ประเพณีแห่ธงตะขาบ

ประเพณีแห่ธงตะขาบ

ประเพณีแห่ธงตะขาบ
Rating: 4/5 (7 votes)
แผนที่ แผนที่ แผนที่ มีแผนที่ มีแผนที่ ไม่มีแผนที่ ไม่มีแผนที่

สถานที่ท่องเที่ยวฉะเชิงเทรา

สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 17.00 น.
 
ประเพณีแห่ธงตะขาบ วัดพิมพาวาส (ใต้) จังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นหนึ่งในประเพณีสงกรานต์ของชาวไทยเชื้อสายรามัญ (มอญ) ที่ยังคงรักษารูปแบบพิธีกรรมและงานหัตถกรรมชุมชนไว้อย่างเข้มแข็งในพื้นที่ตำบลพิมพา อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา โดยหัวใจของงานไม่ได้อยู่ที่ “การเล่นน้ำ” ตามภาพจำของสงกรานต์สมัยใหม่เท่านั้น แต่คือการทำบุญอุทิศส่วนกุศลแก่บรรพบุรุษและผู้ล่วงลับ ผ่านการ “ถวายธงตะขาบ” และการแห่ธงเข้าสู่วัด ก่อนประกอบพิธีตามแบบแผนของชุมชนมอญที่มีศาสนาเป็นแกนกลางของความเชื่อ ความกตัญญู และความร่วมแรงร่วมใจของผู้คนในพื้นที่
 
ในมุมของผู้มาเยือนจากต่างถิ่น ประเพณีนี้โดดเด่นด้วยภาพของ “ธงตะขาบ” ขนาดยาวมากที่ต้องใช้คนจำนวนมากช่วยกันประคองตลอดแนวลำตัวธงให้เคลื่อนผ่านถนนและซอยในชุมชนอย่างพร้อมเพรียง ลักษณะธงที่มี “ขา” เรียงรายเป็นช่วง ๆ ทำให้ดูคล้ายตะขาบอย่างชัดเจน จนกลายเป็นภาพจำของงาน ทว่าความหมายของมันลึกกว่าความสวยงาม เพราะธงตะขาบเป็นสัญลักษณ์ของการอุทิศบุญกุศลให้ผู้ล่วงลับ และยังสะท้อนความเชื่อที่ว่าเมื่อธงถูกชักขึ้นบนเสาหงส์แล้ว หากธงไหวส่ายตามแรงลม เปรียบเสมือนสัญญาณว่าบรรพบุรุษ “รับบุญ” และได้รับการเกื้อหนุนให้ไปสู่ภพภูมิที่ดี
 
ช่วงเวลาจัดงานโดยสาระสำคัญจะอยู่ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ของทุกปี ซึ่งโดยการรับรู้ในชุมชนและข้อมูลกิจกรรมของหลายหน่วยงาน มักระบุช่วงวันที่ 13–15 เมษายนเป็นหลัก ขณะที่บางแหล่งอาจระบุเป็น 12–14 เมษายนตามรูปแบบการจัดขบวนและกิจกรรมย่อยในแต่ละปี ดังนั้นแก่นของการวางแผนท่องเที่ยวเพื่อมาชมงานนี้คือให้ “ยึดช่วงสงกรานต์” เป็นกรอบเวลา และตรวจสอบกำหนดการย่อยรายปีอีกครั้งก่อนเดินทาง เพื่อไม่พลาดวันขบวนแห่และวันประกอบพิธีถวายธงในวัดซึ่งเป็นช่วงที่เห็นองค์ประกอบสำคัญครบที่สุด ทั้งขบวนแห่ การทำพิธีในศาลา การสรงน้ำพระ และการชักธงขึ้นเสาหงส์
 
สิ่งที่ทำให้ประเพณีแห่ธงตะขาบมีเอกลักษณ์มากคือ “งานฝีมือ” ที่ต้องอาศัยความรู้ร่วมกันของคนหลายรุ่น ตั้งแต่การเตรียมโครง การทำลำตัวให้ยาวและทนทาน การจัดช่วงไม้ไผ่ให้เป็นจังหวะสม่ำเสมอ ไปจนถึงการตกแต่งส่วนหัว ส่วนหาง และ “ขา” ของตะขาบที่ต้องเรียงเป็นระเบียบ งานนี้จึงเป็นทั้งพิธีกรรมและการสืบสานหัตถกรรมชุมชนในคราวเดียว เพราะการทำธงไม่ได้ทำเพื่อโชว์เพียงอย่างเดียว แต่ทำเพื่อถวายจริง เป็นกุศลจริง และต้องทำให้เหมาะสมกับพิธี
 
รูปแบบธงตะขาบดั้งเดิมเคยทำจากกระดาษ ต่อมาจึงพัฒนาเป็นผ้าเพื่อความทนทาน และในปัจจุบันพบการประยุกต์วัสดุให้เหมาะกับการใช้งานในพื้นที่ เช่น ใช้เชือกเป็นเส้นขอบผูกขวาง และคั่นด้วยซี่ไม้ไผ่เป็นช่วง ๆ ตลอดแนว ใช้เสื่อผืนยาวปิดทับแทนผ้าหรือกระดาษเพื่อให้ได้ “ลำตัว” ที่ยาวต่อเนื่อง ส่วนปลายไม้ที่ยื่นออกสองข้างในแต่ละซี่จะประดับ “ช้อน” ผูกห้อยแทนขา สลับกับพู่กระดาษเพื่อความสวยงาม ทำให้เมื่อธงถูกยกและเคลื่อนที่พร้อมกันทั้งผืน ภาพรวมจะมีมิติและจังหวะเหมือนสิ่งมีชีวิตกำลังเลื้อยผ่านชุมชน
 
หัวและหางของธงมักสานผูกด้วยโครงไม้แล้วปิดด้วยกระดาษสี เพื่อให้มีรูปทรงชัดเจนและสร้างความโดดเด่นในขบวน การทำกี่ตัวในแต่ละปีขึ้นอยู่กับกำลังของชุมชนและการร่วมแรงร่วมใจของผู้คน บางปีทำมาก บางปีทำน้อย แต่ไม่ว่าจำนวนจะเท่าใด ความสำคัญอยู่ที่การทำให้ “สมบูรณ์ตามพิธี” และเคลื่อนขบวนได้อย่างปลอดภัยและงดงาม เพราะธงยาวมากและมีองค์ประกอบตกแต่งจำนวนมาก ต้องอาศัยทั้งความระมัดระวังและการประสานงาน
 
เมื่อธงตะขาบเสร็จแล้ว ขั้นตอนที่สร้างความคึกคักที่สุดคือ “การแห่” โดยชาวบ้านจะช่วยกันจับขอบธงตลอดทั้งผืน แห่ไปตามเส้นทางในชุมชนมุ่งหน้าสู่วัดพิมพาวาส (ใต้) เสียงดนตรีและบรรยากาศร่วมฉลองสงกรานต์จะทำให้ขบวนมีชีวิตชีวา แต่ขณะเดียวกันก็ยังคงบรรยากาศของ “งานบุญ” อยู่เสมอ เพราะจุดหมายคือการนำธงเข้าสู่พื้นที่พิธีกรรมภายในวัด ไม่ใช่เพียงการเดินขบวนเพื่อความสนุกสนานเท่านั้น
 
เมื่อขบวนถึงวัด ธงตะขาบจะถูกขึงไว้กับต้นเสาหรือบริเวณในศาลาเพื่อเตรียมประกอบพิธี จากนั้นพระสงฆ์จะนำสายสิญจน์มาวงรอบธง เป็นการเชื่อม “งานหัตถกรรม” ให้เข้าสู่ “พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์” ตามกรอบความเชื่อในพุทธศาสนาและคติชุมชน เมื่อเริ่มพิธีถวายธง จะมีการกล่าวบทนมัสการคุณพระศรีรัตนตรัย และต่อด้วยกิจกรรมสำคัญของสงกรานต์คือการสรงน้ำพระพุทธรูปและพระสงฆ์ ซึ่งเป็นทั้งการแสดงความเคารพและการเริ่มต้นปีใหม่ตามจารีต
 
หลังพิธีในศาลาเสร็จแล้ว ชาวบ้านจะช่วยกันนำธงไปชักขึ้นแขวนบน “เสาหงส์” ซึ่งเป็นสัญลักษณ์สำคัญของชุมชนมอญในหลายพื้นที่ เสาหงส์ไม่ใช่เพียงองค์ประกอบสถาปัตยกรรมในวัด แต่เป็นสัญลักษณ์ของอัตลักษณ์ ชุมชน และความทรงจำร่วมที่เชื่อมโยงคนเป็นกับคนตายผ่านบุญกุศล เมื่อธงถูกชักขึ้นสูง ภาพธงยาวไหวรับลมกลายเป็นภาพแทนคำอธิษฐานและการส่งบุญให้ผู้ล่วงลับตามความเชื่อของผู้คนในพื้นที่
 
หากมองในเชิงสังคมวิทยา ประเพณีแห่ธงตะขาบทำหน้าที่เป็น “กุศโลบาย” ที่ชัดเจนมากในการทำให้ความเชื่อเรื่องชีวิตหลังความตายและความกตัญญูต่อบรรพบุรุษมีพื้นที่ปรากฏอย่างเป็นรูปธรรม ไม่ใช่ความเชื่อที่อยู่ในคำเล่าลอย ๆ แต่ถูกทำให้จับต้องได้ผ่านวัตถุพิธีกรรม (ธงตะขาบ) ผ่านแรงงานร่วม (การทำและการแห่) ผ่านพิธีทางศาสนา (สายสิญจน์และการถวาย) และผ่านสัญลักษณ์ชุมชน (เสาหงส์) ส่งผลให้คนทุกช่วงวัยมีบทบาทของตนเองในงาน ตั้งแต่ผู้สูงอายุที่เป็นคลังความรู้ ผู้ใหญ่ที่เป็นกำลังหลัก เด็กและเยาวชนที่เรียนรู้บทบาทของชุมชน ไปจนถึงผู้มาเยือนที่ได้เห็นภาพของชุมชนที่ยัง “รวมตัว” กันได้จริงในโลกปัจจุบัน
 
วัดพิมพาวาส (ใต้) ในฐานะพื้นที่ประกอบพิธี จึงไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเพียง “สถานที่จัดงาน” แต่เป็นจุดศูนย์กลางทางศาสนาและวัฒนธรรมของตำบลพิมพา และเป็นพื้นที่ที่ช่วยค้ำยันความทรงจำร่วมของชุมชนมอญในบางปะกงด้วย วัดตั้งอยู่เลขที่ 24/2 หมู่ 2 ถนนบางนาตราด กม. 35 ตำบลพิมพา อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา และมีการระบุว่าเป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์ธรรมยุต ตั้งเป็นวัดเมื่อปี พ.ศ. 2430 มีที่ดินตั้งวัดประมาณ 9 ไร่ 3 งาน 87 ตารางวา ข้อมูลลักษณะนี้ทำให้เห็นมิติของวัดในฐานะสถาบันชุมชนที่มีพัฒนาการยาวนาน ไม่ได้เกิดขึ้นเพื่อรองรับงานเทศกาลเพียงชั่วคราว
 
การที่วัดอยู่ในพื้นที่บางปะกงซึ่งเชื่อมต่อเส้นทางเศรษฐกิจและการเดินทางสำคัญของภาคตะวันออก เช่น ถนนบางนา–ตราด และแนวเชื่อมไปมอเตอร์เวย์ ยังทำให้ประเพณีนี้เข้าถึงได้ง่ายขึ้นในยุคที่การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมต้องอาศัยการเดินทางสะดวก ผู้มาเยือนสามารถวางแผนเป็นทริปสั้น ๆ จากกรุงเทพฯ หรือจังหวัดใกล้เคียงในภาคตะวันออกได้ โดยยังคงเคารพพื้นที่พิธีกรรมและไม่ทำให้บรรยากาศงานบุญถูกกลืนด้วยความเป็น “อีเวนต์” จนเสียสมดุล
 
การเข้าร่วมงานในฐานะผู้มาเยือนควรเริ่มจากการเข้าใจว่า “นี่คือพิธีกรรมและงานบุญของชุมชน” มากกว่าเทศกาลเพื่อความบันเทิง ดังนั้นการแต่งกายสุภาพ เคารพพื้นที่ในศาลา ไม่กีดขวางขบวนแห่ และไม่เร่งเร้าหรือทำให้ผู้ร่วมพิธีเสียสมาธิ เป็นมารยาทพื้นฐานที่ช่วยให้การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมเดินไปพร้อมกับการรักษาศักดิ์ศรีของชุมชน ในช่วงประกอบพิธีถวายธงและสรงน้ำพระ ควรหลีกเลี่ยงการใช้แฟลชหรือยืนบังแนวพิธี และหากต้องการถ่ายภาพควรเลือกมุมที่ไม่รบกวนขบวนหรือการเดินของผู้ร่วมพิธี
 
อีกประเด็นที่น่าสนใจคือความเชื่อเรื่อง “แรงลม” ที่ทำให้ธงไหวส่ายซึ่งถูกตีความเป็นการบอกรับบุญของบรรพบุรุษ ความเชื่อนี้ทำให้ธรรมชาติกลายเป็นส่วนหนึ่งของพิธีกรรมอย่างแนบแน่น ไม่ใช่สิ่งที่อยู่ภายนอกพิธี พูดอีกแบบคือ “ลม” ไม่ได้เป็นแค่สภาพอากาศ แต่เป็นภาษาสัญลักษณ์ที่ชุมชนใช้สื่อความหมายว่าบุญกุศลได้ถูกส่งถึงผู้ล่วงลับแล้ว ภาษาสัญลักษณ์แบบนี้มีพลังเพราะทำให้สิ่งที่มองไม่เห็นอย่าง “กุศล” หรือ “การอุทิศส่วนบุญ” ถูกทำให้เห็นผ่านการเคลื่อนไหวของธงบนเสาหงส์อย่างชัดเจน
 
เมื่อพิจารณาในมิติของสงกรานต์ ประเพณีแห่ธงตะขาบช่วยทำให้สงกรานต์กลับไปยืนบนฐานคิดเรื่อง “การเริ่มต้นใหม่ด้วยความกตัญญู” มากกว่าการเริ่มต้นใหม่ด้วยความสนุกเพียงอย่างเดียว เพราะในขณะที่หลายพื้นที่เน้นการเล่นน้ำ งานคอนเสิร์ต หรือกิจกรรมสมัยใหม่ ชุมชนตำบลพิมพาเลือกใช้รูปแบบพิธีกรรมที่ยึดโยงความทรงจำของผู้ล่วงลับและความเป็นญาติพี่น้องเป็นแกน ทำให้สงกรานต์มีความหมายเชิงจริยธรรมและความเป็นชุมชนอย่างชัดเจน โดยมีวัดเป็นศูนย์กลางในการประสานความเชื่อดั้งเดิมกับหลักพุทธศาสนา
 
นอกจากนี้ ตัวธงเองยังเป็นพื้นที่รวมความคิดสร้างสรรค์ของช่างทำธงในชุมชน เพราะแม้โครงสร้างหลักจะคงแบบแผน แต่รายละเอียดตกแต่งสามารถสะท้อนรสนิยมของผู้ทำ ความประณีต และความพร้อมของวัสดุในแต่ละยุค ช้อนที่ใช้แทนขา พู่กระดาษที่สลับสี การทำหัวและหางด้วยกระดาษสี และการจัดจังหวะซี่ไม้ไผ่ให้สม่ำเสมอ ล้วนเป็นงานที่ต้องอาศัยความละเอียดอ่อนและการฝึกฝน หากชุมชนไม่ทำร่วมกันทุกปี ความรู้แบบ “ลงมือทำ” เหล่านี้มีโอกาสเลือนหายได้ง่าย ซึ่งเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ประเพณีนี้ทรงคุณค่าในฐานะมรดกภูมิปัญญาที่มีชีวิต
 
สำหรับผู้สนใจเชิงลึก การสังเกต “องค์ประกอบย่อย” ของธงตะขาบในพื้นที่ต่าง ๆ อาจพบความแตกต่างในรายละเอียด เช่น ความยาวธง การเลือกวัสดุลำตัว วิธีผูกขอบเชือก การออกแบบหัวและหาง หรือการเลือกของตกแต่งแทนขา ซึ่งความแตกต่างเหล่านี้ไม่ใช่ความผิดเพี้ยน แต่เป็นการสะท้อนการปรับตัวของประเพณีให้เข้ากับสภาพจริงของชุมชนในแต่ละปี สิ่งสำคัญคือแก่นของพิธีที่ยังคงเดิม ได้แก่ การทำเพื่อถวาย การแห่เข้าสู่วัด การประกอบพิธีด้วยสายสิญจน์และการสรงน้ำ และการชักธงขึ้นเสาหงส์พร้อมความเชื่อเรื่องการส่งบุญให้บรรพบุรุษ
 
ในด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ประเพณีแห่ธงตะขาบสามารถเชื่อมต่อกับแหล่งท่องเที่ยวสำคัญอื่นของจังหวัดฉะเชิงเทราได้อย่างเหมาะสม เพราะพื้นที่บางปะกงอยู่ในแนวเดินทางที่ไปต่อได้ทั้งโซนตัวเมืองฉะเชิงเทราและโซนบางคล้าริมแม่น้ำบางปะกง นักท่องเที่ยวจำนวนมากนิยมจัดทริป “ไหว้พระ–เที่ยวตลาด–กินของอร่อย” ในวันเดียว ซึ่งหากวางแผนดีจะได้ทั้งมิติศรัทธา มิติชุมชน และมิติอาหารท้องถิ่นโดยไม่เร่งรีบเกินไป
 
ในระดับชุมชน ประเพณีนี้ยังทำหน้าที่เป็น “ปฏิทินสังคม” เพราะช่วยกำหนดจังหวะการกลับบ้านของคนในพื้นที่และลูกหลานที่ทำงานต่างถิ่น การมาร่วมทำธง ร่วมแห่ และร่วมพิธี กลายเป็นการกลับมาพบกันของเครือญาติและเพื่อนบ้านที่อาจไม่ได้เจอกันตลอดปี ส่งผลให้ประเพณีไม่ได้เป็นเพียง “กิจกรรม” แต่เป็นกลไกที่ทำให้ชุมชนยังคงมีความแน่นแฟ้นในระดับความสัมพันธ์จริง ไม่ใช่แค่การเป็นเพื่อนบ้านตามทะเบียนบ้าน
 
เมื่อมองจากภาพใหญ่ของวัฒนธรรมไทยในภาคกลาง ประเพณีแห่ธงตะขาบยังเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการที่กลุ่มชาติพันธุ์ในไทยสามารถรักษาอัตลักษณ์ของตนเองได้ภายใต้กรอบความเป็นไทยร่วมสมัย กล่าวคือ ชุมชนมอญใช้พุทธศาสนาเป็นแกนกลางร่วมกับสังคมไทย แต่ยังรักษาสัญลักษณ์และพิธีกรรมเฉพาะของตน เช่น เสาหงส์และการถวายธงตะขาบ ทำให้เกิดความหลากหลายทางวัฒนธรรมที่อยู่ร่วมกันได้จริงในพื้นที่เดียวกัน และนี่คือคุณค่าที่ทำให้ประเพณีนี้ควรถูกมองในฐานะมรดกวัฒนธรรมร่วมของจังหวัดฉะเชิงเทรา ไม่ใช่เพียงกิจกรรมชุมชนขนาดเล็ก
 
การเดินทาง หากเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว สามารถใช้ถนนบางนา–ตราด (ทางหลวงหมายเลข 34) มุ่งหน้าไปทางบางปะกง แล้วออกตามป้ายเข้าสู่พื้นที่ตำบลพิมพา จากนั้นใช้เส้นทางถนนในพื้นที่ที่เชื่อมไปยังวัดพิมพาวาส (ใต้) ซึ่งอยู่บริเวณ กม. 35 ของถนนบางนาตราด (ตามจุดอ้างอิงที่ใช้กันทั่วไป) เมื่อถึงวัดจะมีพื้นที่จอดรถในบริเวณวัดและพื้นที่ใกล้เคียงตามการจัดการของงานในแต่ละปี ควรเผื่อเวลาเพิ่มในช่วงวันสงกรานต์เพราะการจราจรและการปิดถนนบางช่วงเพื่อขบวนแห่อาจทำให้การเข้าถึงวัดช้ากว่าปกติ
 
หากต้องการเดินทางด้วยขนส่งสาธารณะ แนวทางที่ทำได้จริงคือเดินทางมายังตัวจังหวัดฉะเชิงเทราหรือย่านบางปะกงก่อน แล้วต่อรถรับจ้างหรือรถท้องถิ่นเข้าสู่ตำบลพิมพา ทั้งนี้รูปแบบรถสาธารณะและรอบเดินรถอาจเปลี่ยนตามช่วงเวลาและการจัดงาน แนะนำให้สอบถามจากผู้ให้บริการในพื้นที่หรือหน่วยงานท้องถิ่นก่อนเดินทางในช่วงเทศกาล เพื่อให้ได้เส้นทางและจุดลงรถที่สะดวกที่สุด
 
สุดท้าย ประเพณีแห่ธงตะขาบไม่ได้เป็นเพียง “งานที่ต้องไปดูสักครั้ง” แต่เป็นประสบการณ์ที่ช่วยให้ผู้มาเยือนได้เห็นว่าเมื่อพิธีกรรม ความเชื่อ งานฝีมือ และพลังของชุมชนเชื่อมกันอย่างแน่นแฟ้น จะเกิดวัฒนธรรมที่ยังมีชีวิตและมีความหมายจริงในปัจจุบัน การไปเยือนด้วยความเคารพและความเข้าใจจึงไม่ใช่แค่การท่องเที่ยว แต่เป็นการร่วมเป็นพยานให้กับการสืบสานมรดกชุมชนที่ยังยืนหยัดอยู่ริมลุ่มน้ำบางปะกงในจังหวัดฉะเชิงเทรา
 
สรุปสถานที่ ประเพณีแห่ธงตะขาบ จัดบริเวณวัดพิมพาวาส (ใต้) ตำบลพิมพา อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นประเพณีสงกรานต์ของชาวไทยเชื้อสายมอญที่เน้นการทำบุญอุทิศส่วนกุศลแก่ผู้ล่วงลับ ผ่านการทำ–แห่–ถวายธงตะขาบ และการชักธงขึ้นเสาหงส์
สถานที่จัดงานหลัก วัดพิมพาวาส (ใต้)
ที่อยู่ (Address) 24/2 หมู่ 2 ตำบลพิมพา อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา 24180
ช่วงเวลา / เทศกาล ช่วงเทศกาลสงกรานต์ (โดยมากอยู่ในช่วงวันที่ 13–15 เมษายนของทุกปี)
จุดเด่นของสถานที่ / งาน พิธีถวายธงตะขาบเพื่ออุทิศบุญแก่ผู้ล่วงลับ, งานหัตถกรรมธงตะขาบขนาดยาวมาก, ขบวนแห่ร่วมแรงคนทั้งชุมชน, พิธีสายสิญจน์–สรงน้ำพระ, การชักธงขึ้นเสาหงส์ซึ่งเป็นสัญลักษณ์สำคัญของชุมชนมอญ
ผู้ดูแล / เจ้าอาวาส (ล่าสุด) พระครูวิจารณ์สมณคุณ
โทรศัพท์ติดต่อวัด 038-570-180
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง (ระยะทางโดยรถ) 1) วัดโสธรวรารามวรวิหาร (วัดหลวงพ่อโสธร) – ประมาณ 25 กม.
2) วัดสมานรัตนาราม – ประมาณ 35 กม.
3) ตลาดบ้านใหม่ 100 ปี – ประมาณ 24 กม.
4) ตลาดน้ำบางคล้า – ประมาณ 30 กม.
5) ตลาดคลองสวน 100 ปี – ประมาณ 18 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง (ระยะทางโดยรถ + เบอร์โทร) 1) PIMPA food&drink – ประมาณ 4 กม. – 061-545-3889
2) ครัวพจน์ – ประมาณ 6 กม. – 089-096-2826
3) สถานีหอมปลาเผา (ตลาดวัดพิม) – ประมาณ 3 กม. – 093-446-6662
4) ปลื้ม coffee ติ่มซำ กระเพรา เบอร์เกอร์ – ประมาณ 5 กม. – 084-141-9017
5) ใจสั่งมา – ประมาณ 6 กม. – 080-249-0290
ที่พักใกล้เคียง (ระยะทางโดยรถ + เบอร์โทร) 1) Wellgrow Hotel – ประมาณ 8 กม. – 033-050-739
2) Goodnine Hotel – ประมาณ 10 กม. – 097-373-6363
3) PJ Place Service Apartment – ประมาณ 9 กม. – 099-004-6365
4) Bangpakong Boat Club – ประมาณ 12 กม. – 063-535-2521
5) รตะธารา รีสอร์ท (Ratathara Resort) – ประมาณ 15 กม. – 038-574-318
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: ประเพณีแห่ธงตะขาบจัดที่ไหน?
ตอบ: จัดในพื้นที่ตำบลพิมพา อำเภอบางปะกง โดยมีวัดพิมพาวาส (ใต้) เป็นสถานที่จัดพิธีกรรมหลักและเป็นจุดหมายของขบวนแห่
 
ถาม: จัดช่วงวันไหนของปี?
ตอบ: จัดช่วงเทศกาลสงกรานต์ของทุกปี โดยกำหนดการย่อยอาจต่างกันเล็กน้อยในแต่ละปี แต่โดยมากอยู่ในช่วง 13–15 เมษายน
 
ถาม: ธงตะขาบมีความหมายอย่างไร?
ตอบ: เป็นเครื่องถวายเพื่อทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ผู้ล่วงลับและบรรพบุรุษ สะท้อนความเชื่อเรื่องการส่งบุญและความกตัญญูของชุมชนมอญ โดยเมื่อชักธงขึ้นเสาหงส์แล้ว การไหวส่ายของธงตามแรงลมถูกมองว่าเป็นสัญญาณการบอกรับบุญ
 
ถาม: ในวันงานมีพิธีอะไรสำคัญบ้าง?
ตอบ: มีการแห่ธงตะขาบเข้าสู่วัด การขึงธงในศาลา พระนำสายสิญจน์วงรอบธง พิธีถวายธง การสรงน้ำพระพุทธรูปและพระสงฆ์ และการชักธงขึ้นแขวนบนเสาหงส์
 
ถาม: ผู้มาเยือนควรเตรียมตัวอย่างไรเพื่อเข้าร่วมงานอย่างเหมาะสม?
ตอบ: ควรแต่งกายสุภาพ เคารพพื้นที่พิธีกรรม ไม่กีดขวางขบวนแห่และทางเดินของผู้ร่วมพิธี หลีกเลี่ยงการใช้แฟลชหรือยืนบังพิธีในศาลา และวางแผนเวลาเผื่อการจราจรช่วงสงกรานต์
 
ถาม: ต้องเสียค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: โดยทั่วไปการเข้าร่วมงานประเพณีในวัดไม่มีค่าเข้าชม แต่ผู้มาร่วมงานสามารถร่วมทำบุญตามศรัทธาหรือสนับสนุนกิจกรรมชุมชนได้ตามความเหมาะสม
แผนที่ ประเพณีแห่ธงตะขาบ แผนที่ประเพณีแห่ธงตะขาบ
คำค้นคำค้น: ประเพณีแห่ธงตะขาบประเพณีแห่ธงตะขาบ แห่ธงตะขาบ ฉะเชิงเทรา ธงตะขาบ วัดพิมพาวาส สงกรานต์ชาวมอญ บางปะกง ประเพณีชาวรามัญ ฉะเชิงเทรา วัดพิมพาวาส ใต้ งานสงกรานต์ ฉะเชิงเทรา ประเพณีถวายธงตะขาบ เสาหงส์ วัฒนธรรมมอญ เที่ยวบางปะกง สงกรานต์
ปรับปรุงล่าสุดปรับปรุงล่าสุด: 4 สัปดาห์ที่แล้ว


แสดงความเห็น

แสดงความเห็น




คำค้น (ขั้นสูง)
   
Email :
  รหัสผ่าน :
  สมัครสมาชิก | ลืมรหัสผ่าน
 

Facebook Fanpage Facebook Fanpage

 

ภูมิภาค ภูมิภาคhttps://www.lovethailand.org/

ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก

สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ และอนุสาวรีย์ สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ และอนุสาวรีย์(3)

แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(4)

พระราชวัง พระราชวัง(1)

ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(10)

พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(2)

บ้านโบราณ และเมืองโบราณ บ้านโบราณ และเมืองโบราณ(1)

สถานที่ท่องเที่ยวเชิงวิชาการ สถานที่ท่องเที่ยวเชิงวิชาการ

พิพิธภัณฑ์เพื่อการศึกษา พิพิธภัณฑ์เพื่อการศึกษา(1)

ห้องสมุด ห้องสมุด(1)

ไร่ สวนเพื่อการศึกษา ไร่ สวนเพื่อการศึกษา(2)

มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัย

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์

วัด วัด(50/298)

มัสยิด มัสยิด(2)

สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(7)

โครงการในพระราชดำริ โครงการในพระราชดำริ

โครงการหลวง โครงการหลวง(4)

วิถีชีวิต วิถีชีวิต

หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(5)

ตลาดท้องถิ่น ตลาดท้องถิ่น(4)

ตลาดน้ำ ตลาดน้ำ(1)

ธรรมชาติ และสัตว์ป่า ธรรมชาติ และสัตว์ป่า

อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตอนุรักษ์ทางทะเล อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตอนุรักษ์ทางทะเล(2)

ดอย และภูเขา ดอย และภูเขา(1)

เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(6)

น้ำตก น้ำตก(1)

ถ้ำ ถ้ำ(1)

แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(2)

อ่าว และชายหาด อ่าว และชายหาด(1)

หมู่เกาะ หมู่เกาะ(2)

แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(2)

บันเทิง และท่องเที่ยวเชิงเกษตร บันเทิง และท่องเที่ยวเชิงเกษตร

สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ(1)

แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์ แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์(1)

ฟาร์ม, ไร่, สวน, สวนสาธารณะ และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม, ไร่, สวน, สวนสาธารณะ และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(6)

สปาเพื่อสุขภาพ สปาเพื่อสุขภาพ

สปาเพื่อสุขภาพ สปาเพื่อสุขภาพ(1)

บทความท่องเที่ยว, สูตรอาหาร บทความท่องเที่ยว, สูตรอาหาร

รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร(3)