วัดสายชล ณ รังษี
Rating: 3.3/5 (12 votes)
สถานที่ท่องเที่ยวฉะเชิงเทรา
สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย
วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 07:00 – 17:00
วัดสายชล ณ รังษี (วัดแหลมบน) จังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นวัดเก่าในตำบลบ้านใหม่ อำเภอเมือง ที่มีเสน่ห์เฉพาะตัวจากการผสาน “ศรัทธา ศิลปกรรม และร่องรอยการศึกษาชุมชน” ไว้ในพื้นที่เดียวกันอย่างเป็นธรรมชาติ วัดแห่งนี้สร้างขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 3) และได้รับอิทธิพลรูปแบบสถาปัตยกรรมจากวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ทำให้บรรยากาศโดยรวมมีความเป็นระเบียบ สง่า และให้ความรู้สึกแบบวัดเก่าในยุครัตนโกสินทร์ตอนต้นที่ “ดูนิ่ง แต่มีรายละเอียดให้ค่อย ๆ อ่าน” เหมาะกับคนที่อยากเที่ยวฉะเชิงเทราแบบได้ทั้งบุญและความรู้ ใช้เวลาเดินชมประมาณ 1.5 – 2.5 ชั่วโมง หากตั้งใจดูงานช่างและอาคารไม้ให้ครบ
สิ่งที่ทำให้การมาเยือนวัดสายชล ณ รังษี “ต่างจากการแวะไหว้พระทั่วไป” คือวัดนี้ไม่ได้เด่นแค่การสักการะ แต่เด่นในฐานะพื้นที่ที่สะท้อนพัฒนาการของชุมชนบ้านใหม่ด้วย ถ้ามองให้ลึก วัดในชุมชนไทยไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเพียงศาสนสถาน แต่เป็นพื้นที่กลางที่เชื่อมผู้คนเข้ากับการเรียนรู้ วัฒนธรรม และระเบียบชีวิตร่วมกัน วัดสายชล ณ รังษีเป็นตัวอย่างที่อ่านได้ชัด เพราะยังมีอาคารไม้เก่าที่เกี่ยวข้องกับโรงเรียนของวัดหลงเหลืออยู่ ทำให้การเดินชมวัดครั้งนี้ไม่ใช่แค่เดินดูอุโบสถแล้วกลับ แต่เป็นการเดินผ่าน “ชั้นเวลาของชุมชน” ที่ยังจับต้องได้จริง
ชื่อเดิมของวัดคือ “วัดแหลมบน” ชื่อที่บอกภูมิประเทศและความเป็นชุมชนริมน้ำแบบไทยอย่างตรงไปตรงมา เมื่อเวลาผ่านไป วัดได้รับการเรียกขานด้วยชื่อ “วัดสายชล ณ รังษี” ซึ่งยังคงกลิ่นอายความเกี่ยวพันกับสายน้ำและภูมิทัศน์ของเมืองแปดริ้วไว้ในถ้อยคำ ชื่อทั้งสองทำหน้าที่คล้ายบันทึกความทรงจำของพื้นที่ คือบอกทั้งที่มาและอารมณ์ของสถานที่ไปพร้อมกัน โดยไม่จำเป็นต้องมีคำอธิบายยาว ๆ แค่ได้ยินชื่อก็พอจะเห็นภาพของวัดที่อยู่กับชุมชนและสายน้ำได้ทันที
ความโดดเด่นด้านสถาปัตยกรรมของวัดนี้เริ่มต้นที่ “พระอุโบสถ” ซึ่งได้รับอิทธิพลรูปแบบจากวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ทำให้ภาพรวมของงานช่างมีความเป็นแบบแผน สัดส่วนคม และให้ความรู้สึกสง่างามแบบช่างหลวง จุดที่คนรักงานไม้และงานศิลป์มักหยุดดูนานคือองค์ประกอบประดับต่าง ๆ โดยเฉพาะส่วนหน้าบัน ช่อฟ้า และใบระกา ซึ่งเป็นงานไม้สักลงรักและตกแต่งอย่างประณีต รายละเอียดประเภทนี้มักไม่ดึงดูดคนที่รีบ ๆ แต่จะถูกใจคนที่ชอบเดินช้า ๆ แล้ว “อ่านงานช่าง” ด้วยสายตา เพราะยิ่งมองใกล้ ยิ่งเห็นความตั้งใจของช่างที่ทำให้วัดดูนิ่งแต่มีมิติ
เมื่อก้าวเข้าไปด้านในพระอุโบสถ บรรยากาศจะเปลี่ยนเป็นอีกโลกหนึ่ง คือโลกของ “จิตรกรรมฝาผนัง” ที่เล่าเรื่องราวพุทธประวัติ การดูภาพพุทธประวัติให้สนุกไม่จำเป็นต้องเป็นนักวิชาการ แค่ตั้งใจสังเกตว่าภาพกำลังเล่าเหตุการณ์ใด ตัวละครใดอยู่ตรงไหน และจังหวะของภาพพาเราเดินสายตาไปทางใด ภาพประเภทนี้มักทำหน้าที่เหมือนการสอนธรรมะผ่านภาพในยุคที่คนยังเข้าถึงหนังสือได้ไม่เท่าปัจจุบัน ดังนั้นการมีจิตรกรรมฝาผนังในอุโบสถจึงไม่ใช่แค่ความสวยงาม แต่เป็นหลักฐานว่าพื้นที่แห่งนี้เคยทำหน้าที่เป็น “พื้นที่เรียนรู้” ของชุมชนมานาน
เสน่ห์ของวัดสายชล ณ รังษีไม่ได้หยุดอยู่แค่อุโบสถ เพราะอีกชั้นความน่าสนใจคือ “กลุ่มอาคารไม้” ที่เกี่ยวข้องกับประวัติการศึกษาในวัด วัดไทยจำนวนมากในอดีตเป็นศูนย์กลางการเรียน โดยเฉพาะช่วงที่โรงเรียนของรัฐเริ่มขยายตัวไปในระดับตำบล วัดสายชล ณ รังษีมีหลักฐานชัดจากอาคารโรงเรียนของวัดที่สร้างด้วยไม้ใน พ.ศ. 2481 ซึ่งถือเป็นโรงเรียนแห่งแรกที่ตั้งอย่างเป็นทางการในพื้นที่ในชื่อแนวประชาบาล ความพิเศษของอาคารเรียนยุคนั้นคือแนวคิดที่เน้นประโยชน์ใช้สอยจริง เริ่มสร้างชั้นบนก่อน ส่วนชั้นล่างเป็นใต้ถุนตามข้อจำกัดงบประมาณและการใช้งานในสภาพแวดล้อมชุมชน ก่อนจะได้รับงบประมาณต่อเติมชั้นล่างให้แล้วเสร็จใน พ.ศ. 2494 ร่องรอยวิธีคิดแบบนี้ทำให้อาคารไม่ได้เป็นแค่ของเก่า แต่เป็น “คำตอบของยุคสมัย” ว่าคนท้องถิ่นพยายามสร้างโอกาสทางการศึกษาอย่างไรภายใต้ทรัพยากรที่มี
นอกจากอาคารโรงเรียนในกลุ่มเดียวกัน ยังมีอาคารอีกหลังที่มีคุณค่าแก่การอนุรักษ์อย่างเด่นชัด คืออาคารโรงเรียนพระปริยัติธรรมเก่า ซึ่งเป็นอาคารไม้สักทั้งหลัง รูปทรงสถาปัตยกรรมแบบโคโลเนียล และเป็นอาคาร 2 ชั้น รายละเอียดที่ทำให้คนชอบงานไม้ “หยุดมองนาน” คือชายคาที่ประดับลวดลายไม้ฉลุอย่างวิจิตร งานฉลุประเภทนี้ต้องอาศัยทั้งทักษะและเวลา เพราะเป็นงานที่ผิดพลาดยากและต้องคุมลายให้สมดุล เมื่อมาเห็นด้วยตา จะเข้าใจทันทีว่าทำไมอาคารไม้แบบนี้จึงควรถูกดูแลให้ดี เพราะมันคือทั้งงานช่างและประวัติศาสตร์การศึกษาในคราวเดียวกัน
ถ้าคุณตั้งใจมาเพื่อเที่ยวเชิงวัฒนธรรม แนะนำให้จัดจังหวะการเดินชมแบบ “ค่อยเป็นค่อยไป” เริ่มจากการไหว้พระและสำรวมใจก่อน จากนั้นจึงค่อย ๆ เดินดูรายละเอียดสถาปัตยกรรมภายนอกอุโบสถ แล้วจึงเข้าไปชมจิตรกรรมฝาผนังด้านใน เมื่อออกจากอุโบสถ ค่อยต่อไปยังกลุ่มอาคารไม้และอาคารเรียนเก่า การเดินแบบนี้ทำให้คุณไม่พลาดหัวใจของวัด เพราะวัดสายชล ณ รังษีไม่ได้เด่นด้วยความใหญ่โต แต่เด่นด้วย “ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งปลูกสร้าง” ที่เล่าเรื่องชุมชนได้ครบ ตั้งแต่งานศิลป์ งานช่าง ไปจนถึงการศึกษาของคนท้องถิ่น
ในมุมของการถ่ายภาพ วัดสายชล ณ รังษีเหมาะกับภาพแนวสถาปัตยกรรมและภาพเล่าเรื่องมากกว่าภาพแฟชั่น ภายนอกอุโบสถจะได้ภาพที่เน้นเส้นและสัดส่วน ส่วนอาคารไม้จะได้ภาพที่มีบรรยากาศย้อนเวลา โดยเฉพาะช่วงเช้าที่แสงนุ่มจะช่วยให้ลายไม้และรายละเอียดชายคาดูชัดขึ้นโดยไม่แข็งเกินไป และช่วงบ่ายแก่ ๆ จะให้โทนอุ่นที่เหมาะกับภาพอาคารไม้สไตล์โคโลเนียล สิ่งสำคัญคือควรถ่ายอย่างสำรวม ไม่รบกวนผู้ที่มาทำบุญ และหลีกเลี่ยงการยืนขวางพื้นที่สักการะ
การมาเยือนวัดในเมืองและชุมชนที่ยังใช้งานอยู่ทุกวันควรให้ความสำคัญกับมารยาทพื้นฐาน แต่งกายสุภาพ งดเสื้อสายเดี่ยว กางเกง/กระโปรงสั้น งดส่งเสียงดังในเขตอุโบสถ และถอดรองเท้าก่อนเข้าพื้นที่ที่กำหนด หากมีผู้สูงอายุหรือผู้มาปฏิบัติธรรมอยู่ในบริเวณเดียวกัน การเดินช้าลงอีกนิดจะทำให้คุณสัมผัสความสงบของวัดได้ชัดขึ้น และยังเป็นการให้เกียรติสถานที่อย่างเหมาะสม
การเดินทาง วัดสายชล ณ รังษี ตั้งอยู่ในตำบลบ้านใหม่ อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวได้สะดวก โดยปักหมุดชื่อวัดในแผนที่แล้วเข้าพื้นที่ตำบลบ้านใหม่ หากเดินทางด้วยรถไฟหรือรถตู้ สามารถมาลงในเขตตัวเมืองฉะเชิงเทรา แล้วต่อรถในพื้นที่ไปยังวัดได้ตามความเหมาะสม ช่วงวันหยุดและเทศกาลอาจมีการจราจรหนาแน่นในบางช่วง ควรเผื่อเวลาเพื่อให้การไหว้พระและเดินชมอาคารไม้เป็นไปแบบไม่รีบเร่ง
หากอยากจัดทริปให้คุ้มในวันเดียว แนวทางที่ลงตัวคือเริ่มเช้าที่วัดสายชล ณ รังษีเพื่อซึมซับงานช่างและอาคารไม้ จากนั้นค่อยไปเดินตลาดบ้านใหม่ 100 ปีเพื่อสัมผัสวิถีเมืองเก่าริมน้ำ แล้วปิดท้ายด้วยการไปสักการะหลวงพ่อโสธรที่วัดโสธรวรารามวรวิหาร เส้นทางลักษณะนี้ทำให้ทริปฉะเชิงเทรามีทั้งมิติศิลปกรรม ประวัติชุมชน ของกิน และศรัทธาอยู่ในวันเดียวกันอย่างกลมกลืน
ท้ายที่สุด วัดสายชล ณ รังษีเป็นวัดที่ “ยิ่งดูยิ่งเห็น” เพราะความงามไม่ได้ตะโกนใส่สายตา แต่ซ่อนอยู่ในรายละเอียดของไม้สัก จิตรกรรม และอาคารเรียนเก่าที่เล่าเรื่องการศึกษาชุมชนอย่างเงียบ ๆ ถ้าคุณชอบเที่ยววัดแบบได้ทั้งบุญและสาระ ที่นี่คือจุดหมายที่ทำให้การเที่ยวเมืองแปดริ้วมีน้ำหนักขึ้นโดยไม่ต้องขับรถไกลออกนอกเมือง
| ชื่อสถานที่ | วัดสายชล ณ รังษี (วัดแหลมบน) |
| ที่อยู่ | 65 หมู่ 2 ถนน รพช.ฉช.3139 ตำบลบ้านใหม่ อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา จังหวัดฉะเชิงเทรา |
| สรุปสถานที่ | วัดเก่าสมัยรัชกาลที่ 3 ในชุมชนบ้านใหม่ เด่นทั้งงานสถาปัตยกรรมอิทธิพลวัดพระศรีรัตนศาสดาราม จิตรกรรมพุทธประวัติ และกลุ่มอาคารไม้/โรงเรียนเก่าที่สะท้อนบทบาทวัดกับการศึกษาชุมชน |
| จุดเด่นของสถานที่ | อุโบสถงานช่างรัตนโกสินทร์ตอนต้น, องค์ประกอบไม้สัก (ช่อฟ้า ใบระกา หน้าบัน), จิตรกรรมฝาผนังพุทธประวัติ, อาคารเรียนไม้ พ.ศ. 2481, อาคารไม้สักสไตล์โคโลเนียล 2 ชั้นที่มีลายไม้ฉลุชายคาอย่างวิจิตร |
| ยุคสมัย | สมัยรัชกาลที่ 3 (รัตนโกสินทร์ตอนต้น) |
| ผู้ดูแล/เจ้าอาวาส (ล่าสุด) | พระมหาวินัย กิตฺติปญฺโญ |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 07:00 – 17:00 |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดให้เข้าสักการะและเข้าชมได้ตามเวลาทำการ |
| ค่าธรรมเนียม | ไม่มีค่าธรรมเนียม (ทำบุญตามศรัทธา) |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | ลานจอดรถในบริเวณวัด, ห้องน้ำ, พื้นที่สักการะและเดินชมภายในวัด |
| เบอร์ติดต่อ | 087-480-1793 |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง พร้อมระยะทาง | 1) วัดโสธรวรารามวรวิหาร (หลวงพ่อโสธร) – 4 กม. 2) ตลาดบ้านใหม่ 100 ปี – 5 กม. 3) วัดเมือง (วัดปิตุลาธิราชรังสฤษฎิ์) – 6 กม. 4) วัดจีนประชาสโมสร (วัดเล่งฮกยี่) – 6 กม. 5) ริมน้ำบางปะกง (โซนทางเดินริมน้ำ/หอนาฬิกา) – 6 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียงยอดนิยม พร้อมระยะทางและเบอร์โทร | 1) กุ้งนาง – 6 กม. – 038-513-414 2) เดอะ ริเวอร์ บาร์น (The River Barn) – 6 กม. – 038-515-892 3) กินลมชมปลา – 8 กม. – 085-328-6666 4) ซันอัพ คาเฟ่ (Sun Up Cafe) – 6 กม. – 083-782-6656 5) เส่ย ท่าใหญ่ – 6 กม. – 081-586-1919 |
| ที่พักใกล้เคียงยอดนิยม พร้อมระยะทางและเบอร์โทร | 1) Heaven Hotel Chachoengsao – 6 กม. – 038-511-150 2) The Wish Hotel & Condo Chachoengsao – 9 กม. – 088-521-5234 3) บ้านบางปะกง รีสอร์ท – 12 กม. – 081-134-3333 4) เย็นจิต รีสอร์ท (Yenjit Resort) – 10 กม. – 038-511-200 5) โรงแรมซันธารา (Suntara Wellness Resort & Hotel) – 14 กม. – 038-823-317 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดสายชล ณ รังษี เปิดทุกวันไหม?
ตอบ: เปิดทุกวัน สามารถเข้ามาสักการะและเดินชมภายในวัดได้ตามเวลาทำการ
ถาม: วัดสายชล ณ รังษี เปิดกี่โมง?
ตอบ: เวลาเปิดทำการคือ 07:00 – 17:00
ถาม: วัดสายชล ณ รังษี เดิมชื่ออะไร และสร้างสมัยใด?
ตอบ: เดิมชื่อ “วัดแหลมบน” และสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 3
ถาม: จุดเด่นที่ควรดูให้ครบเมื่อมาวัดสายชล ณ รังษี คืออะไร?
ตอบ: ควรดูทั้งงานสถาปัตยกรรมพระอุโบสถที่ได้รับอิทธิพลจากวัดพระศรีรัตนศาสดาราม จิตรกรรมฝาผนังพุทธประวัติ และกลุ่มอาคารไม้/อาคารเรียนเก่าที่สะท้อนบทบาทวัดกับการศึกษาชุมชน
ถาม: ใช้เวลาเที่ยววัดสายชล ณ รังษี ประมาณกี่ชั่วโมง?
ตอบ: โดยทั่วไปใช้เวลาประมาณ 1.5 – 2.5 ชั่วโมง หากตั้งใจไหว้พระ เดินดูงานช่าง และชมอาคารไม้ให้ครบ
ถาม: ควรแต่งกายและปฏิบัติตัวอย่างไรเมื่อเข้าไปในเขตพระอุโบสถ?
ตอบ: ควรแต่งกายสุภาพ งดเสื้อสายเดี่ยวและกางเกง/กระโปรงสั้น สำรวมกิริยา งดส่งเสียงดัง และถอดรองเท้าตามจุดที่กำหนด
แสดงความเห็น
| คำค้น (ขั้นสูง) |
Facebook Fanpage

หมวดหมู่:
กลุ่ม:
ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก
สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ และอนุสาวรีย์(
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(
พระราชวัง(
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(
พิพิธภัณฑ์(
บ้านโบราณ และเมืองโบราณ(
สถานที่ท่องเที่ยวเชิงวิชาการ
พิพิธภัณฑ์เพื่อการศึกษา(
ห้องสมุด(
ไร่ สวนเพื่อการศึกษา(
มหาวิทยาลัย
มัสยิด(
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(
โครงการในพระราชดำริ
โครงการหลวง(
วิถีชีวิต
หมู่บ้าน ชุมชน(
ตลาดท้องถิ่น(
ตลาดน้ำ(
ธรรมชาติ และสัตว์ป่า
อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตอนุรักษ์ทางทะเล(
ดอย และภูเขา(
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(
น้ำตก(
ถ้ำ(
แม่น้ำลำคลอง(
อ่าว และชายหาด(
หมู่เกาะ(
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(
บันเทิง และท่องเที่ยวเชิงเกษตร
สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ(
แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์(
ฟาร์ม, ไร่, สวน, สวนสาธารณะ และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(
สปาเพื่อสุขภาพ
สปาเพื่อสุขภาพ(
บทความท่องเที่ยว, สูตรอาหาร
รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร(