ตำหนักกรมขุนมรุพงษ์ศิริพัฒน์

ตำหนักกรมขุนมรุพงษ์ศิริพัฒน์

ตำหนักกรมขุนมรุพงษ์ศิริพัฒน์
Rating: 2.6/5 (10 votes)
แผนที่ แผนที่ แผนที่ มีแผนที่ มีแผนที่ ไม่มีแผนที่ ไม่มีแผนที่

สถานที่ท่องเที่ยวฉะเชิงเทรา

สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย

วันเปิดทำการ: วันพุธ – วันอาทิตย์
เวลาเปิดทำการ: 09:00 – 16:00
 
ตำหนักกรมขุนมรุพงษ์ศิริพัฒน์ หรือ “จวนผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา (หลังเดิม)” คืออาคารประวัติศาสตร์ยุครัชกาลที่ 5 บนถนนมรุพงษ์ ใจกลางเมืองแปดริ้ว ที่เล่าเรื่อง “เมืองราชการริมบางปะกง” ได้ชัดที่สุด ทั้งบทบาทเดิมในฐานะเรือนที่ทำการ/บ้านพักข้าราชการระดับสูง การเป็นที่ประทับแรมของรัชกาลที่ 5 และการใช้เป็นพื้นที่รับรองพระบรมวงศานุวงศ์หลายยุคสมัย ปัจจุบันเปิดให้ชมในบทบาทพิพิธภัณฑ์เมืองฉะเชิงเทรา และเหมาะมากสำหรับทริปเดินเท้าเมืองเก่าแบบได้สาระและภาพสวยในวันเดียว
 
ตำหนักกรมขุนมรุพงษ์ศิริพัฒน์ (จวนผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา) คือหนึ่งในสถานที่ที่ทำให้คำว่า “ตึกเก่าเล่าเมือง” ของฉะเชิงเทราเป็นจริงแบบจับต้องได้ เพราะนี่ไม่ใช่อาคารเก่าที่สวยเพราะอายุเท่านั้น แต่เป็นอาคารที่ผ่านการใช้งานจริงในโครงสร้างรัฐสมัยใหม่ของสยามตั้งแต่ยุครัชกาลที่ 5 และยังถูกจดจำในฐานะสถานที่ซึ่ง “ผู้คนระดับเมือง” และ “ผู้คนระดับชาติ” เคยเดินทางมาบรรจบกัน ผ่านบทบาทของสมุหเทศาภิบาล การเสด็จประพาสของพระมหากษัตริย์ และพิธีการของราชการหัวเมืองอย่างต่อเนื่อง เมื่อยืนมองอาคารนี้ เรากำลังอ่านประวัติศาสตร์เมืองแปดริ้วผ่านพื้นที่จริง ไม่ใช่ผ่านตัวหนังสือเพียงอย่างเดียว
 
ตำหนักตั้งอยู่เลขที่ 297 ถนนมรุพงษ์ ตำบลหน้าเมือง อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา ในย่านที่ถือเป็นแกนกลางของเมืองเก่าฉะเชิงเทราอย่างแท้จริง เพราะถนนมรุพงษ์เชื่อมต่อทั้งย่านราชการดั้งเดิม ย่านชุมชนเก่า และแนวพื้นที่ริมน้ำที่ผูกพันกับแม่น้ำบางปะกงมานาน การมาถึงตำหนักจึงเหมือนเดินเข้าสู่ “หัวใจของเมือง” ที่เคยเป็นทั้งพื้นที่บริหารปกครองและพื้นที่ชีวิตประจำวันในเวลาเดียวกัน ทำเลเช่นนี้เองที่ทำให้ตำหนักหลังนี้ไม่ได้โดดเดี่ยว แต่สามารถต่อยอดเป็นทริปเดินเมืองเก่าได้ทันที ตั้งแต่ย่านตึกแถวเก่า ถนนพานิช ไปจนถึงแลนด์มาร์กศาสนาและวิถีชีวิตริมน้ำที่ทำให้แปดริ้วมีเสน่ห์เฉพาะตัว
 
คุณค่าของตำหนักเริ่มจาก “ความเป็นครั้งแรก” ในระดับจังหวัด เพราะตำหนักกรมขุนมรุพงษ์ศิริพัฒน์ถูกเล่าว่าเป็นการก่อสร้างบ้านพักข้าราชการครั้งแรกของจังหวัดฉะเชิงเทราในยุคที่รัฐกำลังปรับระบบการบริหารหัวเมืองให้เป็นมาตรฐานมากขึ้น นี่คือช่วงเวลาที่สยามกำลังเดินหน้าปฏิรูปประเทศอย่างจริงจัง ทั้งการจัดระเบียบกระทรวง ทบวง กรม การวางระบบมณฑลเทศาภิบาล และการยกระดับการบริหารยุติธรรมและการคลังให้เข้มแข็ง การมีเรือนพัก/ที่ทำการที่เหมาะสมสำหรับผู้บริหารหัวเมืองจึงไม่ใช่เรื่องฟุ่มเฟือย แต่เป็นสัญลักษณ์ของการสร้าง “รัฐสมัยใหม่” ให้มองเห็นได้จริงในภูมิทัศน์ของเมือง
 
เดิมตำหนักแห่งนี้เป็นบ้านพักของกรมขุนมรุพงษ์ศิริพัฒน์ ซึ่งดำรงตำแหน่งสมุหเทศาภิบาลมณฑลปราจีนบุรี บทบาทของสมุหเทศาภิบาลในยุคนั้นเปรียบได้กับผู้บริหารระดับสูงที่กำกับดูแลพื้นที่ขนาดใหญ่หลายเมือง จึงต้องมีสถานที่ปฏิบัติงาน รับรองแขกเมือง และเป็นศูนย์รวมพิธีการของราชการหัวเมือง การมีตำหนักในฉะเชิงเทราไม่เพียงสะท้อนความสำคัญของเมืองแปดริ้วในโครงสร้างมณฑลปราจีนบุรีเท่านั้น แต่ยังสะท้อนความสำคัญด้านยุทธศาสตร์และการคมนาคมของเมืองริมบางปะกงที่เชื่อมโลกการค้า การเดินทาง และการปกครองเข้าไว้ด้วยกัน
 
สิ่งที่ทำให้ตำหนักแห่งนี้มีน้ำหนักทางประวัติศาสตร์มากขึ้น คือการเกี่ยวข้องกับพระราชประวัติของพระมหากษัตริย์หลายรัชสมัย โดยมีเรื่องเล่าที่สำคัญว่า พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) เคยเสด็จประทับแรมที่ตำหนักแห่งนี้ในคราวเสด็จประพาสฉะเชิงเทราครั้งแรก และได้พระราชทานพระบรมฉายาลักษณ์พร้อมลายพระหัตถ์ความว่าเป็นที่ระลึกในการที่ได้มาพักประทับที่นี่อย่างผาสุก ระหว่างวันที่ 24 ถึง 29 มกราคม ร.ศ. 126 ข้อความเชิงพิธีการเช่นนี้มีความหมายมาก เพราะชี้ให้เห็นว่าพื้นที่แห่งนี้มิได้เป็นเพียงบ้านพักข้าราชการ แต่เป็น “สถานที่รับรองพระมหากษัตริย์” ที่สะท้อนความพร้อมของเมืองฉะเชิงเทราในฐานะเมืองสำคัญของภาคตะวันออกในยุคสมัยนั้น
 
หากขยายมุมมองไปให้กว้างขึ้น การเสด็จประพาสหัวเมืองของรัชกาลที่ 5 เป็นส่วนหนึ่งของการทำให้รัฐสมัยใหม่เชื่อมโยงกับหัวเมืองอย่างเป็นระบบ ทั้งเพื่อรับรู้สภาพบ้านเมือง สร้างความผูกพันระหว่างศูนย์กลางกับภูมิภาค และยืนยันอำนาจอธิปไตยของสยามในช่วงที่ภูมิรัฐศาสตร์กำลังผันผวน ตำหนักในฐานะที่ประทับแรมจึงมีนัยสำคัญเท่ากับการเป็น “เวทีของรัฐ” ที่ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างพระมหากษัตริย์ ข้าราชการ และผู้คนในเมืองเกิดขึ้นจริงในพื้นที่เดียว
 
นอกจากรัชกาลที่ 5 แล้ว ตำหนักแห่งนี้ยังถูกกล่าวถึงว่าเคยเป็นที่ประทับและทรงงานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เมื่อเสด็จเมืองฉะเชิงเทรา เรื่องเล่านี้ทำให้ตำหนักมีบทบาทต่อเนื่องยาวนานในฐานะสถานที่รับรองระดับสูงของจังหวัด และสะท้อนว่าฉะเชิงเทรายังคงรักษาบทบาทเมืองสำคัญทั้งด้านราชการ เศรษฐกิจ และสังคมเรื่อยมาจนถึงยุคใหม่
 
ในมิติทางสถาปัตยกรรม ตำหนักกรมขุนมรุพงษ์ศิริพัฒน์มักถูกมองว่าเป็นงานสถาปัตยกรรมแบบเรือนข้าราชการชั้นสูงในยุครัชกาลที่ 5 ที่ให้ความสำคัญกับความสง่างาม การจัดวางพื้นที่ตามพิธีการ และความเหมาะสมกับภูมิอากาศเขตร้อนชื้น แม้ผู้มาเยือนบางคนจะเน้นดูความสวยของรูปทรงภายนอก แต่หากตั้งใจสังเกตมากขึ้น จะเริ่มเห็นว่าองค์ประกอบหลายอย่างไม่ได้มีไว้เพื่อความงามเพียงอย่างเดียว แต่เป็น “คำตอบเชิงการใช้งาน” ของคนยุคนั้น เช่น ช่องเปิดที่ช่วยรับลม แนวกันสาดและชายคาที่ช่วยกันแดดกันฝน และการวางตัวอาคารให้สัมพันธ์กับทิศทางลมและสภาพพื้นที่ของเมืองริมน้ำ
 
การอ่านสถาปัตยกรรมของตำหนักให้สนุก ควรเริ่มจากการยืนห่างออกมาพอประมาณเพื่อมองภาพรวมทั้งหมดก่อน แล้วค่อยเดินเข้าใกล้เพื่อสังเกตรายละเอียดทีละจุด การมองแบบนี้ทำให้เราเห็นลำดับชั้นของพื้นที่ว่าด้านใดคือด้านรับรอง ด้านใดคือด้านใช้งาน และเส้นสายใดที่ถูกใช้เพื่อสื่อสารความเป็นทางการของรัฐโดยไม่ต้องมีคำอธิบายมากมาย เมื่อเชื่อมสิ่งที่เห็นกับเรื่องเล่าประวัติศาสตร์ เราจะเข้าใจว่าทำไมอาคารประเภทตำหนักหรือจวนผู้ว่าฯ จึงเป็นมากกว่าบ้านหลังใหญ่ แต่เป็นเครื่องมือทางสังคมและการเมืองที่ทำให้ “ระเบียบ” ของรัฐมองเห็นได้ในชีวิตจริง
 
ตำหนักยังน่าสนใจในฐานะภาพสะท้อนของการเปลี่ยนผ่านบทบาทอาคารราชการในเมืองไทย เพราะในหลายจังหวัด อาคารที่เคยเป็นจวนหรือที่ทำการสำคัญในอดีตมักถูกปรับใช้ให้เข้ากับยุคสมัยใหม่ เช่น เป็นพิพิธภัณฑ์เมือง ศูนย์เรียนรู้ หรือพื้นที่จัดกิจกรรมวัฒนธรรม เพื่อให้มรดกสถาปัตยกรรมมีชีวิตอยู่ได้จริง ตำหนักกรมขุนมรุพงษ์ศิริพัฒน์เองก็มีการใช้งานในบทบาทพื้นที่เรียนรู้ของเมือง ทำให้ผู้มาเยือนได้ทั้งประสบการณ์การชมอาคารและการทำความเข้าใจภาพรวมของฉะเชิงเทราในมิติที่ลึกกว่า “มาไหว้พระแล้วกลับ”
 
หากมองในมุมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ตำหนักแห่งนี้ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวหลายกลุ่ม กลุ่มแรกคือคนที่ชอบเรื่องเล่าประวัติศาสตร์สยามยุคปฏิรูปประเทศ เพราะตำหนักเกี่ยวข้องโดยตรงกับโครงสร้างมณฑลเทศาภิบาลและการเสด็จประพาสของรัชกาลที่ 5 ซึ่งเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของรัฐสมัยใหม่ กลุ่มที่สองคือคนที่ชอบถ่ายภาพเมืองเก่าและสถาปัตยกรรม เพราะตำหนักให้ทั้งภาพแบบทางการ สง่างาม และมีรายละเอียดที่เล่นกับแสงเงาได้ดี กลุ่มที่สามคือคนที่อยากทำทริปสั้น ๆ ในตัวเมืองฉะเชิงเทรา เพราะตำหนักตั้งอยู่ในย่านที่ต่อยอดไปจุดอื่นได้ง่ายมาก ไม่ต้องขับรถวนหลายรอบ และสามารถจัดเป็นเส้นทางเดินหรือขับสั้น ๆ ได้ในวันเดียว
 
ช่วงเวลาที่เหมาะกับการมาคือช่วงเช้าและช่วงบ่ายแก่ ๆ เพราะแสงจะนุ่มและให้มิติของสถาปัตยกรรมชัดกว่า แสงเช้าช่วยให้ผิวอาคารดูสะอาดตาและเห็นรายละเอียดได้ดี ขณะที่ช่วงเย็นเงาจะยาวขึ้นและทำให้เส้นสายขององค์ประกอบภายนอกเด่นขึ้น นักท่องเที่ยวสายภาพควรลองถ่ายทั้งภาพกว้างที่เก็บความสมมาตรและภาพเจาะรายละเอียด เช่น กรอบหน้าต่าง ลายไม้ เส้นคิ้วปูน หรือจังหวะช่องเปิด เพราะทั้งหมดเป็นภาษาทางสถาปัตยกรรมที่สื่อถึงยุคสมัยได้ดีมาก
 
เมื่อมาเยือนตำหนัก สิ่งหนึ่งที่ทำให้ทริป “คุ้ม” คือการเชื่อมตำหนักเข้ากับเครือข่ายสถานที่สำคัญรอบ ๆ ถนนมรุพงษ์และย่านเมืองเก่า เพราะในรัศมีไม่ไกล คุณสามารถไปต่อยังอาคารประวัติศาสตร์อื่นได้ทันที เช่น ศาลมณฑลเก่า ย่านตึกแถวเก่า ถนนพานิช หรือทางเดินริมน้ำบางปะกง การจัดทริปแบบนี้ทำให้เราเห็นเมืองในหลายเลเยอร์ ตั้งแต่รัฐและราชการ ไปจนถึงการค้าและชีวิตชุมชน แล้วปิดท้ายด้วยบรรยากาศริมแม่น้ำซึ่งเป็นตัวตนของฉะเชิงเทราอย่างแท้จริง
 
ในเชิงความหมาย ตำหนักกรมขุนมรุพงษ์ศิริพัฒน์ทำให้เราเห็นว่าประวัติศาสตร์ไม่ได้อยู่ไกลตัว หากแต่อยู่ในสถานที่ที่เราเดินผ่านได้ทุกวัน เมืองแปดริ้วในสายตาหลายคนอาจเป็นเมืองทางผ่านหรือเมืองไหว้พระ แต่เมื่อเราเริ่มอ่านเมืองผ่านอาคารอย่างตำหนัก เราจะเห็นภาพเมืองที่ซับซ้อนขึ้น เห็นบทบาทของฉะเชิงเทราในระบบมณฑล เห็นร่องรอยการปฏิรูปประเทศ และเห็นความต่อเนื่องของราชการหัวเมืองในศตวรรษที่ผ่านมา ความรู้สึกแบบนี้คือหัวใจของการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่แท้จริง เพราะทำให้ผู้มาเยือนกลับไปพร้อมความเข้าใจ ไม่ใช่กลับไปพร้อมรูปถ่ายอย่างเดียว
 
การเดินทาง หากขับรถจากกรุงเทพฯ สามารถใช้มอเตอร์เวย์หมายเลข 7 หรือถนนบางนา–ตราด แล้วตัดเข้าสู่ตัวเมืองฉะเชิงเทรา จากนั้นมุ่งสู่ถนนมรุพงษ์ในย่านหน้าเมืองซึ่งเป็นโซนเมืองเก่าและย่านราชการดั้งเดิม ตำหนักตั้งอยู่บนถนนสายนี้โดยสามารถสังเกตป้ายและแนวอาคารราชการสำคัญในละแวกเดียวกัน หากเดินทางโดยรถไฟ ให้ลงสถานีชุมทางฉะเชิงเทรา แล้วต่อรถรับจ้าง/แท็กซี่เข้าสู่ถนนมรุพงษ์ ใช้เวลาไม่นาน หากใช้รถตู้หรือรถโดยสาร ให้ลงในตัวเมืองแล้วต่อรถรับจ้างไปถนนมรุพงษ์เช่นกัน ข้อดีคือเมื่อมาถึงย่านนี้แล้ว สามารถเดินต่อไปยังจุดเที่ยวเมืองเก่าอื่น ๆ ได้สะดวกมาก
 
การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในพื้นที่ที่ยังมีการใช้งานจริง ต้องอาศัยความเคารพสถานที่เป็นพิเศษ ควรใช้เสียงอย่างเหมาะสม แต่งกายสุภาพ รักษาความสะอาด และหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการกระทบกระเทือนอาคารหรือการทำงานของเจ้าหน้าที่ หากต้องการถ่ายภาพบุคคลหรือพื้นที่ที่มีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน ควรขออนุญาตก่อนเสมอ แนวปฏิบัติเล็ก ๆ เหล่านี้ช่วยให้สถานที่ประวัติศาสตร์สามารถเป็นทั้งพื้นที่เรียนรู้และพื้นที่ของเมืองได้อย่างยั่งยืน
 
ท้ายที่สุด ตำหนักกรมขุนมรุพงษ์ศิริพัฒน์คือสถานที่ที่ทำให้เราเข้าใจฉะเชิงเทราในฐานะเมืองที่มีตัวตนทางประวัติศาสตร์ชัดเจน เมืองที่ไม่ได้มีเพียงศาสนสถาน แต่มีเรื่องเล่าการปกครอง การสร้างรัฐสมัยใหม่ และความทรงจำร่วมของผู้คนจำนวนมาก หากคุณอยากได้ทริปเมืองเก่าที่ทั้งถ่ายรูปสวยและได้สาระจริง ตำหนักแห่งนี้คือจุดเริ่มต้นที่เหมาะที่สุด เพราะเมื่อคุณเริ่มอ่านเมืองจากตรงนี้ คุณจะเห็นฉะเชิงเทราเปลี่ยนไปในสายตาทันที
 
ชื่อสถานที่ ตำหนักกรมขุนมรุพงษ์ศิริพัฒน์ (จวนผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา หลังเดิม / พิพิธภัณฑ์เมืองฉะเชิงเทรา)
ที่ตั้ง/ที่อยู่ 297 ถนนมรุพงษ์ ตำบลหน้าเมือง อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา จังหวัดฉะเชิงเทรา 24000
พิกัด (ละติจูด, ลองจิจูด) 13.6850339, 100.9658693
สรุปสถานที่ ตำหนัก/เรือนราชการยุครัชกาลที่ 5 ของสมุหเทศาภิบาลมณฑลปราจีนบุรี มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์จากการเป็นสถานที่รับรองระดับสูง และเป็นหนึ่งในจุดเรียนรู้เมืองเก่าฉะเชิงเทราที่เชื่อมโยงเรื่องเล่ารัฐสมัยใหม่กับวิถีเมืองริมบางปะกง
จุดเด่นของสถานที่ เรือนประวัติศาสตร์ยุครัชกาลที่ 5 ในย่านเมืองเก่า, เรื่องเล่าการเป็นบ้านพักสมุหเทศาภิบาลมณฑลปราจีนบุรี, เชื่อมโยงการเสด็จประพาสและการรับรองระดับสูง, ทำเลถ่ายภาพสถาปัตยกรรมสวยบนถนนมรุพงษ์, วางทริปเดินเมืองเก่า–ริมน้ำได้ในวันเดียว
ประวัติ/ช่วงเวลา สร้างในรัชกาลที่ 5 เดิมเป็นบ้านพักของกรมขุนมรุพงษ์ศิริพัฒน์ สมุหเทศาภิบาลมณฑลปราจีนบุรี และมีเรื่องเล่าการเป็นที่ประทับแรมของรัชกาลที่ 5 ช่วงวันที่ 24–29 มกราคม ร.ศ. 126 ต่อมามีบทบาทรับรอง/ใช้เป็นสถานที่สำคัญของจังหวัด และในยุคปัจจุบันเปิดในบทบาทพื้นที่เรียนรู้เมือง (พิพิธภัณฑ์เมืองฉะเชิงเทรา)
หลักฐาน/ข้อมูลสำคัญ มีการเผยแพร่ข้อมูลสถานที่ในฐานะพิพิธภัณฑ์เมืองฉะเชิงเทรา พร้อมข้อมูลวัน–เวลาเปิดทำการ และข้อมูลพิกัดที่ใช้อ้างอิงนำทางได้
ที่มาชื่อ/บริบทชื่อ คำว่า “มรุพงษ์” เชื่อมโยงกับพระนามของกรมขุนมรุพงษ์ศิริพัฒน์ในฐานะผู้บริหารมณฑลและผู้เกี่ยวข้องกับพื้นที่ ส่วนคำว่า “จวนผู้ว่าฯ หลังเดิม” สื่อบทบาทการใช้งานในฐานะที่พัก/สถานที่รับรองของจังหวัดในช่วงเวลาต่อมา
วิธีการเดินทาง รถยนต์ส่วนตัว: จากกรุงเทพฯ ใช้มอเตอร์เวย์ 7 หรือเส้นบางนา–ตราด แล้วเข้าสู่ตัวเมืองฉะเชิงเทรา มุ่งถนนมรุพงษ์; รถไฟ: ลงสถานีชุมทางฉะเชิงเทรา แล้วต่อรถรับจ้าง/แท็กซี่ไปถนนมรุพงษ์; รถตู้/รถโดยสาร: ลงในตัวเมืองแล้วต่อรถรับจ้างมายังถนนมรุพงษ์ จากนั้นเดินต่อจุดเมืองเก่าได้สะดวก
สถานะปัจจุบัน เปิดเป็นพื้นที่เรียนรู้เมือง (พิพิธภัณฑ์เมืองฉะเชิงเทรา) ตามวัน–เวลาเปิดทำการ และสามารถเดินชมบรรยากาศภายนอกในย่านเมืองเก่าได้
เบอร์โทรติดต่อ 0-3851-2520
ค่าบริการ ไม่เสียค่าเข้าชม
สิ่งอำนวยความสะดวก ลาน/พื้นที่เดินชม, จุดถ่ายภาพอาคารประวัติศาสตร์, ทำเลใกล้แหล่งกินเที่ยวในตัวเมือง (ควรเตรียมน้ำดื่ม/ร่มในช่วงกลางวัน)
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณ) 1) ศาลมณฑลปราจีนบุรี (พุทธสมาคมฉะเชิงเทรา) – 0.6 กม.
2) ถนนพานิช (ย่านตึกแถวเก่า) – 0.9 กม.
3) หอนาฬิกาและทางเดินริมน้ำบางปะกง – 1.2 กม.
4) ตลาดท่าไข่ – 1.6 กม.
5) ตลาดบ้านใหม่ 100 ปี – 2.5 กม.
6) วัดจีนประชาสโมสร (วัดเล่งฮกยี่) – 3.2 กม.
7) วัดโสธรวรารามวรวิหาร – 3.8 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณ + เบอร์โทร) 1) ประดิษฐ์โภชนา – 1.6 กม. – 0-3851-1246
2) ร้านกุ้งนาง – 3.0 กม. – 0-3851-3414
3) บ้านเบญฯ – 4.5 กม. – 061-785-4124
4) ครัวแม่ส้มเกลี้ยงริมแม่น้ำบางปะกง – 12.0 กม. – 094-681-6636
5) ร้านอาหารแพเคียงน้ำ – 20.0 กม. – 0-3857-4444
ที่พักใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณ + เบอร์โทร) 1) Heaven Hotel Chachoengsao – 4.0 กม. – 038-511-150
2) JK Living Hotel & Service Apartment – 4.5 กม. – 092-742-9929
3) Morocc Hotel Chachoengsao – 6.0 กม. – 084-008-0004
4) The Wish Hotel & Condo – 7.0 กม. – 088-521-5234
5) Suntara Wellness Resort & Hotel – 14.0 กม. – 033-590-250
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: ตำหนักกรมขุนมรุพงษ์ศิริพัฒน์อยู่ที่ไหน?
ตอบ: อยู่เลขที่ 297 ถนนมรุพงษ์ ตำบลหน้าเมือง อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา จังหวัดฉะเชิงเทรา ใจกลางย่านเมืองเก่าของแปดริ้ว
 
ถาม: ทำไมตำหนักแห่งนี้จึงสำคัญทางประวัติศาสตร์?
ตอบ: เพราะสร้างในรัชกาลที่ 5 เป็นบ้านพักของผู้บริหารมณฑลปราจีนบุรี และมีเรื่องเล่าเกี่ยวข้องกับการรับรองระดับสูงของจังหวัด รวมถึงการเสด็จประพาสในยุคปฏิรูปประเทศ
 
ถาม: เปิดให้เข้าชมวันไหนและเวลาใด?
ตอบ: เปิดวันพุธถึงวันอาทิตย์ เวลา 09:00 – 16:00 และไม่เสียค่าเข้าชม
 
ถาม: ควรใช้เวลาเที่ยวที่นี่นานแค่ไหนถึงจะกำลังดี?
ตอบ: หากเน้นชมอาคารและเก็บภาพ แนะนำ 45–90 นาที และสามารถต่อยอดเป็นทริปเดินเมืองเก่าได้ทั้งครึ่งวันถึงหนึ่งวัน
 
ถาม: ช่วงเวลาไหนเหมาะกับการถ่ายภาพที่สุด?
ตอบ: ช่วงเช้าและช่วงบ่ายแก่ ๆ เพราะแสงนุ่มและเงาช่วยขับมิติของสถาปัตยกรรมให้เด่นขึ้น
 
ถาม: เที่ยวตำหนักแล้วไปไหนต่อได้บ้าง?
ตอบ: ไปต่อได้สะดวก เช่น ศาลมณฑลปราจีนบุรี ถนนพานิช หอนาฬิกาและทางเดินริมน้ำบางปะกง ตลาดท่าไข่ ตลาดบ้านใหม่ 100 ปี วัดเล่งฮกยี่ และวัดโสธรวรารามวรวิหาร
 
ถาม: ถ้าเดินทางด้วยรถไฟไปได้ไหม?
ตอบ: ไปได้ โดยลงสถานีชุมทางฉะเชิงเทรา แล้วต่อรถรับจ้างหรือแท็กซี่มายังถนนมรุพงษ์ ใช้เวลาไม่นาน
แผนที่ ตำหนักกรมขุนมรุพงษ์ศิริพัฒน์ แผนที่ตำหนักกรมขุนมรุพงษ์ศิริพัฒน์
พระราชวัง กลุ่ม: พระราชวัง
คำค้น คำค้น: ตำหนักกรมขุนมรุพงษ์ศิริพัฒน์ตำหนักกรมขุนมรุพงษ์ศิริพัฒน์ จวนผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา พิพิธภัณฑ์เมืองฉะเชิงเทรา ถนนมรุพงษ์ ที่เที่ยวฉะเชิงเทรา เมืองเก่าฉะเชิงเทรา เที่ยวแปดริ้ว ที่เที่ยวประวัติศาสตร์ฉะเชิงเทรา ที่เที่ยวเชิงวัฒนธรรมฉะเชิงเทรา ถ่ายรูปตึกเก่าฉะเชิงเทรา
ปรับปรุงล่าสุด ปรับปรุงล่าสุด: 1 เดือนที่แล้ว


แสดงความเห็น

แสดงความเห็น




คำค้น (ขั้นสูง)
     
Email :
  รหัสผ่าน :
  สมัครสมาชิก | ลืมรหัสผ่าน
 

 

ภูมิภาค ภูมิภาคhttps://www.lovethailand.org/

https://www.lovethailand.org/อ.เมืองฉะเชิงเทรา(31)

https://www.lovethailand.org/อ.บางคล้า(28)

https://www.lovethailand.org/อ.บางน้ำเปรี้ยว(8)

https://www.lovethailand.org/อ.บางปะกง(15)

https://www.lovethailand.org/อ.บ้านโพธิ์(11)

https://www.lovethailand.org/อ.พนมสารคาม(6)

https://www.lovethailand.org/อ.ราชสาส์น(3)

https://www.lovethailand.org/อ.สนามชัยเขต(10)

https://www.lovethailand.org/อ.แปลงยาว(4)

https://www.lovethailand.org/อ.ท่าตะเกียบ(5)

https://www.lovethailand.org/อ.คลองเขื่อน(7)