โครงการพัฒนาส่วนพระองค์
Rating: 3.7/5 (7 votes)
สถานที่ท่องเที่ยวฉะเชิงเทรา
สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย
วันเปิดทำการ: วันจันทร์–วันศุกร์ (วันหยุดราชการ/วันนักขัตฤกษ์สามารถเข้าศึกษาเยี่ยมชมได้ตามเงื่อนไขของศูนย์ฯ)
เวลาเปิดทำการ: 08.30 – 16.30 น. (วันหยุดราชการ/วันนักขัตฤกษ์ 09.00 – 15.30 น.)
โครงการพัฒนาส่วนพระองค์เขาหินซ้อน (ฉะเชิงเทรา) คือพื้นที่เรียนรู้เชิงเกษตรและสิ่งแวดล้อมที่ทำให้คำว่า “การพัฒนาอย่างยั่งยืน” กลายเป็นภาพจริงที่เดินเข้าไปสัมผัสได้ ตั้งอยู่ในตำบลเขาหินซ้อน อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา และมีความหมายมากกว่าแหล่งท่องเที่ยว เพราะเป็นพื้นที่ที่สะท้อนวิธีคิดเรื่องการฟื้นฟูทรัพยากร การจัดการน้ำ การปรับปรุงดิน และการทำเกษตรแบบเคารพธรรมชาติให้กลับมาเลี้ยงคนได้ในระยะยาว จุดแข็งของการมาเยือนที่นี่จึงไม่ใช่ความหวือหวา แต่เป็นความชัดเจนของ “ระบบ” ที่ทำให้ผืนดินซึ่งเคยเสื่อมโทรมสามารถกลับมาเป็นพื้นที่สีเขียว เป็นแหล่งผลิต และเป็นห้องเรียนกลางแจ้งสำหรับคนทุกวัยได้ในวันเดียว
หากมองฉะเชิงเทราในมุมการท่องเที่ยว หลายคนอาจนึกถึงวัดดังริมแม่น้ำบางปะกง คาเฟ่ หรือตลาดเก่า แต่ “เขาหินซ้อน” จะพาเราไปเห็นฉะเชิงเทราอีกด้านที่ลึกกว่า นั่นคือด้านของชุมชนเกษตรและการฟื้นฟูสภาพแวดล้อมในพื้นที่จริง โครงการพัฒนาส่วนพระองค์เขาหินซ้อนมีความผูกพันกับศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนอันเนื่องมาจากพระราชดำริอย่างใกล้ชิด เพราะเป็นพื้นที่ที่จัดทำติดกับศูนย์ฯ และใช้แนวทางการพัฒนาเพื่อแก้โจทย์พื้นที่ที่ท้าทายเรื่องดินและน้ำให้เกิดผลลัพธ์ที่ชุมชนจับต้องได้ ทั้งในมิติรายได้ คุณภาพชีวิต และความสามารถในการพึ่งพาตนเอง
ประวัติของพื้นที่นี้ทำให้เราเข้าใจว่าเหตุใด “โครงการพัฒนาส่วนพระองค์” จึงไม่ใช่คำสวยงามแต่เป็นการลงมือทำแบบเป็นขั้นตอน ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนอันเนื่องมาจากพระราชดำริได้รับการสถาปนาเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2522 ซึ่งถือเป็นจุดตั้งต้นสำคัญของพื้นที่เรียนรู้ด้านการพัฒนาในบริบทภาคตะวันออก ต่อมา พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรทรงซื้อที่ดินติดกับศูนย์ฯ เพื่อจัดทำโครงการส่วนพระองค์ ในนาม “โครงการพัฒนาส่วนพระองค์เขาหินซ้อน” โดยระบุว่ามีเนื้อที่ประมาณ 642 ไร่ ภาพพื้นที่ในช่วงแรกถูกอธิบายไว้ชัดเจนว่าเป็นพื้นที่ลูกคลื่นลอนลาด มีลำห้วยไหลผ่าน แต่สภาพดินมีลักษณะเป็นดินทราย ภูมิอากาศโดยทั่วไปค่อนข้างแห้งแล้ง และเมื่อรวมกับรูปแบบการเพาะปลูกที่นิยมปลูกมันสำปะหลังซึ่งส่งผลต่อคุณภาพดิน จึงทำให้ดินเสื่อมโทรมและต้องการการฟื้นฟูอย่างจริงจัง
หัวใจของการพัฒนาระยะแรกจึงเป็นเรื่องพื้นฐานที่สุดแต่ทรงพลังที่สุด นั่นคือการ “ทำให้ดินและน้ำกลับมามีชีวิต” แนวทางที่ระบุไว้คือการสร้างแหล่งน้ำและระบบชลประทานเพื่อใช้ในการเกษตร เพิ่มความชุ่มชื้นให้สภาพแวดล้อม และปรับปรุงบำรุงดินให้มีความอุดมสมบูรณ์ขึ้น เมื่อฐานทรัพยากรเริ่มกลับมา จึงต่อยอดไปสู่การปลูกพืชและผลไม้ รวมทั้งการปลูกป่าเพื่อสร้างระบบนิเวศที่เหมาะกับสภาพดินของพื้นที่ และช่วยป้องกันการชะล้างพังทลายของดิน ผลที่เกิดขึ้นถูกสะท้อนผ่านตัวอย่างที่ระบุว่าในปัจจุบันสามารถปลูกผักและผลไม้ได้หลากหลาย เช่น ผักหวานบ้าน ส้มโอ เสาวส และผักใบ ซึ่งเป็นภาพยืนยันว่าการฟื้นฟูทรัพยากรเมื่อทำอย่างมีระบบสามารถเปลี่ยน “พื้นที่ยาก” ให้กลายเป็น “พื้นที่เรียนรู้” ได้จริง
เมื่อมองในเชิงวัตถุประสงค์ โครงการพัฒนาส่วนพระองค์เขาหินซ้อนสามารถสรุปเป็น 3 แกนใหญ่ที่คนมาเยือนจะรับรู้ได้ทันที แกนแรกคือการพัฒนาเกษตรและสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน ไม่ใช่เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง เพราะการทำเกษตรที่ยั่งยืนต้องเริ่มจากดิน น้ำ และความหลากหลายทางชีวภาพ แกนที่สองคือการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนผ่านการเพิ่มทักษะ เพิ่มทางเลือกในการทำกิน และลดความเสี่ยงจากการทำเกษตรแบบพึ่งพาพืชชนิดเดียว แกนที่สามคือการเป็นพื้นที่ถ่ายทอดความรู้และนวัตกรรมที่เหมาะกับพื้นที่จริง เพื่อให้เกษตรกรและผู้สนใจสามารถมาศึกษาดูงานแล้วนำกลับไปใช้ได้ โดยไม่ต้องเริ่มจากศูนย์ สิ่งที่ทำให้แกนทั้งสามนี้น่าเชื่อถือ คือมันไม่ได้อยู่ในกระดาษ แต่ถูกวางให้เป็นกิจกรรมและแปลงตัวอย่างที่เดินดูได้จริงในพื้นที่เดียวกัน
ประสบการณ์การเที่ยวที่นี่จึงต่างจากการเที่ยวเช็คอินทั่วไป เพราะเราไม่ได้มาเพื่อ “ดูอย่างเดียว” แต่ได้มองเห็นเหตุผลของแต่ละการจัดการ ตั้งแต่การวางแหล่งน้ำเพื่อรองรับฤดูแล้ง การฟื้นฟูดินให้กลับมาปลูกพืชได้ การเพิ่มพื้นที่สีเขียวเพื่อปรับสมดุลอากาศและลดการพังทลายของดิน และการแสดงตัวอย่างการทำเกษตรแบบผสมผสานเพื่อให้ครัวเรือนมีความมั่นคงด้านอาหาร แนวคิดเรื่องการปลูกพืชหลากหลายชนิดในพื้นที่เดียวกันช่วยลดความเสี่ยงจากราคาตลาดและภัยธรรมชาติ ขณะเดียวกันก็ทำให้เกิดผลผลิตที่หลากหลายต่อเนื่องทั้งปี เมื่อรวมกับการแปรรูปผลผลิตในระดับครัวเรือนหรือกลุ่มชุมชน ก็ยิ่งทำให้การพึ่งพาตนเองมีความหมายเป็นรูปธรรมมากขึ้น
การมาเยือนแบบวันเดียวที่เหมาะที่สุดคือเริ่มจากการ “ทำความเข้าใจภาพรวม” ก่อน แล้วค่อยพาตัวเองเดินเข้าสู่รายละเอียดของงานพัฒนา ช่วงแรกของการเข้าชมควรใช้เวลาให้พอในการรับรู้ภูมิหลังของพื้นที่ ว่าจากเดิมดินทรายและแห้งแล้งสร้างข้อจำกัดอย่างไร แล้วโครงการวางฐานการแก้ปัญหาด้วยน้ำและดินอย่างไร เมื่อภาพรวมชัด การเดินดูแปลงเรียนรู้จะสนุกขึ้นทันที เพราะเราจะไม่ได้เห็นแค่พืช แต่เห็นเหตุผลของการเลือกพืช เห็นความสัมพันธ์ของระบบนิเวศ และเห็นว่าทำไมการทำเกษตรที่ดีกับสิ่งแวดล้อมจึงเป็นการลงทุนระยะยาวที่คุ้มค่า ไม่ว่าคุณจะเป็นนักท่องเที่ยวสายธรรมชาติ คนเมืองที่อยากเข้าใจคำว่าเกษตรอินทรีย์ หรือคนทำงานที่อยากหาไอเดียจัดการพื้นที่เล็กๆ ที่บ้าน การเดินในพื้นที่นี้จะช่วยให้คุณกลับไปพร้อม “หลักคิด” มากกว่า “รูปถ่าย”
การเดินทาง หากขับรถจากกรุงเทพฯ สามารถวางเส้นทางเข้าสู่จังหวัดฉะเชิงเทรา แล้วมุ่งหน้าอำเภอพนมสารคาม ตำบลเขาหินซ้อน โดยยึด “ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ” เป็นหมุดหลักของการนำทาง ที่อยู่ที่ใช้ได้ตรงสำหรับการค้นหาและติดต่อคือ เลขที่ 7 หมู่ 2 ตำบลเขาหินซ้อน อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา 24120 และหมายเลขโทรศัพท์ของศูนย์ฯ คือ 038-554-982 หรือ 038-554-983 ซึ่งเหมาะสำหรับการสอบถามรายละเอียดก่อนออกเดินทาง โดยเฉพาะหากตั้งใจมาในช่วงวันหยุดราชการหรือวันนักขัตฤกษ์เพื่อให้สอดคล้องกับเงื่อนไขการเข้าชมของพื้นที่เรียนรู้
ในด้านการวางแผนเวลา ควรมาถึงช่วงเช้าหรือสายเพื่อมีเวลาพอสำหรับการเดินดูพื้นที่และซึมซับบรรยากาศ เพราะพื้นที่ลักษณะนี้ต้องใช้ “จังหวะ” ในการชม ยิ่งเดินช้า ยิ่งเห็นรายละเอียดมาก ตั้งแต่ความร่มรื่นของแนวไม้ยืนต้นไปจนถึงการจัดการแปลงที่สะท้อนความคิดเรื่องการอนุรักษ์ดินและน้ำ หากคุณตั้งใจมาเพื่อเรียนรู้จริง การเผื่อเวลาอย่างน้อยครึ่งวันจะทำให้ได้เนื้อหาเต็มกว่า แต่ถ้าต้องการเที่ยวแบบสบายๆ ก็สามารถใช้เวลา 2–3 ชั่วโมงเพื่อดูภาพรวม ถ่ายภาพ และเลือกซื้อของจากแหล่งผลิตภัณฑ์ภายในศูนย์ฯ กลับไปเป็นของฝากได้เช่นกัน
สิ่งที่ทำให้โครงการพัฒนาส่วนพระองค์เขาหินซ้อนมีเสน่ห์ในมุมท่องเที่ยวคือ “ความสงบที่มีความหมาย” เราจะได้เห็นการพัฒนาที่ไม่เร่งรีบ แต่ค่อยๆ วางระบบให้ธรรมชาติฟื้นตัวและชุมชนเข้มแข็งไปพร้อมกัน ความร่มรื่นที่เกิดขึ้นไม่ใช่แค่ภูมิทัศน์เพื่อความสวยงาม แต่เป็นผลลัพธ์ของการทำงานด้านทรัพยากรอย่างต่อเนื่อง เมื่อผืนดินดีขึ้น น้ำดีขึ้น การปลูกพืชหลากหลายก็เกิดขึ้นได้จริง และเมื่อผลผลิตเกิดขึ้นจริง การต่อยอดเป็นรายได้ก็เกิดขึ้นได้จริง นี่คือเหตุผลว่าทำไมพื้นที่เรียนรู้แบบนี้จึงเหมาะกับคนที่อยากเห็น “วงจรครบ” ของการพัฒนา ตั้งแต่ต้นน้ำคือทรัพยากร ไปจนถึงปลายน้ำคือคุณภาพชีวิต
สำหรับครอบครัวที่มีเด็ก ที่นี่สามารถเป็นห้องเรียนธรรมชาติที่ดีมาก เพราะเด็กจะเข้าใจว่าผักผลไม้ไม่ได้มาจากชั้นวางสินค้า แต่เริ่มจากดิน น้ำ เมล็ดพันธุ์ และการดูแลอย่างสม่ำเสมอ เด็กๆ ยังได้เห็นความหลากหลายของพืช การจัดการพื้นที่แบบเป็นระบบ และเรียนรู้ว่าคำว่า “รักษ์โลก” ไม่ใช่แค่การลดขยะ แต่รวมถึงการใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่าและไม่ทำลายฐานธรรมชาติของพื้นที่ด้วย ส่วนคนที่สนใจเกษตรอินทรีย์หรือเกษตรผสมผสานก็จะได้มุมมองที่ชัดขึ้นว่า การลดสารเคมีเป็นเพียงส่วนหนึ่ง แต่การทำให้ระบบนิเวศทำงานได้เองต่างหากคือเป้าหมายที่ยั่งยืนกว่า
อีกมิติที่ไม่ควรมองข้ามคือมิติของเศรษฐกิจชุมชน เพราะพื้นที่เรียนรู้ที่ดีจะไม่จบแค่การสาธิต แต่ต้องเชื่อมสู่การทำมาหากินได้จริง โครงการในลักษณะนี้มักพาความรู้ไปถึงมือคนในพื้นที่ผ่านการถ่ายทอดและการทดลองปรับใช้ ทำให้คนมีตัวเลือกมากขึ้นทั้งในด้านการปลูกพืช การจัดการน้ำ การแปรรูป และการรวมกลุ่มเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม เมื่อชุมชนแข็งแรงขึ้น การอพยพแรงงานลดลง รายได้หมุนในพื้นที่มากขึ้น และทรัพยากรถูกใช้อย่างรู้คุณค่า นี่คือภาพของความยั่งยืนที่ไม่ใช่คำสวยงาม แต่เป็นการจัดระบบชีวิตให้สมดุลกับธรรมชาติและเศรษฐกิจในเวลาเดียวกัน
หากตั้งใจเที่ยวให้คุ้ม แนะนำให้วางแผนแวะร้านอาหารหรือคาเฟ่ในย่านเขาหินซ้อนและพนมสารคามควบคู่กัน เพราะจะช่วยให้ทริปวันเดียวมีจังหวะพักและเติมพลังโดยไม่ต้องขับรถอ้อมไกล และยังเป็นการกระจายรายได้ให้ธุรกิจท้องถิ่นด้วย นอกจากนี้ยังสามารถต่อทริปไปยังแหล่งท่องเที่ยวอื่นของฉะเชิงเทราได้ในวันเดียวกัน โดยเลือกตามความสนใจ เช่น สายวัด สายตลาด สายธรรมชาติ หรือสายครอบครัว ซึ่งทำให้ “ทริปเขาหินซ้อน” ไม่ได้เป็นทริปเดี่ยว แต่เป็นแกนกลางของการเที่ยวฉะเชิงเทราแบบได้ทั้งความรู้และความเพลินพร้อมกัน
สุดท้าย หากต้องสรุปความคุ้มค่าของโครงการพัฒนาส่วนพระองค์เขาหินซ้อนในฐานะ “ที่เที่ยวฉะเชิงเทรา” คำตอบคือที่นี่ทำให้เราได้เห็นการพัฒนาแบบไม่ตัดธรรมชาติออกจากสมการ ตรงกันข้าม ธรรมชาติถูกยกให้เป็นฐานของการพัฒนา และชุมชนถูกยกให้เป็นเจ้าของการเปลี่ยนแปลง เมื่อสองสิ่งนี้เดินไปด้วยกัน ความยั่งยืนจึงเกิดขึ้นได้จริง สำหรับนักท่องเที่ยว นี่คือพื้นที่ที่กลับไปแล้วได้แรงบันดาลใจ สำหรับคนทำงาน นี่คือพื้นที่ที่ทำให้เห็นว่าการจัดการแบบเป็นระบบเปลี่ยนเรื่องยากให้เป็นเรื่องเป็นไปได้ และสำหรับชุมชน นี่คือพื้นที่ที่พิสูจน์ว่าการพึ่งตนเองไม่ใช่ความฝัน แต่เป็นทักษะที่สร้างได้เมื่อมีแนวทางที่ถูกต้อง
| ชื่อสถานที่ | โครงการพัฒนาส่วนพระองค์เขาหินซ้อน (พื้นที่เรียนรู้ร่วมกับศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ) |
| ที่อยู่ | เลขที่ 7 หมู่ 2 ตำบลเขาหินซ้อน อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา 24120 |
| สรุปสถานที่ | แหล่งเรียนรู้ด้านเกษตรและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่พระราชดำริ โดดเด่นเรื่องการฟื้นฟูดินและน้ำ การจัดการทรัพยากร และเกษตรแบบยั่งยืน |
| จุดเด่นของสถานที่ | ฟื้นฟูดินเสื่อมโทรมด้วยระบบน้ำและการปรับปรุงดิน, เห็นภาพการพัฒนาแบบเป็นระบบ, เป็นทริปเรียนรู้วันเดียวเหมาะกับครอบครัวและคนสนใจเกษตรยั่งยืน |
| ยุคสมัย/ช่วงก่อตั้ง | ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนฯ สถาปนา 8 สิงหาคม 2522 และจัดทำโครงการพัฒนาส่วนพระองค์เขาหินซ้อนในพื้นที่ติดศูนย์ฯ |
| หลักฐาน/ข้อมูลสำคัญ | ข้อมูลจากเว็บไซต์ศูนย์ฯ ระบุการจัดทำโครงการส่วนพระองค์เขาหินซ้อน เนื้อที่ประมาณ 642 ไร่ และแนวทางฟื้นฟูดิน/น้ำเพื่อปลูกพืชและสร้างระบบนิเวศ |
| ที่มาของชื่อ | อ้างอิงพื้นที่ “เขาหินซ้อน” ซึ่งเป็นชื่อตำบลและย่านภูมิประเทศที่ตั้งของโครงการในอำเภอพนมสารคาม |
| การเดินทาง | ขับรถมาย่านเขาหินซ้อน อ.พนมสารคาม ใช้ “ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนฯ” เป็นหมุดนำทาง |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดเป็นพื้นที่เรียนรู้และศึกษาดูงาน/เยี่ยมชมตามระเบียบของศูนย์ฯ |
| เบอร์ติดต่อสถานที่ | 038-554-982, 038-554-983 |
| ค่าธรรมเนียม/ค่าใช้จ่าย | ไม่ระบุค่าเข้าชม (หากใช้บริการรถศึกษาดูงานอาจมีค่าบริการตามระเบียบของศูนย์ฯ) |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | พื้นที่เรียนรู้/จุดสาธิต, ร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์ (ภายในศูนย์ฯ), พื้นที่จอดรถ (ตามสภาพพื้นที่หน้างาน) |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณ) |
1) วัดเขาหินซ้อน – ประมาณ 2 กม. 2) ตัวอำเภอพนมสารคาม/ย่านตลาด – ประมาณ 20 กม. 3) ตลาดน้ำบางคล้า – ประมาณ 55 กม. 4) วัดสมานรัตนาราม – ประมาณ 70 กม. 5) ตลาดบ้านใหม่ 100 ปี (ตัวเมืองฉะเชิงเทรา) – ประมาณ 75 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณ + เบอร์โทร) |
1) Lifehouse Cafe & Kitchen – ประมาณ 18 กม. – 083-245-3646 2) สวนอาหาร ระเบียงน้ำหินซ้อน – ประมาณ 6 กม. – 091-728-3639 3) GRANDMA CAFE – ประมาณ 4 กม. – 097-175-4457 4) ส้มตำแซ่บสะเดิด – ประมาณ 5 กม. – 084-237-7933 5) เขาวงคาเฟ่ (Kaowong Cafe) – ประมาณ 8 กม. – 063-646-4202 |
| ที่พักใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณ + เบอร์โทร) |
1) สงวนทอง รีสอร์ท – ประมาณ 3 กม. – 081-910-1487 2) หลับเพลินรีสอร์ท (พนมสารคาม) – ประมาณ 20 กม. – 082-558-9000 3) Relax Resort พนมสารคาม – ประมาณ 20 กม. – 065-653-9696 4) Phanom City Hotel – ประมาณ 18 กม. – 038-552-775 5) ชวนชมตะวันรีสอร์ท (เขาหินซ้อน) – ประมาณ 7 กม. – 081-715-1253 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: โครงการพัฒนาส่วนพระองค์เขาหินซ้อนคืออะไร?
ตอบ: เป็นพื้นที่เรียนรู้ด้านการพัฒนาเกษตรและสิ่งแวดล้อมในย่านเขาหินซ้อนที่จัดทำควบคู่กับศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนฯ เน้นการฟื้นฟูดินและน้ำ การจัดการทรัพยากร และการทำเกษตรอย่างยั่งยืน
ถาม: ไปเที่ยวที่นี่เหมาะกับใคร?
ตอบ: เหมาะกับครอบครัว นักเรียน นักศึกษา คนทำงาน และผู้สนใจเกษตรยั่งยืนที่อยากเห็นพื้นที่จริง ได้ทั้งความรู้ บรรยากาศธรรมชาติ และแรงบันดาลใจกลับไปใช้ได้
ถาม: ต้องจองล่วงหน้าหรือไม่?
ตอบ: หากต้องการศึกษาดูงานแบบมีวิทยากรหรือการจัดกลุ่ม แนะนำติดต่อศูนย์ฯ ล่วงหน้าทางโทรศัพท์เพื่อความสะดวก แต่หากเยี่ยมชมทั่วไปสามารถวางแผนเข้าชมตามวันและเวลาทำการ
ถาม: ไปวันหยุดได้ไหม?
ตอบ: วันหยุดราชการและวันนักขัตฤกษ์สามารถเข้าศึกษาเยี่ยมชมได้ตามเงื่อนไขของศูนย์ฯ และมีช่วงเวลาเปิดที่แตกต่างจากวันทำการ แนะนำโทรสอบถามก่อนออกเดินทาง
ถาม: ใช้เวลาเที่ยวกี่ชั่วโมงถึงคุ้ม?
ตอบ: หากต้องการเห็นภาพรวมและเดินชมสบายๆ ใช้เวลาประมาณ 2–3 ชั่วโมง แต่ถ้าตั้งใจเรียนรู้จริงและเดินดูรายละเอียดมากขึ้น แนะนำเผื่อเวลาอย่างน้อยครึ่งวัน
ถาม: มีค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: โดยภาพรวมไม่เน้นค่าเข้าชม แต่หากใช้บริการบางอย่าง เช่น รถศึกษาดูงาน อาจมีค่าใช้จ่ายตามระเบียบของศูนย์ฯ
แสดงความเห็น
| คำค้น (ขั้นสูง) |
Facebook Fanpage

หมวดหมู่:
กลุ่ม:
ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก
สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ และอนุสาวรีย์(
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(
พระราชวัง(
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(
พิพิธภัณฑ์(
บ้านโบราณ และเมืองโบราณ(
สถานที่ท่องเที่ยวเชิงวิชาการ
พิพิธภัณฑ์เพื่อการศึกษา(
ห้องสมุด(
ไร่ สวนเพื่อการศึกษา(
มหาวิทยาลัย
สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
วัด(
มัสยิด(
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(
วิถีชีวิต
หมู่บ้าน ชุมชน(
ตลาดท้องถิ่น(
ตลาดน้ำ(
ธรรมชาติ และสัตว์ป่า
อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตอนุรักษ์ทางทะเล(
ดอย และภูเขา(
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(
น้ำตก(
ถ้ำ(
แม่น้ำลำคลอง(
อ่าว และชายหาด(
หมู่เกาะ(
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(
บันเทิง และท่องเที่ยวเชิงเกษตร
สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ(
แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์(
ฟาร์ม, ไร่, สวน, สวนสาธารณะ และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(
สปาเพื่อสุขภาพ
สปาเพื่อสุขภาพ(
บทความท่องเที่ยว, สูตรอาหาร
รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร(