัง เพราะความสงบคือเสน่ห์หลักที่ทำให้วัดถ้ำเขาน้อยต่างจากการไปจุดชมวิวทั่วไป
 
หากมองวัดถ้ำเขาน้อยในฐานะสถานที่ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม จุดแข็งคือการมี “งานช่างที่มีเอกลักษณ์” ซึ่งสะท้อนวัฒนธรรมจีน–ญวนในกรอบศาสนาพุทธมหายาน และการจัดพื้นที่ที่ทำให้ผู้มาเยือนเดินชมได้เหมือนเดินอ่านเรื่องเล่าภายในวัดจริง ๆ คุณไม่ได้ถูกบังคับให้เข้าไปจุดเดียวแล้วออก แต่ถูกชวนให้เดินต่อ เห็นต่อ และเข้าใจต่อ โดยที่ทุกจุดยังคงอยู่ในกรอบของความเป็นศาสนสถานที่ใช้งานจริง ดังนั้นการเที่ยวที่ดีจึงเป็นการเที่ยวแบบให้เกียรติพื้นที่เสมอ ไม่จับต้องสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ไม่ปีนป่ายจุดสูงที่ไม่อนุญาต และไม่ทิ้งขยะ เพราะความสวยของวัดแบบนี้อยู่ได้ด้วยระเบียบและความร่วมมือของผู้มาเยือนทุกคน
 
ด้านบรรยากาศ วัดถ้ำเขาน้อยให้ความรู้สึกต่างกันตามฤดูกาลอย่างชัดเจน ช่วงหน้าฝนและหลังฝนท้องฟ้ามักโปร่งเป็นช่วง ๆ ทำให้ทุ่งนาสีเขียวดูสดและแสงสะท้อนบนสายน้ำดูนุ่มเป็นพิเศษ แต่ก็ต้องระวังพื้นทางเดินที่อาจลื่นในบางจุด ส่วนหน้าร้อนจะได้ท้องฟ้าเปิด วิวไกล แต่แดดแรงขึ้น จึงควรพกน้ำดื่มและเลือกเที่ยวช่วงเช้าหรือบ่ายแก่เพื่อความสบาย และหน้าหนาวบางวันอากาศดีมากจนทำให้การเดินขึ้นจุดสูงเป็นเรื่องเพลิน ไม่เหนื่อยเกินไป สิ่งเหล่านี้ทำให้วัดถ้ำเขาน้อยเหมาะกับการกลับมาได้หลายครั้ง เพราะแต่ละครั้งให้บรรยากาศไม่เหมือนกัน
 
ในเชิงการวางทริป วัดถ้ำเขาน้อยเป็นหนึ่งในจุดที่เหมาะกับการจัดวันเที่ยวโซนท่าม่วงและต่อเข้าตัวเมืองกาญจนบุรีได้ลื่นไหล เพราะพื้นที่วัดอยู่ไม่ไกลจากเส้นทางหลักและมีสถานที่ยอดนิยมอยู่ใกล้กันหลายจุด โดยเฉพาะการเที่ยวคู่กับวัดถ้ำเสือที่อยู่ละแวกเดียวกัน ซึ่งช่วยให้ทริปมีทั้งความอลังการแบบมหายานและมุมมองทางศาสนาที่หลากหลาย เมื่อเที่ยวโซนนี้เสร็จ หากยังมีเวลา คุณสามารถขับต่อเข้าเมืองเพื่อไปโซนแม่น้ำแควและพิพิธภัณฑ์ต่าง ๆ ได้ต่อ โดยไม่ต้องย้อนเส้นทางให้เสียเวลา
 
มารยาทในการเข้าวัดเป็นเรื่องสำคัญเสมอ โดยเฉพาะวัดที่มีผู้คนไปสักการะต่อเนื่อง ควรแต่งกายสุภาพ งดเสื้อผ้าที่เปิดเผยเกินไป ลดเสียงพูดคุยในวิหารหรือจุดสักการะ และถ้าจะถ่ายภาพควรถ่ายอย่างสำรวม ไม่โพสท่าที่ไม่เหมาะสมกับศาสนสถาน นอกจากนี้หากคุณพาผู้สูงอายุหรือเด็กเล็กไปด้วย ควรเดินช้า ๆ ระวังขั้นบันไดและทางต่างระดับ เพราะวัดอยู่บนเนินเขาและมีจุดที่ต้องเดินขึ้นลง การเที่ยวแบบระมัดระวังช่วยให้ทริปไม่สะดุดและยังเคารพพื้นที่ไปพร้อมกัน
 
การเดินทาง ไปวัดถ้ำเขาน้อยสามารถใช้รถยนต์ส่วนตัวเป็นหลัก โดยเริ่มจากถนนแสงชูโตแล้วมุ่งหน้าเข้าสู่โซนท่าม่วง จากนั้นใช้แผนที่นำทางค้นหา “วัดถ้ำเขาน้อย” หรือ “Wat Tham Khao Noi” เส้นทางช่วงท้ายจะมีป้ายบอกทางเป็นระยะและถนนค่อนข้างสะดวก หากคุณวางแผนเที่ยวคู่กับวัดถ้ำเสือสามารถจัดลำดับแวะได้ตามความสะดวก เพราะอยู่ละแวกเดียวกัน และควรเผื่อเวลาเดินชมภายในวัดให้พอ เนื่องจากมีหลายจุดที่ควรค่อย ๆ ดูรายละเอียดเพื่อให้ได้ประสบการณ์เต็มที่สุด
 
เมื่อรวมทั้งหมด วัดถ้ำเขาน้อยจึงเป็นสถานที่ที่ให้ความคุ้มค่าแบบครบเครื่องสำหรับคนที่อยากได้ทั้งการไหว้พระ ความสงบ งานศิลป์มหายาน และวิวที่มองเห็นชีวิตชุมชนในมุมกว้าง หากคุณมองหาวัดในกาญจนบุรีที่ไม่ได้มีดีแค่สวย แต่มีเรื่องเล่า มีลำดับการเดินชม และมีบรรยากาศที่ทำให้ใจช้าลงได้จริง วัดถ้ำเขาน้อยคือหนึ่งในหมุดหมายที่ควรให้เวลาอย่างน้อยครึ่งวัน แล้วคุณจะเข้าใจว่าทำไมคนจำนวนมากถึงกลับมาอีกครั้งแม้เคยมาแล้ว
 
ชื่อสถานที่ วัดถ้ำเขาน้อย (Wat Tham Khao Noi)
ที่อยู่ ตำบลม่วงชุม อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี
สรุปสถานที่ วัดฝ่ายอนัมนิกายบนเนินเขาในอำเภอท่าม่วง เด่นด้วยวิหารและสถาปัตยกรรมจีน–ญวน จุดสักการะหลวงพ่อย่ามใหญ่ พระกวนอิม 18 อรหันต์ และเจดีย์คีรีบรมธาตุ (“บ่วงฮุกถะ” หรือเจดีย์หมื่นพระองค์) พร้อมวิวแม่น้ำแม่กลองและทุ่งนารอบด้าน
จุดเด่นของสถานที่ อนัมนิกาย/มหายาน, หลวงพ่อย่ามใหญ่, 18 อรหันต์, วิหารพระกวนอิม, วิหารพระพุทธเจ้า 5 พระองค์, พระพุทธบาทจำลอง, เจดีย์คีรีบรมธาตุ (“บ่วงฮุกถะ”), จุดชมวิวแม่น้ำแม่กลองและวิวทุ่งนา
ประวัติ/ความเป็นมา มีข้อมูลเผยแพร่ว่าก่อตั้งเมื่อ พ.ศ. 2426 โดยพระหลวงปู่แห้ง (กั๊กเง้ง) เป็นพระจีนมาพำนักเป็นรูปแรก ต่อมามีพระจีนมาดูแล และภายหลังพระอาจารย์เตี๊ยบถ่อ (มหายาน/อนัมนิกาย) เข้ามาบูรณะดูแลจนวัดเจริญรุ่งเรืองและงดงามต่อเนื่องยาวนาน
นิกาย/ประเภทวัด อนัมนิกาย (มหายาน)
ผู้ดูแล/เจ้าอาวาส (ล่าสุดที่พบเผยแพร่สาธารณะ) พระปลัดวิเชียร เถี่ยนอี๊, ดร.
วันและเวลาเปิดทำการ ทุกวัน (โดยทั่วไป 08:00–17:00)
ค่าเข้าชม ไม่เก็บค่าเข้าชม (ทำบุญตามศรัทธา)
สิ่งอำนวยความสะดวก จุดสักการะหลายวิหาร, ทางเดินขึ้นจุดสูง, มุมชมวิว, พื้นที่จอดรถตามจุดที่วัดจัดไว้ (ควรระวังต่างระดับและความลื่นช่วงฝน)
การเดินทาง ใช้แผนที่นำทางค้นหา “วัดถ้ำเขาน้อย” หรือ “Wat Tham Khao Noi” เดินทางสะดวกจากถนนสายหลักในโซนท่าม่วง และมีป้ายบอกทางเป็นระยะ
สถานะปัจจุบัน เปิดให้เข้าสักการะและเยี่ยมชมได้ตามปกติ
เบอร์ติดต่อ 034-655-233
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณ + เบอร์โทร) 1) วัดเทวสังฆาราม (วัดเหนือ) ~18 กม. โทร 034-511-216
2) Kanchanaburi Skywalk ~18 กม. โทร 098-952-0628
3) สะพานข้ามแม่น้ำแคว ~19 กม. โทร 034-512-979
4) Thailand–Burma Railway Centre ~20 กม. โทร 034-512-721
5) JEATH War Museum ~20 กม. โทร 034-515-203
ร้านอาหารใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณ + เบอร์โทร) 1) Keeree Tara Restaurant ~19 กม. โทร 034-513-855
2) Keeree Mantra Restaurant ~19 กม. โทร 034-540-889
3) Bell’s Pizzeria ~19 กม. โทร 081-010-6614
4) Jolly Frog Restaurant ~19 กม. โทร 034-512-028
5) By de River ~19 กม. โทร 034-624-477
ที่พักใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณ + เบอร์โทร) 1) U Inchantree Kanchanaburi ~19 กม. โทร 034-521-584
2) Felix River Kwai Resort ~19 กม. โทร 034-551-000
3) Dheva Mantra Resort ~20 กม. โทร 034-615-999
4) Good Times Resort Kanchanaburi ~20 กม. โทร 034-513-888
5) Mida Resort Kanchanaburi ~35 กม. โทร 034-919-606
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดถ้ำเขาน้อยอยู่ที่ไหน?
ตอบ: อยู่ตำบลม่วงชุม อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี เป็นวัดอนัมนิกายที่เดินทางด้วยรถยนต์ได้สะดวกและนิยมเที่ยวคู่กับวัดถ้ำเสือ
 
ถาม: วัดถ้ำเขาน้อยเป็นวัดนิกายอะไร?
ตอบ: เป็นวัดฝ่ายอนัมนิกาย (มหายาน) จึงมีสถาปัตยกรรมและจุดสักการะหลายส่วนที่สะท้อนวัฒนธรรมจีน–ญวน เช่น พระกวนอิมและคติการจัดวางรูปเคารพแบบมหายาน
 
ถาม: ไปวัดถ้ำเขาน้อยควรเริ่มชมจุดไหนก่อน?
ตอบ: แนะนำเริ่มจากวิหารด้านล่างเพื่อปรับจังหวะและไหว้พระ จากนั้นค่อยเดินชมหลวงพ่อย่ามใหญ่และ 18 อรหันต์ แล้วไปสักการะพระกวนอิม ก่อนขึ้นต่อไปยังเจดีย์คีรีบรมธาตุเพื่อชมวิวรอบด้าน
 
ถาม: จุดเด่นที่ไม่ควรพลาดของวัดถ้ำเขาน้อยคืออะไร?
ตอบ: หลวงพ่อย่ามใหญ่, 18 อรหันต์, วิหารพระกวนอิม, วิหารพระพุทธเจ้า 5 พระองค์, พระพุทธบาทจำลอง และเจดีย์คีรีบรมธาตุ (“บ่วงฮุกถะ”) ที่ให้วิวแม่น้ำแม่กลองและทุ่งนา
 
ถาม: ควรไปช่วงเวลาไหนถึงจะเดินสบายและถ่ายภาพสวย?
ตอบ: ช่วงเช้าหรือบ่ายแก่จะเดินสบายกว่าและได้แสงนุ่ม เหมาะกับการถ่ายภาพวิหารและวิว โดยเฉพาะหากต้องเดินขึ้นจุดสูงควรหลีกเลี่ยงช่วงเที่ยงที่แดดจัด
 
ถาม: ไปวัดควรแต่งกายและปฏิบัติตัวอย่างไร?
ตอบ: แต่งกายสุภาพ ลดเสียงพูดคุยในจุดสักการะ ถ่ายภาพอย่างสำรวม ไม่ปีนป่ายหรือจับต้องรูปเคารพ และระวังทางต่างระดับโดยเฉพาะช่วงพื้นชื้นหลังฝนตก
แผนที่ วัดถ้ำเขาน้อย แผนที่วัดถ้ำเขาน้อย
คำค้นคำค้น: วัดถ้ำเขาน้อยวัดถ้ำเขาน้อย วัดถ้ำเขาน้อย กาญจนบุรี วัดถ้ำเสือ กาญจนบุรี วัดญวน กาญจนบุรี วัดอนัมนิกาย กาญจนบุรี เที่ยวท่าม่วง ที่เที่ยวท่าม่วง ไหว้พระกาญจนบุรี เจดีย์หมื่นพระองค์ พระกวนอิม กาญจนบุรี
ปรับปรุงล่าสุดปรับปรุงล่าสุด: 19 ชั่วโมงที่แล้ว


แสดงความเห็น

แสดงความเห็น




คำค้น (ขั้นสูง)
   
Email :
  รหัสผ่าน :
  สมัครสมาชิก | ลืมรหัสผ่าน
 

 

ภูมิภาค ภูมิภาคhttps://www.lovethailand.org/

https://www.lovethailand.org/อ.เมืองกาญจนบุรี(36)

https://www.lovethailand.org/อ.ไทรโยค(19)

https://www.lovethailand.org/อ.บ่อพลอย(4)

https://www.lovethailand.org/อ.ศรีสวัสดิ์(20)

https://www.lovethailand.org/อ.ท่ามะกา(11)

https://www.lovethailand.org/อ.ท่าม่วง(18)

https://www.lovethailand.org/อ.ทองผาภูมิ(30)

https://www.lovethailand.org/อ.สังขละบุรี(20)

https://www.lovethailand.org/อ.พนมทวน(13)

https://www.lovethailand.org/อ.เลาขวัญ(3)

https://www.lovethailand.org/อ.ด่านมะขามเตี้ย(2)

https://www.lovethailand.org/อ.หนองปรือ(1)

https://www.lovethailand.org/อ.ห้วยกระเจา(4)