ศาลมณฑลปราจีนบุรี

ศาลมณฑลปราจีนบุรี

ศาลมณฑลปราจีนบุรี
Rating: 3.7/5 (6 votes)
แผนที่ แผนที่ แผนที่ มีแผนที่ มีแผนที่ ไม่มีแผนที่ ไม่มีแผนที่

สถานที่ท่องเที่ยวฉะเชิงเทรา

สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08:00 – 17:00
 
ศาลมณฑลปราจีนบุรี (พุทธสมาคมฉะเชิงเทรา) หากกำลังมองหา “ที่เที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ในตัวเมืองฉะเชิงเทรา” ที่เดินทางง่าย ใช้เวลาเที่ยวไม่นาน แต่ได้ทั้งสาระและภาพถ่ายสวย ๆ ศาลมณฑลปราจีนบุรีคือจุดหมายที่ตอบโจทย์อย่างยิ่ง อาคารแห่งนี้ตั้งอยู่บนถนนมรุพงษ์ ใกล้ศาลากลางจังหวัดหลังเก่า และอยู่ในโซนริมแม่น้ำบางปะกงที่เป็นหัวใจของเมืองแปดริ้วมายาวนาน ด้วยทำเลที่เชื่อมต่อทั้งย่านราชการ ย่านชุมชนเก่า และทางเดินเลียบริมน้ำ ทำให้การมาเยือนหนึ่งครั้งสามารถต่อยอดไปยังสถานที่สำคัญอื่น ๆ ได้แบบ “เดินเพลิน” โดยไม่ต้องขับรถวนหลายรอบ
 
สิ่งที่ทำให้สถานที่นี้มีคุณค่ามากกว่าความงามของอาคาร คือชั้นประวัติศาสตร์ที่ทับซ้อนอยู่ในพื้นที่เดียวกัน ในอดีตบริเวณนี้เป็นที่ตั้งของศาลมณฑลปราจีน และมีบันทึกว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล (รัชกาลที่ 8) และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช (รัชกาลที่ 9) ขณะทรงเป็นสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอฯ ได้เสด็จประทับเป็นองค์ประธานคณะผู้พิพากษา เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2489 เหตุการณ์นี้สะท้อนบทบาทของฉะเชิงเทราในฐานะศูนย์กลางการปกครองและกระบวนการยุติธรรมของภูมิภาคในช่วงเวลาหนึ่งของประวัติศาสตร์ไทย และทำให้อาคารแห่งนี้กลายเป็นหลักฐานเชิงพื้นที่ที่เชื่อมโยงเรื่องราว “รัฐ–เมือง–ผู้คน” เข้าด้วยกันอย่างเป็นรูปธรรม
 
ต่อมาเมื่อโครงสร้างการบริหารเปลี่ยนไปตามยุคสมัย อาคารศาลมณฑลปราจีนบุรีก็ปรับบทบาทของตนเองจากพื้นที่ทางราชการสู่พื้นที่สาธารณะในมิติใหม่ ปัจจุบันใช้อาคารเป็นที่ทำการของพุทธสมาคมฉะเชิงเทรา และด้วยความงดงามเชิงสถาปัตยกรรมและคุณค่าทางประวัติศาสตร์ กรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานแห่งชาติ เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2539 สถานะการขึ้นทะเบียนนี้มีนัยสำคัญ เพราะทำให้อาคารไม่ได้เป็นเพียง “ตึกเก่า” แต่เป็นทรัพยากรทางวัฒนธรรมที่สังคมร่วมกันรับผิดชอบในการดูแล และเป็นหลักประกันว่าร่องรอยของอดีตจะยังคงถูกส่งต่อให้คนรุ่นถัดไปได้เรียนรู้
 
หากมองในมุมการท่องเที่ยวเชิงเมือง ศาลมณฑลปราจีนบุรีทำหน้าที่เหมือน “ประตู” ที่พาเราเข้าไปสัมผัสย่านเก่าของฉะเชิงเทราได้อย่างนุ่มนวล เพราะอยู่ถัดจากศาลมณฑลฯ จะพบกับตึกแถวเก่าบริเวณถนนพานิช ซึ่งเคยเป็นย่านการค้าสำคัญในอดีต ตึกแถวในย่านนี้ยังคงโครงสร้างและบรรยากาศของเมืองเก่าเอาไว้ได้ดี และจังหวัดได้มีการปรับปรุงทาสีให้สวยงามโดดเด่นขึ้น ส่งผลให้ถนนพานิชกลายเป็นฉากถ่ายภาพที่นักท่องเที่ยวจำนวนมากชื่นชอบ เป็นพื้นที่ที่ชวนให้เดินช้า ๆ มองรายละเอียดของหน้าต่าง บานเกล็ด ช่องลม ลายปูน และจังหวะเส้นสายที่สะท้อนรสนิยมของยุคสมัยได้อย่างชัดเจน
 
เสน่ห์ของการเที่ยวศาลมณฑลปราจีนบุรีไม่ได้อยู่ที่การ “ดูให้ครบทุกมุมในเวลาอันสั้น” แต่คือการใช้เวลาอย่างตั้งใจเพื่ออ่านเมืองผ่านอาคารหนึ่งหลัง การยืนอยู่หน้าศาลมณฑลฯ แล้วมองไล่จากแนวหลังคา ช่องประตู หน้าต่าง ไปจนถึงรายละเอียดเชิงช่าง จะทำให้เราเริ่มเห็นว่าความเป็น “เมืองริมแม่น้ำ” และความเป็น “เมืองราชการ” ถูกถักทอเข้าหากันอย่างไร บริเวณโดยรอบยังมีองค์ประกอบหลายอย่างที่ส่งเสริมประสบการณ์ เช่น ทางเดินริมแม่น้ำบางปะกงที่ให้บรรยากาศโปร่งสบาย ลมเย็น และจังหวะชีวิตของผู้คนที่ยังใช้พื้นที่ริมน้ำในการพักผ่อน ทำกิจกรรม หรือเดินเล่นในช่วงเย็น
 
ในมิติประวัติศาสตร์เมือง ฉะเชิงเทรามีบทบาทเป็นเมืองสำคัญของภาคตะวันออกมานาน ด้วยทำเลใกล้ปากแม่น้ำบางปะกง เชื่อมโยงการคมนาคม การค้า และการเดินทางสู่พื้นที่ภายใน ภาพเมืองเก่าที่เราพบในย่านถนนมรุพงษ์–ถนนพานิช จึงไม่ใช่ความเก่าที่ถูกจัดวางเพื่อการท่องเที่ยวเท่านั้น แต่เป็นความเก่าที่เกิดจากการทับซ้อนของการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน อาคารศาลมณฑลฯ ที่เปลี่ยนบทบาทเป็นพุทธสมาคม ก็เป็นตัวอย่างของการ “ปรับตัวเพื่ออยู่รอด” ของสถาปัตยกรรมประวัติศาสตร์ โดยยังคงรักษาแก่นคุณค่าดั้งเดิมไว้ แม้จะไม่ทำหน้าที่เดิมเหมือนอดีตแล้วก็ตาม
 
การมาเยือนศาลมณฑลปราจีนบุรีจึงเหมาะกับนักท่องเที่ยวหลายกลุ่ม กลุ่มแรกคือคนที่ชอบถ่ายภาพสถาปัตยกรรมและเมืองเก่า เพราะพื้นที่นี้มีทั้งอาคารโบราณสถานและแนวตึกแถวที่สร้างคอมโพสภาพได้หลากหลาย กลุ่มที่สองคือคนที่ชอบเรื่องเล่าเชิงประวัติศาสตร์และสถาบัน เพราะเหตุการณ์ในวันที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2489 ทำให้สถานที่นี้มีจุดเชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์ระดับชาติอย่างชัดเจน กลุ่มที่สามคือคนที่ต้องการทริปสั้น ๆ ในเมืองฉะเชิงเทราแบบไม่เร่งรีบ เพราะสามารถจัดเป็นทริปเดินเท้า ครึ่งวัน หรือรวมกับสถานที่สำคัญใกล้เคียงได้ภายในวันเดียว
 
ถ้าจะให้การเที่ยวที่นี่ “คุ้ม” มากขึ้น แนะนำให้วางจังหวะการเดินทางให้สอดคล้องกับแสงและอากาศ ช่วงเช้าจะได้แสงนุ่ม เหมาะกับการถ่ายภาพด้านหน้าอาคารและย่านถนนพานิชแบบไม่ย้อนแสงมากนัก ช่วงบ่ายแก่ ๆ แสงจะเริ่มอุ่นและยาวขึ้น เหมาะกับการเดินเล่นริมแม่น้ำบางปะกงและเก็บภาพบรรยากาศผู้คน หากเป็นหน้าร้อน การเลือกเวลาเช้าหรือเย็นจะสบายกว่าชัดเจน ส่วนหน้าฝนทำให้สีสันของอาคารและถนนดูสดขึ้น แต่ควรเตรียมรองเท้าที่เหมาะกับพื้นเปียกและระวังการเดินบริเวณทางเท้า
 
อีกจุดเด่นที่ทำให้ศาลมณฑลปราจีนบุรีมีความน่าสนใจในแง่ “การเล่าเรื่อง” คือบริบทของพื้นที่ใกล้เคียงที่เป็นเครือข่ายสถานที่ประวัติศาสตร์บนถนนเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นศาลากลางจังหวัดหลังเก่าที่อยู่ใกล้กัน รวมถึงสิ่งปลูกสร้างและพื้นที่สาธารณะที่สะท้อนยุคสมัยต่าง ๆ ของเมือง เมื่อเราเดินจากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่ง ความรู้สึกเหมือนกำลังเปิดหน้าหนังสือประวัติศาสตร์เมืองทีละหน้าเกิดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ นี่คือเสน่ห์ของการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในเมืองขนาดกำลังดี ที่ไม่ต้องพึ่งพาการจัดแสดงขนาดใหญ่ แต่ใช้ “เมืองจริง” เป็นพิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง
 
สำหรับคนที่ชอบรายละเอียดเชิงสถาปัตยกรรม การสังเกตองค์ประกอบของอาคารช่วยเพิ่มอรรถรสได้มาก ลองสังเกตสัดส่วนของช่องเปิด หน้าต่าง และจังหวะเส้นสายของผนัง ซึ่งมักถูกออกแบบให้เหมาะกับภูมิอากาศร้อนชื้นของไทย ทั้งการระบายอากาศ การรับแสง และการกันฝน รวมถึงการจัดผังที่รองรับการใช้งานแบบอาคารราชการในอดีต เมื่อมองแบบนี้ เราจะเห็นว่าสถาปัตยกรรมไม่ได้เป็นแค่ “ความสวย” แต่เป็นคำตอบเชิงปฏิบัติของคนยุคหนึ่งที่ต้องสร้างอาคารให้ตอบโจทย์ทั้งอำนาจรัฐ ระเบียบพิธีการ และสภาพแวดล้อม
 
ความน่าสนใจอีกด้านหนึ่งคือบทบาทของพุทธสมาคมฉะเชิงเทราในฐานะผู้ใช้อาคารปัจจุบัน แม้ศาลมณฑลฯ จะเปลี่ยนบทบาทไปแล้ว แต่อาคารยังคงอยู่ในพื้นที่ที่ชุมชนเข้าถึงได้ และยังเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเมือง การเปลี่ยนผ่านแบบนี้ทำให้โบราณสถานไม่ได้ถูกแยกออกจากผู้คน แต่ยังคงมีความหมายในปัจจุบัน และนี่เป็นหนึ่งในแนวคิดสำคัญของการอนุรักษ์ที่ยั่งยืน คือการทำให้อาคารประวัติศาสตร์ “มีชีวิต” ผ่านการใช้งานที่เหมาะสม เคารพคุณค่าดั้งเดิม และไม่ทำลายโครงสร้างหรือภาพรวมของสถานที่
 
การเดินไปถนนพานิชหลังชมศาลมณฑลฯ เป็นเหมือนการเปลี่ยนฉากจาก “พื้นที่ราชการ” สู่ “พื้นที่การค้า” ในอดีต ตึกแถวเก่าที่เรียงรายให้ภาพของเศรษฐกิจเมืองแบบดั้งเดิม ซึ่งเคยพึ่งพาการค้าขายริมแม่น้ำเป็นสำคัญ รายละเอียดของตึกแถว เช่น ความสูงของชั้น รูปแบบหน้าร้าน ช่องแสง และชายคา สะท้อนวิธีคิดของผู้คนในยุคที่เมืองเติบโตจากการค้าและการคมนาคมทางน้ำ ขณะเดียวกัน สีสันใหม่ที่ถูกทาเพื่อความสวยงามก็ทำให้ย่านนี้ร่วมสมัยขึ้น เหมาะกับการเดินถ่ายรูปและสร้างคอนเทนต์ท่องเที่ยวแบบเมืองเก่าได้ง่าย
 
ในแง่การจัดทริป แนะนำให้ใช้ศาลมณฑลปราจีนบุรีเป็นจุดเริ่มต้น แล้วค่อยต่อไปยังสถานที่ใกล้เคียงในตัวเมือง เช่น วัดโสธรวรารามวรวิหารซึ่งเป็นแลนด์มาร์กสำคัญของจังหวัด หรือเดินต่อไปยังตลาดและย่านริมน้ำที่มีอาหารท้องถิ่นให้ลองหลายแบบ การจัดเส้นทางแบบนี้ทำให้ทริปมีความหลากหลาย ทั้งประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรม ศาสนา วัฒนธรรมชุมชน และอาหาร โดยไม่ต้องเดินทางไกลออกนอกเมืองมากนัก เหมาะกับทั้งคนที่ขับรถมาเองและคนที่เดินทางด้วยรถไฟหรือรถโดยสารแล้วใช้การเดินเท้าและรถรับจ้างในเมืองเป็นหลัก
 
การเดินทาง จากกรุงเทพฯ สามารถมาได้หลายรูปแบบ หากขับรถส่วนตัวให้ใช้เส้นทางหลักมุ่งหน้าสู่ตัวเมืองฉะเชิงเทรา แล้วเข้าสู่โซนถนนมรุพงษ์ซึ่งเป็นย่านศูนย์กลางเก่าแก่ของเมือง หากเดินทางด้วยรถไฟ สามารถลงสถานีรถไฟชุมทางฉะเชิงเทรา แล้วต่อรถรับจ้างหรือแท็กซี่ในพื้นที่เข้าสู่ถนนมรุพงษ์ ใช้เวลาไม่นาน หากใช้รถตู้หรือรถโดยสาร ให้เลือกลงจุดในตัวเมืองแล้วต่อรถรับจ้างไปยังบริเวณศาลากลางจังหวัดหลังเก่า จากนั้นสามารถเดินเท้าต่อมายังศาลมณฑลปราจีนบุรีและถนนพานิชได้สะดวก เพราะพื้นที่อยู่ใกล้กันในระยะที่เดินถึง
 
เมื่อมาถึงพื้นที่จริง การเที่ยวให้สนุกขึ้นคือการตั้งใจ “อ่านรายละเอียด” มากกว่าการ “เช็กอิน” ลองใช้เวลาอยู่หน้าตึกสักพัก มองความสมมาตรของอาคาร มองการวางตัวอาคารกับถนน และมองความสัมพันธ์กับพื้นที่ข้างเคียงอย่างศาลากลางหลังเก่าและแนวริมน้ำ จากนั้นจึงค่อยเดินไปถนนพานิชเพื่อดูว่าความเป็นเมืองเก่าถูกถ่ายทอดผ่านอาคารพาณิชย์อย่างไร การเดินแบบนี้ทำให้เราเห็นเมืองฉะเชิงเทรามีมิติลึกขึ้น ไม่ใช่เพียงเมืองทางผ่าน แต่เป็นเมืองที่มีเรื่องเล่าและหลักฐานทางประวัติศาสตร์อยู่ในทุกช่วงถนน
 
สำหรับคนที่สนใจบริบทเชิงประวัติศาสตร์ระดับภูมิภาค คำว่า “มณฑลปราจีน” เป็นคำที่พาเราย้อนกลับไปสู่ยุคการปฏิรูปการปกครองแบบมณฑลเทศาภิบาล ซึ่งเป็นกระบวนการสำคัญที่ทำให้รัฐไทยสมัยใหม่มีโครงสร้างการบริหารที่เป็นระบบมากขึ้น การมีศาลมณฑลในภูมิภาคต่าง ๆ สะท้อนการกระจายอำนาจการพิจารณาคดีและการบริหารยุติธรรมให้ครอบคลุมพื้นที่กว้างขึ้น เมื่อเรายืนอยู่หน้าศาลมณฑลปราจีนบุรีในฉะเชิงเทรา เราจึงไม่ได้เห็นเพียงอาคารหนึ่งหลัง แต่กำลังเห็นร่องรอยของยุคสมัยที่รัฐกำลังจัดระเบียบพื้นที่และสถาบันต่าง ๆ ให้เข้มแข็งขึ้น เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงทั้งภายในและภายนอกประเทศ
 
อีกด้านหนึ่งที่นักท่องเที่ยวสายถ่ายภาพมักชอบคือ “เลเยอร์ของสีและพื้นผิว” ในพื้นที่เดียวกัน ศาลมณฑลปราจีนบุรีให้ความรู้สึกเรียบขรึมและสง่างาม ขณะที่ถนนพานิชให้ความรู้สึกมีชีวิตชีวาจากสีสันของตึกแถว เมื่อนำภาพทั้งสองแบบมาอยู่ในอัลบั้มเดียวกัน ภาพรวมทริปจะมีมิติหลากหลาย ตั้งแต่ความเป็นทางการของอดีต ไปจนถึงความเป็นชุมชนของเมืองเก่า ยิ่งถ้าเดินต่อไปยังริมแม่น้ำบางปะกง จะได้อีกเลเยอร์หนึ่งคือธรรมชาติและวิถีชีวิตริมน้ำ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของฉะเชิงเทราอย่างแท้จริง
 
ในมุมของผู้ที่เดินทางกับครอบครัวหรือผู้สูงอายุ พื้นที่ย่านนี้เหมาะกับการเที่ยวแบบไม่เร่งรีบ สามารถแวะพักเป็นช่วง ๆ ได้ และเลือกเดินเฉพาะจุดที่สนใจ หากต้องการให้สะดวกขึ้น อาจเลือกจอดรถในจุดที่เหมาะสมแล้วเดินต่อ เพราะสถานที่สำคัญหลายแห่งอยู่ในละแวกเดียวกัน การวางแผนแบบนี้ช่วยลดความเหนื่อยล้า และทำให้ทุกคนในทริปสนุกกับการเที่ยวเมืองเก่าได้มากขึ้น
 
ศาลมณฑลปราจีนบุรีจึงเป็นสถานที่ที่เหมาะกับการสร้างคอนเทนต์ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมแบบ “เมืองเก่าในหนึ่งวัน” เพราะมีทั้งเรื่องเล่า ข้อมูลประวัติศาสตร์ที่ชัดเจน ทำเลที่ต่อยอดได้ และบรรยากาศที่ผสมกันระหว่างความขรึมและความมีชีวิตชีวา หากจัดลำดับการเที่ยวดี ๆ คุณจะได้ทั้งภาพสวย ข้อมูลแน่น และประสบการณ์ที่ทำให้เข้าใจฉะเชิงเทราในฐานะเมืองที่มีตัวตนและความทรงจำทางประวัติศาสตร์ ไม่ใช่เพียงปลายทางที่ผ่านไปแล้วก็ผ่านไป
 
ท้ายที่สุด สิ่งที่ทำให้การเที่ยวสถานที่ประวัติศาสตร์น่าประทับใจ คือการเคารพพื้นที่และผู้คนที่ยังใช้ชีวิตอยู่ในบริเวณนั้น ควรใช้เสียงอย่างเหมาะสม รักษาความสะอาด ไม่ปีนป่ายหรือสัมผัสส่วนที่สุ่มเสี่ยงต่อการชำรุด และหากต้องการถ่ายภาพบุคคลในพื้นที่ควรขออนุญาตก่อน แนวปฏิบัติเหล่านี้ทำให้การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมเกิดประโยชน์ทั้งกับผู้มาเยือนและชุมชน พร้อมกันนั้นยังช่วยรักษาโบราณสถานให้คงอยู่ได้ยาวนานสมกับคุณค่าที่มี
 
ชื่อสถานที่ ศาลมณฑลปราจีนบุรี (พุทธสมาคมฉะเชิงเทรา)
ที่ตั้ง/ที่อยู่ ถนนมรุพงษ์ ตำบลหน้าเมือง อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา จังหวัดฉะเชิงเทรา 24000 (ใกล้ศาลากลางจังหวัดหลังเก่า)
สรุปสถานที่ อาคารประวัติศาสตร์ในตัวเมืองฉะเชิงเทรา เดิมเป็นศาลมณฑลปราจีน ปัจจุบันใช้เป็นอาคารพุทธสมาคมฉะเชิงเทรา และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานแห่งชาติ
จุดเด่นของสถานที่ เรื่องเล่าประวัติศาสตร์ระดับชาติจากเหตุการณ์วันที่ 24 พฤษภาคม 2489, คุณค่าทางสถาปัตยกรรมและการอนุรักษ์, ทำเลเดินเที่ยวต่อถนนพานิช–ย่านเมืองเก่า–ริมแม่น้ำบางปะกงได้สะดวก, เหมาะกับการถ่ายภาพสถาปัตยกรรมและเมืองเก่า
ประวัติ/ช่วงเวลา อดีตเป็นที่ตั้งศาลมณฑลปราจีน; วันที่ 24 พฤษภาคม 2489 รัชกาลที่ 8 และรัชกาลที่ 9 (ขณะทรงเป็นสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอฯ) เสด็จประทับเป็นองค์ประธานคณะผู้พิพากษา; ขึ้นทะเบียนโบราณสถานแห่งชาติวันที่ 18 ธันวาคม 2539; ปัจจุบันใช้เป็นอาคารพุทธสมาคมฉะเชิงเทรา
หลักฐาน/ข้อมูลสำคัญ มีการระบุการขึ้นทะเบียนโบราณสถานแห่งชาติ (18 ธันวาคม 2539) และเหตุการณ์วันที่ 24 พฤษภาคม 2489 ในแหล่งข้อมูลท่องเที่ยวทางการ
ที่มาชื่อ/บริบทชื่อ ชื่อ “ศาลมณฑลปราจีน” สะท้อนบทบาทเดิมในโครงสร้างการปกครองแบบมณฑลของไทยในอดีต และการเป็นศูนย์กลางงานยุติธรรมของพื้นที่มณฑลปราจีนในช่วงเวลาหนึ่ง
วิธีการเดินทาง รถยนต์ส่วนตัวเข้าตัวเมืองฉะเชิงเทราแล้วมุ่งสู่ถนนมรุพงษ์; รถไฟลงสถานีรถไฟชุมทางฉะเชิงเทราแล้วต่อรถรับจ้าง/แท็กซี่เข้าสู่ถนนมรุพงษ์; รถตู้/รถโดยสารลงในตัวเมืองแล้วต่อรถรับจ้างไปย่านศาลากลางหลังเก่าและเดินต่อได้
สถานะปัจจุบัน โบราณสถานที่ยังใช้งานจริงในบทบาทอาคารพุทธสมาคมฉะเชิงเทรา และเป็นจุดท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ในตัวเมือง
เบอร์โทรติดต่อ 0-3853-5301
ค่าบริการ ไม่พบข้อมูลค่าบริการที่ยืนยันได้
สิ่งอำนวยความสะดวก ไม่พบข้อมูลสิ่งอำนวยความสะดวกที่ยืนยันได้
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณ) 1) หอนาฬิกา ริมน้ำบางปะกง – 0.1 กม.
2) ตลาดท่าไข่ ฉะเชิงเทรา – 0.4 กม.
3) ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองฉะเชิงเทรา – 0.8 กม.
4) ตลาดบ้านใหม่ 100 ปี – 1.7 กม.
5) วัดจีนประชาสโมสร (วัดเล่งฮกยี่) – 1.8 กม.
6) วัดโสธรวรารามวรวิหาร – 2.2 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณ + เบอร์โทร) 1) ร้านอาหารแพเคียงน้ำ – 14 กม. – 0-3857-4444
2) ร้านอาหารกุ้งนาง – 15 กม. – 0-3851-3414
3) ร้านประดิษฐ์โภชนา – 2 กม. – 0-3851-1246
4) บ้านเบญฯ – 3 กม. – 061-785-4124
5) ร่มไม้สายธาร – 13 กม. – 0-3854-2794
ที่พักใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณ + เบอร์โทร) 1) Sun Tara Wellness Resort & Hotel – 6 กม. – 038-515-088
2) J.K. Living Hotel – 4 กม. – 092-742-9929
3) Malone Maranatha – 3 กม. – 033-590-404
4) Heaven Hotel Chachoengsao – 2 กม. – 038-511-150
5) The Wish Hotel – 5 กม. – 088-521-5234
6) โรงแรมบ้านนายถึกและร้านอาหาร – 12 กม. – 063-395-9333
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: ศาลมณฑลปราจีนบุรีอยู่ตรงไหนของฉะเชิงเทรา?
ตอบ: อยู่ถนนมรุพงษ์ ใกล้ศาลากลางจังหวัดหลังเก่า ในเขตตัวเมืองฉะเชิงเทรา และสามารถเดินเชื่อมไปย่านถนนพานิชได้
 
ถาม: ศาลมณฑลปราจีนบุรีคือพุทธสมาคมฉะเชิงเทราหรือไม่?
ตอบ: ใช่ ปัจจุบันอาคารศาลมณฑลปราจีนบุรีถูกใช้เป็นอาคารพุทธสมาคมฉะเชิงเทรา
 
ถาม: สถานที่นี้สำคัญทางประวัติศาสตร์อย่างไร?
ตอบ: เคยเป็นที่ตั้งศาลมณฑลปราจีน และมีเหตุการณ์สำคัญเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2489 ที่รัชกาลที่ 8 และรัชกาลที่ 9 (ขณะทรงเป็นสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอฯ) เสด็จประทับเป็นองค์ประธานคณะผู้พิพากษา
 
ถาม: ศาลมณฑลปราจีนบุรีขึ้นทะเบียนโบราณสถานเมื่อไร?
ตอบ: กรมศิลปากรประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานแห่งชาติเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2539
 
ถาม: เที่ยวศาลมณฑลปราจีนบุรีแล้วไปไหนต่อได้บ้าง?
ตอบ: สามารถเดินต่อไปถนนพานิชเพื่อชมตึกแถวเก่าย่านการค้าเดิม หรือไปยังจุดใกล้เคียงในตัวเมือง เช่น ตลาดบ้านใหม่ 100 ปี วัดเล่งฮกยี่ และวัดโสธรวรารามวรวิหาร
 
ถาม: มีเบอร์ติดต่อสถานที่หรือไม่?
ตอบ: มีเบอร์ติดต่อที่เผยแพร่ในแหล่งข้อมูลท่องเที่ยวทางการ คือ 0-3853-5301
แผนที่ ศาลมณฑลปราจีนบุรี แผนที่ศาลมณฑลปราจีนบุรี
คำค้น คำค้น: ศาลมณฑลปราจีนบุรีศาลมณฑลปราจีนบุรี พุทธสมาคมฉะเชิงเทรา ที่เที่ยวฉะเชิงเทรา ที่เที่ยวเมืองเก่าฉะเชิงเทรา ถนนมรุพงษ์ ถนนพานิช ฉะเชิงเทรา เที่ยวริมแม่น้ำบางปะกง โบราณสถานฉะเชิงเทรา ศาลมณฑลปราจีน ฉะเชิงเทรา เที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ ฉะเชิงเทรา
ปรับปรุงล่าสุด ปรับปรุงล่าสุด: 1 เดือนที่แล้ว


แสดงความเห็น

แสดงความเห็น




คำค้น (ขั้นสูง)
     
Email :
  รหัสผ่าน :
  สมัครสมาชิก | ลืมรหัสผ่าน
 

Facebook Fanpage Facebook Fanpage

 

ภูมิภาค ภูมิภาคhttps://www.lovethailand.org/

ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก

สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ และอนุสาวรีย์ สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ และอนุสาวรีย์(3)

แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(4)

พระราชวัง พระราชวัง(1)

ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(10)

พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(2)

บ้านโบราณ และเมืองโบราณ บ้านโบราณ และเมืองโบราณ(1)

สถานที่ท่องเที่ยวเชิงวิชาการ สถานที่ท่องเที่ยวเชิงวิชาการ

พิพิธภัณฑ์เพื่อการศึกษา พิพิธภัณฑ์เพื่อการศึกษา(1)

ห้องสมุด ห้องสมุด(1)

ไร่ สวนเพื่อการศึกษา ไร่ สวนเพื่อการศึกษา(2)

มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัย

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์

วัด วัด(50/298)

มัสยิด มัสยิด(2)

สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(7)

โครงการในพระราชดำริ โครงการในพระราชดำริ

โครงการหลวง โครงการหลวง(4)

วิถีชีวิต วิถีชีวิต

หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(5)

ตลาดท้องถิ่น ตลาดท้องถิ่น(4)

ตลาดน้ำ ตลาดน้ำ(1)

ธรรมชาติ และสัตว์ป่า ธรรมชาติ และสัตว์ป่า

อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตอนุรักษ์ทางทะเล อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตอนุรักษ์ทางทะเล(2)

ดอย และภูเขา ดอย และภูเขา(1)

เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(6)

น้ำตก น้ำตก(1)

ถ้ำ ถ้ำ(1)

แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(2)

อ่าว และชายหาด อ่าว และชายหาด(1)

หมู่เกาะ หมู่เกาะ(2)

แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(2)

บันเทิง และท่องเที่ยวเชิงเกษตร บันเทิง และท่องเที่ยวเชิงเกษตร

สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ(1)

แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์ แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์(1)

ฟาร์ม, ไร่, สวน, สวนสาธารณะ และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม, ไร่, สวน, สวนสาธารณะ และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(6)

สปาเพื่อสุขภาพ สปาเพื่อสุขภาพ

สปาเพื่อสุขภาพ สปาเพื่อสุขภาพ(1)

บทความท่องเที่ยว, สูตรอาหาร บทความท่องเที่ยว, สูตรอาหาร

รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร(3)