ถ้ำนางสิบสอง

Rating: 2.6/5 (14 votes)
สถานที่ท่องเที่ยวฉะเชิงเทรา
สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย
วันเปิดทำการ: เปิดทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08:00 – 17:00 น.
ถ้ำนางสิบสอง คือหนึ่งในพิกัด “Unseen เชิงวัฒนธรรม” ของจังหวัดฉะเชิงเทราที่คนรักตำนานพื้นบ้านและเรื่องเล่าท้องถิ่นมักตั้งใจมาหา เพราะแม้ภาพที่เห็นในปัจจุบันจะไม่ใช่ถ้ำกว้างใหญ่แบบถ้ำท่องเที่ยวทั่วไป แต่เป็นโพรงศิลาแลงและบ่อน้ำลึกที่ชุมชนเล่าขานกันมานานจนกลายเป็นสัญลักษณ์ของพื้นที่ บ้านหินดาษ ตำบลดงน้อย อำเภอราชสาส์น เสน่ห์ของที่นี่ไม่ใช่ความหวือหวา ไม่ใช่กิจกรรมจัดเต็มแบบแหล่งท่องเที่ยวเชิงพาณิชย์ แต่คือความรู้สึก “ลึกลับพอดี” ที่ทำให้คนอยากฟัง อยากถาม อยากยืนมองอยู่นาน ๆ และค่อย ๆ เชื่อมโยงสิ่งที่เห็นตรงหน้ากับเรื่องเล่าเรื่องหนึ่งที่เดินทางข้ามรุ่นมาถึงปัจจุบัน
ถ้ำนางสิบสองตั้งอยู่หมู่ที่ 14 บ้านหินดาษ ตำบลดงน้อย อำเภอราชสาส์น จังหวัดฉะเชิงเทรา และมักถูกพูดถึงว่าอยู่ใกล้หรืออยู่ติดกับ “วัดหินดาษ” ทำให้ทริปมาเยือนที่นี่มีมิติเชิงชุมชนและศรัทธาประกอบอยู่เสมอ คนจำนวนไม่น้อยเลือกเริ่มด้วยการเข้าไปในพื้นที่วัดอย่างสุภาพ สังเกตบรรยากาศเงียบ ๆ ของชุมชน จากนั้นจึงค่อยเดินไปยังจุดโพรงศิลาแลงที่เป็นหัวใจของเรื่องเล่า เพราะการจัดลำดับแบบนี้ทำให้การมาเยือนดู “เป็นธรรมชาติ” เข้ากับจังหวะของพื้นที่ และช่วยให้เราเข้าใจว่าทำไมสถานที่ที่ดูเรียบง่ายจึงมีคุณค่าทางความหมายมากกว่าที่คิด
สิ่งที่หลายคนสนใจเป็นอันดับแรกเมื่อมาถึงถ้ำนางสิบสอง คือ “บ่อน้ำศิลาแลง” ที่มีลักษณะเป็นโพรงลึกลงไปใต้ดิน ปากบ่อค่อนข้างแคบ โดยเรื่องเล่าที่ถ่ายทอดกันในชุมชนมักพูดตรงกันว่า น้ำในบ่อนี้เอ่ออยู่เกือบเต็มแทบตลอดเวลา และไม่มีใครระบุความลึกที่ชัดเจนได้ เพราะในมุมของคนท้องถิ่น บ่อน้ำไม่ได้เป็นเพียงแหล่งน้ำธรรมดา แต่เป็นพื้นที่ที่มีเรื่องเล่าห่อหุ้มอยู่ ทำให้คนให้ความเคารพและระมัดระวังเป็นพิเศษ ในบางช่วงยังมีการปรับสภาพบริเวณปากบ่อให้ปลอดภัยขึ้น เช่น การทำขอบหรือแนวกั้น เพื่อให้ผู้มาเยือนมองเห็นได้ชัดและลดความเสี่ยงจากการเข้าใกล้เกินไป
คำถามที่เกิดขึ้นบ่อยคือ “ทำไมเรียกว่าถ้ำทั้งที่เห็นเป็นบ่อ?” คำตอบของพื้นที่นี้อยู่ที่ภาษาของชุมชนและจินตนาการร่วมที่เกิดจากเรื่องเล่า เพราะในความทรงจำของคนท้องถิ่น มีการเล่าถึง “โพรง” ที่เคยกว้างกว่าในอดีต และเคยมีคนเชื่อว่าสามารถเดินทะลุไปยังจุดสำคัญอื่นได้ เมื่อเรื่องเล่าถูกส่งต่อซ้ำ ๆ คำว่า “ถ้ำ” จึงไม่ใช่คำอธิบายเชิงธรณีวิทยาอย่างเดียว แต่เป็นคำที่สะท้อน “สถานะทางวัฒนธรรม” ของพื้นที่ ว่าที่นี่คือพื้นที่ซึ่งมีความหมาย มีความลึกลับ และมีเรื่องให้เล่ามากพอที่จะทำให้ชื่อสถานที่ติดหูอยู่ได้ยาวนาน
ตำนานที่ทำให้ชื่อ “ถ้ำนางสิบสอง” ถูกพูดถึงมากที่สุด เชื่อมโยงกับวรรณคดีพื้นบ้านเรื่องพระรถเมรีและเรื่องเล่านางสิบสอง ซึ่งเป็นนิทานที่คนไทยจำนวนมากคุ้นชื่อ แม้รายละเอียดจะต่างกันไปตามการเล่าของแต่ละท้องถิ่น แต่แกนสำคัญที่ชุมชนบ้านหินดาษใช้เล่ามักพาเราไปสู่ภาพของ “นางสิบสอง” ที่ถูกกักขังไว้ และสถานที่แห่งนี้ถูกยกให้เป็นหนึ่งในฉากของเรื่องเล่านั้น การที่ตำนานฝังอยู่ในภูมิประเทศจริง ทำให้การมาเยือนถ้ำนางสิบสองไม่ต่างจากการเดินเข้าไปใน “ฉาก” ที่มีชีวิต เป็นพื้นที่ที่คนมองแล้วนึกถึงเรื่องเล่าทันที และยิ่งทำให้สถานที่ดูมีชั้นเชิงมากกว่าการเป็นหลุมหรือโพรงในธรรมชาติ
ความน่าสนใจของถ้ำนางสิบสองไม่ได้หยุดอยู่ที่ตัวบ่อ แต่ยังขยายไปถึงเครือข่ายของสถานที่ในความเชื่อท้องถิ่น โดยหนึ่งในจุดที่มักถูกเอ่ยถึงร่วมกันคือ “ลานพระรถชนไก่” ซึ่งชุมชนบางส่วนเชื่อมโยงว่าเป็นพื้นที่สำคัญในตำนานเดียวกัน และมีเรื่องเล่าว่าโพรงหรือบ่อสามารถเชื่อมไปถึงกันได้ แม้ในทางปฏิบัติผู้มาเยือนจะไม่ได้ “ทดลอง” หรือทำอะไรเสี่ยง ๆ กับโพรงดังกล่าว แต่การมีเรื่องเล่าประเภทนี้อยู่ ทำให้ทริปเที่ยวดงน้อยกลายเป็นทริปที่มีเนื้อหาให้เล่าต่อได้ง่ายมาก เพราะคุณไม่ได้เห็นแค่สถานที่ แต่ได้เห็น “วิธีที่ชุมชนทำให้สถานที่มีความหมาย” ผ่านการเล่าและการจดจำร่วม
อีกเรื่องเล่าที่ทำให้บ่อน้ำแห่งนี้ถูกพูดถึงเสมอ คือเหตุการณ์ที่ชาวบ้านเล่าว่าเคยมีวัวพลัดตกลงไปในบ่อจนเสียชีวิต ความกังวลเรื่องความปลอดภัยทำให้ชุมชนพยายามหาวิธี “ปิดบัง” หรือทำให้พื้นที่ไม่อันตราย โดยมีการเล่าว่าเคยนำต้นโพธิ์มาปลูกเพื่อบังปากบ่อ แต่สุดท้ายต้นโพธิ์กลับล้มลง ทำให้ปากบ่อกลับมาเปิดอีกครั้ง และภาพที่คนเห็นจึงกลายเป็นโพรงศิลาแลงที่เรียกกันติดปากว่า “ถ้ำนางสิบสอง” มาจนถึงทุกวันนี้ เรื่องเล่าลักษณะนี้สะท้อนสิ่งสำคัญของพื้นที่ชนบทไทย คือสถานที่หนึ่งอาจเป็นทั้ง “ธรรมชาติ” และ “ความทรงจำของชุมชน” ในเวลาเดียวกัน และความทรงจำนี้เองที่ทำให้คนยังอยากรักษา อยากเล่า และอยากพาคนอื่นมาดูด้วยตาตัวเอง
ในเชิงคุณค่าทางวัฒนธรรม ถ้ำนางสิบสองถูกมองว่าเป็นโบราณสถานหรือแหล่งเรียนรู้ของชุมชนที่ยังคงร่องรอยเรื่องเล่าไว้ชัดเจน และเป็นพื้นที่ที่ช่วยยืนยันว่า “ตำนาน” ไม่ได้อยู่แค่ในหนังสือ แต่สามารถผูกกับภูมิประเทศจริงได้อย่างแนบเนียน เมื่อเรามองสถานที่นี้แบบละเอียด เราจะเห็นว่าเสน่ห์ของมันเกิดจากการทับซ้อนกันของหลายชั้น ทั้งชั้นธรรมชาติ (ศิลาแลงและโพรง), ชั้นวิถี (การดูแลพื้นที่ให้ปลอดภัยขึ้น), และชั้นเรื่องเล่า (พระรถเมรี นางสิบสอง ลานพระรถชนไก่) ชั้นเหล่านี้ทำงานร่วมกันจนสถานที่เล็ก ๆ กลายเป็นจุดหมายที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวในฉะเชิงเทรา
การมาเที่ยวถ้ำนางสิบสองให้ “คุ้ม” ไม่ได้หมายถึงการทำกิจกรรมเยอะที่สุด แต่หมายถึงการวางจังหวะให้เหมาะกับสถานที่ที่มีความสงบเป็นทุนเดิม ช่วงเช้าเป็นช่วงที่อากาศมักสบาย แสงไม่แข็ง และคนไม่หนาแน่น ทำให้ถ่ายภาพได้ง่ายและเดินชมได้แบบไม่รีบ ส่วนช่วงบ่ายแก่จะให้แสงที่มีมิติ โดยเฉพาะถ้าคุณอยากได้ภาพที่เห็นพื้นผิวศิลาแลงชัด ๆ หรืออยากเก็บบรรยากาศชุมชนแบบนุ่มนวล สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงคือการมาในช่วงฝนใหม่ ๆ หากพื้นบริเวณปากบ่อชื้นหรือมีตะไคร่ เพราะแหล่งธรรมชาติที่มีความชื้นสูงมักลื่นได้ง่าย และความปลอดภัยต้องมาก่อนเสมอ
การเดินทาง หากเริ่มต้นจากตัวเมืองฉะเชิงเทรา สามารถวางแผนขับรถมุ่งหน้าเข้าสู่โซนอำเภอราชสาส์น จากนั้นเข้าสู่ตำบลดงน้อยและบ้านหินดาษ โดยจุดสังเกตที่ช่วยให้ไปง่ายคือพื้นที่วัดหินดาษ เพราะถ้ำนางสิบสองถูกกล่าวถึงว่าอยู่ใกล้กับวัด เมื่อขับรถมาถึงโซนชุมชนแล้วให้จอดในจุดที่เหมาะสมและเดินอย่างระมัดระวัง การมาแบบรถยนต์ส่วนตัวจะสะดวกที่สุดเพราะเป็นพื้นที่ชนบทที่ระบบขนส่งสาธารณะไม่ได้ถี่เหมือนในเมืองใหญ่ และการไปกลางวันช่วยให้ขับรถในซอยชุมชนได้ปลอดภัย มองทางได้ชัด และมีเวลาเดินชมแบบไม่เร่งรีบ
สิ่งสำคัญที่ทำให้ทริปนี้น่ารักและปลอดภัย คือการ “เคารพพื้นที่” เพราะถ้ำนางสิบสองไม่ใช่สถานที่ที่ออกแบบมาเพื่อการท่องเที่ยวแบบคนเยอะ ๆ แต่เป็นพื้นที่ในชุมชนที่ผู้คนยังใช้ชีวิตอยู่จริง ดังนั้นการไม่ส่งเสียงดัง การไม่ทิ้งขยะ การแต่งกายสุภาพหากต้องผ่านเขตวัด และการไม่ทำพฤติกรรมเสี่ยงบริเวณปากบ่อ เช่น ปีนขอบ ชะโงกลงไป หรือหย่อนสิ่งของลงไปในโพรง เป็นกติกาพื้นฐานที่ช่วยรักษาทั้งความปลอดภัยของผู้มาเยือนและความสงบของพื้นที่ได้ดีมาก หากพาเด็กเล็กไปด้วย ควรดูแลใกล้ชิดเป็นพิเศษ เพราะลักษณะสถานที่เป็นโพรงลึกที่ไม่เหมาะกับการเล่นซุกซน
ถ้าคุณอยากต่อยอดทริปให้มี “เรื่องเล่าครบชุด” แนวทางที่เข้ากับพื้นที่ดงน้อยคือการจัดทริปแบบค่อยเป็นค่อยไป เริ่มจากการแวะวัดหินดาษเพื่อซึมซับบรรยากาศชุมชน แล้วจึงไปดูถ้ำนางสิบสอง จากนั้นค่อยต่อไปยังลานพระรถชนไก่ ซึ่งถูกเล่าคู่กันในบริบทวรรณคดีท้องถิ่น วิธีนี้ทำให้ทริปมีความต่อเนื่องทางเนื้อหา เหมาะกับทั้งนักท่องเที่ยวสายวัฒนธรรม สายถ่ายภาพ และคนที่ชอบเดินทางแบบได้สาระโดยไม่ต้องเร่ง หากอยากเพิ่มความสบาย สามารถวางแผนกินข้าวในโซนราชสาส์นหรือร้านริมทางในเส้นทางกลับ เพื่อปิดทริปแบบเรียบง่ายแต่ครบ
ท้ายที่สุด ถ้ำนางสิบสองอาจเป็นสถานที่ที่ใช้เวลา “ไม่นาน” ในการดูด้วยตา แต่เป็นสถานที่ที่ใช้เวลา “นาน” ในการอยู่ในความทรงจำ เพราะเมื่อคุณได้ยืนอยู่ตรงหน้าโพรงศิลาแลงและบ่อน้ำลึก คุณจะเข้าใจทันทีว่าทำไมชุมชนจึงรักษาเรื่องเล่านี้ไว้ และทำไมชื่อถ้ำนางสิบสองจึงยังถูกเรียกซ้ำเรื่อย ๆ ข้ามยุคสมัย ในโลกที่ผู้คนเดินทางเร็วขึ้น สถานที่แบบนี้ทำหน้าที่เป็นจุดหยุดพักทางความรู้สึก ให้เราได้เดินช้าลง ฟังเรื่องเล่าให้จบ และกลับออกไปพร้อมความเข้าใจว่า “วัฒนธรรม” บางครั้งไม่ได้อยู่ในพิพิธภัณฑ์ แต่อยู่ในโพรงศิลาแลงเล็ก ๆ ที่ชุมชนช่วยกันเล่าให้มีชีวิตอยู่เสมอ
| ชื่อสถานที่ | ถ้ำนางสิบสอง |
| ที่ตั้ง | หมู่ที่ 14 บ้านหินดาษ ตำบลดงน้อย อำเภอราชสาส์น จังหวัดฉะเชิงเทรา |
| ที่อยู่ | หมู่ที่ 14 บ้านหินดาษ ตำบลดงน้อย อำเภอราชสาส์น จังหวัดฉะเชิงเทรา (โซนใกล้วัดหินดาษ) |
| สรุปสถานที่ | โพรงศิลาแลงและบ่อน้ำลึกในชุมชนบ้านหินดาษ ที่มีตำนานพื้นบ้าน “นางสิบสอง” เชื่อมโยงกับเรื่องพระรถเมรี เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม-เรื่องเล่าของอำเภอราชสาส์น |
| จุดเด่นของสถานที่ | บ่อศิลาแลงลึกและน้ำเอ่อเกือบเต็ม, บรรยากาศลึกลับแบบพอดี, เรื่องเล่าชุมชนเข้มข้น, เที่ยวคู่กับวัดหินดาษและลานพระรถชนไก่ได้ |
| สมัย/ยุค | ภูมิทัศน์วัฒนธรรมชุมชน (ตำนานพื้นบ้านสืบต่อหลายชั่วอายุคน) |
| หลักฐานสำคัญ | ตั้งอยู่ใกล้วัดหินดาษ บ้านหินดาษ หมู่ 14 และมีบ่อศิลาแลง/โพรงลึก เป็นแหล่งเรียนรู้เรื่องเล่าท้องถิ่น “นางสิบสอง” และความเชื่อเชื่อมโยงลานพระรถชนไก่ |
| ที่มาชื่อสถานที่ | ชื่อ “ถ้ำนางสิบสอง” ผูกกับตำนานพื้นบ้านเรื่องพระรถเมรีและเรื่องเล่านางสิบสองที่ชุมชนเล่าขานกันมา |
| การเดินทาง (สรุป) | รถยนต์ส่วนตัวสะดวกสุด มุ่งหน้าอำเภอราชสาส์น เข้าตำบลดงน้อย ไปบ้านหินดาษ โดยอ้างอิงจุดสังเกต “วัดหินดาษ” แล้วจอดและเดินเข้าจุดถ้ำนางสิบสองอย่างระมัดระวัง |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | พื้นที่ชุมชน/เขตวัดใกล้เคียงสำหรับแวะพัก, จุดจอดรถแบบเหมาะสมในโซนชุมชน, ควรพกน้ำดื่มและอุปกรณ์กันยุง |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณ) | 1) วัดหินดาษ (ประมาณ 1 กม.) 2) ลานพระรถชนไก่ (ประมาณ 8 กม.) 3) วัดเตาอิฐ (ญาณรังสี) (ประมาณ 12 กม.) 4) วัดสะแกงาม (ประมาณ 20 กม.) 5) วัดโสธรวรารามวรวิหาร (ประมาณ 35 กม.) |
| ร้านอาหารใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณ) | 1) ร้านอาหารสมคิดโภชนา (ประมาณ 10 กม.) โทร. 093-218-1094 2) บ้านนุ้ย คาเฟ่ (ประมาณ 12 กม.) โทร. 094-625-9439 3) ก๋วยเตี๋ยวเรืออยุธยา ราชสาส์น (ประมาณ 10 กม.) โทร. 090-927-3793 4) ก๋วยเตี๋ยวเจ๊ทิพย์ (ประมาณ 10 กม.) โทร. 081-890-1552 5) จงเจริญอาหารตามสั่ง (ประมาณ 11 กม.) โทร. 089-811-2761 |
| ที่พักใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณ) | 1) วาสาเฮ้าส์ (vasahouse) (ประมาณ 18 กม.) โทร. 099-452-6152 2) หลับเพลิน รีสอร์ท (luubplern resort) (ประมาณ 22 กม.) โทร. 082-242-0441 3) นันธนา รีสอร์ท (ประมาณ 25 กม.) โทร. 099-607-5398 4) ฮอลลีวูดบ้านนา (ที่พัก/โฮมสเตย์) (ประมาณ 20 กม.) โทร. 087-127-2923 5) สอนคาเฟ่ โฮมสเตย์ (son cafe homestay) (ประมาณ 26 กม.) โทร. 080-560-6465 |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในชุมชน (ควรเที่ยวด้วยความระมัดระวังและเคารพพื้นที่ชุมชน/เขตวัด) |
| เบอร์ติดต่อ (ยืนยันได้) | องค์การบริหารส่วนตำบลดงน้อย โทร. 0 3856 3200, 0 3856 3202 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: ถ้ำนางสิบสองอยู่ที่ไหน?
ตอบ: ถ้ำนางสิบสองตั้งอยู่หมู่ที่ 14 บ้านหินดาษ ตำบลดงน้อย อำเภอราชสาส์น จังหวัดฉะเชิงเทรา และอยู่ใกล้กับวัดหินดาษ
ถาม: ทำไมเรียก “ถ้ำ” ทั้งที่เห็นเป็นบ่อศิลาแลง?
ตอบ: เพราะชื่อสถานที่ผูกกับเรื่องเล่าชุมชนและตำนานพื้นบ้านที่เล่าถึงโพรงและความลึกของบ่อ จนคำว่า “ถ้ำ” กลายเป็นชื่อที่สื่อความหมายทางวัฒนธรรมมากกว่ารูปทรงทางธรณีวิทยาเพียงอย่างเดียว
ถาม: ควรไปเที่ยวช่วงไหนถึงจะเหมาะ?
ตอบ: ช่วงเช้าแดดอ่อนหรือบ่ายแก่เหมาะที่สุด เพราะอากาศสบายและถ่ายภาพได้ง่าย ควรหลีกเลี่ยงช่วงฝนใหม่ ๆ หากพื้นชื้นลื่นบริเวณใกล้ปากบ่อ
ถาม: ต้องเตรียมอะไรไปเป็นพิเศษ?
ตอบ: แนะนำรองเท้าที่เดินสบายและเกาะพื้นดี น้ำดื่ม หมวกหรือร่ม และยากันยุง รวมถึงแต่งกายสุภาพหากต้องผ่านเขตวัดหินดาษ
ถาม: มีข้อควรระวังเรื่องความปลอดภัยไหม?
ตอบ: ควรหลีกเลี่ยงการเข้าใกล้ปากบ่อมากเกินไป ไม่ปีนขอบ ไม่ชะโงกลงไป และดูแลเด็กเล็กใกล้ชิด เพราะเป็นโพรงลึกตามธรรมชาติที่มีความเสี่ยง
ถาม: ไปแล้วควรเที่ยวต่อที่ไหนให้คุ้ม?
ตอบ: นิยมจัดทริปคู่กับวัดหินดาษและลานพระรถชนไก่ เพราะมีเรื่องเล่าท้องถิ่นเชื่อมโยงกัน ทำให้ทริปได้ทั้งบรรยากาศชุมชนและมิติทางวัฒนธรรมในวันเดียว
แสดงความเห็น
| คำค้น (ขั้นสูง) |
Facebook Fanpage


หมวดหมู่:
กลุ่ม:
ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก
สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ และอนุสาวรีย์(
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(
พระราชวัง(
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(
พิพิธภัณฑ์(
บ้านโบราณ และเมืองโบราณ(
สถานที่ท่องเที่ยวเชิงวิชาการ
พิพิธภัณฑ์เพื่อการศึกษา(
ห้องสมุด(
ไร่ สวนเพื่อการศึกษา(
มหาวิทยาลัย
สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
วัด(
มัสยิด(
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(
โครงการในพระราชดำริ
โครงการหลวง(
วิถีชีวิต
หมู่บ้าน ชุมชน(
ตลาดท้องถิ่น(
ตลาดน้ำ(
อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตอนุรักษ์ทางทะเล(
ดอย และภูเขา(
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(
น้ำตก(
แม่น้ำลำคลอง(
อ่าว และชายหาด(
หมู่เกาะ(
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(
บันเทิง และท่องเที่ยวเชิงเกษตร
สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ(
แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์(
ฟาร์ม, ไร่, สวน, สวนสาธารณะ และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(
สปาเพื่อสุขภาพ
สปาเพื่อสุขภาพ(
บทความท่องเที่ยว, สูตรอาหาร
รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร(