หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคใต้ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดสุราษฎร์ธานี >อ.พุนพิน >ต.ท่าข้าม > พิพิธเมืองคนดี
TL;DR: พิพิธเมืองคนดี อยู่ที่บริเวณเชิงสะพานจุลจอมเกล้า ตำบลท่าข้าม อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี เปิดวันอังคาร – วันอาทิตย์ เวลา 10.00 – 16.00 น. การเดินทางสะดวก จากศาลหลักเมืองสุราษฎร์ธานี ใช้ถนนศรีวิชัย ผ่านสี่แยกท่ากูบเข้าสู่อำเภอพุนพิน ผ่านโรงพยาบาลสราญรมย์.
พิพิธเมืองคนดี

วันเปิดทำการ: วันอังคาร – วันอาทิตย์
เวลาเปิดทำการ: 10.00 – 16.00 น.
พิพิธเมืองคนดี สุราษฎร์ธานี ตั้งอยู่บริเวณเชิงสะพานจุลจอมเกล้า ตำบลท่าข้าม อำเภอพุนพิน เป็นศูนย์การเรียนรู้ประวัติศาสตร์และอัตลักษณ์ของจังหวัดสุราษฎร์ธานีที่รวบรวมเรื่องราวสำคัญของบ้านเมืองไว้ในอาคารเดียวกัน ตั้งแต่ประวัติเมืองท่าข้าม ความเป็นมาของจังหวัดสุราษฎร์ธานี เหตุการณ์เสด็จพระราชดำเนินของพระมหากษัตริย์ไทยในพื้นที่ ประวัติศาสตร์สะพานจุลจอมเกล้า เรื่องราวพระบรมธาตุไชยา เมืองโบราณสำคัญในลุ่มน้ำตาปีและอ่าวบ้านดอน ตลอดจนชีวิตและแนวคิดของพุทธทาสภิกขุ ผู้เป็นปรัชญาเมธีสำคัญของจังหวัดสุราษฎร์ธานี
สถานที่แห่งนี้มีลักษณะเป็นพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้ที่เข้าถึงง่าย เหมาะกับผู้เข้าชมทุกเพศทุกวัย เพราะไม่ได้จัดแสดงเฉพาะวัตถุในตู้กระจก แต่ใช้ภาพบนฝาผนัง สื่อมัลติมีเดีย วีดิทัศน์ หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ และการเล่าเรื่องเป็นลำดับ เพื่อช่วยให้ผู้ชมเข้าใจประวัติศาสตร์จังหวัดสุราษฎร์ธานีอย่างเป็นภาพรวม การเข้าชมจึงไม่ได้ให้ความรู้เฉพาะเรื่องใดเรื่องหนึ่ง แต่ช่วยต่อภาพความสัมพันธ์ระหว่างเมืองโบราณ ชุมชนริมน้ำ การคมนาคม พระมหากษัตริย์ พุทธศาสนา และบุคคลสำคัญของท้องถิ่นเข้าด้วยกันอย่างชัดเจน
คำว่า “เมืองคนดี” เป็นคำที่ผูกพันกับจังหวัดสุราษฎร์ธานีมาอย่างยาวนาน พิพิธเมืองคนดีจึงทำหน้าที่เป็นพื้นที่อธิบายว่าความเป็นเมืองคนดีไม่ได้เป็นเพียงคำขวัญหรือถ้อยคำไพเราะ แต่มีรากมาจากประวัติศาสตร์ ผู้คน เหตุการณ์ และคุณค่าทางสังคมที่สะสมอยู่ในพื้นที่นี้ สุราษฎร์ธานีเป็นจังหวัดที่มีทั้งเมืองโบราณ ศาสนสถานสำคัญ ชุมชนริมน้ำ วัฒนธรรมพื้นบ้าน และบุคคลที่สร้างคุณูปการต่อสังคมไทย การรวมเรื่องเหล่านี้ไว้ในพิพิธภัณฑ์ทำให้ผู้เข้าชมมองเห็นจังหวัดสุราษฎร์ธานีในมิติที่ลึกกว่าภาพจังหวัดท่องเที่ยวทางธรรมชาติหรือทางผ่านสู่เกาะต่าง ๆ
โซนแรกของพิพิธเมืองคนดีนำเสนอเรื่องราวการเสด็จเยือนจังหวัดสุราษฎร์ธานีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ซึ่งเป็นช่วงเวลาสำคัญที่ชาวสุราษฎร์ธานีจดจำด้วยความภาคภูมิใจ พระองค์ทั้งสองเสด็จเยี่ยมราษฎรในจังหวัดสุราษฎร์ธานีหลายครั้ง การจัดแสดงส่วนนี้ช่วยให้ผู้ชมเข้าใจความผูกพันระหว่างสถาบันพระมหากษัตริย์กับประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ และเห็นภาพว่าการเสด็จพระราชดำเนินไม่ได้เป็นเพียงเหตุการณ์ทางพิธีการ แต่เป็นช่วงเวลาที่สร้างขวัญกำลังใจและความทรงจำร่วมให้กับคนในจังหวัด
การเล่าเรื่องในโซนนี้มีความสำคัญในเชิงอารมณ์และประวัติศาสตร์ เพราะช่วยบันทึกภาพความสัมพันธ์ระหว่างพระมหากษัตริย์กับพื้นที่จริง ผู้เข้าชมจะได้เห็นว่าเหตุการณ์สำคัญระดับชาติสามารถเชื่อมโยงกับชีวิตของคนท้องถิ่นได้อย่างไร โดยเฉพาะจังหวัดสุราษฎร์ธานีที่มีภูมิประเทศหลากหลาย ทั้งชายฝั่ง เกาะ แม่น้ำ พื้นที่เกษตรกรรม และชุมชนเมือง การเสด็จพระราชดำเนินในหลายพื้นที่จึงสะท้อนความใกล้ชิด การรับรู้ปัญหา และพระราชกรณียกิจที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพชีวิตของประชาชน
โซนที่ 2 เป็นส่วนประวัติเมืองสุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของพิพิธเมืองคนดี เนื้อหาส่วนนี้เริ่มจากการปรากฏหลักฐานเมืองโบราณในดินแดนแถบนี้ เช่น เมืองเวียงสระ เมืองท่าทอง เมืองท่าขนอน เมืองพุนพิน และเมืองไชยา เมืองเหล่านี้สะท้อนว่าพื้นที่สุราษฎร์ธานีมีความสำคัญมาตั้งแต่โบราณ ไม่ใช่จังหวัดที่เพิ่งมีบทบาทในสมัยใหม่ แต่เป็นภูมิภาคที่มีชุมชน เมือง เส้นทางน้ำ เส้นทางการค้า และศาสนสถานกระจายอยู่ในหลายพื้นที่
เมืองไชยาเป็นหนึ่งในหลักฐานสำคัญที่ช่วยอธิบายความรุ่งเรืองของอารยธรรมศรีวิชัยในพื้นที่สุราษฎร์ธานี พระบรมธาตุไชยาเป็นโบราณสถานที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะสะท้อนร่องรอยความศรัทธาและศิลปกรรมที่เกี่ยวข้องกับโลกพุทธศาสนาในคาบสมุทรภาคใต้ นอกจากนี้ยังมีแหล่งโบราณสถานอื่น ๆ เช่น วัดแก้ว วัดหลง และวัดเวียง ซึ่งช่วยยืนยันความเก่าแก่ของเมืองไชยาและความต่อเนื่องของการตั้งถิ่นฐานในเขตสันทรายไชยา การเรียนรู้เรื่องเมืองไชยาในพิพิธเมืองคนดีจึงเป็นการเปิดประตูไปสู่การเข้าใจประวัติศาสตร์ลึกของสุราษฎร์ธานี
เมืองท่าทอง เมืองท่าขนอน เมืองพุนพิน และเมืองเวียงสระ เป็นอีกกลุ่มเมืองที่ช่วยให้เห็นเครือข่ายของชุมชนโบราณในจังหวัดสุราษฎร์ธานี แต่ละเมืองมีบทบาทต่างกันตามภูมิประเทศและเส้นทางคมนาคม เมืองริมลำน้ำทำหน้าที่เป็นจุดผ่านสินค้า ผู้คน และกองทัพ เมืองชายฝั่งเชื่อมโยงกับการค้าทางทะเล ส่วนเมืองที่อยู่ลึกเข้าไปในแผ่นดินเชื่อมต่อกับทรัพยากร ป่าเขา และเส้นทางไปยังฝั่งทะเลตะวันตก การจัดแสดงเรื่องเมืองเหล่านี้ช่วยให้ผู้ชมเข้าใจว่าสุราษฎร์ธานีเป็นพื้นที่ที่มีโครงข่ายประวัติศาสตร์ซับซ้อนกว่าที่เห็นจากแผนที่ปัจจุบัน
ส่วนประวัติเมืองยังเล่าถึงความสัมพันธ์ของพื้นที่สุราษฎร์ธานีกับราชอาณาจักรสยามตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา กรุงธนบุรี และพัฒนาต่อเนื่องถึงสมัยรัตนโกสินทร์ เนื้อหานี้ช่วยให้ผู้ชมเข้าใจวิวัฒนาการของการปกครองจากหัวเมืองโบราณ สู่ระบบเมือง มณฑล และจังหวัดในปัจจุบัน การเปลี่ยนแปลงทางการปกครองเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของเอกสารราชการ แต่ส่งผลต่อชื่อเมือง การคมนาคม การค้า ความมั่นคง และการเติบโตของชุมชนท่าข้าม พุนพิน บ้านดอน และพื้นที่อื่น ๆ ในจังหวัด
เหตุการณ์สำคัญที่พิพิธเมืองคนดีให้ความสำคัญเป็นพิเศษ คือการเสด็จประพาสเกาะสมุยและเกาะพะงันของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 และการเสด็จมาประทับแรมของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 เหตุการณ์เหล่านี้เป็นหมุดหมายสำคัญของสุราษฎร์ธานี เพราะเกี่ยวข้องกับการรับรู้พื้นที่ภาคใต้ การคมนาคมทางน้ำ การเดินทางของราชสำนัก และการเกิดชื่อจังหวัดสุราษฎร์ธานีในเวลาต่อมา
ในช่วงที่รัชกาลที่ 6 เสด็จมาประทับแรม ณ พื้นที่ท่าข้าม พระองค์ได้พระราชทานนามจังหวัดนี้ว่า “สุราษฎร์ธานี” และพระราชทานชื่อแม่น้ำหลวงใหม่ว่า “แม่น้ำตาปี” เหตุการณ์นี้ทำให้ท่าข้ามมีความสำคัญในฐานะพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนผ่านชื่อเมืองและอัตลักษณ์จังหวัดอย่างชัดเจน การเรียนรู้เรื่องนี้ในพิพิธเมืองคนดีช่วยให้ผู้ชมเข้าใจว่าชื่อสุราษฎร์ธานีไม่ได้เกิดขึ้นอย่างลอย ๆ แต่มีบริบททางประวัติศาสตร์ สถานที่ และพระราชประสงค์ที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่จริง
โซนที่ 3 คือเรื่องวิถีชุมชนคนท่าข้าม ริมแม่น้ำตาปี และสะพานจุลจอมเกล้า โซนนี้มีความสำคัญมากเพราะพิพิธเมืองคนดีตั้งอยู่บริเวณเชิงสะพานจุลจอมเกล้าโดยตรง ท่าข้ามในอดีตเป็นจุดผ่านข้ามแม่น้ำ เป็นชุมทางของการเดินทาง เป็นพื้นที่ติดต่อระหว่างเมืองไชยากับพื้นที่ลึกเข้าไปในลุ่มน้ำ และเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางทั้งทางน้ำและทางบก ชื่อท่าข้ามจึงสะท้อนหน้าที่ของพื้นที่นี้อย่างตรงไปตรงมา คือเป็นท่าที่ผู้คนใช้ข้ามแม่น้ำและเชื่อมต่อเส้นทางสำคัญ
สะพานจุลจอมเกล้ามีบทบาทสำคัญในประวัติศาสตร์การคมนาคมของภาคใต้ เพราะเกี่ยวข้องกับการสร้างทางรถไฟสายใต้และการข้ามแม่น้ำตาปี เดิมพื้นที่นี้มีความสำคัญในฐานะจุดข้ามน้ำและชุมทาง ก่อนจะกลายเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ของเส้นทางรถไฟ สะพานแห่งนี้ยังเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อพื้นที่บริเวณเชิงสะพานเป็นจุดยุทธศาสตร์ทางทหารและได้รับผลกระทบจากการทิ้งระเบิด การเรียนรู้ประวัติศาสตร์สะพานจึงช่วยให้เห็นว่าท่าข้ามไม่ได้เป็นเพียงชุมชนริมแม่น้ำ แต่เป็นพื้นที่ที่มีบทบาทต่อการคมนาคม เศรษฐกิจ และประวัติศาสตร์ชาติ
บริเวณแม่น้ำตาปีและจุดบรรจบของแม่น้ำตาปีกับแม่น้ำพุมดวงยังเป็นส่วนหนึ่งของภูมิทัศน์ที่ช่วยอธิบายความสำคัญของพุนพิน ท่าข้าม และบ้านดอน แม่น้ำทำหน้าที่เป็นเส้นทางชีวิตของผู้คนมาอย่างยาวนาน ทั้งการเดินทาง การค้าขาย การตั้งบ้านเรือน การประมง และการเชื่อมโยงชุมชนต้นน้ำกับชุมชนปลายน้ำ เมื่อพิพิธเมืองคนดีเล่าเรื่องท่าข้ามคู่กับสะพานจุลจอมเกล้า ผู้ชมจึงได้เห็นทั้งมิติของวิถีชุมชนริมน้ำและมิติของโครงสร้างคมนาคมสมัยใหม่ที่เข้ามาเปลี่ยนพื้นที่
โซนที่ 4 นำเสนอเรื่องวัด สวนโมกข์ และพุทธทาสภิกขุ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งแกนสำคัญของอัตลักษณ์สุราษฎร์ธานี พุทธทาสภิกขุเป็นพระภิกษุผู้มีบทบาทสำคัญในการเผยแผ่ธรรมะด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย เรียบง่าย และเข้าถึงชีวิตประจำวัน ท่านปวารณาตนเป็นทาสของพระพุทธเจ้า และอุทิศชีวิตให้กับการศึกษาธรรมะ การตีความคำสอน และการสื่อสารธรรมะให้คนทุกชาติ ทุกภาษา และทุกระดับสามารถเข้าถึงแก่นของพระพุทธศาสนาได้อย่างแท้จริง
สวนโมกขพลาราม หรือสวนโมกข์ เป็นสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับพุทธทาสภิกขุอย่างลึกซึ้ง และเป็นหนึ่งในศูนย์กลางทางความคิดทางพุทธศาสนาที่สำคัญของประเทศไทย การนำเรื่องสวนโมกข์เข้ามาอยู่ในพิพิธเมืองคนดีช่วยให้ผู้ชมเห็นว่าสุราษฎร์ธานีไม่ได้มีความสำคัญเฉพาะด้านโบราณคดีและประวัติศาสตร์เมืองเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่ที่ให้กำเนิดขบวนความคิดทางธรรมะที่ส่งผลต่อสังคมไทยในวงกว้าง ผู้ที่มาเรียนรู้เรื่องพุทธทาสในพิพิธเมืองคนดีจึงสามารถเชื่อมต่อความสนใจไปยังสวนโมกขพลารามในอำเภอไชยาได้โดยตรง
พิพิธเมืองคนดีจึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการเข้าใจจังหวัดสุราษฎร์ธานีแบบครบมิติ เพราะเนื้อหาภายในเชื่อมโยงตั้งแต่พระมหากษัตริย์ เมืองโบราณ ชุมชนริมน้ำ การคมนาคม ศาสนา บุคคลสำคัญ และภูมิปัญญาท้องถิ่น การเข้าชมเพียงแห่งเดียวช่วยให้ผู้เดินทางมีพื้นฐานความรู้ก่อนออกไปเที่ยวจุดอื่นในจังหวัด เช่น วัดพระบรมธาตุไชยา สวนโมกขพลาราม สะพานจุลจอมเกล้า แม่น้ำสองสี สวนสราญรมย์ และตัวเมืองสุราษฎร์ธานี
สำหรับครอบครัวและนักเรียน พิพิธเมืองคนดีเป็นแหล่งเรียนรู้ที่เหมาะมาก เพราะเนื้อหาไม่ได้หนักเกินไปและมีสื่อช่วยอธิบายหลายรูปแบบ เด็กสามารถเริ่มจากการดูภาพและสื่อมัลติมีเดีย แล้วค่อยเชื่อมโยงกับเรื่องเมืองโบราณ พระมหากษัตริย์ แม่น้ำ สะพาน และบุคคลสำคัญ ผู้ปกครองหรือครูสามารถใช้พื้นที่นี้เป็นบทเรียนเรื่องประวัติศาสตร์ท้องถิ่นได้ดี เพราะเรื่องราวทั้งหมดอยู่ใกล้ตัวและสัมพันธ์กับสถานที่จริงรอบพิพิธภัณฑ์
สำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไป การแวะพิพิธเมืองคนดีช่วยให้เข้าใจพื้นที่พุนพินและท่าข้ามก่อนเดินทางต่อไปยังสนามบินสุราษฎร์ธานี สถานีรถไฟสุราษฎร์ธานี ตัวเมืองสุราษฎร์ธานี หรืออำเภอไชยา พุนพินมักถูกมองว่าเป็นจุดเปลี่ยนรถ เปลี่ยนเรือ หรือพื้นที่ผ่านทาง แต่พิพิธเมืองคนดีทำให้เห็นว่าพุนพินมีความสำคัญในฐานะชุมทางประวัติศาสตร์ที่เชื่อมแม่น้ำ ทางรถไฟ ถนน และเรื่องราวของจังหวัดเข้าด้วยกัน
การเดินทาง จากศาลหลักเมืองสุราษฎร์ธานีให้ใช้ถนนศรีวิชัย มุ่งหน้าไปทางสี่แยกท่ากูบแล้วตรงเข้าสู่อำเภอพุนพิน ผ่านโรงพยาบาลสราญรมย์ เมื่อถึงสามแยกพุนพินให้เลี้ยวขวาเข้าถนนจุลจอมเกล้า ตรงไปประมาณ 1 กม. ก่อนขึ้นสะพานข้ามแม่น้ำตาปี พิพิธเมืองคนดีจะอยู่ด้านซ้ายมือบริเวณเชิงสะพานจุลจอมเกล้า เส้นทางนี้เดินทางสะดวกด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถรับจ้าง หรือรถท้องถิ่นจากย่านสถานีรถไฟสุราษฎร์ธานี
ผู้ที่เดินทางด้วยรถไฟสามารถลงที่สถานีรถไฟสุราษฎร์ธานี ซึ่งตั้งอยู่ในอำเภอพุนพิน แล้วต่อรถท้องถิ่นมายังบริเวณสะพานจุลจอมเกล้าได้สะดวก ส่วนผู้ที่เดินทางจากสนามบินสุราษฎร์ธานีสามารถจัดเส้นทางให้แวะพิพิธเมืองคนดีก่อนเข้าเมืองสุราษฎร์ธานีหรือก่อนต่อไปอำเภอไชยาได้ หากมีเวลาครึ่งวัน แนะนำให้เที่ยวพิพิธเมืองคนดีควบคู่กับสะพานจุลจอมเกล้า วัดท่าข้าม แม่น้ำสองสี และจุดสำคัญในชุมชนท่าข้าม จะทำให้เห็นภาพพื้นที่ครบทั้งประวัติศาสตร์และวิถีริมน้ำ
สิ่งที่ควรรู้ก่อนเข้าชมคือพิพิธเมืองคนดีเปิดวันอังคารถึงวันอาทิตย์ เวลา 10.00 – 16.00 น. ไม่เก็บค่าเข้าชม และมีพื้นที่จอดรถให้บริการ หากเข้าชมเป็นหมู่คณะควรทำหนังสือขอเข้าเยี่ยมชมล่วงหน้า เพื่อให้หน่วยงานผู้ดูแลสามารถจัดการรับรองและการนำชมได้เหมาะสม การวางแผนล่วงหน้าจะทำให้การเข้าชมมีความเรียบร้อยและได้ข้อมูลครบถ้วน โดยเฉพาะกลุ่มนักเรียน นักศึกษา หน่วยงาน หรือคณะศึกษาดูงาน
มารยาทในการเข้าชมพิพิธเมืองคนดีควรเน้นความเรียบร้อยและการเคารพสถานที่ ผู้เข้าชมควรเดินชมอย่างสงบ ไม่ส่งเสียงดัง ไม่สัมผัสหรือทำให้สื่อจัดแสดงเสียหาย และดูแลเด็กให้ใช้พื้นที่อย่างเหมาะสม เนื่องจากเนื้อหาหลายส่วนเกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์ ศาสนา และบุคคลสำคัญของจังหวัด การชมด้วยความสำรวมจะช่วยรักษาบรรยากาศของแหล่งเรียนรู้และทำให้ผู้เข้าชมคนอื่นได้รับประสบการณ์ที่ดีเช่นกัน
โดยสรุป พิพิธเมืองคนดีเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้ที่มีคุณค่ามากสำหรับจังหวัดสุราษฎร์ธานี เพราะรวบรวมเรื่องสำคัญของเมืองไว้ครบทั้งประวัติศาสตร์โบราณ เมืองท่าข้าม สะพานจุลจอมเกล้า การพระราชทานนามสุราษฎร์ธานี แม่น้ำตาปี พระบรมธาตุไชยา พุทธทาสภิกขุ และสวนโมกขพลาราม ที่นี่เหมาะกับการเริ่มต้นทำความรู้จักสุราษฎร์ธานีในเชิงลึก ก่อนเดินทางไปยังสถานที่จริงที่เกี่ยวข้อง หากต้องการเข้าใจว่าทำไมสุราษฎร์ธานีจึงถูกเรียกว่าเมืองคนดี พิพิธเมืองคนดีคือจุดเริ่มต้นที่เหมาะสมที่สุดแห่งหนึ่ง
| ชื่อสถานที่ | พิพิธเมืองคนดี |
| ประเภท | พิพิธภัณฑ์การเรียนรู้ด้านประวัติศาสตร์ วิถีชีวิต วัฒนธรรม ประเพณี ภูมิปัญญา และศาสนา |
| ที่ตั้ง | บริเวณเชิงสะพานจุลจอมเกล้า ตำบลท่าข้าม อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี |
| ที่อยู่ | กองการศึกษา เทศบาลท่าข้าม ตำบลท่าข้าม อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี 84130 |
| ไฮไลต์ | ศูนย์การเรียนรู้ประวัติศาสตร์สุราษฎร์ธานี เรื่องรัชกาลที่ 9 เสด็จเยือนสุราษฎร์ธานี ประวัติเมืองสุราษฎร์ธานี วิถีชุมชนท่าข้าม สะพานจุลจอมเกล้า พุทธทาสภิกขุ และสวนโมกขพลาราม |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | 1. รัชกาลที่ 9 เสด็จเยือนเมืองสุราษฎร์ธานี 2. ประวัติเมืองสุราษฎร์ธานี 3. วิถีชุมชนคนท่าข้าม ริมแม่น้ำตาปี และสะพานจุลจอมเกล้า 4. วัด สวนโมกข์ และเรื่องราวพุทธทาสภิกขุ |
| รูปแบบการจัดแสดง | นิทรรศการ ภาพบนฝาผนัง วีดิทัศน์จอมัลติมีเดีย หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ และสื่อเล่าเรื่องประวัติศาสตร์ท้องถิ่น |
| การเดินทาง | จากศาลหลักเมืองสุราษฎร์ธานี ใช้ถนนศรีวิชัย ผ่านสี่แยกท่ากูบเข้าสู่อำเภอพุนพิน ผ่านโรงพยาบาลสราญรมย์ ถึงสามแยกพุนพินให้เลี้ยวขวาเข้าถนนจุลจอมเกล้า ตรงไปประมาณ 1 กม. ก่อนขึ้นสะพานข้ามแม่น้ำตาปี พิพิธเมืองคนดีอยู่ด้านซ้ายมือ |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดให้เข้าชมเป็นพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้ของท้องถิ่น |
| วันเปิดทำการ | วันอังคาร – วันอาทิตย์ |
| วันปิดทำการ | วันจันทร์ |
| เวลาเปิดทำการ | 10.00 – 16.00 น. |
| ค่าเข้าชม | ไม่เก็บค่าเข้าชม |
| ผู้ดูแล / หน่วยงานรับผิดชอบ | กองการศึกษา เทศบาลเมืองท่าข้าม |
| เบอร์ติดต่อหลัก | 077-311-833, 081-891-8599 |
| การเข้าชมเป็นหมู่คณะ | กรณีเข้าชมเป็นหมู่คณะควรทำหนังสือขอเข้าเยี่ยมชมล่วงหน้า |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | มีพื้นที่จอดรถ |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. สะพานจุลจอมเกล้า ประมาณ 0 กม. 2. แม่น้ำสองสี จุดบรรจบแม่น้ำตาปีและแม่น้ำพุมดวง ประมาณ 1 กม. 3. วัดท่าข้าม ประมาณ 1 กม. 4. ศาลพระยาท่าข้าม ประมาณ 1 กม. 5. สวนสราญรมย์ ประมาณ 3 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. ร้านมีเส้น ก๋วยเตี๋ยวขาหมูโบราณ ไก่ตุ๋น หมูตุ๋น ประมาณ 1 กม. โทร. 062-228-4642, 093-629-5622 2. แสบทรวง ก๋วยเตี๋ยวเรือ สาขาพุนพิน ประมาณ 1 กม. โทร. 094-542-8298 3. สภากาแฟ ประมาณ 1 กม. โทร. 081-607-6441 4. พี่ยา ข้าวหมกไก่ ตลาดเย็นท่าข้าม ประมาณ 1 กม. โทร. 099-304-9263, 099-362-0198 5. ป้าอ่าง ขนมจีน ผัดไท ขนมหวาน ตลาดสกาล่า ประมาณ 1 กม. โทร. 086-945-4671 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. นัดพบ แมนชั่น โฮเทล ประมาณ 2 กม. โทร. 065-536-6697 2. พุนพิน สเตชั่น ประมาณ 2 กม. โทร. 065-536-6697 3. กสิรา กรีน ประมาณ 4 กม. โทร. 098-262-2242 4. บ้านคุณอินน์ ประมาณ 7 กม. โทร. 091-820-6760 5. ยู อิน เฮาส์ ประมาณ 7 กม. โทร. 096-658-3364 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: พิพิธเมืองคนดีอยู่ที่ไหน?
ตอบ: พิพิธเมืองคนดีตั้งอยู่บริเวณเชิงสะพานจุลจอมเกล้า ตำบลท่าข้าม อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ภายในความดูแลของกองการศึกษา เทศบาลเมืองท่าข้าม
ถาม: พิพิธเมืองคนดีเปิดวันไหนและเวลาใด?
ตอบ: เปิดให้เข้าชมวันอังคารถึงวันอาทิตย์ เวลา 10.00 – 16.00 น. และปิดวันจันทร์
ถาม: พิพิธเมืองคนดีเสียค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: ไม่เก็บค่าเข้าชม เหมาะสำหรับประชาชนทั่วไป ครอบครัว นักเรียน นักศึกษา และผู้สนใจประวัติศาสตร์สุราษฎร์ธานี
ถาม: ภายในพิพิธเมืองคนดีมีอะไรให้ชม?
ตอบ: มีนิทรรศการ 4 โซนหลัก ได้แก่ เรื่องรัชกาลที่ 9 เสด็จเยือนสุราษฎร์ธานี ประวัติเมืองสุราษฎร์ธานี วิถีชุมชนท่าข้ามริมแม่น้ำตาปีและสะพานจุลจอมเกล้า รวมถึงเรื่องวัด สวนโมกข์ และพุทธทาสภิกขุ
ถาม: ทำไมพิพิธเมืองคนดีจึงสำคัญต่อจังหวัดสุราษฎร์ธานี?
ตอบ: เพราะเป็นแหล่งเรียนรู้ที่รวบรวมเรื่องราวสำคัญของจังหวัดไว้ในที่เดียว ทั้งเมืองโบราณ การพระราชทานนามสุราษฎร์ธานี แม่น้ำตาปี สะพานจุลจอมเกล้า พระบรมธาตุไชยา และพุทธทาสภิกขุ
ถาม: ถ้าเข้าชมเป็นหมู่คณะต้องทำอย่างไร?
ตอบ: กรณีเข้าชมเป็นหมู่คณะควรทำหนังสือขอเข้าเยี่ยมชมล่วงหน้า เพื่อให้หน่วยงานผู้ดูแลเตรียมการรับรองและการนำชมได้เหมาะสม
ถาม: ควรเที่ยวพิพิธเมืองคนดีคู่กับสถานที่ใด?
ตอบ: ควรเที่ยวคู่กับสะพานจุลจอมเกล้า แม่น้ำสองสี วัดท่าข้าม ศาลพระยาท่าข้าม และสวนสราญรมย์ ซึ่งอยู่ในเส้นทางประวัติศาสตร์ของชุมชนท่าข้ามและอำเภอพุนพิน
มือถือ : 0816066208
หมวดหมู่: ●ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก
กลุ่ม: ●พิพิธภัณฑ์
ปรับปรุงล่าสุด : 2 สัปดาห์ที่แล้ว



