วัดชมโพธยาราม

Rating: 3.7/5 (6 votes)
สถานที่ท่องเที่ยวฉะเชิงเทรา
สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย
วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08:00 – 18:00
วัดชมโพธยาราม (ต.โสธร จ.ฉะเชิงเทรา) คือวัดที่โดดเด่นด้วย “สังเวชนียสถานจำลองครบ 4 แห่ง” ให้สักการะได้ในไทยแบบไม่ต้องบินไปอินเดีย เหมาะกับวันเดย์ทริปสายบุญ–สายเที่ยว ใช้เวลาเดินชม 1–2 ชั่วโมง และเชื่อมเส้นทางไหว้พระในเมืองแปดริ้วได้สบาย
วัดชมโพธยาราม ที่เที่ยวฉะเชิงเทรา เป็นหนึ่งในหมุดหมายที่ทำให้การเที่ยวแปดริ้ว “มีความหมายมากกว่าแค่การแวะไหว้พระ” เพราะที่นี่ตั้งใจออกแบบพื้นที่ให้พุทธศาสนิกชนได้สักการะ “สังเวชนียสถาน” อันเป็นสถานที่สำคัญยิ่งในพุทธประวัติครบทั้ง 4 แห่ง ได้แก่ สถานที่ประสูติ ตรัสรู้ แสดงปฐมเทศนา และปรินิพพาน โดยจำลองบรรยากาศและองค์ประกอบสำคัญให้ใกล้เคียงต้นแบบในประเทศอินเดียมากที่สุดเท่าที่ทำได้ภายในบริบทของวัดไทย ผลลัพธ์คือผู้มาเยือนสามารถเดินสักการะแบบเป็นลำดับ ได้ทั้งความสงบของใจ ได้เรียนรู้พุทธประวัติผ่าน “สถานที่จริง” ในพื้นที่เดียว และยังได้ภาพสวย ๆ ของสถาปัตยกรรมที่แตกต่างจากวัดทั่วไปในจังหวัดฉะเชิงเทรา
เสน่ห์ของวัดชมโพธยารามอยู่ที่ความ “ชัดเจนของเจตนา” วัดไม่ได้ตั้งใจเป็นเพียงจุดทำบุญทั่วไป แต่ทำหน้าที่เหมือนห้องเรียนพุทธประวัติแบบเดินได้จริง เมื่อคุณก้าวเข้ามาในพื้นที่ คุณจะเริ่มสัมผัสได้ว่าเส้นทางเดินและจุดสักการะต่าง ๆ ถูกจัดวางให้พาใจกลับไปสู่แก่นของพระพุทธศาสนา นั่นคือการระลึกถึงเหตุการณ์สำคัญของพระพุทธเจ้า และชวนให้ทบทวนชีวิตตัวเองผ่านคำถามง่าย ๆ ว่า “เรากำลังใช้ชีวิตด้วยสติ ความเพียร และเมตตาแค่ไหน” หากมาแบบไม่เร่งรีบ ใช้จังหวะการเดินที่ช้าและตั้งใจอ่านป้ายข้อมูลในแต่ละจุด คุณจะได้มากกว่าแค่การขอพร แต่ได้ความนิ่งและความอิ่มใจที่ติดตัวกลับไปด้วย
ในภาพรวม วัดแห่งนี้เป็นวัดราษฎร์ในสังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ตั้งอยู่ในตำบลโสธร อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา และเป็นที่รู้จักในหมู่นักท่องเที่ยวสายไหว้พระว่าเป็นวัดที่มีสังเวชนียสถานจำลองครบทั้ง 4 แห่งซึ่งพบได้ยากในระดับจังหวัดเดียวกัน ความครบถ้วนนี้ทำให้วัดชมโพธยารามถูกจัดอยู่ในกลุ่ม “วัดสวยใกล้กรุงเทพ” ที่เหมาะกับการจัดทริปวันเดียวหรือทริปสั้น ๆ โดยเฉพาะคนที่อยากเที่ยวแบบสงบ ได้เดินชม ได้ทำบุญ และได้สาระในเวลาเดียวกัน
ถ้าพูดถึง “สังเวชนียสถาน” หลายคนจะนึกถึงอินเดีย เพราะต้นทางของสถานที่เหล่านี้อยู่ที่นั่น และเป็นจุดหมายของพุทธศาสนิกชนทั่วโลกที่เดินทางไปแสวงบุญ แต่ในชีวิตจริง ไม่ใช่ทุกคนที่จะมีโอกาสเดินทางไกล วัดชมโพธยารามจึงตอบโจทย์คนไทยจำนวนมากด้วยการสร้างพื้นที่จำลองให้เข้าถึงได้ง่าย ความหมายของการมาสักการะจึงไม่ใช่การทดแทนการไปอินเดียแบบผิวเผิน แต่เป็นการเปิดโอกาสให้ทุกคน “ได้ระลึกถึงหัวใจของพุทธประวัติ” และชวนให้ตั้งหลักกับชีวิตในแบบที่ทำได้จริงในปัจจุบัน
สังเวชนียสถานทั้ง 4 แห่งในพุทธศาสนาเป็นเสมือนจุดหมุดหมายของการระลึกถึงพระพุทธเจ้าอย่างลึกซึ้ง โดยทั่วไปประกอบด้วย ลุมพินีวัน (สถานที่ประสูติ) พุทธคยา (สถานที่ตรัสรู้) สารนาถ (สถานที่แสดงปฐมเทศนา) และกุสินารา (สถานที่ปรินิพพาน) การที่วัดชมโพธยารามจำลองทั้ง 4 จุดไว้ในพื้นที่เดียว ทำให้การเดินสักการะเปรียบเหมือนการเดินทางผ่าน “วงจรของการตื่นรู้” ตั้งแต่การเกิด การค้นพบความจริง การเผยแผ่ธรรม ไปจนถึงการวางลงอย่างสงบ การเดินแบบเป็นลำดับจึงให้ความรู้สึกเหมือนอ่านพุทธประวัติฉบับย่อผ่านสถานที่ และช่วยให้คนที่ไม่เคยศึกษาลึกก็เข้าใจได้ง่ายขึ้น
เมื่อเริ่มต้นที่ “สถานที่ประสูติ” คุณจะได้ทบทวนเรื่องการเกิดและความไม่แน่นอนของชีวิต จุดนี้เหมาะกับการตั้งจิตให้สงบและระลึกว่าแม้เราจะเริ่มต้นต่างกัน แต่ทุกคนล้วนต้องใช้ชีวิตด้วยความเพียรและความเมตตา หากคุณมากับครอบครัว จุดประสูติยังเป็นพื้นที่ที่ชวนคุยเรื่องคุณค่าของการเลี้ยงดู การกตัญญู และการใช้ชีวิตอย่างไม่ประมาทได้อย่างเป็นธรรมชาติ โดยไม่ต้องเทศนาหนัก ๆ เพราะบรรยากาศของสถานที่ช่วยให้ใจอ่อนโยนขึ้นเอง
ถัดมาคือ “สถานที่ตรัสรู้” ซึ่งเป็นหัวใจของแรงบันดาลใจสำหรับคนจำนวนมาก เพราะสื่อถึงความเพียรและการไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรค ในมุมของนักเดินทางยุคปัจจุบัน จุดตรัสรู้ทำให้หลายคนตั้งคำถามกับตัวเองว่า ชีวิตตอนนี้กำลังวิ่งตามอะไรอยู่ และอะไรคือสิ่งที่ควรกลับมา “รู้เท่าทัน” การสักการะในจุดนี้จึงเหมาะกับการตั้งใจขอ “สติ” มากกว่าการขอสิ่งภายนอก เพราะสติคือฐานของการตัดสินใจที่ดีทั้งเรื่องงาน เงิน และความสัมพันธ์ เมื่อใจนิ่งขึ้น การเดินเที่ยวทั้งทริปจะรู้สึกเบาสบายขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
จากนั้นคือ “สถานที่แสดงธรรมครั้งแรก” ซึ่งสื่อถึงการแบ่งปันความรู้และการเริ่มต้นเปลี่ยนชีวิตด้วยการฟังธรรม ในเชิงสัญลักษณ์ จุดนี้ชวนให้คิดถึงพลังของคำพูดและการสื่อสาร การพูดอย่างมีเมตตา การฟังอย่างตั้งใจ และการสอนลูกหลานด้วยความเข้าใจ หากคุณมาเที่ยวแบบคู่รักหรือเพื่อน จุดนี้เป็นเหมือนการเตือนใจว่าเราไม่จำเป็นต้องเอาชนะกันด้วยคำพูด แต่ควรใช้คำพูดเพื่อพากันไปในทางที่ดีขึ้น
จุดสุดท้ายคือ “สถานที่ปรินิพพาน” ซึ่งมักให้ความรู้สึกสงบและลึกซึ้งที่สุด เพราะพูดถึงความจริงเรื่องความดับและการวางลงอย่างสง่างาม หลายคนมาสักการะเพื่ออุทิศบุญให้ผู้ล่วงลับ หรือเพื่อให้ใจยอมรับความเปลี่ยนแปลงของชีวิตได้ดีขึ้น ในแง่การเดินเที่ยว จุดนี้มักทำให้คนเดินช้าลงโดยอัตโนมัติและเงียบขึ้นโดยไม่ต้องมีใครบอก และนั่นคือคุณค่าที่หาได้ยากในทริปท่องเที่ยวทั่วไป
นอกจากสังเวชนียสถานจำลองแล้ว ภายในวัดยังมีพระพุทธรูปปางต่าง ๆ ประดิษฐานตามจุดสำคัญ เพื่อให้พุทธศาสนิกชนสักการะบูชาและใช้เป็นสื่อกลางในการระลึกถึงพุทธคุณ สิ่งที่ทำให้พื้นที่ของวัดชมโพธยารามน่าเดินคือบรรยากาศค่อนข้างโปร่ง มีจุดให้หยุดพักสายตาและพักใจ คุณสามารถใช้เวลาช่วงเช้าหรือช่วงบ่ายแก่ ๆ เดินชมแบบสบาย ๆ ได้โดยไม่รู้สึกอึดอัด และถ้าตั้งใจถ่ายภาพ แสงช่วงเช้าจะช่วยให้โทนสีของเจดีย์และองค์ประกอบต่าง ๆ ดูนุ่มและสงบเป็นพิเศษ
ในด้านประวัติ วัดชมโพธยารามเริ่มสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2523 โดยพระครูปลัดสุโพธิ์ จันทาโภ บนที่ดินที่ได้รับการถวายจากนายชม และนางเยี่ยม ทองคำเปลว จำนวนกว่า 12 ไร่ เดิมพื้นที่เป็นสำนักสงฆ์ชื่อ “สำนักสงฆ์พุทธคยานุสรณ์” ก่อนจะพัฒนาเป็นวัดอย่างเป็นทางการในเวลาต่อมา การก่อสร้างอาคารต่าง ๆ รวมถึงสังเวชนียสถานจำลองทั้ง 4 แห่งดำเนินต่อเนื่องจนแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2544 และวัดได้รับการตั้งเป็นวัดเมื่อวันที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2545 รวมถึงได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2548 รายละเอียดเหล่านี้สะท้อนว่าพื้นที่ไม่ได้เกิดขึ้นชั่วข้ามคืน แต่เกิดจากวิสัยทัศน์ของผู้ก่อตั้งและแรงสนับสนุนของผู้มีศรัทธาในชุมชนอย่างต่อเนื่อง
สำหรับคนที่ชอบ “เที่ยวแบบมีเรื่องเล่า” ประวัติของวัดยังทำให้เห็นความตั้งใจของการสร้างพื้นที่เรียนรู้พุทธประวัติในจังหวัดฉะเชิงเทรา ที่ไม่ใช่แค่ทำให้สวย แต่ทำให้คนเข้าถึงแก่นธรรมได้ง่ายขึ้น การสร้างสังเวชนียสถานจำลองครบชุดจึงเป็นเหมือนการย่นระยะทางจาก “ความศรัทธา” ไปสู่ “ความเข้าใจ” โดยไม่ต้องผ่านอุปสรรคด้านเวลาและค่าใช้จ่ายของการเดินทางไกล
ถ้าคุณกำลังวางแผนเที่ยวฉะเชิงเทราแบบวันเดียว วัดชมโพธยารามสามารถเป็น “จุดเริ่มต้น” ที่ดี เพราะบรรยากาศสงบและช่วยตั้งโทนของทริปให้ไม่เร่งรีบ หลังจากเดินสักการะครบจุดแล้ว คุณสามารถต่อเส้นทางไปยังย่านเมืองเพื่อไหว้หลวงพ่อโสธร เดินตลาด หรือแวะคาเฟ่ริมน้ำได้ โดยไม่ต้องขับรถวกกลับไกลมากนัก สิ่งสำคัญคือเผื่อเวลาให้การเดินชมในวัดอย่างน้อย 1 ชั่วโมงครึ่ง เพื่อให้คุณได้ซึมซับแต่ละจุดจริง ๆ ไม่ใช่เดินผ่านแบบรีบถ่ายรูปแล้วจบ เพราะความพิเศษของที่นี่คือ “ลำดับของการเดิน” ที่ทำให้ใจค่อย ๆ นิ่งขึ้น
ช่วงเวลาที่เหมาะกับการมาเที่ยวคือช่วงเช้า เพราะอากาศยังไม่ร้อนและคนยังไม่หนาแน่น โดยเฉพาะวันหยุดยาวหรือช่วงเทศกาลทางพุทธศาสนาอย่างวันวิสาขบูชา อาสาฬหบูชา หรือวันมาฆบูชา หากคุณอยากได้บรรยากาศสงบจริง ๆ แนะนำให้มาในวันธรรมดา ช่วง 09:00–11:00 เพราะเป็นช่วงที่ผู้มาเยือนมักกระจายตัวไม่หนาแน่น และคุณจะมีพื้นที่ส่วนตัวมากพอที่จะทำสมาธิสั้น ๆ ได้โดยไม่รู้สึกเกร็ง
ข้อควรปฏิบัติพื้นฐานในการเข้าวัดคือแต่งกายสุภาพ งดเสียงดัง และเดินอย่างสำรวม โดยเฉพาะในจุดที่มีผู้คนกำลังสักการะ หากพาเด็กเล็กมาด้วยควรจับมือและสอนให้เดินช้า ๆ ไม่วิ่ง ไม่ปีนป่าย ไม่จับองค์ประกอบสถาปัตยกรรมหรือพระพุทธรูป และระวังพื้นที่ต่างระดับในบางจุด การดูแลมารยาทในพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ไม่ใช่แค่เรื่องภาพลักษณ์ แต่ช่วยให้ทุกคนได้ใช้สถานที่ร่วมกันอย่างราบรื่นและสบายใจ
ในแง่ “วิธีสักการะ” สำหรับคนที่อยากทำให้ถูกต้องและครบถ้วนโดยไม่กังวลเกินไป คุณสามารถใช้แนวทางง่าย ๆ คือเริ่มต้นด้วยการตั้งจิตให้สงบ ไหว้พระด้วยความเคารพ แล้วอธิษฐานแบบชัดเจน โดยเน้นคุณค่าที่อยากพัฒนาในตัวเอง เช่น ความอดทน ความมีสติ ความเมตตา และความกตัญญู จากนั้นค่อยเดินตามลำดับสังเวชนียสถานทั้ง 4 แห่ง และปิดท้ายด้วยการทำบุญตามศรัทธา สิ่งสำคัญคือทำทุกอย่างด้วยความเรียบร้อย ไม่เร่ง ไม่แซง และไม่กดดันตัวเองว่าต้องทำพิธีแบบใดแบบหนึ่งเท่านั้น เพราะหัวใจของการมาไหว้พระคือการกลับมาดูแลใจตัวเอง
หากคุณเป็นสายถ่ายภาพ วัดชมโพธยารามเป็นโลเคชันที่ให้ภาพได้ทั้งแบบ “สถาปัตยกรรม” และแบบ “บรรยากาศ” จุดที่มักได้ภาพสวยคือมุมที่เห็นเจดีย์หรือองค์ประกอบหลักตัดกับท้องฟ้า โดยเฉพาะวันที่แดดอ่อน ๆ และมีเมฆบาง ส่วนการถ่ายภาพในจุดสักการะ แนะนำให้ถ่ายแบบไม่รบกวนผู้อื่น หลีกเลี่ยงการใช้แฟลชในพื้นที่ที่มีคนกำลังสวดมนต์หรือทำสมาธิ และให้ความเคารพต่อพื้นที่ที่มีข้อจำกัดการถ่ายภาพตามกติกาของวัด
อีกเหตุผลที่วัดชมโพธยารามเหมาะกับการเป็น “ที่เที่ยวสำหรับต่างชาติ” คือคอนเซปต์ของสังเวชนียสถานจำลองช่วยให้คนต่างวัฒนธรรมเข้าใจได้ง่าย แม้จะไม่อ่านภาษาไทยคล่อง ก็ยังรับรู้ได้ว่าแต่ละจุดเกี่ยวกับเหตุการณ์สำคัญในพุทธประวัติ ซึ่งเป็นเรื่องที่มีฐานความเข้าใจร่วมกันในพุทธศาสนาทั่วโลก หากคุณทำคอนเทนต์แนะนำสถานที่สำหรับชาวต่างชาติ วัดนี้สามารถเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ดี เพราะให้ทั้งความสวยและความรู้ในเวลาเดียวกัน
การเดินทาง วัดชมโพธยารามอยู่บนถนนบางปะกง–ฉะเชิงเทรา (เส้นทางหลวงหมายเลข 314) จากตัวเมืองฉะเชิงเทรามุ่งหน้าไปตามเส้น 314 ก่อนถึงแยกไปพนมสารคาม จะเห็น “เจดีย์เหลี่ยมสีขาว” อยู่ด้านขวามือ ให้เลี้ยวซ้ายเข้าทางวัดตามทางเข้า การขับรถมาเองจะสะดวกที่สุด โดยควรเผื่อเวลาเพิ่มในช่วงวันหยุดหรือเทศกาลเพราะการจราจรในบางช่วงอาจหนาแน่น
หากคุณอยากจัดทริปให้คุ้ม วางแผนแบบ “วัดชมโพธยาราม → วัดโสธรวรารามวรวิหาร → เดินเล่นย่านริมน้ำ/ตลาด → แวะคาเฟ่หรือร้านอาหารขึ้นชื่อ” จะเป็นเส้นทางที่บาลานซ์ดีระหว่างความสงบกับความสนุก และเหมาะกับทั้งคู่รัก ครอบครัว และกลุ่มเพื่อน โดยเฉพาะคนที่อยากเที่ยวแบบไม่ต้องขับรถไกลออกนอกเมืองมากนัก
สุดท้าย หากมองในมุมของ “คุณค่าการท่องเที่ยว” วัดชมโพธยารามเป็นตัวอย่างของสถานที่ที่ทำให้การเดินทางสั้น ๆ กลายเป็นการทบทวนชีวิตแบบอ่อนโยน คุณอาจเริ่มต้นทริปด้วยความตั้งใจมาไหว้พระ แต่จะจบทริปด้วยความรู้สึกว่าใจเบาขึ้น และเห็นภาพรวมของชีวิตชัดขึ้นอีกนิด นี่คือเสน่ห์ที่ทำให้วัดแห่งนี้แตกต่าง และทำให้หลายคนตั้งใจกลับมาอีกครั้งเมื่ออยากหาพื้นที่สงบให้ตัวเองในจังหวัดฉะเชิงเทรา
| ชื่อสถานที่ | วัดชมโพธยาราม |
| ที่อยู่ | ถนนบางปะกง–ฉะเชิงเทรา ตำบลโสธร อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา จังหวัดฉะเชิงเทรา |
| สรุปสถานที่ | วัดสวยฉะเชิงเทราที่โดดเด่นด้วยสังเวชนียสถานจำลองครบ 4 แห่ง (ประสูติ–ตรัสรู้–แสดงธรรม–ปรินิพพาน) เหมาะกับสายบุญและคนที่อยากเที่ยวแบบสงบ ได้ทั้งสาระและบรรยากาศ |
| จุดเด่นของสถานที่ | สังเวชนียสถานจำลองครบชุด, พระพุทธรูปปางต่าง ๆ ตามจุดสักการะ, สถาปัตยกรรมและมุมถ่ายภาพ, เหมาะสำหรับแสวงบุญใกล้กรุงเทพ |
| ผู้ดูแล/เจ้าอาวาส (ล่าสุด) | พระมหาประยอม กลฺยาโณ |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 08:00 – 18:00 |
| เบอร์ติดต่อ | 086-826-7505 |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดให้เข้าชมและสักการะตามเวลาทำการ |
| ค่าธรรมเนียม | ไม่มีค่าธรรมเนียมเข้าชม (ทำบุญตามศรัทธา) |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | ลานจอดรถ, ห้องน้ำ, ทางเดินภายในวัดสำหรับเดินชมเป็นลำดับ |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง พร้อมระยะทาง | 1) วัดโสธรวรารามวรวิหาร (หลวงพ่อโสธร) – 6 กม. 2) ตลาดบ้านใหม่ 100 ปี – 8 กม. 3) วัดจีนประชาสโมสร (วัดเล่งฮกยี่) – 9 กม. 4) สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ฉะเชิงเทรา – 10 กม. 5) วัดสมานรัตนาราม – 26 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียงยอดนิยม พร้อมระยะทางและเบอร์โทร | 1) ซันอัพ คาเฟ่ (Sun up Cafe) – 8 กม. – 083-782-6656 2) กุ้งนาง – 9 กม. – 038-513-414 3) เดอะ ริเวอร์ บาร์น (The River Barn) – 9 กม. – 038-515-892 4) กินลมชมปลา – 10 กม. – 085-328-6666 5) เส่ย ท่าใหญ่ – 10 กม. – 081-586-1919 |
| ที่พักใกล้เคียงยอดนิยม พร้อมระยะทางและเบอร์โทร | 1) เจเค ลิฟวิ่ง โฮเทล (JK Living Hotel) – 8 กม. – 092-742-9929 2) ทรีเฮ้าส์ ฉะเชิงเทรา (Tree House Chachoengsao) – 9 กม. – 098-253-7460 3) เย็นจิต รีสอร์ท (Yenjit Resort) – 10 กม. – 038-511-200 4) สุนทรา เวลเนส รีสอร์ท แอนด์ โฮเทล (Suntara Wellness Resort & Hotel) – 14 กม. – 038-823-317 5) December to Remember House – 18 กม. – 094-491-7791 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดชมโพธยารามเปิดทุกวันไหม?
ตอบ: เปิดทุกวัน สามารถวางแผนมาไหว้พระและเดินชมสังเวชนียสถานจำลองได้ทั้งวันธรรมดาและวันหยุด
ถาม: เวลาเปิด–ปิดของวัดชมโพธยารามกี่โมง?
ตอบ: เวลาเปิดทำการโดยทั่วไปคือ 08:00 – 18:00 แนะนำให้เผื่อเวลาอย่างน้อย 1–2 ชั่วโมงเพื่อเดินชมครบแบบไม่เร่งรีบ
ถาม: สังเวชนียสถานจำลอง 4 แห่งในวัดชมโพธยารามมีอะไรบ้าง?
ตอบ: ครบทั้ง 4 เหตุการณ์สำคัญของพุทธประวัติ คือ สถานที่ประสูติ ตรัสรู้ แสดงธรรมครั้งแรก และปรินิพพาน ให้เดินสักการะเป็นลำดับในพื้นที่เดียว
ถาม: ควรเริ่มเดินสักการะจากจุดไหนถึงจะได้บรรยากาศดีที่สุด?
ตอบ: แนะนำให้เดินตามลำดับพุทธประวัติ เริ่มจากจุดประสูติ ต่อด้วยตรัสรู้ แสดงธรรม และปิดท้ายที่ปรินิพพาน เพื่อให้การเดินเหมือนการทบทวนชีวิตแบบเป็นขั้นตอน
ถาม: ไปวัดชมโพธยารามด้วยรถยนต์ส่วนตัวยังไง?
ตอบ: ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 314 (บางปะกง–ฉะเชิงเทรา) จากตัวเมืองไปก่อนถึงแยกพนมสารคาม จะเห็นเจดีย์เหลี่ยมสีขาวด้านขวามือ ให้เลี้ยวซ้ายเข้าทางวัด
ถาม: ถ้าจะติดต่อวัดชมโพธยารามควรโทรเบอร์ไหน?
ตอบ: เบอร์ติดต่อสำนักงานวัดคือ 086-826-7505
แสดงความเห็น
| คำค้น (ขั้นสูง) |
Facebook Fanpage


หมวดหมู่:
กลุ่ม:
ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก
สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ และอนุสาวรีย์(
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(
พระราชวัง(
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(
พิพิธภัณฑ์(
บ้านโบราณ และเมืองโบราณ(
สถานที่ท่องเที่ยวเชิงวิชาการ
พิพิธภัณฑ์เพื่อการศึกษา(
ห้องสมุด(
ไร่ สวนเพื่อการศึกษา(
มหาวิทยาลัย
มัสยิด(
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(
โครงการในพระราชดำริ
โครงการหลวง(
วิถีชีวิต
หมู่บ้าน ชุมชน(
ตลาดท้องถิ่น(
ตลาดน้ำ(
ธรรมชาติ และสัตว์ป่า
อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตอนุรักษ์ทางทะเล(
ดอย และภูเขา(
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(
น้ำตก(
ถ้ำ(
แม่น้ำลำคลอง(
อ่าว และชายหาด(
หมู่เกาะ(
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(
บันเทิง และท่องเที่ยวเชิงเกษตร
สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ(
แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์(
ฟาร์ม, ไร่, สวน, สวนสาธารณะ และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(
สปาเพื่อสุขภาพ
สปาเพื่อสุขภาพ(
บทความท่องเที่ยว, สูตรอาหาร
รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร(