วัดหงษ์ทอง

Rating: 3.5/5 (6 votes)
สถานที่ท่องเที่ยวฉะเชิงเทรา
สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย
วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 17.00 น.
วัดหงษ์ทอง (วัดกลางน้ำ) บางปะกง คือวัดริมทะเลที่มี “อุโบสถกลางทะเล” และ “พระธาตุคงคามหาเจดีย์” เป็นไฮไลต์หลัก เหมาะกับทริปไหว้พระถ่ายภาพวิวทะเลอ่าวไทยแบบไปเช้าเย็นกลับ จุดต้องไม่พลาดคือการเดินบนทางเชื่อมยื่นสู่ทะเลเพื่อสักการะพระธาตุและชมวิวป่าชายเลน พร้อมแวะชิมอาหารทะเลและคาเฟ่ใกล้วัดในเส้นทางเดียวกัน
วัดหงษ์ทอง ตั้งอยู่หมู่ที่ 9 ตำบลสองคลอง อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา และเป็นหนึ่งในวัดที่คนไทยจำนวนมากจดจำได้ทันทีจากภาพจำของ “วัดกลางน้ำ” ที่มีสถาปัตยกรรมยื่นออกไปในทะเล บริบทของวัดนี้ต่างจากวัดชุมชนทั่วไปตรงที่พื้นที่ศรัทธาไม่ได้จบอยู่แค่เขตวัดบนฝั่ง แต่ถูกขยายความหมายออกไปถึงทะเล ป่าชายเลน และเส้นขอบฟ้า ทำให้การมาที่นี่มีทั้งมิติของการทำบุญ ไหว้พระ เจริญสติ และมิติของการท่องเที่ยวเชิงภูมิทัศน์ในคราวเดียวกัน
สิ่งที่ทำให้วัดหงษ์ทองมีเอกลักษณ์คือการก่อสร้างองค์ประกอบสำคัญหลายส่วนไว้ “ในทะเล” โดยมีทางเดินเชื่อมจากฝั่งไปยังโซนศาสนสถานกลางน้ำอย่างต่อเนื่อง โครงสร้างที่ผู้คนพูดถึงมากที่สุดคือ “พระธาตุคงคามหาเจดีย์” ซึ่งเป็นมหาเจดีย์สีทองตั้งเด่นอยู่กลางทะเล และเป็นพื้นที่ให้ผู้มีจิตศรัทธาได้เข้าไปสักการะพระธาตุ รวมถึงชมงานจิตรกรรมและองค์พระพุทธรูปในแต่ละชั้นอย่างเป็นลำดับ ยิ่งเมื่อมองจากมุมไกล จะเห็นองค์เจดีย์ตัดกับท้องฟ้าและผืนน้ำ เกิดเป็นภาพที่ทั้งสงบและยิ่งใหญ่ในเวลาเดียวกัน
วัดหงษ์ทองเป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์ฝ่ายมหานิกาย มีข้อมูลการตั้งวัดเมื่อวันที่ 13 กันยายน 2526 และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 12 กันยายน 2529 โดยมีเขตวิสุงคามสีมากว้าง 20 เมตร ยาว 32 เมตร ซึ่งเป็นหมุดหมายสำคัญของวัดไทย เพราะการมีวิสุงคามสีมาทำให้วัดสามารถประกอบสังฆกรรมตามพระวินัยได้อย่างสมบูรณ์ นอกจากสถานะทางพระพุทธศาสนาแล้ว วัดหงษ์ทองยังทำหน้าที่เป็นศูนย์รวมศรัทธาของคนในพื้นที่ชายฝั่งบางปะกง และผู้มาเยือนจากจังหวัดใกล้เคียงที่ตั้งใจมาสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำวัด
เมื่อเดินเข้าสู่พื้นที่วัดในส่วนฝั่ง สิ่งที่รับรู้ได้ชัดคือความเป็นวัดริมทะเลที่สัมพันธ์กับป่าชายเลน บรรยากาศรอบวัดมีทั้งความโล่งของลมทะเลและความชุ่มชื้นของระบบนิเวศชายฝั่ง ในวันที่อากาศดีคุณจะเห็นแสงสะท้อนบนผิวน้ำและได้ยินเสียงลมเป็นพื้นหลัง ทำให้จังหวะของการเดินทางช้าลงอย่างเป็นธรรมชาติ และนี่เองที่ทำให้หลายคนรู้สึกว่า วัดหงษ์ทองเป็นวัดที่เหมาะกับการ “มาพักใจ” พอ ๆ กับการ “มาทำบุญ”
ไฮไลต์ที่ทำให้คนเรียกวัดนี้ว่า “วัดกลางน้ำ” คือ “อุโบสถกลางทะเล” ซึ่งเป็นพื้นที่ศาสนสถานที่ถูกสร้างยื่นออกไปในทะเล ภายในอุโบสถประดิษฐานพระประธานสีทอง และมีจิตรกรรมฝาผนังเล่าเรื่องพุทธประวัติอย่างงดงาม การเข้าไปในอุโบสถให้ความรู้สึกต่างจากอุโบสถในวัดทั่วไปตรงที่เมื่อคุณหันกลับมอง จะเห็นแนวทางเดินทอดยาวเชื่อมกลับสู่ฝั่ง และเมื่อหันไปอีกด้านจะเห็นทะเลเปิดกว้าง ทำให้การสักการะพระประธานมีฉากหลังเป็นธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่และสงบ
อีกหนึ่งจุดที่ได้รับความนิยมมากคือพื้นที่ด้านหลังอุโบสถซึ่งมีรูปหล่อเสด็จเตี่ย หรือพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ให้ผู้คนได้กราบสักการะ ความศรัทธาต่อเสด็จเตี่ยในสังคมไทยมีความเชื่อมโยงกับเรื่องความคุ้มครอง การเดินทางปลอดภัย และการปกปักรักษา ทำให้จุดนี้มักมีผู้มาไหว้ขอพรอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะผู้ที่ทำงานเกี่ยวข้องกับการเดินทาง การค้าขาย หรือผู้ที่ตั้งใจมาเริ่มต้นสิ่งใหม่
ส่วน “พระธาตุคงคามหาเจดีย์” เป็นจุดที่หลายคนใช้เวลาอยู่นานที่สุด เพราะภายในองค์เจดีย์มีการจัดสรรพื้นที่เป็นชั้น ๆ ให้เดินขึ้นไปอย่างเป็นลำดับ ชั้นล่างประดิษฐานหลวงพ่อโสธรองค์จำลองและพระพุทธรูปสำคัญอื่น ๆ เพื่อให้ผู้มาเยือนได้สักการะอย่างใกล้ชิด ชั้นที่สองเป็นพื้นที่ที่มีหุ่นขี้ผึ้งรูปเหมือนจริงของพระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) แห่งวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ รวมถึงพระแก้วมรกตองค์จำลอง ซึ่งช่วยทำให้ผู้มาเยือนรู้สึกว่าได้มาไหว้พระสำคัญหลายองค์ในทริปเดียว และชั้นบนสุดเป็นส่วนที่บรรจุพระอรหันต์ธาตุภายในเจดีย์สีทองอร่าม โดยภาพรวมแต่ละชั้นมีจิตรกรรมฝาผนังประกอบเรื่องราว ทั้งพุทธประวัติ ภาพพระมหากษัตริย์ไทย และงานศิลป์ที่สะท้อนแนวคิดเรื่องศรัทธาและชาติบ้านเมืองในแบบวัดไทยร่วมสมัย
ความพิเศษของวัดหงษ์ทองไม่ได้อยู่ที่ความอลังการเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การที่วัดสร้าง “เส้นทางศรัทธา” ให้เดินตามจริงจากฝั่งสู่ทะเล ผู้มาเยือนจึงไม่ได้แค่มองเห็นสิ่งก่อสร้างจากระยะไกล แต่ได้ “เดินเข้าไปอยู่กับสถานที่นั้นจริง ๆ” และเมื่อไปถึงปลายทาง คุณจะสัมผัสได้ถึงความตั้งใจของการออกแบบพื้นที่ให้ผู้คน “ค่อย ๆ เข้าสู่ความสงบ” มากขึ้นเรื่อย ๆ จากความคึกคักบนฝั่ง สู่ความโล่งของทางเดิน และสู่ความเงียบสงบภายในพื้นที่สักการะในตัวเจดีย์
อีกหนึ่งกิจกรรมที่ผู้คนสนใจคือการมาปฏิบัติธรรมแบบอยู่ในบรรยากาศริมทะเล วัดหงษ์ทองมีการกล่าวถึงกิจกรรมบวชเนกขัมมะ (ชีพราหมณ์) ซึ่งมักเปิดให้พุทธศาสนิกชนเข้าร่วมในช่วงต้นเดือนเมษายนของทุกปี ความโดดเด่นของการปฏิบัติธรรมที่นี่คือสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการตั้งสติ เพราะเสียงลมและความโล่งของทิวทัศน์ช่วยลดความวุ่นวายทางความคิดได้ดี ผู้ที่ตั้งใจมาปฏิบัติธรรมจึงมักรู้สึกว่า “ได้ตัดจากเมือง” แม้จะเดินทางมาไม่ไกลจากกรุงเทพฯ มากนัก
ในเชิงการท่องเที่ยว วัดหงษ์ทองเป็นจุดหมายที่เหมาะกับหลายรูปแบบ ทั้งทริปไหว้พระสายมูแบบตั้งใจมาขอพร ทริปครอบครัวที่อยากพาผู้ใหญ่และเด็กมาเดินชมวิว และทริปถ่ายภาพที่อยากได้ฉากหลังเป็นทะเลกับสถาปัตยกรรมสีทอง การมาในช่วงเช้าจะได้แสงนุ่ม อากาศยังไม่ร้อน และคนยังไม่หนาแน่นมาก ทำให้เดินถ่ายภาพได้สบาย ส่วนช่วงเย็นจะได้บรรยากาศทะเลและแสงใกล้พระอาทิตย์ตก ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่หลายคนชอบที่สุดเพราะวิวดูมีมิติและอารมณ์สงบเป็นพิเศษ
สำหรับผู้ที่ตั้งใจมาไหว้แบบเป็นลำดับ แนะนำให้เริ่มจากการไหว้พระในเขตวัดบนฝั่งให้เรียบร้อยก่อน จากนั้นค่อยเดินไปยังโซนอุโบสถกลางทะเล แล้วจึงไปยังพระธาตุคงคามหาเจดีย์ การเดินตามลำดับนี้ทำให้คุณค่อย ๆ ปรับอารมณ์จากพื้นที่ชุมชนสู่พื้นที่ศาสนสถานกลางน้ำได้อย่างเป็นธรรมชาติ และยังช่วยบริหารเวลา เพราะภายในองค์เจดีย์มีหลายชั้น หากคุณขึ้นไปจนถึงชั้นบนสุดแล้วอยากชมวิวทะเลจากมุมสูง คุณควรเผื่อเวลาให้พอ เพื่อจะได้ไม่เร่งรีบและไม่พลาดความสวยงามของทัศนียภาพ
สิ่งที่ควรใส่ใจเป็นพิเศษเมื่อมาเยือนวัดหงษ์ทองคือความปลอดภัยและมารยาทในพื้นที่ เนื่องจากเป็นวัดที่มีทางเดินยื่นออกไปในทะเล บางช่วงอาจมีลมแรง โดยเฉพาะในฤดูมรสุมหรือวันที่สภาพอากาศเปลี่ยนเร็ว หากพาเด็กหรือผู้สูงอายุมา ควรเดินอย่างระมัดระวัง จับราวให้มั่นคง และหลีกเลี่ยงการยืนถ่ายภาพในจุดที่แออัดนานเกินไป นอกจากนี้ควรแต่งกายสุภาพ งดเสื้อผ้าสั้นหรือบางจนไม่เหมาะสม และให้ความเคารพพื้นที่ภายในอุโบสถและพื้นที่สักการะด้วยการใช้เสียงเบา
วัดหงษ์ทองยังมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์และจุดสักการะหลายจุดที่คนไทยนิยม เช่น ไอ้ไข่ เด็กวัดเจดีย์ พระแม่คงคา หลวงพ่อโต และศาลพ่อปู่ชีวกโกมารภัจจ์ ซึ่งสะท้อนวัฒนธรรมความเชื่อแบบไทยที่ผสานพุทธศาสนากับความศรัทธาต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในหลายมิติ การมาไหว้ในภาพรวมจึงตอบโจทย์คนที่ต้องการทั้งความสงบและความรู้สึกว่าได้มาขอพรในเรื่องเฉพาะด้านไปพร้อมกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน เงิน สุขภาพ หรือความปลอดภัยในการเดินทาง
การเดินทาง วัดหงษ์ทองอยู่ในโซนบางปะกงฝั่งทะเล การเดินทางที่สะดวกที่สุดคือรถส่วนตัวหรือรถเช่า เพราะทำให้กำหนดเวลาเที่ยวได้เองและต่อทริปไปยังร้านอาหารทะเลหรือคาเฟ่ใกล้เคียงได้ง่าย หากเริ่มจากกรุงเทพฯ โดยทั่วไปนิยมใช้ถนนบางนา–ตราด (ทางหลวงหมายเลข 34) หรือเส้นทางที่เชื่อมไปยังบางปะกง จากนั้นมุ่งหน้าเข้าพื้นที่ตำบลสองคลองและตามป้ายไปวัดหงษ์ทอง จุดสังเกตคือวัดอยู่ใกล้ชายฝั่งและมีทางเดินยื่นออกไปในทะเลอย่างชัดเจน เมื่อถึงบริเวณวัดจะมีพื้นที่จอดรถรองรับผู้มาเยือน
หากคุณไม่มีรถส่วนตัว วิธีที่ทำได้จริงคือเดินทางมาลงโซนบางปะกงก่อน แล้วต่อรถรับจ้างหรือบริการเรียกรถไปยังวัด โดยควรยืนยันชื่อ “วัดหงษ์ทอง (วัดกลางน้ำ) ตำบลสองคลอง อำเภอบางปะกง” ให้ชัดเจน การเผื่อเวลาเดินทางจะช่วยให้ทริปไม่ตึงจนเกินไป เพราะเส้นทางบางช่วงเป็นถนนท้องถิ่นและอาจมีการจราจรหนาแน่นในวันหยุด
ในแง่การจัดทริป วัดหงษ์ทองเหมาะมากกับการทำเป็น “ทริปเดียวจบ” เพราะคุณสามารถเริ่มเช้าด้วยการไหว้พระ เดินชมพระธาตุคงคา ถ่ายภาพทะเล จากนั้นออกไปกินอาหารทะเลหรือคาเฟ่ในย่านบางปะกง และถ้ายังมีเวลา สามารถต่อไปยังจุดท่องเที่ยวในเมืองฉะเชิงเทราหรือวัดสำคัญอย่างวัดโสธรวรารามวรวิหารได้ทันที เส้นทางทั้งหมดทำให้ทริปมีทั้งศรัทธา วิว และอาหารในวันเดียว โดยไม่ต้องขับรถไกลจนเหนื่อย
| ชื่อสถานที่ | วัดหงษ์ทอง (วัดกลางน้ำ) |
| ที่อยู่ | หมู่ที่ 9 ตำบลสองคลอง อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา |
| สรุปสถานที่ | วัดริมทะเลบางปะกงที่มีอุโบสถกลางทะเลและพระธาตุคงคามหาเจดีย์เป็นไฮไลต์ เดินชมวิวทะเลอ่าวไทยพร้อมสักการะพระธาตุและสิ่งศักดิ์สิทธิ์หลายจุดในทริปเดียว |
| จุดเด่นของสถานที่ | อุโบสถกลางทะเล, พระธาตุคงคามหาเจดีย์สีทอง 3 ชั้น, จุดชมวิวทะเลและป่าชายเลน, เดินทางทำบุญ+ถ่ายภาพได้ในที่เดียว |
| ประวัติ (ยืนยันได้) | ตั้งวัด 13 กันยายน 2526; ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา 12 กันยายน 2529; เป็นวัดราษฎร์สังกัดมหานิกาย และพัฒนาพื้นที่ศาสนสถานยื่นสู่ทะเลจนเป็นแลนด์มาร์คของบางปะกง |
| เบอร์โทรวัด | 038-528-367, 093-951-7717, 087-823-3339 |
| เจ้าอาวาส/ผู้ดูแล (ล่าสุด) | พระครูปลัดวัชระ ปญฺญาวชิโร |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดให้เข้าทำบุญและท่องเที่ยวตามวันและเวลาทำการ |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณ) | 1) วัดโสธรวรารามวรวิหาร (ประมาณ 38 กม.) 2) ตลาดบ้านใหม่ 100 ปี (ประมาณ 45 กม.) 3) วัดสมานรัตนาราม (ประมาณ 55 กม.) 4) ตลาดน้ำบางคล้า (ประมาณ 60 กม.) 5) อุทยานพระพิฆเนศ คลองเขื่อน (ประมาณ 70 กม.) |
| ร้านอาหารใกล้เคียง (ระยะทางเส้นทางจริงโดยประมาณ + เบอร์โทร) | 1) บุญชนะ อาหารป่า (ประมาณ 3 กม.) – 099-353-1976 2) ก๋วยเตี๋ยวห้อยขาริมวัง (ประมาณ 2 กม.) – 087-388-3758 3) Golden Swan Cafe (ประมาณ 1 กม.) – 096-294-4456 4) ไผ่ทะเล (ประมาณ 6 กม.) – 061-589-2081 5) ครัวบ้านทวี (ประมาณ 8 กม.) – 086-906-1978 6) ลองสั่งเบิ่ง (ประมาณ 9 กม.) – 084-705-6051 |
| ที่พักใกล้เคียง (ระยะทางเส้นทางจริงโดยประมาณ + เบอร์โทร) | 1) บุญชนะ รีสอร์ท (ประมาณ 6 กม.) – 099-353-1976 2) บ้านบางวัว รีสอร์ท (ประมาณ 13.2 กม.) – 086-599-9779 3) รตะธารา รีสอร์ท (ประมาณ 18.95 กม.) – 038-574-318, 038-573-644 4) PJ Place (ประมาณ 20 กม.) – 099-004-6365 5) สวนไมธารา รีสอร์ท (ประมาณ 22 กม.) – 095-356-6621 6) เย็นจิต บังกะโล แอนด์ รีสอร์ท (ประมาณ 30 กม.) – 038-511-200 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดหงษ์ทองอยู่ที่ไหน?
ตอบ: ตั้งอยู่หมู่ที่ 9 ตำบลสองคลอง อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นวัดริมทะเลที่มีโซนศาสนสถานยื่นออกไปในทะเล
ถาม: วัดหงษ์ทองเปิดทุกวันไหม และเปิดกี่โมง?
ตอบ: เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.
ถาม: จุดเด่นที่สุดของวัดหงษ์ทองคืออะไร?
ตอบ: อุโบสถกลางทะเลและพระธาตุคงคามหาเจดีย์สีทองที่สามารถเดินไปสักการะได้จริง พร้อมวิวทะเลอ่าวไทยและป่าชายเลน
ถาม: ควรไหว้พระและเดินชมวัดหงษ์ทองตามลำดับอย่างไร?
ตอบ: เริ่มไหว้พระในเขตวัดบนฝั่ง จากนั้นเดินไปอุโบสถกลางทะเล แล้วค่อยขึ้นพระธาตุคงคามหาเจดีย์ตามชั้น เพื่อสักการะและชมวิวได้ต่อเนื่องที่สุด
ถาม: แต่งกายอย่างไรเมื่อไปวัดหงษ์ทอง?
ตอบ: แต่งกายสุภาพ งดเสื้อผ้าสั้นหรือไม่เหมาะสม และใช้เสียงเบาโดยเฉพาะในพื้นที่อุโบสถและจุดสักการะ
ถาม: ถ้าต้องการติดต่อวัดหงษ์ทองควรโทรเบอร์ไหน?
ตอบ: สามารถติดต่อได้ที่ 038-528-367 หรือ 093-951-7717 หรือ 087-823-3339
แสดงความเห็น
| คำค้น (ขั้นสูง) |
ภูมิภาค
|

หมวดหมู่:
กลุ่ม: