ล่องแพแม่น้ำจันทบุรี

Rating: 3.1/5 (12 votes)
สถานที่ท่องเที่ยวจันทบุรี
สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย
วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 - 17.00 น.
การล่องแพแม่น้ำจันทบุรี เป็นกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่อยากพักผ่อนท่ามกลางบรรยากาศเงียบสงบและใกล้ชิดธรรมชาติอย่างแท้จริง โดยการล่องแพที่นี่ใช้แพขนาดใหญ่ มีความกว้างประมาณ 8-10 เมตร รองรับนักท่องเที่ยวได้สูงสุดถึง 20 คนต่อเที่ยว จึงเหมาะสำหรับครอบครัว กลุ่มเพื่อน หรือคณะนักท่องเที่ยวที่ต้องการทำกิจกรรมร่วมกันอย่างเป็นส่วนตัว จุดเริ่มต้นของการล่องแพอยู่ที่หน้าฝายน้ำล้ม หมู่ 7 บ้านปึก ตำบลวังแซ้ม ซึ่งเป็นบริเวณที่มีธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ รายล้อมไปด้วยป่าไม้และแม่น้ำที่ใสสะอาด
เส้นทางการล่องแพมีระยะทางประมาณ 8 กิโลเมตร ตลอดการเดินทางนักท่องเที่ยวจะได้เพลิดเพลินไปกับธรรมชาติสองฝั่งแม่น้ำ ทั้งป่าไม้เขียวชอุ่ม บ้านเรือนของชาวบ้านที่ยังคงรักษาวิถีชีวิตดั้งเดิม และสวนผลไม้ที่เรียงรายตลอดเส้นทาง โดยเฉพาะในช่วงฤดูผลไม้ของจังหวัดจันทบุรี ซึ่งเริ่มตั้งแต่เดือนพฤษภาคมจนถึงกรกฎาคม นักท่องเที่ยวจะได้เห็นสวนผลไม้ที่เต็มไปด้วยผลผลิตหลากหลายชนิด เช่น ทุเรียน มังคุด เงาะ ลองกอง และสละ นอกจากนี้ยังมีโอกาสได้ชิมผลไม้สด ๆ จากสวนหรือซื้อกลับไปเป็นของฝาก เพิ่มความเพลิดเพลินให้กับการเดินทางมากยิ่งขึ้น
กิจกรรมที่โดดเด่นของการล่องแพแม่น้ำจันทบุรียังรวมถึงการตกปลาในแม่น้ำ ซึ่งเป็นกิจกรรมที่นักท่องเที่ยวหลายคนชื่นชอบ แม่น้ำแห่งนี้เต็มไปด้วยปลาน้ำจืดหลากหลายสายพันธุ์ นักท่องเที่ยวสามารถเตรียมอุปกรณ์ตกปลามาด้วยตัวเองเพื่อสนุกไปกับการตกปลาในบรรยากาศธรรมชาติที่เงียบสงบ อีกทั้งยังเป็นโอกาสที่จะได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ต้องการหลีกหนีความวุ่นวายในชีวิตประจำวัน
อีกหนึ่งไฮไลต์ที่น่าสนใจของการล่องแพที่นี่คือการชมเหยี่ยวที่อาศัยอยู่ตามสองฝั่งแม่น้ำ โดยเฉพาะในช่วงเช้าตรู่และช่วงเย็น นักท่องเที่ยวจะมีโอกาสได้เห็นฝูงเหยี่ยวบินโฉบไปมาอย่างอิสระเหนือท้องน้ำ เป็นภาพที่สวยงามและน่าตื่นตาตื่นใจอย่างมาก เหยี่ยวเหล่านี้เป็นสัญลักษณ์ของความสมบูรณ์ของระบบนิเวศในพื้นที่ และยังเป็นจุดดึงดูดให้นักท่องเที่ยวที่รักธรรมชาติและการดูนกได้มาสัมผัสบรรยากาศที่หาไม่ได้จากที่อื่น การนั่งแพล่องไปพร้อมกับการมองฝูงเหยี่ยวที่โผบินบนท้องฟ้าเป็นประสบการณ์ที่ให้ทั้งความเพลิดเพลินและความประทับใจแบบไม่รู้ลืม
ระหว่างการล่องแพ นักท่องเที่ยวยังจะได้เห็นความงดงามของระบบนิเวศสองฝั่งแม่น้ำ ทั้งป่าไม้ พันธุ์ไม้พื้นถิ่น และสัตว์น้ำ รวมถึงเรียนรู้วิถีชีวิตของชาวบ้านในพื้นที่ที่ยังคงประกอบอาชีพเกษตรกรรม ทำสวนผลไม้ และประมงพื้นบ้าน การได้สัมผัสวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมเหล่านี้ทำให้การเดินทางไม่เพียงเป็นการพักผ่อน แต่ยังเป็นการเรียนรู้และสร้างความเข้าใจในความสำคัญของการรักษาทรัพยากรธรรมชาติ
ค่าเช่าแพสำหรับการล่องแพแม่น้ำจันทบุรีอยู่ที่ 1,200 บาทต่อเที่ยว ซึ่งถือว่าคุ้มค่าอย่างยิ่งเมื่อเทียบกับประสบการณ์ที่ได้รับ หากมาเป็นกลุ่ม 10 คน ค่าใช้จ่ายจะตกเพียงคนละ 120 บาทเท่านั้น ทำให้เป็นกิจกรรมที่เข้าถึงได้ง่ายและเหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัย
ช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการล่องแพคือช่วงฤดูร้อนถึงต้นฤดูฝน ระหว่างเดือนมีนาคมถึงมิถุนายน เพราะสภาพอากาศจะดี น้ำใสสะอาด และยังตรงกับฤดูผลไม้ของจังหวัดจันทบุรีอีกด้วย อย่างไรก็ตาม หากวางแผนเดินทางในช่วงฤดูฝนควรตรวจสอบสภาพอากาศล่วงหน้าเพื่อความปลอดภัย
การเดินทาง มายังจุดเริ่มต้นที่บ้านปึก ตำบลวังแซ้ม สามารถใช้รถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่าได้ โดยใช้เส้นทางจากตัวเมืองจันทบุรีที่สะดวกและใช้เวลาเดินทางประมาณ 30-40 นาที เมื่อมาถึง นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสบรรยากาศชนบทที่สงบ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น ลานจอดรถสำหรับผู้มาเยือน
การล่องแพแม่น้ำจันทบุรี จึงเป็นกิจกรรมที่ตอบโจทย์ทั้งการพักผ่อน การเรียนรู้วิถีชีวิตท้องถิ่น และการสัมผัสธรรมชาติอย่างแท้จริง นักท่องเที่ยวจะได้ดื่มด่ำกับความงดงามของสายน้ำ ชมสวนผลไม้ ลุ้นสนุกกับการตกปลา และตื่นตาตื่นใจกับการชมฝูงเหยี่ยวที่บินโฉบเหนือแม่น้ำ การท่องเที่ยวลักษณะนี้ยังช่วยสร้างรายได้ให้กับชุมชนและกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ ไม่ว่าจะมาเป็นครอบครัว คู่รัก หรือกลุ่มเพื่อน การล่องแพแม่น้ำจันทบุรีคือประสบการณ์ที่ไม่ควรพลาดและจะกลายเป็นความทรงจำอันแสนประทับใจที่จะติดตัวไปอีกยาวนาน
แสดงความเห็น
| คำค้น (ขั้นสูง) |
Facebook Fanpage
























หมวดหมู่:
กลุ่ม:
ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก
สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ และอนุสาวรีย์(
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(
พระราชวัง(
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(
พิพิธภัณฑ์(
สถานที่ท่องเที่ยวเชิงวิชาการ
ไร่ สวนเพื่อการศึกษา(
มหาวิทยาลัย
สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
วัด(
โบสถ์(
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(
โครงการในพระราชดำริ
โครงการหลวง(
วิถีชีวิต
หมู่บ้าน ชุมชน(
ตลาดท้องถิ่น(
ธรรมชาติ และสัตว์ป่า
อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตอนุรักษ์ทางทะเล(
ดอย และภูเขา(
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(
น้ำตก(
น้ำพุร้อน(
ถ้ำ(
แม่น้ำลำคลอง(
อ่าว และชายหาด(
หมู่เกาะ(
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(
สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ(
สนามกีฬา(
ฟาร์ม, ไร่, สวน, สวนสาธารณะ และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(