วัดพระธาตุดอยเวียงชัยมงคล

Rating: 2.8/5 (11 votes)
สถานที่ท่องเที่ยวเชียงใหม่
สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย
วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: แนะนำ 06.00–18.00 น. (เผื่อเวลาขึ้นดอยและชมวิว)
วัดพระธาตุดอยเวียงชัยมงคล หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อ “พระมหาธาตุเจดีย์บารมี 19 ยอด” ตั้งอยู่บ้านหลวง ตำบลโหล่งขอด อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ เป็นโบราณสถานสำคัญของพื้นที่ที่มีเรื่องเล่าและหลักฐานทางโบราณคดีพาดผ่านกันอย่างแนบแน่น ระหว่าง “ตำนานพระเจ้าเลียบโลก” ที่เล่าถึงการเสด็จมาเยือนดินแดนล้านนาของพระพุทธเจ้า กับร่องรอยเมืองและแนวกำแพงที่สัมพันธ์กับยุคราชวงศ์มังราย วัดแห่งนี้จึงไม่ได้มีความหมายแค่สถานที่กราบไหว้ แต่เป็นเหมือนจุดนัดพบของศรัทธา ประวัติศาสตร์ และภูมิทัศน์บนเนินเขาที่มองเห็นพื้นที่พร้าวได้กว้างไกล
ชื่อ “ดอยเวียง” ของวัดชวนให้คิดตั้งแต่แรก เพราะคำว่า “เวียง” ในวัฒนธรรมล้านนามักสัมพันธ์กับพื้นที่เมือง/คูเมือง/กำแพงเมือง เมื่อวัดตั้งอยู่ “บนกำแพงเมืองโบราณ” ของอำเภอพร้าวตามข้อมูลที่มีการเล่าสืบต่อกัน ภาพของสถานที่จึงยิ่งชัดขึ้นว่า จุดนี้เคยเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์และพื้นที่พิธีกรรมไปพร้อมกัน คือเป็นทำเลที่สูงพอจะมองเห็นความเคลื่อนไหวของผู้คนและกองทัพในอดีต ขณะเดียวกันก็เป็นทำเลเหมาะแก่การตั้งสถูปหรือพระธาตุให้เป็นศูนย์รวมใจของชุมชน
แกนสำคัญของวัดคือองค์พระธาตุที่ถูกกล่าวถึงว่าเก่าแก่ยาวนานกว่า 700 ปี และมีการค้นพบโบราณวัตถุในคราวบูรณะเมื่อปี 2546 โดยวัตถุที่ขุดค้นพบมีอายุราว 600–700 ปี สิ่งที่ถูกบอกเล่าว่าพบ ได้แก่ อิฐที่มีจารึกอักษรฝักขาม ถ้วยชามสังคโลก เครื่องปั้นดินเผา ยอดฉัตรพระธาตุที่ทำจากทองจังโก้ และโบราณวัตถุอื่น ๆ อีกจำนวนมาก ในเชิงการรับรู้ของคนเดินทาง รายละเอียดเหล่านี้ทำหน้าที่เหมือน “หลักยืนยัน” ว่าสถานที่แห่งนี้ไม่ได้เก่าแก่เพราะคำเล่าเพียงอย่างเดียว แต่มีสิ่งที่จับต้องได้คอยต่อภาพอดีตให้ไม่เลือนหาย
ประวัติของพระธาตุดอยเวียงชัยมงคลที่เอกสารท้องถิ่นมักจัดเรียงเป็น 2 ยุค ให้กรอบการเล่าเรื่องที่เข้าใจง่ายและทรงพลัง ยุคแรกคือ “กำเนิดพระธาตุดอยเวียง” อ้างในตำนานพระเจ้าเลียบโลก เล่าว่าเมื่อครั้งพระพุทธเจ้าเสด็จมายังดินแดนสุวรรณภูมิเขตล้านนาไทย ได้เสด็จมาพักบนดอยเวียงพร้อมพระอานนท์ ด้วยดอยอยู่ใกล้หมู่บ้าน ชาวบ้านจึงมาทำบุญใส่บาตรเป็นจำนวนมากทุกวัน ก่อนเสด็จต่อ พระพุทธเจ้ามอบเส้นพระเกศาให้ชาวบ้านไว้สักการบูชา ชาวบ้านจึงร่วมแรงร่วมใจกันสร้างเจดีย์ครอบเส้นพระเกศาเพื่อเป็นที่กราบไหว้ นัยสำคัญของเรื่องเล่านี้คือการทำให้ “พระธาตุ” ไม่ใช่สิ่งก่อสร้างโดดเดี่ยว แต่เป็นผลรวมของศรัทธาชุมชนที่เกิดจากความใกล้ชิดและความรู้สึกร่วมในเหตุการณ์สำคัญ
ยุคที่สองเชื่อมโยงกับราชวงศ์มังราย โดยเล่าว่าในปี 1824 พญามังรายได้สร้างเมืองพร้าวเพื่อเป็นที่ตั้งทัพและสะสมเสบียง ก่อนออกจากเมืองพร้าวได้แวะพักทัพบริเวณพระธาตุดอยเวียงในชุมชนบ้านหลวง ปัจจุบันยังมีการกล่าวถึงหลักฐานแนวกำแพงที่ขุดพบ เรียกว่า “เวียงรอบพระธาตุดอยเวียง” ถึง 4 ชั้น และยังมีวิหารบนดอยเวียงซึ่งทำให้เกิดข้อสันนิษฐานว่าอาจเกี่ยวข้องกับการประทับ/การพักของผู้มีฐานะในอดีต เรื่องเล่าของ “การตั้งทัพ” ที่เกิดซ้ำในหลายยุคหลายสมัยช่วยเน้นว่า ชัยภูมิของดอยเวียงไม่ได้เหมาะแค่ความศักดิ์สิทธิ์ แต่เหมาะต่อการควบคุมพื้นที่และการมองเห็นภัยหรือความเคลื่อนไหวจากระยะไกล
รายละเอียดอีกช่วงที่สะท้อนบทบาทของสถานที่นี้ในโครงข่ายการเดินทัพและการบูรณะ คือเรื่องที่เล่าถึงปี 1928 เมื่อพญากือนาธรรมมิกราชเสด็จขึ้นมาเมืองพร้าวโดยมีขบวนช้าง ขบวนม้า และขบวนเดินเท้าจำนวนมาก มีช้างเผือกเชือกหนึ่งบรรทุกพระธรรมคัมภีร์และพระพุทธรูปสำคัญมาด้วย และได้แวะพักพร้อมบูรณปฏิสังขรณ์พระธาตุดอยเวียงก่อนจะเข้าสู่เมืองพร้าว ภาพของ “การบูรณะก่อนเข้าพื้นที่เมือง” ทำให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างอำนาจทางโลกกับการค้ำจุนศาสนสถาน ซึ่งเป็นลักษณะสำคัญของเมืองล้านนาในหลายพื้นที่
ในเชิงประสบการณ์ การขึ้นไปสักการะวัดพระธาตุดอยเวียงชัยมงคลมักให้ความรู้สึกแบบ “ค่อย ๆ เปิดมุมมอง” เพราะเมื่อระดับความสูงเพิ่มขึ้น เส้นขอบฟ้าจะกว้างขึ้นไปตามลำดับ และความกว้างนั้นมักทำให้ใจวางเรื่องเล็กลงโดยไม่ต้องพยายามมากนัก ที่นี่จึงเป็นวัดที่เหมาะกับการมาแบบให้เวลา ไม่ว่าจะเป็นการเดินช้า ๆ พูดน้อย ๆ แล้วปล่อยให้ภาพภูเขาและป่าที่ล้อมพร้าวทำหน้าที่จัดระเบียบความคิดแทน
จุดเด่นที่ช่วยให้การมาเยือน “ได้มากกว่าการถ่ายรูป” คือระเบียงชมวิวที่ทางวัดจัดทำไว้ เพื่อให้ผู้มาสักการะได้มองเห็นทิวทัศน์ตำบลโหล่งขอดและพื้นที่อำเภอพร้าวได้ชัดเจน ภาพผืนป่าสีเขียวที่ซ้อนระดับกันทำให้เข้าใจทันทีว่าทำไมในอดีตการยืนบนเนินสูงแบบนี้จึงเป็นทั้งความได้เปรียบเชิงยุทธศาสตร์และเป็นพื้นที่ที่เหมาะแก่การตั้งสัญลักษณ์ทางศาสนา เพราะเมื่อผู้คนมองเห็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์จากระยะไกล ความรู้สึก “มีที่พึ่ง” จะเกิดขึ้นพร้อมกับความรู้สึก “มีหลักหมายของบ้านเมือง” ไปในคราวเดียวกัน
ถ้ามองวัดนี้ผ่านภาษาศิลปกรรม จุดที่ชวนให้สังเกตคือแนวคิด “หลายยอด” ของพระมหาธาตุเจดีย์บารมี 19 ยอด ที่ทำให้ภาพรวมสถาปัตยกรรมมีมิติและจังหวะของเงา-แสงมากกว่าพระธาตุทรงเดี่ยวทั่วไป ยอดจำนวนมากทำให้สายตาถูกดึงขึ้นสู่ท้องฟ้าอย่างเป็นธรรมชาติ และเมื่อประกอบกับภูมิประเทศบนเนินเขา ภาพที่เกิดขึ้นจึงมักให้ความรู้สึก “ยิ่งใหญ่แบบไม่กดทับ” คือยิ่งใหญ่เพราะภูมิทัศน์ช่วยพยุง ไม่ใช่ยิ่งใหญ่ด้วยขนาดเพียงอย่างเดียว
สำหรับผู้ที่สนใจชั้นเชิงของหลักฐาน การรู้ว่าเคยพบ “อักษรฝักขาม” บนก้อนอิฐเป็นรายละเอียดที่น่าสนใจ เพราะอักษรฝักขามเป็นหนึ่งในระบบอักษรสำคัญของล้านนาและช่วยผูกสถานที่เข้ากับระบบความรู้และการบันทึกในยุคโบราณ ขณะที่การพบ “สังคโลก” และเครื่องปั้นดินเผาเชื่อมไปถึงเครือข่ายการค้าและการแลกเปลี่ยนวัตถุในภูมิภาค ซึ่งมักสะท้อนว่าพื้นที่ไม่ได้โดดเดี่ยว หากมีการติดต่อสัมพันธ์กับชุมชนอื่นมาเป็นเวลายาวนาน
การมาไหว้พระธาตุในบริบทล้านนาโดยทั่วไป มักมีจังหวะพิธีกรรมที่เรียบง่ายแต่หนักแน่น เช่น การตั้งจิตอธิษฐาน การถวายดอกไม้ธูปเทียน การเดินเวียนเทียนในวันสำคัญทางพุทธศาสนา และการทำบุญตามศรัทธา จุดสำคัญคือการทำด้วยความสำรวม เพราะสถานที่แบบนี้ไม่ต้องการความเร่งรีบ เมื่อให้เวลาแก่ความเงียบ พื้นที่บนดอยจะทำหน้าที่เหมือน “ห้องภาวนา” ขนาดใหญ่ ที่เปลี่ยนเสียงลมให้เป็นเครื่องเตือนสติ และเปลี่ยนวิวไกลให้เป็นแบบฝึกหัดเรื่องการปล่อยวาง
หากตั้งใจจะเล่าแบบเข้มขึ้นในเชิงจิตวิญญาณ วัดพระธาตุดอยเวียงชัยมงคลเหมาะกับคำว่า “การมองไกลเพื่อเห็นใกล้” เพราะยิ่งมองวิวไกลเท่าไร ก็ยิ่งตระหนักถึงสิ่งที่ใกล้ที่สุดคือ “ลมหายใจ” และ “จิตที่กำลังคิด” หลายคนมักพบว่าความคิดจะค่อย ๆ เบาลงเมื่อยอมให้สายตาอยู่กับภูเขาและป่าตรงหน้าโดยไม่ต้องหาความหมายเพิ่ม นี่คือเสน่ห์ของวัดบนเนินเขา: สถานที่ไม่ได้พูดมาก แต่พาให้ผู้มาเยือนพูดกับตัวเองน้อยลง
ช่วงเวลาที่เหมาะกับการไปเยือนโดยมากคือเช้าตรู่หรือช่วงบ่ายแก่ ๆ ที่แดดไม่แข็งเกินไป เช้าตรู่จะได้อากาศเย็นและบรรยากาศสงบ ส่วนช่วงเย็นจะได้แสงที่นุ่มและเงาของยอดเจดีย์ที่มีมิติ หากมีเวลา การอยู่เงียบ ๆ บนระเบียงชมวิวสัก 10–15 นาที โดยไม่หยิบโทรศัพท์ขึ้นมา จะช่วยให้การมาวัดครั้งนี้ “ติดตัวกลับไป” มากกว่าการได้รูป เพราะสิ่งที่กลับไปคือสภาวะใจที่นิ่งขึ้น และความรู้สึกว่าชีวิตยังมีพื้นที่ให้หายใจ
การเดินทาง วัดตั้งอยู่บ้านหลวง ตำบลโหล่งขอด อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ เส้นทางหลักนิยมขับรถจากตัวเมืองเชียงใหม่ไปตามทางหลวงหมายเลข 1001 (เชียงใหม่–พร้าว) เมื่อเข้าเขตอำเภอพร้าวให้มุ่งหน้าไปตำบลโหล่งขอดและชุมชนบ้านหลวง จากนั้นใช้เส้นทางท้องถิ่นขึ้นไปยังดอยเวียงตามป้ายบอกทาง ช่วงขึ้นดอยควรขับด้วยความระมัดระวัง ใช้เกียร์ต่ำในบางช่วง โดยเฉพาะฤดูฝนที่ผิวถนนอาจลื่น แนะนำเผื่อเวลาเดินทางมากกว่าปกติและตรวจสภาพรถก่อนขึ้นเขา
| ชื่อสถานที่ | วัดพระธาตุดอยเวียงชัยมงคล (พระมหาธาตุเจดีย์บารมี 19 ยอด) |
| ที่ตั้ง | 467 หมู่ 6 บ้านหลวง ตำบลโหล่งขอด อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ |
| ลักษณะเด่น | พระธาตุบนดอย วิวพาโนรามาอำเภอพร้าวและตำบลโหล่งขอด ระเบียงชมวิว องค์พระมหาธาตุแนวคิด “19 ยอด” เป็นแลนด์มาร์กศรัทธาของชุมชนบ้านหลวง |
| ยุค/ความเก่าแก่ | มีการกล่าวถึงอายุกว่า 700 ปี และการขุดค้นพบโบราณวัตถุอายุราว 600–700 ปีในคราวบูรณะปี 2546 |
| หลักฐานสำคัญ | อิฐจารึกอักษรฝักขาม, ถ้วยชามสังคโลก, เครื่องปั้นดินเผา, ยอดฉัตรทองจังโก้ และโบราณวัตถุอื่น ๆ (ตามการเล่าถึงการบูรณะปี 2546) |
| ตำนาน/ที่มา | ตำนานพระเจ้าเลียบโลกเล่าว่าพระพุทธเจ้าเคยเสด็จมาพักบนดอยเวียงและมอบเส้นพระเกศาให้ชาวบ้าน จึงสร้างเจดีย์ครอบเป็นพระธาตุดอยเวียง |
| ความเชื่อมโยงประวัติศาสตร์ | มีการเล่าว่าเป็นจุดพักทัพในยุคราชวงศ์มังราย และพบแนว “เวียงรอบพระธาตุ” ถึง 4 ชั้น สอดคล้องกับการเป็นชัยภูมิบนเนินสูง |
| การเดินทาง | จากตัวเมืองเชียงใหม่ใช้ทางหลวง 1001 (เชียงใหม่–พร้าว) เข้าพร้าวแล้วไปตำบลโหล่งขอด–บ้านหลวง จากนั้นขึ้นดอยเวียงตามป้าย ขับระวังโค้งและทางชัน (หน้าฝนระวังลื่น) |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดให้สักการะและท่องเที่ยวเชิงศรัทธา มีระเบียงชมวิว เหมาะกับการไหว้พระ ทำบุญ และชมภูมิทัศน์พร้าว |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | ลานและจุดพักชมวิว, ระเบียงชมวิว, พื้นที่สักการะ (แนะนำเตรียมน้ำดื่มและรองเท้าที่เดินสบาย) |
| ค่าธรรมเนียม | ฟรี (ร่วมทำบุญตามศรัทธา) |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง พร้อมระยะทาง | วัดดอยแม่ปั๋ง (ประมาณ 20–35 กม.) อุทยานแห่งชาติศรีลานนา (บางจุดของอุทยานฯ อยู่ในเขตพร้าว) (ประมาณ 35–65 กม.) โทร 053-479-079, 053-317-495, 053-479-090 น้ำพุร้อนหนองครก (ประมาณ 25–45 กม.) โทร อบต.สันทราย 053-123-039 ตัวอำเภอพร้าว/ย่านตลาดพร้าว (ประมาณ 8–15 กม.) จุดชมวิวแนวภูเขารอบพร้าว (โซนถนนขึ้นดอยเวียงและสันเขาใกล้เคียง) (ประมาณ 0–10 กม.) |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | ครัวข้าวเส้น & ชาเติบโต (ในตัวอำเภอพร้าว) (ประมาณ 10–18 กม.) โทร 065-561-5762 ชูคาเฟ่ พร้าว (ในตัวอำเภอพร้าว) (ประมาณ 10–18 กม.) โทร 093-447-7665 ชาหอมบ้านคุณยาย (granny tea house) (ในตัวอำเภอพร้าว) (ประมาณ 10–18 กม.) โทร 081-535-2663 แม่แดงก๋วยเตี๋ยว ขนมเส้น ข้าวซอย (เส้น 1001 ใกล้ตัวอำเภอพร้าว) (ประมาณ 10–20 กม.) โทร 088-431-5309, 085-705-4120 ลานคูนวิวดอยเฮ้าส์ (มีโซนอาหาร/เครื่องดื่ม) (ประมาณ 12–25 กม.) โทร 053-474-739 |
| ที่พักใกล้เคียง | phrao boutique hotel (ในตัวอำเภอพร้าว) (ประมาณ 10–18 กม.) โทร 053-474-020 wan chan view resort (ในตัวอำเภอพร้าว/โซนใกล้เคียง) (ประมาณ 10–20 กม.) โทร 088-260-2444 83 bungalow (ในตัวอำเภอพร้าว/โซนใกล้เคียง) (ประมาณ 10–20 กม.) โทร 084-482-8999 ban suan ai dao (ในตัวอำเภอพร้าว/โซนใกล้เคียง) (ประมาณ 10–25 กม.) โทร 095-965-0251 saisiri boutique resort (ในตัวอำเภอพร้าว/โซนใกล้เคียง) (ประมาณ 10–25 กม.) โทร 087-567-9911 pm coffee & homestay (โซนบ้านป่าเมี่ยง/พร้าว) (ประมาณ 25–60 กม.) โทร 064-319-6010 |
| เบอร์ติดต่อ | 087-182-4044 (เจ้าอาวาส/งานติดต่อวัด) |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดพระธาตุดอยเวียงชัยมงคล อยู่ที่ไหน?
ตอบ: ตั้งอยู่บ้านหลวง ตำบลโหล่งขอด อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ เป็นวัดบนดอยที่มองเห็นวิวพื้นที่พร้าวได้กว้าง และเป็นที่ประดิษฐานพระมหาธาตุเจดีย์บารมี 19 ยอด
ถาม: วัดนี้มีความเก่าแก่ประมาณกี่ปี?
ตอบ: มีการเล่าว่ามีอายุกว่า 700 ปี และเคยมีการขุดค้นพบโบราณวัตถุอายุราว 600–700 ปีในคราวบูรณะเมื่อปี 2546
ถาม: โบราณวัตถุที่พบตอนบูรณะมีอะไรบ้าง?
ตอบ: มีการกล่าวถึงอิฐที่จารึกอักษรฝักขาม ถ้วยชามสังคโลก เครื่องปั้นดินเผา ยอดฉัตรทองจังโก้ และโบราณวัตถุอื่น ๆ ซึ่งช่วยยืนยันความต่อเนื่องทางประวัติศาสตร์ของพื้นที่
ถาม: ตำนานพระเจ้าเลียบโลกเกี่ยวข้องกับพระธาตุดอยเวียงอย่างไร?
ตอบ: ตำนานเล่าว่าพระพุทธเจ้าเคยเสด็จมาพักบนดอยเวียงและมอบเส้นพระเกศาให้ชาวบ้าน ชาวบ้านจึงร่วมกันสร้างเจดีย์ครอบเส้นพระเกศา กลายเป็นพระธาตุดอยเวียงในปัจจุบัน
ถาม: ทำไมวัดนี้จึงถูกเล่าว่าเคยเป็นจุดพักทัพ?
ตอบ: เพราะตั้งอยู่บนเนินเขา มองเห็นพื้นที่ได้ไกล จึงเป็นชัยภูมิที่เหมาะต่อการพักทัพและเฝ้าระวังความเคลื่อนไหว อีกทั้งมีการกล่าวถึงแนวเวียงรอบพระธาตุหลายชั้นซึ่งสะท้อนความสำคัญของพื้นที่
ถาม: จุดเด่นที่ไม่ควรพลาดเมื่อขึ้นไปถึงคืออะไร?
ตอบ: พระมหาธาตุเจดีย์บารมี 19 ยอด และระเบียงชมวิวที่สามารถมองเห็นตำบลโหล่งขอดและพื้นที่อำเภอพร้าวได้อย่างชัดเจน
ถาม: หากต้องการสอบถามข้อมูลวัด ติดต่อที่ไหน?
ตอบ: ติดต่อโทร 087-182-4044
แสดงความเห็น
| คำค้น (ขั้นสูง) |
ภูมิภาค
|







หมวดหมู่:
กลุ่ม: